ผบ.เหล่าทัพวางแนวทางสู่กองทัพทันสมัย
ผบ.เหล่าทัพวางแนวทางสู่กองทัพทันสมัย เป็นประเด็นสำคัญจากการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งจัดขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมีผู้แทนจากกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของหน่วยงานด้านความมั่นคงให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการเตรียมกำลังรบแบบเดิมเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้าง การพัฒนาเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน โดยเป้าหมายหลักคือการสร้างกองทัพที่มีความทันสมัย คล่องตัว และสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวถือเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลก ซึ่งภัยคุกคามไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ทางบก ทะเล หรืออากาศ แต่ยังครอบคลุมไปถึงโลกดิจิทัล อวกาศ และระบบสื่อสารที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ
ผบ.เหล่าทัพวางแนวทางสู่กองทัพทันสมัย
แนวทางที่ถูกหารือครอบคลุมการรบหลายมิติ ได้แก่ การปฏิบัติการทางบก ทางอากาศ และทางทะเล รวมถึงการปฏิบัติการด้านอวกาศ ดิจิทัล และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การเตรียมพร้อมในทุกมิตินี้จะช่วยให้กองทัพสามารถมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้รอบด้าน และวางแผนตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
นอกจากการพัฒนาขีดความสามารถของแต่ละเหล่าทัพแล้ว ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการรบร่วมกัน หรือการประสานงานระหว่างหน่วยงานให้เป็นระบบเดียวกัน การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการส่งต่อข้อมูล และทำให้การปฏิบัติภารกิจมีความแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจภายในเวลาจำกัด
ผบ.เหล่าทัพวางแนวทางสู่กองทัพทันสมัยด้วยเทคโนโลยี
หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการพัฒนาศักยภาพด้านข่าวกรองร่วม หรือ Joint ISR ซึ่งมีบทบาทในการรวบรวม วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลให้ผู้ปฏิบัติงานในแต่ละระดับได้รับข้อมูลชุดเดียวกัน ขณะเดียวกันยังมีการพูดถึงระบบการยิงระยะไกลที่มีความแม่นยำสูง รวมถึงมาตรการป้องกันอากาศยานไร้คนขับ หรือ Anti-Drone ซึ่งกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของหน่วยงานด้านความมั่นคงทั่วโลก
การรับมืออากาศยานไร้คนขับจำเป็นต้องใช้ทั้งระบบตรวจจับ ระบบวิเคราะห์ และเครื่องมือยับยั้งที่เหมาะสม การพัฒนาความสามารถในด้านนี้จะช่วยป้องกันการลักลอบสอดแนม การก่อกวนพื้นที่สำคัญ และภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งยังช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์ได้รวดเร็วและลดความเสี่ยงต่อประชาชน
ที่ประชุมยังหารือถึงการจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการทำงานของทุกเหล่าทัพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแนวทางสำคัญประกอบด้วยระบบเครือข่ายศูนย์กลาง ระบบคลาวด์ทางทหาร และศูนย์ข้อมูล การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้การจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลมีความเป็นระบบ รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานข้อมูลสำคัญ
- Network Centric: เชื่อมโยงหน่วยงานและข้อมูลเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเห็นภาพสถานการณ์เดียวกัน
- Military Cloud: สนับสนุนการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลอย่างยืดหยุ่น พร้อมเพิ่มความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน
- Data Center: เป็นศูนย์กลางสำหรับดูแลข้อมูล ระบบสารสนเทศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
- Joint ISR: ช่วยให้การรวบรวมข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการประเมินสถานการณ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Anti-Drone: เพิ่มความสามารถในการตรวจจับและป้องกันภัยจากอากาศยานไร้คนขับ
อีกภารกิจสำคัญคือการบูรณาการกำลังพลและยุทโธปกรณ์เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงเกิดภัยพิบัติ โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้กล่าวขอบคุณทุกเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย โดยเฉพาะเหตุอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากองทัพมีบทบาททั้งด้านการป้องกันประเทศและการสนับสนุนประชาชนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
สำหรับภัยคุกคามในพื้นที่ชายแดน ที่ประชุมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดและขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของประชาชน การทำงานผ่านกลไกศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดมาตรการร่วมกันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ทุกเหล่าทัพยังได้รับการกำชับให้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการปกป้อง รักษา และถวายพระเกียรติแด่สถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชพิธีสำคัญที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาต่อไป ภารกิจดังกล่าวต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ การประสานงานที่เป็นระบบ และการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อยสมพระเกียรติ
โดยสรุป ผบ.เหล่าทัพวางแนวทางสู่กองทัพทันสมัย ไม่ได้หมายถึงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการปรับวิธีคิด การทำงานร่วมกัน และการเตรียมบุคลากรให้พร้อมต่อความเปลี่ยนแปลง กองทัพที่ทันสมัยควรมีทั้งศักยภาพด้านความมั่นคง ความสามารถในการช่วยเหลือประชาชน และระบบบริหารจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ หากทุกหน่วยงานเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะช่วยเสริมความมั่นคงของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมได้ในระยะยาว
ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนากองทัพ การรับมือภัยคุกคาม และการช่วยเหลือสาธารณภัยผ่านแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อทำความเข้าใจบทบาทของหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างรอบด้าน
ที่มา – ‘ผบ.เหล่าทัพ’ ประชุมวางแนวทาง เปลี่ยนผ่านสู่กองทัพทันสมัย รับมือภัยคุกคาม

