ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“นูนเญซ” เตรียมรับ 17.6 ล้านต่อสัปดาห์ซบ อัล ฮิลาล

ดาร์วิน นูนเญซ หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย เตรียมขึ้นแท่นมหาเศรษฐีคนใหม่ หลังมีรายงานว่า กำลังจะได้รับค่าจ้างก้อนโตถึง 400,000 ปอนด์ (ราว 17.6 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ หรือ 20 ล้านปอนด์ (ราว 880 ล้านบาท) ต่อปีในการย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปเล่นให้ อัล ฮิลาล พ่อบุญทุ่มของซาอุดีอาระเบีย งานนี้ทำเอาแฟนบอลหลายคนตาลุกวาวกับค่าเหนื่อยระดับนี้ ว่าแต่การย้ายทีมครั้งนี้จะส่งผลต่อทั้งสองทีมอย่างไรบ้าง มาวิเคราะห์กันครับ

ลิเวอร์พูล ตกลงขาย นูนเญซ ให้ อัล ฮิลาล ด้วยค่าตัว 46.3 ล้านปอนด์ (ราว 2,037.2 ล้านบาท) และ หัวหอกวัย 26 ปี ก็ได้รับไฟเขียวให้เดินทางไปตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญากับว่าที่ต้นสังกัดใหม่อย่างเป็นทางการเรียบร้อย การตัดสินใจปล่อยตัว “นูนเญซ” เตรียมรับทรัพย์ 4 แสนปอนด์ต่อวีกหลังโอเคซบ “อัล ฮิลาล” ครั้งนี้ของลิเวอร์พูล ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีมอย่างแน่นอน

ขณะที่ “มิร์เรอร์” สื่อเมืองผู้ดี รายงานว่า นูนเญซ ซึ่งจะเซ็นสัญญากับ อัล ฮิลาล 3 ปี หรือ จนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2028 จะได้รับค่าจ้างเพิ่มจากที่รับอยู่กับ ลิเวอร์พูล 140,000 ปอนด์ (ราว 6.1 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์เป็น 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือ 20 ล้านปอนด์ต่อปีเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นการอัพค่าเหนื่อยแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียวสำหรับ “นูนเญซ” เตรียมรับทรัพย์ 4 แสนปอนด์ต่อวีกหลังโอเคซบ “อัล ฮิลาล”

ทั้งนี้การขาย นูนเญซ ให้กับ อัล ฮิลาล จะช่วยให้ “หงส์แดง” มีงบประมาณที่จะนำไปใช้ในการไล่ล่าหัวหอกคนใหม่มาเสริมแนวรุกมากขึ้น และเป้าหมายเบอร์ 1 ของพวกเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น อเล็กซานเดอร์ อิซัค หัวหอกมหากาฬของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ถูกตั้งค่าตัวเอาไว้สูงถึง 150 ล้านปอนด์ (ราว 6,600 ล้านบาท) นั่นเอง การเสริมทัพครั้งนี้จะช่วยให้ลิเวอร์พูลกลับมาแข็งแกร่งได้หรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

“นูนเญซ” เตรียมรับทรัพย์ 4 แสนปอนด์ต่อวีกหลังโอเคซบ “อัล ฮิลาล”

สิ่งที่ต้องจับตาหลัง “นูนเญซ” เตรียมรับทรัพย์ 4 แสนปอนด์ต่อวีกหลังโอเคซบ “อัล ฮิลาล”

การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับตัวนักเตะและสโมสรเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมของตลาดนักเตะอีกด้วย การที่สโมสรในซาอุดีอาระเบียทุ่มเงินดึงตัวนักเตะระดับโลกไปร่วมทีมมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาลีกฟุตบอลของประเทศ และอาจจะส่งผลให้ลีกซาอุฯ กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักเตะมากขึ้น

ผลกระทบต่อลิเวอร์พูล:

  • การเสียกองหน้าตัวหลักอย่าง นูนเญซ อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในแนวรุก
  • การได้เงินจากการขาย นูนเญซ จะช่วยให้มีงบประมาณในการเสริมทัพ
  • การได้ตัว อิซัค มาเสริมทีม จะช่วยเพิ่มความหลากหลายในเกมรุก

ผลกระทบต่อ อัล ฮิลาล:

  • การได้ นูนเญซ มาร่วมทีม จะช่วยเพิ่มศักยภาพในแนวรุก
  • การทุ่มเงินดึงนักเตะดัง จะช่วยยกระดับลีกฟุตบอลของประเทศ
  • การสร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้น จะช่วยดึงดูดแฟนบอลและนักลงทุน

การย้ายทีมของ ดาร์วิน นูนเญซ ไป อัล ฮิลาล ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตของนักเตะ และยังส่งผลกระทบต่อทั้งสองสโมสร รวมถึงภาพรวมของวงการฟุตบอลอีกด้วย การที่นักเตะได้รับค่าเหนื่อยก้อนโตขนาดนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของฟุตบอลในยุคปัจจุบัน และความมุ่งมั่นของสโมสรในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ

ภาพ gettyimages

ที่มา – “นูนเญซ” เตรียมรับทรัพย์ 4 แสนปอนด์ต่อวีกหลังโอเคซบ “อัล ฮิลาล”

รวบ! จอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ธีระพงษ์ คงเขียว สว.กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายอาคม (สงวนนามสกุล) หรือ เอียด อายุ 67 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเวียงสระ ที่ 40/2566 ลงวันที่ 9 ก.พ. 2566 ข้อหา “ร่วมกันใช้จ้างวาน หรือยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ฯ” ได้ในห้องพักคนงานสวนยางพารา ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2566 นายบุญธรรมฯ อายุ 54 ปี สมาชิก อบต.อิปัน ถูกคนร้ายดักยิงเสียชีวิต บริเวณถนนหลวงหมายเลข 4133 หมู่ 1 ต.อิปัน อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ขณะกำลังขับรถกลับบ้าน หลังจากไปทานอาหารกับกลุ่มเพื่อนที่ร้านข้าวต้มใกล้สี่แยกพระแสง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เข้าคลี่คลายคดีจนออกหมายจับกลุ่มคนร้ายได้ยกก๊วน 7 ราย ทั้งคนบงการวางแผน จัดหามือปืน ขับรถ ชี้เป้า และลงมือสังหาร ก่อนรวบตัวได้ 6 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืน รถยนต์คันที่ใช้ในการก่อเหตุ รถยนต์ที่ใช้ชี้เป้า โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้จ้างวานและมือปืน เหลือเพียง นายอาคม หรือ เอียด ผู้จ้างวานและจัดหามือปืนที่ยังหลบหนีคดีได้อย่างลอยนวล

กระทั่งตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้เบาะแสนายอาคม หลบหนีไปกบดานอยู่บนภูเขาสูงใน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช จึงแกะรอยไล่ติดตาม แต่นายอาคมไหวตัวทันหลบหนีไปได้ ก่อนจะเสียท่าถูกตำรวจกก.5 บก.ป. ตะครุบตัวได้ในห้องพักคนงานสวนยางพาราดังกล่าว

สอบสวนเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขอให้การต่อสู้คดีในชั้นศาล จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระแสง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายอาคม ประวัติเป็นมือปืนรับจ้างคดีฆ่า 3 ศพ เมื่อปี 2536 ที่ จ.กระบี่ ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2551 หลังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำกลางบางขวางได้เพียง 14 ปี โดยหลังพ้นโทษออกมาแล้วยังมีพฤติกรรมเป็นผู้กว้างขวางและชอบคบหากับกลุ่มมือปืนภาคใต้ จนตำรวจเชื่อว่านายอาคมมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอุกฉกรรจ์หลายคดี แต่พยานหลักฐานสาวไปไม่ถึงจนย่ามใจวางแผนสังหารนายบุญธรรม หลานเขย เนื่องจากไม่พอใจที่ลงมือทำร้ายร่างกายและจิตใจหลานสาวแท้ๆ แถมยังชอบนำทรัพย์สินไปปรนเปรอหญิงอื่นด้วย

รวบจอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน

คดี รวบจอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก การจับกุมนายอาคมได้ ถือเป็นการปิดฉากการหลบหนีของผู้ต้องหารายสำคัญ และนำไปสู่การดำเนินคดีตามกฎหมาย

แรงจูงใจในการฆ่า ส.อบต.อิปัน

แรงจูงใจที่ทำให้เกิดเหตุ รวบจอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน ครั้งนี้ ตำรวจเชื่อว่ามาจากการแก้แค้นแทนนหลานสาวที่ถูกทำร้าย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งและความรุนแรงที่ฝังรากลึกในสังคม การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาไม่เคยเป็นทางออกที่ดี และนำมาซึ่งความสูญเสียและความทุกข์ทรมานแก่ทุกฝ่าย

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า กฎหมายและการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสังคมให้สงบสุข การตัดสินปัญหาด้วยความรุนแรงส่วนตัวจะนำไปสู่ความวุ่นวายและการทำลายล้าง

การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดี รวบจอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน จะช่วยให้เราเข้าใจถึงกระบวนการยุติธรรมและการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการคลี่คลายคดีอุกฉกรรจ์ต่างๆ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่

ที่มา – รวบจอมบงการฆ่า ส.อบต.อิปัน ตร.เชื่อสางแค้นแทนหลานสาวที่ถูกทำร้าย!

ผงะ! ซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์

เกิดอุบัติเหตุคนขับรถบรรทุกพ่วงที่ตกเหวลึกในพื้นที่เขาคอม้า อ.ชาติตระการ กลับกลายเป็นการพบอีกเหตุซ้อนที่สลดกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก MG สภาพไฟไหม้เสียหายทั้งคัน ภายในพบโครงกระดูกมนุษย์ ไม่พบป้ายทะเบียน คาดประสบเหตุมาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบหาญาติและสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นโค้งอาถรรพ์ อุบัติเหตุบ่อยครั้ง

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ร.ต.อ.ชัยณรงค์ คงเมือง รอง สว.สอบสวน สภ.ชาติตระการ พร้อมด้วย ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลชาติตระการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน ผู้นำท้องที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบรถเก๋งยี่ห้อ MG สภาพเก่าเถาวัลย์ขึ้นปกคลุม ภายในพบโครงกระดูกมนุษย์ที่ประสบอุบัติเหตุตกเขาคอม้า บนถนนสายโป่งแค-ชาติตระการ บริเวณหมู่ที่ 15 บ้านตีนตก ตำบลบ้านดง อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ที่ลึกลงจากถนนประมาณ 50 เมตร

สืบเนื่องจากวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงบรรทุกไม้ยูคาลิปตัสเต็มคันเบรกแตกเสียหลักตกเหวบริเวณเขาคอม้าจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน เร่งลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือคนขับรถบรรทุกที่ได้รับบาดเจ็บตกไปในเหว ระหว่างนั้นลึกลงไปอีกประมาณ 20 เมตรได้พบกับซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก MG อีกคันหนึ่งอยู่ในสภาพพลิกหงายท้องฟาดอยู่กับต้นไม้ สภาพเก่ามีหญ้าและเถาวัลย์ขึ้นปกคลุม ตรวจสอบภายในรถพบโครงกระดูกมนุษย์กระจายเกลื่อน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ แต่เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลาเย็นและสภาพอากาศไม่อำนวย จึงยังไม่สามารถดำเนินการนำซากรถขึ้นมาได้ในทันที

ต่อมาในช่วงสายของวันนี้จึงได้ทำการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าพื้นที่อีกครั้ง และสามารถเข้าตรวจสอบซากรถได้อย่างใกล้ชิด โดยจากการตรวจสอบพบรถบรรทุกพ่วงสภาพตกเหวหัวทิ่มอยู่จึงต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่ 2 คัน ใช้สายสลิงยึดรถพ่วงไว้ก่อนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ลงไปตรวจสอบซากรถเก๋ง ที่อยู่ลึกลงไป 20 เมตร เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายรถพ่วงอาจจะไหลงลงไปได้

จากการตรวจสอบรถเก๋งคันดังกล่าว พบว่าตัวรถอยู่ในสภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้าถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน นอกจากนี้ใกล้กันยังพบชิ้นส่วนรถ อาทิ ตัวเครื่องยนต์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์อื่นๆ กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แต่ไม่พบป้ายทะเบียนรถ ภายในซากรถยังคงพบโครงกระดูกมนุษย์ที่คาดว่าเป็นผู้ขับขี่ กระดูกได้หล่นมาอยู่บริเวณคนนั่ง แต่ยังไม่สามารถระบุอัตลักษณ์บุคคลได้กระจัดกระจายทั่วบริเวณ

ด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบเลขตัวถังรถ เพื่อทำการพิสูจน์ว่าเป็นรถทะเบียนอะไร ใครเป็นผู้ครอบครองและขับขี่ และดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด

ผงะ! ซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า รถเก๋ง MG คันดังกล่าวอาจประสบอุบัติเหตุตกเหวก่อนจะเกิดเพลิงลุกไหม้ไม่มีผู้ใดพบเห็น จากการประเมินด้วยสายตาตัวรถมีสภาพเก่าผุ คาดว่าระยะเวลาไม่น่าต่ำกว่า 1 ปี อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง และระยะเวลาในการเกิดเหตุ และยืนยันตัวตนผู้เสียชีวิต

ด้านผู้นำท้องถิ่น ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมา มีผู้ตามหานักดนตรีคนหนึ่งวัยประมาณ 50 ปี ที่หายตัวไปและขับรถเก๋ง MG ด้วย แต่ก็ต้องติดต่อญาติให้มาตรวจสอบอีกครั้ง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เก็บกู้ซากรถเก๋ง MG และซากรถบรรทุกพ่วงขึ้นจากจุดเกิดเหตุให้แล้วเสร็จภายในวันนี้เพื่อนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ สภ.ชาติตระการ พร้อมติดตามหาญาติผู้เสียชีวิตมาดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป.

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขาคอม้า ซึ่งเป็นโค้งอันตราย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้ชาวบ้านว่าเป็นโค้งอาถรรพณ์จนเจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายมาเตือนผู้ขับขี่ให้ระมัดระวังทางโค้งแห่งนี้เป็นอย่างมาก

เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ ซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก

เหตุการณ์ซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูกนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยและมีสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงอันตราย

ที่มา – ผงะ! ซากเก๋งไฟไหม้ในเหวลึก คนขับเหลือแต่โครงกระดูก เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์

นักรักวัยเกษียณ ป่วยมะเร็งลำคอเพราะออรัลเซ็กซ์

แฟรงก์ เลน คุณพ่อลูกสองวัย 60 ปีจากอังกฤษเผยความรู้สึกตกใจจนพูดไม่ออก เมื่อแพทย์แจ้งว่า ก้อนบวมที่น่าสงสัยในลำคอของเขาคือก้อนมะเร็ง ซึ่งเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก

ตอนแรก เลนคิดว่าทีมแพทย์ของเขา “พูดแต่เรื่องไร้สาระ” ตอนที่พวกเขาพยายามอธิบายถึงที่มาของอาการป่วยครั้งนี้ 

แต่หลังจากที่เขาได้ลองค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวเองเรื่องความเกี่ยวข้องระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือการทำออรัลเซ็กซ์ให้ฝ่ายหญิงกับโรคมะเร็งช่องปาก เขาก็เข้าใจแล้วว่า ความสัมพันธ์ทางเพศมากมายที่เขาเคยมีในช่วงอายุ 20 ต้นๆ อาจเป็นต้นเหตุการป่วยของเขา

นักรักวัยเกษียณจากเมืองเบซิงสโตก มณฑลแฮมป์เชอร์ เล่าว่า เมื่อสองปีก่อน เขาเริ่มสังเกตเห็นก้อนแข็งๆ ที่คอ ซึ่งมีขนาดเท่าไข่ต้ม

“ผมกำลังโกนหนวดอยู่ก็เลยลองคลำคอแล้วก็คิดว่า ‘ทำไมมันรู้สึกแข็งๆ’” เลนกล่าว “มันเป็นแค่ก้อนบวมนิดหน่อย ผมรู้สึกเหนื่อยมาก แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเรื่องงานและพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ผมยังต้องตื่นไปเข้าห้องน้ำคืนละ 3-4 ครั้ง แต่ก็คิดว่าคงเป็นเพราะอายุมากขึ้น

“แฟนผมบอกให้รอดูสักสองสัปดาห์ เพราะมันอาจจะเป็นต่อมน้ำเหลืองบวมจากการออกกำลังกายแบบหนักๆ”

เลนคิดว่าการออกกำลังกายน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบาย จึงไม่ได้สนใจมากนักและใช้ชีวิตตามปกติ แต่สองสัปดาห์ต่อมา ก้อนลึกลับก็ยังคงอยู่ เขาจึงตัดสินใจไปตรวจกับหมอ

เลนเล่าว่า หมอมองเห็นก้อนเนื้อ “ยื่นออกมาจากด้านบนของต่อมทอนซิล” เมื่อตรวจดูใกล้ๆ ก่อนที่จะส่งตัวเขาไปตรวจชิ้นเนื้อ หลังจากนั้น 10 วัน เขาก็ได้รับข่าวร้ายว่าเขาเป็นมะเร็งที่ลำคอ โดยทีมแพทย์บอกว่าสาเหตุคือ เขาได้รับเชื้อฮิวแมนแพปพิลโลมาไวรัส (HPV)

HPV คือกลุ่มไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังและเยื่อบุผิวที่มีความชุ่มชื้นในร่างกาย เช่น ที่ปากมดลูก ทวารหนัก ช่องปาก และลำคอ ไวรัสนี้มักจะแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ไวรัส HPV คือสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในเซลล์ปากมดลูกซึ่งอาจนำไปสู่โรคมะเร็งปากมดลูกได้ จึงคาดกันว่า ไวรัสนี้อาจส่งผลกระทบคล้ายกันต่อเซลล์ในลำคอ แม้จะยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมก็ตาม

โดยปกติแล้ว HPV จะไม่ก่อให้เกิดอาการใดๆ และคนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อก็ไม่รู้ตัว เพราะอาจต้องใช้เวลานานหลายทศวรรษกว่าจะพัฒนาไปเป็นโรคร้าย

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก โรคมะเร็งปากมดลูกมักใช้เวลา 15-20 ปีในการพัฒนาหลังจากการติดเชื้อ HPV ครั้งแรก

เลนซึ่งเคยรับราชการในกองสื่อสารหลวงของกองทัพบกแห่งสหราชอาณาจักร เป็นเวลานานถึง 12 ปี กล่าวว่า เขาได้รับแจ้งว่าผลการตรวจชิ้นเนื้อชี้ให้เห็นว่าเขาติดเชื้อไวรัสนี้มานานถึง 40 ปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ในช่วงอายุ 20 ปีเศษ และมีกิจกรรมทางเพศเป็นประจำ

“ตอนนั้นผมกำลังสนุกกับชีวิต แต่ก็ไม่ได้ไปยุ่งกับผู้หญิงมากมายขนาดนั้น” เขากล่าวถึงช่วงวัยรุ่น “ตอนที่หมอบอกว่าผมเป็นมะเร็งที่คอ ผมคิดว่าเขาพูดไร้สาระอยู่แวบหนึ่ง เพราะผมเลิกสูบบุหรี่มา 10 ปีแล้ว

“[พอเขาบอกว่า] คุณเป็นมะเร็งคอเพราะการทำออรัลเซ็กซ์ให้ผู้หญิง…ผมแปลกใจมาก” เลนยังเล่าว่าเพื่อนร่วมงานบางคน “หัวเราะ” และไม่เชื่อเมื่อเขาบอกถึงที่มาของมะเร็ง 

“ผมบอกให้พวกเขาลองไปค้นใน ‘กูเกิล’ ดู แล้วผมก็เห็นพวกเขาหน้าซีดกันหมด” เลนกล่าว

ในเดือนมกราคมปีที่แล้ว เลนเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการบำบัดเคมีสองรอบที่โรงพยาบาลเฮนลีย์ในเมืองเฮนลีย์-ออน-เทมส์ มณฑลออกซฟอร์ดเชอร์ แต่เนื่องจากวิธีรักษาดังกล่าวไม่สามารถกำจัดก้อนเนื้อได้ หมอจึงแนะนำให้เข้ารับการฉายรังสีนาน 6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นวิธีที่กำจัดมะเร็งได้สำเร็จ 

เลนบรรยายถึงการรักษาครั้งนี้ว่าเป็นการรักษาที่ “เจ็บปวดที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในชีวิต”

ขณะนี้เขาผ่านการรักษามานาน 16 เดือนแล้ว และได้รับแจ้งว่าเขาหายจากโรคแล้ว แต่ยังคงต้องไปตรวจเพื่อติดตามอาการทุก 2 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของเขาปลอดมะเร็งจริงๆ 

เลนฝากคำแนะนำแบบติดตลกไว้ว่า “คำแนะนำของผมคือ อย่าไปทำออรัลเซ็กซ์ให้ใคร แต่สำหรับใครที่ทำตามไม่ได้ คำแนะนำของผมคือ ถ้าคุณมีอาการผิดปกติใดๆ อย่ามองข้าม ให้รีบไปตรวจซะ”

เรื่องราวของแฟรงก์ เลน เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราตระหนักถึงความเสี่ยงของ HPV และความสำคัญของการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นคนที่มีกิจกรรมทางเพศที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีอยู่เสมอ

นักรักวัยเกษียณเผยประสบการณ์ป่วย เป็นมะเร็งลำคอเพราะออรัลเซ็กซ์

กรณีของนักรักวัยเกษียณรายนี้ แสดงให้เห็นว่าเชื้อ HPV สามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ แม้จะผ่านไปหลายสิบปีก็ตาม การป้องกันตัวเองจากเชื้อ HPV จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับมะเร็งลำคอจาก นักรักวัยเกษียณ

การป่วยเป็นมะเร็งลำคอของ นักรักวัยเกษียณเผยประสบการณ์ป่วย เป็นมะเร็งลำคอเพราะออรัลเซ็กซ์ ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจสุขภาพและตรวจเช็คความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

เรื่องราวของ นักรักวัยเกษียณเผยประสบการณ์ป่วย เป็นมะเร็งลำคอเพราะออรัลเซ็กซ์ กระตุ้นให้เราฉุกคิดถึงความสำคัญของการป้องกันตัวเองจากเชื้อ HPV และการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ แม้ว่าเราจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม

ความรู้เกี่ยวกับเชื้อ HPV และความเสี่ยงของมะเร็งลำคอเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทราบ เพื่อให้เราสามารถป้องกันตัวเองและคนที่เรารักจากโรคร้ายนี้ได้

ที่มา : นักรักวัยเกษียณเผยประสบการณ์ป่วย เป็นมะเร็งลำคอเพราะออรัลเซ็กซ์

สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์ไทย 60 ปี

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ฯพณฯ หว่อง เสี่ยว ผิง แคเทอริน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี วันชาติของสิงคโปร์ และการเฉลิมฉลองครอบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสิงคโปร์ ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพ ฯ ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติซึ่งเข้าร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์ไทย 60 ปี

ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสิงคโปร์เริ่มต้น ตั้งแต่เมื่อสิงคโปร์ได้รับเอกราชในปี 2508 นับจากนั้นทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและราบรื่นมายาวนาน โดยมีการแลกเปลี่ยนระดับสูงและการทำงานร่วมกันในด้านต่าง ๆ ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ในฐานะสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน )

สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์ไทย 60 ปี
สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์ไทย 60 ปี

นอกจากนี้ ไทยยังเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสิงคโปร์ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและการป้องกันประเทศ.

เนื่องในโอกาส สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์กับไทยครบรอบ 60 ปี เรามาย้อนดูความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศกันครับ

สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์กับไทยครบรอบ 60 ปี

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์นั้นแน่นแฟ้นและยาวนาน ก่อเกิดความร่วมมือในหลากหลายมิติ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกถึงความสำคัญของการครบรอบ 60 ปี

ความสำคัญของ สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์กับไทยครบรอบ 60 ปี

การเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสิงคโปร์นี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีที่ทั้งสองประเทศมีต่อกันมาอย่างยาวนาน ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนของทั้งสองประเทศด้วย ที่มีความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

ความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์นั้นครอบคลุมหลากหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา วัฒนธรรม และความมั่นคง ทั้งสองประเทศมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้มีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคง

ในด้านเศรษฐกิจ สิงคโปร์เป็นหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไทย และไทยก็เป็นตลาดที่สำคัญสำหรับสินค้าและบริการของสิงคโปร์ ทั้งสองประเทศมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง

ในด้านการศึกษา ทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษา และอาจารย์ รวมถึงการทำวิจัยร่วมกัน ความร่วมมือนี้ช่วยส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีของทั้งสองประเทศ

ในด้านวัฒนธรรม ทั้งสองประเทศมีการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ทั้งสองประเทศมีมรดกทางวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งช่วยให้ประชาชนของทั้งสองประเทศรู้สึกใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

ในด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และภัยคุกคามอื่นๆ ความร่วมมือนี้ช่วยให้ทั้งสองประเทศมีความปลอดภัยและมั่นคงมากยิ่งขึ้น

การเฉลิมฉลอง สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์กับไทยครบรอบ 60 ปี นี้ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้รำลึกถึงความสัมพันธ์อันดีที่ทั้งสองประเทศมีต่อกันมาอย่างยาวนาน และเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

ในอนาคต ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์ยังมีโอกาสที่จะพัฒนาไปได้อีกมาก ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันในด้านใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยี การเงิน และพลังงาน ความร่วมมือเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งสองประเทศมีความเจริญก้าวหน้าและมั่นคงมากยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณ : สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย

มาร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและสิงคโปร์กันนะครับ! การครบรอบ 60 ปีนี้เป็นการยืนยันถึงมิตรภาพและความร่วมมือที่เรามีร่วมกันมาอย่างยาวนาน

ที่มา – สิงคโปร์เฉลิมฉลองวันชาติ-สานสัมพันธ์กับไทยครบรอบ 60 ปี

ธนกฤตแนะแจ้งเอาผิด ฮุนเซน ขอรับเงินเยียวยา

นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาให้คำแนะนำแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียญาติพี่น้อง ให้ดำเนินการทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ในการรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ นายธนกฤตได้กล่าวถึงสถานการณ์ความเครียดของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้า โดยระบุว่าได้รับการประสานงานจากโรงพยาบาลตำรวจถึงความต้องการในการดูแลด้านจิตใจของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากจิตแพทย์มีจำนวนจำกัด กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ส่งทีมแพทย์เข้าไปให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยจากการประเมินพบว่า ตชด. มีภาวะความเครียดในระดับค่อนข้างสูง ซึ่งแพทย์ได้ให้ยาลดความเครียดและวางแผนการรักษาต่อเนื่อง

นอกจากนี้ นายธนกฤตยังได้กล่าวถึงปัญหาเรื่องกลิ่นศพที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยได้สั่งการให้กรมอนามัยใช้เครื่องมือวัดคุณภาพอากาศและประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งเฝ้าระวังเรื่องแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคเพื่อป้องกันโรคติดต่อ และได้มอบหน้ากากอนามัย N95 และยาสามัญประจำบ้านให้กับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อดูแลประชาชนและเจ้าหน้าที่

นายธนกฤตยังได้กล่าวถึงกรณีทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด โดยระบุว่าโชคดีที่แพทย์สามารถต่อเส้นเลือดใหญ่ได้สำเร็จ ทำให้รอดชีวิตมาได้

“ธนกฤต” แนะชาวบ้านที่บาดเจ็บ แจ้งเอาผิด “ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” เพื่อขอรับเงินเยียวยา

ในฐานะนักกฎหมาย นายธนกฤตได้เน้นย้ำถึงสิทธิของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ถูกฝ่ายกัมพูชายิงจรวดใส่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ นายธนกฤตแนะนำให้ญาติของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจในพื้นที่ โดยให้แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่สั่งการ ซึ่งก็คือสมเด็จฮุนเซน และฮุน มาเนต

ทำไมต้องแจ้งความเพื่อขอรับเงินเยียวยา?

การแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นหลักฐานสำคัญในการนำไปยื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยากับทางกระทรวงยุติธรรม โดยญาติของผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินศพละ 110,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก็สามารถเรียกร้องสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลได้ นอกจากนี้ ประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายก็สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือได้เช่นกัน

นายธนกฤตกล่าวว่า ประชาชนสามารถไปยื่นเรื่องได้ที่ยุติธรรมจังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกลไกของรัฐในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง และเป็นการแสดงความรับผิดชอบของรัฐต่อประชาชน

ดังนั้น หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อย่าลังเลที่จะดำเนินการตามคำแนะนำของนายธนกฤต เพื่อรักษาสิทธิของท่านและได้รับการเยียวยาที่พึงได้รับ

“ธนกฤต” แนะชาวบ้านที่บาดเจ็บ แจ้งเอาผิด “ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” เพื่อขอรับเงินเยียวยา เป็นแนวทางที่สำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และเป็นการยืนยันว่ากฎหมายยังคงให้ความคุ้มครองและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบเสมอ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ที่มา – “ธนกฤต” แนะชาวบ้านที่บาดเจ็บ แจ้งเอาผิด “ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” เพื่อขอรับเงินเยียวยา

‘เอกนัฏ’ กวาดจับสินค้าสวม มอก.ปลั๊กไฟ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับ พ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าตรวจสอบโกดังสินค้าของ บริษัท ดีเอส ทูลส์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 6 ซอยเทียนทะเล 25 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้าก๊อกน้ำสำหรับเครื่องสุขภัณฑ์ ฝักบัวอาบน้ำ ภาชนะและเครื่องใช้เมลามีน และภาชนะและเครื่องใช้พลาสติกสำหรับอาหาร

นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำทีมสุดซอยกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าตรวจสอบ บริษัทฯ ดีเอส ทูลส์ จำกัด ซึ่งเป็นโกดังเบ็ดเตล็ดทั่วไปภายในมีผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และสวมเครื่องหมาย มอก. จำนวนรวมกว่า 600,000 ชิ้น ทั้งฝักบัวอาบน้ำและก๊อกน้ำสำหรับสุขภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต แต่จากการตรวจสอบเบื่องต้นไม่เป็นไปตามมาตรฐาน และปลั๊กไฟ สวิตช์ไฟ สวมเครื่องหมาย มอก. โดยประสานให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เพื่อสอบสวนและขยายผลต่อไป

“หลายประเทศเจอมาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ สินค้าที่ถูกผลิตขึ้นมาในบางประเทศ เช่น ประเทศจีน ไม่สามารถส่งไปขายที่สหรัฐอเมริกาได้ จึงถูกนำเข้ามาขายในประเทศไทย หลายพื้นที่มีโกดังลักษณะนี้อยู่ หากนำทุกประเภทมารวมกันคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจปีนึงเป็นหมื่นล้าน แบบนี้สินค้าบ้านเรา ผู้ผลิตที่ดีก็ไม่สามารถขายได้ มากไปกว่านั้น ถ้าใครซื้อไปใช้ก็เป็นอันตราย นี่จึงเป็นภารกิจการทวงคืนพื้นที่ธุรกิจให้กับคนไทยที่ประกอบกิจการอย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งดำเนินการทั้ง 2 ส่วน คือ

1) ตรวจจับสินค้าราคาถูกที่ทุ่มตลาดเข้ามาทั้งที่ขายทั่วไปและตลาดออนไลน์ โดยมี มอก.วอตซ์ ที่ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย

2) การสแกนโรงงานผลิตเหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า และยางรถยนต์ ตลอดจนธุรกิจรีไซเคิล ซึ่งกระทรวงฯ จะเข้มงวดเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ยังมอบหมายให้คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน
ปรับหลักเกณฑ์กรณีพบการผลิตหรือนำเข้า สินค้าไม่ได้มาตรฐาน/ไม่มี มอก. ซึ่งกว่าจะได้พักใช้ใบอนุญาต จนมาถึงเพิกถอนใบอนุญาต จะมีการแจ้งเตือน หรือให้ใบเหลืองหลายครั้ง ก่อนจะให้ใบแดง จึงต้องมีการแก้กฎหมายให้เข้มงวดและเด็ดขาดมากขึ้น” นายเอกนัฏ กล่าว

ด้านนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือปลั๊กไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน ถือเป็นภัยอันตรายต่อผู้บริโภคที่สุด ดังข่าวที่เราพบเห็นเช่นไฟฟ้าลัดวงจร เพลิงไหม้ อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน และทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนด้วย ก๊อกน้ำ ฝักบัว ต้องมีมาตรฐานคือถ้าไม่ได้คุณภาพอาจมีสารเคมีปนเปื้อน แนะนำว่าก่อนซื้อสินค้าที่ต้องมีความปลอดภัยให้ดูว่ามีตรา มอก. หรือไม่ และ มอก. ของแท้จะมี QR Code ให้สแกนให้เห็นว่ามีใบอนุญาต สินค้าสวมสิทธิ์จะไม่เจอ ซึ่งการแสดงเครื่องหมาย มอก.ปลอม มีความผิด เราต้องเร่งตรวจสอบและจัดการ

โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทีมสุดซอย ร่วมกับ สมอ. ได้เข้าตรวจค้นคลังเก็บสินค้าของบริษัท ดีเอส ทูลส์ จำกัด และพบผลิตภัณฑ์เต้ารับ เต้าเสียบ รางปลั๊กไฟ สวิสซ์ไฟที่ไม่ปรากฏเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. จำนวนกว่า 600,000 ชิ้น และผลิตภัณฑ์ฝักบัวและก๊อกน้ำที่แสดงเลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไม่ถูกต้อง จำนวน 2,460 ชิ้น ซึ่งนำเข้ามาจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าหน้าที่ สมอ. จึงทำการยึดอายัดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานการตรวจควบคุมและเป็นหลักฐานในการดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายอาจเป็นคดีพิเศษมีโทษอาญา

‘เอกนัฏ’ กวาดจับสินค้าสวม มอก.ปลั๊กไฟ

การกวาดจับสินค้าสวม มอก.ปลั๊กไฟ ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ประกอบการที่กระทำการผิดกฎหมายได้ตระหนักถึงผลเสียที่จะตามมา และเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้อง

ทำไมต้องกวาดจับสินค้าสวม มอก.ปลั๊กไฟ?

การกวาดจับสินค้าสวม มอก.ปลั๊กไฟ ไม่เพียงแต่เป็นการรักษากฎหมาย แต่ยังเป็นการปกป้องผู้บริโภคจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอีกด้วย หากคุณกำลังมองหาปลั๊กไฟ อย่าลืมมองหาสัญลักษณ์ มอก. และตรวจสอบ QR code เพื่อความมั่นใจ

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมลงมือจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องธุรกิจของคนไทย และคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน การตรวจสอบอย่างเข้มงวดและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะช่วยสร้างความเป็นธรรมทางการค้า และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

ที่มา – ‘เอกนัฏ’ กวาดจับสินค้าสวมมอก.ปลั๊กไฟ 6 แสนชิ้น ชง ‘DSI’ รับเป็นคดีพิเศษ ประกาศทวงคืนพื้นที่ธุรกิจคนไทย

กรมทรัพยากรน้ำ ร่วมลงนาม MOU จัดการคุณภาพน้ำ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้เป็นประธานในการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่สำคัญยิ่ง ว่าด้วยเรื่อง การจัดการคุณภาพน้ำทั้งระบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรักษาสิ่งแวดล้อม ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ การลงนามครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังความร่วมมือจาก 6 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมอนามัย กรมทรัพยากรน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ข้อตกลงนี้มีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการส่งเสริมความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานการจัดการคุณภาพน้ำทั้งระบบให้เกิดความเชื่อมโยงและบูรณาการอย่างแท้จริง ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ตลอดจนการสร้างกลไกการดำเนินงานที่เอื้อต่อการจัดการคุณภาพน้ำทั้งระบบในระดับพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำต่างๆ และคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น โดยกรมทรัพยากรน้ำมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและแผนงานด้านนี้

กรมทรัพยากรน้ำร่วมลงนาม MOU ว่าด้วยการจัดการคุณภาพน้ำทั้งระบบ

ขอบเขตและแนวทางการดำเนินงานตามข้อตกลงความร่วมมือนี้ ครอบคลุมประเด็นสำคัญต่างๆ ดังนี้:

  • การถ่ายทอดแนวทางตามกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ เพื่อกำกับ ดูแล และบังคับใช้มาตรการต่างๆ ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์สูงสุดในการควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำที่อาจเกิดขึ้น
  • การบูรณาการข้อมูลผลการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดการคุณภาพน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ
  • การติดตาม คาดการณ์ และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพของระบบประปาสัมปทาน เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนมีน้ำประปาที่สะอาดและปลอดภัย
  • การเสริมสร้างศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการประเมินคุณภาพระบบประปาของตนเอง พร้อมทั้งสนับสนุนและให้คำแนะนำทางด้านเทคนิควิชาการเกี่ยวกับการใช้น้ำและการจัดการคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไป

ทำไมการจัดการคุณภาพน้ำทั้งระบบถึงสำคัญ?

การจัดการคุณภาพน้ำทั้งระบบมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำและคุณภาพชีวิตของประชาชน การมีน้ำสะอาดไว้ใช้อุปโภคบริโภคเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน และการรักษาสภาพแวดล้อมทางน้ำที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำและการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำในด้านอื่นๆ เช่น การเกษตร การอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว

การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการคุณภาพน้ำซึ่งเป็นประเด็นท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การบูรณาการข้อมูล การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานต่างๆ จะช่วยให้การจัดการคุณภาพน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาสภาพแวดล้อมทางน้ำและการใช้น้ำอย่างประหยัด ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การจัดการคุณภาพน้ำประสบความสำเร็จ หากทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน เราก็จะสามารถรักษาน้ำสะอาดไว้ใช้ได้ตลอดไป

การใส่ใจดูแลและร่วมมือกันจัดการคุณภาพน้ำ จึงเป็นหน้าที่ของทุกคน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของตนเองและคนรุ่นหลังต่อไปในอนาคต หากเราไม่เริ่มวันนี้ อนาคตอาจสายเกินแก้

ที่มา – กรมทรัพยากรน้ำร่วมลงนาม MOU ว่าด้วยการจัดการคุณภาพน้ำทั้งระบบ

เห็นใจแมว! อัมสเตอร์ดัมทุ่มเงินล้านช่วยแมวจร

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กรุงอัมสเตอร์ดัมประกาศการจัดสรรงบประมาณสูงสุด 100,000 ยูโร (ราว 3.7 ล้านบาท) เพื่อติดตั้งบันไดขนาดเล็กริมคลองใจกลางเมืองเพื่อช่วยเหลือแมวที่ตกลงไปในน้ำให้สามารถขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย โครงการนี้มีชื่อเรียกว่า “เห็นใจแมว! อัมสเตอร์ดัมทุ่มเงินล้าน”

องค์กรสวัสดิภาพสัตว์ดีเรนอัมบูลันเซอ อัมสเตอร์ดัม ระบุว่ามีแมวจมน้ำในคลองของเมืองถึง 19 ตัวในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยแมว 6 ตัวอยู่ในเขตใจกลางเมือง เนื่องจากริมคลองบางแห่งมีลักษณะเหมือนกำแพงที่สูงเกินไปจนแมวไม่สามารถปีนกลับขึ้นฝั่งได้

จูดิธ ครอม สมาชิกสภาเทศบาลเมืองจากพรรคการเมืองเพื่อสัตว์ (PvdD) เสนอให้ทางการอัมสเตอร์ดัมนำงบประมาณที่ยังไม่ได้ใช้ในแผนงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพจำนวน 100,000 ยูโรมาใช้เป็นทุนสำหรับโครงการนี้

ซิตา เพลส์ สมาชิกสภาดูแลด้านสวัสดิภาพสัตว์เคยสนับสนุนแนวคิดนี้มาก่อน แต่ติดปัญหาเรื่องขาดงบประมาณ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา สภาเมืองอัมสเตอร์ดัมจึงได้ลงมติเห็นชอบข้อเสนอของครอม

ทางการอัมสเตอร์ดัมจะทำงานร่วมกับองค์กรดีเรนอัมบูลันเซอ เพื่อระบุพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะพบแมวจมน้ำมากที่สุด และจะเริ่มติดตั้งบันไดในจุดเสี่ยงเหล่านั้นภายในช่วงปลายปีนี้ เพื่อให้แมวมีตัวช่วยในการปีนกลับขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย นี่คือข่าวดีสำหรับคนรักแมวและคนที่ เห็นใจแมว! อัมสเตอร์ดัมทุ่มเงินล้านเพื่อช่วยเหลือพวกเขา

อัมสเตอร์ดัมไม่ใช่เมืองเดียวในเนเธอร์แลนด์ที่ทำเช่นนี้เพื่อความปลอดภัยของสัตว์ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเมืองอาเมอร์สฟวอร์ต ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ก็ประกาศว่าจะสร้าง “บันไดแมว” ประมาณ 300 จุดตามแนวเขื่อนและคลองในปีนี้เช่นกัน

เห็นใจแมว! อัมสเตอร์ดัมทุ่มเงินล้านติดตั้งบันไดริมคลองไว้ให้บรรดาแมวจรปีนขึ้นฝั่ง

โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่เมืองอัมสเตอร์ดัมมีต่อสัตว์ โดยเฉพาะแมวจรจัดที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตอยู่ในเมือง การติดตั้งบันไดริมคลองจะช่วยให้แมวเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงอันตรายจากการจมน้ำและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้

ทำไมอัมสเตอร์ดัมถึง เห็นใจแมว! อัมสเตอร์ดัมทุ่มเงินล้าน?

เหตุผลหลักที่อัมสเตอร์ดัมทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือแมวจรจัดก็คือ ความตระหนักถึงความสำคัญของสวัสดิภาพสัตว์และการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์และสัตว์ในเมือง อัมสเตอร์ดัมมองว่าแมวเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและสมควรได้รับการดูแลและความช่วยเหลือ

  • สวัสดิภาพสัตว์: การให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของสัตว์ทุกชนิด
  • ความรับผิดชอบต่อสังคม: การดูแลและช่วยเหลือสัตว์ที่ต้องการความช่วยเหลือ
  • การอยู่ร่วมกัน: การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์

นอกจากนี้ การติดตั้งบันไดริมคลองยังเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เพียงแต่คำนึงถึงความต้องการของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความต้องการของสัตว์อื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในเมืองด้วย

การตัดสินใจของอัมสเตอร์ดัมในการลงทุนในโครงการ เห็นใจแมว! อัมสเตอร์ดัมทุ่มเงินล้าน นี้เป็นแรงบันดาลใจให้เมืองอื่นๆ ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้ออำนวยต่อการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์มากยิ่งขึ้น

การช่วยเหลือสัตว์ที่ด้อยโอกาสเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือแมวจรจัดในอัมสเตอร์ดัมหรือการช่วยเหลือสัตว์อื่นๆ ในที่ต่างๆ ทั่วโลก เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ดีขึ้นสำหรับสัตว์ทุกชนิดได้

ที่มา – เห็นใจแมว! อัมสเตอร์ดัมทุ่มเงินล้านติดตั้งบันไดริมคลองไว้ให้บรรดาแมวจรปีนขึ้นฝั่ง

วิกฤต! **ประชากรญี่ปุ่นลดลง** มากกว่า 9 แสนคน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ว่าเมื่อปีที่แล้ว **ประชากรญี่ปุ่นลดลง** 908,574 คน หรือ 0.75% เหลือ 120.65 ล้านคน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยของญี่ปุ่นระบุว่า ลดลงเป็นปีที่ 16 ติดต่อกัน และมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจเมื่อปี 2511

อย่างไรก็ตาม จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นมีจำนวนสูงสุด นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลเมื่อปี 2556 สถิติเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2568 อยู่ที่ 3.67 ล้านคน หรือเกือบ 3% ของประชากรทั้งหมดประเทศ ซึ่งมีจำนวนกว่า 124.3 ล้านคนในวันนั้น

อนึ่ง กลุ่มคนเหล่านี้กำลังช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่ทวีความรุนแรงขึ้น ที่เป็นผลมาจากสังคมสูงวัย โดยชาวต่างชาติส่วนใหญ่มักทำงานในภาคการผลิต การบริการ และธุรกิจค้าปลีก

ขณะเดียวกัน จำนวนประชากรโดยรวมของประเทศลดลง 0.44% จากปี 2566 โดยชาวญี่ปุ่นที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปคิดเป็นเกือบ 30% ด้านกลุ่มอายุระหว่าง 15-64 ปีคิดเป็น 60% ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรสูงอายุมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากโมนาโก

ส่วนจำนวนทารกแรกเกิดในญี่ปุ่น อยู่ที่ 686,061 คน เมื่อปี 2567 ซึ่งลดลง 41,227 คนจากปี 2566 และถือเป็นตัวเลขต่ำที่สุด นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลเมื่อปี 2442 นอกจากนั้น ยังถือเป็นครั้งแรก ที่ญี่ปุ่นมีจำนวนทารกเกิดใหม่ในหนึ่งปีต่ำกว่า 700,000 คน.

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายอย่างมากที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ การที่**ประชากรญี่ปุ่นลดลง**อย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพยายามหาทางแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน

ประชากรญี่ปุ่นลดลงเป็นประวัติการณ์ มากกว่า 900,000 คนในปี 2567

การที่**ประชากรญี่ปุ่นลดลงเป็นประวัติการณ์**นั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลกระทบ ได้แก่:

  • อัตราการเกิดต่ำ: ผู้หญิงญี่ปุ่นมีบุตรน้อยลงเนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
  • สังคมสูงวัย: จำนวนผู้สูงอายุในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าผู้เกิด
  • การย้ายถิ่นฐาน: คนหนุ่มสาวญี่ปุ่นจำนวนมากย้ายไปทำงานในต่างประเทศ

ผลกระทบของการลดลงของประชากร

การที่ประชากรลดลงส่งผลกระทบอย่างมากต่อญี่ปุ่น:

  • เศรษฐกิจ: ขาดแคลนแรงงาน ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว
  • สังคม: ระบบสวัสดิการสังคมต้องแบกรับภาระมากขึ้น
  • ความมั่นคง: กำลังทหารลดลง

รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพยายามแก้ไขปัญหานี้โดยการสนับสนุนให้ผู้หญิงมีบุตรมากขึ้น สนับสนุนการอพยพเข้าเมือง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้เวลานานและต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

อนาคตของญี่ปุ่นขึ้นอยู่กับการที่พวกเขาสามารถแก้ไขปัญหาการลดลงของประชากรนี้ได้หรือไม่ หากไม่สามารถแก้ไขได้ ญี่ปุ่นอาจต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต

เราได้เรียนรู้อะไรจากวิกฤตการณ์ประชากรในญี่ปุ่น? ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนนี้ต้องการการแก้ไขที่ยั่งยืนและรอบด้าน การส่งเสริมการมีบุตร การสนับสนุนผู้อพยพ และการดูแลผู้สูงอายุเป็นสามเสาหลักที่สำคัญในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับอนาคต

ที่มา – ประชากรญี่ปุ่นลดลงเป็นประวัติการณ์ มากกว่า 900,000 คนในปี 2567