พรรคประชาชนจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษปราจีนบุรี
วิกฤตน้ำท่วมขยะพิษในจังหวัดปราจีนบุรีกำลังกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังน้ำเสียและสารปนเปื้อนจากพื้นที่อุตสาหกรรม บ่อฝังกลบขยะอุตสาหกรรม และโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี ก่อนขยายผลกระทบไปยังพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและอาจไหลต่อไปถึงปากอ่าว
เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดปราจีนบุรีร่วมกับพรรคประชาชนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการปัญหาอย่างจริงจัง โดยมองว่าการรับมือภัยพิบัติอุทกภัยยังขาดมาตรการป้องกันทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังน้ำลด การปล่อยให้มลพิษสะสมโดยไม่มีแผนควบคุมที่ชัดเจน อาจสร้างความเสียหายต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของคนในชุมชนเป็นเวลานาน
พรรคประชาชนจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษปราจีนบุรี
ข้อเรียกร้องสำคัญคือให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเร่งประกาศจังหวัดปราจีนบุรีเป็น “เขตควบคุมมลพิษ” เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานรัฐสามารถวางแผนตรวจสอบ ควบคุม และฟื้นฟูพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบ การประกาศเขตดังกล่าวควรครอบคลุมทั้งแหล่งน้ำ ดิน น้ำใต้ดิน โรงงานอุตสาหกรรม และพื้นที่รับน้ำที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
จากการตรวจวัดเบื้องต้นพบว่าบริเวณใกล้บ่อขยะอุตสาหกรรมมีค่าน้ำปนเปื้อนสารอะลูมิเนียมสูงผิดปกติ ขณะเดียวกันชาวบ้านรายงานว่าพบสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมาก และได้รับผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร นากุ้ง นาข้าว รวมถึงความมั่นใจในการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ปัญหานี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องน้ำท่วมทั่วไป แต่เป็นวิกฤตมลพิษที่ต้องอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการสื่อสารจากรัฐอย่างโปร่งใส
พรรคประชาชนจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษปราจีนบุรีเพื่อคุ้มครองชุมชน
ผู้แทนพรรคประชาชนระบุว่า การลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำทำให้พบความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม โดยผู้ปฏิบัติงานบางรายมีอาการคันและแสบผิวหนังอย่างรุนแรงหลังสัมผัสน้ำ สถานการณ์นี้สะท้อนว่าประชาชนในพื้นที่อาจต้องเผชิญสารพิษตกค้างในชีวิตประจำวัน ทั้งจากน้ำ ดิน โคลน และระบบประปาภายในบ้าน
ภาคประชาชนจึงขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายกับโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียอย่างจริงจัง พร้อมเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม การช่วยเหลือควรครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล การตรวจสุขภาพ การฟื้นฟูพื้นที่เกษตร การชดเชยรายได้ที่สูญเสีย และการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลด้านคุณภาพน้ำ
ข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อรับมือสารปนเปื้อนในน้ำ
พรรคประชาชนเสนอให้หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นทำงานร่วมกัน โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้
- ตรวจคุณภาพน้ำเชิงรุก: เก็บตัวอย่างตั้งแต่แม่น้ำ โรงผลิตประปา บ้านเรือน และพื้นที่เกษตร ไม่ควรตัดสินความปลอดภัยจากสีหรือความใสของน้ำเพียงอย่างเดียว
- ตรวจน้ำใต้ดินและน้ำบาดาล: แหล่งน้ำเหล่านี้มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชาวปราจีนบุรี และอาจได้รับผลกระทบจากน้ำชะกากขยะที่ซึมลงใต้ดิน
- ตรวจระบบน้ำภายในบ้าน: สุ่มตรวจน้ำตกค้างในท่อและถังเก็บน้ำ พร้อมประกาศวันทำความสะอาดระบบประปาล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม
- สนับสนุนการตรวจคุณภาพน้ำฟรี: ช่วยผู้ผลิตน้ำดื่ม ร้านค้า และผู้ประกอบการท้องถิ่นสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว
- ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง: กรมอนามัย กรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ
นอกจากนี้ รัฐควรทบทวนการวางผังเมืองและการอนุญาตตั้งโรงงาน โดยเฉพาะกิจการที่มีความเสี่ยงสูงและตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่รับน้ำ การขยายเขตอุตสาหกรรมควรเกิดขึ้นพร้อมระบบควบคุมมลพิษที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะสั้น
ความรับผิดชอบของรัฐและแผนฟื้นฟูระยะยาว
ปัญหามลพิษลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในปราจีนบุรี แต่ยังพบข้อกังวลในหลายจังหวัด เช่น ชลบุรี ระยอง ลพบุรี และสมุทรสาคร ประชาชนจึงตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการกำกับดูแลของภาครัฐ ทั้งเรื่องการอนุญาตตั้งหลุมฝังกลบ การควบคุมโรงงานรีไซเคิล การป้องกันการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม และการติดตามผู้ประกอบการที่เคยสร้างผลกระทบในพื้นที่อื่น
อีกประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการคือการจัดการน้ำชะกากขยะอุตสาหกรรมที่มีปริมาณสะสมจำนวนมาก หากปล่อยให้น้ำเสียขังอยู่ในหลุมฝังกลบโดยไม่มีแผนกำจัดและกรอบเวลาที่แน่นอน ความเสี่ยงต่อแม่น้ำและน้ำใต้ดินจะเพิ่มสูงขึ้น รัฐควรเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ กำหนดผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน และรายงานความคืบหน้าทุกระยะ
การประกาศเขตควบคุมมลพิษไม่ควรเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องนำไปสู่แผนฟื้นฟูระยะยาวที่มีส่วนร่วมจากชุมชน นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากรัฐบาลต้องการผลักดันประเทศไทยสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ก็จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถควบคุมโรงงานเดิมได้จริง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนไม่แพ้เป้าหมายการลงทุน
พรรคประชาชนจี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษปราจีนบุรี เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีอำนาจ หน่วยงาน และงบประมาณรองรับอย่างชัดเจน สิ่งที่ประชาชนต้องการในเวลานี้คือข้อมูลที่ตรวจสอบได้ การช่วยเหลือที่รวดเร็ว และแผนฟื้นฟูที่ทำได้จริง รัฐบาลควรเร่งลงมือก่อนที่มลพิษจะขยายวงกว้างและสร้างความเสียหายที่ยากต่อการเยียวยา
ประชาชนสามารถร่วมติดตามผลการตรวจคุณภาพน้ำ สอบถามข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่น และแจ้งเบาะแสการปล่อยมลพิษ หากทุกฝ่ายร่วมกันผลักดันให้เกิดความโปร่งใสและความรับผิดชอบ วิกฤตครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับระบบจัดการสิ่งแวดล้อมไทยให้เข้มแข็งกว่าเดิม
ที่มา – พรรคประชาชน จี้รัฐประกาศเขตควบคุมมลพิษ แก้วิกฤตน้ำท่วมขยะพิษปราจีนบุรี