ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ตร.ไซเบอร์ เตือนมิจฉาชีพใช้ ‘Line BK’ ทำเสียหายกว่า 1 ล้าน ใครขายบัญชี ผิดโทษหนัก!

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ปรากฏการณ์มิจฉาชีพหันมาใช้ ‘Line BK’ ในการกระทำผิดได้รับความสนใจจากทาง ตำรวจไซเบอร์ เนื่องจากเป็นรูปแบบใหม่ที่อันตรายอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีการจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ทำหน้าที่กดเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้ Line BK ในการทำธุรกรรมเงินฝาก-ถอนผ่านแอปพลิเคชัน LINE ในพื้นที่ จ.เชียงราย

รูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพกับ Line BK

ถ้าคุณยังไม่ทราบ ‘Line BK’ คือบริการกระเป๋าเงินออนไลน์จาก LINE ที่เชื่อมต่อกับธนาคารโดยตรง ทำให้การซื้อขายเงินหรือการทำธุรกรรมออนไลน์สะดวกรวดเร็วขึ้นมาก แต่มิจฉาชีพกลับนำบริการนี้มาใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินหรือหลอกลวงประชาชน โดยในกรณีล่าสุดได้พบว่า ผู้ต้องหาจะได้รับค่าจ้างจากกลุ่มคนร้ายในการเปิดใช้งาน Line BK ราคาราว 1,500 บาทต่อบัญชี และเมื่อบัญชีถูกนำไปใช้งาน มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นได้สูงสุดกว่า 1 ล้านบาท!

ประชาชนต้องระวังอย่างไร?

หากคุณเคยได้รับการติดต่อให้สมัคร Line BK เพื่อขายบัญชีให้กับผู้อื่น ควรระวังไว้เลยว่านั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของ Line BK ในการหลอกลวงประชาชน และการตกเป็นเหยื่อหรือแม้แต่ผู้ร่วมกระบวนการโดยไม่รู้ตัวก็ทำให้คุณเป็นผู้ต้องหาได้เช่นกัน

โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มักจะถูกชักจูงให้เปิดใช้งาน Line BK โดยมิจฉาชีพแฝงตัวเข้าไปในหมู่บ้านหรือชุมชน แล้วให้เงินตอบแทนแก่ผู้ที่เปิดบัญชีผ่าน LINE กับธนาคาร โดยหลังจากสมัครแล้ว ข้อมูลจะถูกนำไปใช้ในการหลอกหลวงประชาชนโอนเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งต้องบอกเลยว่า การขายบัญชี Line BK นี้เป็นความผิดตามกฎหมายค่ะ หากพบมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรืออาจจะทั้งจำทั้งปรับเลยทีเดียว

จะรู้ได้อย่างไรว่า Line BK ถูกใช้เพื่อการหลอกลวง?

จากการตรวจสอบของกองบังคับการ บก.สอท.4 พบว่า Line BK มักจะถูกใช้ในลักษณะเดียวกับบัญชีม้าในสมัยก่อน โดยมิจฉาชีพจะโทรศัพท์เข้ามาหลอกผู้เสียหายให้โอนเงินไปยังบัญชีที่ผูกไว้กับ Line BK และเมื่อโอนเงินไปแล้ว ก็มีพนักงานของแก๊งเข้าไปกดเงินหรือถอนเงินทันที

ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนควรทำคือ:

  • ไม่ขายบัญชี Line BK ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
  • ตรวจสอบความถูกต้องทุกครั้งก่อนโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์
  • แจ้งเบาะแสทันทีหากพบพฤติกรรมการใช้งานน่าสงสัย

โดยที่สำคัญคือ บริการLine BK นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานอย่างปลอดภัยสำหรับตัวคุณเอง ดังนั้นการกลับกลายมาเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพจึงน่าเป็นห่วงอย่างมาก

การรู้เท่าทันเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยไปกว่าความสะดวกที่เราได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Line BK หรือแอปอื่นๆ ทุกการใช้งานควรมีความรับผิดชอบ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และช่วยกันสกัดกั้นไม่ให้บริการที่ดีจำเป็นต้องถูกใช้ในทางที่ผิดค่ะ

ที่มา – ตร.ไซเบอร์ เตือนมิจฉาชีพใช้ “Line BK” ทำเสียหายกว่า 1 ล้าน ใครขายบัญชี ผิดโทษหนัก!

ประเดิมสนามสุดมัน! สาวไทยชนะฟิลิปปินส์ 3-1 เซต ในศึกซีวีลีก 2025 นัดแรก

ประเดิมสนามสุดมัน! สาวไทย ชนะ ฟิลิปปินส์ 3-1 เซต

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดฉากการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงระดับสำคัญอย่าง บีวายดี ซีวี ลีก 2025 โดยมีสถานที่จัดงานคือเทอมินอลฮอลล์ ศูนย์การค้าเทอมินอล 21 โคราช อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันสุดเข้มข้นในสัปดาห์แรก ระหว่างวันที่ 1-3 สิงหาคมนี้

เกมแห่งความทรงจำที่เริ่มต้นด้วยความมัน

สำหรับการแข่งขันนัดแรกในรายการนี้ เป็นการพบกันระหว่างทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งแฟนกีฬาหลายคนจับจ้องไปที่ผู้เล่นชุดหลักที่ โค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ได้เลือกลงสนามครบครัน นำโดย พรพรรณ เกิดปราชญ์, ทัดดาว นึกแจ้ง, วริศรา สีทาเลิศ, ศศิภาพร จันทรวิสูตร, ธนัชชา สุขสด, กัญญารัตน์ ขุนเมือง และ ปิยนุช แป้นน้อย ที่ทำหน้าที่ผู้เล่นอิสระ

แม้ว่าเซตแรกจะเป็นฝั่งฟิลิปปินส์ที่เก็บชัยชนะไปก่อนด้วยสกอร์ 25-17 แต่สาวไทยก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ และกลับมาอย่างแข็งแกร่งในเซตที่สอง เอาชนะศัตรูได้สำเร็จ 26-24 เสมอกัน 1-1 คะแนนทีม ก่อนจะเก็บชัยไปได้ถึง 3 เซตจากทั้งหมด 4

  • เซตที่หนึ่ง: ไทย 17-25
  • เซตที่สอง: ไทย 26-24
  • เซตที่สาม: ไทย 25-20
  • เซตที่สี่: ไทย 25-20

จากการแข่งขันทั้งหมด สรุปผลการแข่งเป็นประเทศไทยที่คว้าชัยชนะไปได้สำเร็จ ด้วยคะแนนรวม 3-1 เซต จากความพยายามและความเป็นทีมเวิร์คที่ยอดเยี่ยม

ความหวังและการแข่งขันถัดไปของทีม

สำหรับผู้ติดตามทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย สามารถติดตามเกมต่อไปในศึก บีวายดี ซีวี ลีก 2025 ได้ในวันที่ 2 สิงหาคม พบกับ อินโดนีเซีย เวลา 16.45 น. และวันที่ 3 สิงหาคมพบกับ เวียดนาม เวลา 16.45 น. ซึ่งการแข่งขันทั้งสองแมตช์ จะเป็นตัวชี้วัดทิศทางของทีมในรายการนี้อย่างแท้จริง

ไม่ว่าจะเป็นแฟนกีฬาสายแข็ง หรือนักติดตามกีฬาวอลเลย์บอลทั่วไป การได้ชมทีมสาวไทยประเดิมสนามอย่างมันส์แบบนี้ ถือเป็นข่าวดีที่จะสร้างความมั่นใจให้กับทีมในเกมถัดไป ช่วยให้เชื่อได้ว่าทีมกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ หากคุณยังไม่ได้ชม อย่าลืมติดตามการถ่ายทอดสดหรือรีเพลย์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อไม่พลาดความสมบูรณ์แบบของการแข่งขันกีฬาส่งเสริมความสามัคคีและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

เหตุการณ์นี้สร้างความประทับใจให้แฟน ๆ ได้เห็นถึงศักยภาพของทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย ที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ตั้งแต่นัดแรกของ ซีวีลีก 2025 และด้วยความกระหายในการแข่งขันของทีม ชัยชนะครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าใครก็เป็นได้

ที่มา – ประเดิมสนามสุดมัน! สาวไทย ชนะ ฟิลิปปินส์ 3-1 เซต ศึกซีวีลีก 2025 นัดแรก!

EXIM BANK ชี้ภาษีสหรัฐฯ 19% ช่วยหนุนภาคส่งออกไทยในปี 2568 ให้ขยายตัวเหนือความคาดหมาย

EXIM BANK คาดการณ์การเติบโตของภาคส่งออกไทยในปี 2568 หลังอัตราภาษีสหรัฐฯ ลดเหลือ 19%

หลังการเจรจาการค้าที่ผ่านมา ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า อัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่กำหนดขึ้นกับสินค้าไทยจะลดลงเหลือเพียง 19% ซึ่งต่ำกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ โดย EXIM BANK ชี้ภาษีสหรัฐฯ 19% ช่วยหนุนภาคส่งออกไทยในปี 2568 ให้เติบโตได้ดีกว่าที่คาดไว้ โดยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 0.5-1.5% เลยทีเดียว

ไทยปรับตัวแข่งขันได้ด้วยภาษี 19%

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการของ EXIM BANK ชี้ว่า การปรับลดภาษีตอบโต้ครั้งนี้นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก โดยปัจจุบัน อัตราภาษีแบบตอบโต้ของไทยที่ได้รับจากสหรัฐฯ มีระดับใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม (20%) และเท่ากับมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ (19%) แม้จะยังสูงกว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ได้ภาษีราว 15% แต่ไทยมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตรวมที่ต่ำกว่า

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีโอกาสก้าวขึ้นช่วงชิงตลาดจากประเทศที่ยังคงต้องรับอัตราภาษีที่สูงกว่า เช่น อินเดียและเม็กซิโก (25%) รวมถึงแคนาดาที่กำลังเจรจากันอยู่และกำลังใช้อัตราสูงถึง 35% ต่อไป

อัตราภาษีที่ดี ส่งผลต่อการลงทุนและความเชื่อมั่น

อัตราภาษีใหม่ที่ลดลง ได้สร้างความได้เปรียบให้กับประเทศในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะจากกลุ่มธุรกิจเดินหน้าแบบสูงเทคโนโลยี ซึ่ง EXIM BANK คาดว่าจะมีผลให้เกิดการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศไทย ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยให้กลุ่มผู้ส่งออก SMEs ที่มีความเปราะบาง ลดความกังวลทางธุรกิจได้มาก

  • ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย
  • ผลักดันการลงทุนจากสหรัฐฯ ในภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย
  • ลดความเสี่ยงในการถูกตัดแต้มจากภาษีที่สูง

EXIM BANK สนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเต็มที่

EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่ทำงานเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดตั้ง EXIM Export Clinic เพื่อสนับสนุนคำปรึกษาด้านการส่งออกและนำเข้า พร้อมมาตรการลดผลกระทบจากการเพิ่มภาษี เช่น การขยายระยะเวลาการชำระหนี้สูงสุดถึง 365 วัน รวมถึงแนวทางช่วยเสริมสภาพคล่อง และปรับลดดอกเบี้ย พร้อมร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อช่วยให้ SMEs เข้าถึงตลาดใหม่ได้สะดวกยิ่งขึ้น

สอดคล้องกับงานด้านการสนับสนุนตลาดโลก ไทยพร้อมรับมือทั้งการส่งออก การลงทุน และการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยธนาคารแสดงความพร้อมในการร่วมมือกับทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ EXIM BANK ชี้ภาษีสหรัฐฯ 19% ช่วยหนุนภาคส่งออกไทยในปี 2568 เติบโตยั่งยืน

ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างไทยกับสหรัฐฯ นอกจากจะส่งผลดีทางตรงด้านภาษีแล้ว ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงการร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคงในระยะยาว ระหว่างทั้งสองประเทศ ที่ได้มีการประสานงานในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนธุรกิจ หรือการเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม EXIM BANK ขอเน้นย้ำถึงความสำคัญในการใช้สิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าถูกปฏิเสธรูปแบบและตกเป็นเป้าหมาย Transshipped ที่อาจนำมาซึ่งภาษีเพิ่มเติมสูงถึง 40%

ในมุมมองของ EXIM BANK แล้ว สถานการณ์การส่งออกของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่น่ายินดี ด้วยการปรับภาษีที่มีประสิทธิภาพ จูงใจการลงทุนจากต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ส่งออกของไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ในฐานะแม่ข่ายสำคัญของการค้าโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บทสรุปและ展望: ช่วยให้ไทยเติบโตแบบยั่งยืน

การเจรจาสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดแรงกดดันจากภาษี แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ผลักดันให้เอกชนไทยกล้าลงทุนและคงการเติบโตรวมของเศรษฐกิจในปี 2568 เช่นกัน หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือผู้ที่ติดตามตลาดส่งออก เราแนะนำให้ติดตามแนวทางของ EXIM BANK เพื่อเตรียมรับคลื่นการเปลี่ยนแปลงในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – EXIM BANK ชี้ภาษีสหรัฐฯ 19% ช่วยหนุนภาคส่งออกไทยปี 68 ขยายตัวดีกว่าคาด

กต.จัดชี้แจงสื่อ-ทูตต่างชาติ 4 ส.ค. อัปเดตสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

กต.จัดชี้แจงสื่อ-ทูตต่างชาติ 4 ส.ค. อัปเดตสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ข้อมูลหลังจากที่ได้นำคณะทูต ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร รวมทั้งสื่อมวลชนต่างชาติ เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเพื่อรับฟังการชี้แจงและลงพื้นที่สังเกตการณ์

คณะดังกล่าวมีโอกาสเห็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง หลังจากที่กองกำลังกัมพูชาได้ทำการยิงจรวด BM-21 ที่มีเป้าหมายไปยังพื้นที่พลเรือน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย และบาดเจ็บ 15 ราย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าโรงพยาบาลบางแห่งได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี หรือมีการยิงอาวุธสงครามตกใกล้โรงพยาบาล ส่งผลให้จำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราว หรือลดระดับการดูแลรักษา รวมถึงการอพยพผู้ป่วยเพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ

กฎหมายระหว่างประเทศกับสถานการณ์ชายแดน

นายรัศม์ กล่าวว่า การกระทำของกองกำลังกัมพูชาเข้าข่ายฐานการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวา อย่างร้ายแรง เนื่องจากเป้าหมายในการโจมตีไม่ใช่กองกำลังทหาร แต่เป็นพลเรือนที่บริสุทธิ์

จากการลงพื้นที่และข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศ สื่อมวลชนและทูตต่างประเทศมากกว่า 10 ประเทศ ได้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งถือเป็นการให้ความเห็นจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่โดยตรง

การประชุมเพื่ออธิบายสถานการณ์ 4 สิงหาคม

ในวันที่ 4 สิงหาคม กระทรวงการต่างประเทศจะจัดประชุมเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้สื่อมวลชนและทูตต่างชาติเข้าใจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยการประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารไปยังประชาคมโลก เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีการบิดเบือน

นายรัศม์ยังเชื่อมั่นว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้จะทำให้สื่อมวลชนต่างชาติและองค์กรระหว่างประเทศต่างนำไปเผยแพร่ ภายใต้กรอบของความจริงและการทำงานอย่างมืออาชีพ

มุมมองด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ในส่วนความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู แต่การชี้แจงสถานการณ์เชิงข้อเท็จจริงกับต่างชาติ ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการรื้อฟื้นความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

หากทางการกัมพูชาสามารถชี้แจงเหตุการณ์ครั้งนี้ให้ชัดเจนได้ และให้ความร่วมมือในระดับนานาชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็น่าจะมีทางออกที่ดีในอนาคต

ที่มา – กต.จัดชี้แจงสื่อ-ทูตต่างชาติ 4 ส.ค. อัปเดตสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

“ODOS Summer Camp” เผยรายชื่อผู้ผ่านรอบสุดท้าย ย้ำนักเรียนรีบยืนยันสิทธิ์ภายใน 3 ส.ค.

โครงการ “ODOS Summer Camp” เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยร่วมค่ายภาคฤดูร้อน

โครงการ “ODOS Summer Camp” หรือ ค่ายแห่งโอกาสภาคฤดูร้อน ได้ออกมาประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย จำนวน 928 คน จาก 878 อำเภอทั่วประเทศ และ 50 เขตในกรุงเทพฯ หลังจากผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจับสลากเลือกหลักสูตร/ประเทศ และการสอบสัมภาษณ์อย่างเข้มข้นเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา

น้อง ๆ ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ odos.thaigov.go.th และเพจเฟซบุ๊ก ODOS Summer Camp ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการรับข้อมูลข่าวสารของโครงการ

ยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมโครงการภายใน 3 สิงหาคมนี้

นายวาริน รัชนานุสรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ ODOS Summer Camp ได้กล่าวว่าผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจำเป็นต้องดำเนินการ ยืนยันสิทธิ์เข้าร่วมโครงการผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 3 สิงหาคม หากไม่มีการยืนยัน จะถือว่าสละสิทธิ์ทันที และทางโครงการจะเรียกผู้มีคะแนนสำรองขึ้นแทนตามลำดับของอำเภอ เขต และจังหวัดเดียวกัน

หลังจากยืนยันสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว นักเรียนจำเป็นต้องนำส่งเอกสารทางระบบตรวจสอบสถานะการพิจารณา odos.thaigov.go.th/check-status ระหว่างวันที่ 4 – 8 สิงหาคม เพื่อดำเนินขั้นตอนต่อไป สำหรับกิจกรรมปฐมนิเทศจะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 16 – 18 สิงหาคม และ 23 – 25 สิงหาคม ทั้งนี้ การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด

ODOS Summer Camp หลักสูตรนาน 5-6 สัปดาห์ ยกระดับทักษะดิจิทัล

ค่าย ODOS Summer Camp เป็นหลักสูตรระยะสั้นที่ออกแบบมาให้นักเรียนและนักศึกษาอายุไม่เกิน 19 ปี เข้าไป สัมผัสประสบการณ์การศึกษาและการใช้ชีวิตในต่างแดน ผ่านพันธมิตร 9 ประเทศชั้นนำ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฟินแลนด์ เอสโตเนีย ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ โดยมีทั้งหมด 16 หลักสูตร

กิจกรรมของโครงการนี้ยังมีโอกาสฝึกทักษะร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น AWS, Google, Microsoft, Huawei, Alibaba, Nokia, Canva, LinkedIn, Sony และ Nintendo ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัล เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต

สรุปวันสำคัญสำหรับผู้ผ่านรอบสุดท้ายของ ODOS Summer Camp

  • 1 – 3 สิงหาคม: ยืนยันสิทธิ์ออนไลน์
  • 4 – 8 สิงหาคม: ส่งเอกสารเพิ่มเติม
  • 16 – 18 & 23 – 25 สิงหาคม: กิจกรรมปฐมนิเทศ

สำหรับเยาวชนไทยที่รักเทคโนโลยีและอยากมีประสบการณ์ภาคฤดูร้อนที่มากกว่าการท่องเที่ยว การได้เข้าร่วม “ODOS Summer Camp” ถือเป็นโอกาสทำให้ชีวิตได้ก้าวไกลไปอีกระดับ และเพิ่มศักยภาพให้ตนเองในสายยุคดิจิทัล

หากคุณหรือใครก็ตามอยู่ในรายชื่อที่นี่ อย่าลืมยืนยันสิทธิ์ภายในวันที่กำหนด เพื่อไม่พลาดโอกาสที่หาได้ยากนี้ ร่วมสร้างแรงบันดาลใจทักษะ ประสบการณ์ และบทเรียนที่ล้ำค่าพร้อมก้าวสู่เส้นทางใหม่ในระดับสูงขึ้น

ที่มา – “ODOS Summer Camp” ย้ำนร.ที่ผ่านรอบสุดท้ายเร่งยืนยันสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการภายใน 3 ส.ค.

สถานทูตสวีเดนแจงชัด ยังไม่ระงับขายเครื่องบินรบกริพเพนให้กองทัพไทย

สถานทูตสวีเดนแจงชัด ยังไม่ระงับขายกริพเพนฝูงใหม่ให้กองทัพไทย

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงประเด็นที่มีข่าวเผยแพร่เกี่ยวกับการระงับขายเครื่องบินรบกริพเพนให้กับกองทัพอากาศไทย โดยระบุอย่างชัดเจนว่า ปัจจุบันยังไม่มีการตัดสินใจใดๆจากทางการสวีเดนที่จะระงับการจำหน่ายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้กับไทยแต่อย่างใด

กริพเพนฝูงใหม่กับแผนการจัดซื้อระหว่างไทยและสวีเดน

สำหรับแผนการจัดซื้อเครื่องบินรบกริพเพนฝูงใหม่จำนวน 4 ลำนั้น พล.อ.อ.พันธุ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เตรียมเดินทางไปลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23-27 สิงหาคม ที่กำลังจะมาถึงนี้ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่จะเสริมศักยภาพการป้องกันประเทศของกองทัพอากาศไทย

เครื่องบินรบกริพเพนมีบทบาทสำคัญมาอย่างยาวนานในการปกป้องอธิปไตย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีประเด็นพิพาททางชายแดนอย่างกรณีล่าสุดระหว่างไทยกับกัมพูชา กองทัพอากาศไทยนำเครื่องบินกริพเพนที่กำลังประจำการใช้ปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดน ซึ่งก่อให้เกิดการจับตาจากนานาชาติ และมีข่าวลือในบางกระแสว่าประเทศสวีเดนเตรียมที่จะระงับขั้นตอนการขายเครื่องบินรุ่นนี้ให้กับประเทศไทย

ญี่ปุ่น-สหรัฐยังไม่แสดงท่าที ขณะที่สวีเดนออกมาชี้แจง

ข่าวลือดังกล่าวสร้างความเข้าใจผิดให้กับหลายคน โดยเฉพาะชาวเน็ตไทยที่ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือการชี้แจงจากสถานทูตสวีเดน ซึ่งเป็นฝ่ายผลิตเครื่องบินรบกริพเพน ว่าปัจจุบันยังไม่มีการยกเลิกสัญญาหรือระงับการขายแต่อย่างใด

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและภูมิศาสตร์การเมือง ให้ความเห็นว่าการลงนามครั้งนี้ไม่เพียงเสริมความมั่นคงภายในประเทศ แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งผู้ผลิตหลายรายเริ่มให้ความสนใจในการเป็นพันธมิตรกับไทยมากยิ่งขึ้น

  • การซื้อกริพเพนฝูงใหม่ช่วยเสริมสมรรถนะการบิน
  • ดีลนี้ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอียู
  • การป้องกันข้อมูลผิดส่งผลดีต่อความมั่นคงด้านการสื่อสาร

อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนๆเทคโนโลยีและผู้ติดตามข่าวการป้องกันประเทศ ข้อมูลที่ได้จากการชี้แจงของสถานทูตสวีเดนนั้นถือเป็นการยืนยันว่าแผนการจัดซื้อยังคงเดินหน้าต่อไปได้

ใช้นวัตกรรมนำสมัยเพื่ออนาคตแห่งการป้องกันประเทศ

การนำเครื่องบินรบชั้นนำอย่างกริพเพนเข้าประจำการไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการซื้อขาย แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของประเทศไทยในการพัฒนาระบบป้องกันประเทศแบบครบวงจร ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความเร็ว เทคโนโลยี และแนวทางการใช้งานร่วมกับระบบอาวุธอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว

ดังนั้นถึงแม้จะมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการระงับขายเครื่องบินรบกริพเพนจากสื่อของกัมพูชา แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถานทูตสวีเดนได้ยืนยันชัดเจนว่า ยังไม่ระงับขายกริพเพนฝูงใหม่ให้กองทัพไทย และกระบวนการจัดซื้อเดินหน้าได้อย่างปกติ

แฟนๆเทคโนโลยี รวมถึงกลุ่มผู้สนใจข่าวเหล่าทัพและยุทธภณฑ์ จะต้องติดตามข่าวสารอย่างรอบด้าน และเช็กแหล่งที่มาเสมอ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดและสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง

ที่มา – ‘สถานทูตสวีเดน’แจงแล้ว ยังไม่ระงับขาย‘กริพเพน’ฝูงใหม่ให้กองทัพไทย

ทุ่ม 3 ล้านบาท! ระเบิดศึก “ปทุมธานี เทควันโด” ชิงชัยกว่า 1,000 คน 16-17 สิงหาคมนี้

ระเบิดศึก “ปทุมธานี เทควันโด” ทุ่มงบกว่า 3 ล้านบาท ต้อนรับจอมเตะจากทั่วไทย

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มีการแถลงข่าวถึงโครงการ “ปทุมธานี เทควันโด” อย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุมวีไอพี ศูนย์กีฬาทางน้ำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต โดยมีนายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง และนายยรรยง อัครจินดานนท์ ร่วมกันเปิดเผยรายละเอียดสำคัญของการแข่งขันมหกรรมเทควันโดครั้งสำคัญนี้

แข่งขัน 16-17 สิงหาคมนี้ ใครสามารถเข้าร่วมได้บ้าง?

ปทุมธานี เทควันโด จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 สิงหาคม 2568 ณ ยิมเนเซี่ยม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต โดยมีรุ่นการแข่งขันหลายประเภท เช่น เคียวรูกิ (ต่อสู้), พุ่ทเซ่ (รำท่า), และเคียกพ่า (การทุบทำลาย) เปิดโอกาสให้เยาวชนชายหญิงอายุตั้งแต่ 5-18 ปี เข้าร่วมแข่งขัน โดยคาดว่าจะมีนักกีฬามากกว่า 1,000 คนจากทั่วประเทศมาร่วมชิงชัยในครั้งนี้

ดาวน์โหลดและสมัครเข้าร่วมการแข่งขันสามารถทำได้ง่าย ๆ ไม่มีค่าสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมยังแจกเงินรางวัลและของขวัญพิเศษให้กับผู้โชคดีอีกด้วย อีเวนต์นี้ไม่เพียงแค่เป็นเวทีให้ซ้อมและแสดงฝีมือ แต่ยังเป็นการเตรียมตัวสำหรับนักกีฬาที่อยากก้าวไปสู่ระดับทีมชาติในอนาคตอีกด้วย

  • แข่งขันระหว่างวันที่ 16-17 สิงหาคม 2568
  • จัดแข่งที่ยิมเนเซี่ยม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต
  • มีรุ่นอายุตั้งแต่ 5 ขวบถึง 18 ปี
  • ทุ่มงบประมาณถึง 3 ล้านบาทเพื่อสร้างมาตรฐาน

แจ้งเกิดเวทีระดับโลก จากท้องถิ่นสู่ระดับสากล

สำหรับชาวจังหวัดปทุมธานี “ปทุมธานี เทควันโด” ถือเป็นความภูมิใจอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่นี้เคยเป็นบ้านของนักเทควันโดระดับโลกอย่าง “เจ้าเทม” เทวินทร์ หาญปราบ ผู้คว้าเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิล รุ่น 58 กิโลกรัมชาย อีกทั้งยังมีร.ต.อ.ชัชวาล ขาวละออ หรือ “โค้ชแม็กซ์” อดีตนักเทควันโดทีมชาติที่เคยได้เหรียญทองทุกเวทีซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ มหาวิทยาลัยโลก และแชมป์โลก บางทีอาจเคยจุดประกายความใฝ่ฝันให้ผู้ต้องการยกระดับกีฬาพื้นบ้านให้ก้าวไกล

ความพร้อมด้านสนามและสิ่งแวดล้อม

จากการกล่าวของนายยรรยง อัครจินดานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เผยว่าทางสถานที่มีความพร้อมทั้งในการเดินทาง การบริหารจัดการ และโครงสร้างพื้นฐาน

ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ในการเป็นสถานที่จัดการแข่งกีฬาตั้งแต่เอเชียนเกมส์ปี 2541 ล่าสุดในปีนี้ยังเตรียมรับใช้งานซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ อีกทั้งในแต่ละวันมักมีนักกีฬาทั้งนักศึกษาและประชาชนใช้สนามมากกว่า 10,000 คน

ปทุมธานีเทควันโด สร้างโอกาสให้เยาวชน แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

นอกจากจะเป็นการปลุกกระแสเทควันโดในประเทศไทยแล้ว “ปทุมธานีเทควันโด” ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าที่พัก และการใช้จ่ายอื่น ๆ ของผู้ปกครองและนักกีฬา นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อลดปัญหายาเสพติด และพัฒนาเด็กไทยให้มีสุขภาพแข็งแรง และรักการออกกำลังกาย

ทุนสนับสนุน 3 ล้านบาท เป็นมากกว่าการแข่งขัน

สำหรับการจัด “ปทุมธานีเทควันโด” ในปีนี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันทุ่มงบประมาณก้อนสำคัญถึง 3 ล้านบาท เพื่อให้นักกีฬาและครอบครัวได้รับประสบการณ์เยี่ยมยอดในทุกด้าน ทั้งรางวัล ระบบจัดการแข่งขัน สถานที่ และการอำนวยความสะดวกครบวงจร

สิ่งที่ต้องเป็นกำลังใจอย่างยิ่งคือ หากการแข่งขันครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ จังหวัดปทุมธานีมีแผนคาดหวังที่จะจัดการแข่งขันเทควันโดต่อเนื่องทุกปี พร้อมเป็นเจ้าภาพกีฬาเล็ก-ใหญ่ร่วมกับต่างองค์กร เพื่อสร้างรายได้และมอบประสิทธิภาพเชิงประสบการณ์ให้กับเยาวชนชาวไทย

ร่วมเชียร์และเข้าชมฟรี! ห้ามพลาด “ปทุมธานีเทควันโด” 16-17 สิงหาคม 2568

ถ้าคุณคือผู้ที่สนใจเทควันโด หรือครอบครัวของนักกีฬารุ่นเล็ก ๆ “ปทุมธานีเทควันโด” ถือเป็นกิจกรรมสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาด! เตรียมพบกับการแข่งขันที่เข้มข้น นักกีฬาระดับพรสวรรค์ และเป็นแรงหนุนสำคัญให้กีฬาเทควันโดไทยมีเวทีแข่งขันบนพื้นฐานท้องถิ่นอีกครั้ง ร่วมกันเชียร์และสนับสนุนเด็กไทยเพื่อก้าวสู่ระดับนานาชาติ

ที่มา – ทุ่ม 3 ล้านบาท ระเบิดศึก “ปทุมธานี เทควันโด” คาด “จอมเตะทั่วไทย” ร่วมพันคนชิงชัย พร้อมดวลเดือด 16-17 ส.ค.นี้

‘น้องหลิงหลิง’ เล่านาทีชีวิต ‘ทหารเขมร’ ยิงจรวด BM-21 ใส่ปั๊มน้ำมันทำคนตาย

เหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญที่ปั๊ม ปตท.บ้านผือ

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ได้เกิดเหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจขึ้นที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านผือ ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อ ‘น้องหลิงหลิง’ เล่านาทีชีวิต ‘ทหารเขมร’ ยิงจรวด BM-21 ใส่ปั๊มน้ำมันทำคนตาย ได้มีการยิงจรวดจากฝั่งกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก อีกทั้งยังสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนอย่างร้ายแรง

จากกรณีนี้ กองทัพบกและกระทรวงการต่างประเทศ ได้พาคณะทูต ทูตทหาร และสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยมีญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิตนำรูปของผู้ที่จากไปไปแสดงต่อหน้าคณะ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่าฝ่ายทหารกัมพูชายิงจรวดเข้ามาในพื้นที่ของไทยเป็นการละเมิดอธิปไตย ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล

น้องหลิงหลิง เผยนาทีเสียงระเบิดดังสนั่น

ในช่วงลงพื้นที่ตรวจสอบ ด.ญ.พิชชาภัทร์ หรือน้องหลิงหลิง วัย 13 ปี ลูกสาวของเจ้าของปั๊ม ได้เล่านาทีแห่งความหวาดเสียวที่เธอต้องเผชิญ ขณะเหตุการณ์การยิงจรวด BM-21 เกิดขึ้น โดยเธออยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเพียง 20 เมตร ขณะที่ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่นในปั๊มถูกจรวดถล่ม เธอกำลังนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ร้านกาแฟอเมซอนกับพนักงานคนอื่น ๆ

น้องหลิงหลิง กล่าวว่า ตนเองได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น ตามมาด้วยสะเก็ดระเบิดที่กระจายไปจนถึงบริเวณร้านอเมซอน ที่เธอกำลังนั่งอยู่ โชคดีที่เธอและพนักงานได้อพยพออกมาได้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่สติตื่น จึงหลบออกมาจากอาคาร หลังจากนั้นไม่นาน คุณแม่ของเธอและคุณป้าก็ขับรถมอเตอร์ไซค์มารับ และแม่ได้ตะโกนให้คนอื่น ๆ ในปั๊มรีบอพยพออกเช่นกัน

ปั๊มน้ำมันกลายเป็นพื้นที่เป้าหมายโดยไม่ตั้งใจ

แม้พื้นที่นั้นปกติจะมีผู้คนสัญจรไปมาอย่างต่อเนื่อง แต่กลับคืนความสงบในชั่วพริบตา ขณะเกิดเหตุ ผู้คนบางส่วนถูกอพยพไปแล้วเนื่องจากปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จึงช่วยชีวิตของน้องหลิงหลิงและพนักงานเอาไว้ได้ เหตุการณ์นี้ทำให้เราต่างทบทวนถึงความปลอดภัยในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงแนวหน้าของความขัดแย้ง

ความรู้สึกที่ไม่มีใครคาดคิด

เหตุการณ์ ‘น้องหลิงหลิง’ เล่านาทีชีวิต ‘ทหารเขมร’ ยิงจรวด BM-21 ใส่ปั๊มน้ำมันทำคนตาย สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการที่เด็กอายุเพียง 13 ปี ต้องสูญเสียร้านค้าและเกือบสูญเสียชีวิตจากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของความขัดแย้งต่อพลเรือน ซึ่งไม่ควรถูกเล็งเป็นเป้าหมายไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ การยิงจรวด BM-21 ถือเป็นอาวุธสมัยใหม่ที่ควรใช้อย่างมีสติไม่ใช่ว่าจะถูกชี้เป้าไปที่พื้นที่สาธารณะของพลเรือนซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ

เหตุการณ์นี้ยังคงอยู่ในความสนใจของสื่อทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียกร้องด้านความปลอดภัยระหว่างประเทศ ให้มีมาตรการป้องกันกันท่าทางที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ร้ายแบบนี้เกิดขึ้นอีก

‘น้องหลิงหลิง’ กลายเป็นตัวแทนของชุมชนชายแดนที่ประสบความสูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว และการเล่าเรื่องราวส่วนตัวของเธอช่วยให้โลกเห็นภาพชัดเจนว่า การขัดแย้งของกองทัพนั้นก่อให้เกิดผลกระทบต่อบรรดาพลเมืองธรรมดาที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง จึงควรมีการจัดระบบเตือนภัยและการป้องกันล่วงหน้า เพื่อจำกัดความเสียหาย

  • ปั๊มน้ำมันถูกมองว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงหากไม่มีการจัดการที่ดี
  • จรวด BM-21 มีความรุนแรงมาก และสามารถทำลายพื้นที่ขนาดใหญ่ได้
  • บรรยากาศในท้องถิ่นหลังเกิดเหตุกลายเป็นตึงเครียดอย่างลึกซึ้ง

เหตุการณ์ ‘น้องหลิงหลิง’ เล่านาทีชีวิต ‘ทหารเขมร’ ยิงจรวด BM-21 ใส่ปั๊มน้ำมันทำคนตาย น่าจะเป็นบทสะท้อนสำคัญในการมองไปยังทิศทางความสัมพันธ์ของสองประเทศ รวมถึงความสำคัญในการเคารพ sovereignty ระหว่างกัน

ทุกการรายงานเหตุการณ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งให้ประชาชนระมัดระวังและเรียนรู้แนวทางการรับมือเมื่อความรุนแรงเกิดใกล้บ้านเรา หากมีคนเล็งเห็นความสำคัญด้านความปลอดภัยมากขึ้นเรื่อย ๆ เราอาจช่วยลดการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำได้

ที่มา – ‘น้องหลิงหลิง’ เล่านาทีชีวิต ‘ทหารเขมร’ ยิงจรวด BM-21 ใส่ปั๊มน้ำมันทำคนตาย

ซูโม่กิ๊ก ออกมาแสดงความเห็น กรณีเขมรยิงโรงพยาบาลแล้วมาขอให้ไทยรักษา

ซูโม่กิ๊ก ไม่ทน! กรณีเขมรยิงโรงพยาบาล แล้วมาขอให้ไทยช่วยรักษา

ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงตึงเครียดอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเมื่อไม่นานมานี้ กัมพูชาได้มีการยิงถล่มโรงพยาบาลและพื้นที่บ้านเรือนของชาวบ้านที่บริสุทธิ์จนทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล

เหตุการณ์ที่ทำเอาหลายคนถึงกับงง!

สิ่งที่ทำให้ประชาชนในสังคมรู้สึกทั้งโกรธและประหลาดใจก็คือ หลังจากกระทำการโจมตีแล้ว กัมพูชายังกล้าที่จะมายื่นขอความช่วยเหลือทางการแพทย์จากไทยอีก ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล

ซูโม่กิ๊ก แสดงความเห็นแรง! คิดด้วยส้นตีนข้างไหน?

หนึ่งในบุคคลที่ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาคือ “ซูโม่กิ๊ก” หรือ “เกียรติ กิจเจริญ” ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเขียนข้อความแรงๆ ว่า:

– ึงยิงโรงพยาบาล
-ู แล้วมาขอให้-ูรักษาพวก-ึง
-ูไม่ให้ -ึงบอกว่า-ูไม่มีน้ำใจ
-ึงคิดด้วยส้นตีนข้างไหนเนี่ย?? -ู…งง??

  • การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนจำนวนมากที่มองว่าการทำเช่นนี้เป็นการขัดกับหลักมนุษยธรรมอย่างรุนแรง และยังกล้าใช้หลักเดียวกันในการร้องขอความเมตตา
  • ชาวเน็ตจึงต่างพากันแซวกันในทำนองเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มีการแสดงความเห็นต่างๆ ทั้งในแง่ของความเป็นมนุษย์ และจริยธรรมการณ์รักษา

ไทยยังคงยึดหลักมนุษยธรรมในการรักษา

แม้ว่าความโกรธ และความไม่พอใจของประชาชนจะแรงกล้า แต่รัฐบาลไทย โดยเฉพาะสหภาพแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ยังยืนยันว่าจะช่วยเหลือรักษาผู้ป่วยทุกสัญชาติ โดยยึดหลักมนุษยธรรม ความรับผชอบทางจริยธรรม และสิ่งที่เป็นพื้นฐานของวิชาชีพอยู่เสมอ

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองระหว่างประเทศและจริยธรรมทางสังคม ซูโม่กิ๊ก ไม่ได้พูดเพียงมุมมองของตัวเอง แต่ยังสะท้อนเสียงของคนส่วนใหญ่ที่รู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีเหตุผล และส่อไปในทางที่ไม่เคารพชีวิตผู้อื่นโดยสิ้นเชิง

หากมองในมุมมองของการสื่อสารและจริยธรรม กรณีนี้อาจนำไปสู่การอภิปรายเรื่องการปฏิบัติตามหลักการระหว่างประเทศในขณะที่เกิดความขัดแย้ง การมีอยู่ของบุคคลที่ออกมาพูดกล่าวแบบไม่กั๊กแบบซูโม่กิ๊ก ทำให้เกิดการรับฟังและระดมความเห็นจากประชาชนวงกว้างได้อย่างดีทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การให้โอกาสช่วยเหลือผู้ป่วยจากอีกประเทศหนึ่งก็เป็นการแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ของสังคมไทย ที่แม้จะถูกโจมตี แต่ก็ยังเลือกที่จะให้อภัยและไม่ตัดสายสัมพันธ์ทิ้งไปเสียทีเดียว นั่นจึงเป็นบททดสอบของทุกภาคส่วนในประเทศไทยทั้งทางการเมือง สังคม ไปจนถึงระดับ masses ที่ต้องรับมือกับความรู้สึกตัวเองอย่างมีสติ

ภูมิธรรม เผย กำลังรอเคาะอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ลุยแก้ปมที่ดินเขากระโดง พร้อมย้ำการดำเนินการตามกฎหมาย

ภูมิธรรมเผย กำลังรอเคาะอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ลุยแก้ปมที่ดินเขากระโดง

เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับกระบวนการแต่งตั้งอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ว่าตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและวางแผนดำเนินการอย่างรอบคอบ ภายใต้การดูแลจากตัวเขาเอง เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาที่ดินเขากระโดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อธิบายสถานการณ์เยียวยาที่ดินเขากระโดงแบบชัดเจน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแผนการเยียวยาประชาชนที่ถือครองที่ดินในพื้นที่เขากระโดง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาอธิบดีกรมที่ดินยังไม่มีการดำเนินการที่ชัดเจน นายภูมิธรรมชี้แจงว่าเรื่องนี้ต้องมีความชัดเจนก่อนว่าผู้เกี่ยวข้องคือใครบ้าง และทุกอย่างจะต้องดำเนินการตาม กฎหมายละเมิด อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งและยืนยันความโปร่งใสในการจัดการทอ่ ดี

สมช. เตรียมดำเนินการลุยงบเยียวยาหนุนผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา

ในประเด็นของการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มีการพูดถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นายภูมิธรรมระบุว่าขณะนี้มีการสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการที่จำเป็นให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ก่อนจะมีการชี้แจงผลการตัดสินใจให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง

  • ประสานงานกับกรมที่ดินให้เร่งกระบวนการตรวจสอบสิทธิ์
  • จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ร่วม
  • ดำเนินการตามกฎหมายที่ตนเองยืนยัน

เตรียมแจ้ง ครม. กรณีนโยบายตัดไฟจาก กฟภ.

เมื่อสื่อถามถึงกรณีที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะตัดไฟใน 9 จุดที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกขายให้กัมพูชาหรือไม่นั้น รัฐมนตรีรายไว้ว่า ในวันอังคารที่ 5 สิงหาคม จะมีการนำประเด็นนี้เข้าหารือร่วมกับคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทุกส่วนสามารถดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะในจุดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและสิทธิ์แซ่ ลูกหลาน

มุมมองเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญต่อสถานการณ์ปมที่ดินเขากระโดง

ปัญหาที่ดินเขากระโดงไม่ได้มีเพียงแค่มิติทางกฎหมาย แต่ยังสะท้อนภาพรวมของ กระบวนการปลัดขั้นสิทธิ์ที่ดิน วิธีหนุนคนจน แบบกดต้นทุนชีวิต ของหลายหน่วยงานที่ต้องปรับตัวให้ประสานงานกันง่ายขึ้น เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้ไม่เกี่ยวข้องต้องเจ็บปวดจากกระบวนการที่ล่าช้าหรือไม่แน่ชัด

คำยืนยันจากนายภูมิธรรมในวันนี้ ถือเป็นสัญญาณออกมาจากกระทรวงมหาดไทยที่ให้ความสำคัญกับประเด็น ปมที่ดินเขากระโดง มากยิ่งขึ้น และถ้ายังคงมีการเดินหน้าตามแนวทางที่ชัดเจน จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นในระบบราชการของประเทศไทยฟื้นกลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน

ที่มา‘ภูมิธรรม’ เผย รอเคาะอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ลุยแก้ปมที่ดินเขากระโดง ย้ำ ดำเนินการตามกฎหมาย