ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

แซ่บแบบเชฟระดับอาจารย์ที่ตำมั้ย by เชฟมุ้ย

ใครกำลังมองหาร้านส้มตำอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บอกเลยว่า “ตำมั้ย by เชฟมุ้ย” คือคำตอบที่ขาดไม่ได้! ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ย่านศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี ใกล้กับตลาดเซฟวันโก และโรบินสัน ศรีสมาน บรรยากาศในร้านเย็นสบาย มีภาพวาดลายเส้นของ เชฟประชัน วงศ์อุทัยพันธ์ มาเป็นการตกแต่งให้ร้านดูมีสไตล์และมีเอกลักษณ์มากขึ้น

ที่สำคัญ อาหารในร้านแต่ละจานผ่านการคิดค้นโดย “เชฟมุ้ย” จุรีรัตน์ บัวบาล หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “อาจารย์มุ้ย” ที่มีผลงานด้านอาหารเชฟไทยและขนมไทยมากมาย โดยเฉพาะในวงการอาหารระดับสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัย งานด้านอาหารของเชฟมุ้ยมีชื่อเสียงในวงการอย่างมาก และร้าน “ตำมั้ย by เชฟมุ้ย” ยังมีเมนู_SIGNATURE_ ที่เป็นจานเด็ดที่ทุกคนต้องลอง

แซ่บแบบเชฟระดับอาจารย์ที่ตำมั้ย by เชฟมุ้ย

มาพูดถึงเมนูที่โดดเด่นกันก่อน “ตำหลวงพระบาง” จัดมาอย่างอลังการ ทั้งในด้านการจัดจานและความอร่อย รสชาติกลมกล่อมครบเครื่องแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ขณะที่ “ตำถาดโคตรแซ่บ” เป็นเมนูจานใหญ่ที่ตอบโจทย์ใครที่มาเป็นกลุ่ม ทั้งความแซ่บและความจุ ขอบอกว่าห้ามพลาด

เมนูอร่อยต้องลอง

  • ตำหลวงพระบาง
  • ตำถาดโคตรแซ่บ
  • ยำกุ้งสุกยอดมะพร้าว
  • หมูสามชั้นคลุกฝุ่น
  • คอหมูย่างน้ำผึ้ง
  • ผัดหมี่กระเฉดกุ้ง

ส่วนใครที่ชอบเมนูต้ม เชฟมุ้ยก็มีเมนู “ต้มแซ่บกระดูกอ่อน” ที่ต้องบอกว่าซุปเข้มข้นไม่แพ้ที่โรงเบียร์เลย และถ้าใครชอบชิ้นเนื้อชุ่มฉ่ำ ก็ต้อง “ยำปลาดุกฟู” ที่แต่งเติมความอร่อยด้วยการทอดกรอบและรดน้ำยำรสจัดจ้านจากตำมั้ย

อย่าลืมชมเมนูพิเศษอีกหนึ่งอย่าง “แกงอ่อมไข่มดแดง” ที่จัดมาให้ประสบการณ์ในการกินไข่มดแดงแบบอลังการแท้ๆ อร่อยโดดเด่น ส่วนช่วงท้ายของมื้ออาหารกับ ลอดช่องไทย และ เฉาก๊วย คือจุดสุดท้ายของความอร่อยที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่ว่าคุณจะชอบส้มตำแบบไหน คุณภาพวัตถุดิบหรือรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน “ตำมั้ย by เชฟมุ้ย” จะทำให้คุณกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน บอกเลยว่า เป็นอีกร้านที่ถือว่าเป็นบุญปากของใครหลาย ๆ คนที่ชอบอาหารอีสาน

ถ้ามีโอกาสไปแถวปากเกร็ด นนทบุรี อย่าลืมแวะไปลอง แซ่บแบบเชฟระดับอาจารย์ที่ตำมั้ย by เชฟมุ้ย แล้วมาแชร์ประสบการณ์กันได้เลย!

ที่มา – แซ่บแบบเชฟระดับอาจารย์มาตำให้กินที่ “ตำมั้ย by เชฟมุ้ย”

ทาเครุขอพิชิตเดนิสเปิดทางรีแมตช์รถถัง

“ทาเครุ เซกาวา” นักชกคิกบ็อกซิ่งสุดแกร่งจากญี่ปุ่น ตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าจะเอาชนะ “เดนิส พูริช” อย่างสุดมัน ในศึก ONE 173 ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ สนามอาริยาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แมตช์นี้สำคัญมากสำหรับทาเครุ เพราะเขาต้องการล้างแค้นจากการถูก “รถถัง จิตรเมืองนนท์” น็อกเอาต์ภายในเวลาเพียง 80 วินาทีในไฟต์ก่อนหน้านี้ และยังต้องการพิสูจน์ว่าเขายังมีศักยภาพพอที่จะได้กลับไปผสมกับรถถังอีกครั้ง

ทาเครุขอพิชิตเดนิสเปิดทางรีแมตช์รถถัง

“มันเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมจะได้ลุ้นกับการรีแมตช์กับ รถถัง ถ้าผมสามารถจบไฟต์นี้อย่างสวยงาม ผมเชื่อว่ามันคงจะช่วยเปิดประตูโอกาสใหม่ ๆ ให้ผมได้กลับไปเจอกับเขาอีกครั้ง ผมจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด” ทาเครุกล่าวอย่างมั่นใจ

กลับมาล้างแค้นอย่างมืออาชีพ

ถอยกลับไปในศึก ONE 172 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ณ สังเวียนไซตามะ ซูเปอร์ อารีนา “ทาเครุ” เจอกับฟอร์มที่ไม่ค่อยเป็นใจ การกลับมาครั้งนี้จึงถือเป็นไฟต์ที่ 3 ในเวที ONE Championship และเขาพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเองภายในเวทีครั้งนี้

ทางด้านอีกฝ่าย “เดนิส พูริช” อยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นกัน เขาแพ้มา 2 จาก 3 ไฟต์หลังสุด การได้ประเดิมชัยชนะในไฟต์ที่ตรงหน้าถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา โดยเฉพาะการร่วมเวทีกับทาเครุในครั้งนี้ ถือเป็นเกมชนชิงอันดับต้น ๆ ของการปะทะที่เรียกได้ว่าเดือดระอุแน่นอน

ทั้งคู่พร้อมชกเต็มที่ และมั่นใจว่าจะมีผู้ชนะหลับกลางเวทีอย่างแน่นอน หัวใจของเกมนี้ไม่ใช่แค่การเอาชนะกัน แต่เป็นการตั้งรากฐานเพื่อเดินหน้าสู่การเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่สำคัญอีกครั้ง

  • วันที่เตะมวย: วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568
  • สถานที่: อาริยาเกะ อารีนา, กรุงโตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น
  • ศึกการันตีความเดือด: ทาเครุ เซกาวา vs เดนิส พูริช

“ผมเปิดใจ รับว่า เดนิส มีสไตล์เล่นบ้า ชอบแลกชกแบบไม่ยั้ง ผมกำลังซ้อมเต็มที่เพื่อเผชิญหน้ากับเขาอย่างเต็มที่ คุณทุกคนสามารถเป็นกำลังใจให้ผมได้เลยครับ”

แฟนกีฬาสามารถเข้าชมการแข่งขันได้แล้ววันนี้ผ่านเว็บไซต์ ONEFC.com/one173 และติดตามข่าวสารและสรุปผลได้ทางโซเชียลมีเดียของ ONE Championship Thailand ที่ Facebook, Instagram และ TikTok

การปะทะนี้มีความหมายไม่ใช่แค่เพียงการชิงชัย แต่มันคือก้าวสำคัญที่จะทำให้ทาเครุก้าวไปถึงจุดที่เขาตั้งใจไว้ ไฟต์ครั้งนี้คือกุญแจเปิดทางให้เขากลับไปปะทะกับรถถังอีกครั้งได้จริง

ที่มา – “ทาเครุ” ขอพิชิต “เดนิส” เปิดทางรีแมตช์ “รถถัง”

หลวงพ่ออลงกตลาออก วุฒิปลอมอาจผิด ม.112

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เรื่องราวของหลวงพ่ออลงกตได้กลายเป็นประเด็นร้อนระดับประเทศ อีกครั้ง หลังจากมีคำสั่งจากเจ้าคณะจังหวัดลพบุรีอย่างเป็นทางการให้หลวงพ่ออลงกตลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งอยู่ในความว้าวุ่นวายของข่าวสารเกี่ยวกับการตรวจสอบวุฒิการศึกษา และชื่อในทางโลกของท่านที่ถูกตั้งข้อสงสัยอย่างหนัก

หลวงพ่ออลงกตลาออก ส่อปมวุฒิการศึกษา

ปัญหาเริ่มต้นจากการที่มีการ đàoเท่าประวัติของหลวงพ่ออลงกตว่าอาจใช้วุฒิการศึกษาปลอมในการยื่นขอตำแหน่งและสมณศักดิ์ ซึ่งมีการตั้งคำถามตั้งแต่ระดับประถมจนถึงระดับปริญญาโท โดยเฉพาะวุฒิด้านวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการศึกษาที่อ้างว่าสำเร็จจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU)

ปมวุฒิปลอมอาจเข้าข่ายผิด ม.112

หากข้อมูลการศึกษาในทางโลกที่นำมากราบทูลฯ ขอสมณศักดิ์นั้นถูกพิสูจน์ว่าเป็นของปลอม ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นความผิดหนัก เนื่องจากรวมถึงการยื่นเอกสารเท็จในหนังสือกราบทูลเบื้องสูง โดยหลายฝ่ายมองว่าเป็นประเด็นที่ควรตรวจสอบอย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม ในทางธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา จะถือว่าการที่มี学历ปลอมเป็นความผิดเล็กน้อย หากเทียบกับพระที่บวชแล้ว สำหรับการใช้ตัวตนสองชื่อ คือ นายอลงกต พลมุข และ นายเกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว บนเอกสารต่างๆ ก็สร้างความสับสน และเปิดโอกาสให้เกิดการสืบสวนเพิ่มเติม

รายการ “โหนกระแส” ได้มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านพระพุทธศาสนา เช่น ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ และ มหาหมี ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา เพื่อช่วยให้ความคิดเห็น ซึ่งมองว่า แม้จะมีใบลาออก แต่หากยังอยู่ในช่วงเวลา 5 ปี หลังดำรงตำแหน่งก็ยังสามารถดำเนินคดีได้ หากมีการยืนยันว่ามีการกระทำผิดจริง

ตรวจสอบทรัพย์สิน-มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ

ทั้งนี้ ยังมีการตรวจสอบมูลนิธิของวัดพระบาทน้ำพุที่มีจำนวนถึง 6 แห่ง โดยหลวงพ่ออลงกตไม่ได้เป็นกรรมการหรือประธานโดยตรง แต่วัดจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดการการสงเคราะห์ด้านสังคมและการรับบริจาค ทั้งยังมีที่ดิน 6 ไร่ และบัญชีเงินฝากจำนวน 8 บัญชีที่ใช้ในการรับบริจาค

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองคือ การขออนุญาตเปิดสถานชีวาภิบาลของวัด ซึ่งรองรับผู้ป่วย HIV และผู้ป่วยอื่นๆ กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการเรียกร้องให้เข้าไปตรวจสอบสถานพยาบาล แต่หากมีข้อร้องเรียนก็พร้อมดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ

ปัจจุบัน มีทั้งข่าวต่อเนื่องเกี่ยวกับการติดตามคำชี้แจงของหลวงพ่ออลงกต รวมถึงท่าทีจากมหาเถรสมาคม กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานต่างๆ ที่กำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เรื่องนี้สะท้อนความสำคัญของการตรวจสอบคุณธรรมและจริยธรรมในพระภิกษุสงฆ์ เพราะยิ่งมีความเป็นที่เคารพนับถือ ความละเอียดรอบคอบในรายละเอียดก็ควรจะมากขึ้นตามสัดส่วน

หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นว่า ประเด็นนี้ส่งผลต่อมรดกทางจิตวิญญาณของหลวงพ่ออลงกตในสายตาคนทั่วไปอย่างไร

ที่มา – ‘หลวงพ่ออลงกต’ ลาออก! ปมวุฒิปลอมจ่อบานปลาย ส่อผิด ม.112 หากใช้ขอสมณศักดิ์

วปอ.ระดมทุนประมูลไม้กอล์ฟ‘บิ๊กตู่’ช่วยทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ได้จัดพิธีมอบความช่วยเหลือแก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคง along แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพและสนับสนุนกำลังพลที่เสียสละเพื่อรักษาเอกราชของประเทศอย่างมั่นคง

วปอ.ระดมทุนประมูลไม้กอล์ฟ‘บิ๊กตู่’ช่วยทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

ในการนี้ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เป็นประธานในพิธี และได้มอบเงินช่วยเหลือพร้อมอุปกรณ์การทหาร มูลค่ารวมกว่า 14.8 ล้านบาท ให้แก่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปใช้ในการช่วยเหลือและฟื้นฟูศักยภาพของกำลังพล

การประมูลไม้กอล์ฟของพล.อ.ประยุทธ์

ที่น่าสนใจคือ รุ่นวปอ.64 ได้จัดกิจกรรมระดมทุนและประมูลของที่ระลึกมากมาย หนึ่งในนั้นคือไม้กอล์ฟที่เคยใช้โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก วปอ.ระดมทุนประมูลไม้กอล์ฟ‘บิ๊กตู่’ เพื่อสนับสนุนกองทัพชายแดน มูลค่าของการระดมทุนจากนักศึกษาวปอ.ในครั้งนี้รวมกว่า 3 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนจากภาคเอกชนและเครือข่ายต่างๆ เช่น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 1 ล้านบาท และบริษัท ปตท. 5 ล้านบาท แสดงถึงความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ในการสนับสนุนโครงการที่มีเป้าหมายช่วยเหลือทหารที่เสียสละ

พล.อ.อุกฤษฎ์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของภารกิจในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะบริเวณภูมะเขือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอุปสรรคทางภูมิประเทศและระบบสุขอนามัยที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก สนับสนุนให้มีการเตรียมพร้อมด้านยุทธปัจจัยและทรัพยากรอย่างเพียงพอ เพื่อให้กำลังพลสามารถปฏิบัติหน้าที่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

นับเป็นการริเริ่มที่มีคุณค่าทางสังคมอย่าง วปอ.ระดมทุนประมูลไม้กอล์ฟ‘บิ๊กตู่’ช่วยทหารชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของประชาชนกับทหาร ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ภาคเอกชน หรือศิษย์เก่า ที่มาร่วมแรงร่วมใจเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่บ้านเมือง

ไม่ว่าจะด้วยการบริจาค หรือการประมูลของที่ระลึก เหล่าพลเมืองไทยต่างมีส่วนร่วมในการสนับสนุนภารกิจของพี่น้องทหารชายแดน ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง ความช่วยเหลือเหล่านี้ล้วนเป็นพลังสำคัญที่ทำให้พวกเขาเดินหน้าปกป้องประเทศชาติต่อไปได้อย่างเต็มกำลัง

หากคุณสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังดีๆ นี้ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือมีส่วนร่วมกับองค์กรต่างๆ ที่สนับสนุนทหารและผู้เสียสละ คุณสามารถเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญได้เช่นกัน

ที่มา – วปอ.ระดมทุนประมูลไม้กอล์ฟ‘บิ๊กตู่’ช่วยทหารชายแดนไทย-กัมพูชา

ทรูมันนี่เปิดตัว THBT บนบล็อกเชนไทย

ล่าสุด “ทรูมันนี่” หรือ TrueMoney ผู้นำด้านเทคโนโลยีการเงินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัว THBT (Thai Baht TrueMoney) บน Public Blockchain อย่างเป็นทางการ โดย THBT เป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าผูกกับเงินบาทไทยในอัตรา 1:1 ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเปิดให้ทดลองใช้งานในวงจำกัด ภายใต้โครงการ “Programmable Payment” ซึ่งดำเนินภายใต้ Regulatory Sandbox ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย

ทรูมันนี่เปิดตัว THBT บนบล็อกเชนไทย

THBT เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นภายในระบบนิเวศดิจิทัลของ TrueMoney โดยใช้พื้นฐานเทคโนโลยี Base Blockchain ซึ่งเป็นบล็อกเชนสาธารณะระดับโลก ช่วยให้การทำธุรกรรมผ่าน THBT มีความปลอดภัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน รองรับทั้งการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน TrueMoney และการเชื่อมต่อกับ Web3 ecosystem ได้อย่างคล่องตัว

คุณสมบัติเด่นของ THBT

THBT มีจุดเด่นหลายประการที่ตอบโจทย์โลกดิจิทัลยุคใหม่ ดังนี้:

  • มูลค่าผูกกับเงินบาทไทย: ทุกหน่วยของ THBT มีมูลค่าเท่ากับ 1 บาทไทย และมีเงินบาทจริงหนุนหลัง 100% ทำให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากความเสี่ยงด้านมูลค่า
  • ปลอดภัยบนบล็อกเชน Base: พัฒนาบนบล็อกเชน Base ที่ได้รับความนิยมระดับโลก ทำให้ธุรกรรมทุกครั้งมีความปลอดภัยสูงและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
  • ใช้งานสะดวก: ไม่ว่าจะเป็นการแลก-ถอน THBT ผ่านแอป TrueMoney หรือการโอนไปยังกระเป๋า Web3 ที่ผ่าน KYC แล้ว ทุกขั้นตอนจะเป็นไปอย่างง่ายดายและรวดเร็ว

นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถนำ THBT ไปใช้ซื้อคูปองส่วนลด รวมถึงแลกเปลี่ยนสินค้าดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มของ Ascend Bit ภายใต้ Digital Asset Regulatory Sandbox ซึ่งการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเชื่อมต่อโลกของเงินดิจิทัลกับเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม

เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงได้ในรอบนี้

ตามที่นายอภินันท์ ดาบเพ็ชร ผู้อำนวยการฝ่ายการเติบโตของวอลเล็ทแพลตฟอร์ม บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ได้กล่าวไว้ว่า “เรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว THBT บนบล็อกเชนสาธารณะ ภายใต้ Enhanced Regulatory Sandbox เรามองว่า THBT จะสามารถเป็นองค์ประกอบหลักบนบล็อกเชนที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและปลอดภัย”

และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงเทคโนโลยีนี้ ระบบเปิดให้ลงทะเบียนทดลองใช้งาน THBT ผ่านแอป TrueMoney ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 โดยจะจำกัดผู้เข้าร่วมเพียง 3,000 คนแรกเท่านั้น

THBT ไม่ใช่เพียงแค่สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกกับเงินบาทไทย แต่คือก้าวใหม่ของประเทศไทยสู่โลก Web3 ที่ปลอดภัยและมีโครงสร้างชัดเจน การเปิดตัวในครั้งนี้จึงถือเป็นการปฏิวัติวงการการเงินดิจิทัลในประเทศอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่สนใจอยากเข้าร่วมประสบการณ์ใหม่ อย่ารอช้า ดาวน์โหลดแอป TrueMoney และลงทะเบียนรับสิทธิ์ทดลองใช้งาน THBT ได้แล้ววันนี้

ที่มา – “ทรูมันนี่” เปิดตัว“THAI BAHT TrueMoney (THBT)”

“ส.สองล้อ” ฝันใกล้เป็นจริง “รมต.สรวงศ์” หนุนผุดสนามใหม่ ได้มาตรฐานระดับโลก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย พล.อ.เดชา เหมกระศรี หรือที่รู้จักกันในนาม “เสธ.หมึก” ได้เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้เข้าพบและหารือกับ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะทำงานของรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ที่อาคารรัฐสภา โดยประเด็นสำคัญในการประชุม คือ แนวทางการพัฒนากีฬาจักรยานในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มประเภทลู่หรือเวลโลโดรม

“ส.สองล้อ” ฝันใกล้เป็นจริง “รมต.สรวงศ์” หนุนผุดสนามใหม่ ได้มาตรฐานระดับโลก

ปัจจุบันประเทศไทยมีสนามเวลโลโดรมกลางแจ้งจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ เวลโลโดรมหัวหมาก, เชียงใหม่, สุพรรณบุรี และนครราชสีมา ซึ่งเป็นสนามที่มีพื้นคอนกรีตความยาว 333.33 เมตร แต่ตามมาตรฐานสากล เช่น ในการแข่งขันระดับโอลิมปิกเกมส์นั้นต้องใช้เวลโลโดรมในร่มที่มีพื้นไม้ ความยาว 250 เมตร ซึ่งความแตกต่างนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้นักกีฬาไทยไม่สามารถฝึกซ้อมได้ใกล้เคียงกับสภาพจริงในสนามแข่งขันนานาชาติได้อย่างเต็มรูปแบบ

ข้อเสนอการปรับปรุงสนามจักรยาน

ในการหารือครั้งนี้ นายสรวงศ์ เห็นด้วยว่าประเทศไทยควรพัฒนาสนามแข่งขันให้ได้มาตรฐานสากล จึงเห็นชอบให้มีการศึกษาแนวทางในการก่อสร้างเวลโลโดรมในร่ม 250 เมตร เพื่อรองรับการฝึกซ้อมและจัดการแข่งขันระดับนานาชาติโดยเฉพาะ

แต่ในขณะเดียวกัน ท่านรัฐมนตรียังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าในการลงทุน ซึ่งพล.อ.เดชาได้อธิบายให้ความเข้าใจว่า สมาคมฯ เสนอแนวคิดการปรับปรุงสนามเวลโลโดรมหัวหมากเดิม ให้เป็นเวลโลโดรมในร่ม 250 เมตร แทนการสร้างใหม่ เพื่อประหยัดงบประมาณและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างเดิมอย่างคุ้มค่ามากขึ้น

นอกจากนี้ สนามเวลโลโดรมร่มรูปแบบใหม่จะสามารถใช้พื้นที่ด้านกลางเป็นลานอเนกประสงค์ เพื่อจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแข่งขันเทเบิลเทนนิส แบดมินตัน ฟุตซอล หรือแม้แต่คอนเสิร์ต ซึ่งสามารถดึงดูดนักกีฬาและประชาชนทั่วไปให้เข้ามาใช้บริการได้อย่างหลากหลาย

เพื่อผลักดันโครงการนี้ไปข้างหน้า รมต.สรวงศ์ได้มอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ตั้งคณะกรรมการร่วมกับสมาคมกีฬาจักรยาน ฝ่ายวิศวกรรม กกท. และนักวิชาการอิสระ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และดำเนินการขออนุมัติในขั้นตอนถัดไป โดยคาดการณ์ว่าสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2570 และแล้วเสร็จในปี 2572

โครงการผุดสนามเวลโลโดรมใหม่นี้ไม่เพียงแค่สร้างโอกาสให้นักกีฬาไทย มันยังเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับกีฬาจักรยานของไทยสู่เวทีนานาชาติ และเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของเยาวชนและนักกีฬาไทย ที่ต้องได้ฝึกซ้อมบนสนามที่ตรงตามมาตรฐานโลก

ที่มา – “ส.สองล้อ” ฝันใกล้เป็นจริง “รมต.สรวงศ์” หนุนผุดสนามใหม่ ได้มาตรฐานระดับโลก

อิ๊งค์ยกเลิกเข้าประชุมพรรค ทักษิณโผล่ที่พรรคอ้างมาพบแขก

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มีข่าวว่าคุณหญิงแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ยกเลิกการเข้าร่วมประชุมพรรคประจำสัปดาห์ ซึ่งเป็นเหตุให้บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย รวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุนพรรค ต้องเปลี่ยนแผนการต้อนรับที่เคยเตรียมไว้

อิ๊งค์ยกเลิกเข้าประชุมพรรคอย่างกระทันหัน

ก่อนหน้านี้ มีการเตรียมความพร้อมอย่างดีเพื่อต้อนรับคุณหญิงแพทองธาร เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดของเธอในวันที่ 21 สิงหาคม โดย สส.พรรคเพื่อไทยและผู้สนับสนุนหลายกลุ่มเตรียมตัวพร้อมดอกไม้และเค้ก แต่ต่อมาปรากฏว่า คุณหญิงแพทองธารได้ประกาศยกเลิกการเข้าร่วมประชุมอย่างกะทันหัน

ทักษิณโผล่ที่พรรคเพื่อไทย

ท่ามกลางกระแสข่าวดังกล่าว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามอง เนื่องจากเขาได้เดินทางมายังพรรคเพื่อไทยในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการประชุมดังกล่าว โดยมีรายงานว่านายทักษิณเดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทย และได้ออกจากที่ทำการเวลา 16.10 น. โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

เมื่อถูกสอบถามว่ามาพรรคเพื่อไทยเพื่อทำอะไร นายทักษิณได้ระบุเพียงว่า “มาเจอแขก เจอเพื่อน เจอฝูง” แสดงให้เห็นถึงท่าทีสงบและวางตัวเป็นมิตรต่อสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามว่าการมาครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้หรือไม่

หนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ การพิพากษาคดีความตามมาตรา 112 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งสื่อมวลชนได้สอบถามว่า ทักษิณจะเข้าฟังคดีด้วยตนเองหรือไม่ แต่คำตอบที่ได้คือ “เรื่องศาลใครเขาพูดกัน” ซึ่งเป็นการหลบคำถามอย่างชาญชา_lineno

ความเคลื่อนไหวของทั้ง อิ๊งค์ยกเลิกเข้าประชุมพรรค คู่ขนานกับการ ทักษิณโผล่ที่พรรคอ้างมาพบแขก ทำให้เกิดกระแสการวิเคราะห์ในวงกว้างว่า เป็นการเคลื่อนไหวที่สื่อสารอะไรซึ่งกันและกันระหว่างผู้นำพรรคและอดีตผู้นำในอดีต

จากสถานการณ์ครั้งนี้ เห็นได้ว่า พรรคเพื่อไทย กําลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนไหวของผู้นำระดับสูงจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด การดูแลภาพลักษณ์และความเป็นหนึ่งในองค์กรจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใด ความเคลื่อนไหวของ อิ๊งค์ และ ทักษิณ ล้วนสะท้อนถึงพลังแรงขับเคลื่อนบางอย่างภายในพรรค ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภาพรวมการเมือง หรือเป็นเพียงความบังเอิญ การเข้าใจสถานการณ์ครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการติดตามกระแสการเมืองในอนาคต

หากคุณต้องการติดตามข่าวสารการเมืองอย่างใกล้ชิด อย่าลืมติดตามเราได้ที่นี่ เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสำคัญๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองไทย

ที่มา – ‘อิ๊งค์’ ยกเลิกเข้าประชุมพรรค ด้าน ‘ทักษิณ’ โผล่ที่พรรคอ้างมาพบแขก

เสริมเกราะธุรกิจทองคำ ด้วยประกันภัยทองที่คุ้มครองธุรกิจคุณให้มั่นคง

การดำเนินธุรกิจร้านทองคำถือเป็นการบริหารจัดการทรัพย์สินมูลค่าสูง ซึ่งต้องเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้านอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์การปล้น การโจรกรรม หรือแม้แต่ความเสียหายระหว่างการขนส่ง ซึ่งอาจสร้างผลกระทบใหญ่หลวงต่อธุรกิจ หากไม่มีการเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสม

เสริมเกราะธุรกิจทองคำ ด้วยประกันภัยทองที่คุ้มครองธุรกิจคุณให้มั่นคง

ด้วยความที่ธุรกิจร้านทองมีความเสี่ยงสูง การมีประกันภัยทองหรือประกันภัยธุรกิจร้านทอง จึงถือเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างเกราะป้องกันธุรกิจของคุณให้ใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเผชิญกับสถานการณ์ใด สามารถดำเนินการต่อได้อย่างมั่นคง

ความเสี่ยงหลักที่ธุรกิจร้านทองต้องเผชิญ

ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา ได้แก่

  • การโจรกรรมและปล้นทรัพย์ ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งในด้านทรัพย์สินและบุคลากรโดยตรง
  • ความเสียหายระหว่างขนส่ง ขณะขนย้ายทองคำหรืออัญมณีไปยังสถานที่จัดแสดง มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุหรือถูกดักปล้นได้

ประโยชน์ของประกันภัยธุรกิจร้านทอง

ประกันภัยร้านทองที่ครอบคลุม จะช่วยลดภาระและเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โดยมีความคุ้มครองหลักดังนี้

  • คุ้มครองสินค้า ทั้งทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ อัญมณี เครื่องประดับ รวมถึงงานศิลปะ
  • คุ้มครองตัวอาคารและอุปกรณ์ ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
  • คุ้มครองพนักงานและบุคลากร ตั้งแต่ค่ารักษาพยาบาลไปจนถึงเงินชดเชยกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

การมองหาแผนประกันที่เหมาะสม จึงเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อป้องกันความไม่แน่นอนในอนาคต เหมือนกับมีเกราะป้องกันที่ช่วยลดภาระ การสูญเสีย และรักษาเสถียรภาพธุรกิจให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

สรุป: การลงทุนในประกันภัยที่คุ้มค่าคือการใส่ใจในธุรกิจของคุณ

ประกันภัยธุรกิจร้านทองไม่ใช่เรื่องเลือกได้ แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของทรัพย์สิน ในขณะเดียวกันยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจของคุณในสายตาลูกค้าและคู่ค้าที่มาติดต่อ เพราะคุณเลือกใช้การป้องกันที่มีมาตรฐาน

ใครที่กำลังมองหาทางเลือกที่สร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจทองคำ ขอแนะนำให้ใช้บริการจาก AEG ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและประกันภัยอัญมณี ทองคำ และทรัพย์สินมูลค่าสูงแบบครบวงจร

ตรวจสอบความคุ้มครองจากแพ็กเกจประกันภัยของเรา อีกขั้นของความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่วันนี้

ที่มา – เสริมเกราะธุรกิจทองคำ ด้วยประกันภัยทองที่คุ้มครองธุรกิจคุณให้มั่นคง

กระทรวงเกษตรฯ เร่งปราบสินค้าเกษตรเถื่อนทั่วประเทศ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการในการดำเนินสงครามกับ “สินค้าเกษตรเถื่อน” โดยให้จุดยืนชัดเจนว่าจะ “ปรับเกมส์รุก ปราบสินค้าเกษตรเถื่อน” มีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานหลัก 5 แห่ง มาร่วมรับนโยบาย ได้แก่ การยางแห่งประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

สินค้าเกษตรเถื่อนสร้างความเสียหายกว่าหมื่นล้านบาท

นายอรรถกร กล่าวว่า หน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช (ฉก.พญานาคราช) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2566 มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามสินค้าเกษตรที่ผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าสัตว์ ประมง และพืช ประเมินว่ามูลค่าความเสียหายที่สามารถหยุดไว้ ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมความเสียหายที่ไม่อาจประเมินได้จากราคาตลาดที่สูญเสีย และความไม่เป็นธรรมที่เกษตรกรที่ตกเป็นเหยื่อ

ยกระดับกฎหมายและบุคลากรเพื่อประสิทธิภาพการปราบปราม

กระทรวงเกษตรฯ ได้ประกาศแผนการปรับปรุงมาตรการใน 3 ด้านหลัก เพื่อรุกโจมตี “สินค้าเกษตรเถื่อน” อย่างจริงจัง ได้แก่

  • 1) การปรับปรุงกฎหมาย: ประกาศใหม่เพื่อเพิ่มบทลงโทษให้เข้มงวดขึ้น และให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
  • 2) การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่: พัฒนาความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
  • 3) การนำเทคโนโลยีมาเสริมปฏิบัติการ: ใช้ข้อมูล การติดตาม และนวัตกรรมในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า

รัฐมนตรีกล่าวว่า “หน่วยเฉพาะกิจพญานาคราชจะเดินหน้าเต็มแรง เพื่อลดภัยสินค้าเถื่อนให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทย เพื่อให้เกษตรกรมั่นคงทางรายได้”

ยางพาราเถื่อนเป้าหมายหลักของการยาง

ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. เปิดเผยว่า การปราบ “สินค้าเกษตรเถื่อน” เช่นยางพารา ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่ กยท.มุ่งเน้น โดยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกับกรมศุลกากร พญานาคราช และหน่วยงานความมั่นคงติดตามการละเมิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน และภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กยท.ได้จัดรถคาราวานภาคพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อออกปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานเฉพาะกิจ เช่น หน่วยเรือรักษาความสงบ ในการตรวจสอบสินค้าผิดกฎหมาย และปราบปรามอย่างจริงจัง

ดร.เพิกสรุปว่า “การดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า แต่ยังเป็นการสร้างเสถียรภาพให้กับราคายางไทย ซึ่งเป็นรายได้หลักของพี่น้องเกษตรกรในหลายพื้นที่”

โครงการ “ปรับเกมส์รุก ปราบสินค้าเกษตรเถื่อน” จึงเป็นภาพสะท้อนของการขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกของกระทรวงเกษตรฯ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงในตลาดสินค้าและยกระดับเศรษฐกิจเกษตรกรรมของประเทศ

หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่ต้องการผลิตหรือค้าขายสินค้าเกษตรอย่างถูกต้อง กรุณาติดตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ อยู่เสมอ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการค้าในระยะยาว

ที่มา – กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศสงคราม “สินค้าเกษตรเถื่อน”เปิดปฏิบัติการ ปรับเกมส์รุก

ครม.ไฟเขียวขึ้นเงินประจำตำแหน่ง ‘ผอ.สำนักพุทธฯ’ เป็น 21,000 บาท

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมติเห็นชอบการปรับอัตราเงินประจำตำแหน่งของผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยปรับจากอัตราเดิม 14,500 บาท เป็น 21,000 บาท ซึ่งการปรับขึ้นนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

ครม.ไฟเขียวขึ้นเงินประจำตำแหน่ง ‘ผอ.สำนักพุทธฯ’ เป็น 21,000 บาท

การปรับอัตราเงินประจำตำแหน่งดังกล่าว เป็นการพิจารณาตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อรองรับภารกิจและความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในด้านการบริหารงานบุคลากร การส่งเสริมและเผยแพร่พระพุทธศาสนา รวมไปถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินของสำนักงาน

ผลกระทบของการปรับขึ้นเงินประจำตำแหน่ง

การปรับขึ้นเงินประจำตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งผลให้ ครม.ไฟเขียวขึ้นเงินประจำตำแหน่ง ‘ผอ.สำนักพุทธฯ’ เป็น 21,000 บาท อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือว่าเป็นผลกระทบที่ดีต่อความมั่นคงในการทำงาน รวมทั้งเป็นแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ

  • เพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน
  • ส่งเสริมความมั่นคงทางการเงิน
  • สนับสนุนการบริหารงานด้านพระพุทธศาสนา
  • สะท้อนความสำคัญของตำแหน่งในภาครัฐ

จากมติของคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะส่งผลโดยตรงต่อสภาพการทำงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่มีความคล่องตัวมากขึ้น ทั้งในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล และการจัดสรรงบประมาณให้สามารถตอบสนองภารกิจด้านพระพุทธศาสนาได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

การดำเนินงานดังกล่าวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลต่อองค์กรทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการพัฒนาและยกระดับการบริหารงานด้านศาสนาของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ใครที่สนใจเกี่ยวกับข่าวสารด้านนโยบายและการเงินของภาครัฐ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ อาจส่งผลกระทบอย่างมากในวงกว้าง เช่นเดียวกับกรณีของ ครม.ไฟเขียวขึ้นเงินประจำตำแหน่ง ‘ผอ.สำนักพุทธฯ’ เป็น 21,000 บาท นี้

ที่มา – ครม.ไฟเขียวขึ้นเงินประจำตำแหน่ง ‘ผอ.สำนักพุทธฯ’ เป็น 21,000 บาท