มิ้นต์ ชาลิดา เล่าโมเมนต์ ภูผาขอแต่งงาน
ข่าวดีที่ทำให้แฟน ๆ และคนในวงการบันเทิงร่วมยินดีกันอย่างอบอุ่น สำหรับความรักของ มิ้นต์ ชาลิดา และ ภูผา เตชะณรงค์ ที่คบหาดูใจกันมายาวนานถึง 14 ปี ล่าสุดฝ่ายชายได้สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งสำคัญด้วยการคุกเข่าขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติในประเทศคีร์กีซสถาน ทำเอามิ้นต์ทั้งตกใจ ดีใจ และกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
หลังจากมีภาพโมเมนต์สุดโรแมนติกเผยแพร่ออกมา มิ้นต์ ชาลิดา ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นกันเอง พร้อมเล่าความรู้สึกของการก้าวเข้าสู่บทใหม่ในชีวิต จากการเป็นลูกสาวคนเดียวที่อยู่กับครอบครัวมาโดยตลอด สู่การเตรียมสร้างครอบครัวของตัวเองร่วมกับคนรักที่เดินทางเคียงข้างกันมานานกว่าทศวรรษ
มิ้นต์ ชาลิดา เล่าโมเมนต์ ภูผาขอแต่งงาน
มิ้นต์เล่าว่าทริปดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นอย่างกะทันหัน เดิมทีเป็นเพียงการชวนกันไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ และตั้งใจสัมผัสธรรมชาติแบบลุย ๆ ที่คีร์กีซสถาน ทุกคนต้องขี่ม้าเข้าไปในพื้นที่แคมป์เป็นเวลาหลายชั่วโมง จากนั้นยังต้องเดินขึ้นภูเขาอีกหลายชั่วโมง สภาพอากาศมีฝนตกและเส้นทางเต็มไปด้วยโคลน ทำให้เธอไม่คิดเลยว่าจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในทริปนี้
ด้วยความที่เป็นทริปผจญภัย มิ้นต์จึงเตรียมเสื้อผ้าแบบสบาย ๆ และไม่ได้แต่งตัวเป็นพิเศษ เธอยังคิดว่าภูผาอาจจะเป็นห่วงกล้องหรืออุปกรณ์ถ่ายภาพที่อยู่ในกระเป๋า จึงไม่ได้สงสัยว่าของมีค่าที่เขาพกติดตัวไปอาจเป็นแหวนเพชรสำหรับขอแต่งงาน แม้ทั้งคู่จะเคยพูดคุยเรื่องการแต่งงานกันมาบ้างแล้วก็ตาม
เซอร์ไพรส์กลางธรรมชาติที่ไม่มีสัญญาณเตือน
ช่วงเวลาที่ภูผาเตรียมขอแต่งงานเกิดขึ้นหลังจากทั้งคู่เดินทางขึ้นไปบนภูเขา มิ้นต์จำได้ว่าภูผาพูดประมาณว่า “เอาแล้วนะ” แต่เธอกลับเข้าใจว่าอาจต้องเดินทางต่อหรือทำกิจกรรมบางอย่าง จึงถามกลับไปว่าเอาอะไร เมื่อเห็นแหวนที่อยู่ตรงหน้า เธอจึงเริ่มรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการขอแต่งงานจริง ๆ
มิ้นต์ยอมรับว่าตอนนั้นเธอตกใจและจำรายละเอียดคำพูดของภูผาได้ไม่ทั้งหมด เพราะมีเพื่อนร่วมทริปและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่งเสียงแสดงความยินดีกันอย่างคึกคัก บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดและความดีใจ จนทำให้เธอน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว แม้จะไม่ได้มีภาพการขอแต่งงานในฝัน แต่ความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติกลับทำให้โมเมนต์นี้มีความหมายมากยิ่งขึ้น
หลังจากตอบตกลง มิ้นต์ยังต้องเก็บแหวนเอาไว้ในกระเป๋า เพราะเส้นทางขากลับยังต้องขี่ม้าและเดินทางต่ออีกหลายชั่วโมง เธอจึงกลัวว่าแหวนจะหล่นหาย เช่นเดียวกับคุณแม่ที่ทราบข่าวแล้วก็เป็นห่วงและกำชับว่าอย่าเพิ่งสวมแหวนระหว่างเดินทางกลับประเทศไทย
ความรัก 14 ปีและการเตรียมสร้างครอบครัว
สำหรับมิ้นต์ ความรักตลอด 14 ปีไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างราบรื่นเสมอไป ทั้งคู่ต้องผ่านการปรับตัวในแต่ละช่วงวัย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านความคิดและการทำงาน แต่สิ่งที่ทำให้ยังเดินทางมาด้วยกันคือการเป็นทั้งคู่รักและเพื่อนที่คอยช่วยกันคิด คอยแบ่งเบาความหนักเบา และพร้อมรับฟังกันในวันที่เจอปัญหา
เธอมองว่าการแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของพิธีหรือภาพถ่ายสวย ๆ แต่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตร่วมกันในระยะยาว ทั้งคู่จึงพูดคุยกันเกี่ยวกับบ้าน การจัดการชีวิตประจำวัน และสถานที่ที่จะใช้เป็นหลักหลังแต่งงาน โดยมีแผนว่าจะใช้ชีวิตทั้งในกรุงเทพฯ และเขาใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งคู่คุ้นเคยและมีธุรกิจร่วมกัน
- มิ้นต์รู้สึกตื่นเต้นกับการออกจากบ้านมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง
- ทั้งคู่ยังต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในบ้านเดียวกันอย่างจริงจัง
- ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายรับรู้และร่วมสนับสนุนความสัมพันธ์
- กำหนดวันแต่งงานยังไม่ลงตัว เพราะต้องรอฤกษ์และรายละเอียดหลายด้าน
- งานแต่งงานมีแนวโน้มจัดขึ้นที่เขาใหญ่ แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ยังไม่เคาะฤกษ์ แต่เริ่มเตรียมตัวแล้ว
แม้จะมีการลองชุดเจ้าสาวและเริ่มพูดคุยเรื่องรูปแบบงานบ้างแล้ว แต่มิ้นต์ยืนยันว่าทั้งคู่ยังไม่ได้กำหนดวันแต่งงานแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบ โดยเฉพาะฤกษ์จากทางครอบครัวและวัด นอกจากนี้ เธอยังมีงานละครติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงต้องจัดสรรเวลาให้เหมาะสมก่อนประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ
มิ้นต์ยอมรับว่าเธอไม่เคยจินตนาการภาพงานแต่งงานของตัวเองมาก่อน จึงยังไม่แน่ใจว่าต้องการธีมแบบใดหรือจัดงานออกมาในรูปแบบไหน เรื่องนี้ภูผาน่าจะมีส่วนช่วยวางคอนเซปต์มากกว่า เพราะเขาเป็นคนที่ชอบจัดการสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองและมีสไตล์ชัดเจน ส่วนเธอจะเตรียมตัวในด้านเสื้อผ้า หน้าผม และความสวยงามเป็นหลัก
นอกจากเรื่องงานแต่งงาน ทั้งคู่ยังต้องเรียนรู้การดูแลบ้านและชีวิตประจำวันร่วมกัน มิ้นต์เริ่มฝึกทำอาหารมากขึ้น โดยมีภูผาใช้หนังสือทำอาหารจากเรื่อง One Piece เป็นแรงจูงใจ ขณะที่ม่อน ธนัชชัย ซึ่งมีประสบการณ์ทำร้านอาหาร ก็คอยช่วยแนะนำเรื่องการเตรียมวัตถุดิบและการปรุงอาหารแบบง่าย ๆ ให้เธอ
เรื่องราวของ มิ้นต์ ชาลิดา เล่าโมเมนต์ ภูผาขอแต่งงาน จึงไม่ใช่แค่ข่าวดีของคู่รักคนดัง แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เติบโตผ่านวันเวลา ทั้งคู่ไม่ได้เร่งรีบสร้างภาพความสมบูรณ์แบบ หากเลือกพูดคุยและวางแผนชีวิตไปทีละขั้น สำหรับแฟน ๆ แล้ว ความจริงใจและความเรียบง่ายของทั้งสองคนคือเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนร่วมลุ้นและยินดีกับบทใหม่ของพวกเขา
ใครที่ติดตามความรักของทั้งคู่มาตลอด คงต้องรอลุ้นกันต่อว่าฤกษ์แต่งงานจะเป็นวันไหน และงานที่เขาใหญ่จะออกมาในบรรยากาศแบบใด ขอส่งกำลังใจให้มิ้นต์และภูผาค่อย ๆ เตรียมความพร้อม และมีความสุขกับทุกก้าวของการเริ่มต้นชีวิตคู่
ที่มา – ‘มิ้นต์ ชาลิดา’ เล่าโมเมนต์ ‘ภูผา’ ขอแต่งงาน เผยตื่นเต้นเตรียมออกจากบ้านสร้างครอบครัว-รอเคาะฤกษ์อยู่




