ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

จับชาวกัมพูชาลอบเข้าไทยบินโดรนทิ้งจีพีเอส คาดล็อกเป้ากองบิน 5

เหตุการณ์จับชาวกัมพูชาลอบเข้าไทยบินโดรนทิ้งจีพีเอส ส่งผลให้เกิดการเฝ้าระวังสูงสุด

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. เวลาประมาณ 03.00 น. ได้เกิดเหตุการณ์ที่น่ากังวลในพื้นที่ใกล้กับ กองบิน 5 จังหวัดจันทบุรี โดยสารวัตรทหารสามารถควบคุมตัวบุคคลสัญชาติกัมพูชาได้หลังจากลอบเข้ามาทางด่านบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

จากข้อมูลเบื้องต้น ผู้ต้องหาคือ นายเร ซึ่งใช้โดรนในการปฏิบัติการ โดยมีการนำอุปกรณ์ลักษณะกล่องสีดำขนาด 3×3 นิ้ว คาดว่าเป็น อุปกรณ์จีพีเอส มาวางไว้ และมีรายงานว่ามีโดรนอีก 2 ลำทำหน้าที่นำระเบิดมือและระเบิดวิถีโค้งมาทิ้งไว้เช่นกัน

การป้องกันโดรนและความมั่นคงของไทย

หลังจากกรณีดังกล่าว หน่วยงานความมั่นคงได้เร่งแจ้งเตือนไปยังทุกพื้นที่ให้สำรวจหาสิ่งของแปลกปลอมที่อาจถูกส่งผ่านการบินของ โดรน โดยเฉพาะบริเวณที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงอย่าง กองบิน 5

การปฏิบัติการนี้นับเป็นการเตือนภัยครั้งสำคัญที่รัฐบาลไทยจะต้องเตรียมพร้อมระบบป้องกันต่อภัยคุกคามแบบใหม่ที่อาจมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีตรวจจับโดรน และมาตรการเฝ้าระวังบริเวณชายแดนที่ต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น

คาดว่ามีเป้าหมายดักจับข้อมูลสำคัญทางทหาร

จากลักษณะการกระทำ มีการวิเคราะห์ว่าอาจไม่ใช่แค่การลักลอบเข้าเมือง แต่อาจมีจุดประสงค์เพื่อวางจีพีเอสเพื่อ ล็อกเป้า กองบิน 5 โดยผู้ต้องหาอาจจะร่วมมือกับกลุ่มที่มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตำแหน่งทางทหาร

ที่น่าสนใจคือ ผู้ต้องหาไม่เพียงแค่บินโดรนไปมา แต่ใช้โดรนถึง 3 ลำในภารกิจ โดยลำแรกเป็นการทดสอบเครื่องแอนตี้โดรนและวางจีพีเอส ลำที่สองทิ้งระเบิดมือ และลำที่สามเป็นโดรนที่ทิ้งระเบิดวิถีโค้ง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัยจากโดรนที่อาจถูกใช้ในทางที่ผิด

เหตุการณ์ ‘จับชาวกัมพูชาลอบเข้าไทยบินโดรนทิ้งจีพีเอส’ สะท้อนความเปราะบางจากเทคโนโลยีที่อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในทางอาชญากรรมหรือภัยคุกคามความมั่นคง

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและเทคโนโลยีแนะนำให้รัฐเร่งพัฒนาระบบป้องกันโดรนโดยเฉพาะในบริเวณหน่วยงานสำคัญ พร้อมทั้งเพิ่มการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของบุคคลต่างชาติรอบพื้นที่ทหาร เพื่อป้องกันการใช้จีพีเอสในการสอดแนมหรือจัดการโจมตีระยะไกล

บทสรุปและบทเรียนที่ไทยต้องนำไปปรับใช้

จากเหตุการณ์ดังกล่าว เราต้องให้ความสำคัญกับภัยจาก โดรนจีพีเอส ที่อาจกลายมาเป็นเครื่องมือสอดแนม หรือแม้แต่โจมตีได้ในอนาคต

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ติดตามเทคโนโลยีหรือชอบอ่านข่าวเหตุการณ์จริง เรื่องนี้ควรถูกจับตามองและทำความเข้าใจอย่างรอบด้านเพื่อไม่ให้ตกข่าวที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของประเทศ

  • ติดตามการพัฒนาโดรนและการประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ
  • เรียนรู้ระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ๆ จากประสบการณ์ต่างประเทศ
  • เฝ้าระวังตนเองและรายงานสิ่งผิดปกติที่พบเห็น

สุดท้าย…นี่อาจเป็นการเตือนให้ทุกฝ่ายตระหนักว่า ความมั่นคงไม่ใช่แค่หน้าที่ของทหาร แต่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในยุคที่เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนการสอดแนมให้กลายเป็นภัยคุกคามได้ทุกเมื่อ

ที่มา – จับชาวกัมพูชาลอบเข้าไทยบินโดรนทิ้งจีพีเอส คาดล็อกเป้ากองบิน 5

ราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดเวที ACT International Achiever’s Meet 2025 จุดไฟฝันเยาวชนนนทบุรีสู่เวทีโลก

ราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดเวที ACT International Achiever’s Meet 2025 จุดไฟฝันเยาวชนสู่มาตรฐานโลก

ในปี 2025 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เดินหน้าผลักดันการศึกษาให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล โดยจัดงาน ACT International Achiever’s Meet 2025 ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคารเลิศสรรพวิทย์ ศูนย์นนทบุรี (เขตเหนือ) ภายในงานมีการเปิดตัว ‘ศูนย์ทดสอบสมรรถนะนานาชาติ ACT’ ร่วมกับ Global International Testing Center (GICT) คำตอบสำคัญสำหรับการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยแข่งขันในตลาดโลก

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฯ เผยว่า “การตั้งศูนย์นี้ช่วยให้นนทบุรีเป็นพื้นที่ศูนย์กลางด้านการศึกษาระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ ACT ซึ่งเป็นEscort มาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ การมีเครื่องมือวัดผลงานจริงจะสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนพัฒนาตนเอง”

ทำไม ACT International จึงสำคัญต่อเยาวชนไทย

  • เป็นประตูสู่โอกาสศึกษาต่อในสหรัฐและประเทศชั้นนำ
  • ช่วยประเมินความสามารถด้าน ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ที่เป็นพื้นฐานสากล
  • เปิดมุมมองการทำงานวิจัยและอาชีพในยุค AI โดยมหาวิทยาลัยเป็นพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์

โครงการนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 700 คน จาก 18 โรงเรียนในนนทบุรี โดยเน้นการสร้างแรงบันดาลใจผ่านเวทีนักเรียนต้นแบบที่ทำคะแนน ACT ได้เกิน 30 ซึ่งเป็นเมจิกนัมเบอร์สำหรับเข้ามหาวิทยาลัยท็อป 100 ของโลก

ก้าวที่สองหลังการเปิดศูนย์

หลังจากการตั้งศูนย์ทดสอบACT พบว่ามีโรงเรียนในนนทบุรีเริ่มปรับหลักสูตรให้มุ่งพัฒนาทักษะเชิงวิเคราะห์ตามแนวข้อสอบ ขณะเดียวกัน GICT ได้เตรียมหลักสูตรติววิศวกรรมก่อนเปิด Admission รอบแรกในเดือนพฤศจิกายน

สำหรับพ่อแม่ในพื้นที่ เวทีนี้เป็นโอกาสทองในการสำรวจวิธีพัฒนาลูกให้มี Portrait of a Graduate เอาตัวรอดในโลกดิจิทัล เช่น การพัฒนาทักษะ Adaptability อบรมครูให้ใช้ระบบ. Ranking ทดสอบจากระบบ AI Adaptive Testing

ที่มา – ราชมงคลสุวรรณภูมิ เปิดเวที ACT International Achiever’s Meet 2025 จุดไฟฝันเยาวชนนนทบุรีสู่เวทีโลก

ทุบหม้อข้าวเขมร! ตร.ตั้งวอร์รูม ‘IAC’ ลุยปราบฐานปฏิบัติการ ‘แก๊งคอลฯ’

ทุบหม้อข้าวเขมร! ตำรวจตั้งวอร์รูม IAC เพื่อรุกปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการจัดประชุมสำคัญเพื่อเปิดปฏิบัติการ IAC หรือ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ โดยมี พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และดำรงตำแหน่งประธานในการประชุมครั้งนี้ ร่วมด้วย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ และผู้แทนจากองค์กรต่างประเทศอย่าง UNODC, FBI และ Interpol ที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับปัญหาคอลเซ็นเตอร์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน

IAC รวมพลังระดับนานาชาติเพื่อปราบคอลเซ็นเตอร์

วอร์รูม ศกค. (IAC) ไม่ได้เป็นเพียงการจัดตั้งภายในประเทศ แต่ยังมีการทำงานร่วมกับองค์กรข้ามชาติ เพื่อให้การปราบปรามเกิดขึ้นได้รวดเร็วและครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การระงับบัญชีที่เกี่ยวข้อง การติดตามเส้นทางเงิน การกวาดล้างฐานปฏิบัติการ ไปจนถึงการป้องกันคนไทยเดินทางไปร่วมกับขบวนการในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา ซึ่งขณะนี้กลายเป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

  • อาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์เป็นโรคภัยร้ายแรงของระดับโลก
  • กัมพูชาถูกใช้เป็นฐานหลักในการหลอกลวงประชาชนจากหลายประเทศ
  • IAC หรือ ศกค. เป็นศูนย์บัญชาการเด็ดขาดที่จะพลิกเกมได้ในทุกมิติ

พร้อมจัดการกับ ‘แก๊งคอลฯ’ ภายใน 3 เดือน

แม้ปัญหาจะรุนแรงและเกี่ยวข้องกับความั่นคงของประเทศ โครงการทุบหม้อข้าวเขมรผ่านวอร์รูม IAC ได้กำหนดแผนปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้แนวคิด “ปิดประตูทุบหม้อข้าว” โดยหวังผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน เพื่อหยุดวงจรของอาชญากรรม รวมถึงตัดเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเครือข่ายทั้งหมดในประเทศเพื่อนบ้าน

พล.ต.อ. ธัชชัย ได้กล่าวว่า มีคนไทยจำนวนมากที่ลอบข้ามแดนไปร่วมทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ความผิดลักษณะนี้ไม่เพียงหมายถึงการกระทำผิดกฎหมาย แต่ยังถือเป็นการ “ขายชาติ” โดยชัดเจน เพราะข้อมูลที่รั่วไหลถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตราย เพื่อส่งต่อให้เครือข่ายระดับโลก ดังนั้นทางตำรวจจึงต้องดำเนินการจับกุมอย่างเคร่งครัดและเป็นไปตามกฎหมาย

ยุทธศาสตร์ “ปิดประตูทุบหม้อข้าว” มุ่งทำลายทั้งระบบ

จุดเด่นของ IAC คือการทำงานแบบบูรณาการที่สามารถประสานระหว่างหลายหน่วยงานทั้งในและนอกประเทศ เพื่อเป้าหมายเดียว: ทำลายฐานแก๊งคอลฯ ให้ถึงรากอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ IAC จะดูแลในเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศ, การแชร์ข้อมูลด้านความมั่นคง และตัดการสนับสนุนทางการเงิน โดยเฉพาะที่ถูกนำไปใช้เพื่อจัดซื้ออาวุธและก่อความไม่สงบในพื้นที่ต่างๆ

การต่อสู้กับคอลเซ็นเตอร์ถือเป็นยากมาก เพราะการกระทำของพวกเขามักซับซ้อนด้วยการซ่อนตัวข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพ และปัญหานี้ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการที่ไทยเข้ามาริเริ่มยุทธการ “ทุบหม้อข้าวเขมร” จึงเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนทั่วไป และผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อ

สาเหตุที่ต้องดำเนินการ “ทุบหม้อข้าว” คือเพื่อไม่ให้ระบบคอลเซ็นเตอร์สามารถดำเนินการต่อไปได้ และเพื่อป้องกันคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่าย ดังนั้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เราอาจได้เห็นการจับกุมแก๊งสำคัญๆ รวมถึงมาตรการตอบโต้ที่ต่อเนื่องทั้งภายในและต่างประเทศ

ทุบหม้อข้าวเขมร – หนึ่งในยุทธการสำคัญที่จะทำให้มิจฉาชีพหมดทางหลอกลวง การจัดตั้ง IAC ครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อรักษาความปลอดภัยไซเบอร์และปกป้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ทุกๆ คน ล้วนมีบทบาทในการต่อต้านอาชญากรรมเหล่านี้ ด้วยการไม่ให้ข้อมูลสำคัญแก่ผู้ไม่ประสงค์ดี และส่งข้อมูลร้องเรียนเมื่อมีผู้พยายามหลอกลวง

ที่มา – ทุบหม้อข้าวเขมร! ตร.ตั้งวอร์รูม ‘IAC’ ลุยปราบฐานปฏิบัติการ ‘แก๊งคอลฯ’

รมว.ยุติธรรมร่วมฉลอง 30 ปี ‘อัลอิสลามียะห์ฯ’ ยกย่องบทบาทสำคัญในการสร้างสันติสุขชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปยังโรงเรียนอัลอิสลามียะห์วิทยามูลนิธิ ตำบลคลองใหม่ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อร่วมงานฉลองครบรอบ 30 ปีของสถาบันการศึกษายาวนานแห่งนี้ โดยมีคณะผู้บริหารจาก ศอ.บต. ผู้นำศาสนา ครู นักเรียนและประชาชนในพื้นที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในความก้าวหน้าที่โรงเรียนได้สร้างขึ้นตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา

รมว.ยุติธรรมที่งานครบรอบ 30 ปี โรงเรียนอัลอิสลามียะห์วิทยามูลนิธิ

บทบาทสำคัญของโรงเรียนอัลอิสลามียะห์วิทยามูลนิธิในการส่งเสริมสันติสุข

ก่อนเริ่มพิธีอย่างเป็นทางการ รมว.ยุติธรรมได้ใช้โอกาสนี้เยี่ยมชมนิทรรศการที่จัดแสดงทั้งความก้าวหน้าทางการศึกษา การพัฒนาโรงเรียนจากอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเน้นผลงานที่เยาวชนได้สร้างสรรค์จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของชุมชน บรรยากาศภายในงานไม่ได้หยุดอยู่ที่การแสดงผลสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นโอกาสอันดีให้ รมว.ยุติธรรม ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากครู ปัญหาอุปสรรคในการบริหาร การเรียนการสอน รวมถึงความต้องการพื้นฐานของคนในพื้นที่ เพื่อใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการกำหนดนโยบายด้านการศึกษาและความมั่นคงที่ตรงจุดและยั่งยืน

30 ปี ‘อัลอิสลามียะห์ฯ’ สะท้อนพลังของเยาวชนผ่านการศึกษา

ตลอดระยะทาง 30 ปี โรงเรียนอัลอิสลามียะห์วิทยามูลนิธิได้แสดงให้เห็นว่าการศึกษาไม่ใช่แค่เพียงการสอนภาษาหรือคณิตศาสตร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปลูกฝังคุณธรรม ความเข้าใจระหว่างความเชื่อ และภูมิใจในเอกลักษณ์ของตนเอง สิ่งเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการรักษาความสงบสุขให้กับพื้นที่ชายแดนใต้

ในตลอดการกล่าวสุนทรพจน์ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ของสถาบันการศึกษาที่รวมศรัทธาของชุมชนไว้ด้วยกัน ด้านหนึ่งสร้างพื้นฐานวิชาการให้เยาวชนมีโอกาสต่อยอดในระดับสูง ด้านที่สองยึดมั่นการสอนหลักอิสลามควบคู่กับหลักสูตรปกติเพื่อส่งเสริมความเข้าใจในศาสนาและสังคม

รัฐมนตรีว่ายังชี้ว่า: โรงเรียนอัลอิสลามียะห์ฯ ไม่ได้เป็นแค่สถานที่เรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญในพื้นที่ที่ช่วยลดความขัดแย้งและสานสัมพันธ์ของครอบครัวในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการสร้างเครือข่ายเยาวชนที่สามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างรุ่นต่าง ๆ ในการพัฒนาประเทศ

ร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่านการศึกษา 30 ปี ‘อัลอิสลามียะห์วิทยามูลนิธิ’

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ศาสนา และประชนชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความสงบและพัฒนาประชาคมอย่างยั่งยืน โดยตลอด 30 ปี โรงเรียนอัลอิสลามียะห์วิทยามูลนิธิ เป็นเครื่องมือที่เห็นผลในเชิงจริงในการเปลี่ยนแปลงสังคมหลายร้อยชีวิต และยังคงมีความหวังที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต

  • บทบาทด้านการศึกษาเชิงศาสนาควบคู่กับหลักสูตรรัฐ
  • ความเป็นตัวอย่างที่ดีของโรงเรียนเอกชนมุสลิมในการสร้างความมั่นคงของชุมชน
  • ศักยภาพของนักเรียนที่แสดงผ่านผลงานในนิทรรศการสุดอลังการ

ในปีต่อ ๆ ไป สังคมทั้งในและนอกพื้นที่ชายแดนภาคใต้ควรสนับสนุนและให้การยอมรับแก่สถาบันการศึกษาลักษณะเช่นนี้มากขึ้น เพื่อให้โรงเรียนเหล่านี้สามารถต่อยอดอุดมการณ์และดำเนินการพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา – รมว.ยุติธรรม ร่วมฉลอง 30 ปี ‘อัลอิสลามียะห์ฯ’ ยกย่องบทบาทโรงเรียน สร้างสันติสุขชายแดนใต้

‘พิชัย’ ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ไทยแข่งขันได้-มั่นใจส่งออกปีนี้ยังเป็นพระเอก ‘จีดีพี’ 2-3%

‘พิชัย’ ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ไทยแข่งขันได้-มั่นใจส่งออกปีนี้ยังเป็นพระเอก ‘จีดีพี’ 2-3%

เมื่อกลางปี 2568 ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อย่างนายพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้แสดงความคิดเห็นว่าการที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษี Tariff กับสินค้าจากประเทศไทยในอัตรา 19% ถือเป็นโอกาสที่จะทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศใกล้เคียงได้มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา แม้จะสูงกว่าเวียดนามที่ถูกเก็บ 20% แต่ไทยยังมีข้อได้เปรียบอย่างมากในระยะยาว

การส่งออกของไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 มีอัตราการเติบโตสูงถึง 15% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับดีมาก แม้ในช่วงครึ่งปีหลังอาจไม่เติบโตเท่าครึ่งปีแรก แต่ยังมั่นใจว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่องได้ ซึ่งจะช่วยผลักดันจีดีพีของไทยให้อยู่ในช่วง 2-3% ตามเป้าหมายที่นายพิชัยเคยประเมินไว้

ส่งออกยังคงเป็นตัวหลักในปีนี้

ในมุมมองของนายพิชัย การส่งออกยังถือเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเติบโตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างสินค้าส่งออกให้เหมาะสมกับตลาดโลก การได้รับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น และการเจรจากับเขตการค้าเสรีที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ภาษีที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ส่งออกไทยเติบโตอย่างมากในช่วงต้นปี แต่เป็นผลมาจากการวางรากฐานเศรษฐกิจและนโยบายการส่งออกที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถรักษาความเข้มแข็งได้ในตลาดสากล

การลงทุนสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งเสริม ‘พิชัย’ ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ไทยแข่งขันได้-มั่นใจส่งออกปีนี้ยังเป็นพระเอก ‘จีดีพี’ 2-3%

ในด้านการลงทุน ครึ่งปีแรกนี้มีมูลค่าการขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศสูงถึง 1.05 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติใหม่และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในอนาคตเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเช่น แผงวงจรไฟฟ้า (พีซีบี), เซมิคอนดักเตอร์, ดาต้าเซ็นเตอร์, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), รถยนต์ไฟฟ้า (EV), และอุตสาหกรรมดิจิตอลที่จะกลายเป็น S-Curve ใหม่ของเศรษฐกิจ

การลงทุนเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นผลิตภัณฑ์จริงในปีนี้ ไม่มีการชะลอออกไป ทำให้คาดว่าจะสามารถผลักดันให้จีดีพีของประเทศขยายตัวได้ถึง 2-3% ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

การปรับตัวเพื่อรองรับภาษี 19%

ที่สำคัญ ในการลดผลกระทบจากภาษีสูง คือการบริหารจัดการค่าเงินบาท โดยนายพิชัยมีความมั่นใจว่า ธปท. ในยุคของผู้ว่าการคนใหม่ นายวิทัย รัตนากร จะสามารถดำเนินนโยบายเพื่อให้ค่าเงินบาทอ่อนตัว ช่วยให้สินค้าไทยมีต้นทุนต่ำ และแข่งขันได้ดีขึ้นทั้งในตลาดโลกและในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ที่ผ่านมาระบุว่าหนึ่งในเหตุผลที่นักท่องเที่ยวต่างลดการมาประเทศไทยคือ ‘ค่าเงินบาทที่แข็ง’ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเที่ยวไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ดังนั้น การปรับค่าเงินอย่างมีกลยุทธ์จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับการสร้างความสมดุลในเศรษฐกิจ

เร่งเจรจาเขตการค้าเสรีเพื่อเสริมศักยภาพ

อีกหนึ่งแนวทางที่สามารถใช้รับมือกับ Tariff ของสหรัฐฯ คือการเร่งเจรจาการค้าเสรีกับพันธมิตรต่างประเทศ โดยเน้น FTA กับ EU ซึ่งจะเพิ่มการเข้าถึงตลาดถึง 27 ประเทศในยุโรป และสิ่งนี้จะเสริมความแกร่งให้กับไทยอย่างมาก ภายหลังจากที่เราเพิ่งลงนามกับ EFTA ได้แล้วซึ่งเป็นกลุ่มประเทศยุโรป 4 แห่ง สวิตเซอร์แลนด์ นอรเวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์

ยังมีประเด็นสำคัญกับการเจรจากับเกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รวมถึงการเจรจา ASEAN-Canada ที่คาดว่าจะลงตัวได้ภายในปี 2568 นี้ ส่งผลให้ไทยสามารถสร้างเครือข่ายการค้าและมีทางเลือกเพิ่มขึ้น หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

‘พิชัย’ ชี้ว่า ภาษี Tariff 19% ที่สหรัฐประกาศยังอาจลงมาได้อีก หากไทยมีข้อเสนอที่ดีตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยกล่าวไว้ รวมถึงการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเศรษฐกิจที่สะสมมานานกว่า 10 ปี ยังคงต้องใช้เวลาแก้ไข โดยเฉพาะภาวะหนี้ภาคครัวเรือน หนี้ธุรกิจ และหนี้สาธารณะ แต่หากจีดีพีเติบโตและมีเงินจากต่างประเทศไหลเข้าเพิ่ม ปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มจะทยอยถูกแก้ไขในที่สุด

เช่นนั้น ‘พิชัย’ ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ไทยแข่งขันได้-มั่นใจส่งออกปีนี้ยังเป็นพระเอก ‘จีดีพี’ 2-3% ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นเส้นทางฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการนำทางจากนโยบายที่แม่นยำและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงรุก

ที่มา – ‘พิชัย’ ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ไทยแข่งขันได้-มั่นใจส่งออกปีนี้ยังเป็นพระเอก ‘จีดีพี’ 2-3%

‘โค้ชค้างคาวไฟ’ มั่นใจ ‘ติดท็อป 6’ ไทยลีกตามเป้าหมายแน่นอน

หลังจากที่ทีม สุโขทัย เอฟซี หรือที่แฟนบอลเรียกติดปากว่า ‘ค้างคาวไฟ’ เก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โค้ชโดนัท – อัคถภรณ์ ชลิตาภรณ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจว่า ขุมกำลังนักเตะทุกคนอยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ 100% โดยจากการลงเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมา แม้จะมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดี แต่ยังมีจุดเล็กๆ ที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะแนวรับที่ยังเสียประตูง่ายในจังหวะสำคัญ

อย่างไรก็ตาม โค้ชโดนัทยังระบุว่า ทีมมีแผนที่จะลงอุ่นเครื่องอีก 1 นัดในเร็วๆ นี้ เพื่อทดสอบระบบแท็กติกและความพร้อมของทีมอย่างเต็มรูปแบบ ก่อนที่ศึก บีวายดี ซีลไลออน ลีก 1 จะเปิดฤดูกาลในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะบอกทิศทางของทีมในฤดูกาลใหม่

‘โค้ชค้างคาวไฟ’ เชื่อมั่นในศักยภาพทีม

แม้หลายคนจะมองว่าเป้าหมายการจบอันดับใน‘ติดท็อป 6 ไทยลีก’ สำหรับสุโขทัย เอฟซี ในฤดูกาล 2025 จะต้องผ่านการแข่งขันมาอย่างเข้มข้น และเทียบกับฤดูกาลก่อนหน้าที่ทีมจบอันดับ 10 แต่ โค้ชโดนัทยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของทีม และการได้เตรียมตัวอย่างหนักในช่วงปรีซีซั่น รับรองว่าทีมจะกลับมาสร้างเซอร์ไพรส์ได้แน่นอน

เขาบอกว่า “เกมแรกๆ ของฤดูกาลถือเป็นด่านสำคัญที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากคู่แข่งล้วนมีการเตรียมตัวที่ดี แต่เชื่อว่า หากทีมสามารถรักษาความพร้อมให้อยู่ในระดับสูง รวมถึงความร่วมมือจากแฟนบอลที่จะมาเชียร์พวกเราในสนาม ก็เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะพาทีมสุโขทัย เอฟซี ไปสู่เป้าหมาย ‘ติดท็อป 6 ไทยลีก’ ตามที่เราคาดหวังไว้ได้อย่างแน่นอน”

ปลายทางฝันคือการติดอันดับ 1-6

สำหรับฤดูกาลใหม่ 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ สุโขทัย เอฟซี ต้องทบทวนเป้าหมายใหม่จากปีที่ผ่านมา โดยโค้ชโดนัทเน้นย้ำว่า “เราไม่พึงพอใจกับอันดับที่ 10 อีกต่อไป ฤดูกาลนี้เป้าหมายสูงกว่าเดิมมาก เราตั้งใจจะเข้า‘ติดท็อป 6 ไทยลีก’ ให้ได้แม้หลายคนจะบอกว่ายาก แต่เรามีแผนชัดเจนและเชื่อมั่นในศักยภาพของทีม

ซึ่งหากแฟนบอลติดตามเกมอุ่นเครื่อง จะเห็นได้ว่าทีมมีพัฒนาการที่ต่อเนื่องทั้งเกมรุกและแนวรับ ที่ผ่านมาอาจมีจุดเสียที่ต้องปรับ แต่นั่นคือสิ่งปกติในการเตรียมทีม เราพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อเป้าหมายที่ฝันไว้”

''โค้ชค้างคาวไฟ' มั่นใจ 'ติดท็อป 6' ไทยลีกตามเป้าหมายแน่นอน

  • ขุมกำลังแข็งแกร่ง
  • นักเตะทุกคนสภาพร่างกายสมบูรณ์ 100%
  • คอยปรับรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนลุยไทยลีก

จากการลงทุนเสริมทัพทั้งในแดนกลาง แนวรับ และกองหน้า ที่เพิ่งเข้ามาแก้ปัญหาจุดอ่อนของฤดูกาลก่อน บวกกับโค้ชโดนัทที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในทีมมาอย่างยาวนาน นี่จึงเป็นปัจจัยหลักที่อาจพาทีมให้ไป ‘ติดท็อป 6 ไทยลีก’ ได้เช่นกัน

ทีมบริหารและโค้ชตกลงกันแล้วว่า เป้าหมายฤดูกาลนี้คือ 1-6 แม้ว่านั่นจะเป็นเป้าหมายที่สูงขึ้น แต่แน่นอนว่าไม่เกินความสามารถของทีมหากทำงานได้ตามแผนที่วางไว้ และด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมของกุนซือ ค้างคาวไฟ ก็พร้อมรับมือความท้าทายที่รออยู่

แฟนบอลคือพลังสำคัญของ ‘ค้างคาวไฟ’

โค้ชโดนัทยังไม่ลืมที่จะขอความร่วมมือจากแฟนบอล โดยส่งข้อความสำคัญไปยังแฟนๆ ของทีมว่า “หากอยากให้ค้างคาวไฟกระพือปีกไปถึงรอบตัดเชือก หรือแม้กระทั่ง ท็อป 6 ไทยลีก ก็ต้องขอให้ทุกคนหนุนหลังทีมให้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่ทีมแพ้หรือชนะ ความรักความศรัทธาจากแฟนบอล จะเป็นแรงผลักดันทำให้เกิดฟอร์มที่ดีต่อเนื่อง”

สุโขทัย เอฟซี กำลังจะเปิดฤดูกาล 2025 พร้อมความหวังใหม่ๆ แม้จะยังเป็นหนึ่งในทีมที่คาดเดาไม่ได้ แต่การเตรียมตัวที่ดีขึ้นทุกด้าน ทำให้มีโอกาสเป็นหนึ่งในทีม ‘เซอร์ไพรส์’ ของลีกได้อย่างแน่นอน

ทีมค้างคาวไฟปรับปรุงแทบทุกจุด – อัพสู่ความสำเร็จ

หากคุณเป็นแฟนบอลของสุโขทัย เอฟซี หรือผู้ติดตามความเคลื่อนไหวฟุตบอลไทย ไม่ควรมองข้ามฤดูกาลนี้ของทีม ‘ค้างคาวไฟ’ เพราะจากการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกทั้งทีมผู้ฝึกสอนและโครงสร้างภายใน ดูเหมือนพวกเขาพร้อมแล้วที่จะไต่อันดับขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของลีก และ‘ติดท็อป 6 ไทยลีก’ ตามเป้าหมายที่โค้ชโดนัทเชื่อมั่นไว้

อย่าลืมติดตามและส่งกำลังใจให้กับค้างคาวไฟในการเปิดฤดูกาลเพื่อให้พวกเขากลายเป็นสโมสรฟุตบอลระดับแนวหน้าในใจแฟนบอลได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ที่มา – ‘โค้ชค้างคาวไฟ’ มั่นใจ ‘ติดท็อป 6’ ไทยลีกตามเป้าหมายแน่นอน

ครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ พลีชีพในสนามรบ ทราบซึ้งรับบ้านพระราชทานจากในหลวง

ในวันที่ 4 สิงหาคม เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าสลดให้กับคนไทยทั้งประเทศ เมื่อพลทหารธีรยุทธ กระจ่างทอง วีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตในสนามรบระหว่างปะทะกับทหารเขมรที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้จากไปอย่างสงบ แต่หลงเหลือมรดกแห่งความเสียสละและความรักชาติให้กับผู้คนทั่วไป

ครอบครัวของพลทหารธีรยุทธ กระจ่างทอง นั้นเคยใช้ชีวิตอย่างลำบาก ไม่มีบ้านเป็นของตนเอง ต้องอาศัยอยู่บนที่ดินของหลวงในกระท่อมที่ประสบความลำบากทั้งเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา การได้รู้ข่าวว่าเขาไม่ได้มีแม้กระทั่งที่พักอาศัยที่เหมาะสม ทำให้ผู้คนมากมายต่างรู้สึกสะเทือนใจและมีจิตอาสาร่วมกันในการซ่อมแซมและสร้างบ้านให้ครอบครัวนี้

ครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ รับบ้านพระราชทานอย่างเป็นทางการ

ล่าสุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชทานบ้านน็อกดาวน์ให้กับครอบครัวของพลทหารธีรยุทธอย่างเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้ได้มีการติดตั้งบ้านเสร็จเรียบร้อย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา และอื่น ๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ กล่าวว่ารู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับบ้านพระราชทานหลังนี้

ความช่วยเหลือจากภาคประชาชน

โครงสร้างบ้านเดิมของครอบครัวที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์นั้น ทางภาคเอกชนได้เข้ามาแสดงความตั้งใจที่จะร่วมกันสร้างบ้านหลังดังกล่าวให้เสร็จสมบูรณ์ เมื่อประชาชนได้เห็นเรื่องนี้จากข่าว ต่างมีความประสงค์อย่างแรงกล้าในการสนับสนุนให้วีรบุรุษอย่างพลทหารธีรยุทธได้รับการยกย่องทั้งในชีวิตและครอบครัว แม้ว่าจะช่วยเหลือไม่สามารถทดแทนการสูญเสียชีวิตได้ แต่ก็เป็นการส่งต่อแรงใจและกำลังกายให้ลุล่วง

นายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ได้กล่าวชื่นชมในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการทรงห่วงใยครอบครัวทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ บ้านพระราชทานรวมทั้งระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับ ล้วนสะท้อนถึงพระอัจฉริยะภาพในการส่งความรักความห่วงใยไปยังครอบครัวของคนกล้า

นอกจากนี้ ทางกองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับศูนย์จิตอาสาพระราชทานจังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งส่วนงานมณฑลทหารบกที่ 26 และภาคเอกชน ได้เข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ ได้มีที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์ เหมาะสม และสภาพที่ดีในการดำเนินชีวิตต่อไป

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ที่ดินซึ่งครอบครัวอาศัยอยู่ขณะนี้ได้รับการรับรองให้ออกโฉนดได้ในกรณีพิเศษ เนื่องจากพลทหารธีรยุทธได้สร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องเถลิงไว้ซึ่งความมั่นคงให้แดนไทยอย่างกล้าหาญ ทำให้ครอบครัวของเขาได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยยังคงเปี่ยมด้วยความสัมพันธ์และความมีน้ำใจ กลุ่มประชาชน เจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ ต่างมาร่วมกันจัดทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ครอบครัวที่รักนิตย์ของพลทหารธีรยุทธ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน หรือถาวรวัตถุก็ตามที

ให้เราช่วยยกย่องวีรบุรุษอย่างต่อเนื่อง

  • ร่วมให้การสนับสนุนโครงการช่วยเหลือครอบครัวชาติทหาร
  • ติดตามข่าวสารเพื่อเข้าใจประเด็นราคาความเสียสละ
  • โปรดเข้าใจและเคารพในผู้ปกป้องประเทศชาติ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกประทับใจและตั้งใจจะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลวีรบุรุษเช่นนี้ ทางเลือกอยู่ไม่ไกล และสามารถทำให้สังคมร่วมกันสร้างแรงเปลี่ยนแปลงได้จริง

ครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ ได้รับการดูแลอย่างครบทั่ว และเป็นศูนย์กลางแห่งแรงบันดาลใจให้หลายคนได้อ่อนน้อมรำลึกในพระกรุณาอย่างล้นพ้น

ที่มา – ครอบครัว ‘พลทหารธีรยุทธ’ พลีชีพในสนามรบ ทราบซึ้งรับบ้านพระราชทานจากในหลวง

เนทันยาฮูขอกาชาดสากลช่วยเหลือ หลังมีคลิปฉาวตัวประกันกาซาซูบผอม

เนทันยาฮู ผู้นำของอิสราเอล ได้ออกมาเรียกร้องให้ กาชาดสากล หรือ ไอซีอาร์ซี (ICRC) เข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือ ตัวประกันในกาซา ที่ถูกเผยแพร่สภาพร่างกายที่ซูบผอมจนน่าเป็นห่วงในคลิปวิดีโอล่าสุด โดยเขายืนยันว่าทางรัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับองค์กรการกุศลเพื่อจัดหาอาหารและดูแลสุขภาพของตัวประกันอย่างเร่งด่วน

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดใน ฉนวนกาซา ที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนาน กลุ่ม ฮามาส และ อิสลามิก จีฮัด ซึ่งเป็นพันธมิตรกัน ได้เผยแพร่ คลิปวิดีโอตัวประกัน ทั้งหมด 3 คลิป โดยมีเนื้อหาแสดงให้เห็นถึงสภาพร่างกายที่อ่อนล้าและขาดอาหารของผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน ทำให้เกิดกระแสน้ำตาลูกโซ่ในสังคมอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาทางออกร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหยุดการทรมานมนุษยธรรมที่เกิดขึ้น

เนทันยาฮูขอกาชาดสากลช่วยเหลือ

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุอย่างชัดเจนว่า เนทันยาฮูได้พูดคุยกับนายจูเลียน เลริสสัน ผู้ประสานงานของไอซีอาร์ซีประจำภูมิภาค เพื่อขอให้องค์กรเข้าไปช่วยเหลือโดยตรง โดยเฉพาะการจัดการเรื่องอาหารและบริการทางการแพทย์ เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่แสดงถึงความทุกข์ยากที่เพิ่มขึ้นของตัวประกันที่ถูกกักขังอยู่ภายใต้การปิดล้อม

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ประเด็นทางการเมือง แต่ยังเป็นเรื่องของความรับผิดชอบทางจริยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ การมีส่วนร่วมของ ไอซีอาร์ซี ถือเป็นความหวังหลักสำหรับครอบครัวของตัวประกันที่เฝ้ารอมานานนับปี และถือเป็นการส่งสัญญาณว่าแม้แต่ผู้มีอำนาจสูงเช่นเนทันยาฮูก็จำเป็นต้องพึ่งพาองค์กรภายนอกเพื่อแก้ปัญหา

ไอซีอาร์ซีตอบรับพร้อมแสดงความกังวล

ไอซีอาร์ซีออกมาระบุชัดเจนว่าพวกเขาตกใจกับเนื้อหาใน คลิปตัวประกันกาซา ที่ถูกเผยแพร่ และได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเพื่ออนุญาตให้เข้าถึงตัวประกันโดยตรง พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นทันที เพื่อรักษาสถานะภาพทางสุขภาพของผู้ถูกจับกุมไว้ในพื้นที่

ฮามาสตั้งเงื่อนไข

กองพันอัล-กัสซัมซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธของฮามาสลั่นเงื่อนไขว่า พวกเขาพร้อมอนุญาตให้กาชาดสากลเข้าถึงตัวประกัน แต่จะต้องมีการจัด ‘ระเบียงมนุษยธรรม’ เพื่อนำอาหารและของช่วยเหลือเข้าสู่ทุกพื้นที่ใน ฉนวนกาซา ท่ามกลางการปิดล้อมที่ทำให้ชาวพื้นที่ต้องแบกรับความหิวและความทุกข์ไปด้วยกัน

ความร่วมมือคือทางออกเดียวที่เหลืออยู่

ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ เนทันยาฮูขอกาชาดสากลช่วยเหลือ เป็นตัวอย่างของการยอมรับว่าปัญหาบางอย่างต้องได้รับการแก้ไขผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ ไม่ใช่เพียงแนวทางการใช้กำลังอย่างเดิม

หากไม่มีฝ่ายใดยินยอมให้พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการช่วยเหลือมนุษยธรรมอย่างจริงจัง ก็ยากที่จะมองภาพทางออกของปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิตของตัวประกันและพลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามให้ได้มากที่สุด

สิ่งที่ประชาชนทั่วโลกทำได้

  • ติดตามความเคลื่อนไหวจากองค์กรกาชาด
  • ร่วมแสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
  • สนับสนุนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานในพื้นที่ขัดแย้ง

หากคุณรู้สึกว่า สงครามหรือการทรมานตัวประกันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ลองตั้งใจอ่านและเข้าใจมากขึ้น ช่วยกันปกป้องสิทธิ์ของทุกชีวิตไม่ว่าอาณาเขตไหนที่ต้องได้รับการปฏิบัติด้วยความเห็นอกเห็นใจจากมนุษย์ด้วยกันเอง

ที่มา – เนทันยาฮูขอกาชาดสากลช่วยเหลือ หลังมีคลิปฉาวตัวประกันกาซาซูบผอม

แฟนเพลง ‘โอเอซิส’ พลัดตกอัฒจันทร์ดับสลดกลางคอนเสิร์ต สะเทือนใจวงการเพลง

สำหรับแฟนเพลงร็อคทั่วโลก คงไม่มีชื่อวงไหนที่ตราตรึงใจเท่ากับวง Oasis อย่างยิ่งในช่วงการแสดงที่เวมบลีย์สเตเดียมในกรุงลอนดอน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่มาพร้อมกับความประทับใจ แต่ก็ต้องจบลงด้วยความเศร้าเมื่อมีรายงานว่าแฟนเพลงคนหนึ่งพลัดตกจากระเบียงอัฒจันทร์และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุระหว่างการแสดงของวง

คอนเสิร์ตที่รอคอยมานานกลายเป็นเหตุการณ์สลดใจ

คอนเสิร์ตนี้เป็นการแสดงรียูเนียนครั้งสำคัญของวงโอเอซิส โดยเฉพาะหลังจากที่สองพี่น้องอย่าง เลียม และ โนเอล กัลลาเกอร์ กลับมาเล่นบนเวทีเดียวกันอีกครั้งในรอบกว่า 15 ปี แฟนเพลงกว่า 60,000 คนต่างดีใจและหวังว่าจะได้สัมผัสกับค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ แต่แล้วการจากไปของชายคนหนึ่งที่อายุประมาณ 40 ปี ได้สร้างความสะเทือนในวงการเพลงทั่วโลก

เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อชายเคราะห์ร้ายพลัดตกจากระเบียงอัฒจันทร์ในขณะที่กำลังชมคอนเสิร์ต แม้ทีมงานและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสนามจะเข้าไปให้การช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของเขาไว้ได้ หัวรู้สึกเสียใจของวงโอเอซิสได้ออกมาระบุผ่านแถลงการณ์ว่า “เรารู้สึกตกใจและเสียใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าของแฟนเพลงในการแสดงเมื่อคืนที่ผ่านมา โอเอซิสขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนๆ ของเขาวงจริงหวังว่าครอบครัวของผู้ล่วงลับจะได้รับความแข็งแกร่งในการผ่านช่วงเวลานี้”

สถิติประวัติการณ์ที่แตกต่างกันมาก

นอกจากเหตุการณ์น่าเศร้า ยังมีข้อมูลหนึ่งที่ถูกปล่อยออกโดยบริษัทจัดเลี้ยงเดลาแวร์ นอร์ท โดยรายงานระบุว่าปริมาณการบริโภคเบียร์ของแฟนเพลงโอเอซิสในคืนการแสดงนั้นสูงลิบ มากกว่า 250,000 แก้ว โดยที่งานคอนเสิร์ตก่อนหน้านี้ของวง โคลด์เพลย์ ขายไปได้เพียงครึ่งเดียว และเมื่อเทียบกับการดื่มเบียร์ในคอนเสิร์ตของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ที่มียอดเพียง 40,000 แก้วเท่านั้น ก็ยิ่งเห็นได้ว่าวงนี้ไม่เพียงมีพลังทางดนตรี แต่ยังดึงดูดแฟนเพลงผู้หลงใหลที่มาพร้อมกับความครึกครื้นชนิดเต็มที่ที่สุด

  • ข้อมูลที่น่าสนใจคือ สนามเวมบลีย์ต้องเตรียมถังเบียร์มากถึง 4,500 ถัง บรรจุในพื้นที่ที่ไม่ใช้งานเพื่อจัดเก็บเครื่องดื่ม
  • ผับและร้านค้าริมเส้นทางดำเนินการส่งเสริมธุรกิจ ทำให้ยอดขายพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
  • จนหลายต่อหลายคนเชื่อว่าค่ำคืนนี้เป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่มีการบริโภคแอลกอฮอล์มากที่สุด

ไม่ว่าเหตุการณ์การเสียชีวิตนี้จะมาจากการผลักชนกันในฝูงชนหรือไม่ยังไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่สำคัญคือการที่สมาคมผู้จัดคอนเสิร์ตและสนามแข่งขันต้องให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัย มากขึ้น ไม่เพียงแค่เรื่องที่นั่ง แต่รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบ เช่น จุดเสี่ยงต่อการล้มหรือก่อเหตุฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก

อย่างไรก็ตาม การแสดงของโอเอซิสได้ปลุกกระแสอารมณ์ของผู้คนทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่วงเคยแยกกันอยู่ถึง 15 ปี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนในใจแฟนเพลงและผู้จัดงาน เมื่อได้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความปลอดภัยในงานระดับ mega event

ภาพของบรรดาแฟนเพลงที่มาถึงสนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2568 เพื่อเข้าชมคอนเสิร์ตรียูเนียนของวงโอเอซิส (Ben Montgomery/Getty Images)

ท่ามกลางอุบัติเหตุที่น่าเศร้านี้ สื่อหลายสำนักในสหราชอาณาจักรยังคงให้ความสนใจกับการแสดงครั้งนี้อย่างมาก ทั้งในแง่ของความสำเร็จในด้านการตอบรับ รวมทั้งพฤติกรรมของแฟนเพลงหลายกลุ่มที่ต่างกันอย่างชัดเจน

โอเอซิสระลึกถึงการสูญเสีย และขอให้แฟนเพลงอย่าลืมใช้สติขณะชมคอนเสิร์ต

ในท้ายที่สุด คอนเสิร์ตใหญ่ที่กลับมาเจอกันอีกครั้งของวงโอเอซิสก็สร้างทั้งความประทับใจและความสูญเสียให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง การแสดงครั้งนี้คงไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองทางดนตรี แต่ยังเป็นบทสะท้อนระดับความตื่นตัวด้านความปลอดภัยของเรายิ่งขึ้น

ที่มา – แฟนเพลง ‘โอเอซิส’ พลัดตกอัฒจันทร์ดับสลดกลางคอนเสิร์ต

เพนแนนท์แนะนำลิเวอร์พูลให้เซ็นสัญญากับโรดรีโก

เพนแนนท์แนะนำลิเวอร์พูลให้เซ็นสัญญากับโรดรีโก

เจอร์เมน เพนแนนท์ อดีตนักเตะชื่อดังของสโมสรลิเวอร์พูล หรือที่แฟนฟุตบอลรู้จักกันดีในชื่อ “หงส์แดง” ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเขาแนะนำว่า ลิเวอร์พูลควรเซ็นสัญญากับ โรดรีโก กองหน้าริมเส้นของรีล มาดริด ซึ่งมีรายงานว่ามีค่าตัวราว 86 ล้านปอนด์ เพื่อมาแทนที่ตำแหน่งของ หลุยส์ ดิอาซ ที่ย้ายไปร่วมทีมบาเยิร์นมิวนิค ด้วยค่าตัว 65.5 ล้านปอนด์

โรดรีโกเหมาะสมกับลิเวอร์พูล

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า โรดรีโก ใกล้จะได้ย้ายไปอาร์เซนอล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับตัวนักเตะเอง อย่างไรก็ตาม สื่อรายงานว่า “ปืนใหญ่” ไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจังอีกต่อไป และกำลังมุ่งหน้าไปที่ดีลของ เอเบเรชี เอเซ แทน

เพนแนนท์ เชื่อว่า ลิเวอร์พูลควรเข้าจับฉลากแข้งจากมาดริดในตอนนี้ เนื่องจาก โรดรีโก มีคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการแทนที่ของ หลุยส์ ดิอาซ ที่ย้ายไปยังบาเยิร์น มิวนิค เขายังยกนิ้วให้โรดรีโกว่าเป็นนักเตะระดับท็อปที่ไม่เพียงแค่มีประสบการณ์ แต่ยังมีความเร็ว พละกำลัง ความคล่องแคล่ว และยากต่อการป้องกันอีกด้วย

ลิเวอร์พูลต้องการผู้เล่นแบบโรดรีโก

ในการตั้งทีมของลิเวอร์พูลฤดูกาลหน้า เพนแนนท์ให้ความเห็นด้วยว่า การจัดซื้อผู้เล่นแบบระดับโลกเป็นเรื่องจำเป็น โรดรีโก

ที่มา – “เพนแนนท์” แนะ “หงส์แดง” เซ็น “โรดรีโก”