ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

อองฟองต์ (ENFANT) โตสวนกระแสอัตราเกิดต่ำ รุกตลาดพรีเมียม

อองฟองต์ (ENFANT) โตสวนกระแสอัตราเกิดต่ำ รุกตลาดพรีเมียม ขยายพอร์ตดูแลทุกช่วงวัย

ในยุคที่ตัวเลขเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่องจนทำสถิติต่ำสุดในรอบ 75 ปี หลายคนอาจตั้งคำถามว่าแบรนด์แม่และเด็กจะอยู่รอดอย่างไร? แต่ล่าสุด อองฟองต์ (ENFANT) แบรนด์ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 40 ปี ภายใต้การดูแลของบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการปรับตัวและกลยุทธ์ที่เฉียบคมสามารถสร้างการเติบโตได้ แม้ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยแบรนด์สามารถทำผลงานครึ่งปีแรก 2569 เติบโตขึ้นถึง 7% และตั้งเป้าการเติบโตตลอดปีนี้ไว้ที่ 12% ภายใต้คอนเซปต์ “Grow Together, Beautifully”

กลยุทธ์ Premiumization เจาะใจครอบครัวยุคใหม่

ความสำเร็จของ อองฟองต์ (ENFANT) ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยคุณพิรตา ติรัญญพัตร ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์อองฟองต์เผยว่า ครอบครัวยุคใหม่มีแนวโน้มเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงขึ้น หรือที่เรียกว่าเทรนด์ Premiumization แบรนด์จึงขยายพอร์ตจากเดิมที่เป็นเพียงผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก ไปสู่การเป็นแบรนด์ออร์แกนิกที่ดูแลทุกคนในครอบครัว (Organic Baby & Family Care) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาผิวบอบบางแพ้ง่ายด้วย

ทำไมอองฟองต์ถึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของคุณแม่? นี่คือเหตุผลสำคัญ:

  • นวัตกรรม Biohydrated LOC™: เทคโนโลยีจากญี่ปุ่นที่ช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้ผิวได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมงในผลิตภัณฑ์โลชั่นยอดฮิต
  • มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง: ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่ผ่านการรับรองและคว้ารางวัล Mommy’s Choice ประจำปี 2025
  • การขยายกลุ่มเป้าหมาย: การเปิดตัวสินค้าใหม่ เช่น ครีมอาบน้ำสูตร HYA และ Collagen ที่เหมาะสำหรับเด็ก 3 ขวบขึ้นไปและทุกคนในครอบครัว

ด้วยการเดินหน้าขยายไลน์ผลิตภัณฑ์และยกระดับสู่แบรนด์ออร์แกนิกที่ดูแลสุขภาพผิวของทุกคนในบ้านอย่างแท้จริง ทำให้ อองฟองต์ (ENFANT) โตสวนกระแสอัตราเกิดต่ำ รุกตลาดพรีเมียม ได้อย่างน่าจับตามอง ถือเป็นกรณีศึกษาที่ดีมากสำหรับแบรนด์ที่ต้องการปรับตัวให้เข้ากับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป โดยการเปลี่ยนจากข้อจำกัดด้านตัวเลขมาเป็นการเพิ่มความพึงพอใจและคุณค่าให้กับกลุ่มผู้บริโภคในทุกช่วงวัย

หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและปลอดภัยสำหรับคนที่คุณรัก สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ ได้ที่ Facebook และ LINE OA: @enfantmomclub หรือพบกับสินค้าคุณภาพได้ที่เคาน์เตอร์อองฟองต์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป อย่าลืมว่าการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ผิวพรรณ คือการเริ่มต้นดูแลความสุขของทุกคนในครอบครัวให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างงดงาม

ที่มา – อองฟองต์ (ENFANT) โตสวนกระแสอัตราเกิดต่ำ รุกตลาดพรีเมียม ขยายพอร์ตดูแลทุกช่วงวัย

ศาลปากีสถานสั่งย้ายตัวอดีตผู้นำ อิมราน ข่าน ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ศาลปากีสถานสั่งย้ายตัวอดีตผู้นำ อิมราน ข่าน ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

กลายเป็นประเด็นที่คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับสถานการณ์ล่าสุดในปากีสถาน เมื่อศาลปากีสถานสั่งย้ายตัวอดีตผู้นำ อิมราน ข่าน ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับภาวะสุขภาพที่ย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ถูกจองจำในเรือนจำมาตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา จากคดีความต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากการถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งในปี 2565

รายละเอียดการย้ายตัวอดีตผู้นำ อิมราน ข่าน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทีมทนายความรวมถึงครอบครัวของอิมราน ข่าน ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสุขภาพของเขา โดยเฉพาะอาการดวงตาที่เริ่มมองเห็นไม่ชัดเจนจนกระทบต่อการใช้ชีวิตในเรือนจำ ล่าสุดมีการยืนยันว่าศาลได้มีคำสั่งให้ย้ายตัวเขาไปยังโรงพยาบาลชิฟา อินเตอร์เนชันแนล ภายในกรอบเวลา 48 ชั่วโมง เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วนจนถึงวันที่ 16 กันยายนนี้

  • อิมราน ข่าน วัย 73 ปี ถูกจำคุกตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. 2566
  • ทนายความรายงานว่าข่านประสบปัญหาการมองเห็นในดวงตาข้างขวา
  • โฆษกพรรคเตห์รีค-อี-อินซาฟแสดงความยินดีที่ศาลให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้ถูกคุมขัง
  • ข่านต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนกว่าคณะแพทย์จะมีความเห็นว่าอาการดีขึ้น

ทางด้านโฆษกของพรรคเตห์รีค-อี-อินซาฟ ได้ออกมากล่าวแสดงความยินดีกับคำสั่งของศาล โดยหวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเจ็บป่วยของอดีตผู้นำรายนี้ได้ทันท่วงที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว ซึ่งนี่ถือเป็นก้าวสำคัญในเชิงมนุษยธรรมที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างมากจากเหล่าผู้สนับสนุน

ไม่ว่าในทางการเมือง อิมราน ข่าน จะมีประเด็นอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ในแง่ของสิทธิมนุษยชนและการดูแลสุขภาพของผู้ถูกคุมขัง การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ถือเป็นสิ่งที่พึงมี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสุขภาพของเขาจะไม่เสื่อมถอยไปมากกว่านี้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าหลังจากวันที่ 16 กันยายน อาการของเขาจะดีขึ้นเพียงใด และทิศทางทางการเมืองของปากีสถานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังจากนี้

ที่มา – ศาลปากีสถานสั่งย้ายตัวอดีตผู้นำ “อิมราน ข่าน” จากเรือนจำ ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

เหตุร้ายจบไว แต่แผลใจอยู่ยาว! จิตแพทย์เปิด 9 หลัก ‘ป้องกัน-รับมือ-เยียวยา’

เชื่อไหมครับว่าไม่ใช่ทุกบาดแผลจะมีเลือด และไม่ใช่ทุกคนที่รอดชีวิตจะรู้สึกว่าตนเองปลอดภัยแล้ว เหตุรุนแรงอาจจบลงในเวลาไม่กี่นาที แต่สำหรับผู้ประสบเหตุหรือผู้เห็นเหตุการณ์ ความกลัวอาจยังคงฝังลึกอยู่ในใจนานหลายปี วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่อง เหตุร้ายจบไว แต่แผลใจอยู่ยาว! จิตแพทย์เปิด 9 หลัก ‘ป้องกัน-รับมือ-เยียวยา’ เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันและดูแลจิตใจของตนเองและคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องครับ

เหตุร้ายจบไว แต่แผลใจอยู่ยาว! จิตแพทย์เปิด 9 หลัก ‘ป้องกัน-รับมือ-เยียวยา’

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ จิตแพทย์โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า เราไม่ควรปล่อยให้ความสูญเสียเป็นเพียงแค่ข่าว แต่ควรใช้เป็นบทเรียนในการป้องกันและรับมือ การฟื้นฟูจิตใจเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะแม้ร่างกายจะปลอดภัย แต่สมองอาจยังคงจดจำภัยคุกคามนั้นไว้เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่

เข้าใจและสังเกตอาการ PTSD จากเหตุร้ายจบไว แต่แผลใจอยู่ยาว! จิตแพทย์เปิด 9 หลัก ‘ป้องกัน-รับมือ-เยียวยา’

อาการที่น่ากังวลที่สุดอย่างหนึ่งคือ PTSD หรือโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ซึ่งมักมีสัญญาณเตือนดังนี้:

  • ภาพเหตุการณ์ย้อนกลับ: ฝันร้ายหรือหวนนึกถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ
  • การหลีกเลี่ยง: พยายามเลี่ยงสถานที่หรือบุคคลที่ทำให้คิดถึงเหตุการณ์นั้น
  • อารมณ์เปลี่ยนไป: รู้สึกผิด สิ้นหวัง ชาไร้ความรู้สึก หรือแยกตัวจากสังคม
  • อาการทางกาย: สะดุ้งง่าย ระแวง หงุดหงิด หรือนอนไม่หลับอย่างรุนแรง

หากคุณหรือคนรอบข้างมีอาการเหล่านี้เกินกว่าช่วงเวลาปกติ การรีบปรึกษาจิตแพทย์เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ เพราะการได้รับการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้บาดแผลในใจค่อยๆ จางหายไปได้

สำหรับการดูแลตนเองเบื้องต้นในระหว่างการเยียวยา คุณควรเริ่มจาก:

  1. กลับไปสู่พื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ
  2. รักษากิจวัตรการนอนและการกินให้เป็นปกติ
  3. ฝึกหายใจช้าๆ เพื่อดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
  4. ใช้เวลาอยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเล่าเหตุการณ์หากยังไม่พร้อม
  5. เลี่ยงแอลกอฮอล์หรือสารกระตุ้นที่ส่งผลต่ออารมณ์

สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การมองว่าความอ่อนแอเป็นเรื่องผิด แต่คือการยอมรับว่าเราต้องการความช่วยเหลือครับ เพราะการมีจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญร่วมดูแล จะทำให้กระบวนการฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใครที่กำลังเผชิญกับเรื่องนี้อยู่ อย่าลืมว่าคุณไม่ได้สู้เพียงลำพังนะครับ การก้าวข้ามผ่านเหตุการณ์เหล่านี้ไปได้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง จะทำให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแกร่งและมีความสุขได้อีกครั้งครับ

ที่มา – เหตุร้ายจบไว แต่แผลใจอยู่ยาว! จิตแพทย์เปิด 9 หลัก ‘ป้องกัน-รับมือ-เยียวยา

ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม

ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม

ในช่วงที่ผ่านมา วงการสินเชื่อดิจิทัลในประเทศไทยต้องจับตามองกรณีศึกษาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อธนาคารคลิกซ์ (CLICX) ต้องเผชิญกับปัญหาการถูกจงใจเบี้ยวหนี้จากกลุ่มผู้กู้บางราย ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เข้ามาติดตามอย่างใกล้ชิดและมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคือ ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม เพื่อให้สถาบันการเงินแห่งอื่นๆ นำไปปรับใช้ในการพัฒนาระบบการประเมินความเสี่ยงให้ดียิ่งขึ้น

ทำไมต้องปรับตัวเมื่อเจอกลุ่มบิดหนี้?

การปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล (Digital P-Loan) ถือเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะวงเงินขนาดเล็กประมาณ 2 หมื่นบาทต่อราย ที่ไม่ต้องใช้หลักฐานรายได้แบบเดิม แต่หันมาใช้ ‘ข้อมูลทางเลือก’ (Alternative Data) แทน ซึ่งในระยะเริ่มต้นของการเปิดให้บริการ ธนาคารอาจจะยังไม่มีข้อมูลประวัติพฤติกรรมลูกค้าที่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดช่องว่างที่ผู้กู้บางรายฉวยโอกาสไม่ชำระหนี้

นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธปท. ได้เน้นย้ำว่า การใช้ข้อมูลทางเลือกนั้นมีความท้าทายสูง ดังนั้นการที่ ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจ แต่เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Learning by Doing) เพื่อนำไปสู่การปรับโมเดลการประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำขึ้นในอนาคต

  • การใช้ข้อมูลทางเลือกต้องรอบคอบกว่าเดิม
  • การตรวจสอบพฤติกรรมการชำระเงินในแพลตฟอร์มต่างๆ มีความสำคัญมาก
  • ไม่จำเป็นต้องพึ่งพา NCB เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ Data ที่หลากหลายในการคัดกรอง

สำหรับการก้าวต่อไปของภาคธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ เวอร์ชวลแบงก์ (Virtual Bank) ทาง ธปท. ยังคงเดินหน้าตามแผนเดิม โดยเน้นย้ำว่าทุกแห่งที่เปิดให้บริการต้องมีมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดและตรวจสอบได้ การที่ ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่าธปท.ให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลควบคู่ไปกับเสถียรภาพของระบบการเงินไทย

ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลต้องทำการบ้านหนักขึ้น การใช้เพียงข้อมูลทางเลือกอาจไม่เพียงพอหากขาดระบบ AI ที่ฉลาดในการจับสัญญาณความเสี่ยงของผู้กู้ และผู้กู้เองก็ควรตระหนักว่าการสร้างประวัติการเงินที่ดีคือหัวใจสำคัญในการเข้าถึงบริการทางการเงินในอนาคต

ที่มา – ธปท.มอง CLICX เจอสายบิดหนี้ เป็นบทเรียนปรับมาตรฐานปล่อยสินเชื่อให้รัดกุม

จีนจัดพิธีศพ “จู หรงจี” อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางมาตรการคุมเข้ม

จีนจัดพิธีศพ “จู หรงจี” อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางมาตรการคุมเข้ม

วงการการเมืองจีนต้องสูญเสียบุคคลสำคัญอีกครั้ง เมื่อมีการรายงานข่าวว่า จีนจัดพิธีศพ “จู หรงจี” อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางมาตรการคุมเข้ม อย่างเข้มงวด โดยท่านถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ในวัย 97 ปี พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเป็นการภายในท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรอบบริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมินและเรือนรับรองจงหนานไห่ ซึ่งถือเป็นพื้นที่สำคัญของกรุงปักกิ่ง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยมีเหล่าผู้นำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง แม้จะเป็นพิธีที่จัดขึ้นอย่างเป็นส่วนตัว แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของอดีตผู้นำท่านนี้ต่อประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

บทบาทสำคัญและการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน

ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีระหว่างปี 2534-2546 จู หรงจี ได้รับการขนานนามว่าเป็นสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ ท่านคือผู้ผลักดันมาตรการสำคัญหลายประการ ได้แก่:

  • การควบคุมปัญหาเงินเฟ้อให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • การปรับปรุงโครงสร้างระบบภาษีและธนาคารของประเทศ
  • การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  • การผลักดันให้จีนก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ในปี 2544

แม้ผลงานเหล่านี้จะช่วยให้จีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดและเปิดประเทศสู่เศรษฐกิจโลกได้สำเร็จ แต่การปฏิรูปบางอย่างก็มาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย โดยเฉพาะการเลิกจ้างแรงงานหลายล้านคนในรัฐวิสาหกิจ ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งในแง่ของความชื่นชมในวิสัยทัศน์และความรู้สึกสูญเสียของแรงงานที่ได้รับผลกระทบ

ในมุมมองของชาวจีน หลายคนยังคงจดจำท่านในฐานะผู้นำที่ตรงไปตรงมาและยึดมั่นในอุดมการณ์ การที่ จีนจัดพิธีศพ “จู หรงจี” อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางมาตรการคุมเข้ม ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการไว้อาลัยให้กับบุคคล แต่เป็นการปิดฉากหน้าประวัติศาสตร์ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของจีนอีกด้วย ความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยแสดงให้เห็นถึงความกังวลของทางการต่อการรวมตัวของมวลชน แม้ว่าเหตุการณ์จะล่วงเลยมาจนถึงยุคปัจจุบันแล้วก็ตาม สุดท้ายนี้ มรดกทางเศรษฐกิจของท่านจะยังคงเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับนักวิเคราะห์และผู้คนรุ่นหลังที่สนใจในทิศทางการเติบโตของยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียต่อไป

ที่มา – จีนจัดพิธีศพ “จู หรงจี” อดีตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางมาตรการคุมเข้ม

วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมาเมืองระยอง

เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า “ชันโรง” แต่สำหรับชาวบ้านที่ ต.ทับมา จ.ระยอง แล้ว นี่คือแมลงเศรษฐกิจตัวจิ๋วที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับชุมชน วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมาเมืองระยอง ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองไปทั่วประเทศในขณะนี้ครับ

วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมาเมืองระยอง กับความสำเร็จระดับประเทศ

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางคณะกรรมการจากกรมส่งเสริมการเกษตรได้ลงพื้นที่เพื่อประเมินผลงานของกลุ่มฯ สำหรับการคัดเลือกเป็นวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี 2570 ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ โดยกลุ่มฯ นี้มีประวัติความสำเร็จที่น่าชื่นชม เริ่มจากการคว้ารางวัลชนะเลิศระดับเขตมาครองในปี 2569 ทำให้ชื่อของ วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมาเมืองระยอง เป็นที่รู้จักในฐานะต้นแบบการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็ง

จุดเริ่มต้นและเสน่ห์ของแมลงเศรษฐกิจที่บ้านทับมา

ภายใต้การนำของนายประไพ คชรินทร์ ประธานกลุ่มและอดีตข้าราชการครูผู้มากประสบการณ์ ท่านได้พลิกฟื้นพื้นที่ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ การเลี้ยงชันโรงที่นี่ไม่เพียงแค่ผลิตน้ำผึ้งชันโรงแท้ที่มีสรรพคุณทางยาโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างอาชีพเสริมให้กับผู้สูงอายุในชุมชนให้มีรายได้และกิจกรรมทำแก้เหงา อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปในตัวด้วย

ผลิตภัณฑ์จากชันโรงของกลุ่มนี้มีความน่าสนใจมากครับ เช่น:

  • น้ำผึ้งชันโรงเกรดพรีเมียม รสชาติเป็นเอกลักษณ์
  • สบู่สมุนไพรจากส่วนผสมของชันโรง
  • ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณที่เน้นความเป็นธรรมชาติ
  • กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อเรียนรู้การเลี้ยงแมลง

หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจเพื่อสังคมหรือสนใจเรื่องเกษตรแนวใหม่ ต้องบอกเลยว่าการมาศึกษาดูงานที่นี่ถือว่าคุ้มค่ามาก นอกจากจะได้เห็นวิธีการเลี้ยงชันโรงแบบมืออาชีพแล้ว คุณยังจะได้เห็นภาพความสามัคคีของคนในชุมชนที่ร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ยั่งยืน

ในฐานะที่เราติดตามข่าวสารการเกษตรมาตลอด รู้สึกประทับใจมากที่ได้เห็นกลุ่มวิสาหกิจไทยก้าวสู่ระดับประเทศ หวังว่าความมุ่งมั่นของชาวทับมาจะเป็นแบบอย่างให้กับชุมชนอื่นๆ ทั่วไทยได้นะครับ ใครผ่านไประยองอย่าลืมแวะไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์ดีๆ ของพวกเขากันด้วยนะ!

ที่มา – วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมาเมืองระยอง สร้างชื่อ! รับการประเมินคัดเลือกระดับประเทศ

สุดเศร้า! เหยื่อไฟไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เสียชีวิตเพิ่ม 2

จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับหลายครอบครัว ล่าสุดมีรายงานข่าว สุดเศร้า! เหยื่อไฟไหม้ ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ยอดรวมทะลุ 41 ราย นับเป็นข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ติดตามเหตุการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ น.ส.ทัศไนย มั่นประพันธ์ อายุ 31 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้มีอาการดีขึ้นจนสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้แล้ว แต่กลับเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเสียชีวิตในที่สุด

สถานการณ์ล่าสุดของ สุดเศร้า! เหยื่อไฟไหม้ ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ยอดรวมทะลุ 41 ราย

เหตุการณ์ สุดเศร้า! เหยื่อไฟไหม้ ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ยอดรวมทะลุ 41 ราย ครั้งนี้เปิดเผยให้เห็นถึงความทุกข์ระทมของครอบครัวผู้สูญเสีย โดยนายพิษณุ แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิตได้เปิดเผยว่า แม้ช่วงแรกอาการจะดีขึ้น แต่ภายหลังกลับมีการติดเชื้อในกระแสเลือดและไตหยุดทำงานจนไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ โดยทางครอบครัวยืนยันว่าจะเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรมและดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้

นอกจากความสูญเสียทางจิตใจแล้ว ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล โดยรายละเอียดที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • ค่าใช้จ่ายส่วนเกินในการรักษาพยาบาล เช่น ค่าแพมเพิส ค่าวิตามิน และค่าเดินทาง ซึ่งทางร้านยังไม่ได้ให้การช่วยเหลือที่เพียงพอ
  • การเยียวยาจากทางร้านในเบื้องต้นมีเพียง 10,000 บาท ซึ่งญาติมองว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับภาระที่ครอบครัวต้องแบกรับ
  • ผู้ป่วยที่ได้รับควันไฟยังมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน แม้จะเป็นเพียงเคสเหลืองก็สามารถติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตได้

เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจอย่างมากที่ผู้ประสบภัยต้องมาเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ทั้งเรื่องสุขภาพที่สูญเสียและภาระทางการเงินที่ตามมา เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งเข้ามาตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ครอบครัวของผู้ที่ต้องจากไปต้องแบกรับภาระเพียงลำพัง และขอให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้สถานประกอบการต่างๆ เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต

ที่มา – สุดเศร้า! เหยื่อไฟไหม้ ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ยอดรวมทะลุ 41 ราย

เจเศรษฐ์ ลุยตรวจสนามยิงปืนเกิดเหตุสลด ก่อน มท.สั่งคุมเข้ม

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา กรณีชายวัย 36 ปี ซึ่งป่วยด้วยโรคซึมเศร้าได้ตัดสินใจเช่าอาวุธปืนจากสนามยิงปืนย่านบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ก่อนจะก่อเหตุสลดในที่สุด เหตุการณ์นี้นำมาซึ่งความสูญเสียและสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมเป็นอย่างมาก ทำให้หลายฝ่ายต้องหันมาจับตามองมาตรการความปลอดภัยของสนามยิงปืนในปัจจุบันอีกครั้ง

เจเศรษฐ์ ลุยตรวจสนามยิงปืนเกิดเหตุสลด ก่อน มท.สั่งคุมเข้ม

ทันทีที่ทราบเรื่อง นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่รอช้า รีบลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง พร้อมด้วยนายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและมาตรการป้องกันของสนามยิงปืนแห่งนี้ การที่ เจเศรษฐ์ ลุยตรวจสนามยิงปืนเกิดเหตุสลด ก่อน มท.สั่งคุมเข้ม ในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนอย่างสูงสุด

มาตรการคุมเข้มและการป้องกันเหตุซ้ำรอย

หลังจากเหตุการณ์นี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้เร่งประกาศมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีก โดยมีรายละเอียดมาตรการที่น่าสนใจดังนี้:

  • สั่งระงับการออกใบอนุญาต ป.3 ชั่วคราวทั่วประเทศ
  • ทบทวนมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยภายในสนามยิงปืนให้เข้มงวดขึ้น
  • ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เช่าอาวุธปืนให้ละเอียดและรัดกุมมากกว่าเดิม
  • ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

เป็นที่น่าจับตามองว่าหลังจากที่ เจเศรษฐ์ ลุยตรวจสนามยิงปืนเกิดเหตุสลด ก่อน มท.สั่งคุมเข้ม แล้ว ทางกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการอย่างไรต่อเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในเรื่องความปลอดภัยของประชาชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและการมีส่วนร่วมจากผู้ประกอบการสนามยิงปืนทั่วประเทศคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ ในมุมมองของเรา การป้องกันตั้งแต่ต้นทางรวมถึงการใส่ใจเรื่องสุขภาพจิตของคนในสังคมเป็นสิ่งที่ควรดำเนินควบคู่ไปกับการคุมเข้มอาวุธปืน เพื่อไม่ให้ความสูญเสียแบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ‘เจเศรษฐ์’ ลุยตรวจสนามยิงปืนเกิดเหตุสลด ก่อน มท.สั่งคุมเข้มระงับทั่วประเทศ

ยกระดับความปลอดภัยสถานบันเทิง จี้ทำประกันภัยผู้ใช้บริการ

เชื่อว่าหลายคนเวลาไปเที่ยวสถานบันเทิง คงไม่ค่อยได้สังเกตเรื่องความปลอดภัยกันสักเท่าไหร่ใช่ไหมครับ? ล่าสุด นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องสำคัญ โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ต้องเร่งยกระดับความปลอดภัยสถานบันเทิง จี้ทำประกันภัยผู้ใช้บริการอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียซ้ำรอยเดิม

ยกระดับความปลอดภัยสถานบันเทิง จี้ทำประกันภัยผู้ใช้บริการ

การปล่อยให้เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นแล้วค่อยมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนั้นไม่ใช่ทางออกที่ดีครับ นายชาดาได้เสนอว่าสถานบริการควรทำประกันภัยสำหรับผู้ใช้บริการโดยเฉพาะ ซึ่งต้องแยกส่วนกับการประกันภัยตัวอาคาร เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดอุบัติเหตุหรือเพลิงไหม้ขึ้นมาจริงๆ จะมีความคุ้มครองที่ครอบคลุมถึงตัวลูกค้าด้วย โดยต้องมีการกำหนดเกณฑ์เบี้ยประกันที่เหมาะสมไม่ให้เป็นภาระต่อผู้ประกอบการมากจนเกินไป

วิธีสังเกตเพื่อความปลอดภัยในสถานบันเทิง

นอกจากเรื่องประกันภัยแล้ว ภาครัฐยังต้องรณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวในการดูแลตัวเองมากขึ้นเมื่อเข้าไปใช้บริการ ดังนี้:

  • สังเกต ทางหนีไฟ ให้ชัดเจนตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป
  • ตรวจสอบตำแหน่งของ ถังดับเพลิง และอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน
  • มองหาป้ายแสดงข้อมูลระบบความปลอดภัยของทางร้าน

หากร้านไหนมีระบบป้องกันภัยที่ได้มาตรฐาน ก็ควรนำมาแสดงให้ลูกค้าเห็นอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการยกระดับความปลอดภัยสถานบันเทิง จี้ทำประกันภัยผู้ใช้บริการไปในตัวด้วย

นายชาดาได้ทิ้งท้ายไว้ว่า รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่ จะอ้างว่าการเที่ยวกลางคืนเป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่ได้ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น กรมการปกครอง และผู้ประกอบการ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ยามค่ำคืนของเราปลอดภัยยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ท่านยังได้ฝากแง่คิดถึงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนในสังกัด กทม. ให้กลับมามีความเข้มแข็งและสร้างชื่อเสียงเหมือนในอดีต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในวันนี้ จะส่งผลดีต่อภาพรวมของสังคมในอนาคตครับ

ที่มา – ‘ชาดา’ ฝาก กทม.-พัทยา ยกระดับความปลอดภัยสถานบันเทิง จี้ทำประกันภัยผู้ใช้บริการ–เปิดข้อมูลทางหนีไฟ

รัสเซียเตือนอังกฤษ อาจต้องเผชิญกับผลที่ตามมาจากการจัดหาโดรนให้ยูเครน

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตกยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประเด็นร้อนที่กำลังถูกจับตามองคือการที่ รัสเซียเตือนอังกฤษ อาจต้องเผชิญกับผลที่ตามมาจากการจัดหาโดรนให้ยูเครน ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับนานาชาติอย่างมาก หลังจากมีรายงานข่าวว่าโดรนที่ผลิตจากอังกฤษถูกนำไปใช้ในการโจมตีรัสเซียระยะไกลเป็นครั้งแรก

รัสเซียเตือนอังกฤษ อาจต้องเผชิญกับผลที่ตามมาจากการจัดหาโดรนให้ยูเครน

ทางสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงลอนดอนได้ออกมาแถลงการณ์ผ่านเทเลแกรมอย่างแข็งกร้าว โดยระบุว่าการกระทำของรัฐบาลอังกฤษในการสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครนนั้น จะนำมาซึ่งผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และรัฐบาลอังกฤษจะต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น รัสเซียย้ำชัดว่ายิ่งอังกฤษเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งและให้การสนับสนุนกลุ่มที่มอสโกเรียกว่า ‘กลุ่มก่อการร้าย’ มากเท่าไหร่ ราคาที่ต้องจ่ายก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

เบื้องหลังความขัดแย้ง: เมื่อโดรนอังกฤษถูกโยงเข้าสู่สมรภูมิ

หากเราย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะพบว่ากระแสข่าวนี้มีที่มาจากรายงานของหนังสือพิมพ์ไทมส์ ที่ระบุถึงการใช้งานโดรนเทคโนโลยีจากอังกฤษในสมรภูมิ ซึ่งแม้ทางกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรจะไม่ได้ออกมายืนยันหรือปฏิเสธข้อมูลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่การที่อังกฤษประกาศแผนจัดหาโดรนจำนวน 150,000 ลำให้แก่ยูเครนภายในสิ้นปีนี้ ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่แน่วแน่ของลอนดอน

  • อังกฤษเตรียมส่งมอบโดรน 150,000 ลำให้ยูเครน
  • มูลค่ารวมของแพ็คเกจความช่วยเหลือสูงถึง 752 ล้านปอนด์
  • รัสเซียยกระดับการเตือนภัยถึงรัฐบาลสหราชอาณาจักร

ในมุมมองของโฆษกกระทรวงกลาโหมอังกฤษ พวกเขาเน้นย้ำว่าสหราชอาณาจักรยืนเคียงข้างยูเครนเสมอ และพร้อมที่จะจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อใช้ในการป้องกันตนเองจากการรุกรานที่ผิดกฎหมายของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า รัสเซียเตือนอังกฤษ อาจต้องเผชิญกับผลที่ตามมาจากการจัดหาโดรนให้ยูเครน ไม่ใช่แค่เพียงวาทกรรมทางการเมือง แต่เป็นความพยายามของมอสโกในการกดดันไม่ให้ชาติตะวันตกส่งอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงเข้าไปสนับสนุนยูเครนมากขึ้นนั่นเอง

สำหรับสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า ท่าทีที่ดุดันของรัสเซียจะส่งผลต่อการตัดสินใจของอังกฤษและพันธมิตรนาโต้หรือไม่ หรือความขัดแย้งนี้จะบานปลายไปสู่ระดับที่รุนแรงกว่าเดิมในอนาคต

ที่มา – รัสเซียเตือนอังกฤษ อาจต้องเผชิญกับผลที่ตามมาจากการจัดหาโดรนให้ “ยูเครน”