หมูน้ำท่วมภาคตะวันออกยังไม่ขาดแคลน
สถานการณ์น้ำท่วมฟาร์มสุกรในพื้นที่ภาคตะวันออกยังเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคจับตามอง เพราะหลายคนกังวลว่าอุทกภัยอาจส่งผลต่อปริมาณหมูในตลาดและทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในยืนยันว่า หมูน้ำท่วมภาคตะวันออกยังไม่ขาดแคลน เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามทั้งจำนวนสุกรที่ได้รับผลกระทบ ปริมาณสุกรในระบบ และปริมาณสุกรที่ทยอยออกสู่ตลาดอย่างใกล้ชิด
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ประสานงานกับกรมปศุสัตว์ เพื่อประเมินผลกระทบจากน้ำท่วมฟาร์มสุกรในภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง การติดตามข้อมูลดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อดูแลให้มีหมูเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงที่ผู้บริโภคมีความกังวล
หมูน้ำท่วมภาคตะวันออกยังไม่ขาดแคลน
จากข้อมูลที่ประสานกับกรมปศุสัตว์ พบว่ามีสุกรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 9,000 ตัว แม้ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความเสียหายของเกษตรกรในบางพื้นที่ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณสุกรที่เข้าสู่ตลาดตามปกติ ซึ่งมีเกือบ 2 ล้านตัวต่อเดือน หรือเฉลี่ยประมาณ 63,000 ตัวต่อวัน จะเห็นได้ว่าปริมาณสุกรที่ได้รับผลกระทบยังไม่ทำให้ภาพรวมของตลาดขาดแคลน
ดังนั้น ผู้บริโภคจึงยังสามารถเลือกซื้อหมูได้ตามปกติ โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์เป็นระยะ ทั้งด้านปริมาณสินค้า ราคาหน้าฟาร์ม ราคาขายส่ง และราคาขายปลีก เพื่อให้การจำหน่ายเป็นไปอย่างเหมาะสม การตรวจสอบข้อมูลหลายด้านยังช่วยให้หน่วยงานสามารถประเมินแนวโน้มตลาดได้รวดเร็ว หากพบสัญญาณผิดปกติก็จะมีมาตรการดูแลได้ทันเวลา
หมูน้ำท่วมภาคตะวันออกยังไม่ขาดแคลน แต่ต้องติดตามราคา
สำหรับราคาสุกร ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 พบว่าราคาสุกรมีชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ 68.30 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาหมูเนื้อแดงไม่ตัดแต่งเฉลี่ยอยู่ที่ 132.13 บาทต่อกิโลกรัม โดยภาพรวมราคายังทรงตัวและปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าขณะนี้ยังไม่มีแรงกดดันด้านอุปทานที่ทำให้ราคาหมูปรับสูงขึ้นอย่างรุนแรง
แม้สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่ผู้บริโภคควรติดตามราคาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภัยธรรมชาติ เพราะต้นทุนด้านการขนส่ง การดูแลฟาร์ม และการกระจายสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การที่มีสุกรเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดความเสี่ยงด้านการขาดแคลนและช่วยให้ตลาดมีเสถียรภาพมากขึ้น
หน่วยงานเร่งดูแลปริมาณและราคาหมู
กรมการค้าภายในและกรมปศุสัตว์จะร่วมกันติดตามปริมาณสุกรที่เข้าสู่ตลาด รวมถึงความเคลื่อนไหวของราคาหมูอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบการจำหน่ายสุกรและสินค้าเกี่ยวเนื่องของฟาร์ม ผู้รวบรวม ผู้ค้าส่ง และผู้ประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้การซื้อขายดำเนินไปตามปกติและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
- ติดตามจำนวนสุกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
- ประเมินปริมาณสุกรที่พร้อมออกสู่ตลาดในแต่ละวัน
- ตรวจสอบราคาสุกรมีชีวิตและหมูเนื้อแดงอย่างต่อเนื่อง
- ดูแลไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินความเหมาะสม
- ประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว
การดูแลตลาดในช่วงน้ำท่วมไม่ได้มีเพียงการตรวจสอบราคาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการรักษาระบบขนส่งและการกระจายสินค้า เพื่อให้หมูจากแหล่งผลิตสามารถเดินทางไปยังตลาดและร้านค้าปลีกได้ตามปกติ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเป็นระบบ ก็จะช่วยลดผลกระทบต่อผู้เลี้ยงสุกร ผู้ค้าขาย และประชาชนที่ต้องซื้อเนื้อหมูไปประกอบอาหารในชีวิตประจำวัน
กรมการค้าภายในขอให้ประชาชนมั่นใจว่า หมูน้ำท่วมภาคตะวันออกยังไม่ขาดแคลน และภาครัฐยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบเห็นการกักตุนสินค้า การฉวยโอกาสขึ้นราคา หรือการเอาเปรียบผู้บริโภค สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 โดยหากตรวจพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในมุมของผู้บริโภค การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานรัฐและเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าที่แสดงราคาอย่างชัดเจนถือเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุด ขณะเดียวกัน เกษตรกรและผู้ประกอบการควรจำหน่ายสินค้าอย่างโปร่งใส เพื่อให้ตลาดหมูเดินหน้าต่อได้อย่างสมดุล สรุปแล้วสถานการณ์ หมูน้ำท่วมภาคตะวันออกยังไม่ขาดแคลน แต่ทุกฝ่ายยังควรร่วมกันติดตามข้อมูลและใช้สินค้าตามความจำเป็น เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของราคาในระยะต่อไป
ที่มา – พาณิชย์ ติดตามหมูน้ำท่วมภาคตะวันออกใกล้ชิด ชี้ยังไม่ขาดแคลน เนื้อแดงเฉลี่ย กก. 132 บ.