ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

มารี เบิร์นเนอร์ ขับเมาถูกจับ อินสตาแกรมระเบิดคอมเมนต์

ล่าสุดกรณีที่ น.ส.มารี เบิร์นเนอร์ ดารานางแบบลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง จับกุมในข้อหาขับรถในขณะที่มีอาการเมาสุรา ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลมีเดีย จนทำให้ชาวเน็ตแห่เข้าไปคอมเมนต์จวกยับ อินสตาแกรมของเธอแทบระเบิด

มารี เบิร์นเนอร์ และเหตุการณ์ขับเมาถูกจับ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ พ.ต.ท.เฉลิมพล ผาชะลา สว.จร.สน.วังทองหลาง พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจราจร ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร ณ หน้าโชว์รูมรถยนต์มอเตอร์เวย์ ถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาออก เขตวังทองหลาง กทม. โดยมีรถเก๋งปอร์เช่สีเขียวขับเข้ามายังด่านตรวจ มีหญิงสาวหน้าตาดีนั่งอยู่ฝั่งคนขับพร้อมชายหนุ่มไฮโซอีก 2 คน

เจ้าหน้าที่แจ้งให้เปิดกระจกเพื่อตรวจสอบ พบว่าน.ส.มารี เบิร์นเนอร์ มีอาการเหมือนอยู่ในสภาพเมาสุรา จึงขอให้เธอเป่าวัดแอลกอฮอล์ แต่แฟนหนุ่มได้ขัดขวางและไม่อนุญาตให้ดำเนินการ รวมถึงปิดกระจกไม่ยอมให้ลงจากรถ จนต้องมีการประชุมแจงกับพวกเขานานถึง 10 นาที จึงยอมเปิดกระจกให้ตรวจสอบ

แฟนหนุ่มอ้างรู้จัก “หัวหน้า” ตำรวจ ขัดขวางการทำงาน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ขอให้น.ส.มารี เบิร์นเนอร์ เป่าวัดแอลกอฮอล์ แฟนหนุ่มของเธอได้ออกมาโต้เถียงว่า “แฟนผมปวดฉี่ให้ไปฉี่ก่อนได้หรือไม่” และยังกล่าวอีกว่า “ผมรู้จักหัวหน้าตำรวจ” จนทำให้เกิดการต่อวิสัยและขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเชิญตัวน.ส.มารี ไปสอบสวนที่ สน.วังทองหลาง และแฟนหนุ่มกับอีกคนก็ถูกเชิญตามหลัง

จากผลการสอบสวน เจ้าหน้าที่ทำการแจ้งข้อหา “ขับรถขณะเมาสุรา” และมีการประกันตัว 20,000 บาท มีการนัดหมายส่งฟ้องศาลแขวงรัชดา ในวันจันทร์ที่ 25 ส.ค.นี้

ชาวเน็ตแห่เข้าคอมเมนต์ อินสตาแกรมของมารี เบิร์นเนอร์ ระเบิด

หลังจากมีข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และโซเชียลต่าง ๆ ต่างพากันแชร์และคอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยใจความว่า

  • ผิดหวังสุด ๆ คิดไม่ถึงเลย
  • หน้าตาดีแต่นิสัยไม่ดี
  • ขี้เมาแห่ด่านทำตัวไม่มีมารยาท
  • หัวเสียแล้วทัวร์มาจอดด่าคน

บางคนแสดงความผิดหวังครั้งใหญ่ หลายคนชี้ว่าเป็นการ “สร้างภาพลักษณ์ไม่ดีอย่างสิ้นเชิง” โดยเฉพาะสำหรับบุคคลในวงการบันเทิง ที่ควรเป็นแบบอย่างต่อสาธารณะชน

ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดในทุกวัน

ปัจจุบัน น.ส.มารี เบิร์นเนอร์ ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ หลังจากที่โลกโซเชียลเริ่มลุกไหม้ต่อกรณีดังกล่าว หลายแฟนคลับต่างก็ตั้งคำถามถึง “นิสัยแนวยุคโจ๋” ของเธอที่คนต่างจับตามองกันมาตลอด

ติดตามข่าวอัปเดตทุกวันได้ที่ DailyNews ตลอด 24 ชั่วโมง และอย่าลืมร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ

อย่าให้ชื่อดังกลายเป็นฉากบังหน้าทำหน้าที่ผิด ต้องรู้ว่าใคร ๆ ก็ต้องรับผิดชอบในพฤติกรรมของตัวเอง

ที่มา – “มารี เบิร์นเนอร์” ยังล่องหนเซ่นปมฉาว ชาวเน็ตแห่จอดทัวร์จวกยับทั้ง”ขี้เXาแหXด่าน-หน้าสวยนิสัยเสีย”

’จิรายุ’ โต้บิดเบือนคลิปศาลรัฐธรรมนูญยันพูดว่านั่งลงครับไม่ใช่นั่งลงลูก

กรณีที่มีการบิดเบือนคลิปเสียงในระหว่างการสืบพยานของศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าตุลาการกล่าวว่า “นั่งลงลูก” นั้น ล่าสุด นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า คำพูดที่ถูกกล่าวไปนั้นคือ “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่ถูกบิดเบือนเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด

’จิรายุ’ โต้บิดเบือนคลิปศาลรัฐธรรมนูญ

นายจิรายุ เปิดเผยว่า หลังจากการฟังคลิปอย่างละเอียด พบว่ามีการตัดต่อและตกแต่งเสียงอย่างจงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตุลาการกล่าวกับนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ว่า “นั่งลงครับ” อย่างชัดเจน ทั้งนี้ คนที่นั่งอยู่ในห้องพิจารณานั้นต่างได้ยินเสียงเดียวกันทั้งหมด โดยไม่มีใครได้ยินว่ามีคำว่า “ลูก” เลย

คลิปถูกตัดต่อเพื่อสร้างกระแส

ทั้งนี้ ยังมีการตรวจสอบพบว่า มีบางกลุ่มนำคลิปดังกล่าวไปใช้เพื่อสร้างกระแสความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ นายจิรายุ ยังกล่าวอีกว่า มีข่าวออกมาว่านายชวน หลีกภัย บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานรัฐสภา ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งน่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดจากคลิปที่ถูกบิดเบือน เพราะหากฟังคลิปเต็ม ๆ จะได้ยินเสียงว่า “นั่งลงครับ” อย่างชัดเจน

  • คลิปถูกบิดเบือนโดยจงใจตัดเสียง
  • คำพูดจริงคือ “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก”
  • ตุลาการใช้ถ้อยคำสุภาพ ไม่มีการใช้ภาษาไม่เหมาะสม
  • มีความพยายามสร้างความขัดแย้งทางการเมือง

นายจิรายุ กล่าวว่า ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาลและองค์กรอิสระ เขามีความเข้าใจถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างลึกซึ้ง และไม่มีเหตุผลใดเลยที่ตุลาการจะใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมในศาล

ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้สาธารณชนตรวจสอบความถูกต้องจากแหล่งข่าวหลัก และอย่าหลงเชื่อเนื้อหาที่ถูกบิดเบือน ควรยึดถือข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดจากการแพร่ข่าวลือ

ในโลกของข้อมูลข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นตอนนี้ การตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ ข่าวลือไม่ได้ช่วยให้สังคมดีขึ้น แต่กลับสร้างความขัดแย้งที่ไม่มีประโยชน์

ที่มา – ’จิรายุ’ โต้ปมบิดเบือนคลิปศาลศาลรัฐธรรมนูญ ยันตุลาการพูดว่า ‘นั่งลงครับ’ ไม่ใช่ ‘นั่งลงลูก’

ทรัมป์ชมแผนที่เลือกตั้งใหม่เทกซัส เจาะเป้ารักษาสภาคองเกรส

ล่าสุดรัฐเทกซัสได้ผ่านแผนที่เลือกตั้งใหม่ที่จะเพิ่มที่นั่งให้พรรครีพับลิกันอีก 5 ที่นั่ง โดยได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจนจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งออกมาคอมเมนต์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัวอย่าง “ทรูธ โซเชียล” โดยยกย่องว่าแผนที่เลือกตั้งใหม่นี้จะสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชนในรัฐเทกซัสได้เลือกสมาชิกพรรครีพับลิกันที่สามารถขับเคลื่อนนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” อย่างแท้จริง

แผนที่เลือกตั้งใหม่เทกซัส ผ่านสภาแล้ว

ตามรายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐเทกซัสได้อนุมัติแผนที่เลือกตั้งใหม่ในระดับขั้นสุดท้าย หลังจากสภาผู้แทนราษฎรของรัฐผ่านไปก่อนหน้านี้ ถึงแม้พรรคเดโมแครตจะพยายามเลื่อนการลงคะแนนเสียงเพื่อขัดขวาง แต่ไม่สามารถหยุดร่างแผนนี้ได้ รัฐสภาของเทกซัสใช้เวลานานกว่า 8 ชั่วโมงในการอภิปรายก่อนจะผ่านเป็นข้อเท็จจริง

ทรัมป์ตอบรับ “ชัยชนะของพรรครีพับลิกัน”

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ทรัมป์เขียนว่า แผนที่เลือกตั้งใหม่เทกซัสเป็น “ชัยชนะครั้งใหญ่” และเปิดโอกาสให้มีสมาชิกพรรครีพับลิกันใหม่ 5 คนเข้าสู่สภาคองเกรสหรือสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ซึ่งจะส่งผลให้พรรครีพับลิกันรักษาอำนาจในสภาคองเกรสได้ยาวนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม พรรคเดโมแครตยังคงแสดงความกังวลเป็นวงกว้าง โดยกล่าวว่าแผนที่เลือกตั้งฉบับนี้มีลักษณะเป็น “การแบ่งเขตเพื่อประโยชน์ของพรรค” หรือที่เรียกว่า gerrymandering อาจทำให้เสียงของกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายโดยเฉพาะชาวแอฟริกันอเมริกันและชาวลาติโนลดลง และเป็นการ “ทำลายคุณค่าของประชาธิปไตย” มากกว่าจะเสริมสร้าง

  • พรรคเดโมแครต: เห็นว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติและละเมิดสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  • พรรครีพับลิกัน: อ้างว่าหากไม่ทำตามนี้ จะเสี่ยงสูญเสียที่นั่งในสภาคองเกรส
  • ประชาชน: ยังคงมีการแบ่งข้างและคัดค้านแผนนี้ในวงกว้าง

ทั้งนี้มีความเห็นว่าการที่รัฐเทกซัสเลือกที่จะรีดีไซน์แผนที่เลือกตั้งหลังจากการสำรวจประชากรปี 2020 นั้น เป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจนเพื่อให้พรรคฝ่ายขวาได้เปรียบในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่การเมืองสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งที่สำคัญในปีหน้า ซึ่งผลจากนโยบายเชิงการเมืองของทรัมป์น่าจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐเทกซัสเลือกที่จะเดิมพันกับพรรครีพับลิกันต่อไป

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมืองสหรัฐฯ ต้องจับตาดูว่าการดำเนินการครั้งนี้จะส่งผลต่อการปูทางสำหรับผู้สมัครพรรครีพับลิกันในปีหน้าอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก “เดอะ ดรีม” ของการกลับมาของทรัมป์ยังคงมีชีวิตอยู่

ที่มา – ทรัมป์ยกย่องแผนที่เลือกตั้งใหม่ของรัฐเทกซัส ตั้งเป้ารักษาอำนาจในสภาคองเกรส

ด่วน99 โวมั่นใจเป็นแชมป์ใหม่หลังน็อกแหลมโพธิ์

การกลับมาของ “ด่วน99 อ.เพชรขุนศึก” ในศึกมวย RWS ถือเป็นไฟต์ที่แฟน ๆ รอคอยไม่น้อย เพราะเขาไม่ได้มีแค่สมญานามว่า “คนโตตัวเล็ก” เท่านั้น แต่ยังกลับมาพร้อมทั้งฝีมือและความพร้อมในการชกที่เหนือชั้น

ด่วน99 ได้รับชัยชนะอย่างสุดมันส์จากการน็อก “แหลมโพธิ์ ศิษย์คุณวสันต์” ภายในยกที่ 3 ทำให้ไม่เพียงแต่ได้แก้มือจากการพ่ายครั้งก่อน แต่ยังคว้าเข็มขัดแชมป์ไลต์ฟลายเวตราชดำเนินมาครอบครองอีกด้วย

ด่วน99 โวมั่นใจตั้งแต่ยก 2 จะเป็นแชมป์คนใหม่

หลังจบการชก ด่วน99 เผยว่า “ตั้งแต่ยกที่ 2 ผมรู้สึกว่าเขาเริ่มมีอาการอ่อนล้า หมัดผมเขาก็สะดุ้ง ผมเลยรู้ว่าโอกาสกำชัยมีมาก ถ้ายาวไปอีก 10 วินาทีคงจบได้แน่นอน” เขายังกล่าวเสริมอีกว่า ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะน็อกแหลมโพธิ์ได้แบบนี้

เคล็ดลับความสำเร็จของด่วน99

ความพร้อมของด่วน99 มาจากการปรับตัวเข้ากับพิกัด 108 ปอนด์ได้อย่างดี ซึ่งเขาเปิดเผยว่า รู้สึกว่าอาวุธชกของตนเองหนักและแรงขึ้น ทำให้เขาชกได้อย่างมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม

  • เตรียมความพร้อมในรุ่น 108 ปอนด์
  • ปรับเทคนิคเข้ากับน้ำหนักใหม่
  • มีความมั่นใจสูงในการชกแต่ละยก

ในไนท์นี้ ด่วน99 ยังได้รับโบนัสจากทาง RWS เป็นจำนวนเงินถึง 350,000 บาท ซึ่งเขากล่าวว่า “รู้สึกดีใจมาก ขอบคุณทีมงาน RWS ที่ให้โอกาสและความมันส์แบบนี้แก่ผม”

นอกจากนี้เขายังเปิดโอกาสให้นักชกคนอื่น ๆ เข้ามาท้าชิงแชมป์ และถ้าหากว่า “แหลมโพธิ์” ต้องการขอแก้มือ เขาก็พร้อม “ยินดีเสมอ” ด่วน99 กล่าวทิ้งท้ายในวงการมวย

ถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของด่วน99 หรือการชกมวยสไตล์ไทยแท้ ต้องคอยดูศึกต่อไป เพราะเขายืนยันว่าจะไม่ทำให้แฟนมวยผิดหวังแน่นอน

ที่มา – “ด่วน99” โวมั่นใจตั้งแต่ยก 2 จะเป็นแชมป์คนใหม่ ก่อนเร่งเครื่องน็อก “แหลมโพธิ์” ยก 3 รับโบนัส 3.5 แสนบาท

อาร์เซนอลกระชากตัวเอเซ่สำเร็จ! เปิดทุกกลลวงของข้อตกลง

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา สภาวการณ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเกิดความหวือหวาเมื่อ “อาร์เซนอล” สามารถสอยตัว “เอเบเรชี เอเซ่” ได้สำเร็จจาก “คริสตัล พาเลซ” ด้วยมูลค่าเบื้องต้น 60 ล้านปอนด์ รวมโบนัสสูงสุดอีก 7.5 ล้านปอนด์ ข้อตกลงที่คึกคักและเต็มไปด้วยบทซ่อนเร้นนี้ ถูกเปิดโปงอย่างละเอียดโดย James McNicholas จาก “ดิ แอธเลติก”

อาร์เซนอลกระชากตัวเอเซ่สำเร็จ

เอเซ่ เคยใกล้กับการย้ายทีมไปร่วมทัพ “ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส” อย่างมากจริงๆ จนเกือบจะถึงข้อตกลง แต่เพราะอารมณ์ผสมผสานกับความรักในสีของ “พระอาวุธ” ทำให้เขารู้สึกใช่แค่ อาร์เซนอล เท่านั้น และกลับขว้างสายสัมพันธ์ให้กลับไปยังสโมสรแห่งความทรงจำในวัยเด็ก

ทุกอย่างเริ่มตอนปลายเดือนมิถุนายน ที่ มิเกล อาร์เตตา มีการสนทนาเบื้องต้นกับ เอเซ่ ซึ่งเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ “พาเลซ” เมื่อฤดูกาลก่อน โดยทำผลงานยอดเยี่ยม 14 ประตู และ 11 แอสซิสต์ เข้าสู่ radar ของทีมในเมืองลอนดอนเหนือ แม้ว่าจะชะลอเรื่องการชักชวนไปชั่วคราว แต่กลับไม่มีวันละทิ้งความตั้งใจและแผนการภายในกลุ่มผู้บริหาร

ช่วงเวลาสำคัญแห่งประเด็นบาดเจ็บ

จุดเปลี่ยนมาตอนที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ .getAs บาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่า ทางฝั่งอาร์เซนอลรู้ว่าช่วงเวลานี้ไม่ใช่เวลาในการลังเล การเดินหน้าตลาดซื้อขายนี้เป็นความจำเป็นมากกว่าทางเลือก จึงมีการเร่งดำเนินการประชุมผู้บริหาร แลกกับซุปตาร์ของ “พาเลซ” อย่าง เอเซ่ ทันที

ภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง ข้อตกลงเป็นจริง ทั้งคู่บรรลุข้อตกลงด้วยซัมรวมที่ 60 ล้านปอนด์ พร้อมเงื่อนไขส่วนตัวถูกตกลงกับตัวแทนของนักเตะ และตัวเอเซ่ลงนามในสัญญาวันที่ 4 ปี พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปี

การกลับมาอย่างภาคภูมิใจ

การวิ่งกลับมายัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ของ เอเซ่ ไม่ได้มีแค่รอยยิ้มกับแฟนบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นการเติมเต็ม “แนวรุก” ที่ต้องพึ่งผู้เล่นรายอื่นแทนเป็นฤดูกาล เขายังได้รับเสื้อหมายเลข 10 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณสร้างสรรค์ จิตวิญญาณของผู้พิชิตเกมในทุกสถานการณ์

  • ค่าตัว: 60 ล้านปอนด์ + โบนัสสูงสุดอีก 7.5 ล้านปอนด์
  • สัญญา: 4 ปี พร้อมออปชั่นขยาย 1 ปี
  • ตำแหน่ง: ปีกซ้าย, กองกลางเล่นเกม
  • ผลงานเมื่อซีซั่นก่อน: 14 ประตู 11 แอสซิสต์

เอเซ่ เป็นนักเตะเพลย์เมกเกอร์ที่มีดีไซน์แนวคิดด้วยจังหวะ และเข้าใจเกมในแบบลอนดอนธำรงอยู่ข้างใน บทบาทของเขาจะเปลี่ยนแปลงในกองหน้า “แกรนิต้าร์ส” ที่ต้องตั้งใจรักษาความแน่นหนาขณะที่เพียงแค่ใช้สองคิ้วคิดส่งบอลก็เก็บสามแต้มได้

และที่สำคัญ มันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องพาาดเท่านั้น “เอาเขามา” และ “ไว้ที่เรา” ทั้งคู่มีชัยชนะ และคู่นี้ผูกมัดด้วยความรักเดียวกัน

สำหรับใครที่หลงใหลในฟุตบอลแนวรุกพลิกโฉม เอเซ่ เตรียมฉบับใหม่ โดยอาร์เซนอล มันคือเรื่องราวของการกลับบ้านที่ไม่มีวันพูดลา

ทั้งทีม.Arse… ที่ต้องกำชัยด้วยทุกวินาที

ที่มา – ละเอียดยิบ!เปิดปฏิบัติการของ “อาร์เซนอล” ในการกระชากตัว “เอเซ่”

การ์ทเนอร์เผยตลาดคลาวด์สาธารณะโต 22.5% Amazon ยังนำ

จากข้อมูลล่าสุดที่เผยออกมาจากบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ (Gartner) ระบุว่า ตลาดบริการคลาวด์สาธารณะทั่วโลกในปี 2024 เติบโตถึงร้อยละ 22.5 โดยมี Amazon เจ้าใหญ่อันดับหนึ่งที่ยังคงครองตำแหน่งผู้นำในตลาดดังกล่าวต่อเนื่อง

การ์ทเนอร์เผยตลาดคลาวด์สาธารณะโต 22.5% Amazon ยังนำ

Hardeep Singh นักวิเคราะห์หัวหน้าจาก Gartner เปิดเผยว่า องค์กรจำนวนมากยังคงมองหาทางเลือกที่ยืดหยุ่น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับการดำเนินงานที่ทันสมัย ทำให้คลาวด์สาธารณะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการย้ายข้อมูลและอัปเกรดโครงสร้าง IT ขององค์กร

องค์กรต่าง ๆ ชูความสำคัญของแนวทางที่ทันสมัย โดยให้ความสนใจในเรื่องการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม AI หลายรูปแบบ และมุ่งเน้นการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ Cloud Native ที่สามารถทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมหลากหลาย ทั้งยังเพิ่มความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลในท้องถิ่น อีกทั้งยังมีแนวทางการควบคุมข้อมูลและรักษาอำนาจอธิปไตย์ของข้อมูลอย่างรอบคอบ

องค์กรคลาวด์ลงทุนหนักเพื่อแย่งชิงตลาด AI

บริษัทที่ให้บริการคลาวด์ทั่วโลกกำลังเร่งลงทุนอย่างหนักในโครงสร้างพื้นฐานและความสามารถด้าน AI เพื่อเป็นผู้นำในตลาด IaaS ที่ปรับให้เหมาะสมกับ AI และคาดหวังว่า AI จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้หลักในอนาคต

ภาพรวมตลาด IaaS ในปี 2024 ชี้ให้เห็นว่า ผู้ให้บริการ 5 อันดับแรกครองสัดส่วนถึง 82.1% โดย Amazon คว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งของโลก ด้วยรายได้ถึง 64.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 37.7% ตามด้วย Microsoft ที่ครองสัดส่วน 23.9%

ในขณะที่ Google, Alibaba Group และ Huawei ก็รักษาตำแหน่งในตลาดไว้ได้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้จะเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นทุกปี

  • Amazon เป็นผู้นำด้วยสัดส่วน 37.7%
  • Microsoft ตามมาด้วย 23.9%
  • Google, Alibaba และ Huawei ก็ยังอยู่ในกลุ่มผู้นำ

สำหรับผู้ให้บริการใหม่ที่ไม่ใช่ Hyperscaler หรือผู้ให้บริการ GPU as a Service (GPUaaS) แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านความจุและการประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่มีความยืดหยุ่น

ตลาดคลาวด์สาธารณะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปีที่จะมาถึง ด้วยความต้องการขององค์กรแสวงหาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ
และยืดหยุ่นเพื่อใช้รองรับการลงทุนด้านดิจิทัลแบบครบวงจร

คลาวด์สาธารณะไม่ใช่แค่คำตอบสำหรับการจัดเก็บข้อมูล แต่กลายเป็นพลังหนุนสำคัญในการสร้างโอกาสใหม่ให้องค์กรทั่วโลก

ที่มา – “การ์ทเนอร์”เผยตลาดบริการคลาวด์สาธารณะทั่วโลกโตถึง 22.5%Amazon ยังเป็นผู้นำอันดับ 1

มารี เบรินเนอร์ โดนจับคาด่าน หนุ่มข้างกายคือไฮโซหนุ่มอดีตสามีนักร้อง

กลายเป็นกระทู้ร้อนแรงในโลกโซเชียลเมื่อวานนี้ เมื่อ มารี เบรินเนอร์ ดาราสาวดังถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวหลังถูกพบไม่ยอมเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ขณะเข้าด่านตรวจ อีกทั้งยังมีรายงานว่า เธอยังมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้สร้างความฮือฮาและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงบนโลกออนไลน์

มารี เบรินเนอร์ โดนจับคาด่าน หนุ่มข้างกายคือไฮโซหนุ่มอดีตสามีนักร้อง

เพื่อเพิ่มความพิลึกพิลั่นให้กับเหตุการณ์นี้ สื่อต่างๆ ต่างรายงานว่าในรถของ มารี เบรินเนอร์ ยังมี ไฮโซหนุ่มปริศนา ที่นั่งอยู่ จนกระทั่งมีการเปิดเผยว่า ชายคนนี้เป็นอดีตสามีของนักร้องสาวชื่อดังอย่าง “เชอรีน” ทำเอาคนดูไม่คาดคิด และยิ่งทำให้ประเด็นคือว่า ความเป็นมาของทั้งคู่เป็นอย่างไร

สาวกแห่คอมเมนต์เดือด

โดยเฉพาะในโลกโซเชียล เรื่องนี้กลายเป็นแรงผลักสำคัญให้เหล่าเน็ตไอดอลและแฟนคลับแห่เข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเพจดังอย่าง “อรรถรส” ได้แห่มาคอมเมนต์ประเด็นร้อนนี้ไว้ว่า

“อ่อ!! อดีตสามีของน้องเชอรีน อ้าวววว เขาไปคบกันตอนไหน รสเพิ่งรู้ อุ้ยตายแล้วววว”

ซึ่งได้สร้างความฮือฮาและแผลงใจในเน็ตizens ทันที

เนื่อนในเหตุการณ์นั้น ทำให้หลายคนพยายามถอดรอยความสัมพันธ์ของทั้งสองคน เริ่มตั้งแต่เคยมีข่าวความรัก ไปจนถึงการมีภาพปรากฏขึ้นในของคนเดียวกัน และจากการโต้ตอบกันบนโซเชียลมีเดียที่เริ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เกี่ยวกับอดีตสามีของนักร้องดัง

โดยข้อมูลที่เราทราบกันดีนั้น พบว่า ชายคนนี้มีฐานะทางการเงินมั่งคั่งและเคยมีชื่อเสียงเป็นคู่รักของ “เชอรีน” ก่อนจะแยกทางกันอย่างสงบ และในครั้งนี้ ปรากฏตัวเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องของ มารี เบรินเนอร์ ได้เลยทำให้เกิดความคาดเดาอย่างหนักหน่วง

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ ทั้ง มารี เบรินเนอร์ และ “ไฮโซหนุ่ม” ที่นำมาด้วยกัน ยังไม่มีการเปิดปากพูดหรือให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้หลายคนยังคงจับตาดูและรอรอเพิ่มเติม

เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ในอนาคต การเปิดใจจากทั้งสองฝ่ายจะเป็นเช่นไร และจะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์หรือทางอาชีพของพวกเขาหรือไม่

หากคุณเป็นแฟนคลับของ มารี เบรินเนอร์ หรือกำลังติดตามคดีนี้อยู่ ต้องติดตามเพจดังที่เรานำเสนอเพื่อไม่พลาดข่าวและกระแสใหม่ๆ ให้คุณได้ทันเหตุการณ์ในทุกๆ วัน

ที่มา – ชาวเน็ตสาดคอมเมนต์เดือด ‘มารี เบรินเนอร์’ โดนจับคาด่าน หนุ่มข้างกายคือ “ไฮโซหนุ่ม” อดีตสามีนักร้องดัง!

‘เศรษฐา’ เผยเจอ ‘นายกฯอิ๊งค์’ โดยบังเอิญพร้อมชวนดื่มกาแฟ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา สื่อออนไลน์และโลกโซเชียลได้ตื่นตากับโพสต์จาก “นายเศรษฐา ทวีสิน” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เผยให้เห็นภาพการพบปะอย่างบังเอิญกับ “น.ส.แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้แฮชแท็ก ‘เศรษฐา’ เผยเจอ ‘นายกฯอิ๊งค์’ โดยบังเอิญพร้อมชวนดื่มกาแฟ ปรากฏการณ์ครั้งนี้ได้สร้างกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นจำนวนมาก

‘เศรษฐา’ เผยเจอ ‘นายกฯอิ๊งค์’ โดยบังเอิญพร้อมชวนดื่มกาแฟ

ในโพสต์ที่เผยแพร่ผ่านแอปพลิเคชัน X (Twitter) อดีตนายกฯ ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งท่านเนรมิตรพบเจอนายกฯอิ๊งค์และคณะอย่างไม่ได้นัดหมายมาก่อน เหตุการณ์นี้ทำให้บรรยากาศเบรกขึ้นทันที และเขาก็เชิญชวนให้มาดื่มกาแฟร่วมกันที่ร้าน Beans ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่เขาเลือกสั่งเครื่องดื่มขายดีอย่าง “Dirty” เป็นจุดสิ้นสุดของการพบปะที่เปี่ยมไปด้วยความสุภาพและเป็นมิตร

บรรยากาศระหว่างพบปะ

บรรยากาศในครั้งนี้มีสมาชิกในครอบครัวเขาร่วมด้วย ได้แก่ น.ส.ชนัญดา ทวีสิน ลูกสาว และเพื่อนๆ ร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมถึง “นายปิฎก สุขสวัสดิ์” สามีของนายกฯอิ๊งค์ ซึ่งภาพถ่ายที่ได้มาถ่ายร่วมกันนั้น สื่อถึงความเป็นส่วนตัวในเชิงมิตรภาพอย่างชัดเจน

  • บรรยากาศที่เป็นกันเอง
  • ความสุภาพในเทียบเชิญดื่มกาแฟ
  • ความบังเอิญที่ไม่คาดคิด

สิ่งที่โดดเด่นในการพบเจอทั้งครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ใจ โดยปราศจากการแสดงออกเชิงการเมือง และเน้นภาพลักษณ์ที่สามารถจะสร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความหมายเบื้องหลังการพบปะ

หากมองในเชิงสัญลักษณ์ การพบกันที่ร้านกาแฟในที่สาธารณะของบุคคลในระดับประเทศเป็นการแสดงถึง “การเปิดใจ” และ “การสื่อสารที่ไม่เป็นทางการ” ซึ่งถือเป็นแนวทางใหม่ในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับผู้นำในวงการเมืองไทย

นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของการทำงานร่วมกันในสังคมไทย โดยไม่มีอคติหรือคิดแยกแยะ แม้จะเคยดำรงตำแหน่งที่แตกต่างกันมาก่อนก็ตาม

สิ่งนี้มีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวในสังคม และลดความขัดแย้งในเชิงความคิดเห็นทางการเมือง

บทความนี้ต้องการชี้ให้เห็นว่า การพบเจอที่ไม่ได้เตรียมไว้ อาจกลายเป็นโมเมนต์พิเศษที่เปลี่ยนทัศนคติของผู้คนได้ และเป็นแรงบันไดนาในการสื่อสารอย่างมีศีลธรรมในโลกการเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม การแสดงออกครั้งนี้ก็มีคุณค่าทางสังคมอย่างลึกซึ้งในอดีตบุคคลมีบทบาทในประวัติศาสตร์ในระดับประเทศ และเป็นตัวอย่างของความเมตตา รวมทั้งความเท่าเทียมในมนุษยสัมพันธ์

หากคุณชอบเรื่องราวเชิงบวกแบบนี้ ติดตามได้ที่เว็บไซต์ของเรา และอย่าลืมแชร์ต่อเพื่อส่งต่อพลังบวกให้สังคม!

ที่มา – ‘เศรษฐา’ เผยเจอ ‘นายกฯอิ๊งค์’ โดยบังเอิญพร้อมชวนดื่มกาแฟ

อาจารย์อ๊อดเผยชื่อเดิม ‘หลวงพ่ออลงกต’ พร้อมประวัติการศึกษา

เมื่อเร็ว ๆ นี้สังคมออนไลน์พูดถึงกรณีที่หลวงพ่ออลงกต ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองว่าเคยประสบอุบัติเหตุจนความจำแปรปรวน พร้อมบอกว่าตัวเองไม่เคยจบการศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือแม้แต่การไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นความฝันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ทว่าล่าสุดอาจารย์อ๊อด หรือ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจผ่านโพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุข้อมูลเกี่ยวกับหลวงพ่ออลงกต ในช่วงวัยเรียนว่า เคยศึกษาที่โรงเรียนเกษตรบ้านกร่าง จังหวัดพิษณุโลก เป็นเวลา 3 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2521-2523 (รุ่น 15) และมีชื่อเดิมว่า เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว

อาจารย์อ๊อดเผยชื่อเดิม ‘หลวงพ่ออลงกต’ พร้อมประวัติการศึกษา

แนวคิดของหลวงพ่ออลงกตที่กล่าวว่า “ไม่ชอบเรียนในระบบ สนใจการศึกษาด้วยตนเอง” คลี่คลายข้อสงสัยบางประการเกี่ยวกับเส้นทางชีวิตของท่าน แต่กลับกลายเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า ข้อมูลใดเป็นความจริง และมีเอกสารราชการสนับสนุนอย่างไร

หลักฐานที่ยังต้องตรวจสอบ

ปัจจุบันยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จากกรณีที่ปรากฏข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับเลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต ที่ไม่สอดคล้องกันและยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้หลายคนเริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นมาของตัวตนอย่างลึกซึ้ง

  • เคยศึกษาที่โรงเรียนเกษตรบ้านกร่าง
  • ชื่อเดิม: เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว
  • จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย
  • ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • มีความฝันที่จะศึกษาที่ประเทศออสเตรเลีย

ประเด็นนี้ยังคงเป็นกระแสแรง และยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากทางหลวงพ่ออลงกตเอง ทำให้ทุกคนต่างติดตามอย่างใกล้ชิดว่าในที่สุดความจริงจะออกมาเป็นอย่างไร

จากกรณีนี้ เราได้เห็นว่า ตัวตนของบุคคลสำคัญในสังคมควรได้รับการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในวงกว้าง

หากคุณอยากรู้ข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีนี้ ติดตามเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มา – ‘อาจารย์อ๊อด’ เปิดข้อมูลชื่อเดิม พร้อมประวัติการศึกษา ‘หลวงพ่ออลงกต’

‘ปภ.’ ประชุมติดตามสถานการณ์พายุ ‘คาจิกิ’ เตรียมรับมือพายุ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประชุมติดตามสถานการณ์การเฝ้าระวังพายุโซนร้อนกำลังแรง คาจิกิ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 24-27 สิงหาคมนี้

สำนักงาน ปภ. ได้ติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งรายงานว่า พายุ คาจิกิ ขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเล็กน้อย และขอบด้านหน้าของพายุกำลังทำให้เกิดเมฆฝนหนาแน่นในพื้นที่ติดชายฝั่งเวียดนาม สปป.ลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีแนวฝนตกหนักกระจายในหลายจังหวัด

‘ปภ.’ เร่งเตรียมความพร้อมพายุคาจิกิ

เพื่อรับมือกับผลกระทบจากพายุ คาจิกิ นายสหรัฐ ได้กล่าวว่า ปภ. ได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และเตรียมระบบ Cell Broadcast เพื่อแจ้งสถานการณ์อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังสั่งการให้มีการเตรียมชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยอยู่ในจุดเตรียมการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว

พื้นที่เสี่ยงสูงเตรียมแผนป้องกัน

“ปภ. ได้สั่งการให้พื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศนำร่องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล ชุมชน หรือสถานที่สำคัญ เพื่อให้ลดความเสียหายได้มากที่สุด รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเตรียมแผนอพยพกลุ่มเปราะบาง และประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ” นายสหรัฐกล่าวเสริม

ด้าน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากพายุ คาจิกิ ที่ส่งผลกระทบต่อหลายภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคกลาง กทม. และภาคใต้ฝั่งตะวันตก โดยมีลมแรงและฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง

  • ชุดปฏิบัติการปภ. เขตถูกปรับเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง
  • ระบบการเตือนภัยแบบเร่งด่วน Cell Broadcast ถูกเปิดใช้งาน
  • ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด
  • ร่วมมือหน่วยงานท้องถิ่นจัดแผนอพยพกลุ่มเสี่ยง

ทั้งนี้ ปภ. เขต 9 พิษณุโลก ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์รวมทรัพยากรสำหรับพื้นที่ภาคเหนือ โดยจะประสานกำลังกับ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท เพื่อลดผลกระทบจากฝนตกหนักในเขตภาคเหนือ

การเตรียมตัวล่วงหน้า และการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือสิ่งสำคัญที่ประชาชนควรมีส่วนร่วมเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากพายุคาจิกิในช่วงนี้

ที่มา – ‘ปภ.’ ประชุมติดตามสถานการณ์พายุ ‘คาจิกิ’ กำชับพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังรับมือสถานการณ์