ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เทศบาลนครหัวหิน ซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้ รับมือเหตุกราดยิง

เทศบาลนครหัวหิน ซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้ รับมือเหตุกราดยิง

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ โรงเรียนเทศบาลเขาพิทักษ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน ได้เป็นประธานในการเปิดโครงการอบรมและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุสำคัญ เพื่อยกระดับความปลอดภัยภายในสถานศึกษา โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้เรื่อง เทศบาลนครหัวหิน ซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้ รับมือเหตุกราดยิง ให้แก่คณะครูและนักเรียนอย่างทั่วถึง

ในปัจจุบันสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยโดยเฉพาะเหตุการณ์บุคคลคลุ้มคลั่งหรือเหตุกราดยิง (Active Shooter) ถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง การที่ทาง เทศบาลนครหัวหิน ซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้ รับมือเหตุกราดยิง จึงเป็นก้าวย่างสำคัญที่ช่วยสร้างทักษะการเอาตัวรอดขั้นพื้นฐานให้กับเยาวชนและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถตั้งสติและปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องเมื่อต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติที่ไม่คาดฝัน

ทำไมการซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้ ถึงสำคัญต่อโรงเรียน?

การซักซ้อมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหัวหิน ซึ่งเข้ามาให้ความรู้เชิงยุทธวิธี โดยมีหลักการสำคัญที่ทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจ ได้แก่:

  • หนี (Run): หาเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดและออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด
  • ซ่อน (Hide): หากหนีไม่ได้ ให้หาที่กำบังที่แข็งแรง ปิดล็อกประตู และทำให้เงียบที่สุด
  • สู้ (Fight): หากชีวิตตกอยู่ในอันตรายถึงขีดสุด การสู้คือทางเลือกสุดท้ายเพื่อปกป้องตนเอง

ทางด้านนายนพพร วุฒิกุล ได้กล่าวเสริมว่า การดำเนินการ เทศบาลนครหัวหิน ซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้ รับมือเหตุกราดยิง ครั้งนี้ไม่ได้ทำเพียงแค่โรงเรียนเดียว แต่มีแผนที่จะขยายผลให้ครอบคลุมสถานศึกษาทั้ง 7 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีก 2 แห่งในสังกัด เพื่อสร้างเครือข่ายความปลอดภัยที่เข้มแข็งทั่วทั้งเขตเทศบาล

ความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐ คณะครู และนักเรียนในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยซักซ้อมขั้นตอนการทำงาน แต่ยังเป็นการประเมินจุดอ่อนและจุดแข็งของระบบรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ท้ายที่สุด การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะการมีสติและการเตรียมตัวที่ดีย่อมช่วยลดความสูญเสียได้มหาศาล หากสถานศึกษาทุกแห่งให้ความสำคัญกับการซ้อมแผนเผชิญเหตุเช่นนี้ ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและชุมชนได้เป็นอย่างดีว่าบุตรหลานของพวกเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุด

ที่มา – เทศบาลนครหัวหิน ซ้อมแผน หนี ซ่อน สู้! รับมือเหตุกราดยิง เสริมความปลอดภัยในโรงเรียน

อนุทินปลื้มนักธุรกิจออสซี่ มั่นใจเสถียรภาพไทยดันลงทุน 1.4 ล้านล้าน

อนุทินปลื้มนักธุรกิจออสซี่ มั่นใจเสถียรภาพไทยดันลงทุน 1.4 ล้านล้าน

ข่าวใหญ่ในแวดวงเศรษฐกิจเมื่อเร็วๆ นี้ เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปเยือนนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และได้พบปะกับเหล่านักธุรกิจระดับแถวหน้า ซึ่งงานนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญมากสำหรับบ้านเรา เพราะเหล่านักลงทุนต่างชาติเริ่มหันมาโฟกัสประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า อนุทินปลื้มนักธุรกิจออสซี่ มั่นใจเสถียรภาพไทยดันลงทุน 1.4 ล้านล้าน เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติเริ่มผลิดอกออกผลอย่างงดงามครับ

เหตุผลที่ไทยครองใจนักลงทุนต่างชาติ

จากการหารือในงาน Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception นายอนุทินได้ย้ำชัดว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้เหล่านักลงทุนตบเท้าเข้ามาคือ เสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง และระบบโลจิสติกส์ที่เพียบพร้อมของไทย นอกจากนี้ นโยบาย บีโอไอ ฟาสต์ พาส (BOI Fast Pass) ยังกลายเป็นไม้ตายสำคัญที่ช่วยแก้ไขจุดติดขัดทางธุรกิจ ทำให้ทุกอย่างดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น จนไม่มีนักลงทุนรายไหนบ่นเลยว่าติดปัญหาหรือล่าช้า

  • ยอดลงทุนในช่วงครึ่งปีแรกพุ่งสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท
  • ไทยกลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในการขยายฐานการผลิตของบริษัทออสเตรเลีย
  • เทคโนโลยีจากออสเตรเลียช่วยเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานในไทยได้อย่างดี

ความสำเร็จที่เห็นได้ชัดในครั้งนี้ยังรวมไปถึงโอกาสในการส่งออกน้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) ไปยังออสเตรเลียเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเขา และในส่วนของแรงงานไทยที่ไปทำงานในออสเตรเลีย ทางท่านนายกฯ ก็เตรียมเจรจาเพื่อปลดล็อกปัญหาขาดแคลนเชฟในไทยทาวน์ เพื่อให้คนไทยไปทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและได้รับโอกาสที่ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่าการที่ อนุทินปลื้มนักธุรกิจออสซี่ มั่นใจเสถียรภาพไทยดันลงทุน 1.4 ล้านล้าน ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากลว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็น Hub ของการลงทุนที่ยั่งยืน และหากรัฐบาลยังคงเดินหน้าส่งเสริมแบบนี้ต่อไป ผมเชื่อว่าภาพลักษณ์ของประเทศจะสดใสและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้าไปอีกไกลแน่นอนครับ

ที่มา – ‘อนุทิน’ปลื้มนักธุรกิจออสซี่ เชื่อมั่น’เสถียรภาพไทย’ ชู’บีโอไอ ฟาสต์ พาส’ ดันยอดลงทุนพุ่ง’1.4ล้านล้านบาท’

เปิดประวัติ หลิงหลิง คอง สาวสวยขวัญใจแฟนๆ ทั่วโลก

ถ้าพูดถึงนาทีนี้ คงไม่มีใครฮอตไปกว่า หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง อีกแล้วครับ เพราะเธอกลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลก หลังจากที่นิตยสารระดับสากลอย่าง Netizens Choice Magazine ได้ประกาศผลการจัดอันดับรางวัลใหญ่ที่ทำเอาแฟนคลับทั่วโลกต้องกรี๊ดสลบ เพราะเธอสามารถคว้าตำแหน่งอันดับ 1 ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกประจำปี 2026 มาครองได้สำเร็จ แถมยังพ่วงด้วยรางวัลอันดับ 1 นักแสดงหญิงที่สวยที่สุดในประเทศไทยประจำปี 2026 อีกด้วย งานนี้ทำเอาใครหลายคนเริ่มสงสัยว่าสาวสวยคนนี้คือใคร วันนี้เราจะมาเจาะลึก เปิดประวัติ หลิงหลิง คอง สาวสวยขวัญใจแฟนๆ ทั่วโลก คนนี้ให้ทุกคนได้รู้จักกันมากขึ้นครับ

เปิดประวัติ หลิงหลิง คอง สาวสวยขวัญใจแฟนๆ ทั่วโลก

หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 เธอมีเชื้อสายไทย-ฮ่องกง โดยคุณพ่อเป็นชาวฮ่องกงและคุณแม่เป็นชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้เธอเป็นสาวที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว หลิงหลิงเติบโตที่ฮ่องกงจนอายุ 17 ปี ก่อนจะย้ายกลับมาเรียนต่อที่เมืองไทย เธอเป็นสาวเก่งที่พูดได้ถึง 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และจีน ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้เธอมีความโดดเด่นในวงการบันเทิงระดับสากล

เส้นทางสู่ความสำเร็จของ หลิงหลิง คอง

ก่อนจะมาเป็นดาราสาวสุดฮอต เปิดประวัติ หลิงหลิง คอง สาวสวยขวัญใจแฟนๆ ทั่วโลก คนนี้มีจุดเริ่มต้นจากการประกวดนางงามมาก่อนครับ:

  • ปี 2559: คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และขวัญใจช่างภาพ จากเวทีนางงามไหมขอนแก่น
  • ปี 2561: คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากเวทีนางงามเขาสวนกวาง

จากความสำเร็จบนเวทีประกวด ทำให้เธอถูกจับตามองและได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 3 โดยมีผลงานละครเรื่องแรกคือ มักกะลีที่รัก แต่ผลงานที่ทำให้เธอโด่งดังเป็นพลุแตกคือบทบาท ‘คุณหมอฟ้าลดา’ จากซีรีส์ Girl’s Love เรื่อง ‘ใจซ่อนรัก’ ซึ่งแสดงคู่กับ ออม กรณ์นภัส จนกลายเป็นคู่จิ้นที่แฟนๆ ทั่วโลกต่างหลงรัก

หากถามถึงเสน่ห์ของหลิงหลิง คงไม่ใช่แค่ความสวยระดับโลกเท่านั้น แต่เป็นความสามารถและความมุ่งมั่นที่เธอแสดงออกมาให้เห็นในทุกผลงาน ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะครองใจแฟนๆ ได้มากมายขนาดนี้ ใครที่อยากติดตามไลฟ์สไตล์ของสาวสวยคนนี้ ก็สามารถเข้าไปส่องความน่ารักของเธอได้ในโซเชียลมีเดียส่วนตัวเลยครับ แล้วคุณจะตกหลุมรักเธอมากขึ้นแน่นอน

ที่มา – เปิดประวัติ “หลิงหลิง คอง” สาวสุดฮอตขวัญใจแฟนๆทั่วโลกที่นาทีนี้ถูกจับตามองหนักมาก

ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 4.82 จุด จากแรงกดดันความไม่แน่นอนด้านสงครามตะวันออกกลาง

ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 4.82 จุด จากแรงกดดันความไม่แน่นอนด้านสงครามตะวันออกกลาง

วันนี้เรามาอัปเดตสถานการณ์การลงทุนกันหน่อยครับ เชื่อว่านักลงทุนหลายท่านคงกำลังจับตามองภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกันอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 4.82 จุด จากแรงกดดันความไม่แน่นอนด้านสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่เข้ามาสร้างความผันผวนให้กับดัชนีในช่วงระหว่างวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บรรยากาศการลงทุนในวันที่ 18 สิงหาคม 2569 มีความน่าสนใจตั้งแต่ช่วงเปิดตลาดครับ แม้จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่วิ่งรับข่าวราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ดูเหมือนว่าแรงซื้อดังกล่าวจะยังไม่เพียงพอที่จะต้านทานกระแสความกังวลจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังจากข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลง ส่งผลให้บรรยากาศโดยรวมมีความเปราะบางสูง

วิเคราะห์ปัจจัยกระทบ ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 4.82 จุด จากแรงกดดันความไม่แน่นอนด้านสงครามตะวันออกกลาง

เมื่อเราเจาะลึกสถานการณ์ ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 4.82 จุด จากแรงกดดันความไม่แน่นอนด้านสงครามตะวันออกกลาง จะเห็นได้ว่าดัชนีปิดที่ระดับ 1,621.62 จุด ปรับลดลง 0.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ค่อนข้างหนาแน่นกว่า 8.3 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ตลาด mai ปิดลบเล็กน้อยเช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเลือกที่จะระมัดระวังตัวมากขึ้นในการตัดสินใจลงทุนในช่วงเวลานี้ครับ

ทางด้าน บล.เคจีไอ ได้มีการวิเคราะห์ที่น่าสนใจว่า แม้จะมีการปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปี 2569 ไปอยู่ที่ 1,820 จุด แต่การไปถึงเป้านั้นถือว่าเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะกำไรส่วนใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความผันผวนสูงตามวัฏจักร และดูเหมือนว่าช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดของกลุ่มพลังงานอาจจะผ่านพ้นไปแล้วในไตรมาสที่ผ่านมา

สำหรับหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย:

  • ปตท. ปิดที่ 40.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
  • เดลต้า ปิดที่ 270.00 บาท ลดลง 7.00 บาท
  • เอโอที ปิดที่ 66.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
  • ฮานา ปิดที่ 49.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
  • ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 247.00 บาท ลดลง 2.00 บาท

อย่างไรก็ตาม ในความมืดมิดก็ยังมีแสงสว่าง เพราะหากพิจารณาผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ผ่านมา จะพบว่าหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง และธนาคารพาณิชย์ ยังทำผลงานได้ค่อนข้างโดดเด่น ในขณะที่กลุ่มท่องเที่ยวและสื่อยังทรงตัวอยู่ในระดับกลางๆ การเลือกหุ้นรายตัว (Stock Selection) จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุนในภาวะที่ตลาดถูกกดดันจากปัจจัยภายนอกเช่นนี้ครับ

บทเรียนสำคัญในครั้งนี้ย้ำเตือนให้เราเห็นว่า การกระจายความเสี่ยงและการไม่ประมาทในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศคือหัวใจสำคัญของการรักษาพอร์ตลงทุนให้ยั่งยืนครับ

ที่มา – ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 4.82 จุด จากแรงกดดันความไม่แน่นอนด้านสงครามตะวันออกกลาง

เปิดคำพิพากษาประหารชีวิต 6 คดีช็อกเมืองไทย ติดคุกกี่ปี?

เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามเมื่ออ่านข่าวอาชญากรรมว่า เปิดคำพิพากษาประหารชีวิต 6 คดีช็อกเมืองไทย กับชีวิตจริงในเรือนจำ… ติดคุกกี่ปีกันแน่? เพราะในความเป็นจริง แม้ศาลจะสั่งประหารชีวิตหรือจำคุกหลายร้อยปี แต่ตัวเลขการติดคุกจริงมักต่ำกว่าที่สังคมคาดคิด วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกลไกกฎหมายและการลดหย่อนโทษกันครับ

เปิดคำพิพากษาประหารชีวิต 6 คดีช็อกเมืองไทย กับชีวิตจริงในเรือนจำ… ติดคุกกี่ปีกันแน่?

กระบวนการยุติธรรมของไทยมีรายละเอียดที่ซับซ้อน ทั้งเรื่องการรับสารภาพ การพระราชทานอภัยโทษ และเกณฑ์กรมราชทัณฑ์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาที่ผู้กระทำความผิดต้องอยู่ในเรือนจำจริง มาดูตัวอย่างคดีดังในอดีตกันครับ

บทสรุปคดีประวัติศาสตร์กับความจริงในเรือนจำ

  • แม่ชม้อย: คดีแชร์น้ำมันที่โด่งดัง ศาลตัดสินจำคุกกว่า 154,005 ปี แต่ติดจริงเพียง 7 ปี 11 เดือน
  • ชะลอ เกิดเทศ: จากโทษประหารชีวิตในคดีอุ้มฆ่าฯ เหลือจำคุกจริง 19 ปี
  • ฆ่าหั่นศพนักศึกษาแพทย์: เปลี่ยนจากโทษประหารเป็นจำคุกจริง 13 ปี 9 เดือน
  • นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ: คดีฆาตกรรม พญ.ผัสพร รับโทษจริง 10 ปี 7 เดือน
  • สมคิด พุ่มพวง: แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ เมืองไทย ติดคุก 14 ปี ก่อนพ้นโทษและกลับมาก่อเหตุซ้ำ
  • ราชายาเสพติด: ได้รับการลดโทษจนติดคุกจริงเพียง 8 ปี

หลายคนคงมองว่าการ เปิดคำพิพากษาประหารชีวิต 6 คดีช็อกเมืองไทย กับชีวิตจริงในเรือนจำ… ติดคุกกี่ปีกันแน่? เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการทำงานของกฎหมายไทยที่เน้นการให้โอกาสผู้กระทำความผิดกลับตัว แต่ในอีกมุมหนึ่ง สังคมก็ยังตั้งคำถามว่าระยะเวลาที่ได้รับชดใช้เหมาะสมกับความผิดที่ก่อขึ้นหรือไม่ การวิเคราะห์ เปิดคำพิพากษาประหารชีวิต 6 คดีช็อกเมืองไทย กับชีวิตจริงในเรือนจำ… ติดคุกกี่ปีกันแน่? จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือบทเรียนที่สังคมควรช่วยกันหาคำตอบว่า ความยุติธรรมที่แท้จริงคืออะไรกันแน่

ที่มา – เปิดคำพิพากษาประหารชีวิต 6 คดีช็อกเมืองไทย กับชีวิตจริงในเรือนจำ… ติดคุกกี่ปีกันแน่?

พบตลับเกม Nintendo ถูกลืม 30 ปี ราคาหลายล้าน

เชื่อหรือไม่ว่าของสะสมที่เราคิดว่าเป็นแค่ขยะในบ้าน อาจกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่มีมูลค่ามหาศาล! ข่าวใหญ่ในวงการเกมทั่วโลกตอนนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของการพบตลับเกม Nintendo ถูกลืม 30 ปี ราคาหลายล้าน ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ทำให้นักสะสมเกมคลาสสิกต้องตาโตไปตามๆ กัน

พบตลับเกม Nintendo ถูกลืม 30 ปี ราคาหลายล้าน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีการค้นพบตลับเกม Nintendo Entertainment System (NES) ในสภาพมือหนึ่งดั้งเดิมจำนวน 97 ตลับ ถูกทิ้งไว้ในโกดังสินค้าที่รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา มานานกว่า 3 ทศวรรษ เรื่องราวดูเหมือนนิยายเพราะเจ้าของเดิมตั้งใจจะนำตลับเกมเหล่านี้ไปทิ้งเป็นเศษขยะ แต่โชคดีที่มันไปอยู่ในมือของ เควิน บราวน์ เจ้าของร้าน One Stop Wonders ที่เก็บรักษาเอาไว้จนกระทั่งได้ เจสัน กาโนส ผู้เชี่ยวชาญด้านเกมมาช่วยตรวจสอบความพิเศษของมัน

ทำไมตลับเกมชุดนี้ถึงมีค่ามหาศาล?

ความพิเศษของการพบตลับเกม Nintendo ถูกลืม 30 ปี ราคาหลายล้าน ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความเก่าแก่ แต่เป็นเรื่องของ “สภาพ” ที่สมบูรณ์แบบจนน่าเหลือเชื่อ โดยสถาบัน PSA ได้ให้คะแนนสูงถึง 10 คะแนนเต็มเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งปกติแล้วเป็นเรื่องยากมากสำหรับเกมในยุคนี้

  • เป็นตลับเกมรุ่นผลิตพิเศษสำหรับเปลี่ยนสินค้าตามการรับประกัน ไม่ได้วางขายทั่วไป
  • สภาพพลาสติกและกล่องยังคงความใหม่ 100% เหมือนเพิ่งผลิตจากญี่ปุ่นเมื่อปี 1995
  • มีการประเมินเกรดจากสถาบันระดับโลกอย่าง PSA ถึง 5 ตลับที่ได้รับ 10 คะแนนเต็ม

ความหายากและสภาพที่กริบขนาดนี้ ทำให้เมื่อมีการเปิดประมูลออนไลน์ ผู้คนต่างจับตามองว่ายอดรวมของการประมูลจะพุ่งสูงไปได้ไกลแค่ไหน ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างฟันธงว่ามูลค่ารวมอาจทะลุหลักล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างแน่นอน นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเกินคาดสำหรับคนที่เก็บรักษาของชิ้นนี้ไว้ตั้งแต่อดีต

เรื่องราวของการพบตลับเกม Nintendo ถูกลืม 30 ปี ราคาหลายล้าน ครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า ของเก่าในบ้านอาจไม่ใช่สิ่งของไร้ค่าเสมอไป หากคุณมีของสะสมเก่าๆ อย่าเพิ่งรีบทิ้ง ลองนำมาตรวจสอบดูอีกที บางทีโชคชะตาอาจทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีคนต่อไปก็ได้ครับ!

ที่มา – พบตลับเกม Nintendo ถูกลืม 30 ปี ราคาหลายล้าน

อองฟองต์ (ENFANT) โตสวนกระแสอัตราเกิดต่ำ รุกตลาดพรีเมียม

อองฟองต์ (ENFANT) โตสวนกระแสอัตราเกิดต่ำ รุกตลาดพรีเมียม ขยายพอร์ตดูแลทุกช่วงวัย

ในยุคที่ตัวเลขเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่องจนทำสถิติต่ำสุดในรอบ 75 ปี หลายคนอาจตั้งคำถามว่าแบรนด์แม่และเด็กจะอยู่รอดอย่างไร? แต่ล่าสุด อองฟองต์ (ENFANT) แบรนด์ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 40 ปี ภายใต้การดูแลของบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการปรับตัวและกลยุทธ์ที่เฉียบคมสามารถสร้างการเติบโตได้ แม้ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยแบรนด์สามารถทำผลงานครึ่งปีแรก 2569 เติบโตขึ้นถึง 7% และตั้งเป้าการเติบโตตลอดปีนี้ไว้ที่ 12% ภายใต้คอนเซปต์ “Grow Together, Beautifully”

กลยุทธ์ Premiumization เจาะใจครอบครัวยุคใหม่

ความสำเร็จของ อองฟองต์ (ENFANT) ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยคุณพิรตา ติรัญญพัตร ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์อองฟองต์เผยว่า ครอบครัวยุคใหม่มีแนวโน้มเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงขึ้น หรือที่เรียกว่าเทรนด์ Premiumization แบรนด์จึงขยายพอร์ตจากเดิมที่เป็นเพียงผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก ไปสู่การเป็นแบรนด์ออร์แกนิกที่ดูแลทุกคนในครอบครัว (Organic Baby & Family Care) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาผิวบอบบางแพ้ง่ายด้วย

ทำไมอองฟองต์ถึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของคุณแม่? นี่คือเหตุผลสำคัญ:

  • นวัตกรรม Biohydrated LOC™: เทคโนโลยีจากญี่ปุ่นที่ช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมงในผลิตภัณฑ์โลชั่นยอดฮิต
  • มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง: ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองและคว้ารางวัล Mommy’s Choice ประจำปี 2025
  • การขยายกลุ่มเป้าหมาย: การเปิดตัวสินค้าใหม่ เช่น ครีมอาบน้ำสูตร HYA และ Collagen ที่เหมาะสำหรับเด็ก 3 ขวบขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว

ด้วยการเดินหน้าขยายไลน์ผลิตภัณฑ์และยกระดับสู่แบรนด์ออร์แกนิกที่ดูแลสุขภาพผิวของทุกคนในบ้านอย่างแท้จริง ทำให้ อองฟองต์ (ENFANT) โตสวนกระแสอัตราเกิดต่ำ รุกตลาดพรีเมียม ได้อย่างน่าจับตามอง ถือเป็นกรณีศึกษาที่ดีมากสำหรับแบรนด์ที่ต้องการปรับตัวให้เข้ากับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป โดยการเปลี่ยนจากข้อจำกัดด้านตัวเลขมาเป็นการเพิ่มความพึงพอใจและคุณค่าให้กับกลุ่มผู้บริโภคในทุกช่วงวัย

หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและปลอดภัยสำหรับคนที่คุณรัก สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ ได้ที่ Facebook และ LINE OA: @enfantmomclub หรือพบกับสินค้าคุณภาพได้ที่เคาน์เตอร์อองฟองต์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป อย่าลืมว่าการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ผิวพรรณ คือการเริ่มต้นดูแลความสุขของทุกคนในครอบครัวให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างงดงาม

ที่มา – อองฟองต์ (ENFANT) โตสวนกระแสอัตราเกิดต่ำ รุกตลาดพรีเมียม ขยายพอร์ตดูแลทุกช่วงวัย

ศาลปากีสถานสั่งย้ายตัวอดีตผู้นำ อิมราน ข่าน ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ศาลปากีสถานสั่งย้ายตัวอดีตผู้นำ อิมราน ข่าน ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

กลายเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับสถานการณ์ล่าสุดในปากีสถาน เมื่อศาลปากีสถานสั่งย้ายตัวอดีตผู้นำ อิมราน ข่าน ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับภาวะสุขภาพที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ถูกจองจำในเรือนจำมาตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา จากคดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งในปี 2565

รายละเอียดการย้ายตัวอดีตผู้นำ อิมราน ข่าน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทีมทนายความรวมถึงครอบครัวของอิมราน ข่าน ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสุขภาพของเขา โดยเฉพาะอาการดวงตาที่เริ่มมองเห็นไม่ชัดเจนจนกระทบต่อการใช้ชีวิตในเรือนจำ ล่าสุดมีการยืนยันว่าศาลได้มีคำสั่งให้ย้ายตัวเขาไปยังโรงพยาบาลชิฟา อินเตอร์เนชันแนล ภายในกรอบเวลา 48 ชั่วโมง เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วนจนถึงวันที่ 16 กันยายนนี้

  • อิมราน ข่าน วัย 73 ปี ถูกจำคุกตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 2566
  • ทนายความรายงานว่าข่านประสบปัญหาการมองเห็นในดวงตาข้างขวา
  • โฆษกพรรคเตห์รีค-อี-อินซาฟแสดงความยินดีที่ศาลให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้ถูกคุมขัง
  • ข่านต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนกว่าคณะแพทย์จะมีความเห็นว่าอาการดีขึ้น

ทางด้านโฆษกของพรรคเตห์รีค-อี-อินซาฟ ได้ออกมากล่าวแสดงความยินดีกับคำสั่งของศาล โดยหวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเจ็บป่วยของอดีตผู้นำรายนี้ได้ทันท่วงที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว ซึ่งนี่ถือเป็นก้าวสำคัญในเชิงมนุษยธรรมที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างมากจากเหล่าผู้สนับสนุน

ไม่ว่าในทางการเมือง อิมราน ข่าน จะมีประเด็นอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ในแง่ของสิทธิมนุษยชนและการดูแลสุขภาพของผู้ถูกคุมขัง การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ถือเป็นสิ่งที่พึงมี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสุขภาพของเขาจะไม่เสื่อมถอยไปมากกว่านี้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าหลังจากวันที่ 16 กันยายน อาการของเขาจะดีขึ้นเพียงใด และทิศทางทางการเมืองของปากีสถานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังจากนี้

ที่มา – ศาลปากีสถานสั่งย้ายตัวอดีตผู้นำ “อิมราน ข่าน” จากเรือนจำ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

เหตุร้ายจบไว แต่แผลใจอยู่ยาว! จิตแพทย์เปิด 9 หลัก ‘ป้องกัน-รับมือ-เยียวยา’

เชื่อไหมครับว่าไม่ใช่ทุกบาดแผลจะมีเลือด และไม่ใช่ทุกคนที่รอดชีวิตจะรู้สึกว่าตนเองปลอดภัยแล้ว เหตุรุนแรงอาจจบลงในเวลาไม่กี่นาที แต่สำหรับผู้ประสบเหตุหรือผู้เห็นเหตุการณ์ ความกลัวอาจยังคงฝังลึกอยู่ในใจนานหลายปี วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่อง เหตุร้ายจบไว แต่แผลใจอยู่ยาว! จิตแพทย์เปิด 9 หลัก ‘ป้องกัน-รับมือ-เยียวยา’ เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันและดูแลจิตใจของตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องครับ

เหตุร้ายจบไว แต่แผลใจอยู่ยาว! จิตแพทย์เปิด 9 หลัก ‘ป้องกัน-รับมือ-เยียวยา’

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ จิตแพทย์โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า เราไม่ควรปล่อยให้ความสูญเสียเป็นเพียงแค่ข่าว แต่ควรใช้เป็นบทเรียนในการป้องกันและรับมือ การฟื้นฟูจิตใจเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะแม้ร่างกายจะปลอดภัย แต่สมองอาจยังคงจดจำภัยคุกคามนั้นไว้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่

เข้าใจและสังเกตอาการ PTSD จากเหตุร้ายจบไว แต่แผลใจอยู่ยาว! จิตแพทย์เปิด 9 หลัก ‘ป้องกัน-รับมือ-เยียวยา’

อาการที่น่ากังวลที่สุดอย่างหนึ่งคือ PTSD หรือโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ซึ่งมักมีสัญญาณเตือนดังนี้:

  • ภาพเหตุการณ์ย้อนกลับ: ฝันร้ายหรือหวนนึกถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ
  • การหลีกเลี่ยง: พยายามเลี่ยงสถานที่หรือบุคคลที่ทำให้คิดถึงเหตุการณ์นั้น
  • อารมณ์เปลี่ยนไป: รู้สึกผิด สิ้นหวัง ชาไร้ความรู้สึก หรือแยกตัวจากสังคม
  • อาการทางกาย: สะดุ้งง่าย ระแวง หงุดหงิด หรือนอนไม่หลับอย่างรุนแรง

หากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการเหล่านี้เกินกว่าช่วงเวลาปกติ การรีบปรึกษาจิตแพทย์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ เพราะการได้รับการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้บาดแผลในใจค่อยๆ จางหายไปได้

สำหรับการดูแลตนเองเบื้องต้นในระหว่างการเยียวยา คุณควรเริ่มจาก:

  1. กลับไปสู่พื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ
  2. รักษากิจวัตรการนอนและการกินให้เป็นปกติ
  3. ฝึกหายใจช้าๆ เพื่อดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
  4. ใช้เวลาอยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเล่าเหตุการณ์หากยังไม่พร้อม
  5. เลี่ยงแอลกอฮอล์หรือสารกระตุ้นที่ส่งผลต่ออารมณ์

สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การมองว่าความอ่อนแอเป็นเรื่องผิด แต่คือการยอมรับว่าเราต้องการความช่วยเหลือครับ เพราะการมีจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญร่วมดูแล จะทำให้กระบวนการฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใครที่กำลังเผชิญกับเรื่องนี้อยู่ อย่าลืมว่าคุณไม่ได้สู้เพียงลำพังนะครับ การก้าวข้ามผ่านเหตุการณ์เหล่านี้ไปได้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง จะทำให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแกร่งและมีความสุขได้อีกครั้งครับ

ที่มา – เหตุร้ายจบไว แต่แผลใจอยู่ยาว! จิตแพทย์เปิด 9 หลัก ‘ป้องกัน-รับมือ-เยียวยา

ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม

ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม

ในช่วงที่ผ่านมา วงการสินเชื่อดิจิทัลในประเทศไทยต้องจับตามองกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อธนาคารคลิกซ์ (CLICX) ต้องเผชิญกับปัญหาการถูกจงใจเบี้ยวหนี้จากกลุ่มผู้กู้บางราย ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เข้ามาติดตามอย่างใกล้ชิดและมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคือ ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม เพื่อให้สถาบันการเงินแห่งอื่นๆ นำไปปรับใช้ในการพัฒนาระบบการประเมินความเสี่ยงให้ดียิ่งขึ้น

ทำไมต้องปรับตัวเมื่อเจอกลุ่มบิดหนี้?

การปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (Digital P-Loan) ถือเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะวงเงินขนาดเล็กประมาณ 2 หมื่นบาทต่อราย ที่ไม่ต้องใช้หลักฐานรายได้แบบเดิม แต่หันมาใช้ ‘ข้อมูลทางเลือก’ (Alternative Data) แทน ซึ่งในระยะเริ่มต้นของการเปิดให้บริการ ธนาคารอาจจะยังไม่มีข้อมูลประวัติพฤติกรรมลูกค้าที่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดช่องว่างที่ผู้กู้บางรายฉวยโอกาสไม่ชำระหนี้

นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธปท. ได้เน้นย้ำว่า การใช้ข้อมูลทางเลือกนั้นมีความท้าทายสูง ดังนั้นการที่ ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ แต่เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Learning by Doing) เพื่อนำไปสู่การปรับโมเดลการประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำขึ้นในอนาคต

  • การใช้ข้อมูลทางเลือกต้องรอบคอบกว่าเดิม
  • การตรวจสอบพฤติกรรมการชำระเงินในแพลตฟอร์มต่างๆ มีความสำคัญมาก
  • ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา NCB เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ Data ที่หลากหลายในการคัดกรอง

สำหรับการก้าวต่อไปของภาคธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ เวอร์ชวลแบงก์ (Virtual Bank) ทาง ธปท. ยังคงเดินหน้าตามแผนเดิม โดยเน้นย้ำว่าทุกแห่งที่เปิดให้บริการต้องมีมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดและตรวจสอบได้ การที่ ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่าธปท.ให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลควบคู่ไปกับเสถียรภาพของระบบการเงินไทย

ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลต้องทำการบ้านหนักขึ้น การใช้เพียงข้อมูลทางเลือกอาจไม่เพียงพอหากขาดระบบ AI ที่ฉลาดในการจับสัญญาณความเสี่ยงของผู้กู้ และผู้กู้เองก็ควรตระหนักว่าการสร้างประวัติการเงินที่ดีคือหัวใจสำคัญในการเข้าถึงบริการทางการเงินในอนาคต

ที่มา – ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม