รัฐบาลเดินหน้า AFAC ยกระดับกติกาแข่งขันทางการค้าอาเซียน
รัฐบาลไทยเตรียมเดินหน้าส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าในภูมิภาคอาเซียน ผ่านกรอบความตกลงว่าด้วยการแข่งขันของอาเซียน หรือ ASEAN Framework Agreement on Competition (AFAC) เพื่อยกระดับกติกาให้มีความเป็นธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศมากขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของไทยในการเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจกับประเทศสมาชิกอาเซียน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจทุกขนาด
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือสำนักงาน กขค. เสนอกรอบ AFAC ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศไทยเข้าร่วมความร่วมมือด้านนโยบายและกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของอาเซียนอย่างเป็นทางการ
รัฐบาลเดินหน้า AFAC ยกระดับกติกาแข่งขันทางการค้าอาเซียน
หัวใจสำคัญของกรอบความตกลงนี้ คือการสร้างตลาดที่ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรีและเป็นธรรม โดยลดพฤติกรรมที่อาจกีดกันคู่แข่งหรือเอาเปรียบผู้บริโภค เช่น การฮั้วราคา การใช้อำนาจเหนือตลาดในทางที่ไม่เหมาะสม หรือการรวมธุรกิจที่อาจทำให้การแข่งขันลดลง การมีกติกาที่ชัดเจนร่วมกันจะช่วยให้ธุรกิจเข้าใจแนวทางปฏิบัติ และวางแผนการลงทุนในตลาดอาเซียนได้มั่นใจยิ่งขึ้น
AFAC ยังมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของประเทศสมาชิก โดยเฉพาะกรณีที่พฤติกรรมต่อต้านการแข่งขันมีผลกระทบข้ามพรมแดน ความร่วมมือดังกล่าวอาจครอบคลุมการแลกเปลี่ยนความรู้ การประสานงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย และการสนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นภายใต้กรอบการรักษาความลับและกฎหมายของแต่ละประเทศ
รัฐบาลเดินหน้า AFAC เพื่อเปิดโอกาสให้ SME แข่งขันได้ดีขึ้น
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดของกรอบ AFAC คือการให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME เพราะธุรกิจกลุ่มนี้มักมีข้อจำกัดด้านเงินทุน บุคลากร และความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการแข่งขัน การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปกป้องสิทธิของตนเองและดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง
- เพิ่มความรู้ด้านการแข่งขัน: ผู้ประกอบการจะเข้าใจสิทธิ หน้าที่ และข้อควรระวังในการทำธุรกิจมากขึ้น
- ลดความเหลื่อมล้ำในตลาด: ธุรกิจขนาดเล็กมีโอกาสแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ภายใต้กติกาเดียวกัน
- เปิดพื้นที่ให้มีส่วนร่วม: ภาคธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเสนอความคิดเห็นต่อประเด็นการแข่งขันที่เกี่ยวข้อง
- สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน: กติกาที่โปร่งใสช่วยให้ผู้ลงทุนประเมินโอกาสและความเสี่ยงได้ชัดเจนขึ้น
สำหรับประเทศไทย การเข้าร่วมกรอบ AFAC สามารถดำเนินการได้ภายใต้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่เพื่อรองรับกรอบความตกลงนี้ นับเป็นแนวทางที่ช่วยให้ไทยสามารถเข้าร่วมความร่วมมือระดับภูมิภาคได้อย่างคล่องตัว พร้อมรักษาอำนาจตามกฎหมายภายในและอธิปไตยของประเทศ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ AFAC ให้ความสำคัญกับการรักษาความลับของข้อมูลในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศสมาชิก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องคำนึงถึงข้อจำกัดตามกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ การแลกเปลี่ยนข้อมูลจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ มีกรอบที่ชัดเจน และไม่กระทบต่อสิทธิของผู้ประกอบการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ปัจจุบันประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศได้ลงนามในกรอบ AFAC แล้ว ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา สปป.ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เมียนมา และเวียดนาม หากไทยเข้าร่วมกรอบดังกล่าว ก็จะช่วยให้การกำหนดนโยบายการแข่งขันของไทยเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น และทำให้การรับมือกับปัญหาทางการค้าที่เกิดขึ้นในหลายประเทศมีประสิทธิภาพกว่าเดิม
ข้อเสนอของไทยกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามในฐานะผู้แทนฝ่ายไทย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการเรื่องหนังสือมอบอำนาจเต็ม หรือ Full Powers ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนเหล่านี้สะท้อนว่าการเข้าร่วม AFAC ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานมีความถูกต้องและสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ
ในมุมของผู้บริโภค การแข่งขันที่เป็นธรรมจะช่วยเพิ่มทางเลือกด้านสินค้าและบริการ กระตุ้นให้ธุรกิจพัฒนาคุณภาพ และอาจนำไปสู่ราคาที่เหมาะสมมากขึ้น ส่วนในมุมของผู้ประกอบการ กติกาที่ชัดเจนจะช่วยลดความไม่แน่นอนและทำให้สามารถวางแผนธุรกิจระยะยาวได้ดีขึ้น ดังนั้น การที่รัฐบาลเดินหน้า AFAC ยกระดับกติกาแข่งขันทางการค้าอาเซียน จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของหน่วยงานรัฐ แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเศรษฐกิจและโอกาสของคนในภูมิภาค
โดยสรุป การเข้าร่วม AFAC เป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการแข่งขันของไทย เชื่อมโยงการทำงานกับอาเซียน และสนับสนุนให้ธุรกิจทุกขนาดเติบโตภายใต้กติกาที่โปร่งใส หากทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและติดตามการบังคับใช้อย่างจริงจัง กรอบความตกลงนี้จะช่วยสร้างตลาดที่แข็งแรงและเป็นธรรมมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามรายละเอียดของนโยบาย พร้อมเตรียมปรับตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดอาเซียนที่เปิดกว้างกว่าเดิม
ที่มา – รัฐบาลเดินหน้า “AFAC” ยกระดับกติกาแข่งขันทางการค้าอาเซียน