ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

โฆษก วิปวุฒิฯ ยันไม่จริง! ปฏิเสธข่าวคว่ำงบปี 69

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ส.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ได้ออกมาแถลงข่าวหลังจากมีข่าวลือว่าวุฒิสภาอาจมีมติคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้ว

โฆษก วิปวุฒิฯ ยันไม่จริง!

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 1-2 ก.ย. โดยวุฒิสภาได้แบ่งประเด็นสำคัญไว้ 4 ภัยหลัก ได้แก่ 1. ภัยเศรษฐกิจ เช่น หนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น รายได้ประชาชนลดลง ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ 2. ภัยความมั่นคง เช่น ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ 3. ภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง และมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และ 4. ภัยทางสังคม เช่น ยาเสพติด พนันออนไลน์ บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน

ความเชื่อส่วนตัวและข้อสังเกต

โฆษก วิปวุฒิฯ ยืนยันว่า ข่าวลือเกี่ยวกับการคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 69 ไม่เป็นความจริง เพราะทุกสว. มีสิทธิพิจารณาและลงมติด้วยความเป็นอิสระ โดยไม่มีการบังคับหรือใช้อำนาจใด ๆ ในการควบคุมทิศทางการลงคะแนนเสียง

เมื่อถูกถามถึงแนวทางการจัดการกับผู้ที่เผยแพร่ข่าวลือ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ข้อความที่เผยแพร่นั้นมาจากจินตนาการมากกว่าข้อเท็จจริง และย้ำว่าการพูดคุยกันภายในวุฒิสภาแทบจะไม่มี ทำให้ไม่มีที่ยืนเรื่องการประชุมร่วมกันที่จะควบคุมมติของสมาชิก

  • ไม่มีการประชุมลับเพื่อคว่ำร่าง พ.ร.บ.
  • สว.มีสิทธิพิจารณาโดยอิสระ
  • ข่าวลือไม่มีมูลความเป็นจริง

กมธ. วิสามัญฯ จะส่งรายงานข้อสังเกตต่าง ๆ ภายในวันที่ 25-26 ส.ค. เพื่อให้ประธานวุฒิสภาจัดทำเป็นระเบียบวาระต่อไป โดยเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 143 ที่กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณไว้ที่ 20 วัน

สุดท้าย การพิจารณางบฯ ปี 69 ถือเป็นจุดสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างสูง เพราะไม่ว่าจะคว่ำ หรือไม่คว่ำ จะต้องสะท้อนความต้องการแก้ปัญหาของประเทศอย่างแท้จริง

รับฟังข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โฆษก วิปวุฒิฯ และการพิจารณา งบปี 69 ได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ถูกต้องและรอบด้าน

ที่มา – ‘โฆษก วิปวุฒิฯ’ ซัดพวกมโน ปล่อยข่าวคว่ำงบปี 69  ยันไม่จริง!

สิ้นหวังในชีวิตแม่ลูกรมควันลาโลก ลูกชายพิการดับคาที่เจ้าตัวโคม่า

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดอุดรธานีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและสร้างความเสียใจให้แก่สังคมอย่างยิ่ง เมื่อแม่ลูกคู่หนึ่งได้ตัดสินใจ รมควันลาโลก ด้วยความสิ้นหวังในชีวิต หลังจากที่เผชิญปัญหาครอบครัวและความเครียดสะสมจากการดูแลลูกชายที่มีความต้องการพิเศษ

สิ้นหวังในชีวิตแม่ลูกรมควันลาโลก ลูกชายพิการดับคาที่เจ้าตัวโคม่า

จากข้อมูลที่ได้รับ ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผู้หญิงรายหนึ่งได้ รมควันลาโลก อยู่ภายในห้องนอนที่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 4 ตำบลบ้านจั่น อำเภอเมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ชีพ รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม และอาสากู้ภัยรุดไปตรวจสอบทันที แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบว่าประตูห้องนอนชั้นล่างถูกล็อคจากด้านใน จำเป็นต้องงัดเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ

ในห้องนอน พบลูกชายวัย 29 ปี เสียชีวิตนอนอยู่บนเตียง ส่วนแม่วัย 65 ปี หมดสติอยู่บนฟูกบริเวณพื้น เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีทันที แต่สภาวะอาการยังคงน่าเป็นห่วง

สาเหตุของการรมควันลาโลก

จากการตรวจสอบภายในห้อง พบเตาอั้งโล่และเศษถ่านอยู่ใกล้กัน รวมถึงกระดาษเขียนร่ำลาบางส่วน ซึ่งระบุไว้ว่า “งดพิธีกรรมทางศาสนาและไม่ต้องแจ้งญาติ” แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและเป็นการปิดบัญชีกับโลกใบนี้อย่างเด็ดขาด

ญาติใกล้ชิดเล่าว่า ผู้เสียชีวิตเคยเป็นครูและทำงานร้องเพลง ยังมีอาชีพนวดแผนโบราณเพื่อเลี้ยงดูลูกชายที่มีความต้องการพิเศษ ทำให้ช่วงปลายชีวิตเผชิญความลำบากทั้งทางด้านการเงินและจิตใจ จนที่ผ่านมาผู้เป็นแม่มักจะพูดถึงเรื่องการคิดสั้นหลายครั้ง อาจเพราะภาระหนักหนาเกินจะแบกรับ

เพื่อนบ้านบอกว่า แม่ของผู้เสียชีวิตเคยปรึกษาเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัวและความกังวลเกี่ยวกับลูกพิการบ่อยครั้ง ดำเนินชีวิตมาอย่างหนักลำบาก โดยเฉพาะเมื่อไม่มีเครือญาติพี่น้องที่เข้ามาช่วยเหลือมากนัก เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากความเครียดสะสม ปัญหาครอบครัวและการเงินที่พุ่งชนกันจนเกินความสามารถในการดูแลตัวเองและลูกชายได้

ปัจจุบันตำรวจได้นำส่งศพลูกชายไปยังนิติเวชโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อรอการมาบำเพ็ญกุศลจากญาติให้เป็นไปตามประเพณี

กรณีของแม่ลูกคู่นี้นับเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นความหนักหนาของการใช้ชีวิตที่ต้องรับภาระครอบครัวและดูแลคนที่มีความต้องการพิเศษ ยิ่งหากไม่มีที่พึ่งหรือช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ก็อาจนำไปสู่วิกฤตทางจิตใจได้ง่าย การให้การสนับสนุนทั้งในเชิงอารมณ์และด้านปัญหาการเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมไทย

หากคุณหรือคนรอบข้างกำลังเผชิญกับความลำบากทางจิตใจกรุณาอย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ อาศัยเครือข่ายของชุมชนหรือโทรหาสายด่วนสุขภาพจิต เพราะ สิ้นหวังในชีวิต ไม่ใช่ทางออก และยังมีใครบางคนที่รอคุณอยู่เสมอ

ที่มา – สิ้นหวังในชีวิตแม่ลูกรมควันลาโลก ลูกชายพิการดับคาที่เจ้าตัวโคม่า

สรุป 10 ประเด็นร้อน ‘ณิชา’ซับหน้า ‘หมาก’ ขอปิดดราม่าสะท้านวงการ ‘คิมเบอร์ลี่’ย้ำเรื่องปกติ!

เหตุการณ์ที่นักแสดงสาว ณิชา ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ได้ช่วย หมาก ปริญ สุภารัตน์ ซับหน้าในงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ “ปากกัดตีนถีบ” กลับกลายเป็นประเด็นร้อนระดับทวิตเตอร์ และถูกโยงไปถึง คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ภรรยาของ หมาก ที่ออกมาให้สัมภาษณ์เคลียร์ข้อสงสัย

สรุป 10 ประเด็นร้อน ‘ณิชา’ซับหน้า ‘หมาก’ ขอปิดดราม่าสะท้านวงการ ‘คิมเบอร์ลี่’ย้ำเรื่องปกติ!

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากภาพเดียวที่ ณิชา ใช้ผ้ากระดาษซับเหงื่อและสิ่งติดอยู่บนใบหน้าของ หมาก ขณะที่กำลังเข้าร่วมงานแถลงข่าว ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมจนกลายเป็นประเด็นในโซเชียลมีเดีย

เหตุผลที่ณิชาซับหน้าหมาก

ณิชาออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเปิดใจว่า เธอไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นประเด็น เพราะมองว่าเป็นเพียงการช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานในสถานการณ์ที่หมากไม่สะดวก และต้องรีบเข้าสู่วงรอบของการสัมภาษณ์

ทั้งในด้านของ คิมเบอร์ลี่ ก็แบ่งปันความคิดว่าเธอไม่ได้รู้สึกหึงหรือไม่สบายใจใดๆ เพราะเธอเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติที่บุคคลภายในวงการบันเทิงจะช่วยกันในเวลาฉุกเฉิน ทั้งยังกล่าวเสริมว่าในขณะนั้น ช่างแต่งหน้าไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้ด้วยซ้ำ จึงทำให้เกิดการช่วยเหลือจาก ณิชา

  • สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องปกติ
  • เป็นการช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องเกินขอบเขต
  • คิมเบอร์ลี่เข้าใจและไม่เจ้าว่าน
  • หมากยอมรับว่าเป็นคนขอให้ช่วย
  • ทั้งสามคนมีท่าทีสอดคล้องกัน

นอกจากนี้ หมาก ปริญ ก็ได้ออกมาอธิบายว่าเขาเป็นคนที่ขอให้ ณิชา ช่วยซับหน้า เพราะไม่เห็นว่าหน้าตัวเองมีสิ่งใดติดอยู่ ทำให้เขาคิดว่าเป็นเรื่องปกติ จึงขอโทษ ณิชา ต่อสื่อมวลชนในภายหลังที่ทำให้เธอต้องเผชิญกับกระแส

ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามคน

ภาพรวมของสถานการณ์คือ ทั้งสามฝ่ายให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการช่วยเหลือกันตามมาตฐานนักแสดง และไม่มีเจตนาแอบแฝงใดๆ ทำให้กระทั่งดราม่าที่เกิดขึ้นเริ่มสงบลงตามความเข้าใจของสื่อและแฟนคลับ

หลาย ๆ คนเริ่มเห็นชัดว่าเป็นเพียงการตีความผิด และดราม่าที่เกิดขึ้นนั้นไม่น่าเกิดขึ้นเลย ทั้งยังชื่นชมในสปิริตของ ณิชา ที่ไม่กลัวกระแส รวมถึงความมั่นคงในความสัมพันธ์ของคู่สามีภรรยาอย่าง หมาก และ คิมเบอร์ลี่ ที่ดูเป็นธรรมชาติและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ถึงแม้คำพูดบางคำจะถูกตีความอย่างจงใจหรือคลาดเคลื่อนก็ตาม แต่การเปิดใจ ความจริงใจ และความเข้าใจที่เกิดขึ้นได้ในที่สุด สื่อให้เห็นว่าความสัมพันธ์ภายในวงการบันเทิงก็ยังคงมีพื้นฐานบนความเป็นมนุษย์และภราดรภาพอยู่เสมอ

ที่มา – สรุป 10 ประเด็นร้อน ‘ณิชา’ซับหน้า ‘หมาก’ ขอปิดดราม่าสะท้านวงการ ‘คิมเบอร์ลี่’ย้ำเรื่องปกติ!

วัดพระบาทน้ำพุ ศรัทธา บุญ และบทเรียนของสังคม

วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี เคยเป็นสัญลักษณ์ของการช่วยเหลือผู้ป่วย HIV และผู้ยากไร้ในสังคมไทยมาเกือบ 3 ทศวรรษ ด้วยบทบาทของพระสงฆ์และอาสาสมัครที่ทุ่มเท วัดแห่งนี้จึงกลายเป็นที่พึ่งพิงของผู้ทุกข์ยากจำนวนมาก

กระแสศรัทธาของประชาชนทั่วประเทศหลั่งไหลมาด้วยใจหวังจะ “ร่วมทำบุญ” เพื่อประคับประคองชีวิตเพื่อนมนุษย์ให้ยืนยาว หลายครั้งการบริจาคพุ่งสูงถึงหลักร้อยล้านบาทต่อปี สะท้อนพลังศรัทธาที่ไม่เคยเสื่อมคลาย

วัดพระบาทน้ำพุ กับการจัดการศรัทธา

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ข่าวคราวเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินและการใช้ทรัพยากรของวัด กลับกลายเป็นคำถามที่สังคมต้องการคำตอบ และบางครั้งก็นำไปสู่การถกเถียงอย่างกว้างขวาง เรื่องราวนี้ทำให้เห็นความเปราะบางของ “ศรัทธาที่ขาดสติ”

เมื่อการทำบุญกลายเป็นเพียงการทุ่มเงินด้วยความเชื่อ โดยไม่ตรวจสอบหรือใช้วิจารณญาณ บางทีเราอาจเผลอทำบุญจนลืมดู “ที่ไป” ของบุญนั้น ข่าวพระ-วัดโกงเงินที่ดังอยู่ในปัจจุบัน ก็คือสัญญาณเตือนว่า การทำบุญไม่ใช่แค่ “ทุ่มเทให้มาก” แต่ต้อง “เลือกให้ถูกทาง” ด้วย

บุญที่แท้จริงตามหลักพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนาสอนว่า “บุญ” ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการบริจาคเงินทอง แต่ยังเกิดจากการทำความดี การรักษาศีล การเจริญภาวนา การดูแลครอบครัว และการแบ่งปันเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์

บุญที่แท้จริง อาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด เช่น

  • เลี้ยงดูพ่อแม่ให้สุขกายสบายใจ
  • ดูแลเด็กกำพร้า คนแก่ คนพิการ
  • บริจาคให้โรงพยาบาล สนับสนุนทุนการศึกษา
  • หรือแม้แต่ช่วยเหลือสัตว์จรจัด

สิ่งเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินมหาศาล แต่สร้างคุณค่าที่ยั่งยืน

เพราะบุญไม่ได้อยู่ที่ยอดเงิน แต่อยู่ที่ “ความตั้งใจ” และ “ปลายทาง” ว่ามันช่วยใครได้จริงหรือไม่

บทเรียนจากวัดพระบาทน้ำพุ จึงไม่ใช่เรื่องของวัดแห่งเดียว แต่คือกระจกสะท้อนให้สังคมเห็นว่า การทำบุญต้องเดินคู่กับปัญญา อย่าให้ความศรัทธากลายเป็นช่องทางให้ใครโกง เพราะบุญที่แท้จริง คือการทำให้ใจเราสว่าง และช่วยโลกให้น่าอยู่ขึ้น

เพราะงั้น เพื่อนๆ ลองพิจารณาให้ดีก่อนทำบุญว่า สิ่งที่เราทุ่มเทไปนั้น ปลายทางคืออะไร แล้วมันคุ้มค่าจริงหรือไม่ เพราะบุญจะงดงามเมื่อทำด้วยปัญญาและทัศนคติที่ถูกต้อง

ที่มา – “วัดพระบาทน้ำพุ” ศรัทธา บุญ และบทเรียนของสังคม

โต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง ครูเพื่อนอาลัย ‘น้องน้ำโขง’

ในช่วงเช้าของวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่โรงเรียนบ้านโจรก ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ยังคงมีบรรยากาศความเศร้าหมองคลุมโรงเรียนแห่งนี้อยู่เสมอ หลังจากเกิดเหตุการณ์กระสุนปืนใหญ่ฝีมือทหารกัมพูชานำโดยฮุน เซน บุกรุกพื้นที่ทางตอนใต้ของบ้านโจรกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย รวมถึงเด็กนักเรียนอายุ 8 ขวบที่ไม่ได้รับโอกาสกลับมาเข้าเรียนอีกครั้ง

โต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง

สิบเอก วรุธ ภิชาเศวตว์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโจรก เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันที่ 4 นับจากวันเกิดเหตุ ซึ่งมีนักเรียนกลับมาเรียนราว 50% จากจำนวนทั้งหมด ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของผู้ปกครองที่ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยของสถานที่เรียนการสอนในพื้นที่

เมื่อพาผู้สื่อข่าวเข้าไปในห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งเคยเป็นห้องเรียนของน้อง ด.ช.ธิติวัฒน์ บุญแต่ง หรือ ‘น้องน้ำโขง’ หนึ่งในเหยื่อความรุนแรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว เหลือเพียงโต๊ะที่ว่างเปล่า สื่อถึงความสูญเสียและความทรงจำที่ยังอยู่ค้างคาในหัวใจของครูและเพื่อนนักเรียนทุกคน

ครูประจำชั้น คือ นางสาวสุทธิวรรณ นพเก้า เปิดเผยสมุดการบ้านของน้องน้ำโขงที่ไม่มีวันได้ส่ง เอกสารเหล่านี้กลายเป็นที่ระลึกแทนชีวิตผู้จากไป พร้อมทั้งภาพวาดและลายมือของน้องที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์บริบูรณ์

ครูอาลัยลูกศิษย์น้อย ดีใจว่ามันไม่ได้เกิดกับลูกตัวเอง

“น้องนิสัยดี เป็นเด็กขยัน ชอบช่วยงานครู ทั้งที่อายุยังน้อย ภาพน้องยิ้มจะยังอยู่ในความทรงจำของเราเสมอ” นางสาวสุทธิวรรณเล่าด้วยเสียงสั่นๆ “วันนี้เรายังรู้สึกเสียใจข้างใน โต๊ะว่างนั้น เหมือนกับหัวใจที่ยังคิดถึงน้องอยู่เสมอ”

ข่าวล่าสุดระบุว่าทางทหารกัมพูชากำลังเสริมกำลังและทุ่มทุนจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเข้ามายังชายแดนบริเวณปราสาทตาควาย ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเรือนและโรงเรียนของชุมชนบ้านโจรก ทำให้คนในพื้นที่ยังคงไม่มั่นใจในอนาคตที่จะปลอดภัย

  • เหลือเพียงโต๊ะเปล่าและสมุดไม่ได้ส่ง
  • ครูและเพื่อนยังคิดถึง ‘น้องน้ำโขง’ อยู่เสมอ
  • โรงเรียนขาดโครงสร้างหลบภัยที่เพียงพอ
  • โต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง

ภายใต้สถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดในพื้นที่ โรงเรียนบ้านโจรกยังดิ้นรนในการเตรียมสถานที่ให้ปลอดภัยเท่าที่จะทำได้ โดยได้รับการสนับสนุนหลุมหลบภัยจำนวน 4 แห่ง แต่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะขาดยางรถยนต์หรือดินปิดช่องโหว่ที่จำเป็น จึงขอความร่วมมือจากผู้ใจบุญให้ช่วยจัดหาวัสดุเหล่านี้มาช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับนักเรียน

เรื่องราวของโต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง เป็นเพียงสะท้อนความเจ็บปวดบางส่วนของคนบนผืนดินสันติ ที่อาจต้องจ่ายราคาด้วยชีวิตของเด็กผู้บริสุทธิ์ที่สุดบนสากลโลก เพียงเพราะเกิดผิดเวลา ผิดสถานที่ และผิดกับใครบางคนที่ถือปืนใหญ่เข้ามาโจมตี

เราในฐานะสังคมควรทำอะไรเพื่อให้การเสียชีวิตของน้องน้ำโขงไม่พลาดเปล่า? บางทีการเปิดใจให้ความสนใจกับปัญหาด้านความมั่นคงบนชายแดน หรือการส่งเสียงเรียกร้องให้มีมาตรการปกป้องเด็กในพื้นที่เสี่ยง มันอาจเริ่มจากการไม่ละเลย ‘โต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง’

ที่มา – โต๊ะว่างในห้องเรียน-สมุดการบ้านที่ไม่มีวันได้ส่ง ครูเพื่อนอาลัย ‘น้องน้ำโขง’ เหยื่อความโหดร้าย ‘ฮุน เซน’

กมธ.วิสามัญฯ วุฒิสภา ศึกษาดูงานโครงการพัฒนาปลวกแดงฯ จ.ระยอง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสมาชิกคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางไปยังศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง เพื่อศึกษาดูงานโครงการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

กมธ.วิสามัญฯ วุฒิสภา ศึกษาดูงานโครงการพัฒนาปลวกแดงฯ จ.ระยอง

ภายในกิจกรรม คณะได้รับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมของโครงการฯ และได้เข้าเยี่ยมชมด้วยการนั่งรถรางเพื่อดูบริการด้านการเกษตร ปศุสัตว์ และประมงที่ดำเนินอย่างเป็นระบบ มีนายประสานต์ พฤกษาชาติ รอง อบจ.ระยอง และนายสกนธ์หล นอภ.ปลวกแดง เข้าร่วมให้การต้อนรับเป็นอย่างดี

จุดประสงค์ของการศึกษาดูงาน

การเดินทางในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา สามารถเข้าใจถึงการดำเนินงานโครงการที่สืบทอดมาจากพระราชดำริ โดยการได้ไปเรียนรู้เชิงปฏิบัติ ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เด็ก เยาวชน นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป

  • เรียนรู้เรื่องราวโครงการพระราชดำริ
  • เข้าใจการบริหารจัดการพื้นที่ตามแนวทางพระมหากรุณาธิคุณ
  • เป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงการในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ

ผลจากการศึกษาดูงาน จะถูกใช้ในการวางแผนเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้เกิดการศึกษาดูงานในพื้นที่อื่น ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้และต่อยอดได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจในสถาบันพระมหากษัตริย์มากยิ่งขึ้น

กิจกรรมเช่นนี้จึงถือเป็นการเชื่อมโยงปณิธานอันสูงส่งของพระมหากษัตริย์กับการพัฒนาบ้านเมืองในทุกระดับ พร้อมทั้งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของพระมหากรุณาธิคุณในชีวิตประจำวัน

จากประสบการณ์ครั้งนี้ uania ben ว่ากิจกรรมดังกล่าวควรจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเผยแพร่แนวทางที่ดีไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย

ที่มา – กมธ.วิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ศึกษาดูงานโครงการพัฒนาปลวงแดงฯ จ.ระยอง

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส จัดโครงการ J&T Supports Local เสริมศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น จ.ชลบุรี

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “J&T Supports Local” โดยร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองรี และวิสาหกิจชุมชนพัฒนาอาชีพ จังหวัดชลบุรี เพื่อถ่ายทอดความรู้ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถก้าวทันยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส จัดโครงการ J&T Supports Local เสริมศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น จ.ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อสำคัญ เช่น กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ การตลาดออนไลน์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการส่งสินค้า และการเลือกใช้บริการขนส่งที่มีมาตรฐาน ซึ่งมีการเปิดกิจกรรมโดยมี คุณสุนทร ตันติโภคากุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบ ลหนองรี เป็นประธานในพิธี และมีผู้ประกอบการจากท้องถิ่นเข้าร่วมมากกว่า 30 ราย

โครงการที่รองรับธุรกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

คุณ Christine Fransisca หัวหน้าฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการ J&T Supports Local เป็นโครงการที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 โดยในปีนี้ เรามุ่งเน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ด้วยความรู้ทางด้านการจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เทคนิคการบรรจุภัณฑ์อย่างปลอดภัย และความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำแนวทางไปปรับใช้สู่การเติบโตระยะยาวได้”

ความร่วมมือเพื่อพัฒนาชุมชน

คุณสุนทร ตันติโภคากุล กล่าวเสริมว่า “รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้เป็นเจ้าภาพในการร่วมกับเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย และวิสาหกิจชุมชนพัฒนาอาชีพ จ.ชลบุรี ในการจัดกิจกรรมนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เข้าถึงเครื่องมือทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

ความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมอย่าง คุณอติพัชร อิ่มเอม ผู้แทนร้านค้าในชุมชน กล่าวว่า “กิจกรรมวันนี้ให้ความรู้จริงจัง เหมาะสำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างเรา โดยเฉพาะในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบรนด์ การตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และการแพ็คสินค้าให้ปลอดภัย ซึ่งช่วยเราปรับปรุงและเชื่อมโยงกับลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในท้องถิ่น”

โครงการ J&T Supports Local จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบทางสังคม (CSR) ของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ที่สอดคล้องกับแนวคิด ESG โดยเน้นที่ด้าน Social ในการสนับสนุนการพัฒนาทักษะของคนในชุมชน และช่วยสร้างแรงผลักดันให้ธุรกิจระดับท้องถิ่นสามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดดิจิทัลได้

การมีอยู่ของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ในฐานะผู้ให้บริการโลจิสติกส์ตัวชั้นนำ มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงและช่วยส่งเสริมศักยภาพทางธุรกิจไม่เพียงแต่ของประเทศไทย แต่ทั่วโลก โดยในประเทศไทย เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส มีเครือข่ายครอบคลุมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงถือว่ามีบทบาทส่งเสริมระบบนิเวศด้านอีคอมเมิร์ซ และทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีโอกาสเติบโตได้อย่างเท่าเทียม

โครงการ J&T Supports Local นี้เป็น testimony ถึงความมุ่งมั่นของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ที่ไม่มองแค่การเติบโตขององค์กร แต่เชื่อมโยงการเติบโตเข้ากับการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

หากคุณเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นหรือสนใจในแนวทางการสร้างแบรนด์ การตลาดออนไลน์ หรือการบริหารโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ ขอแนะนำให้ติดตามกิจกรรมจากเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ของคุณ เพราะอาจเป็นกุญแจสำคัญให้ธุรกิจคุณเติบโตได้ก้าวกระโดดในโลกออนไลน์

ที่มา – เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เดินหน้าจัดโครงการ “J&T Supports Local” เสริมศักยภาพผู้ประกอบการท้องถิ่น จังหวัดชลบุรี

อบจ.แม่กลอง อบรมเยาวชนเรื่องป้องกันสาธารณภัยลดความเสี่ยง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่หอประชุมพิพัฒน์มงคล อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม นายเจษฎา ญาณประภาศิริ นายก อบจ.สมุทรสงคราม ได้เป็นประธานเปิดโครงการ “ฝึกอบรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” ซึ่งจัดโดยสำนักปลัด อบจ.สมุทรสงคราม โดยมีนางนิลุบล เดชเกตุ ปลัด อบจ.สมุทรสงคราม เป็นผู้นำการดำเนินการ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่เยาวชนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนต่าง ๆ จำนวน 300 คน โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 150 คน คือ รุ่นที่ 1 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 จากโรงเรียนถาวรานุกูล และรุ่นที่ 2 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 จากโรงเรียนศรัทธาสมุทร

อบจ.แม่กลอง อบรมเยาวชนเพื่อบรรเทาสาธารณภัยอย่างจริงจัง

นางนิลุบล เดชเกตุ ปลัด อบจ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเนื่องจาก อบจ.มีความตระหนักเป็นอย่างดีว่าอัคคีภัยและภัยพิบัติต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดฝัน โดยเฉพาะในสถานศึกษาที่มีนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งหากไม่มีความรู้พื้นฐานในการป้องกันและรับมือ จะส่งผลกระทบอย่างหนักทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สิน “ปัญหาเพลิงไหม้หลายครั้งเกิดจากการประมาท การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างไม่ระมัดระวัง และขาดความรู้ว่าจะดับเพลิงอย่างไรให้ปลอดภัย ถ้าเยาวชนมีความรู้และทักษะเหล่านี้ พวกเขาจะสามารถดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้มากขึ้น”

ทำอย่างไรบ้าง ถ้าเจอไฟไหม้?

กิจกรรมในโครงการประกอบด้วยการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติจริง โดยมีวิทยากรจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ นำโดยนายประทีป บุญสิทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนฝึกอบรม ให้ความรู้และสาธิตวิธีการใช้งานอุปกรณ์ดับเพลิงที่ถูกต้อง นักเรียนได้ฝึกใช้ถังดับเพลิงประเภทต่าง ๆ เช่น ผงเคมีแห้ง โฟม และ CO₂ ซึ่งใช้สำหรับไฟที่เกิดจากไม้ กระดาษ ของเหลวไวไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า

  • ใช้ผงเคมีดับไฟไหม้จากไม้ กระดาษ
  • ใช้โฟมดับไฟจากของเหลว เช่น น้ำมัน
  • ใช้ถัง CO₂ ดับไฟฟ้า
  • ห้ามใช้น้ำราดไฟไหม้ถังแก๊ส

นอกจากนี้ นักเรียนยังได้เข้าร่วมฝึกปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น การช่วยเหลือผู้หมดสติโดยใช้ AED และการทำงานร่วมกันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีการแนะนำวิธีป้องกันตัวเองเมื่อเกิดแผ่นดินไหว การอพยพอย่างปลอดภัย และการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ

ภารกิจเพื่ออนาคตของประเทศ

นายเจษฎา ญาณประภาศิริ นายก อบจ.สมุทรสงคราม กล่าวเสริมว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังให้เยาวชนเหล่านี้สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในชุมชนของตนเองได้จริง ด้วยการนำความรู้ที่ได้ไปแชร์ให้กับครอบครัวและเพื่อน ๆ “การอบรมเยาวชนในเรื่องป้องกันสาธารณภัย เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคตของชาติ เพราะเยาวชนคือกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต”

การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญอย่างหนึ่งของ อบจ.แม่กลอง ในการสร้างความปลอดภัยให้แก่เยาวชน พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนโดยรวม เพื่อป้องกันความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณเป็นครู ผู้ปกครอง หรือเยาวชนเอง การมีความรู้ด้านสาธารณภัยคือทักษะที่จำเป็นต้องเรียนรู้ เพราะการเตรียมความพร้อมคือหนทางสู่การอยู่รอด

ที่มา – อบจ.แม่กลอง อบรมเยาวชนเสริมความรู้ป้องกันสาธารณภัย ลดความสูญเสียทั้งชีวิต-ทรัพย์สิน

สถิติโลกมาราธอน สวมกางเกงใน 20 ตัว!

หากคุณคิดว่าการวิ่งมาราธอนเป็นเรื่องท้าทายพอแล้ว ลองนึกภาพชายคนหนึ่งที่วิ่ง 42.195 กิโลเมตรด้วยเวลา 5 ชั่วโมง 23 นาที 15 วินาที โดยสวมกางเกงในมากกว่า 20 ตัวไว้ข้างใน! เจสัน เบอร์บิวรี่ วัย 52 ปี ชายผู้นี้กลายเป็นนักวิ่งที่สร้าง “สถิติโลกมาราธอน สวมกางเกงใน 20 ตัว” ได้สำเร็จในงาน ลอนดอนมาราธอน 2025 ถือเป็นสถิติที่แปลกและสร้างความประทับใจในวงการวิ่งทั่วโลก

สถิติโลกมาราธอน สวมกางเกงใน 20 ตัว!

เป็นเรื่องที่หลายคนอาจไม่เชื่อ แต่เจสันเสพความท้าทายอย่างแท้จริง เขาไม่เพียงแค่วิ่งให้จบ แต่ต้องทำมันในลุคแปลกๆ ด้วยการซ้อนกางเกงในหลายชั้น ซึ่งไม่เพียงต้องใช้ความแข็งแกร่งทางกายภาพเท่านั้น แต่ต้องเหนื่อยกายใจไม่น้อย เมื่อถึงเส้นชัย เขายังกลายเป็นที่พูดถึงของผู้ร่วมวิ่งและแฟนพันธุ์แท้ในโลกออนไลน์

เพซเฉลี่ยของเขาอยู่ที่ 7.39 นาทีต่อกิโลเมตร

แม้จะมีอุปกรณ์รบกวน แต่เจสันยังสามารถรักษาเพซให้คงที่และจบการแข่งในเวลาที่น่าทึ่ง เขากล่าวว่าทำแบบนี้เพื่อสร้างความสนุกสนานและเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ที่อยากลองทำอะไรแปลกใหม่

แต่เจสันไม่ได้อยู่โดดๆ ในโลกของสถิติแปลกๆ เลย กลับตรงกันข้าม มีคนอีกมากมายที่พยายามท้าทายขอบเขต ด้วยความคิดสร้างสรรค์ เป็นการเปิดโลกของ “สถิติโลกมาราธอน สวมกางเกงใน 20 ตัว” ให้กว้างขึ้น และสนุกยิ่งขึ้น เช่น

  • วิ่งมาราธอนในชุดนกเพนกวิน โดยใช้เวลา 3 ชั่วโมง 26 นาที 37 วินาที
  • ชุดยูนิคอร์น เวลา 4 ชั่วโมง 7 นาที 38 วินาที โดยบอกว่าลูกสาวเลือกชุดให้
  • วิ่งในชุดสูท และกลายเป็นคนแรกที่ทำได้
  • นักวิ่งในชุดสัตว์เลื้อยคลาน ด้วยชื่อแบบแมนดี รีช

ทุกจากนี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ที่ “สถิติโลกมาราธอน สวมกางเกงใน 20 ตัว” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโลกของการวิ่งที่เต็มไปด้วยไอเดียสุดกระฉูดและเสียสละอย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่นักวิ่งต่างชาติที่ทำสถิติแปลกๆ ได้ คนไทยเราก็ไม่ธรรมดา อย่าง “หมอมิยู” หรือ ทพ. ชรินญา กาญจนเสวี นักวิ่งและทันตแพทย์หญิงสุดฮอต ก็เคยทำสถิติโลกไว้ 2 ครั้ง ได้แก่

  • วิ่งมาราธอนด้วยชุดไทยเร็วที่สุดในโลก (3 ชั่วโมง 45 นาที 34 วินาที)
  • วิ่งชุดนักเรียนในมาราธอนเร็วที่สุด (3 ชั่วโมง 10 นาที 55 วินาที)

การวิ่งเพียงแค่จบการแข่งอาจดูธรรมดาสำหรับใครหลายคน แต่การวิ่งท่ามกลางความแปลกใหม่ ความคิดริเริ่ม และหนึ่งในเกณฑ์ของ “สถิติโลกมาราธอน สวมกางเกงใน 20 ตัว” นั้น คือการใช้จินตนาการร่วมกับความพยายามอย่างล้นเหลือ

ถ้าคุณมีไอเดียแปลกๆ เช่น ใส่ชุดไดโนเสาร์ จรวด ไปจนถึงวุ้นเส้น ลองดูว่าเคยมีใครทำหรือยัง หรือถ้ายังไม่มี คุณก็อาจเป็น “นักวิ่งคนต่อไปที่ตั้งสถิติโลก” ก็ได้!

ที่มา – สถิติโลกมาราธอน สวมกางเกงใน 20 ตัว! เปิดสถิติแปลกๆ ไอเดียกระฉูด คนไทยก็ติดโผ

เพชรสมุทรคีรีสืบสาน ปศุสัตว์ไทยก้าวไกล อาหารสร้างสรรค์

หากคุณเป็นคนรักอาหาร เทคโนโลยี และการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทย งาน “เพชรสมุทรคีรีสืบสาน ปศุสัตว์ไทยก้าวไกล อาหารสร้างสรรค์” คือโอกาสที่คุณต้องไม่พลาด! งานมหกรรมและนิทรรศการด้านปศุสัตว์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ประจำปี 2568 นี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2568 ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จังหวัดเพชรบุรี

เพชรสมุทรคีรีสืบสาน ปศุสัตว์ไทยก้าวไกล อาหารสร้างสรรค์

งานนี้ถูกขับเคลื่อนโดยสำนักงานปศุสัตว์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 โดยมีนายชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี และคณะผู้บริหารจากสำนักงานปศุสัตว์ในจังหวัดต่างๆ เช่น ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ร่วมแถลงข่าวเพื่อโปรโมทกิจกรรมภายในงานที่จะสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมปศุสัตว์ในประเทศไทย

กิจกรรมภายในงาน

งาน “เพชรสมุทรคีรีสืบสาน ปศุสัตว์ไทยก้าวไกล อาหารสร้างสรรค์” นำเสนอความหลากหลายของกิจกรรมสุดพิเศษ ที่รวบรวมความรู้ด้านปศุสัตว์ อาหาร และวัฒนธรรมไว้ในที่เดียว อาทิ:

  • นิทรรศการด้านปศุสัตว์ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ขั้นตอนการผลิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์อย่างใกล้ชิด
  • แสดงวิถีชีวิตด้านปศุสัตว์ และร้านจำหน่ายสินค้าคุณภาพที่มานานั้นจบในที่เดียว
  • การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดังอย่าง “สงกรานต์ รังสรรค์” ที่จะขนทัพความบันเทิงมาให้
  • กิจกรรมสนุกๆ เช่น การแข่งขันถักเชือกวัว และการแข่งคล้องเชือกโค (หุ่นจำลอง) พร้อมเงินรางวัล
  • การสาธิตทำอาหารจากวัตถุดิบเด่น 4 จังหวัด เพื่อร่วมกับผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์คุณภาพ โดย เชฟบูม รณหาญ จงวิวัฒน์จิตต์ และ เชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำหรับครอบครัวและเด็กๆ เช่น จุดถ่ายภาพมุมมอง 4 มิติ เพ้นท์หน้า และระบายสี ทำให้ทุกคนในครอบครัวได้สนุกสนานไปพร้อมกัน

โอกาสในการเชื่อมโยงและเติบโต

งาน “เพชรสมุทรคีรีสืบสาน ปศุสัตว์ไทยก้าวไกล อาหารสร้างสรรค์” ไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้าธรรมดาๆ แต่มุ่งเน้นเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ที่สำคัญ เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และรองรับกระแสการเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียน

นายชาติชาย กล่าวว่า “จังหวัดเพชรบุรีรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีประชาสัมพันธ์และสร้างเครือข่าย ยกระดับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

งานนี้คือการตอกย้ำให้เห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบยั่งยืน โดยเชื่อมโยงระหว่างการเกษตร การแปรรูป การตลาด และอุตสาหกรรมอาหาร เป็นการสานพลังของคนท้องถิ่น สู่ความเจริญระยะยาวของประเทศ

อย่าพลาดโอกาสเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เยอะแยะอร่อย และมีความรู้ด้านปศุสัตว์และอาหาร ตลอดทั้ง 3 วันที่จัดงาน ขอให้คุณได้สนุกกับทุกกิจกรรม และเข้าใจถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมไทย

เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาสนุกกับกิจกรรมแห่งอนาคตอย่างงาน “เพชรสมุทรคีรีสืบสาน ปศุสัตว์ไทยก้าวไกล อาหารสร้างสรรค์” ที่ห้างโรบินสัน เพชรบุรี กันเลย!

ที่มา – ชวนเที่ยวงาน “เพชรสมุทรคีรีสืบสาน ปศุสัตว์ไทยก้าวไกล อาหารสร้างสรรค์”