ธุรกิจไทยขยายตลาดสู่ลาตินอเมริกา โอกาสใหม่
ตลาดต่างประเทศกำลังเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะภูมิภาคลาตินอเมริกาที่มีประชากรจำนวนมาก ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และเศรษฐกิจที่มีความหลากหลาย การเดินหน้า ธุรกิจไทยขยายตลาดสู่ลาตินอเมริกา จึงไม่ใช่เพียงการมองหาตลาดส่งออกสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างพันธมิตร การร่วมลงทุน และการพัฒนาความร่วมมือระยะยาวระหว่างสองภูมิภาค
วิวาลดี้ พีอาร์ บริษัทที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ของไทย ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ได้เข้าร่วมโครงการ Latin Link 2026 ที่จัดโดยกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 21 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 โครงการดังกล่าวนำคณะผู้แทนภาคธุรกิจไทยเดินทางไปศึกษาดูงานและสร้างเครือข่ายในประเทศเปรูและบราซิล
ธุรกิจไทยขยายตลาดสู่ลาตินอเมริกา
นายบุรินทร์ นาคเจริญ ประธานกลุ่มบริษัทวิวาลดี้ เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมหารือทางธุรกิจ กิจกรรมสร้างเครือข่าย และการพบปะหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในลาตินอเมริกา การเดินทางครั้งนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเห็นภาพตลาดจริง เข้าใจโอกาสทางการค้าและการลงทุน รวมถึงได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับพันธมิตรในพื้นที่โดยตรง
ข้อมูลจากธนาคารโลกระบุว่า ในปี 2568 ภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียนมีมูลค่าเศรษฐกิจรวมประมาณ 7.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่บราซิลมีขนาดเศรษฐกิจราว 2.28 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเปรูมีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 335,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภูมิภาคนี้มีศักยภาพสูงและเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม
ธุรกิจไทยขยายตลาดสู่ลาตินอเมริกาอย่างไรให้มีโอกาสสำเร็จ
การเข้าสู่ตลาดใหม่ควรเริ่มจากการศึกษาความต้องการของผู้บริโภค กฎระเบียบ และโครงสร้างการแข่งขันของแต่ละประเทศ ลาตินอเมริกาไม่ใช่ตลาดเดียวกันทั้งหมด แม้หลายประเทศจะใช้ภาษาสเปน แต่บราซิลใช้ภาษาโปรตุเกส และแต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรม พฤติกรรมการซื้อ และขั้นตอนการดำเนินธุรกิจแตกต่างกัน ดังนั้น การวางแผนแบบเดียวใช้กับทุกประเทศอาจไม่ตอบโจทย์
ผู้ประกอบการไทยมีจุดแข็งหลายด้านที่สามารถนำไปต่อยอดได้ เช่น ความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ เทคโนโลยีการเกษตร สินค้ามูลค่าเพิ่ม และการผลิตที่มีมาตรฐาน จุดแข็งเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงกับทรัพยากรธรรมชาติ ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ และความต้องการเทคโนโลยีของประเทศในภูมิภาคได้เป็นอย่างดี
- อุตสาหกรรมอาหาร: ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านอาหารแปรรูป เครื่องปรุง และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
- เทคโนโลยีการเกษตร: นวัตกรรมด้านการผลิต การจัดการน้ำ และการเพิ่มผลผลิตสามารถสร้างความร่วมมือกับภาคเกษตรของลาตินอเมริกา
- ชิ้นส่วนยานยนต์: ผู้ผลิตไทยสามารถมองหาโอกาสจากห่วงโซ่อุปทานและฐานการผลิตในประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์ขนาดใหญ่
- การผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่ม: การนำเทคโนโลยีและการออกแบบมาพัฒนาสินค้าจะช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
นอกจากการส่งออกสินค้า ผู้ประกอบการยังสามารถพิจารณารูปแบบความร่วมมืออื่น เช่น การร่วมลงทุน หรือ Joint Venture การเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยี การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการตั้งฐานการผลิตในพื้นที่ แนวทางเหล่านี้อาจช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เพิ่มความเข้าใจตลาด และทำให้ธุรกิจตอบสนองลูกค้าในท้องถิ่นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
บทเรียนจากเปรูและบราซิล
ในประเทศเปรู คณะผู้แทนไทยได้เข้าร่วมงาน Expoalimentaria 2026 ณ กรุงลิมา ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มสำคัญของภูมิภาค งานนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เห็นแนวโน้มสินค้า พบปะผู้ซื้อ และสำรวจช่องทางการสร้างความร่วมมือใหม่ ๆ นอกจากนี้ คณะผู้แทนยังได้ศึกษาดูงานท่าเรือชานไก หรือ Port of Chancay ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเชื่อมโยงการค้าระหว่างเอเชียกับอเมริกาใต้
คณะผู้แทนยังได้หารือกับ ProInversión หน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของเปรู เพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสการลงทุนและแนวทางการดำเนินธุรกิจในประเทศ การมีข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถประเมินความเป็นไปได้และเตรียมตัวได้อย่างรอบคอบมากขึ้น
สำหรับบราซิล คณะผู้แทนไทยได้เข้าร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายกับ Invest São Paulo หรือ InvestSP และสมาคมการค้าแห่งเซาเปาลู หรือ ACSP รวมถึงเยี่ยมชม CTC – Sugarcane Technology Center เพื่อศึกษาเทคโนโลยีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและการผลิตเอทานอล บราซิลจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของตลาดขนาดใหญ่ ซึ่งมีทั้งโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการร่วมพัฒนาเทคโนโลยี
การสื่อสารคือหัวใจของการขยายตลาด
แม้สินค้าจะมีคุณภาพ แต่การสร้างความสำเร็จในต่างประเทศยังต้องอาศัยการสื่อสารที่เหมาะสม ผู้ประกอบการควรเตรียมข้อมูลแบรนด์ให้สอดคล้องกับภาษาและวัฒนธรรมของตลาดเป้าหมาย รวมถึงให้ความสำคัญกับการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านสื่อท้องถิ่น งานแสดงสินค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์มากขึ้น
ประเทศส่วนใหญ่ในลาตินอเมริกาใช้ภาษาสเปน ขณะที่บราซิลใช้ภาษาโปรตุเกส การแปลเนื้อหาแบบตรงตัวอาจไม่เพียงพอ เพราะการสื่อสารที่ดีควรเข้าใจบริบท อารมณ์ และความคาดหวังของผู้รับสารด้วย การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่จึงช่วยให้แบรนด์ไทยสื่อสารได้อย่างเป็นธรรมชาติและลดความเสี่ยงด้านความเข้าใจผิด
สำหรับวิวาลดี้ การเข้าร่วม Latin Link 2026 ไม่เพียงช่วยให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาด แต่ยังเปิดโอกาสให้สร้างความสัมพันธ์กับผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร และบุคลากรในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ความสัมพันธ์เหล่านี้อาจต่อยอดไปสู่ความร่วมมือด้านสื่อ การประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารข้ามพรมแดนในอนาคต
ผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายตลาดควรเริ่มจากการกำหนดประเทศเป้าหมายให้ชัดเจน ประเมินจุดแข็งของสินค้า ค้นหาพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ และวางแผนด้านกฎหมาย โลจิสติกส์ เงินทุน และการสื่อสารอย่างครบถ้วน การเริ่มต้นจากโครงการนำร่องหรือการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาจเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ธุรกิจเรียนรู้ตลาดได้เร็วขึ้น
มุมมองส่งท้าย: ลาตินอเมริกาเป็นตลาดที่มีความท้าทาย แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับธุรกิจไทยที่พร้อมเรียนรู้และปรับตัว การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ผสานกับการสื่อสารอย่างเข้าใจวัฒนธรรม จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ไทยก้าวไกลในตลาดโลก ผู้ประกอบการที่สนใจ ธุรกิจไทยขยายตลาดสู่ลาตินอเมริกา ควรเริ่มศึกษาตลาดและลงมือสร้างเครือข่ายตั้งแต่วันนี้
ที่มา – ธุรกิจไทยขยายตลาดสู่ลาตินอเมริกา

