ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ซาบาเลนกาเซ่นสาวสวิสเข้ารอบ 2 ยูเอส โอเพ่น

การแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมรายการใหญ่ “ยูเอส โอเพ่น” รอบแรก ที่สนามอัสตันการ์ตันในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ ถือเป็นฉากเปิดที่น่าติดตามของเหล่าแฟนกีฬา โดยเฉพาะเมื่อแชมป์เก่าและมือ 1 ของประเภทหญิงเดี่ยวอย่าง อาเรนา ซาบาเลนกา จากประเทศเบลารุส นำชุดเปิดตัวอย่างยอดเยี่ยม ด้วยการไล่ทุบ รีเบคกา มาซาโรวา จากสวิตเซอร์แลนด์ไปอย่างขาดลอย 2 เซต 比分 7-5, 6-1

ซาบาเลนกาเซ่นสาวสวิสเข้ารอบ 2 ยูเอส โอเพ่น

ผลการแข่งขันเป็นการยืนยันความแข็งแกร่งของ ซาบาเลนกา อย่างชัดเจน ที่สร้างแรงกดดันตั้งแต่เกมแรก ด้วยการเสิร์ฟที่แม่นยำและการรุกที่ไม่ให้อภัย มาซาโรวาเป็นฝ่ายตามลุ้นตลอดแมตช์จนจบเซตที่สองเพียงแค่ 35 นาที สะท้อนถึงฟอร์มที่แกร่งของมือหนึ่งอย่างแท้จริง

คู่แข่งหน้าใหม่รออยู่ในรอบ 2

จากชัยชนะดังกล่าว ซาบาเลนกาเตรียมพบกับ โปลินา คูเดอร์เมโตวา จากประเทศรัสเซีย ที่สามารถคว่ำ นูเรีย ปาร์ริซาส ดิอาซ จากสเปนได้ หลังคู่นี้ต้องขอยอมแพ้ก่อนเวลา เพราะ ดิอาซบาดเจ็บขณะเสมอกันอยู่ 2-2 เกมในเซตแรก

ในขณะเดียวกัน เอ็มมา ราดูคานู ก็ทำหน้าที่คลุมตาข่ายให้ดีไม่แพ้กัน โดยมือชนะเลิศปี 2021 บุกเอาชนะ เอนา ชิบาฮารา จากสหรัฐฯ ไปอย่างรวดเร็ว 2 เซต คะแนน 6-1, 6-2 และจะได้พบกับ ยานีซ เจน จากอินโดนีเซีย มือ 149 ของโลก ที่สร้างความประหลาดใจด้วยการพลิกล็อกเอาชนะ เวโรนิกา คูเดอร์เมโตวา มือ 24 จากรัสเซีย ไปได้ 6-4, 4-6, 6-4

ผลการแข่งขันคู่อื่นๆ ที่น่าจับตามอง ได้แก่

  • เลย์ลาห์ เฟร์นานเดซ (มือ 31 จากแคนาดา) เอาชนะ รีเบคกา มาริโน 6-1, 6-1
  • อเล็กซานดรา เอียลา (ฟิลิปปินส์) ชนะ คลารา เทสสัน (มือ 14 จากเดนมาร์ก) 6-3, 2-6, 7-6 (13-11)

ในประเภทชายเดี่ยว รอบแรกก็มีคู่สำคัญที่น่าสนใจเช่นกัน อย่าง

  • เบน เชลตัน (มือ 6 จากสหรัฐฯ) ชนะ อิกนาซิโอ บูเซ (เปรู) 6-3, 6-2, 6-4
  • ยาคุบ เมนซิค (มือ 16 จากเช็ก) ชนะ นิโกลัส ฮาร์รี (ชิลี) 7-6 (7-5), 6-3, 6-4
  • เทย์เลอร์ ฟริตซ์ (มือ 4 จากสหรัฐฯ) ชนะ เอมิลิโอ นาวา (สหรัฐฯ) 7-5, 6-2, 6-3

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าฟอร์มการเล่นของผู้เล่นระดับโลกในรอบนี้ดีมาก คาดว่าในรอบที่ใกล้เข้ามา แฟนกีฬาจะได้เห็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและความตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น อย่าลืมติดตามผลการแข่งขันอย่างใกล้ชิด เพื่อเชียร์นักกีฬาที่คุณชื่นชอบกันในทุกแมตช์ แล้วคุณล่ะ มีใครเป็นไอดอลที่รอชิงแชมป์ในครั้งนี้?

ที่มา – “ซาบาเลนกา” สอนเชิงสาวสวิสฉลุยรอบ 2 ยูเอส โอเพ่น

รวบ ‘แอดมิน’ แอปเงินกู้เถื่อน ‘เงินมีความสุข’ รีดดอกโหดร้อยละ 3,197 ต่อปี

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุม แอดมินแอปเงินกู้เถื่อน “เงินมีความสุข” ซึ่งดำเนินธุรกิจให้กู้ยืมเงินนอกกฎหมาย โดยคิดดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 3,197 ต่อปี จนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้กู้หลายราย

รวบ ‘แอดมิน’ แอปเงินกู้เถื่อน ‘เงินมีความสุข’ รีดดอกโหดร้อยละ 3,197 ต่อปี

จากการสืบสวนของ พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. และ พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รอง ผกก.5 บก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ. พบว่านางวิลาวัลย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.912/2568 ลงวันที่ 26 มิถุนายน เกี่ยวข้องกับการบริหารงานแอดมินแอป “เงินมีความสุข” ซึ่งเป็นแอปให้กู้ยืมเงินเถื่อน

เจ้าหน้าที่จับกุมนางวิลาวัลย์ได้ในพื้นที่ บริเวณถนนหมู่ 12 ตำบลธารเกษม อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี หลังจากได้รับรายงานจากผู้เสียหายหลายรายว่าได้รับความเดือดร้อนจากการใช้งานแอป “เงินมีความสุข” ซึ่งคิดดอกเบี้ยรวมสูงถึงร้อยละ 3,197.40 ต่อปี

แอปสุดโหดเรียกเก็บดอกเบี้ย

การกู้เงินผ่านแอป “เงินมีความสุข” นั้นไม่ใช่แค่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมวัวป่าเท่านั้น แต่ยังบีบคั้นผู้กู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยแบบดอกลอยสูงถึง ร้อยละ 8.76 ต่อวัน หรือเกือบ 3 เท่าของเงินต้นภายในเวลาเพียงเดือนเดียว หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ตรงเวลา ทางแอปจะโทรศัพท์ทวงหนี้ถึงบุคคลใกล้ชิดของผู้กู้อย่างรุนแรง

จากการติดตามตรวจสอบ ประเด็นแอดมินแอปดังกล่าวเป็นการดำเนินการโดยกลุ่มขบวนการที่มีฐานดำเนินธุรกิจอยู่ในพื้นที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยมี ‘บอสชาวจีน’ เป็นหัวหน้า และใช้ชาวไทยเป็น แอดมินแอป ในการโปรโมตและดึงดูดลูกค้า โดยนางวิลาวัลย์ให้การว่าตัวเองเคยไปทำงานในลักษณะนี้ ได้รับค่าตอบแทน 5,000 บาทต่อบัญชี

  • แอดมินแอป: นางวิลาวัลย์ อายุ 44 ปี
  • อัตราดอกเบี้ย: สูงถึง 3,197% ต่อปี
  • กลุ่มขบวนการอยู่ที่: ประเทศไทย-กัมพูชา
  • จำนวนเงินหมุนเวียน: กว่า 120 ล้านบาทต่อเดือน

เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาตามเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และขอหมายจับจากศาลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด

ปัจจุบัน นางวิลาวัลย์ถูกนำตัวส่งพงส.กก.5 บก.ปอศ. เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป ในขณะที่แอป “เงินมีความสุข” ก็ยังถูกติดตามสอบสวนเพื่อดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องในวงกว้างต่อไป

เรื่องเช่นนี้เตือนว่าผู้ใช้งานควรระมัดระวัง หากเจอกับแอปให้กู้เงินที่ให้เงื่อนไขดีเกินไป อาจเสี่ยงต่อถูกโกงหรือครอบครองหนี้ที่คิดดอกเบี้ยแบบหนักหน่วง

ที่มา – รวบ ‘แอดมิน’ แอปเงินกู้เถื่อน ‘เงินมีความสุข’ รีดดอกโหดร้อยละ 3,197 ต่อปี

เกษตรกรสวนพริกโอด อพยพหนีตาย 15 วัน กลับมาพริกตายเรียบ ขาดทุนย่อยยับ!

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชาในบริเวณแนวชายแดน ทำให้ประชาชนใน อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ต้องอพยพหนีกระสุนปืนใหญ่เพื่อความปลอดภัย โดยอยู่ในศูนย์พักพิงเป็นเวลาถึง 15 วัน จนความสงบสุขได้กลับมาในที่สุด

เกษตรกรสวนพริกโอด อพยพหนีตาย 15 วัน

ชาวบ้านในพื้นที่ที่ปลูกพืชผักเพื่อประกอบอาชีพ เช่น สวนแตงโม สวนฟักทอง สวนถั่วฝักยาว และสวนพริก ต้องประสบกับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีผู้ดูแลแปลงเพาะปลูกเป็นเวลาหลายวัน ทำให้ผลผลิตที่กำลังจะเก็บเกี่ยวเสียหายหมด

พริกตายเรียบ ขาดทุนย่อยยับ

นางสาวอาทิตยา มั่งคั่ง อายุ 40 ปี ชาวบ้านตำบลจีกแดก เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เธอเลี้ยงชีพจากการปลูกพริกในแปลงขนาด 1 ไร่ 3 งาน ซึ่งปกติจะปลูกพริกหมุนเวียนเป็นรุ่น ๆ โดยเก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี

พริกในแปลงนี้เพิ่งจะเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวรอบที่ 3 จากทั้งหมด 5 รอบ เมื่อเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 24 กรกฎาคม ก็ต้องอพยพทันที และไม่สามารถกลับมาดูแลแปลงได้จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม

“เมื่อกลับมาแปลงพริกก็แห้งตายหมดเลย” นางสาวอาทิตยาเล่า “พริกในแปลงนี้มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 5 เดือน คาดว่าจะได้ผลผลิตรวมประมาณ 5 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 50,000 บาท ที่ราคาตลาดปัจจุบันที่ 50 บาทต่อกิโลกรัม”

ที่น่าเป็นห่วงคือ การหายไปของประชาชนในช่วงเวลาวิกฤต ทำให้ผลผลิตที่เหลือจากการดูแลประจำวันถูกทิ้งไว้ให้ถูกแดดเผาและขาดน้ำจนหยุดการเจริญเติบโต จนในที่สุดก็ พริกตายเรียบ ทั้งแปลง

  • 15 วัน ที่เกษตรกรต้องอพยพหนีตาย
  • พริกตายเรียบ เนื่องจากขาดการดูแล
  • ผลผลิตที่สูญหาย มูลค่ากว่า 50,000 บาท
  • ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือหรือเยียวยา

ไม่เพียงแค่การสูญเสียทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นภาระทางจิตใจที่หนักหน่วง สำหรับเกษตรกรที่มองผลผลิตที่พวกเขาทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ กลับกลายเป็นลมหายไปเพราะสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

ขณะนี้นางสาวอาทิตยาเผยว่า ต้นกล้าพริกที่เตรียมไว้เพื่อปลูกภายหลังก็ตายไปทั้งหมด และสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงไม่มั่นคง จึงต้องพักการเพาะปลูกไปก่อน โดยหวังว่าในอนาคตจะมีการช่วยเหลือจากภาครัฐหรือองค์กรพันธมิตรที่เข้ามายกระดมความช่วยเหลือให้กับ เกษตรกรสวนพริกโอด เหล่านี้

ในช่วงเวลาเช่นนี้ เรื่องของความมั่นคงและความปลอดภัยต้องมาก่อนรายได้ แต่หนทางของเกษตรกรผู้ใช้ชีวิตอยู่กับแปลงเพาะปลูก ต้องใช้ความเสี่ยงและเตรียมตัวให้สูง เพราะ “การขาดทุนย่อยยับ” อาจกลายเป็นแรงกดดันทางการเงินหลายปีได้

ทั้งนี้ ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนเข้ามาเยียวยาความเสียหายในพื้นที่อย่างเป็นทางการ ทำให้เกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาอย่างโดดเดี่ยว

ทางอาชญากรรมมิได้เกิดขึ้นเพียงทางร่างกายเท่านั้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นซึ่งเกษตรกรต้องแสดงออกอยู่ในทุก ๆ วัน อาจกลายเป็นหายนะต่อเนื่องยาวนานกว่าสงครามที่จบลงไป

เกษตรกรสวนพริกโอด อพยพหนีตาย 15 วัน กลับมาพริกตายเรียบ ขาดทุนย่อยยับ! แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในพรมแดนไม่ได้กระทบแค่คนเพียงไม่กี่ราย แต่มันมากระทบการดำรงชีวิตของทั้งหมู่บ้าน ทั้งชุมชน ทั้งจิตใจและความเป็นอยู่ของมนุษย์

หากคุณเห็นปัญหานี้แล้วรู้สึกห่วงใย เรามาเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงให้เกษตรกรพื้นที่ชายแดนได้ด้วยการสนับสนุนด้านข้อมูลสนับสนุนด้านความช่วยเหลือจากองค์กร มีความรับผิดชอบต่อประชาคม และหวังว่าเครือข่ายความร่วมมือจะเริ่มขึ้นจากที่นี่

ที่มา – เกษตรกรสวนพริกโอด อพยพหนีตาย 15 วัน กลับมาพริกตายเรียบ ขาดทุนย่อยยับ!

หวิดดับ! กู้ภัยช่วยหนุ่มใหญ่ตกบ่อบาดาลร้าง

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ศูนย์วิทยุกู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี ได้รับแจ้งจากนางวนิดา บุญกว้าง อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ.วังปลาฝา ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งพลัดตกบ่อน้ำบาดาลร้าง ซึ่งเป็นบ่อลึกกว่า 12 เมตร ทำด้วยท่อคอนกรีต 14 ท่อ โดยเหตุเกิดขึ้นกับนายอ๊อด อายุ 50 ปี ผู้ไปเก็บเห็ดในป่าในวันดังกล่าว

หวิดดับ! กู้ภัยช่วยหนุ่มใหญ่ตกบ่อบาดาลร้าง

จากข้อมูลที่ได้รับ นายอ๊อดตกลงไปในบ่อประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนที่จะได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ส่งผลให้บรรยากาศในบ่อลดลงอย่างรวดเร็ว บางครั้งแม้ไม่มีน้ำขัง แต่อากาศในบ่อสามารถทำให้ขาดสติได้หากไม่ได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที

วิธีการกู้ภัยอย่างปลอดภัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงในการเข้าช่วยเหลือนายอ๊อด โดยการส่งเจ้าหน้าที่พร้อมถังออกซิเจนลงไปช่วยเหลือพร้อมทั้งระงับอารมณ์ของผู้บาดเจ็บด้วยการพูดคุยสอบถามอาการอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือต้องเปิดพ่นออกซิเจนให้กับผู้บาดเจ็บเพื่อช่วยให้หายใจสะดวกในขณะที่ระบบช่วยเหลือดำเนินการ

เมื่อนายอ๊อดถูกช่วยเหลือขึ้นมาได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พบว่าเขามีบาดแผลถลอกที่แขนและอาการปวดหลังเล็กน้อย ก่อนจะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลอุดรธานีเพื่อรับการตรวจอย่างละเอียด

  • อุบัติเหตุบ่อยครั้งเกิดจากความประมาท ในการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง เช่น บ่อเก่า หรือป่าลึก
  • การมีเพื่อนไปด้วยเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยดูแลและสามารถขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที
  • การแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ควรทำทันทีเมื่อพบเหตุการณ์เพื่อเพิ่มโอกาสความปลอดภัย

นางวนิดา ผู้ใหญ่บ้าน ยังได้กล่าวขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกฝ่ายที่ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างมืออาชีพและช่วยให้เหตุการณ์จบลงด้วยดี โดยฝากเตือนประชาชนที่ไปหาของป่าหรือเล่นในพื้นที่ป่าเขาให้ระมัดระวังอันตรายจากบ่อที่อาจไม่ได้มีน้ำเสมอไป บางครั้งแค่ความลึกและความจำกัดของอากาศก็อาจเป็นภัยร้ายได้

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญทั้งกับผู้เกี่ยวข้องและชุมชนโดยรอบว่า ธรรมชาติแม้จะดูสงบ แต่ก็แฝงไปด้วยอันตรายแฝงที่เราอาจมองข้ามได้ง่าย เป็นการดีหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันรณรงค์สร้างความตระหนักในเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง

หากคุณหรือคนรอบข้างมีแผนจะเข้าป่า ขอให้เตรียมตัวอย่างพร้อม ใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่อาจช่วยชีวิตได้ในวันที่เกิดอุบัติเหตุ

ที่มา – หวิดดับ! กู้ภัยช่วยหนุ่มใหญ่ออกหาเก็บเห็ด ตกบ่อบาดาลร้างลึก แทบไร้อาการหายใจ

“ผีแดง” บุกเสมอ “เจ้าสัวน้อย” ยังไม่ได้ชัยชนะนัดแรก

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกมน่าจับตาอีกหนึ่งคู่ เมื่อ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด บุกไปเยือน “เจ้าสัวน้อย” ฟูแลม ที่สนาม คราเวน ค็อตเทจ แต่สุดท้ายกลับทำได้แค่เสมอ 1-1 ยังไม่สามารถคว้าชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลนี้ได้

“ผีแดง” บุกเสมอ “เจ้าสัวน้อย” แต่ยังไม่ได้ชัยชนะนัดแรก

เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นได้อย่างแซ่บ มีโอกาสได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นเกม นาทีที่ 3 เมื่อ มาเตอุส กุนญา ได้ลองจ่ายบอลเข้าเขตโทษก่อนจะแปเรียดชนเสาแบบน่าเสียดาย

ต่อมามาถึงนาทีที่ 38 “ผีแดง” ได้ลุ้นกว่าเดิม เมื่อได้โอกาสลุ้นจุดโทษ แต่ พลาดอย่างน่า扼腕 เมื่อบรูโน แฟร์นันด์ส เปิดมุมซัดข้ามคานแบบไม่มีลุ้น เป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลต้องถอนหายใจพร้อมกัน

ลูกลิเบอรัลยิงเอง เปิดฉากชัยให้ “ผีแดง”

เข้าสู่ครึ่งหลัง นาทีที่ 58 แมนฯ ยูไนเต็ด พังประตูขึ้นนำสำเร็จ ลูกเตะมุมจากฝั่งซ้ายของ ไบรอัน เอ็มเบอโม ส่งไปชนเสา และหลังจากนั้นบอลไปชนตัวของ โรดรีโก มูนิช ดาวยิงฟูแลม เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง ทำให้ “ผีแดง” ขึ้นนำไปก่อน 1-0

แม้จะได้ประตูขึ้นนำ แต่ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแลม ยังไม่ยอมแพ้ ยังมีสู้ชิ้นสู้แผ่นด้วยการเปลี่ยนตัวเล่นอย่างเข้มข้น และดวงจันสูง ในนาทีที่ 73 ได้ประตูตีเสมอจาก เอมิล สมิธ-โรว์ มิดฟิลด์ตัวสำรอง เรียกความมันส์ต่อทั้งสนาม จบเกมด้วยสกอร์ 1-1

แม้ “ผีแดง” จะทำผลงานได้ดีขึ้นจากนัดเปิดฤดูกาล แต่ความเหนียวแน่นของฟูแลมก็เป็นฝ่ายมีบททดสอบไม่น้อย ทำให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดยังคงไม่สามารถคว้าชัยชนะแรกของฤดูกาลนี้ได้ ทำให้ตอนนี้ “ผีแดง” มี 1 แต้มจาก 2 นัดแรก ส่วนฟูแลม มี 2 แต้ม ตีเสมอทิพย์โซนกลางตาราง

การเริ่มต้นช้าของ “ผีแดง” แน่นอนเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองระมัดระวัง เพราะความคาดหวังของบรรดาแฟนบอลยังคงสูง แต่ผลงานในสนามกลับยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร ต้องมาลุ้นกันต่อว่านายใหญ่หลังเกมจะมีการปรับตัวอย่างไร

ทั้งนี้แฟนบอลควรให้ความสนใจต่อเนื่องและรอชม “ผีแดง” กลับมาแข็งแกร่งในเกมต่อไป ที่ได้เล่นในศึกทั้งลีก และถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก หากคุณเป็นแฟนของทีมดังจากเมืองผู้ดี ห้ามพลาด!

ที่มา – “ผีแดง” บุกเจ๊า “เจ้าสัวน้อย” ยังปลดล็อกชัยชนะนัดแรกไม่สำเร็จ

ไรเดอร์ส่งผิด ‘ปูนึ่ง’ เจ้าของบ้านฉุนยกพวกตื้บ 2 คนเจ็บ

เหตุการณ์ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาดเล็กๆ ของไรเดอร์ที่ส่งอาหาร “ปูนึ่ง” ไปผิดที่ ก่อให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นจนกระทั่งมีผู้บาดเจ็บจากความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน 2 ราย ที่พักอาศัยในย่านเขาโล บางละมุง จ.ชลบุรี

ไรเดอร์ส่งผิด ‘ปูนึ่ง’ เจ้าของบ้านฉุนยกพวกตื้บ 2 คนเจ็บ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. เวลาประมาณ 19.30 น. กล้องวงจรปิดได้จับภาพกลุ่มคนจีนและคนไทยรวมกว่า 10 คน บุกเข้าทำร้ายผู้อยู่อาศัยภายในบ้านหรูแห่งหนึ่ง หลังถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดที่ว่าบ้านนี้คือที่อยู่ของผู้สั่งอาหาร

ต้นตอของเหตุการณ์เกิดจาก “ไรเดอร์ส่งผิด” อาหารจีนดังกล่าวเป็น “ปูนึ่ง” ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 4,000 กว่าบาท หลังไรเดอร์นำส่งบ้านหลังดังกล่าว แต่คนในบ้านที่ได้รับกลับคิดว่าเป็นอาหารที่สั่งเองและได้กินไปหมดเกลี้ยง

เพื่อนบ้าน怒怼引发冲突

เมื่อเจ้าของบ้านที่เป็นฝ่ายสั่ง “ปูนึ่ง” มารับทราบว่าอาหารถูกส่งผิดไปแล้วจึงเดินมาทวงที่บ้านพักของผู้เช่าชาวจีน ซึ่งก่อให้เกิดเรื่องทะเลาะ กระทั่งพูดจาไม่เหมาะสมจนผู้เสียหายโทรแจ้งลูกชาย ทำให้กลุ่มคนจีนและคนไทยมาเป็นหมู่คณะเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

แต่ทว่าบรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้น เมื่อพูดคุยกันไม่ลงรอยกัน สุดท้ายลุกลามเป็นการใช้กำลังทำร้ายร่างกายจนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่ นายมาร์ ตู่ อายุ 34 ปี ชาวจีน และคนสวนรายหนึ่ง ซึ่งทั้งสองได้ถูกรพ.นำตัวไปรักษาตัวอย่างเร่งด่วน

ภายหลัง เจ้าของบ้านได้มอบหมายให้คนในบ้านเข้าแจ้งความที่ สภ.หนองปรือ น.สพ.ได้ดำเนินการประสานงานจนมีผู้ต้องสงสัยเดินทางมามอบตัว 1 ราย คือ นายวันชัย อายุ 45 ปี เป็นชาวไทยซึ่งดูแลสวนให้กับบ้านหลังเกิดเหตุ

ทั้งนี้ นายวันชัยเปิดเผยว่า เดิม “อาม่า” หรือคุณยายของเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวได้สั่ง “ปูนึ่ง” มูลค่ารวมกว่า 4,000 บาท ผ่านแอปฯ ของร้านอาหารจีน แต่ไรเดอร์ไม่ได้ส่งไปที่บ้านจริง

ตำรวจยังไม่ปิดคดี

  • กล้องวงจรปิดระบุให้เห็นภาพผู้เข้าทำร้ายถึง 10 ราย
  • ผู้ต้องสงสัยอาสาเข้ามอบตัว เพียงรายเดียว
  • เจ้าหน้าที่เร่งประสานให้ที่เกี่ยวข้องเข้ามามอบตัว

พ.ต.ท.ธนา วิเศษชัย รอง ผกก.สืบสวน สภ.หนองปรือ กล่าวว่า ขณะนี้นักสืบได้ขึ้นบันทึกประวัติผู้มอบตัว และยังไม่มีการฟ้องร้อง เนื่องจากเชื่อว่ายังมีคนอื่นเกี่ยวข้อง จึงขอประสานให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาเคลียร์ข้อเท็จจริง และดำเนินคดีต่อไป

กรณีนี้ถือว่าเป็นตัวอย่างเตือนใจของหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการด้านอาหารออนไลน์ หรือผู้บริโภค ที่ควรตรวจสอบให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพราะความเข้าใจผิดเพียงครั้งเดียวก็อาจพัฒนาเป็นความรุนแรงที่ไม่อาจควบคุมได้

หากคุณเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ อย่าคาดคะเนเพียงผิวเผิน เพราะการสำนึกถึงรัฐกฎหมายเป็นหน้าที่และสิทธิของเราทุกคน

ที่มา – ไรเดอร์ส่งผิด! เพื่อนบ้านกิน “ปูนึ่ง” ราคา 4 พันเกลี้ยง ฉุนปากแจ๋ว ยกพวกรุมตื้บเจ็บ 2

ระทึก! สิบล้อวิ่งลงเขาลมเบรกหมด ใช้ประสบการณ์หยุดรถ รอดหวุดหวิด

เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นบนถนนสาย 108 บริเวณตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อรถบรรทุกสิบล้อคันหนึ่งวิ่ง失控 ลงเขาอย่างรวดเร็วเนื่องจากเบรกขาด จนต้องใช้ประสบการณ์ของคนขับในการหักหัวรถเข้าข้างทางเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายใน ระทึก! สิบล้อวิ่งลงเขาลมเบรกหมด ใช้ประสบการณ์หยุดรถ รอดหวุดหวิด นี้

ระทึก! สิบล้อวิ่งลงเขาลมเบรกหมด ใช้ประสบการณ์หยุดรถ รอดหวุดหวิด

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ชีพกู้ภัยแม่สะเรียง พร้อมด้วยอุปกรณ์ตัดถ่าง ได้รีบเข้าให้ความช่วยเหลือคนขับรถบรรทุก หมายเลขทะเบียน 70 – 2325 จังหวัดลำพูน ซึ่งประสบอุบัติเหตุชนเนินเขาบริเวณกิโลเมตรที่ 175-176 ของถนนสาย 108 ก่อนถึงปากทางบ้านป่าจี้ล่าง คู่กับตำบลแม่เหาะ

จากการประเมินสถานการณ์ คนขับและผู้โดยสารหนึ่งราย ซึ่งเดินทางมากับรถคันดังกล่าว ติดอยู่หน้ารถเป็นเวลานานกว่า 30 นาที ก่อนที่ทีมช่วยเหลือจะสามารถนำพวกเขาออกจากสภาพอันตรายได้อย่างปลอดภัย

ประสบการณ์ช่วยชีวิต

จากคำให้การของ นายสมบูรณ์ ผู้ที่เดินทางกับรถคันดังกล่าว เผยว่า รถบรรทุกคันนี้เดินทางจากจังหวัดกาญจนบุรี มีจุดหมายปลายทางคืออำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อขนส่งปุ๋ยไปส่งร้านค้าในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม คนขับซึ่งเพิ่งเดินทางไปเส้นทางดังกล่าวเป็นครั้งแรก ได้แจ้งว่าเบรกไม่ทำงานระหว่างที่รถวิ่งลงเนินเขา

นายสมบูรณ์เล่าว่า เมื่อรถเริ่มถ่ายโอนความเร็วและไม่สามารถหยุดได้ เขาจึงพยายามกระโดดลงจากรถเพื่อช่วยหนุนล้อ แต่ก็ไม่สามารถหยุดรถได้ รถบรรทุกจึงไหลลงไปตามทางลาดชันอย่างรวดเร็ว จนคนขับตัดสินใจใช้ประสบการณ์ในการพวงหัวรถเข้าหาขอบทาง พาชีวิตทั้งคู่ผ่านพ้นจากเหตุการณ์อันตรายใน ระทึก! สิบล้อวิ่งลงเขาลมเบรกหมด ใช้ประสบการณ์หยุดรถ รอดหวุดหวิด นี้

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สะเรียง
  • เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง
  • เจ้าหน้าที่ชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.แม่เหาะ
  • หน่วยจุดตรวจแม่เหาะ

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เผยว่า ทีมช่วยเหลือต่างร่วมมือกันอย่างสุดความสามารถ โดยทุกฝ่ายมุ่งเน้นในการดูแลผู้ประสบเหตุและจัดการจราจรในพื้นที่ ทำให้สามารถบรรเทาสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่กดดันและเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ผลลัพธ์ก็คือความปลอดภัยของทั้งผู้ขับและผู้ร่วมเดินทาง

กรณีนี้提醒 เตือนให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะรถขนส่งขนาดใหญ่ที่วิ่งบนเส้นทางที่มีลักษณะเป็นทางลาดชันอย่างถนนสาย 108 ซึ่งหากไม่มีการบำรุงรักษาระบบเบรกอย่างสม่ำเสมอ อาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่อาจคาดคิดได้

อย่าลืมตรวจสอบสภาพรถทุกครั้งก่อนออกเดินทาง และใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้โดยสารบนท้องถนน ประสบการณ์บางอย่างอาจช่วยชีวิตคุณได้ในวันที่คุณคาดไม่ถึง

ที่มา – ระทึก! สิบล้อวิ่งลงเขาลมเบรกหมด ใช้ประสบการณ์หยุดรถ รอดหวุดหวิด

“ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เด็ดปีก “นางนวล” ฉลองสังเวียนเหย้าแห่งใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมน่าสนใจอีกหนึ่งคู่ที่ดึงดูดสายตาแฟนบอลคือการพบกันระหว่าง “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านรังใหม่ ฮิลล์ ดิคกินสัน สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน หรือ “นางนวล” ซึ่งเป็นทีมที่กำลังลุยหาตำแหน่งในลีกอย่างหนัก

“ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” กลับมาฉลองแบบยิ่งใหญ่ในรังใหม่

การย้ายมาเล่นในสแตเดียมแห่งใหม่นี้ ถือเป็นสิ่งที่ “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน นั้นตั้งหน้าตั้งตารอคอยมานาน เกมนี้เลยกลายเป็นโอกาสทองในการเปิดตัวรังเหย่าหลังใหม่อย่างยอดเยี่ยม ทีมได้เปิดฉากการแข่งขันด้วยความมุ่งมั่นสูง และกลับมาเก็บชัยชนะได้อย่างสุดยอดเหนือ “นางนวล” ไบรท์ตัน 2-0

เริ่มต้นเกมเดือด เอฟเวอร์ตันขึ้นนำก่อนในนาที 23

ช่วงต้นเกม ทั้งสองทีมออกสตาร์ทกันแบบไม่มีใครยอมใคร แต่เป็น เอฟเวอร์ตัน ที่ฟอร์มรุกเฉียบขาดกว่า เมื่อ แจ็ค กรีลิช เปิดบอลมาให้ อิลิมาน เอ็นดิอาย ดวลเข้าประตูอย่างสวยงาม ช่วยให้ “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” ออกนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 23 ยิงกระตุ้นความมั่นใจของทัพเจ้าบ้านได้อย่างดีเยี่ยม

ครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันบุกต่อไม่ยั้ง

หลังจากพักครึ่งแรกที่จบสกอร์ต่างกัน ครึ่งหลังของเกม “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” พลิกโผมุมมองของเกม พวกเขาไม่ตั้งใจจะปล่อยชัยชนะให้พาไปเพราะน้ำขึ้นจากนาทีที่ 52 แจ็ค กรีลิช ไหลบอลให้ เจมส์ การ์ดเนอร์ ที่อยู่นอกกรอบสังหารอย่างแม่นยำ เป็นประตูที่สองของทีม ขยายความได้เป็น 2-0

แม้ไบรท์ตันจะได้โอกาสทวงคืนสกอร์จากจุดโทษในนาทีที่ 77 แต่ การยิงของแดนนี เวลเบ็ค กลับไม่ตรงเป้า ทำให้โอกาสของ “นางนวล” ตีไข่แตกพังเปล่า เกมนี้ “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เล่นได้ครอบครอง มีการควบคุมจังหวะและไม่ปล่อยโอกาสให้ขุนพลทีมเยือนได้ทวงคืน

มาถึงบ้านใหม่ กับบรรยากาศสุดพิเศษ

ในวันนี้ เอฟเวอร์ตัน ไม่ได้แค่บุกสู่วิคตอรี่ แต่ยังฉลอง “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” ได้อย่างอลังการในรังเหย่าอันล้ำค่าแห่งใหม่ ฮิลล์ ดิคกินสัน สเตเดียม สะท้อนความภาคภูมิใจของทั้งสโมสรและแฟนบอล สถานที่แห่งใหม่นี้เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจสำหรับนักเตะให้สู้เผชิญหน้ากับความท้าทาย และความหวังในการลุยสู่สูงสุดของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้

หลังจากผ่าน 2 เกมแรก “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เก็บ 3 แต้มจาก 2 นัดอยู่ที่อันดับ 8 ส่วน “นางนวล” ไบรท์ตัน มี 1 แต้ม รั้งตำแหน่งที่ 17 จากทั้งหมด 20 ทีม นอกจากนี้ คู่อื่นๆ อย่าง คริสตัล พาเลซ เสมอ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-1

“ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” กลับมาอย่างมีสไตล์ กล้าหาญ และเต็มพลัง ทั้งที่สนามแห่งใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความโชว์บนสังเวียน แต่ยังเป็นการเริ่มต้นของแรงฝันที่ยิ่งใหญ่ แฟนบอลร่วมถกถางหนุน ครั้งนี้ เอฟเวอร์ตันเป็นทีมที่มีศักยภาพและพลังผลักดันอย่างแท้จริง

ที่มา – “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เด็ดปีก “นางนวล” ฉลองสังเวียนเหย้าแห่งใหม่

ผบ.ทอ. เผย เตรียมเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน 25 ส.ค. 68

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เวลา 14.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศสวีเดน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้เปิดเผยว่า กองทัพอากาศไทยเตรียมจะทำการลงนามสัญญาซื้อขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนในวันที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีทั้งทางฝ่ายไทยและฝ่ายสวีเดนเข้าร่วม และมี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย เป็นพยานในการลงนาม

เตรียมเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน 25 ส.ค. 68

การจัดซื้อครั้งนี้จะดำเนินการในรูปแบบของข้อตกลงแบบจีทูจี (G2G) ระหว่างทางการทหารของไทยกับ FMV (องค์การบริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทางทหารของสวีเดน) อีกทั้งยังมีการลงนามกับบริษัท Saab รายใหญ่ของสวีเดน ภายใต้ข้อตกลงออฟเซ็ต พอลิซี่ ซึ่งกองทัพอากาศไทยมองว่าการได้รับเครื่องบินกริพเพนเข้ามาจะช่วยเสริมศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศ และเป็นการทดแทนเครื่องบินรุ่นเก่าอย่าง F-16 ที่ใช้ในกองบิน 1 โคราช

การเปลี่ยนแปลงในกองบินไทย

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบหลังจากที่กองทัพอากาศได้เครื่องบินขับไล่กริพเพนเข้ามาใช้งาน ผู้บัญชาการทหารอากาศกล่าวว่า แม้ขนาดของกองบินอาจเล็กลง แต่ประสิทธิภาพของกองทัพอากาศจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการทำงานของเราอาศัยคุณภาพมากกว่าปริมาณ การใช้งานเครื่องบินรุ่นใหม่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในแง่ของความสามารถในการปฏิบัติภารกิจและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

  • กริพเพนช่วยเพิ่มความสามารถในการป้องกันทางอากาศ
  • ส่วนช่วยยกระดับเทคโนโลยีภายในประเทศผ่านข้อตกลงออฟเซ็ต
  • เพิ่มโอกาสในการสร้างแรงงานที่มีทักษะสูง

นอกจากนี้ เตรียมเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน 25 ส.ค. 68 นี้ยังถือว่าเป็นภาพสะท้อนถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศไทยกับสวีเดน ที่เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการจ้างงานแบบมีสกิล และช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศให้มีขีดความสามารถที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่คนไทยสร้างขึ้นมา เช่นผ้าไทยสุรินทร์ลายแม่ย่านางกริพเพน ก็ถือเป็นกำลังใจที่ดีเยี่ยมแก่นักบินและกำลังพลกองทัพอากาศที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตย์ของชาติ หากเทียบกับกองบินอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น 21, 23 เครื่อง F-5, เครื่อง Alpha Jet และเครื่องบินรุ่นอื่นๆ การเตรียมตัวของกองทัพอากาศมีความเข้มแข็งและพร้อมเสมอภายใต้กรอบกฎหมายสากล

การซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนายุทธภัณฑ์ทางทหารของไทยในทิศทางใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นความได้เปรียบเชิงคุณภาพสูงกว่าเดิม ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและการต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ ทำให้กองทัพอากาศมีความพร้อมในการรักษาเสถียรภาพของชาติอย่างยั่งยืน

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารด้านความมั่นคงและเทคโนโลยีการป้องกันของประเทศไทย การเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินกริพเพนในครั้งนี้เป็นประเด็นที่คุณไม่ควรพลาด

ที่มา – ผบ.ทอ. เผย เตรียมเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน 25 ส.ค. 68

สส.บึงกาฬ จี้รัฐสร้างสนามกีฬา งบ 90 ล้าน 10 ปีมีแค่รั้ว

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายสยาม เพ็งทอง ส.ส.จังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการสร้าง สนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่ปี 2558 ที่ได้รับงบประมาณกว่า 90 ล้านบาท เพื่อสร้างสนามกีฬาในพื้นที่ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ

สส.บึงกาฬ จี้รัฐสร้างสนามกีฬา งบ 90 ล.

จากข้อมูลระบุว่า เงินจำนวน 90 ล้านบาทที่ถูกจัดสรรไว้สำหรับการก่อสร้าง สนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นั้น กลับไม่ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านมา 10 ปี ที่ทุกคนต้องเสียดายกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีแต่รั้วเก่าและโครงสร้างพังๆ ประชาชนในพื้นที่เริ่มเกิดความผิดหวัง เนื่องจากโครงการที่เคยให้ความหวังกลับกลายเป็นพื้นที่รกร้าง

ผลกระทบต่อเยาวชนจังหวัดบึงกาฬ

นายสยาม กล่าวว่า แนวคิดของการมี สนามกีฬาในจังหวัดบึงกาฬ ไม่ได้หมายถึงการส่งเสริมด้านกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างงานสร้างรายได้ สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาระดับจังหวัดและระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนและนักกีฬาท้องถิ่นที่มีความสามารถ แต่ขาดเวทีในการแสดงศักยภาพ การมีสนามจริงจังจะช่วยสนับสนุนให้พวกเขาเติบโตในเส้นทางอาชีพที่ดี

  • โอกาสสูญเสียเยาวชนคนเก่ง
  • การขาดเวทีในการแสดงความสามารถ
  • พื้นที่ว่างที่ไม่มีการใช้ประโยชน์
  • การพัฒนาเศรษฐกิจทางด้านกีฬาและท่องเที่ยว

สิ่งที่เกิดขึ้นใน สนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ คือภาพสะท้อนของความล่าช้าและความไม่พร้อมในการบริหารโครงการสาธารณประโยชน์ การที่งบประมาณถูกใช้ไปแต่ไม่ได้รับการพัฒนาตามเป้าหมายที่วางไว้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการพัฒนา และอาจทำลายโอกาสของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ไปอย่างถาวร

การเรียกร้องของนายสยาม เพ็งทอง จึงเป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญจากประชาชน ที่ต้องการให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งแก้ไขปัญหานี้ และให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เพื่ออนาคตของเยาวชนจังหวัดบึงกาฬและศักยภาพในการเติบโตของเมืองในระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงควรเริ่มต้นจากการฟังเสียงของประชาชน และการลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อให้เมืองบึงกาฬมีโอกาสก้าวไปสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาและเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

ที่มา – ‘สส.บึงกาฬ’จี้รัฐสร้างสนามกีฬา งบ 90 ล.ผ่านไป 10 ปีมีแค่รั้ว