ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ศูนย์เรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง เปิดเวทีปั้นอาชีพใหม่ผ่าน TikTok

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ ศูนย์เรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการพัฒนาทักษะและความสามารถให้กับประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น ภายใต้หัวข้อ “ปั้นรายได้ด้วย TikTok – เวิร์กช็อปสมุนไพร” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้โครงการ สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง สัญจร ครั้งที่ 3 สำหรับครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน แสดงให้เห็นถึงความสนใจและความต้องการในการพัฒนาตนเองในยุคดิจิทัลอย่างสูง

ความร่วมมือเปิดโอกาสสร้างอาชีพแห่งอนาคต

โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งผู้แทนจาก ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และบริษัท เซนต์ บิวตี้ คอสเมติก มาร่วมผนึกกำลังสนับสนุนการสร้างรายได้เสริมผ่านการพัฒนาสมุนไพรและแพลตฟอร์มดิจิทัล

พัฒนาทักษะผ่านการตลาดออนไลน์และคอนเทนต์ TikTok

กิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วยเวิร์กช็อปที่เข้มข้นและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เช่น การสร้างสรรค์คอนเทนต์บน TikTok, เทคนิคการขายออนไลน์, รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรในระดับมืออาชีพ นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจาก SME D Bank โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเสริมแกร่งแก่ผู้ประกอบการและชุมชนได้อย่างแท้จริง

  • เวิร์กช็อป TikTok Marketing สำหรับสร้างรายได้จากคอนเทนต์
  • เทคนิคการสร้างแบรนด์สมุนไพรจากท้องถิ่นสู่ตลาดโลก
  • คอร์สพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยผู้เชี่ยวชาญจากเซนต์ บิวตี้ คอสเมติก
  • ข้อมูลสินเชื่อและการสมัครรับเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจาก SME D Bank
  • การเรียนรู้ด้านสุขภาพจากองค์ความรู้ภูมิปัญญาไทย

ในปัจจุบัน ศูนย์เรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง ไม่เพียงเป็นแหล่งเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังได้รับการรับรองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับดีเยี่ยมจาก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ

การสัญจรเชื่อมโยงและยกระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

โครงการ สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง สัญจร ได้จัดเวิร์กช็อปไปแล้ว 3 ครั้งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ชลบุรี และล่าสุดที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีเป้าหมายจะขยายโอกาสการเรียนรู้สู่จังหวัดชุมพรในครั้งถัดไป ช่วยปูพื้นฐานให้คนไทยมีอาชีพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนผ่านผลิตภัณฑ์ไทยและเครื่องมือดิจิทัล

ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ, ผู้ประกอบการ, นักเรียนนักศึกษา หรือประชาชนทั่วไป ก็สามารถเข้าถึงความรู้ที่หลากหลายและพร้อมนำไปปฏิบัติจริงได้ พร้อมทั้งเชื่อมโยงเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง TikTok เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้เสริม

หนึ่งในจุดมุ่งหมายหลักของโครงการนี้คือการผสมผสานระหว่าง ภูมิปัญญาไทยด้านสมุนไพรกับเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลให้ชุมชนได้รับการพัฒนาและเติบโตได้ด้วยความมั่นคงและยั่งยืน 

ที่มา – “ศูนย์เรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง”เปิดเวทีสร้างงาน -สร้างรายได้เสริมแกร่งชุมชนกาญจนบุรี

นครสวรรค์จัดการแข่งขันสนุกเกอร์ 2 รายการใหญ่ “6 แดง + 15 แดง” ชิงแชมป์ประเทศไทย พร้อมเงินรางวัลรวม 8 แสนบาท

จังหวัดนครสวรรค์เตรียมเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน สนุกเกอร์ 2 รายการสำคัญระดับประเทศอย่าง “6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย” และ “15 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย” ระหว่างวันที่ 20-30 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นงานที่พลาดไม่ได้สำหรับแฟนกีฬาทั่วไป โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นางสาวชุติพร เสชัง เป็นประธานในงานแถลงข่าวสำคัญ โดยมีการร่วมงานของบุคคลสำคัญอย่าง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย และ นายสุนทร จารุมณฑ์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย

สนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย: จัดเป็นครั้งแรกในต่างจังหวัด

ในการแถลงข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีการจัด ดวลคิวนัดพิเศษ ระหว่างนายชาดา ไทยเศรษฐ์ และ “มิ้งค์ สระบุรี” หรือ ณัฐชารัตน์ วงศ์หฤทัย นักสนุกเกอร์หญิงมือ 1 ของโลก และระหว่างนายสัญญา นิลสุพรรณ ประธานชมรมกีฬาสนุกเกอร์จังหวัดนครสวรรค์ กับ “น้องมิ้งค์” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมมาก นอกจากนี้ มีการจับสลากแบ่งสายรอบแรก สำหรับการแข่งขัน สนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ถือเป็นครั้งแรกที่จัดการแข่งขันออกนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ให้มาแข่งในต่างจังหวัด

โดยนายสัญญา ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การแข่งขันสนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 สิงหาคม 2568 ณ โรงยิมเนเซียม 4,000 ที่นั่ง สนามกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมถ่ายทอดสดทางช่อง T Sport7 สำหรับผู้เข้าแข่งขันนั้น เป็นนักสอยคิวมือวางอันดับ 1-32 ของประเทศรวมกว่า 32 คน

รายชื่อนักกีฬาในแต่ละกลุ่มของการแข่งขัน 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย

  • กลุ่ม A: “แจ็ค สระบุรี” เดชาวัต พุ่มแจ้ง, “อ๊อฟ พระโขนง” ภาณุ เทพสง่า, “เต๊ก หัวหิน” วรวิทย์ สุริยศรีวรรณ, “เสือสอง” บรรดิษฐ เขียวสุทธิ
  • กลุ่ม B: “กร นครปฐม” ภาสกร สุวรรณรัตน์, “ตั้ม แมวน้ำ” เอกรัฐ ธนานนท์, “นุ้ก จันท์” ยุทธภพ ภาคพจน์, “ไผ่ สากล789” จงรักษ์ บุญรอด
  • กลุ่ม C: “ไผ่ สากล 789”, “เปา โพธิ์สามต้น” สุชาติ สุขเลี่ยม, “อู๋ BSAT” ธรรมดา พุกเปลี่ยน, “หยิก สำโรง” ดรุฑ รัศมิ์มุกดา
  • กลุ่ม D: “ไบร์ท ศรีราชา” ณัทณพงศ์ ชัยกุล, “สีนิล ศิษย์เป้า” สิทธิชัย เชี่ยวชาญ, “ณัฐ สระบุรี”, “นุ้ก สงขลา” กฤษณัส เลิศสัตยาทร
  • กลุ่ม E: “กอล์ฟ บางพระ” กิตติ มงคลสละ, “แมน นครปฐม” ธนวัฒน์ ถิรพงศ์ไพบูลย์, “พล ศรีราชา” จุมพล สัพพัญญู, “โฟน อุบล” ณรงค์เดช ตาขันทอง
  • กลุ่ม F: “แม็ก ทองรัก” ไพฑูรย์ กิ่งแก้วกมล, “เป้ BSAT” ฤทธิชัย ฉิมพานัง, “นิก BSAT”, “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” วัฒนา ภู่โอบอ้อม
  • กลุ่ม G: “หนู ดาวดึงส์” นพดล นพจร, “เฟริส์ บางประอินทร์” นิพิฐพนธ์ มะนะมุติ, “แป มหาชัย” ทรงเกียรติ เร่บ้านเกาะ, “ติม กาญ” ชัชพงษ์ นาสา
  • กลุ่ม H: “นุ้ก คอนหวัน” ปรมินทร์ ด่านจิรกุล, “กิ๊ก พิษณุโลก” สันติภาพ อิ่มบุญสุ, “บอล รีเซ็ท” ธนพล บุญปลอด, “เต่า หลังสวน” กาญจน์ไชย วงศ์จันทร์

สนุกเกอร์ 15 แดง: สนามใหญ่ที่กำลังมาถึงต่อเนื่อง

สำหรับการแข่งขัน สนุกเกอร์ 15 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย จะตามมาจัดระหว่างวันที่ 25-30 สิงหาคม 2568 โดยถือเป็นการต่อยอดความคึกคักของกีฬาอย่างต่อเนื่อง จังหวัดนครสวรรค์มีประสบการณ์ในการจัดงานใหญ่มาก่อน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่างานจะดำเนินได้อย่างสำเร็จและดึงดูดแฟนกีฬามาเข้าชมกันแน่นโรงยิมเหมือนเคย

ความน่าสนใจของการจัดรายการทั้ง 6 แดงและ 15 แดงในปีนี้คือ นอกจากจะได้แชมป์ที่มีทักษะและฝีมืออันยอดเยี่ยมแล้ว ยังมีเงินรางวัลรวมกว่า 800,000 บาท โดยแชมป์สำหรับสนุกเกอร์ 6 แดงจะได้รับเงินถึง 240,000 บาท สมาคมกีฬาของจังหวัดและผู้จัดต่างตื่นตัวเพื่อดึงศักยภาพจากนักกีฬาในทุกสายเลือดทั่วประเทศไทย

ไม่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้น ความนิยมของสนุกเกอร์เริ่มกระจายไปทั่วเอเชีย การมีตัวแทนระดับโลกอย่าง “มิ้งค์ สระบุรี” ร่วมในกิจกรรมของจังหวัดครั้งนี้ สะท้อนระดับมาตรฐานและศักยภาพของกีฬาสนุกเกอร์ไทยที่อยู่ในระดับโลกและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่จังหวัดจะได้ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ความเป็นเมืองแห่งกีฬาอีกครั้ง

นับเป็นปีประวัติศาสตร์เลยทีเดียว การแข่งขัน สนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ย้ายออกไปนอกกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก เป็นการเปิดโอกาสให้กับแฟนกีฬาในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียงได้ชมการแข่งขันในบรรยากาศใกล้ชิด และเป็นการกระจายโอกาสในการพัฒนาวงการกีฬาสนุกเกอร์ของประเทศให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

แฟนกีฬาสนุกเกอร์ควรทดสอบไปเยือนสนามแข่งหรือรับชมสดที่คลื่น T Sport7 เพื่อไม่พลาดทุกช็อตสำคัญจากนักสอยคิวมือหนึ่งของไทย หากการระดมเงินรางวัลรวม 8 แสนบาทยังไม่แรงพอสำหรับการดึงความสนใจ ต้องบอกว่าการจัด 2 ศึกใหญ่แบบติดต่อกันในนครสวรรค์ ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับกระแสของสนุกเกอร์ในระดับชุมชน ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นในปีนี้

หากคุณเป็นคนรักกีฬา ไม่ว่าจะสนุกเกอร์รูปแบบไหน โอกาสนี้เป็นจุดพบปะของทักษะคิวแม่นระดับประเทศ ไม่น่าพลาด ไม่ว่าจะเชียร์ผ่านหน้าจอหรือเข้าร่วมบรรยากาศจริงที่โรงยิมจังหวัดนครสวรรค์

อย่าลืมติดตามและร่วมให้กำลังใจนักกีฬาของไทยในศึกครั้งสำคัญนี้ เพราะจากทุกกติกา มาเก็บเกี่ยวมรดกของการกีฬาระดับประเทศที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนกีฬาทั้งชาติ และช่วยผลักดันให้สนุกเกอร์เป็นหนึ่งในกีฬาที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง!

ที่มา – “นครสวรรค์” จัดสอยคิว 2 ศึกใหญ่ “6 แดง+15 แดง” ชิงแชมป์ประเทศไทย เงินรางวัล 8 แสนบาท 20-30 ส.ค.นี้

‘สภ.ลำปลายมาศ’ เบรกความหลอน ‘ผีโพง’ แท้จริงแล้วเป็นไฟจากโดรนหรือเครื่องบิน

‘สภ.ลำปลายมาศ’ เปิดข้อมูลชัดเจน แสงไฟในเวลากลางคืนใช่ ‘ผีโพง’ จริงหรือ?

เคยสงสัยไหมว่า แสงสว่างที่ลอยอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนนั้นเป็น ‘ผีโพง’ ตามความเชื่อโบราณ หรือเป็นอากาศยานไร้คนขับอย่าง โดรน หรือ เครื่องบิน? ล่าสุด สถานีตำรวจภูธรลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาชี้แจงเพื่อบรรยายความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ความตื่นตระหนกในสังคม โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ความเชื่อ VS เทคโนโลยี: สภ.ลำปลายมาศ อธิบายอย่างละเอียด

จากกรณีที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ออกประกาศห้ามการบินของโดรนในพื้นที่ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ สถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจึงต้องมีการควบคุมอากาศยานอย่างเข้มงวด โดยทางเพจของ สภ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ ได้ออกมาแนะนำประชาชนว่า แสงไฟที่เห็นในเวลากลางคืนไม่ใช่ผีโพงแน่นอน แต่เป็นอุปกรณ์อย่างโดรนหรือเครื่องบิน

วิธีแยกแยะแสงไฟบนฟ้า ผีโพง หรือ โดรน-เครื่องบิน

เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ทาง สภ.ลำปลายมาศ ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับลักษณะของแสงไฟที่สังเกตได้จากพื้นดิน ดังนี้:

  • ผีโพง: ลักษณะคือมีแสงสว่างจากจมูก มักมีลักษณะคล้ายผีเป้าและผีกระสือ มีพฤติกรรมชอบกินของสดหรือคาว เป็นผีตามความเชื่อท้องถิ่น
  • โดรน: มีไฟกะพริบ 4 จุด เป็นไฟสีแดงและสีฟ้า โดยบินในระดับไม่เกิน 90 เมตรจากพื้นดิน
  • เครื่องบิน: มีไฟ 3 จุด คือไฟสีแดง ไฟสีฟ้า และไฟสีขาว ที่สำคัญ ระดับการบินของเครื่องบินอยู่เหนือพื้นดินไม่ต่ำกว่า 3,000 เมตร

สภ.ลำปลายมาศ เตือนภัยประชาชนอย่างจริงใจ

ทางเพจสภ.ลำปลายมาศ ระบุว่า ถ้าพบว่ามีการบินของโดรนในพื้นที่ที่ผิดปกติ สามารถแจ้งได้ทันทีที่เบอร์ โทร.191 ส่วนในเขตพื้นที่ลำปลายมาศ สามารถติดต่อ โทร.044-66121 เพื่อรายงานการบินที่ผิดกฎหมาย

ติดตามเทรนด์ผีโพงและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เท่าทัน

กระแสแห่งความเชื่อในเรื่องผีโพงกลับมาแรงอีกครั้ง เนื่องจากสภาพแวดล้อมและความเครียดในสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ดี ไม่ควรละเลยวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพราะการแยกแยะระหว่างผีหรือเครื่องบินนั้น สามารถพิสูจน์ได้ด้วยข้อเท็จจริง

ความเข้าใจประชาชนคือจุดสำคัญที่สุด

การรู้เท่าทันและแยกแยะอากาศยาน bezpoจบุคลากรอย่างถูกต้อง จะช่วยให้สังคมลดความหวาดกลัวจากความเชื่อที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ สื่งสำคัญคือ ‘ผีโพง’ ไม่ใช่ของจริงในทุกเหตุการณ์ การมีอยู่ของโดรนแม้ต่ำกว่า 100 เมตร หรือไฟเครื่องบินที่เห็นในชั้นบรรยากาศสูง คือสร้างความสงบให้พี่น้องประชาชนยิ่งขึ้น

ท่านผู้อ่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารพื้นที่ความมั่นคงและการบินที่ถูกต้องจาก สภ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ หรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อไม่ให้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดจนกลายเป็นความวุ่นวายในสังคมไทยในอนาคต

หากพบสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับโดรน อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โทร.191 หรือในพื้นที่ สภ.ลำปลายมาศ โทร. 044-66121 เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

ที่มา – ‘สภ.ลำปลายมาศ’ เบรกความหลอน ‘ผีโพง’ แท้จริงแล้วเป็นไฟจากโดรนหรือเครื่องบิน

รัฐมนตรีณัฐพล ชี้ข่าวปลอมจี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เผยโดรนปริศนาอาจเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ข่าวปลอมทำสถานการณ์ชายแดนเปราะบาง

ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรณีโดรนปริศนาที่ถูกกล่าวถึงในสื่อไทยและกัมพูชา โดยเน้นย้ำว่าขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าโดรนดังกล่าวเป็นของไทยหรือกัมพูชา เพราะมีรายงานเข้ามาว่ามีการบินล้ำเขตแดนจริง แต่พบว่าจำนวนมากเป็นโดรนของกัมพูชาที่บินมาในพื้นที่ของไทย

โดรนปริศนา ประเด็นร้อนที่ต้องสื่อสารด้วยความระมัดระวัง

ที่ประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ได้มีการเตรียมพูดคุยหัวข้อโดรนเป็นวาระสำคัญ ภายหลังมีข้อมูลภาพถ่ายและการจับพิกัดจุดที่โดรนรุกล้ำเข้ามา ซึ่งทางไทยยืนยันว่าได้รับรายงานอย่างเป็นทางการจากกองทัพภาคที่ 2 เพื่อช่วยตรวจสอบว่าโดรนเหล่านี้มีเจตนาใดกันแน่

นอกจากนี้ รัฐมนตรีได้แสดงความไม่พอใจต่อคำกล่าวของ พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่ออกมาระบุว่ามีโดรนจากไทยรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของเขา โดย พล.อ.ณัฐพล ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า โดรนที่พบในพื้นที่กัมพูชานั้น อาจเป็นโดรนของพวกเขาเองที่กำลังบินกลับฐาน โดยเรียกพฤติกรรมดังกล่าวว่า “พูดเอง เสียเอง” ซึ่งเป็นการตอบสนองที่อาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

ข่าวปลอมจี้ความน่าเชื่อถือของฝ่ายความมั่นคง

ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศอาจไม่ได้เกิดจากการกระทำ แต่จากการแพร่กระจายของ ข่าวปลอม ที่ทำให้ประชาชนเฝ้าความวิตกกังวล โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่มีข่าวปลอมว่าทหารจะจัดการอพยพ ซึ่งความจริงแล้วไม่มีการปฏิบัติจริง จึงขอให้ประชาชนฟังประเด็นจาก ศบ.ทก. แทนที่จะเชื่อข่าวปลอมที่ไหลกระจายผ่านสื่อโซเชียล

รัฐมนตรีวอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก หากไม่ทราบข้อมูลแน่ชัด

  • อย่าเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ
  • ฟังการชี้แจงจากรัฐแทนที่จะตอบโต้ทางสื่อ
  • ร่วมกันสร้างความเป็นหนึ่งในยามวิกฤต

พล.อ.ณัฐพล ยังได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเปราะบาง ทุกคำพูด และทุกการกระทำ อาจกระทบถึงความน่าเชื่อถือทางสากล จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยเป็นตัวกลางที่ดี ไม่ตีความเกินจริง เพราะการประจันหน้าด้วยวาทศิลป์แบบไม่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะกับบุคคลที่ให้ข่าวแบบวุฒิภาวะยังไม่เต็มที่ อาจไม่เกิดประโยชน์ต่อความมั่นคงแต่อย่างใด

หากคุณเป็นประชาชนทั่วไปที่ติดตามเรื่องนี้ ควรตระหนักว่า<ข่าวปลอม> ไม่เพียงส่งผลต่อความรู้สึกส่วนตัว แต่ยังอาจก่อให้เกิดการปฏิบัติตอบโต้ผิดทาง ควรติดตามข้อมูลอย่างเป็นระบบและรอการชี้แจงจากศูนย์บริหารสถานการณ์ชายแดนเป็นหลัก ในทุกสถานการณ์ที่มีข่าวฟุ้งซ่าน การ ฟังอย่างรอบด้าน คิดอย่างมีสติ และ ไม่รีบวิเคราะห์เกินเหตุ ถือเป็นการมีส่วนร่วมอย่างมีความรับผิดชอบ

ที่มา – ‘ณัฐพล’ ย้ำข่าวปลอมทำสถานการณ์ชายแดนเปราะบาง ซัด ‘โฆษกกัมพูชา’ พูดเองเสียเองปมโดรนปริศนา

ช็อก! นักแสดงรุ่นใหญ่ ‘ซงยองคยู’ เสียชีวิตแล้วในวัย 52 ปี ตำรวจพบร่างในรถยนต์ที่บ้านพัก

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ได้เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจขึ้นในวงการบันเทิงเกาหลีใต้ เมื่อ ‘ซงยองคยู’ นักแสดงที่มีชื่อเสียงจากการแสดงอันทรงพลังในภาพยนตร์เรื่อง ‘Extreme Job’ ถูกพบเสียชีวิตในวัยเพียง 52 ปี ขณะอยู่ภายในรถยนต์ที่อาคารพักอาศัยของเขาในเมืองยงอิน จังหวัดคยองกี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากคนใกล้ชิด และเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยความขัดแย้งแต่อย่างใด รวมถึงไม่พบข้อความหรือบันทึกทิ้งไว้

ซงยองคยู เสียชีวิตอย่างกะทันหัน วงการบันเทิงเศร้าสลด

การจากไปของ ซงยองคยู สร้างความเสียใจอย่างมากให้กับแฟนๆ ทั่วโลก หลังจากที่เขามีบทบาทสำคัญในการสร้างผลงานคุณภาพให้ผู้ชมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของ หัวหน้าชเว ในภาพยนตร์ ‘Extreme Job’ ที่เรียกเสียงหัวเราะและสร้างชื่อให้กับนักแสดงหลายคนในเรื่อง

เหตุการณ์เมาแล้วขับที่สะเทือนสังคม

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ‘ซงยองคยู’ เคยตกเป็นข่าวเมาแล้วขับในพื้นที่เมืองยงอิน จังหวัดคยองกี โดยมีรายงานระบุว่าเขามีพฤติกรรมขับรถไปบนถนนประมาณ 5 กิโลเมตร ในขณะที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขาต้องสูญเสียโอกาสการแสดงในละครเวที “Shakespeare In Love” และซีรีส์อีกสองเรื่อง ได้แก่ “The Defects” และ “The Winning Try”

แม้เขาจะออกมาขอโทษและแสดงความรับผิดชอบหลังเกิดเหตุ แต่ก็ยังไม่สามารถเยียวยาความเสียหายได้ และนั่นก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขามีภาระทางจิตใจอย่างมาก

หลังเข้าสู่กระบวนการสอบสวนจากตำรวจ ทางครอบครัวของ ซงยองคยู กำลังดำเนินการให้ข้อมูลเพื่อร่วมกันหาสาเหตุที่แท้จริงว่าการเสียชีวิตครั้งนี้เกิดจากสภาพจิตใจที่กดดันหรือไม่ การชันสูตรพลิกศพยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา และเป็นเรื่องที่อาจให้คำตอบที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้

สำหรับใครที่ยังจำเขาได้ในบทบาทที่ดูจริงใจ บางครั้งก็น่ารักน่าเอ็นดู หรือแม้แต่เป็นผู้ชายใจร้ายที่สร้างความเข้มข้นให้กับเนื้อเรื่อง ความสูญเสียนี้เรียกได้ว่าสะเทือนใจไม่ต่างจากการสูญเสียบุคคลสำคัญในวงการบันเทิง อย่างไรก็ตาม เราในฐานะผู้ชมควรให้ความสำคัญกับชีวิตของเขาอย่างให้ความเคารพ ทั้งในฐานะนักแสดงและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

สิ่งสุดท้ายที่แฟนๆ ควรทำคือร่วมไว้อาลัยอย่างสงบ และเข้าใจว่าความเครียดในสายอาชีพนักแสดงก็อาจนำไปสู่สิ่งที่เราคาดไม่ถึงได้

ที่มา – ช็อก! นักแสดงรุ่นใหญ่ ‘ซงยองคยู’ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 52 ปี ตร.พบร่างในรถยนต์ที่บ้านพัก

ดูกันให้เต็มอิ่ม! Monomax ถ่ายทอดสดเกมปรีซีซั่นระหว่างหงส์แดง-บิลเบา และปืนใหญ่-บียาร์รีล 2025

ดูกันให้เต็มอิ่ม! Monomax ยิงสดเกมปรีซีซั่นหงส์แดงพบบิลเบา และปืนใหญ่เจอเรือดำน้ำเหลือง

เหล่าแฟนบอลเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ Monomax แพลตฟอร์มหลักในการชมพรีเมียร์ลีกและเอมิเรตส์ เอฟเอคัพ ได้จัดเกมปรีซีซั่นมาให้ติดตามถึงหน้าจออีกแล้ว โดยปลายสัปดาห์นี้ระหว่างวันที่ 4-5-6 สิงหาคม 2568 จะมีแมตช์ฟุตบอลอุ่นเครื่องดูโอมาให้เชียร์กันแบบเต็มแมกซ์ จากการพบกันระหว่างสโมสรยักษ์ใหญ่จากอังกฤษและสเปน ไม่ว่าจะเป็นทีมชุดใหญ่หรือทีมดาวรุ่ง ส่งตรงความมันส์ให้แฟนบอลแบบไม่ต้องขยับไปไหน!

ศึกสองรอบจากคู่หงส์แดงและแอธเลติก บิลเบา

ประเดิมเกมแรกในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม เวลา 23:00 น. เมื่อ ลิเวอร์พูล A ต้องพบกับ แอธเลติก บิลเบา A ซึ่งถือเป็นเกมอุ่นเครื่องที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น แฟนบอลจะได้เห็นฟอร์มการเล่นของนักเตะตัวหลักทั้งที่เพิ่งเสริมทัพมาใหม่และนักเตะที่คุ้นเคย ส่วนคืนวันอังคารที่ 5 สิงหาคม เวลา 02:00 น. เป็นศึกของ ลิเวอร์พูล B พบ แอธเลติก บิลเบา B ที่จะเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งจากทั้งสองสโมสรได้อวดฝีเท้า และเป็นการทดสอบศักยภาพก่อนก้าวสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว!

  • เกมคู่แรก: ลิเวอร์พูล A พบ แอธเลติก บิลเบา A
  • วันเวลา: 4 สิงหาคม 2568 เวลา 23:00 น.
  • เกมคู่สอง: ลิเวอร์พูล B พบ แอธเลติก บิลเบา B
  • วันเวลา: 5 สิงหาคม 2568 เวลา 02:00 น.

Monomax นำทัพความมันกับเกมเอมิเรตส์คัพ 2025

และในวันพุธที่ 6 สิงหาคม เวลาเที่ยงคืนตรง! เป็นศึก The Emirates Cup ที่ทาง อาร์เซน่อล จะพบกับ บียาร์รีล ทีมดังจากลาลีกาสเปน ในแมตช์อุ่นเครื่องระดับทัวร์นาเมนต์ที่เต็มไปด้วยความเดือด เหล่าไอ้ปืนใหญ่จะได้ทดลองแท็คติกและการทำงานร่วมกันของขุมกำลังที่จะลงเตะในฤดูกาลใหม่ จากนั้นจะได้รู้กันว่าใครคือดาวรุ่งที่แจ้งเกิด และใครคือทีมที่พร้อมลงสนามหงายการณ์พรีเมียร์ลีก!

Monomax ถือว่าพลาดไม่ได้สำหรับแฟนบอลที่อยากชมเกมคุณภาพแบบจัดเต็มตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมแพ็กเกจสมาชิกสุดคุ้มอย่าง Monomax Standard ที่ราคาเพียง 299 บาท/เดือน เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพและความคุ้มค่าของการได้ตามเชียร์ฟุตบอลลีกชั้นนำท่านี้

  • ติดตามชมได้ทาง: https://www.monomax.me/qr/vXt4
  • ราคา: 299 บาท/เดือน (ราคาพิเศษถึง 29 สิงหาคม เท่านั้น)

ความเห็นเล็ก ๆ จากกูรูฟุตบอล

การมีแพลตฟอร์มระดับ Monomax ที่สามารถให้ชมปรีซีซั่นแบบนี้ได้ นับเป็นความหยิบขึ้นมาได้ทันสมัยที่ตอบโจทย์สายกีฬา การมีทั้งทีมชุดใหญ่และทีมสำรองให้ลองเชียร์ ช่วยเพิ่มอรรถรสการชมบอลได้อย่างน่าประทับใจ ชวนให้เหล่าคอฟุตบอลหันมาใช้บริการแบบเต็มสูตรที่พร้อมจะเติมเต็มความคึกคักจากทั่วทุกมุมโลก!

รีบสมัครสมาชิกกันได้แล้วที่ Monomax แพ็กเกจ Standard ในราคาเพียง 299 บาทต่อเดือน หมดเขต 29 สิงหาคม นี้เท่านั้น!
ที่มา – ดูกันให้เต็มอิ่ม! “Monomax” ยิงสดเกมปรีซีซั่น “หงส์แดง” ปะทะ “บิลเบา” และ “ปืนใหญ่” พบ “บียาร์รีล”

โครงการ GOAL TO GOAL “จากฝันสู่แชมป์” สนาม 2 ที่เชียงราย สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนสายกีฬา

โครงการ GOAL TO GOAL “จากฝันสู่แชมป์” สนามที่ 2 ที่เชียงราย เต็มไปด้วยพลังและความคึกคัก

โครงการ GOAL TO GOAL “จากฝันสู่แชมป์” สนามที่ 2 ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่ห้องประชุมคชสาร ภายในสนามกีฬา อบจ. เชียงราย สำหรับกิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นอายุ 10-12 ปี ทั่วประเทศไทย โดยได้รับความสนใจจากนักกีฬาเด็กกว่า 500 คน ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน

ภายในงานนอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะแล้ว ยังได้เน้นความสำคัญของบทบาทครอบครัว ในการปลุกปั้นนักกีฬาตั้งแต่วัยเยาว์ ผ่านการพูดคุยจากผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการเล่าจากพ่อของนักฟุตบอลชื่อดังอย่าง “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ให้แง่คิดที่สำคัญเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนลูกชายให้เดินตามเส้นทางความฝัน

คลาสฝึกทักษะพิเศษจากอดีตโค้ชทีมชาติที่ไม่ควรพลาด

ในช่วงบ่ายของงาน กลุ่มนักเตะเยาวชนจำนวน 200 คน ได้รับโอกาสระดับ VIP ในการฝึกแยกฐานตามตำแหน่งต่าง ๆ ภายใต้การสอนจากอดีตโค้ชทีมชาติไทยมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็น “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ที่ให้ความรู้ในตำแหน่งกองกลาง หรือ “โค้ชอ่ำ” อัมรินทร์ เยาดำ ที่สอนตำแหน่งผู้รักษาประตูอย่างใกล้ชิด

ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมยังมีการคัดเลือกนักกีฬา “Go To Go Super Star” ประจำแต่ละตำแหน่งเพื่อยากความโดดเด่นของเด็กแต่ละคน โดยน้องที่ได้รับเกียรติบัตรในแต่ละฐานจะนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อในระยะยาว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปณิธานหลักของโครงการ GOAL TO GOAL “จากฝันสู่แชมป์”

กำลังใจและของขวัญจากโครงการ

เด็กทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับประกาศนียบัตรที่ระลึก รวมถึงลูกฟุตบอลหนึ่งลูกต่อคนตามนโยบาย ONE BOY ONE BALL ที่ต้องการให้นักกีฬารุ่นเยาว์ได้มีเครื่องมือในการฝึกฝันของพวกเขาอย่างพื้นฐานและมีแรงคิดในการเดินหน้าอย่างมั่นใจ

หลังสิ้นสุดสนามที่ 2 ที่จังหวัดเชียงราย โครงการต่อเนื่องเร็วสู่สนามที่ 3 ที่จัดขึ้นวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ณ สนามกีฬาสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ปกครองและเด็กนักกีฬาที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแชมป์ระดับชาติในอนาคต

โครงการ GOAL TO GOAL “จากฝันสู่แชมป์” ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการส่งเสริม อีกทั้งยังกระตุ้นเยาวชนให้ตระหนักถึงศักยภาพของตนเองตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนก้าวสู่เส้นทางนักกีฬาอาชีพ ถ้าคุณเป็นหนึ่งในครอบครัวของเด็กที่ชื่นชอบกีฬา ไม่ควรพลาดโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมนี้!

หมานักวิ่ง! แว่บจากบ้านลงแข่ง ‘ฮาล์ฟ มาราธอน’ กับ ‘นุด’ คว้าที่ 7 กว่าเจ้าของรู้ตัวก็มีรางวัลมาฝากแล้ว

หมานักวิ่งที่ไม่เคยฝึกมาก่อน แต่ลงแข่งฮาล์ฟมาราธอนได้เหรียญ

ในปี 2016 ที่เมืองอลาบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา มีเหตุการณ์น่ารักๆ เกิดขึ้นในงานวิ่งมาราธอนประจำปีอย่าง ‘เอลค์มงต์ ฮาล์ฟ มาราธอน’ เมื่อสุนัขพันธุ์บลัดฮาวด์ตัวหนึ่งใช้ชื่อว่า ‘ลูดีวีน’ ดันสปอตหายจากบ้านแล้วไปลงแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กิโลเมตร) โดยที่เจ้าของไม่รู้เรื่อง!

เริ่มเหตุการณ์ตั้งแต่ ลูดีวีน หายออกจากบ้านของเธอ เอพริล แฮมลิน ที่อยู่ใกล้จุดวิ่งในงาน ‘ฮาล์ฟ มาราธอน’ โดยเอพริลคิดว่าหมาของเธอกำลังออกไปเล่นนอกระบบตามปกติ จนกระทั่งเพื่อนบ้านโทรมาบอกว่าวิ่งอยู่ในขบวนแข่งจริงจัง!

หมาตัวหนึ่งกลายเป็นผู้เข้าร่วมที่ไม่ได้ลงทะเบียน

เมื่อออกตัว การแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนกลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับสุนัขตัวนี้ ลูดีวีนวิ่งไปกับนักวิ่งกลุ่มหน้า และแม้จะมีแวะกิจกรรมข้างทางอย่างเช่นการดมกลิ่นสิ่งของหรือเล่นน้ำตามทาง แต่เธอก็ยังกลับมาวิ่งต่อจนจบ ได้อันดับที่ 7 จากนักวิ่งทั้งหมด 165 คน ด้วยเวลาไม่ถึง 1.30 ชม.!

เหตุการณ์นี้เป็นอะไรที่ประหลาดใจสำหรับเจ้าของและคณะกรรมการ โดย เกรตา อาร์มสตรอง หัวหน้าผู้จัดงาน กล่าวว่า “เจ้าของน้องหมาลูดีวีนไม่ได้เป็นนักวิ่งเลย แต่หมาดันวิ่งฮาล์ฟ มาราธอน คว้าเหรียญได้แล้วกลับบ้านแบบไม่เหงาๆ”

ความน่ารักที่เป็นไวรัลทั่วโลก

นี่ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่ ลูดีวีน ทำให้โซเชียลประทับใจ การลงแข่ง ฮาล์ฟ มาราธอน ของเธอส่งต่อความรู้สึกฮีลลิ่งและสร้างรอยยิ้มให้กับคนทั้งโลก โดยแม้ไม่ได้มี BIB หรือเป็นนักวิ่งที่ลงทะเบียนไว้อย่างเป็นทางการ เธอก็ยังได้เหรียญรางวัลกลับมาด้วย!”

ทำไมหมาวิ่งได้?

  • ลูดีวีนมีลักษณะพันธุกรรมจากพันธุ์บลัดฮาวด์ที่ออกแบบมาสำหรับล่าสัตว์ และวิ่งได้ระยะทางไกล
  • เธอยังมีสัญชาตญาณแข็งแรงของสุนัขนักวิ่ง
  • สภาพแวดล้อมในงานฮาล์ฟมาราธอนไม่ได้เป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับเธอที่อาศัยอยู่ใกล้ฟาร์ม

บทเรียนจาก หมานักวิ่ง

บางครั้งชีวิตก็พร้อมจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้เราเสมอ ลูดีวีนอาจจะทำให้เรารู้ว่า ความมีชีวิตชีวาของสุนัขนั้นไม่ควรถูกมองข้าม! อย่าปล่อยให้สุนัขนอกบ้านเดินไปคนเดียวในช่วงวันสำคัญ เพราะเขาอาจจะไปเข้าร่วมการแข่งขันโดยไม่แจ้งคุณก็ได้นะครับ!

เรื่องราวนี้ไม่เพียงเป็นที่น่ารักของหมา แต่ยังเป็นการย้ำว่าธรรมชาติของสุนัขนั้นมีความอิสระและมีจิตใจนักกีฬาอยู่แล้วในตัวเอง เจ้าของควรตระหนักถึงพฤติกรรมพวกนี้ แต่ในเวลาเดียวกันก็สามารถหัวเราะไปกับมันได้นะครับ

หมานักวิ่ง ตัวนี้กลายเป็นข่าวไวรัลที่ใครเห็นแล้วต้องอมยิ้ม และยิ่งไปกว่านั้น งานฮาล์ฟมาราธอนยังให้เหรียญรางวัลแก่เธอ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่มนุษย์ก็ตาม! ถือว่าเป็นการส่งเสริมคุณค่าของความเป็นธรรมชาติและความซนของสัตว์กีฬา

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเหล่านี้ได้ในทุกความเคลื่อนไหวทั่วโลก อาจมีสุนัขตัวอื่นๆ ที่ซุกซนไม่น้อยไปกว่านี้ แต่นี่คือ หมานักวิ่ง! ลูดีวีนที่ทำให้โลกได้หัวเราะกับพฤติกรรมที่เป็นมิตรที่สุด!

ที่มา – หมานักวิ่ง! แว่บจากบ้านลงแข่ง ‘ฮาล์ฟ มาราธอน’ กับ ‘นุด’ คว้าที่ 7 กว่าเจ้าของรู้ตัวก็มีรางวัลมาฝากแล้ว

บรูโน แฟร์นันด์สประกาศทวงคืนความสำเร็จ และเรียกร้องการเสริมนักเตะใหม่ให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

บรูโนประกาศทวงคืนความสำเร็จ

ข่าวด่วนจากค่ายปีศาจแดง! บรูโน แฟร์นันด์ส กองกลางชื่อดังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาประกาศอย่างหนักแน่นว่าเขาและทีมมุ่งมั่นที่จะทวงคืนความสำเร็จกลับมา หลังจากเพิ่งพาทีมคว้าแชมป์รายการอุ่นเครื่อง พรีเมียร์ลีก ซัมเมอร์ ซีรีส์ 2025 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ผลงานในช่วงปรีซีซั่น

บรูโน ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีบทบาทสำคัญในการพาทีมทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในช่วงอุ่นเครื่อง โดยในเกมล่าสุดที่เสมอกับเอฟเวอร์ตัน 2-2 บรูโนขึ้นชื่อว่ายิงได้ 1 ประตู และจ่ายบอลให้เพื่อนยิงอีก 1 ลูก แม้ว่าเกมนี้จะไม่จบด้วยชัยชนะ แต่ด้วยผลงานรวมใน พรีเมียร์ลีก ซัมเมอร์ ซีรีส์ 2025 ที่ชนะได้ถึง 2 นัด เสมอ 1 นัด ทำให้ทีมคว้าแชมป์มาได้สำเร็จ

โดยผลงานที่โดดเด่นของทีมได้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ซึ่งบรูโนได้อธิบายว่า: “เราดูขี้เกียจนิดหน่อย และต้องเลี่ยงสิ่งนี้ เราต้องการคู่แข่งที่มากขึ้นภายในทีม เพื่อช่วยให้ทุกคนยกระดับฝีเท้า สู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งใน 11 คนแรก พร้อมกับนำความสำเร็จกลับมาสู่สโมสรอีกครั้ง ดังนั้นผมจึงอยากให้เราได้เซ็นสักหนึ่งหรือสองนักเตะเสริมในเร็ววัน”

หัวใจของแฟน “เร้ด เดวิลส์”

หลังจากที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจบที่อันดับที่ 15 ในลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 1973-74 ที่ทีมเคยตกชั้นมาก่อน บรูโน เผยว่า: “ผมทราบดีว่านักเตะทุกคนรู้สึกเช่นเดียวกับแฟนๆ พวกเขาทุ่มเท และจ่ายค่าตั๋ยวแพงขึ้น เพื่อยืดหยัดเคียงข้างทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราซาบซึ้งอย่างยิ่ง การทวงคืนความสำเร็จครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่หน้าที่ของนักฟุตบอล แต่หมายถึงการสู้เพื่อแฟนๆ ทุกคนด้วย”

ความหวังในฤดูกาลใหม่

นอกจากนี้ ทางสโมสรก็กำลังจัดหาผู้เล่นคุณภาพเพิ่มเติมเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของทีมให้พร้อมสู้ศึกเริ่มต้น พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ โดยบรูโนมั่นใจว่าหากได้ผู้เล่นใหม่เข้ามา ก็จะช่วยสร้างแรงกระตุ้นสำคัญ และทำให้ทีมกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

สำหรับแฟนบอลที่ติดตามฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คาดหวังได้ว่าในฤดูกาลที่จะถึงนี้ ทีม “ผีแดง” จะมีสิ่งที่ดีกว่ารออยู่ ด้วยการผนึกกำลังของนักเตะที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยว และความทุ่มเทของทีมงานสโมสรในการทวงคืนความสำเร็จ

สรุป: ไม่เพียงแค่ในสนาม แต่จากถ้อยคำและท่าทีของบรูโน แฟนๆ ก็ได้รับความหวังและกำลังใจว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมขึ้นสู่เส้นทางที่ยิ่งใหญ่ และจะไม่ยอมให้ตัวเองนิ่งอยู่กับที่ แต่ก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นในการทวงคืนความสำเร็จให้ได้

ที่มา – “บรูโน” ประกาศทวงคืนความสำเร็จ-สะกิดบอร์ดเซ็นนักเตะใหม่อีก

“GLO Cup 2025” ได้อีก 8 ทีมสุดแกร่งตัวแทนภาคใต้ ลุยชิงแชมป์ประเทศไทย

การแข่งขัน “GLO Cup 2025” รอบคัดเลือกภาคใต้

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “GLO Cup 2025” รอบคัดเลือกภาคใต้จัดขึ้นอย่างเข้มข้น โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) และมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการฟุตบอลไทยไม่น้อย หลังจากที่มีการแข่งขันในหลายนัด สุดท้ายได้ 8 ทีมสุดแกร่งจากภาคใต้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

การแข่งขันในรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ผ่านการดวลเดือดทั้งการยิงจุดโทษและการแข่งในเวลาปกติ ซึ่งแต่ละทีมไม่ได้ทิ้งโอกาสให้กันเลย โดยทีมที่ผ่านเข้ารอบประกอบด้วย:

  • โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ
  • Soomboosard Academy
  • Moves Football Academy
  • SRU Academy

รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี แม้แต้มนำโดดเด่นแต่เกมไม่ง่าย

ในรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ทีมจากภาคใต้ต่างงัดฟอร์มยอดเยี่ยมออกมาแข่งขันอย่างเต็มที่ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย กระบี่ ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ด้วยการเอาชนะ โรงเรียนอิสลามพัฒนา ไปถึง 5-1 ในขณะที่ทีมอื่น ๆ เช่น PFA U14 x บอหมัดสปอร์ต หรือโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ มูลนิธิ ก็แสดงทักษะระดับสูงในแมตช์ตัดสิน

สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบมีดังนี้:

  • รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี:
    • โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย กระบี่
    • PFA U14 x บอหมัดสปอร์ต
    • โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ
    • โรงเรียนเทพมิตรศึกษา

ผู้เล่นเยาวชน GLO Star จากภาคใต้

นอกจากทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว การแข่งขัน “GLO Cup 2025” ยังมีโอกาสพิเศษสำหรับเยาวชนผู้ได้รับรางวัล GLO Star ซึ่งจะได้ไปฝึกกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในประเทศญี่ปุ่น สิ่งนี้เป็นโอกาสสำคัญไม่เพียงแค่พัฒนาตนเอง แต่ยังมีส่วนส่งเสริมภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลไทยในเวทีนานาชาติอีกด้วย

นักกีฬาเยาวชนตัวแทนภาคใต้ที่ได้รับรางวัล GLO Star มีดังนี้:

  • รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี: เพชรชระ รัตนพันธ์ (M.DEN MINERS ACADEMY), อิรฟาน ดอเลาะ (โรงเรียนคัมภีร์วิทยา), ปวริส วะหาบ (Moves Football Academy), เตชินท์ รสทิพย์ (Moves Football Academy)
  • รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี: ธราธิป ชายเขียว, จิรเวช อุปลา, ฟาฮัด ลือแมง และตาญดดีน อารอมะ

กิจกรรมนี้ไม่ได้แค่สร้างโอกาสให้กับเยาวชนในแต่ละภูมิภาค แต่ยังเป็นเวทีพัฒนาฟุตบอลระดับประเทศที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในรุ่นอายุไม่เกิน 13–15 ปี ที่แสดงถึงอนาคตที่สดใสของวงการฟุตบอลไทย หากคุณกำลังมองหาการก้าวสู่อาชีพนักกีฬา หรือสนใจพัฒนาฝีเท้าของเด็ก ๆ การเข้าร่วม GLO Cup ถือเป็นเส้นทางที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ติดตามการแข่งขันในภาคอื่นกันต่อ

ในช่วงวันที่ 12–17 สิงหาคม 2568 การแข่งขัน GLO Cup 2025 จะเคลื่อนพลไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเพื่อค้นหาทีมตัวแทนระดับประเทศต่อไป หากคุณยังไม่ได้มีส่วนร่วมในปีนี้ ก็สามารถเริ่มเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลถัดไปได้แล้ว เพราะเวทีนี้คือทางลัดสู่การเติบโตในแวดวงฟุตบอลอย่างแท้จริง

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอย่าง GLO Cup 2025 ให้ทั้งโอกาสและการพัฒนา ไม่ว่าจะสำหรับนักเตะมือสมัครเล่น หรือเยาวชนที่ต้องการพัฒนาเข้าสู่วงการมืออาชีพ ถ้าคุณเห็นแววความสามารถในตัวลูก ๆ หรือมองหาการเติบโตในกีฬาฟุตบอล เวทีนี้น่าจะเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม

ที่มา – “GLO Cup 2025” ได้อีก 8 ทีมสุดแกร่งตัวแทนภาคใต้ ลุยชิงแชมป์ประเทศไทย