ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ทส.ประกาศขยายพื้นที่อุทยานฯ 26 แห่ง เพิ่มมาตรการคุ้มครองนักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2568 ได้มีการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ภายใต้การมอบหมายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีนโยบายเพิ่มพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อเสริมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และเพิ่มมาตรการคุ้มครองนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

ทส.ประกาศขยายพื้นที่อุทยานฯ 26 แห่ง เพิ่มมาตรการคุ้มครองนักท่องเที่ยว

ภายใต้แนวทางดังกล่าว ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในการเพิ่ม-ขยายพื้นที่อุทยานแห่งชาติจำนวน 26 แห่ง รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 475,658.25 ไร่ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 0.15 ของพื้นที่ประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดพื้นที่อุทยานแห่งชาติใหม่เพิ่ม 2 แห่ง พื้นที่ 125,416 ไร่ และพื้นที่วนอุทยาน 1 แห่ง ขนาด 1,114 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมดเป็น 602,188 ไร่

แนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจและท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

การประกาศทส.ขยายพื้นที่อุทยานฯ 26 แห่งและเพิ่มมาตรการคุ้มครองนักท่องเที่ยว นี้ ไม่เพียงแต่เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยมีความมั่นคงและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะต่อชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะมั่นใจในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

แผนการในระยะถัดไป คือการนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยระบุชัดเจนว่าไม่กระทบต่อสิทธิที่ดินของประชาชนท้องถิ่น ซึ่งกระบวนการมีการฟังความคิดเห็นจากท้องถิ่น ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

  • เพิ่มพื้นที่อุทยานฯ จำนวน 26 แห่ง
  • ขยายเนื้อที่เพิ่มเติม 475,658.25 ไร่
  • กำหนดพื้นที่อุทยานฯ และวนอุทยานฯ ใหม่
  • เน้นความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
  • รักษาสิทธิของชุมชนท้องถิ่น

มาตรการที่นำเสนอนี้มุ่งเน้นให้การจัดการอุทยานแห่งชาติในประเทศไทยมีมาตราฐานสากล โดยเฉพาะในเรื่องการดูแล คุ้มครอง และการเยียวยานักท่องเที่ยวหากเกิดเหตุไม่ประสงค์ประสงค์ในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ในอนาคต ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถมั่นใจได้มากขึ้นว่า ทส.ประกาศขยายพื้นที่อุทยานฯ 26 แห่ง พร้อมเพิ่มมาตรการคุ้มครองนักท่องเที่ยว จะทำให้อุทยานแห่งชาติของไทยเป็นสถานที่พักพิงของธรรมชาติและจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย

หากคุณกำลังวางแผนเที่ยวอุทยานแห่งชาติในประเทศไทย อย่าลืมติดตามข่าวสารและกฎระเบียบภายในพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัวด้วยนะคะ

ที่มา – ทส.ประกาศขยายพื้นที่อุทยานฯ 26 แห่ง เพิ่มมาตรการคุ้มครองนักท่องเที่ยว

ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ยืนยัน ‘เบบี้ ชาร์ค’ ไม่ลอกเพลงอเมริกัน

เพลง เบบี้ ชาร์ค กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่หลายคนคุ้นเคย โดยมียอดวิวบนยูทูบมากกว่า 16,000 ล้านครั้ง ซึ่งมากกว่าเพลงระดับโลกอื่น ๆ อย่าง “Despacito” และ “Wheels on the Bus” เกือบสองเท่า แม้จะเป็นเนื้อเพลงง่าย ๆ สำหรับเด็ก แต่กลับก่อให้เกิดข้อโต้แย้งด้านลิขสิทธิ์อย่างเข้มข้นในวงการเพลงเกาหลีใต้

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อปี 2019 เมื่อ “จอห์นนี โอนลี” หรือโจนาธาน ไรธ์ นักประพันธ์เพลงชาวอเมริกันจากนิวยอร์ก ยื่นฟ้องบริษัท สมาร์ท สตัดดี (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นเดอะ พิงก์ ฟรอก) ในข้อหาลอกเลียนเพลงของเขาที่แต่งขึ้นเมื่อปี 2011 และเรียกร้องค่าเสียหายถึง 30 ล้านวอน หรือประมาณ 700,000 บาท

เบบี้ ชาร์ค ลอกเลียนเพลงหรือไม่?

จากคดีความที่เกิดขึ้นนั้น บริษัทเดอะ พิงก์ ฟรอก ยืนยันว่าเพลง เบบี้ ชาร์ค ไม่ใช่เพลงที่สร้างขึ้นใหม่ แต่ถูกดัดแปลงมาจากเพลงเด็กแบบดั้งเดิมของอเมริกาเหนือซึ่งถือเป็นสมบัติสาธารณะ ไม่เข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์

ศาลชั้นต้นของเกาหลีใต้ได้พิพากษายกฟ้องโจนาธาน ไรธ์ ในปี 2021 เนื่องจากไม่พบหลักฐานชัดเจนว่า เบบี้ ชาร์ค มีการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างแท้จริง และในปี 2023 ศาลอุทธรณ์ก็ได้ยืนยันคำตัดสินเดิมอีกครั้ง

ศาลฎีกาแจกแจงความชัดเจนของคดี

แม้โจนาธานจะไม่ยอมแพ้และยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศาลสูงสุดของเกาหลีใต้ได้ออกมติยืนยันคำตัดสินของศาลชั้นต้นแล้ว ระบุอย่างชัดเจนว่า เบบี้ ชาร์ค ไม่ได้มีการลอกเลียนเพลงใด ๆ โดยผิดกฎหมาย และเป็นการดัดแปลงจากเพลงป๊อปสำหรับเด็กที่มีอยู่ก่อน

ทั้งนี้ บริษัทเดอะ พิงก์ ฟรอก ซึ่งเป็นผู้พัฒนาและเผยแพร่วิดีโอ เบบี้ ชาร์ค ออกแถลงการณ์ภายหลังคำตัดสินว่า “เราขอบคุณศาลที่ได้ยืนยันสิทธิทางปัญญาของศิลปิน และการยอมรับว่าเพลงนี้มีที่มาจากเพลงดั้งเดิมของสาธารณชน”

กรณีความขัดแย้งของคดีลิขสิทธิ์นี้น่าสนใจ เพราะแม้ว่า “เบบี้ ชาร์ค” จะกลายเป็นปรากฏการณ์โลก แต่การตีความลิขสิทธิ์ในงานที่มีต้นแบบในฐานะทรัพย์สินสาธารณะกลับแสดงให้เห็นถึงขอบเขตที่ชัดเจน

คดีนี้จึงถือเป็นเคสสะท้อนถึงการพัฒนาทางดนตรีที่ใช้เสียงและจังหวะแบบดั้งเดิม แต่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับโลกยุคใหม่อย่างเหมาะสม โดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และยังส่งผลต่อหลากหลายศิลปินในอุตสาหกรรมความบันเทิงอีกด้วย

หากคุณเคยพูดคำว่า “Doo doo doo doo doo” แล้วนึกถึง เบบี้ ชาร์ค ก็คงไม่แปลกที่ทุกคนต้องยอมรับว่า ความสำเร็จนี้畚ื้องหลังมาจากแนวคิดที่สร้างสรรค์ และการเคารพขอบเขตของศิลปะสาธารณะด้วยเช่นกัน

ที่มา – ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ชี้ชัด ‘เบบี้ ชาร์ค’ ไม่ได้ลอกเลียนผลงานนักแต่งเพลงอเมริกัน

เอาจริง! บก.จร.กวาดล้างแก๊งแว้นวิภาวดี ส่งศาลขัง-ปรับ-ริบรถ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เชื้อเดช รอง ผบก.จร. และ พ.ต.อ.พารินท จันทร์เลิศ ผู้กำกับกองตรวจ 2 บก.จร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่รวมตัวขับขี่รถจักรยานยนต์แบบรุมเร้าบนถนน วิภาวดีรังสิต โดยเฉพาะในพื้นที่ทางพิเศษ จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 36 ราย แบ่งเป็นผู้ใหญ่อายุ 20 ปีขึ้นไป 9 ราย และเยาวชนอีก 27 ราย พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ 28 คัน

เอาจริง! บก.จร.กวาดล้างแก๊งแว้นวิภาวดี ส่งศาลขัง-ปรับ-ริบรถ

จากกรณีที่กลุ่มคนรุ่นใหม่วัยรุ่นและผู้ใหญ่รวมตัวขับขี่รถจักรยานยนต์แบบสว่านในพื้นที่ถนน วิภาวดีรังสิต อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการรวมกลุ่มบริเวณสถานีเติมน้ำมัน แล้วขี่รถออกจากจุดนั้นผ่านหลายเส้นทางสำคัญ เช่น 5 แยกลาดพร้าว หน้าวัดเสมียนนารี แยกหลักสี่ และหน้าตลาดใหม่ดอนเมือง ก่อนจะกลับรถสะพานธูปะเตมีย์ และเข้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าอีกครั้ง รวมไปถึงบริเวณหน้าท่าอากาศยานดอนเมือง

พฤติกรรมอันตรายแค่ไหนที่ทำให้ตำรวจต้องเข้าดำเนินการ?

เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เวลา 01.56 น. จากการขับขี่ด้วยความเร็วสูงแบบไม่ปลอดภัยของกลุ่มวัยรุ่นบนถนน วิภาวดีรังสิต จนเป็นปัญหาต่อผู้ใช้ถนนทั่วไป เจ้าหน้าที่จึงเริ่มสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานในพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พร้อมของกลาง 13 คัน และดำเนินคดีได้ทั้งผู้ใหญ่ 3 ราย และเยาวชน 16 ราย

หลังจากได้รับคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี แก้เป็นกักขัง 2 เดือน พร้อมปรับ 10,000 บาท และริบรถจักรยานยนต์ ทำให้เจ้าหน้าที่มีแรงกระตุ้นในการขยายผลการจับกุมในช่วงต่อมา โดยเฉพาะเมื่อพบเหตุอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเหล่านี้ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม

กรณีดังกล่าวผลักดันให้มีการจับกุมเพิ่มเติมอีกถึง 3 ราย ซึ่งศาลแขวงดุสิตมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 1 เดือนโดยไม่รอลงอาญา รวมการดำเนินคดีทั้งสิ้น 36 ราย และยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการขับขี่อย่างผิดกฎหมายจำนวน 28 คัน

  • ดำเนินคดี “ร่วมกันขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย”
  • ดำเนินคดี “ร่วมกันพยายามแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต”
  • ส่งฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือ และศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
  • ลงโทษทั้งจำคุก ปรับเงิน และริบรถจักรยานยนต์

การป้องกันปัญหาเหล่านี้ขึ้นอยู่กับทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและตัวผู้ปกครองเอง ดังนั้นหากคุณเห็นวัยรุ่นมีพฤติกรรมเสี่ยงบนท้องถนน วิภาวดีรังสิต อย่าลังเลที่จะแจ้งเบาะแสร่วมกันรักษาความปลอดภัยให้กับทุกครอบครัวครับ

ที่มา – เอาจริง! บก.จร.กวาดล้างแก๊งแว้นวิภาวดี ส่งศาลขังคุก-ปรับ-ริบรถ ทุกราย

โฆษก ตร.แจงปมของบ 2.3 หมื่นล้าน ยันตัดงบบ้านพักระดับสูง 91 ล้านแล้ว

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงกรณีมีประเด็นข่าวเกี่ยวกับงบประมาณของตำรวจที่มีวงเงินกว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งถูกนำเสนอว่ามีการนำไปใช้ก่อสร้างอาคารและบ้านพักข้าราชการตำรวจระดับสูง 7 หลัง

โฆษก ตร.แจงปมของบ 2.3 หมื่นล้าน

โฆษก ตร. เผยว่า ข่าวที่ออกมาเป็นการนำเสนอที่มีข้อมูลผิดเพี้ยน ทำให้ประชาชนอาจจะเข้าใจผิดในเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญกับสวัสดิการและความเป็นอยู่ของข้าราชการตำรวจอย่างเต็มที่

ตัดงบบ้านพักระดับสูง 91 ล้านแล้ว

ในการจัดทำคำขอของบประมาณปี 2569 นั้น มีการเสนอคำขอจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับสถานีตำรวจ กองบังคับการ และกองบัญชาการ ทั้งสิ้น 1,726 รายการ รวมวงเงินประมาณ 23,164 ล้านบาท โดยรายการดังกล่าวประกอบด้วยครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง แต่หลังจากผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณและกรรมาธิการรัฐสภา ได้ปรับลดรายการต่างๆ และคงเหลือเพียง 649 รายการ รวมวงเงินประมาณ 15,597 ล้านบาท

ในส่วนของงบประมาณที่เสนอขอตัดนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เล็งเห็นถึงความเสี่ยงของการเข้าใจผิดในสังคม จึงได้ตัดงบประมาณในการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการระดับสูง ซึ่งมีวงเงินกว่า 91 ล้านบาท ออกจากรายการ เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และจำเป็นต่อราชการและประชาชนแทน

สรุปสถานการณ์งบประมาณของ ตร.

ปัจจุบัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังขาดแคลนที่พักอาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ สำหรับกำลังพลกว่า 40,000 นาย จากทั้งหมด 200,000 กว่าคน นอกจากนี้ เครื่องมือและครุภัณฑ์ก็ยังไม่เพียงพอตามมาตรฐานที่หน่วยงานต่างๆ ต้องการ ทุกหน่วยจึงเสนอคำขอของบประมาณตามความจำเป็น และผ่านกระบวนการกลั่นกรองจากคณะกรรมการอย่างเข้มงวด

  • งบประมาณทั้งหมดเสนอขอ: 23,164 ล้านบาท
  • จำนวนรายการทั้งหมด: 1,726 รายการ
  • ปรับลดเหลือ: 649 รายการ
  • งบประมาณหลังปรับลด: 15,597 ล้านบาท
  • งบบ้านพักระดับสูงที่ตัดออก: 91 ล้านบาท

โฆษก ตร. กล่าวว่า ข้อมูลที่ประชาสัมพันธ์ออกไปอาจมีส่วนที่เข้าใจผิด แต่เป้าหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติคือการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อพี่น้องประชาชน และยังยืนยันว่าการใช้งบประมาณนั้นเกิดประโยชน์สูงสุดต่อราชการและชาติ

เมื่อบ้านพัก 91 ล้านบาทถูกตัดออกไป แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบขององค์กร เพราะแม้จะเป็นงบประมาณที่เสนอขอครั้งแรก แต่หากเกิดความไม่เข้าใจ ผบ.ตร.ก็พร้อมตัดออกเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนทั่วไป

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารอื่นๆ เกี่ยวกับงบประมาณของรัฐ อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ข่าวสารหรือเว็บที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลข่าวสารที่สำคัญสำหรับสังคมไทย

ที่มา – โฆษก ตร.แจงปมของบ 2.3 หมื่นล้าน ยันตัดงบบ้านพักระดับสูง 91 ล้านแล้ว

TOA กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 36.7% จ่ายปันผล 0.36 บาท

ในรายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ระบุว่า ไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัททำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 36.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 5,423 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 652 ล้านบาท

TOA กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 36.7% จ่ายปันผล 0.36 บาท

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ TOA กำไรไตรมาส 2 เติบโตอย่างโดดเด่น มาจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การจัดการซัพพลายเชนให้ดีขึ้น รวมถึงราคาวัตถุดิบที่ลดลงและค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้ต้นทุนโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศจะเผชิญกับภาวะชะลอตัวจากตลาดอสังหาริมทรัพย์และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังไม่แน่นอน แต่ TOA สามารถรักษาผลประกอบการที่แข็งแกร่งได้ โดยเฉพาะจากตลาดต่างประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ผลประกอบการครึ่งปีแรก

ผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 มีรายได้รวม 10,890 ล้านบาท และกำไรสุทธิสูงถึง 1,385 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีความมั่นใจในการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในรอบครึ่งปีแรก

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติเห็นชอบการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.36 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 698 ล้านบาท โดยจ่ายจากกำไรสุทธิหลังเสียภาษี 20% สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการคืนกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

กลยุทธ์ยั่งยืนและการเติบโตในอนาคต

TOA ได้กำหนดกลยุทธ์เพื่อรองรับความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก และปรับตัวอย่างยืดหยุ่นในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน โดยเน้นการกระจายความเสี่ยง การขยายผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากสีทาอาคาร และการพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หัวหน้าฝ่ายบริหารกล่าวว่า บริษัทมองว่า “ความยั่งยืน” จะเป็นแรงผลักดันสำคัญของตลาดในอนาคต และเป็นปัจจัยหลักที่สอดคล้องกับพันธกิจ GREEN MISSION ที่ TOA ได้เริ่มดำเนินการกับ 7 กลยุทธ์หลักเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเป็นศูนย์ในอนาคต (Net Zero) ภายใต้หลัก ESG (Environmental, Social, Governance)

นอกจากนี้ TOA ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นการใช้สินค้ารักษ์โลก โดยปัจจุบันมีสินค้าที่ได้รับการรับรอง “ฉลากลดโลกร้อน” แล้วมากถึง 133 ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในปีนี้มีการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองใหม่อีก 91 รายการ

ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทได้กลายเป็นหนึ่งในผู้นำที่มีความมุ่งมั่นทั้งในเรื่องการเติบโตอย่างยั่งยืน และการคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนจึงมั่นใจว่า TOA จะสามารถรักษาความแข็งแกร่งด้านการเงินและเติบโตในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง

หากคุณกังวลเกี่ยวกับการลงทุนในช่วงเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน การเลือกลงทุนในบริษัทที่ใช้กลยุทธ์ ESG และมีผลประกอบการมั่นคงอย่าง TOA ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในระยะยาว

ที่มา – “TOA” กำไรไตรมาส 2 พุ่งแรงกว่า 36.7% จ่ายปันผลครึ่งปีแรก 0.36 บาทต่อหุ้น

กิฟฟารีนเปิดตัว ‘เอไอโค้ช’ เสริมทัพนักขาย

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น กิฟฟารีน ส่งพลังใหม่ด้วยการเปิดตัว “Giffarine AI Coach” เพื่อช่วยให้นักธุรกิจกิฟฟารีนสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเอาชนะการแข่งขันในธุรกิจขายตรงได้อย่างแข็งแกร่ง

กิฟฟารีนเปิดตัว ‘เอไอโค้ช’ เสริมทัพนักขาย

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้ กิฟฟารีนเปิดตัว ‘เอไอโค้ช’ เพื่อเป็นโค้ชส่วนตัวให้นักขาย โดยมีหน้าที่ช่วยวิเคราะห์วิดีโอ (VDO) และสร้างสคริปต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำเสนอธุรกิจและสินค้า โดยที่นักขายสามารถทำงานได้แม่นยำ รวดเร็ว และเข้ากับกลยุทธ์การขายของตนเอง

ระบบนี้มีการใช้งานครั้งแรกในวันที่ 16 สิงหาคม 2568 และเป็นโซลูชันจาก Microsoft ที่มีเทคโนโลยีคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ทันสมัย มาช่วยพัฒนาการทำงานของนักธุรกิจแบบ Personalize Coaching ส่งให้เกิดความมั่นใจ และลดเวลาในการฝึกตัวเองอย่างมาก

เทคโนโลยีรองรับการเติบโตของธุรกิจ

การลงทุนในเทคโนโลยี AI ครั้งนี้มีมูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญครั้งแรกในวงการธุรกิจขายตรง มีเป้าหมายลดปัญหาการดิสรัปชั่น และยกระดับฐานลูกค้าและนักธุรกิจให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันกิฟฟารีนมีลูกค้าRegistered รวมกว่า 8.7 ล้านคน และนักธุรกิจกว่า 870,000 คน

  • การใช้งาน AI อย่างมีประสิทธิภาพในการไลฟ์สด
  • AI Agent ที่ทำงานอัตโนมัติสะดวกและง่ายต่อการเข้าถึง
  • Customize Personal Coachingที่ตรงกับลักษณะการขายแต่ละบุคคล

“ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้ AI ในการตัดสินใจมากขึ้น กิฟฟารีนจึงต่อยอดจาก Pain Point ไปสู่ Solution ที่ตอบโจทย์ Lifestyle ของลูกค้า และช่วยให้นักธุรกิจเพิ่มยอดขายได้อย่างแท้จริง” พญ.นลินี กล่าว

ผลประกอบการของกิฟฟารีนในรอบ 29 ปีที่ผ่านมา มียอดขายรวม 110,758 ล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะเติบโต 1-2% โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่ยังมีโอกาสพัฒนาต่อเนื่อง แม้ผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนกัมพูจาระหว่างเดือนกรกฎาคมจะทำให้ยอดขายชะลอลงเล็กน้อย

ภาพรวมธุรกิจขายตรงปีนี้ยังสู้ได้

สำหรับภาพรวมของธุรกิจขายตรงในปี 2568 ถือว่าไม่เติบโตมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่าตลาดที่ 56,400 ล้านบาท อย่างไรก็ตามธุรกิจที่มีแบรนด์แข็งแกร่ง สินค้าจำเป็น และฐานลูกค้าประจำ ยังสามารถเติบโตต่อไปได้

สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคระวังงบประมาณมากขึ้น จึงส่งผลให้บางธุรกิจ尤其是สินค้าฟุ่มเฟือย ประสบกับภาวะยอดขายลดลง แต่สินค้าพื้นฐานยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

กิฟฟารีนเปิดตัว ‘เอไอโค้ช’ นี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปรับตัวเข้ากับโลกยุคใหม่ ที่เทคโนโลยีไม่ได้มาแทน manus แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ manus มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หากคุณเป็นนักธุรกิจหรือผู้สนใจเพิ่มรายได้ เริ่มทดลองใช้ระบบ AI Coach ของกิฟฟารีน แล้วคุณจะเห็นความแตกต่างในการขายอย่างแท้จริง!

ที่มา – ‘กิฟฟารีน’ ส่ง ‘เอไอโค้ช’ช่วยนักขายทำงานเก่งขึ้น

ชัด! ‘บิ๊กเต่า’ เปิดเส้นทาง ‘อดีตเจ้าคณะนครสวรรค์’ จ่อขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการกองบังคับการกลาง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการควบคุมตัว อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัดไปให้สีกาคนสนิท โดยระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อหาผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

บิ๊กเต่าเผยการติดตามคดี

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า คดีนี้ได้รับร้องเรียนจากศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา จึงส่งให้กองบก.ปคม. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งพบว่ามีการโอนเงินจากหลวงพ่อหลายเส้นทาง รวมถึงมีลูกน้องหลวงพ่อที่เป็นพระเลขาที่มีการโอนเงินจำนวนมากเข้าสู่บัญชีสีกา โดยเฉพาะเส้นทางที่มีความชัดเจนหนึ่งเส้นทาง ซึ่งรวมเป็นเงินราว 405,000 บาท

ในระหว่างการสอบสวน ตรวจพบว่าเส้นทางการเงินมีจำนวนหลายล้านบาท แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบความผิดชัดเจน ซึ่งคดีนี้ยังมีการขยายผลเชื่อมโยงกับโครงการพุทธอุทยาน และยังตรวจสอบถึงความเกี่ยวข้องของ[…]

ผู้ต้องหาขอเข้ามอบตัว

น่าสังเกตว่า นายสฤษฏิ์ หรือ อดีตเจ้าคณะนครสวรรค์ ได้เข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง ทำให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนน.ส.ภูธินี อีกหนึ่งผู้ต้องหา ถูกควบคุมตัวได้ที่บ้านพักในจังหวัดปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่ก็ระบุว่าขณะนี้ทั้ง 2 คนอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยว่ามีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลใด ๆ จากผู้ต้องหา

  • การตรวจสอบเส้นทางเงินพุทธบริษัทหลายเส้นทาง
  • มียอดรวมเป็นล้านบาทในการโอนผ่านบัญชี
  • ตอนนี้กำลังสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังพบว่าการโอนเงินไม่ได้หยุดเพียงบุคคลเดียว แม้แต่พระลูกวัดในพื้นที่ยังมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย โดยมีเงินจำนวนมากไหลเข้ามาสม่ำเสมอ ทั้งนี้ อยู่ที่เจตนาของแต่ละฝ่าย หากพบหลักฐานครบถ้วน ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เมื่อถามถึงการประกันตัว พล.ต.ต.จรูญฯ ระบุว่าเนื่องจากผู้ต้องหาได้รับตัวเข้ามาด้วยตนเอง จึงเป็นไปได้ว่าจะไม่มีการคัดค้านการประกันตัว แต่สุดท้ายต้องอยู่ที่ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน

ดูเหมือนว่าคดีนี้จะแกะต่อยากกว่าที่คาด เพราะมีความเกี่ยวข้องกับระบบงานของวัดและตัวละครหลายด้าน การติดตามคดีในครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบทางกฎหมาย และจริยธรรมอันซับซ้อนของสังคม โดยเฉพาะวงศาสนา

หากคุณอยากรู้ว่าจะมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินคดีนี้อีกมากน้อยเพียงใด ควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะทุกรายละเอียดอาจนำไปสู่ความชัดเจนในระบบวัดในอนาคต

ที่มา – ชัด! ‘บิ๊กเต่า’ เปิดเส้นทาง ‘อดีตเจ้าคณะนครสวรรค์’ จ่อขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง

ต้นข้าว สุปรียา แฮปปี้วันเกิดปีนี้พรเป็นจริง

วงการเพลงลูกทุ่งสายใหม่กำลังมาแรงสุดๆ สำหรับ “ต้นข้าว สุปรียา” เจ้าของฉายา “นางฟ้าตัวน้อย” ที่ไม่ว่าใครเห็นแล้วต้องหลงรัก ด้วยความน่ารัก น้ำเสียงหวาน และความสามารถอันโดดเด่นในรายการ “ดวลเพลงชิงทุน” ที่คว้าชัยชนะมาแล้วถึง 68 สมัย ถือเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของเธอได้อย่างชัดเจน

ต้นข้าว สุปรียา แฮปปี้วันเกิดปีนี้พรเป็นจริง

เมื่อเร็วๆ นี้ วันคล้ายวันเกิดปี 2025 ของ ต้นข้าว สุปรียา หนุ่มสาวแฟนคลับจากทั่วประเทศต่างแห่กันมาอวยพรและมอบของขวัญให้เธออย่างล้นหลาม โดยเฉพาะattenions ที่แฟนเพลงจัดหนักยกเค้กเงินสดมาเป็นของขวัญ บานเย็นจนต้นข้าวต้องโพสต์ขอบคุณผ่านโซเชียลมีเดียด้วยความซาบซึ้ง

พรปีก่อนกลายเป็นจริง

ในโพสต์ของเธอ เป็นการขอบคุณทุกกำลังใจที่พ่อๆ แม่ๆ แฟนคลับให้มาก่อเกตุมาลัยเงินล้นคอ พร้อมระบุข้อความว่า “#สุขสันต์วันเกิดนะต้นข้าวปีก่อนหนูเคยขอพรให้ชีวิตดียิ่งๆ ขึ้นไป ไปไหนใครก็รัก เงินทองไหลมาเทมาไม่มีตก โด่งดังเหมือนดั่งพลุระเบิด… ว๊าปปป!” ต้นข้าวไม่คิดไม่ฝันเลยว่าในวันเกิดปีนี้ พ่อๆ แม่ๆ FC แฟนเพลงจะทำให้ความฝันนั้นกลายเป็นจริง

นอกจากนี้ยังได้ขอบคุณน้องๆ นักร้องที่มาร่วมงาน ตลอดจนทีมงานเบื้องหลังที่สนับสนุนเธออย่างต่อเนื่อง โดยเธอสัญญาไว้ว่าจะนำ “น้ำใจ” ที่ได้รับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในเรื่องของการศึกษา ตลอดจนความก้าวหน้าในวงการบันเทิง

  • อายุ: 13 ปี (เกิด 13 สิงหาคม 2555)
  • จำนวนครั้งชนะในรายการดวลเพลงชิงทุน: 68 ครั้ง
  • ความฝันที่เป็นจริงในวันเกิดปีนี้

จากการเผยแพร่โพสต์ดังกล่าวได้นำไปเป็นกระแสตอบรับจากเหล่าแฟนคลับเป็นจำนวนมาก หลายคนเข้ามาร่วมแสดงความยินดีในรูปแบบของคอมเมนต์ที่แสดงถึงความรักและความห่วงใย

ทั้งคำว่า “ต้นข้าวเป็นนางฟ้าตัวน้อยที่น่ารัก มีจิตใจที่งามดี” รวมไปถึง “น่ารักที่สุด สุดยอด” เป็นคำชมที่ไม่ตกอยู่เบื้องหลัง และยังมีแฟนคลับที่ทำบุญถวายและร่วมอวยพรในเช้าวันเกิดอย่างจัดเต็ม

ต้นข้าว สุปรียา กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความรักและความสนับสนุนจากพ่อๆ แม่ๆ แฟนเพลงอย่างแท้จริง โดยเธอไม่เพียงแค่เป็นนักร้องเด็กที่มีฝันสูง แต่ยังเป็นต้นแบบของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 ที่มีความสามารถ บริสุทธิ์ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

ผลงานในวงการเพลงลูกทุ่งของเธอถือว่าเดินหน้าแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังเยาว์วัย แต่ิการรับรู้และการปรับตัวของต้นข้าวแทบจะเหนือระดับ

หากคุณยังไม่ได้ชมคลิปการแสดงของต้นข้าว สุปรียา รีบไปตามหากันได้เลย เพราะเธอคือหนึ่งในดาวรุ่งที่ไม่ควรพลาด

ที่มา – ‘ต้นข้าว สุปรียา’ สุดแฮปปี้ วันเกิดปีนี้พรเป็นจริง แฟนเพลงจัดหนักยกเค้กเงินสดมอบเป็นของขวัญ!

พศจ.ลพบุรีตรวจสอบวัดพระบาทน้ำพุ พบ 8 บัญชี เงิน 16 ล้าน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายวีระ จำลอง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี (พศจ.ลพบุรี) ได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดพระบาทน้ำพุ ภายหลังได้รับการชี้แจงจากทางวัด พบว่าวัดพระบาทน้ำพุมีบัญชีธนาคารในชื่อวัดรวมทั้งสิ้น 8 บัญชี โดยยอดเงินรวมทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 15-16 ล้านบาท

พศจ.ลพบุรีตรวจสอบวัดพระบาทน้ำพุ

จากการตรวจสอบนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรีได้ให้คำแนะนำแนวทางในการรายงานบัญชีรายรับรายจ่ายให้เป็นไปตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อให้วัดดำเนินการตามข้อกำหนดอย่างถูกต้อง

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบเรื่องการถือครองที่ดินของวัด ซึ่งทางวัดได้ชี้แจงว่าปัจจุบันวัดพระบาทน้ำพุมีเนื้อที่รวม 6 ไร่ และได้นำพื้นที่ดังกล่าวให้เทศบาลเมืองเขาสามยอด เช่าอยู่

คณะสงฆ์ตั้งกรรมการตรวจสอบ

ด้านพระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ได้มีมติให้พระครูสุวัฒน์กิตติสาร เจ้าคณะตำบลเขาสามยอด เป็นประธานคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านการเงิน การบริหารงานของวัด รวมไปถึงความเกี่ยวข้องกับนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือที่รู้จักในชื่อ หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ มีกำหนดรายงานผลภายในวันที่ 15 สิงหาคมนี้

  • จำนวนบัญชีทั้งหมด 8 บัญชี
  • ยอดเงินรวมประมาณ 15 – 16 ล้านบาท
  • ที่ดินทั้งหมด 6 ไร่ ให้เทศบาลเช่าอยู่
  • การดำเนินการตรวจสอบภายในวันที่ 15 ส.ค.

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรียังได้มอบหมายให้พศจ.ลพบุรีเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการตรวจสอบกรณีที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ โดยมีฝ่ายปกครองเข้าร่วมตรวจสอบมูลนิธิที่อยู่นอกเหนืออำนาจของสำนักงานพระพุทธศาสนา

จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังพบว่า มูลนิธิที่ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชดำริของหลวงพ่ออลงกต ติกฺขปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ หากมีการยุติการดำเนินงาน ทรัพย์สินของมูลนิธินั้นจะถูกโอนคืนให้วัดพระบาทน้ำพุทั้งหมด

กรณีของวัดพระบาทน้ำพุนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและความโปร่งใสในการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของความเชื่อ แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนในวงการศาสนา

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารอื่น ๆ เกี่ยวกับการบริหารวัดและการตรวจสอบทางศาสนกิจ ก็อย่าลืมติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่อง

ที่มา – ‘พศจ.ลพบุรี’ ตรวจสอบ ‘วัดพระบาทน้ำพุ’ พบมี 8 บัญชี ยอดเงินรวม 16 ล้านบาท

เลขเด็ด! เจ้าของร้านอะลูมิเนียม แก้บน ‘ปู่ฤๅษีพรหมเมศ’ ไม่พลาดส่องอ่างน้ำมนต์

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่อาศรมฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมายังบริเวณดังกล่าว เพื่อจะกราบไหว้ขอพรและแก้บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีคนให้ความศรัทธาอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อปู่ฤๅษีพรหมเมศ ที่ถือเป็นบุคคลสำคัญทางด้านจิตวิญญาณของชาวไทย

เจ้าของร้านอะลูมิเนียมแก้บนปู่ฤๅษีพรหมเมศประสบความสำเร็จ

หนึ่งในผู้ที่เดินทางมากราบไหว้ในวันนี้ คือนางสาวกันย์สินิ เศรษฐธัญกิจ เจ้าของร้านอะลูมิเนียมจากจังหวัดปทุมธานี ซึ่งนำน้ำดื่มจำนวน 100 แพ็กมาเป็นเครื่องแก้บนหลังจากได้มายื่นคำอธิษฐานเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม การเดินทางมาส่องอ่างน้ำมนต์ในครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสที่ดีในการขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้พรแก่เธอได้รับ

เลขเด็ดส่องอ่างน้ำมนต์จากหยดน้ำตาเทียน

ความนิยมในการส่องอ่างน้ำมนต์ เพื่อหวังรับโชคเสริมดวง เป็นสิ่งที่หลายคนรอคอยในทุกเช้า ซึ่งในวันนี้ตัวเลขที่ปรากฏจากหยดน้ำตาเทียนสีแดงที่เกิดขึ้นบนอ่างน้ำมนต์หน้าองค์แห่งพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศ มีการปรากฏของตัวเลข 708, 21 และ 6 ซึ่งถือว่ามีอิทธิพลต่อความเชื่อของผู้ที่มากราบไหว้เป็นอย่างมาก หลายคนมองว่าตัวเลขนี้คือเลขเด็ดที่อาจนำไปใช้เสี่ยงโชคจากความศรัทธา

  • ตัวเลข 708 ก่อให้เกิดความหวังเป็นมงคลเพราะเชื่อกันว่ามีพลังแห่งการคุ้มครอง
  • เลข 21 สื่อถึงความรอบคอบในการทำงานและการเงิน
  • ส่วนเลข 6 หมายถึงความร่ำรวยและเกียรติยศตามความเชื่อของดินแดน

นักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาที่เดินทางมายัง ปู่ฤๅษีพรหมเมศ ต่างก็มีความเชื่อมั่นว่า องค์ท่านสามารถประทานพรและลดทุกข์ไขว้เข่นของชีวิตให้จางหายไป และที่เด็ดขาดคือการส่องอ่างน้ำมนต์ เพื่อเสาะหาเลขเด็ดหรือคำทำนายการเสี่ยงโชคในอนาคต

หากคุณกำลังตามหาร้านที่เหมาะกับการขอพรธุรกิจหรือหาก้าวขึ้นแท่นของความมั่งคั่งในชีวิต ปู่ฤๅษีพรหมเมศ ไม่ใช่แค่สถานที่สำคัญทางจิตวิญญาณ แต่ยังเป็นจุดหมายแห่งเลขเด็ดและเลขมงคล ส่งผลให้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างแห่แหน่มามองหาโชคเสริมดวงกันอย่างคึกคัก คุณจะพลาดโอกาสแบบนี้ได้อย่างไร?

ที่มา – เลขเด็ด! เจ้าของร้านอะลูมิเนียม แก้บน ‘ปู่ฤๅษีพรหมเมศ’ ไม่พลาดส่องอ่างน้ำมนต์