ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“GULF” จับมือ “AIS” ยกระดับสวนเบญจกิติ สำหรับคนเมือง

ในยุคที่คุณภาพชีวิตเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้ร่วมมือกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS เพื่อเปิดตัว “GULF x AIS PlaySpace Run” ที่สวนเบญจกิติ หนึ่งในสวนสาธารณะใจกลางเมืองที่มีความสำคัญต่อคนกรุงเทพมหานคร

“GULF” จับมือ “AIS” ยกระดับสวนเบญจกิติ สำหรับคนเมือง

กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่เน้นการออกกำลังกาย แต่ยังเป็นการส่งมอบพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพให้แก่ชุมชน เมื่อวันที่ผ่านมา นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF พร้อมด้วยนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS ได้ร่วมกันร่วมเปิดกิจกรรมวิ่ง 3 กิโลเมตร ขณะที่มีเหล่าพนักงานจากทั้งสองบริษัท ลูกค้า พาร์ทเนอร์ และประชาชนทั่วไปร่วมเข้าร่วมจำนวนมาก

ออกแบบเพื่อทุกกลุ่มวัย

GULF Playscape ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันให้เหมาะสมกับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุ ด้วยพื้นยางมาตรฐานสากล EPDM ที่ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ พื้นที่แบบ Free Form พร้อมที่นั่งอเนกประสงค์ และสวนหินเพื่อสุขภาพ ช่วยให้ทุกคนสามารถพักผ่อนและออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

  • สนามเด็กเล่นมาตรฐานสากล EPDM
  • พื้นที่ Free Form สำหรับกิจกรรมอิสระ
  • ไฟพลังงานแสงอาทิตย์แบบอัตโนมัติ
  • จุดชาร์จมือถือแบบไร้สาย (Wireless Charger)
  • ชิงช้าโซลาร์เปิดไฟกลางคืน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ กล่าวว่า AIS มองว่าการพัฒนาพื้นที่สาธารณะคือโอกาสที่จะ “เชื่อมต่อ” ทั้งโลกจริงและโลกดิจิทัล ผ่าน AIS SUPER WiFi บนเทคโนโลยี WiFi6 ให้บริการฟรีตลอด 24 ชม. ที่สวนเบญจกิติ

สวนเบญจกิติ หัวใจสีเขียวของเมือง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เห็นได้ชัดว่าสวนเบญจกิติกลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของคนเมืองที่รักสุขภาพ โดยมีผู้ใช้บริการมากทุกช่วงเวลา ทั้งเดินเล่น พาเด็กเล่น หรือวิ่งออกกำลังกาย

เนื่องจากความสำเร็จและความต้องการจากประชาชน “GULF” จับมือ “AIS” ได้ร่วมสร้าง AIS Play Space เป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่ผนวกรวมระหว่างธรรมชาติ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้บริการ

คุณสามารถเข้าใช้บริการ GULF Playscape ได้ตั้งแต่เวลา 04:30 – 22:00 น. ทุกวัน ตามเวลาเปิด-ปิดของสวนเบญจกิติ ทำให้เหมาะสำหรับคนทำงาน เด็ก และผู้สูงอายุที่มองหาพื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกาย

มาเริ่มเปลี่ยนวันธรรมดาของคุณให้มีคุณภาพดีขึ้นที่สวนเบญจกิติ แลนด์มาร์กใหม่ที่จะช่วยเติมพลังทั้งกายและใจให้กับคนเมืองได้อย่างแท้จริง

ที่มา – “GULF” จับมือ “AIS ” ส่งมอบแลนด์มาร์กใหม่สวนเบญจกิติ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง

มารี เบรินเนอร์ ขับรถหรูไม่ยอมเป่าเมา แฟนหนุ่มอ้างรู้จัก ตร.ใหญ่

เมื่อคืนวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในแวดวงบันเทิงและโลกโซเชียล เมื่อ มารี เบรินเนอร์ ดาราดังลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ขับรถหรู PORSCHE สีเขียวเข้าด่านตรวจในพื้นที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงวังทองหลาง กทม. พร้อมด้วยแฟนหนุ่มไฮโซชื่อดังและเพื่อนสาวอีกหนึ่งคน

มารี เบรินเนอร์ ขับรถหรูเข้าด่าน ไม่ยอมเป่าเมา

ขณะที่ตำรวจ สว.จร.สน.วังทองหลาง ตั้งจุดตรวจเพื่อตรวจวัดแอลกอฮอล์และกวดขันวินัยจราจร เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพฤติกรรมของน.ส.มารี เบรินเนอร์ ที่มีอาการคล้ายเมาสุรา จึงส่งสัญญาณให้รถคันดังกล่าวจอดเพื่อตรวจ

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับไม่เป็นไปตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่ขอวัดแอลกอฮอล์ของมารี แต่แฟนหนุ่มได้ขัดขวาง พร้อมพูดโวยวายว่า “แฟนผมปวดฉี่ให้ไปฉี่ก่อนได้หรือไม่” และยังโปะข่าวว่า “ผมรู้จักตร.ใหญ่” จึงเป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดและกระทบกระเทือนภาพลักษณ์ของมารีในครั้งนี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น

ตามรายงานของผู้สื่อข่าว ระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามเรียกรถของมารีให้หยุดเพื่อตรวจ แต่คนในรถปิดกระจกไม่ยอมร่วมมือ และเลี่ยงเลี่ยงไม่ให้ลงจากรถ จนกระทั่งถูกตำรวจเชิญเข้าสำนักงานฯ เพื่อดำเนินคดีต่อ

ต่อมาภายหลังจากถูกดำเนินคดีในข้อหา “เมาแล้วขับ” มารียอมประกันตัวออกไปด้วยวงเงิน 20,000 บาท และนัดหมายส่งฟ้องศาลแขวงรัชดาในวันจันทร์ที่ 25 ส.ค. ส่วนแฟนหนุ่มก็ถูกแจ้งข้อหาดูหมิ่นและขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ ถึงขั้นต้องตั้งข้อสอบสวนตำรวจใหญ่ในเหตุการณ์ครั้งนี้

  • เวลา 03.00 น. – พ.ต.ท.เฉลิมพล ผาชะลา สว.จร.สน.วังทองหลาง ตั้งจุดตรวจ
  • รถ PORSCHE สีเขียว – เปิดกระจกพบมารีและแฟนหนุ่ม
  • แฟนหนุ่มขัดขวาง – ไม่ยอมให้เป่าและถ่ายภาพ
  • ตั้งข้อหา – มารีเมาแล้วขับ ส่วนแฟนขัดขวางเจ้าหน้าที่
  • วงเงินประกัน – 20,000 บาท สำหรับมารี

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งในโซเชียลและสื่อมวลชน เหตุการณ์ครั้งนี้เผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “ชื่อเสียง” กับ “ความรับผิดชอบ” ของนางแบบดังที่เป็นทั้งภาพลักษณ์และแรงบันดาลใจต่อบางกลุ่มคน โดยเฉพาะเยาวชน

ถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของนักแสดงหรือบุคคลดัง คุณคิดว่าพวกเขาควรใช้ชื่อเสียงอย่างไรเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี? พฤติกรรมของ “มารี เบรินเนอร์” ครั้งนี้ถือว่าน่ากังวลจริงหรือไม่?

ที่มา – “มารี เบรินเนอร์” นางเอกดัง ขับรถหรูเข้าด่าน ไม่ยอมเป่าเมา ไฮโซหนุ่มโวย รู้จักตร.ใหญ่

อินเดียเตรียมพัฒนาเครื่องยนต์เครื่องบินขับไล่ ร่วมกับบริษัทฝรั่งเศส

อินเดียเตรียมก้าวข้ามขีดจำกัดด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศด้วยการพัฒนาเครื่องยนต์เครื่องบินขับไล่ร่วมกับพันธมิตรจากฝรั่งเศส โดยมีเป้าหมายในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันด้านอากาศของกองทัพอินเดียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

อินเดียเตรียมพัฒนาเครื่องยนต์เครื่องบินขับไล่ ร่วมกับบริษัทฝรั่งเศส

เมื่อเร็วๆ นี้ นายราชนาถ สิงห์ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอินเดีย ได้ประกาศอนุมัติการผลิตต้นแบบเครื่องบินรบขนาดกลางขั้นสูง (AMCA) รุ่นที่ 5 ซึ่งถือเป็นการฉลองความก้าวหน้าสำคัญในการสร้างระบำอาวุธภายในประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมกับเปิดเผยว่าขณะนี้อินเดียอยู่ในขั้นตอนการผลิตเครื่องยนต์เครื่องบินขับไล่ด้วยตนเอง โดยมีการร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากฝรั่งเศส

การร่วมมือกับบริษัทซาฟราน

แม้ว่านายราชนาถ สิงห์ จะไม่ระบุชื่อบริษัทในคำแถลงอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวในวงการการป้องกันประเทศรายงานว่าอินเดียได้ปรับแผนร่วมมือกับ บริษัทซาฟราน บริษัทชั้นแนวหน้าของฝรั่งเศสในด้านอุตสาหกรรมการบินและการป้องกัน ซึ่งมีประสบการณ์การดำเนินงานในอินเดียมายาวนานกว่าหลายสิบปี และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและผลิตอุปกรณ์ทางทหารที่ใช้ เทคโนโลยีขั้นสูง

ความร่วมมือดังกล่าวจะส่งผลให้อินเดียสามารถเร่งการผลิตเครื่องยนต์ขั้นสูงสำหรับเครื่องบินขับไล่ภายในประเทศ ซึ่งเป็นความพยายามของรัฐบาลเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเครื่องบินจากต่างประเทศ และพัฒนาความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีด้านการบินเชิงทหารให้อยู่ในประเทศ

  • ลดการพึ่งพานักวิจัยภายนอก
  • เพิ่มการสร้างสรรค์นวัตกรรมเชิงกลยุทธ์
  • เสริมความมั่นคงทางอากาศ
  • เปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมท้องถิ่นมีส่วนในโครงสร้างอาคาร โดยการใช้วัสดุที่ผลิตในประเทศไทย

อินเดียเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก ดังนั้นการกำหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมการผลิตอาวุธในประเทศจึงเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลภายใต้แผน Make in India ทำให้ความร่วมมือกับบริษัทชาติพันธมิตรอย่าง ซานฟราน กลายเป็นอีกหนึ่งก้าวย่างสำคัญในภารกิจนี้

ภายในแผนการแบบบูรณาการนี้ อินเดียมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบำพลังงานตนเองในระดับสูง โดยเฉพาะในด้านการป้องกันความมั่นคง ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการยกระดับของ TIER-1 TEAM ของอินเดีย ที่มุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถของทหารในภูมิภาคเอเชียใต้

นี่ถือเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางทหารของเอเชียใต้ภายในอีกสองถึงสามทศวรรษข้างหน้า ถ้าอินเดียสามารถก้าวผ่านข้อจำกัดหลายประการภายใต้แผนพัฒนาแบบบูรณาการที่กำลังจะเริ่มดำเนินการ

เนื่องจากสถานการณ์ความมั่นคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องจากประเทศใกล้เคียงอย่างปากีสถาน การมีความสามารถในการผลิตอาวุธราดับโลกจึงไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่ออนาคตความมั่นคงของชาติ

ที่มา – อินเดียเตรียมพัฒนาเครื่องยนต์เครื่องบินขับไล่ ร่วมกับบริษัทฝรั่งเศส

ผ่านฉลุย ธอส.GO LIVE GHB System ยกระดับบริการลูกค้า

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในการ GO LIVE GHB System ภายใต้แนวคิด “Change for Sustainability เปลี่ยน…เพื่อความยั่งยืน” เพื่อยกระดับระบบ CORE BANK ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในด้านความเสถียรและความปลอดภัยของระบบ

GO LIVE GHB System ประสบความสำเร็จในครั้งแรก

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 09.15 น. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้ทำ ธุรกรรมแรก (1st Transaction) ด้วย Application ใหม่ที่มีชื่อว่า GHB ALL GEN อย่างลื่นไหลและไม่มีสะดุด ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของระบบทดแทน และความร่วมมือของทีมงานภายในองค์กร

เทคโนโลยีระดับธนาคารดิจิทัลที่เติบโตอย่างยั่งยืน

กมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงแค่การอัปเกรดระบบเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นการนำพาธนาคารเข้าสู่การดำเนินงานอย่างยั่งยืน และพร้อมรับอนาคตในรูปแบบ ธนาคารดิจิทัลครบวงจร โดย GHB System จะเป็นแก่นสำคัญที่ช่วยยกระดับการให้บริการ ทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้เร็วขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น รวดเร็วทันใจทุกการทำธุรกรรม

  • เพิ่มความเร็วในการประมวลผล
  • ลดข้อผิดพลาดของระบบ
  • รองรับฟีเจอร์ดิจิทัลใหม่ๆ ครบวงจร
  • บริการสโมสรสมาชิก GHB ALL GEN ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

แฟรงค์ ยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า การดำเนินการนี้เป็นกระบวนการที่ต้องการความร่วมมือจากพันธมิตรหลายภาคส่วน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมงานภายในธนาคาร ซึ่งต่างมีส่วนร่วมในการวางระบบและการทดสอบทุกช่วงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าระบบใหม่จะตอบโจทย์ความต้องการของทั้งลูกค้าองค์กรและลูกค้ารายย่อย

ปรับเปลี่ยนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

การ Go Live ระบบ GHB System นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารที่จะปรับเปลี่ยนและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต และทำให้ลูกค้ามั่นใจในระบบของธนาคารที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาทางการเงินในการซื้อบ้าน หรือมองหาช่องทางการลงทุนที่ปลอดภัย ธอส. พร้อมยื่นมือช่วยเหลือ โดยระบบ GHB System ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะช่วยให้คุณเข้าถึงบริการของธนาคารได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

อย่ารอช้า ลองมาสัมผัสระบบการให้บริการระดับโลกจากธนาคารอาคารสงเคราะห์กันเลยวันนี้!

ที่มา – ผ่านฉลุย ธอส.ประสบความสำเร็จ ทดสอบ GO LIVE GHB System ยกระดับบริการลูกค้า

82 แข่งเยาวชนไทย สุดเจ๋ง ลุ้นทุนการศึกษาโครงการ Know You Can

โครงการ “KTAXA Know You Can Football Youth (U-15) Academy Season 5” ได้จัดการแข่งขันคัดเลือกเยาวชนนักฟุตบอลเพื่อชิงโอกาสในการรับทุนการศึกษาและพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับนักเตะรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งการแข่งขันรอบสุดท้ายได้มีขึ้นในวันที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จำนวนนักเตะเยาวชนที่มาร่วมประลองฝีเท้ากันถึงมากกว่า 600 คน และคัดเลือกเหลือเพียง 82 แข่งเยาวชนไทย สุดเจ๋ง ที่มีสิทธิ์ลุ้นรับทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท

82 แข่งเยาวชนไทย สุดเจ๋ง ลุ้นทุนการศึกษาโครงการ Know You Can

สถานที่จัดการแข่งขันรอบไฟนอลของโครงการนี้ ถือเป็นเวทีที่เยาวชนได้แสดงศักยภาพเต็มพิกัด อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับน้อง ๆ ในการเข้าถึงทุนการศึกษาและโอกาสในการก้าวเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพนักกีฬาในอนาคต โดยในพิธีปิดครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมในพิธีมอบทุนให้กับเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือก

ทั้งนี้ ผู้มีเกียรติ โค้ชเก๋ วรชัย สุรินทร์ศิริรัฐ ผู้ฝึกสอนระดับ A License และอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินและช่วยพัฒนาความสามารถของเยาวชนให้สามารถเติบโตในเส้นทางการกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมแนวคิด “Know You Can” อย่างเต็มรูปแบบ

โอกาสในการก้าวสู่จุดสูงสุดของเยาวชนไทย

เยาวชนที่ได้รับโอกาสผ่านการคัดเลือกครั้งนี้ ต่างมีความพร้อมทั้งในด้านทักษะและจิตใจ ตัวแทนเยาวชนที่ได้รับเลือก เช่น วิภูสิทธิ์ ศรีจันทร์, ศิรวิชญ์ คงประเสริฐ และธีรวัฒน์ ศรีหาบุตร ได้แสดงความสามารถผ่านคลิปสั้น 3 นาที อย่างโดดเด่น ทั้งยังได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าร่วมการพัฒนาฝีเท้าในรูปแบบแคมป์ฝึกพิเศษ

  • ทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท
  • กรมธรรม์ประกันโรคร้ายแรงมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท
  • โอกาสในการเข้าร่วมแคมป์ฝึกพัฒนาฟุตบอลระดับสูง

โครงการ “KTAXA Know You Can Football Youth Academy” ส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้นผ่านกีฬาฟุตบอล อีกทั้งเป็นช่องทางให้เยาวชนได้แสดงความสามารถและไขว้เขว่ตามความฝัน ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้เกิดสุขภาวะที่ดีและความเชื่อมั่นในตนเอง

ในฐานะที่เป็นโครงการที่เน้นย้ำถึงบทบาทของเยาวชนในการพัฒนาตัวเอง โครงการนี้ช่วยฝึกให้เด็กนักกีฬารุ่นใหม่มีวินัย ความรับผิดชอบ และพร้อมก้าวสู่เส้นทางสายอาชีพ รวมไปถึงเป็นเวทีสำหรับนักเตะรุ่นเยาว์ในการพัฒนาศักยภาพเพื่อไปสู่เวทีระดับนานาชาติ

หากคุณเป็นหนึ่งในเยาวชนที่มีฝันอยากเป็นนักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอลหรืออาชีพอื่น ๆ การมีโอกาสแบบที่ “82 แข่งเยาวชนไทย สุดเจ๋ง ลุ้นทุนการศึกษาโครงการ Know You Can” เป็นโอกาสระดับทองที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – 82 แข่งเยาวชนไทย สุดเจ๋ง ลุ้นทุนการศึกษา โครงการ “Know You Can”

‘ไซเบอร์อรรถ’ ปลื้มนักวิ่งกว่า 2 พันแห่ร่วมงาน CYBER POLICE RUN 2025

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บริเวณเมืองทองธานี กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จัดกิจกรรม “CYBER POLICE RUN 2025” เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพทั้งกายและใจ และเพิ่มพูนความตระหนักด้านความปลอดภัยออนไลน์ในยุคดิจิทัล ภายใต้โครงการ THAI CYBER RANGER “ไทยรู้ ทันหลอก”

‘ไซเบอร์อรรถ’ ปลื้มนักวิ่งกว่า 2 พันแห่ร่วมงาน CYBER POLICE RUN 2025

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก โดยพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ได้เข้าร่วมเป็นประธานในการปล่อยตัวนักวิ่ง พร้อมด้วยวิทยากรและผู้บริหารจากหลายองค์กรเอกชนร่วมปล่อยตัวนักวิ่งทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ วิ่ง 10 กม., วิ่ง 5 กม. และวิ่ง 2 กม. โดยได้รับความสนใจจากประชาชนกว่า 2,000 คน

สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลผ่านการวิ่ง

พันธกิจหลักของ CYBER POLICE RUN 2025 ไม่ได้เน้นแค่การส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังเชื่อมโยงความสำคัญของการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมออนไลน์เฉลี่ยถึง 1,100 รายต่อวัน ด้วยความเสียหายสูงถึง 70 ล้านบาทต่อวัน

ภายใต้ม็อตโต้ที่ว่า “วิ่งให้ไว โอนให้ช้า คิดก่อนโอน โดนแล้วไม่ได้คืน” สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายของกิจกรรม คือ การสร้างภูมิคุ้มกันทางสติ เพื่อให้ประชาชนมีความระมัดระวังในการใช้ชีวิตออนไลน์

ทั้งนี้รายได้จากกิจกรรมหลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกสบทบทุนให้กองทุนสวัสดิการข้าราชการตำรวจไซเบอร์ แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือในเชิงบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน

กิจกรรมหลากหลายเพื่อการเรียนรู้และการออกกำลังกาย

ภายในงาน ‘ไซเบอร์อรรถ’ ปลื้มนักวิ่งกว่า 2 พันแห่ร่วมงาน CYBER POLICE RUN 2025 มีกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบ เช่น Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร, Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร, และ Family Run สำหรับครอบครัวระยะทาง 2 กิโลเมตร พร้อมทั้งกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับภัยออนไลน์และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ นักวิ่งที่เสร็จเส้นทางจะได้รับเหรียญที่ระลึกและเกียรติบัตร รวมถึงรางวัลสำหรับนักวิ่งที่ทำเวลาดีที่สุดในแต่ละประเภท

กิจกรรมในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าใจบทบาทของตำรวจไซเบอร์ และส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ เอกชน และสังคมในเชิงรุก ไม่เพียงแต่ช่วยลดจำนวนเหยื่อ แต่ยังส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีในยุคเทคโนโลยี

การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม CYBER POLICE RUN 2025 จึงเป็นการลงทุนในตัวเราในสองด้าน – ทั้งร่างกายและจิตใจ – พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันในโลกออนไลน์ที่จำเป็นมากในยุคปัจจุบัน

ติดตามและเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้ในอนาคตเพื่อสุขภาพที่ดีและภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัลที่แข็งแรง!

ที่มา – ‘ไซเบอร์อรรถ’ ปลื้มนักวิ่งกว่า 2 พันแห่ร่วมงาน CYBER POLICE RUN 2025

จีนเล็งส่งนายกฯ ร่วมอาเซียนซัมมิตที่มาเลเซีย แม้ทรัมป์ยืนยันมาเอง

เมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า ทางการจีนกำลังพิจารณาส่ง นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ อาเซียน ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคมนี้ โดยมีข่าวลือว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อาจไม่เดินทางมาร่วมเองในครั้งนี้

จีนเล็งส่งนายกรัฐมนตรีร่วมอาเซียนซัมมิตที่มาเลเซีย แม้ทรัมป์ยืนยันมาเอง

การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นโอกาสแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ อย่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพบกับผู้นำจีน นับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สอง ทำให้หลายฝ่ายต่างจับตามองว่าจะเกิดการเจรจาหรือข้อตกลงใดๆ ระหว่างสองมหาอำนาจ

แรงกดดันทางการทูตที่เพิ่มขึ้น

แม้ว่าปกติแล้วประธานาธิบดีจีนมักจะร่วมการประชุมอาเซียน แต่ปรากฏการณ์ที่ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันจะเดินทางมาเอง ทำให้รัฐบาลจีนอาจเลือกส่งผู้แทนระดับนายกรัฐมนตรีแทน เพื่อสร้างสมดุลทางการทูตและไม่เซ็นเซอร์ภาพลักษณ์ในเวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ มาเลเซียในฐานะผู้นำการประชุมอาเซียนปีนี้ ก็ยังคงต้องประสานงานกับประเทศสมาชิกและพันธมิตรเพื่อผลักดัน议程สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความมั่นคง การค้า และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะการร่วมมือในรูปแบบอาเซียน+3, อาเซียน+6 และการลงทุนร่วมกันในโครงการเสริมสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดระบุว่านายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย ได้รับการตอบรับเบื้องต้นจากผู้นำบราซิลและแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นประธานบริกส์และจี20 ประจำปีนี้ ว่าจะเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ด้วย ทำให้การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นเวทีความร่วมมือระดับโลกมากขึ้น

ทั้งนี้ การประชุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นเวทีสำคัญที่สามารถส่งผลต่อทิศทางความสัมพันธ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมุมของการทูต การค้า และความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลก

ความคิดเห็น: การที่จีนเล็งส่งนายกฯ แทนประธานาธิบดีในการประชุมครั้งนี้ บ่งบอกถึงกลยุทธ์ทางการทูตที่ระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเดินทางมาร่วมด้วย ทั้งคู่ต่างระวังการแสดงภาพลักษณ์ที่อาจกระทบต่อสถานการณ์ในระดับโลก

ที่มา – จีนเล็งส่งนายกรัฐมนตรีร่วมอาเซียนซัมมิตที่มาเลเซีย แม้ทรัมป์ยืนยันมาเอง

กรมการปกครองยืนยัน เลขบัตรประชาชนหลวงพ่ออลงกต ไม่ตรงกับชื่อคนตาย

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายแสน สุรวิญญูวร ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชน (ผอ.สปท.) ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต ซึ่งเป็นบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว ไปปรากฏในโครงการกองทุนอาทรประชานาถ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของวัดพระบาทน้ำพุ

กรมการปกครองยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีธนาคาร

นายแสนได้ระบุชัดเจนว่า ในส่วนของการเปิดบัญชีธนาคาร กรมการปกครอง ไม่ได้เป็นผู้ควบคุมหรือดูแลกระบวนการดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องสอบถามไปยังธนาคารที่เป็นผู้ดำเนินการเปิดบัญชีจริง เนื่องจากระบบของกรมการปกครองไม่ได้เชื่อมต่อกับข้อมูลทางธนาคารโดยตรง ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าบุคคลใดเสียชีวิตแล้วหรือไม่

ทำไมเลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกตจึงถูกใช้งานต่อ?

การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นจากทางราชการพบว่า เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต นั้นมีการบันทึกไว้แยกต่างหากจากการใช้งานในระบบของหน่วยงานอื่น รายงานระบุว่า เลขบัตรประจำตัวนี้ไม่ได้ถูกใช้ซ้ำกับบุคคลอื่น ซึ่งสื่อสารว่า เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต ไม่ตรงกับชื่อของผู้เสียชีวิตรายอื่นใด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อมูลยังออกมาไม่ครบถ้วนจึงอาจมีการสับสนทางระบบบางส่วน

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เอกสารทางศาสนจักร โดยเฉพาะรายละเอียดในใบสุทธิของ หลวงพ่ออลงกต นั้น ไม่ได้ถูกบันทึกโดยกรมการปกครอง แต่เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ระดับจังหวัด ซึ่งเป็นองค์กรที่อยู่ภายนอกระบบราชการทั่วไป จึงมีความเป็นไปได้ว่า ข้อมูลด้านตัวตนของพระภคินวัฒนะอื่น ๆ จะต้องได้รับการกระทุ้งเพิ่มเติม

  • กรมการปกครองยืนยันว่าไม่มีการใช้เลขบัตรของผู้เสียชีวิตซ้ำ
  • ข้อมูลจากกองทุนอาทรประชานาถไม่เชื่อมโยงกับกรมการปกครองโดยตรง
  • ใบสุทธิของหลวงพ่ออลงกตนั้นเป็นข้อมูลที่อยู่ในการจัดการของคณะสงฆ์
  • ต้องรอข้อมูลล่าสุดจากธนาคารและหน่วยงานเกี่ยวข้องอื่น ๆ เพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือพบเห็นข้อมูลที่ไม่ชัดเจนในระบบราชการ การตรวจสอบกับทางหน่วยงานด้านทะเบียนและบัตรประชาชนอย่างเป็นทางการจะช่วยให้คุณมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าว เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต อย่าลืมว่าความจริงอาจซ่อนอยู่เบื้องหลังระบบราชการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่ทำงานแยกจากกัน

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการสืบสวนและการอัปเดตจากโฆษกกระทรวงมหาดไทย ติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวชั้นนำ

ที่มา – ‘กรมการปกครอง’ ย้ำ เลขบัตรประชาชน ‘หลวงพ่ออลงกต’ ไม่ตรงกับชื่อคนตาย

ตา-ยายดีใจ! เตรียมสร้างบ้านใหม่หลังเก่าถูกระเบิดBM21

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางทหารขึ้นที่พรมแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธหนักอย่าง BM 21 ระดมยิงเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต และมีบ้านเรือนมากมายถูกทำลาย หนึ่งในเหยื่อที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก คือ คุณตา-คุณยายชาวบ้านตาโสว์ หมู่ที่ 10 ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

ตา-ยายดีใจเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่

คุณตาอายุ 88 ปี เปิดเผยว่า บ้านของตนเองถูกระเบิดจาก BM 21 พังเสียหายจนใช้ไม่ได้ และต้องอาศัยอยู่กับลูกหลานกว่าสิบชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมากเมื่อเทียบกับปี 2011 ที่ผ่านมา เพราะไม่ใช่แค่การปะทะในพื้นที่ยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่ระเบิดกระจายเป็นบริเวณกว้าง มุ่งเป้าโจมตีชุมชน ร้านค้า และ even โรงพยาบาล

หลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายหน่วยงานได้เข้ามามอบความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ทางจังหวัด สภากาชาดไทย และ อบต.บ้านพลวง ที่ได้ร่วมมือกันในการรื้อบ้านเก่า กำจัดเศษซาก และเตรียมพื้นที่สำหรับการสร้างบ้านหลังใหม่

ผลกระทบจาก BM 21 ต่อชีวิตชาวบ้าน

  • บ้านเรือนจำนวนมากถูกทำลาย
  • โรงพยาบาลและสถานที่ราชการได้รับความเสียหาย
  • ชาวบ้านต้องอพยพออกจากพื้นที่ชั่วคราว
  • ความตื่นกลัวในกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พรมแดน

เหตุการณ์นี้กลายเป็นบททดสอบความอดทนและความเข้มแข็งของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงบทพิสูจน์การประสานงานของหน่วยงานภาครัฐที่เข้าไปดูแลเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่อย่างรวดเร็ว

สำหรับครอบครัวของคุณตา-คุณยายแล้ว การได้บ้านใหม่ไม่ใช่แค่ความหวังในการกลับมามีชีวิตอย่างสงบสุขอีกครั้ง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือและความห่วงใยจากสังคมไทยที่ไม่ทอดทิ้งกัน

เราจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนให้มีนโยบายป้องกันภัยทางทหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อปกป้องประชาชนที่ต้องอยู่ใกล้เส้นทางสงครามตลอดมา

ที่มา – ‘ตา-ยาย’ ดีใจ ‘ทหาร-อบต.’ เตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ เหตุหลังเก่าโดน BM 21 พังทั้งหลัง

ทนายรณณรงค์เผยเลขบัตรฯ ไม่ใช่ของหลวงพ่ออลงกต แต่ทำไมเปิดบัญชีได้?

กรณีที่ถูกสื่อมวลชนตรวจสอบพบว่า ชื่อของหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ซ้ำกับ นายอลงกต พลมุข ข้าราชการที่เสียชีวิตไปแล้ว ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงสังคมออนไลน์ โดยล่าสุด “กรมปกครอง” ออกมาเปิดเผยว่า หลวงพ่ออลงกต มีการเปลี่ยนชื่อเดิม “เกรียงไกร” เมื่อปี พ.ศ. 2552 แต่ยืนยันว่าเลขบัตรประชาชนไม่มีการเปลี่ยนแปลง และกำลังเร่งสอบสวนกรณีการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์บัตรของผู้เสียชีวิตเข้าบัญชีของกองทุนวัด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 แฟนเพจทนายคู่ใจ ได้ออกมานำเสนอข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกรณีนี้ โดยระบุว่า ข้อมูลสมัครสมาชิกของหลวงพ่ออลงกต ที่ปรากฏในหน่วยงานราชการ มีความไม่ตรงกับเลขบัตรประชาชนที่ใช้เปิดบัญชีธนาคารของวัดพระบาทน้ำพุ

ทนายรณณรงค์ชี้ชัดเลขบัตรฯ ไม่ใช่ของหลวงพ่ออลงกต แต่ทำไมกลับใช้เปิดบัญชีธนาคารได้?

เจ้าของโพสต์ระบุในข้อความว่า “คุณลองนึกภาพตามนะครับ กรมการปกครองออกมาชี้แจงว่า ‘เลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต ไม่ตรงตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ’ แต่ปัญหา คือ สิ่งที่สื่อใช้อ้างอิงคือ ใบสุทธิพระภิกษุ ซึ่งก็คือเอกสารทางราชการเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น เลขบัตรประชาชน 13 หลักที่บอกว่า “ไม่ใช่ของหลวงพ่อ” กลับถูกใช้ไปเปิดบัญชีธนาคารได้จริง”

ความผิดทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีนี้

เช่นเดียวกับการที่เลขบัตรประชาชนดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการเปิดบัญชี เพื่อใช้ในการระดมทุนจากประชาชน ซึ่งอาจถือเป็นการละเมิดกฎหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งมีบทบัญญัติห้ามนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และอาจเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่งเป็นข้อหาฉ้อโกงประชาชน ตามที่แฟนเพจ “ทนายคู่ใจ” ระบุไว้ว่า

“แล้วบัญชีธนาคารนี้ถูกเอาไปโฆษณา เชิญชวนให้ประชาชนโอนเงินบริจาคอีกต่างหาก นี่คือประเด็นใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่อง “ผิดวัตถุประสงค์การใช้เงินบริจาค” แต่คือผิดตัวตั้งแต่ต้น การโฆษณาเชิญชวนให้บริจาคด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ เสี่ยงทั้งความผิดตาม”

  • ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14
  • ความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
  • การใช้ข้อมูลวัตถุประสงค์ผิด เพื่อลวงผู้บริจาค

นอกจากนี้ การมีอะไรบางอย่างที่ซ้ำซ้อนในระบบราชการหรือวางผิดพลาดในข้อมูล จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดอย่างละเอียดและเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในอนาคตอีก

ความน่าสงสัยยังคงอยู่ว่าหากข้อมูลเลขบัตรประชาชนนี้ไม่ใช่ของหลวงพ่อจริงๆ แต่กลับสามารถนำไปเปิดบัญชีธนาคารได้จริง หมายความว่าอาจมีการละเมิดหรือใช้ระบบอย่างผิดวิธี เพื่อหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชน

คำถามที่หลายคนหลายคงถามว่า “หากเรื่องนี้ไปถึงขั้นสอบสวนจริงๆ จะมีคนถูกควบคุมตัวกี่คน” การไม่เปิดเผยรายละเอียดอย่างชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยิ่งทำให้เกิดความสงสัยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบด้วยความโปร่งใสและการปิดช่องโหว่ในระบบราชการ น่าจะเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนไม่หวังดีที่แอบอ้าง身份 เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ผิด

ที่มา – ‘ทนายรณณรงค์’ ชี้เลขบัตรไม่ใช่ของ ‘หลวงพ่ออลงกต’ แต่ทำไมกลับใช้เปิดบัญชีธนาคารได้