มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยครัวเรือนยากจนพัทลุง
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยครัวเรือนยากจนพัทลุง เดินหน้าสร้างโอกาสให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง โดยลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงเพื่อมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนยากจนจำนวน 28 ครัวเรือน รวมมูลค่า 703,829 บาท พร้อมจัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนให้บริการประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวทางการช่วยเหลือที่ไม่ได้มุ่งเพียงการบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น แต่ยังช่วยวางรากฐานให้ครอบครัวสามารถดูแลตนเองได้ในระยะยาว
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยครัวเรือนยากจนพัทลุง
การลงพื้นที่ครั้งนี้จัดขึ้นที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นจังหวัดลำดับที่ 10 ในพื้นที่ภาคใต้ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเข้าไปดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับครัวเรือนผู้ได้รับความช่วยเหลือ เพื่อทำความเข้าใจความต้องการและเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับอาชีพของแต่ละครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ค้าขาย อุปกรณ์ประกอบอาหาร เครื่องมือทำมาหากิน หรือวัสดุที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นอาชีพ
การสนับสนุนในลักษณะนี้มีความสำคัญต่อครัวเรือนที่ขาดแคลน เพราะอุปสรรคส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการไม่มีความตั้งใจทำงาน แต่เกิดจากการขาดเงินทุนและอุปกรณ์เริ่มต้น เมื่อได้รับเครื่องมือที่เหมาะสม ผู้ได้รับความช่วยเหลือก็มีโอกาสเพิ่มรายได้ ลดภาระหนี้สิน และสร้างความมั่นคงให้สมาชิกในครอบครัวได้มากขึ้น
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยครัวเรือนยากจนพัทลุง พร้อมดูแลสุขภาพชุมชน
นอกจากการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแล้ว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งยังนำหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนลงพื้นที่ให้บริการประชาชนแบบครบวงจร โดยมีทีมแพทย์อาสา เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และอาสาสมัครร่วมปฏิบัติงาน บริการที่ประชาชนได้รับ ได้แก่ การตรวจโรคทั่วไป การคัดกรองโรคเบาหวานเบื้องต้น การตรวจและแจกแว่นสายตา รวมถึงบริการทันตกรรม
- ตรวจสุขภาพทั่วไปและให้คำแนะนำด้านการดูแลตนเอง
- คัดกรองเบาหวานเบื้องต้นสำหรับประชาชนในชุมชน
- ตรวจสายตาและมอบแว่นให้ผู้ที่มีความจำเป็น
- ให้บริการทันตกรรมโดยทีมบุคลากรทางการแพทย์
- บริการตัดผมชายและหญิงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- จัดกิจกรรมนันทนาการสำหรับเด็กและเยาวชน
กิจกรรมดังกล่าวช่วยลดข้อจำกัดของประชาชนที่อาจเดินทางไปรับบริการในตัวเมืองได้ไม่สะดวก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และครอบครัวที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานหาเลี้ยงชีพ การนำบริการด้านสุขภาพไปถึงชุมชนจึงเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการดูแลสังคมที่เข้าถึงผู้คนได้อย่างแท้จริง
เดินหน้าสร้างอาชีพอย่างต่อเนื่องในหลายภูมิภาค
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาความยากจนระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยมุ่งสนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์ที่ช่วยให้ครัวเรือนยากจนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว
ก่อนเดินทางมาถึงจังหวัดพัทลุง โครงการได้ดำเนินการมาแล้ว 3 ระยะ ครอบคลุมพื้นที่หลายภูมิภาค ได้แก่ ระยะที่ 1 ในภาคกลาง 17 จังหวัด ช่วยเหลือ 98 ครัวเรือน ระยะที่ 2 ในภาคเหนือ 17 จังหวัด ช่วยเหลือ 230 ครัวเรือน และระยะที่ 3 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ช่วยเหลือ 485 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีการช่วยเหลือครัวเรือนยากจนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายอีก 57 ครัวเรือน
เมื่อรวมผลการดำเนินงานทั้งหมด มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสามารถช่วยสร้างอาชีพและสร้างชีวิตให้ครัวเรือนยากจนแล้ว 870 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการทำงาน และความตั้งใจที่จะช่วยให้ประชาชนมีโอกาสยืนหยัดได้ด้วยตนเอง
ขยายความช่วยเหลือสู่ภาคใต้ 14 จังหวัด
สำหรับการดำเนินงานระยะที่ 4 มูลนิธิฯ เตรียมขยายความช่วยเหลือในพื้นที่ภาคใต้รวม 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง สงขลา ตรัง สตูล กระบี่ ภูเก็ต ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส การวางแผนช่วยเหลือเป็นระยะทำให้สามารถจัดสรรทรัพยากรได้เหมาะสม และเข้าถึงครัวเรือนที่มีความจำเป็นอย่างเป็นระบบ
หัวใจสำคัญของโครงการไม่ได้อยู่ที่มูลค่าของสิ่งของเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือกอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับทักษะ ความถนัด และบริบทของแต่ละครอบครัว เพราะเมื่อได้รับการสนับสนุนที่ตรงจุด ผู้รับสามารถนำไปต่อยอดเป็นรายได้จริง ทั้งยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในระยะยาว
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยครัวเรือนยากจนพัทลุง จึงเป็นตัวอย่างของการทำงานเพื่อสังคมที่ผสานทั้งการสร้างอาชีพ การดูแลสุขภาพ และการสร้างกำลังใจให้ประชาชน หากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ความช่วยเหลือเล็ก ๆ ในวันนี้จะกลายเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้หลายครอบครัวมีชีวิตที่มั่นคงขึ้น ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและร่วมสนับสนุนงานสาธารณกุศล เพื่อส่งต่อโอกาสให้ผู้ที่ยังต้องการความช่วยเหลือในพื้นที่อื่นต่อไป




