ทรูวางแผน Big Moves ปี 2570 ชู AI-First

ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสู่ปี 2570 ด้วยแผน ทรูวางแผน Big Moves ปี 2570 ชู AI-First มุ่งเปลี่ยนศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้ หลังผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 ส่งสัญญาณเชิงบวกและทำสถิติสูงสุด สะท้อนว่าการทรานสฟอร์มองค์กรโดยมี AI เป็นแกนกลางเริ่มสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

แผนดังกล่าวไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นแนวคิดในการออกแบบธุรกิจและกระบวนการทำงานครั้งใหม่ ตั้งแต่การปฏิบัติการ การบริการลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการสร้างนวัตกรรม โดยทรูตั้งเป้าพัฒนาองค์กรให้เป็น AI-first telco tech หรือบริษัทเทคโนโลยีที่มีธุรกิจโทรคมนาคมเป็นฐาน และใช้ AI ขับเคลื่อนการเติบโตในทุกมิติ

ทรูวางแผน Big Moves ปี 2570 ชู AI-First

กรอบกลยุทธ์ Big Moves ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ Experience, Growth, AI และ People ทั้งหมดเชื่อมโยงกันเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ และพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

  • Experience: ยกระดับประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายมือถือ บรอดแบนด์ และบริการดิจิทัล
  • Growth: ขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าองค์กรและโซลูชันดิจิทัล
  • AI: นำ AI มาวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ปัญหา และสนับสนุนการตัดสินใจ
  • People: อัปสกิลบุคลากรและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับนวัตกรรม

ทรูวางแผน Big Moves ปี 2570 ชู AI-First เพื่อเปลี่ยน AI เป็นคุณค่าทางธุรกิจ

หนึ่งในหัวใจสำคัญของแผนคือการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ หรือ End-to-end Domain Reinvention โดยคำนึงถึงทั้งเทคโนโลยี คน และวิธีประเมินคุณค่าทางธุรกิจที่ AI สร้างขึ้น ทรูต้องการให้การลงทุนด้าน AI เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ที่วัดได้ เช่น การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับคุณภาพบริการ และสร้างรายได้ใหม่

สำหรับโครงข่ายโทรคมนาคม ทรูนำแนวคิด Network Twin มาใช้เป็นโครงข่ายเสมือนบนโลกดิจิทัล เพื่อจำลองและติดตามองค์ประกอบต่างๆ ของโครงข่ายจริง ไม่ว่าจะเป็นสถานีฐาน ใยแก้วนำแสง ระบบไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูล AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก ระบุความเสี่ยง คาดการณ์เหตุขัดข้อง และเสนอแนวทางแก้ไขให้ทีมงานดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น

การใช้ Network Twin ยังช่วยให้ทรูวางแผนบำรุงรักษาเชิงรุก ลดโอกาสที่ลูกค้าจะได้รับผลกระทบจากสัญญาณขัดข้อง รวมถึงบริหารจัดการพลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป้าหมายสำคัญคือการสร้างเครือข่ายที่มีความเสถียร ครอบคลุม และได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งาน

อีกโครงการที่น่าสนใจคือ Nano Cluster ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจการบริหารจากส่วนกลางไปยังทีมงานในพื้นที่ โดยแบ่งพื้นที่ทั่วประเทศออกเป็นตลาดย่อยกว่า 6,000 แห่ง แต่ละพื้นที่มีขนาดประมาณ 600 x 600 เมตร และมีพนักงานท้องถิ่นทำหน้าที่เสมือนผู้บริหารขนาดย่อม หรือ mini-CEOs

ทีมงานในแต่ละพื้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำจาก AI ผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น เข้าใจความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ และมองหาโอกาสทางธุรกิจได้ตรงจุด แนวทางนี้ช่วยให้การบริหารจัดการเปลี่ยนจากการมองแยกตามผลิตภัณฑ์ มาเป็นการบริหารตลาดโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

ยกเครื่อง B2B ช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจ SME

ทรูยังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปธุรกิจ B2B หรือกลุ่มลูกค้าองค์กร โดยปรับบทบาทของพนักงานขายให้ก้าวสู่การเป็น Trusted Digital Solutions Partner หรือพาร์ทเนอร์ด้านโซลูชันดิจิทัลที่ลูกค้าไว้วางใจ แทนการนำเสนอเพียงบริการสื่อสารแบบเดิม

รูปแบบใหม่นี้จะใช้ข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำจาก AI เพื่อช่วยให้ทีมงานเข้าใจปัญหาของลูกค้าองค์กรได้ละเอียดขึ้น พร้อมนำเสนอโซลูชันที่เหมาะสม เช่น Cloud, Cybersecurity, AI และระบบดิจิทัลสำหรับเพิ่มผลิตภาพ นอกจากช่วยให้ลูกค้าทำงานมีประสิทธิภาพขึ้นแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ทรูขยายการดูแลลูกค้าได้มากถึง 200-600 รายต่อทีมอย่างมีประสิทธิภาพ

การยกเครื่อง B2B มีความสำคัญอย่างมากในช่วงที่ธุรกิจไทย โดยเฉพาะ SME ต้องเผชิญกับการแข่งขัน ต้นทุน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี AI และโซลูชันดิจิทัลสามารถช่วยให้ SME วิเคราะห์ข้อมูล วางแผนการขาย ลดขั้นตอนการทำงาน และเข้าถึงลูกค้าใหม่ได้ดีขึ้น หากนำไปใช้อย่างเหมาะสม AI จึงไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

คนและวัฒนธรรมคือหัวใจของการทรานสฟอร์ม

แม้เทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญ แต่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้หากบุคลากรยังขาดทักษะหรือไม่พร้อมปรับตัว ทรูจึงให้ความสำคัญกับการอัปสกิล การเรียนรู้รูปแบบใหม่ และการสร้างวัฒนธรรมองค์กร 4C ได้แก่ Caring, Credible, Creative และ Courage เพื่อให้พนักงานกล้าคิด กล้าทดลอง และทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดสำคัญคือ AI ควรช่วยเพิ่มศักยภาพของคน ไม่ใช่เข้ามาแทนที่คนทั้งหมด เทคโนโลยีสามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สนับสนุนการตัดสินใจ และลดงานซ้ำซ้อน ขณะที่พนักงานยังคงใช้ความเข้าใจ ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์ในการดูแลลูกค้าและแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

โดยสรุป ทรูวางแผน Big Moves ปี 2570 ชู AI-First เป็นทิศทางที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากบริษัทโทรคมนาคมไปสู่องค์กรเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI ความสำเร็จของแผนนี้จะขึ้นอยู่กับการทำให้ AI สร้างคุณค่าได้จริงทั้งต่อธุรกิจ ลูกค้า และเศรษฐกิจไทย หากทรูทำได้ตามเป้าหมาย การลงทุนด้าน AI จะไม่ใช่เพียงกระแส แต่จะกลายเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในอนาคต

สำหรับผู้ประกอบการ SME การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าการใช้เทคโนโลยีอย่างเข้าใจจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้น จึงควรเริ่มสำรวจว่าธุรกิจของตนสามารถนำ AI มาช่วยลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย หรือยกระดับบริการลูกค้าได้อย่างไรตั้งแต่วันนี้

ที่มา – “ทรู”กางแผน Big Moves ปี 70 ชู ‘AI-First ’ ดันผลงานนิวไฮ-ยกเครื่อง B2B ช่วยกู้วิกฤต SME

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *