ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ดิสนีย์-เอบีซี ฟ้องหน่วยงานกำกับดูแลสื่อ ปมถูกทบทวนใบอนุญาต

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการสื่อมวลชนระดับโลก เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง ดิสนีย์และเอบีซี ตัดสินใจยื่นฟ้องหน่วยงานกำกับดูแลสื่ออย่าง เอฟซีซี (FCC) หลังถูกกดดันเรื่องการต่ออายุใบอนุญาต ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นความพยายามแทรกแซงเสรีภาพสื่ออย่างชัดเจน โดยเรื่องราวทั้งหมดมีที่มาจากความไม่พอใจของฝ่ายบริหารต่อเนื้อหาการนำเสนอข่าวและรายการตลกที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

ดิสนีย์-เอบีซี ฟ้องหน่วยงานกำกับดูแลสื่อ ปมถูกทบทวนใบอนุญาต ชี้เป็นการโจมตีเสรีภาพ

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการปะทะกันโดยตรงระหว่างอำนาจรัฐและสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เมื่อทางดิสนีย์ระบุว่า เอฟซีซีกำลังใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการตอบโต้และบีบบังคับสื่อที่กล้าวิจารณ์รัฐบาล การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็น ดิสนีย์-เอบีซี ฟ้องหน่วยงานกำกับดูแลสื่อ ปมถูกทบทวนใบอนุญาต ชี้เป็นการโจมตีเสรีภาพ อย่างร้ายแรง ซึ่งขัดต่อหลักการรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ในการคุ้มครองเสรีภาพการแสดงออก

ผลกระทบจากการที่ ดิสนีย์-เอบีซี ฟ้องหน่วยงานกำกับดูแลสื่อ ปมถูกทบทวนใบอนุญาต

ในคำฟ้องที่ยื่นต่อศาลแขวงกรุงวอชิงตัน ดิสนีย์ได้ร้องขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อระงับกระบวนการเพิกถอนหรือทบทวนใบอนุญาตโดยด่วน โดยบริษัทมีความกังวลในประเด็นสำคัญ ดังนี้:

  • ความพยายามของเอฟซีซีในการตอบโต้สื่อที่รายงานขัดใจรัฐบาล
  • ความไม่เป็นธรรมในการใช้กระบวนการกำกับดูแลเพื่อปิดปากสื่อ
  • สิทธิในการแสดงความคิดเห็นตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 1

ล่าสุด ผู้พิพากษาศาลแขวงได้สั่งการให้ทั้งสองฝ่ายจัดทำแผนการพิจารณาคำร้องดังกล่าว และกำชับให้หน่วยงานแจ้งศาลทันทีหากมีความเคลื่อนไหวในการเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าศาลกำลังจับตามองคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือบททดสอบสำคัญว่าเสรีภาพของสื่อภายใต้การกำกับดูแลของรัฐจะมีขอบเขตแค่ไหนในยุคปัจจุบัน

ในมุมมองของเรา นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของช่องโทรทัศน์ช่องหนึ่งเท่านั้น แต่มันคือเรื่องของหลักการประชาธิปไตย หากสื่อถูกแทรกแซงได้ง่ายเพียงเพราะเสนอเนื้อหาที่ไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ ประชาชนย่อมเสียประโยชน์จากการเข้าถึงข้อมูลที่รอบด้านและเป็นกลาง เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าศาลจะตัดสินคดีนี้อย่างไร เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้กับวงการสื่อทั่วโลก

ที่มา – “ดิสนีย์-เอบีซี” ฟ้องหน่วยงานกำกับดูแลสื่อ ปมถูกทบทวนใบอนุญาต ชี้เป็นการโจมตีเสรีภาพ

กมธ.กฎหมายอ้างต้องสอบ’ทองเจือ’ที่ปรึกษาของนายกฯ คดีโกงสอบท้องถิ่น

กมธ.กฎหมายอ้างต้องสอบ’ทองเจือ’ที่ปรึกษาของนายกฯ คดีโกงสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับการเดินหน้าตรวจสอบความโปร่งใสในการจัดสอบท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 ซึ่งล่าสุด นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ โดยระบุว่า กมธ.กฎหมายอ้างต้องสอบ’ทองเจือ’ที่ปรึกษาของนายกฯ คดีโกงสอบท้องถิ่น เพื่อหวังขุดคุ้ยความไม่ชอบมาพากลที่อาจซ่อนอยู่หลังบ้านนักการเมือง

จากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่ากระบวนการทุจริตไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับข้าราชการประจำ แต่มีความเชื่อมโยงไปถึงฝ่ายการเมืองที่มีส่วนในการตัดสินใจเปลี่ยนหน่วยงานจัดสอบ รวมถึงการร่าง TOR ที่หลายฝ่ายมองว่ามีช่องโหว่เอื้อให้เกิดการทุจริตอย่างมโหฬาร โดยนายรังสิมันต์ย้ำว่า จำเป็นต้องเรียกตัวนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ และผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลเพื่อคลี่คลายปมปัญหาเหล่านี้

เปิดปมลับหลังบ้านกับภารกิจของ กมธ.กฎหมายอ้างต้องสอบ’ทองเจือ’ที่ปรึกษาของนายกฯ คดีโกงสอบท้องถิ่น

ทำไมต้องเป็นนายทองเจือ? คำตอบที่นายรังสิมันต์ให้ไว้คือ เขาเปรียบเสมือน “หลังบ้าน” คนสำคัญที่รู้เห็นกระบวนการทำงานต่างๆ การเชิญตัวมาในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลหากไม่ได้กระทำความผิด แต่เป็นกลไกตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อสาธารณชน โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่ามีการยัดรายชื่อหรือมีการดำเนินการเป็นขบวนการหรือไม่

ประเด็นที่ กมธ. ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • ความผิดปกติในการเปลี่ยนหน่วยงานจัดสอบจาก ม.บูรพา ไปเป็น มศว
  • การร่าง TOR ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเปิดช่องให้เกิดการทุจริต
  • ความเชื่อมโยงของฝ่ายการเมืองและผู้ช่วยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก
  • การจ่ายเงินหลักแสนบาทต่อหัวที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเงินไหลเข้ากระเป๋าใคร

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายละเอียดการร่าง TOR และมองว่าเรื่องนี้เป็นเพียงการสร้างประเด็นทางการเมือง แต่ในฐานะคนทำงานตรวจสอบ นายรังสิมันต์มองว่าตราบใดที่ยังมีข้อกังขาเรื่องเงินจำนวนมหาศาล ก็ถือเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการที่จะต้องขุดคุ้ยจนกว่าความจริงจะปรากฏ

ในฐานะประชาชน เราควรเฝ้าดูการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องการสอบบรรจุข้าราชการเป็นเรื่องของโอกาสและความเป็นธรรมในสังคม หากปล่อยให้มีการโกงเกิดขึ้นโดยไร้การตรวจสอบ อนาคตของระบบราชการไทยย่อมตกอยู่ในความเสี่ยงแน่นอน หวังว่าบทสรุปของคดีนี้จะนำไปสู่ความโปร่งใสและการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด

ที่มา – กมธ.กฎหมายอ้างต้องสอบ’ทองเจือ’ที่ปรึกษาของนายกฯ คดีโกงสอบท้องถิ่น หวังคุ้ยหลังบ้านนักการเมือง

รอฟัง! พรีเมียร์ลีกจะเปิดเสียงนักเตะคุยผู้ตัดสินระหว่างถ่ายทอดสด

รอฟัง! พรีเมียร์ลีกจะเปิดเสียงนักเตะคุยผู้ตัดสินระหว่างถ่ายทอดสด

แฟนบอลชาวไทยเตรียมตัวให้พร้อม เพราะการชมฟุตบอลจะสนุกและตื่นเต้นขึ้นอีกระดับ เมื่อล่าสุดมีรายงานว่า รอฟัง! พรีเมียร์ลีกจะเปิดเสียงนักเตะคุยผู้ตัดสินระหว่างถ่ายทอดสด เพื่อให้ผู้ชมได้รับอรรถรสและเข้าใจการตัดสินใจของกรรมการในสนามอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการถ่ายทอดสดให้โปร่งใสและเป็นกันเองกับแฟนบอลมากขึ้นกว่าเดิม

หากคุณยังจำได้ ปีที่ผ่านมาพรีเมียร์ลีกสร้างความฮือฮาด้วยการนำ RefCam หรือกล้องติดหูกรรมการมาใช้เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้เราได้เห็นเหตุการณ์ผ่านสายตาผู้ตัดสินโดยตรง และในปีนี้กระแสการพัฒนาเทคโนโลยีก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะ รอฟัง! พรีเมียร์ลีกจะเปิดเสียงนักเตะคุยผู้ตัดสินระหว่างถ่ายทอดสด จะกลายเป็นมิติใหม่ที่เราจะได้เห็นบทสนทนาสำคัญในสนามแบบชัดเจน แม้ว่าจะไม่ได้ถ่ายทอดสดแบบ Real-time ทุกคำพูด แต่ก็มีการคัดเลือกเหตุการณ์สำคัญมาเปิดเผยให้เราได้ฟังกันแน่นอน

เหตุผลที่ พรีเมียร์ลีกจะเปิดเสียงนักเตะคุยผู้ตัดสินระหว่างถ่ายทอดสด

ทำไมจู่ๆ ถึงต้องมีการเปิดเสียง? พรีเมียร์ลีกมองว่าการทำเช่นนี้จะช่วยลดความกังขาและทำให้แฟนบอลเข้าใจบริบทการตัดสินใจของกรรมการมากขึ้น ว่าเหตุใดเขาถึงแจกใบเหลืองหรือเป่าฟาล์วในจังหวะนั้นๆ โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • สร้างความโปร่งใส: แฟนบอลจะได้ยินบทสนทนาจริงที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เล่นและกรรมการ
  • เรียนรู้กติกา: ช่วยให้แฟนบอลเข้าใจการตีความกติกาในสถานการณ์ต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น
  • อรรถรสการรับชม: เพิ่มความตื่นเต้นเหมือนได้ลงไปอยู่ในเหตุการณ์จริงในสนาม

อย่างไรก็ตาม สำหรับการพูดคุยกับห้อง VAR นั้น ยังคงมีข้อจำกัดจากทาง IFAB ซึ่งไม่อนุญาตให้เปิดเผยได้ในขณะนี้ แต่ทางพรีเมียร์ลีกก็ยังคงพยายามผลักดันและทำเรื่องขออนุมัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นการทำงานระหว่างกรรมการสนามและ VAR แบบเจาะลึกมากขึ้นไปอีกขั้น

ส่วนตัวผมมองว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะมันช่วยลดระยะห่างระหว่างแฟนบอลกับผู้ตัดสินได้ดีเลยทีเดียว เราอาจจะได้เห็นความกดดันของกรรมการ หรือความทุ่มเทของนักเตะผ่านบทสนทนาเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้เกมฟุตบอลดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ใครที่เป็นแฟนบอลตัวยง บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด แล้วคุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับการที่พรีเมียร์ลีกจะเปิดเสียงการสนทนาในสนามแบบนี้? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ!

ที่มา – รอฟัง! พรีเมียร์ลีกจะเปิดเสียงนักเตะคุยผู้ตัดสินระหว่างถ่ายทอดสด

ม็อบบุกสำนักงาน กกต. เตือนระวังจบเหมือนอดีตประธาน กกต. ที่เคยต้องโทษจำคุก

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองเมื่อกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดยแกนนำคนสำคัญ เดินทางเข้ายื่นหนังสือที่สำนักงาน กกต. เพื่อจี้ให้เร่งดำเนินการคดีทุจริตการเลือก สว. ปี 2567 อย่างโปร่งใสที่สุด หลังจากพบความผิดปกติในกระบวนการทำงานภายในที่สร้างความสงสัยให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง

ม็อบบุกสำนักงาน กกต. เตือนระวังจบเหมือนอดีตประธาน กกต. ที่เคยต้องโทษจำคุก

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นที่ คปท. ตั้งข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนผ่านคณะอนุกรรมการไต่สวน จากชุดที่ 26 ที่ทำงานมาอย่างเต็มที่และมีมติส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องนับร้อยคน มาสู่การตั้งชุดที่ 36 ที่ถูกมองว่าอาจเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น ม็อบบุกสำนักงาน กกต. เตือนระวังจบเหมือนอดีตประธาน กกต. ที่เคยต้องโทษจำคุก จึงเป็นการสะท้อนถึงความกังวลว่าหาก กกต. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต ผลลัพธ์อาจซ้ำรอยอดีตที่เคยมีผู้ดำรงตำแหน่งต้องรับโทษทางอาญา

บทเรียนราคาแพงจากอดีตประธาน กกต.

ย้อนกลับไปในอดีต กรณีของ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ถือเป็นบทเรียนที่ กกต. ปัจจุบันควรนำมาพิจารณาอย่างยิ่ง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมย้ำเตือนว่า ม็อบบุกสำนักงาน กกต. เตือนระวังจบเหมือนอดีตประธาน กกต. ที่เคยต้องโทษจำคุก หากองค์กรอิสระยอมถูกแทรกแซงหรือรับใช้ฝ่ายการเมืองเสียเอง ความยุติธรรมย่อมไม่เกิดขึ้น และความผิดพลาดนั้นอาจนำไปสู่บทลงโทษสถานหนักในท้ายที่สุด

ในส่วนของข้อเรียกร้องต่างๆ มีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • การนำรายงานจากคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ที่มีความสมบูรณ์มาใช้เป็นหลักฐานหลัก
  • เร่งรัดคดีทุจริตเลือก สว. ที่ค้างคามานานกว่า 2 ปี 2 เดือน
  • ความโปร่งใสในการดำเนินคดีพิเศษ 24/2568 ว่าด้วยเรื่องอั้งยี่และฟอกเงิน
  • การเปิดเผยสำนวนคดีให้ประชาชนรับทราบเพื่อความยุติธรรม

ทางด้านกลุ่ม สว.สำรอง และฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต่างก็ออกมาเคลื่อนไหวควบคู่กันไป เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมจะไม่ถูกแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็นการยื่นเรื่องต่อ DSI หรือสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อปิดช่องว่างการฮั้วการเลือกตั้งที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

เราในฐานะประชาชนคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร และจะรักษามาตรฐานความสุจริตเที่ยงธรรมไว้ได้หรือไม่ เพราะประวัติศาสตร์มักซ้ำรอยเสมอสำหรับผู้ที่เพิกเฉยต่อความถูกต้อง ความโปร่งใสขององค์กรอิสระคือรากฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตย หากสูญเสียความเชื่อมั่นจากประชาชนไปแล้ว การกู้คืนกลับมานั้นยากยิ่งกว่าสิ่งใด

ที่มา – ม็อบบุกสำนักงาน กกต. เตือนระวังจบเหมือนอดีตประธาน กกต. ที่เคยต้องโทษจำคุก

ที่ดินขอนแก่นแจ้งจับ “ผจก.มรดก” แจ้งเท็จโฉนดหาย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในจังหวัดขอนแก่น เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ “ผู้จัดการมรดก” รายหนึ่ง ในข้อหาให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับโฉนดที่ดินที่สูญหาย ซึ่งถือเป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงบานปลายจนต้องพึ่งพากระบวนการยุติธรรม

ที่ดินขอนแก่นแจ้งจับ “ผจก.มรดก” แจ้งเท็จโฉนดหาย

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ นางบัวไข สรสมุทร ได้เดินทางไปยังสำนักงานที่ดินเพื่อยื่นคำขอออกใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 61945 โดยอ้างว่าต้นฉบับสูญหาย แต่ความจริงกลับปรากฏในภายหลังว่าโฉนดฉบับดังกล่าวไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่โดยพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ทำให้เจ้าพนักงานที่ดินมองว่าการกระทำนี้เข้าข่ายการให้ข้อมูลเท็จต่อทางราชการ

เบื้องลึกกระบวนการทางกฎหมายเมื่อ ที่ดินขอนแก่นแจ้งจับ “ผจก.มรดก” แจ้งเท็จโฉนดหาย

พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ได้ออกมาชี้แจงว่าขณะนี้ทางตำรวจได้รับแจ้งความไว้เรียบร้อยแล้ว โดยพนักงานสอบสวนกำลังเร่งตรวจสอบเอกสารและลายเซ็นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นหลักฐานมัดตัวชั้นดี นอกจากนี้ยังมีการเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง โดยคาดว่าจะมีการออกหมายเรียกนางบัวไขมาให้การในเร็วๆ นี้

ทางด้าน นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การที่ที่ดินขอนแก่นแจ้งจับ “ผจก.มรดก” แจ้งเท็จโฉนดหายนั้น เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อปกป้องความถูกต้องของเอกสารราชการ โดยพิจารณาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 2 มาตราหลัก ได้แก่:

  • มาตรา 137: การให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน
  • มาตรา 267: การแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ

เจ้าหน้าที่ที่ดินทั้ง 2 รายที่รับเรื่องในวันนั้นยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ได้มีความกังวลใจแต่อย่างใด เนื่องจากทุกอย่างดำเนินการตามระเบียบของกรมที่ดิน การสอบสวนครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นบทเรียนให้ผู้ที่คิดจะแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการแจ้งข้อมูลเท็จ แต่ยังสะท้อนถึงการทำงานที่โปร่งใสของสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นที่พร้อมดำเนินการตามกฎหมายหากพบความไม่ชอบมาพากล

ในฐานะประชาชน เราควรตระหนักว่าการทำธุรกรรมกับหน่วยงานราชการโดยเฉพาะเรื่องที่ดินนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก การให้ข้อมูลที่เป็นความจริงถือเป็นหัวใจสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทางกฎหมายตามมาภายหลัง และนี่ถือเป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนที่สุดสำหรับใครที่คิดจะลองดีกับกฎหมายครับ

ที่มา – ที่ดินขอนแก่นแจ้งจับ “ผจก.มรดก” แจ้งเท็จโฉนดหาย ตร.จ่อออกหมายเรียก-หลักฐานมัดแน่น

โดม ปกรณ์ อาลัย เร แม๊คโดแนลด์ เพื่อนรักจากไปกะทันหัน

โดม ปกรณ์ อาลัย เร แม๊คโดแนลด์ เพื่อนรักจากไปกะทันหัน

วงการบันเทิงไทยต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อมีการยืนยันว่านักแสดงหนุ่มมากความสามารถ เร แม๊คโดแนลด์ ได้จากไปอย่างสงบภายในบ้านพัก ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนพ้องในวงการและแฟนคลับทั่วประเทศ โดยเฉพาะเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันอย่าง โดม ปกรณ์ อาลัย เร แม๊คโดแนลด์ อย่างสุดซึ้ง พร้อมเผยความรู้สึกที่ยากจะทำใจหลังทราบข่าวการจากไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้

ความทรงจำของ โดม ปกรณ์ อาลัย เร แม๊คโดแนลด์

นับเป็นช่วงเวลาที่สะเทือนใจอย่างมาก โดยทางด้าน โดม ปกรณ์ ลัม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อระลึกถึงเพื่อนรัก โดยเล่าว่าตนเองรู้จักกับเรมาตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวและใช้ชีวิตวัยรุ่นมาด้วยกันมากมาย แม้ในช่วงหลังจะแยกย้ายกันไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง แต่ความผูกพันของกลุ่มเพื่อน ‘แก็งมอเต่า’ ยังคงอยู่เสมอ การที่ โดม ปกรณ์ อาลัย เร แม๊คโดแนลด์ ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการสูญเสียเพื่อนร่วมวงการ แต่เป็นการสูญเสียเพื่อนที่เปรียบเสมือนครอบครัวที่ร่วมสร้างความทรงจำกันมานานหลายสิบปี

หากย้อนดูความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เราจะพบว่า:

  • ทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมายาวนานมากกว่า 30 ปี
  • มีการพบปะและสนับสนุนความสำเร็จของกันและกันอยู่เสมอ
  • ต่างฝ่ายต่างชื่นชมในการก้าวผ่านความท้าทายใหม่ๆ ในชีวิตของกันและกัน

หลายคนที่ติดตามข่าวต่างร่วมแสดงความเสียใจอย่างท่วมท้นบนโซเชียลมีเดีย เพราะทุกคนต่างเสียดายในความสามารถและนิสัยอันเป็นที่รักของเร แม๊คโดแนลด์ การจากไปครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนหันกลับมาดูแลสุขภาพและให้ความสำคัญกับคนที่เรารักในขณะที่ยังมีโอกาส เพราะชีวิตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนและไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร การจากลาครั้งนี้จะเหลือไว้เพียงความทรงจำดีๆ และผลงานคุณภาพที่เขาทิ้งไว้ให้แฟนๆ ได้จดจำตลอดไป

ที่มา – “โดม ปกรณ์” อาลัย “เร แม๊คโนแนลด์” เพิ่งชื่นชมความสำเร็จก้าวใหม่ ไม่คิดว่าจะจากไปเร็วขนาดนี้

29 รัฐในสหรัฐเปิดศึกใหญ่ฟ้อง “เมตา” ฐานเจตนาทำให้เยาวชนเสพติดแพลตฟอร์ม

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวในโลกโซเชียลมีเดียกันมาบ้าง แต่เหตุการณ์ล่าสุดถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก เมื่อ 29 รัฐในสหรัฐเปิดศึกใหญ่ฟ้อง “เมตา” ฐานเจตนาทำให้เยาวชนเสพติดแพลตฟอร์ม อย่างเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่ววงการเทคโนโลยีและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ปกครองทั่วโลก

เบื้องลึกของการฟ้องร้อง 29 รัฐในสหรัฐเปิดศึกใหญ่ฟ้อง “เมตา” ฐานเจตนาทำให้เยาวชนเสพติดแพลตฟอร์ม

การฟ้องร้องครั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการรวมตัวกันของอัยการสูงสุดจาก 29 รัฐ ที่เล็งเห็นว่าเมตามีการออกแบบอัลกอริทึมเพื่อดึงดูดผู้ใช้รุ่นเยาว์ให้ติดหนึบอยู่บนหน้าจอนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่งผลให้เยาวชนเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต ไม่ว่าจะเป็นภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือปัญหาร้ายแรงถึงขั้นคิดสั้น โดยทางฝ่ายโจทก์ระบุว่าบริษัทไม่ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้งานเท่ากับการเก็บข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ

ผลกระทบและข้อเรียกร้องที่สังคมต้องจับตา

นอกจากข้อกล่าวหาเรื่องการทำให้เยาวชนเสพติดแล้ว ยังมีการระบุว่าเมตาละเมิดกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งในจุดนี้เองที่ทำให้คดีความนี้ยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้น โดยรัฐต่างๆ ได้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ ดังนี้:

  • ยกเลิกฟีเจอร์การกดไลค์และการเลื่อนฟีดแบบไม่รู้จบ (Infinite Scroll) ที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเสพติด
  • กำหนดเวลาการใช้งานที่เข้มงวดสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์
  • บังคับใช้มาตรการยืนยันตัวตนเพื่อป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีใช้งานอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของเมตา ทนายความได้โต้แย้งว่ายังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันแน่ชัดว่าการใช้โซเชียลมีเดียเชื่อมโยงกับปัญหาทางสุขภาพจิตของวัยรุ่นโดยตรง พร้อมยืนยันว่าบริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการให้ปลอดภัยขึ้นอยู่เสมอ แต่ด้วยมูลค่าค่าปรับที่อาจสูงถึงหลักหลายแสนล้านดอลลาร์ ทำให้คดีนี้กลายเป็นศึกตัดสินชะตากรรมของยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียรายนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกโซเชียลมีเดีย หากรัฐชนะคดี เราอาจได้เห็นแพลตฟอร์มที่เป็นมิตรกับเยาวชนมากขึ้น แต่สำหรับตอนนี้ คงต้องติดตามกันต่อไปว่าเมตาจะปรับตัวอย่างไรเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงจากการฟ้องร้องครั้งประวัติศาสตร์นี้

ที่มา – 29 รัฐในสหรัฐเปิดศึกใหญ่ฟ้อง “เมตา” ฐานเจตนาทำให้เยาวชนเสพติดแพลตฟอร์ม

วีระยุทธ์ซัดรัฐบาลเดินเศรษฐกิจผิดทาง แขวนทุกอย่างไว้กับดาต้าเซ็นเตอร์

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจ เมื่อพรรคประชาชนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างดุเดือด โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า วีระยุทธ์ซัดรัฐบาลเดินเศรษฐกิจผิดทาง แขวนทุกอย่างไว้กับดาต้าเซ็นเตอร์ จนนำไปสู่ปัญหาการขาดดุลนำเข้าอย่างมหาศาลและกระทบต่อภาคการผลิตในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วีระยุทธ์ซัดรัฐบาลเดินเศรษฐกิจผิดทาง แขวนทุกอย่างไว้กับดาต้าเซ็นเตอร์ อย่างน่ากังวล

นายวีระยุทธ์ กาญจน์ชูฉัตร จากพรรคประชาชน ได้ชี้ให้เห็นว่า ตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ที่โตเพียง 1.9% นั้นถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาไส้ในที่รัฐบาลมุ่งเน้นการดึงดาต้าเซ็นเตอร์เข้ามาลงทุน แต่กลับไม่มีการกำหนดเงื่อนไขการใช้การผลิตในประเทศ (Local Content) หรือการทำ EIA ที่รัดกุม ส่งผลให้เกิดการนำเข้าเครื่องจักรจำนวนมหาศาลจนทำให้ไทยขาดดุลการค้ากว่า 1 ล้านล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก

ปัญหาการแขวนอนาคตเศรษฐกิจไว้กับดาต้าเซ็นเตอร์

การที่รัฐบาลมองว่าดาต้าเซ็นเตอร์คือทางรอดใหม่นั้นเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะในความเป็นจริง:

  • ไม่มีการเชื่อมโยงไปยังเศรษฐกิจในภาคส่วนอื่นอย่างเป็นรูปธรรม
  • ผู้ที่ได้รับประโยชน์หลักคือผู้รับเหมาและเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่ภาคแรงงานไทย
  • กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมลดต่ำลงจนน่าตกใจ เหลือเพียง 57% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 24 ไตรมาส
  • ตัวเลขผู้ว่างงานในระบบประกันสังคมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากปัญหาเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์แล้ว นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีอุตสาหกรรมยานยนต์ที่รัฐบาลดูจะแก้ปัญหาแบบผิดฝาผิดตัว การเตรียมขึ้นภาษีสรรพสามิตเพื่อสู้กับรถยนต์นำเข้านั้น อาจไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง เพราะเครื่องมือที่ควรใช้คือภาษีศุลกากรและการตรวจสอบการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างเคร่งครัด แทนที่จะปล่อยให้มีการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศทั้งหมดแม้จะมาตั้งโรงงานในไทยก็ตาม

ในมุมมองของพรรคประชาชน การที่ วีระยุทธ์ซัดรัฐบาลเดินเศรษฐกิจผิดทาง แขวนทุกอย่างไว้กับดาต้าเซ็นเตอร์ จึงไม่ใช่แค่การวิจารณ์ทางการเมือง แต่คือการส่งสัญญาณเตือนว่ารัฐบาลควรเลิกใช้มาตรการกระตุ้นการบริโภคเพียงอย่างเดียว และต้องหันมาให้ความสำคัญกับการยกระดับอุตสาหกรรมไทย ปกป้องแรงงานไทย และสร้างนโยบายที่กล้าหาญในการเจรจาต่อรองกับต่างชาติ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มทุนข้ามชาติเพียงฝ่ายเดียว

เราเชื่อว่ารัฐบาลยังพอมีเวลาในการปรับเปลี่ยนทิศทาง โดยการหันมาฟังเสียงสะท้อนจากภาคส่วนต่างๆ และวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยหลุดพ้นจากกับดักของการเป็นเพียงฐานการผลิตที่ขาดมูลค่าเพิ่ม และก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่เข้มแข็งจากภายในอย่างยั่งยืน

ที่มา – ‘วีระยุทธ์’ซัดรัฐบาลเดินเศรษฐกิจผิดทาง แขวนทุกอย่างไว้กับ ดาต้าเซ็นเตอร์-ขาดดุลนำเข้ามหาศาล

ผู้บริโภคชอบๆ ปั๊มปตท. – บางจาก เปิดศึกลดน้ำมันลิตรละ 1 บ.

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ใช้รถใช้ถนนต้องตาลุกวาวแน่นอน เพราะล่าสุดเกิดปรากฏการณ์ ผู้บริโภคชอบๆ ปั๊มปตท. – บางจาก เปิดศึกลดน้ำมันลิตรละ 1 บ. ออกมาให้เราได้เลือกใช้บริการกันแบบจัดเต็ม ซึ่งถือเป็นข่าวดีของคนรักรถที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงสัปดาห์นี้พอดีครับ

ศึกชิงส่วนลด: ผู้บริโภคชอบๆ ปั๊มปตท. – บางจาก เปิดศึกลดน้ำมันลิตรละ 1 บ.

ทางฝั่งของบางจากได้ออกมาประกาศฉลองครบรอบ 20 ปี บางจากกรีนไมลส์ ด้วยการมอบส่วนลดน้ำมันลิตรละ 1 บาท โดยไม่มีขั้นต่ำ สำหรับสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ที่เติมน้ำมันทุกชนิดในวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 24.00 น. งานนี้ใครที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก ก็สามารถสมัครฟรีหน้าปั๊มแล้วรับสิทธิ์ได้ทันทีเลยครับ

ทางด้านปั๊มปตท. ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ปล่อยโปรโมชันเด็ดออกมาแบบติดๆ กันภายใต้แคมเปญ ผู้บริโภคชอบๆ ปั๊มปตท. – บางจาก เปิดศึกลดน้ำมันลิตรละ 1 บ. โดย PTT Station จัดให้เน้นๆ 2 วันเต็ม คือวันที่ 19–20 สิงหาคม 2569 นี้ครับ

รายละเอียดและเงื่อนไขการรับส่วนลด

แม้ทั้งสองค่ายจะจัดโปรลดราคา 1 บาทเท่ากัน แต่ก็มีรายละเอียดที่เพื่อนๆ ควรทราบดังนี้ครับ:

  • ปั๊มบางจาก: ลด 1 บาท/ลิตร ไม่มีขั้นต่ำ สำหรับสมาชิกบางจากกรีนไมลส์
  • ปั๊มปตท. (PTT Station): ลด 1 บาท/ลิตร เมื่อเติมครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ สำหรับสมาชิกบลูพลัส

สำหรับเงื่อนไขของฝั่งปตท. นั้นมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่ควรระวัง เช่น ไม่ร่วมรายการกับคูปองส่วนลดอื่น ไม่ร่วมโปรโมชันเติมน้ำมันด้วยตนเอง (Self-serve) และไม่รองรับลูกค้าประเภท Fleet Card ต่างๆ ซึ่งหากใครที่เป็นสมาชิกบลูพลัสอยู่แล้ว เพียงแค่แจ้งเบอร์โทรหรือรูดบัตรสมาชิกก่อนเติม ก็รับส่วนลดไปได้เลยแบบง่ายๆ ครับ

ถือว่าเป็นช่วงเวลาทองของคนใช้รถจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะเลือกเติมฝั่งไหน ก็ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้เป็นอย่างดี แต่อย่าลืมตรวจสอบสาขาที่ร่วมรายการและเตรียมบัตรสมาชิกให้พร้อมก่อนเข้าปั๊มนะครับ เพราะโอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ ใครสะดวกที่ไหน ไปที่นั่นได้เลยครับ

ที่มา – ผู้บริโภคชอบๆ ปั๊มปตท. – บางจาก เปิดศึกลดน้ำมันลิตรละ 1 บ. แต่มีเงื่อนไข

เปิดแง่มุมนักกีฬาของ เร แม๊คโดแนลด์ ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

ท่ามกลางความโศกเศร้ากับการจากไปของ เร แม๊คโดแนลด์ นักแสดงและพิธีกรผู้เป็นที่รักของแฟนคลับมากมาย หลายคนอาจจดจำเขาในภาพลักษณ์ของศิลปินหนุ่มสุดเซอร์หรือนักเดินทาง แต่เชื่อไหมว่าอีกด้านหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ เปิดแง่มุมนักกีฬาของ เร แม๊คโดแนลด์ ที่เพิ่งเสียชีวิต ซึ่งถือเป็นพาร์ทชีวิตที่เขาหลงรักและทุ่มเทอย่างจริงจังมาโดยตลอด

เปิดแง่มุมนักกีฬาของ เร แม๊คโดแนลด์ ที่เพิ่งเสียชีวิต

น้อยคนนักที่จะทราบว่า เร แม๊คโดแนลด์ เคยมีเส้นทางชีวิตที่เกือบจะได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว เขาเคยเป็นหนึ่งในขุนพลทีมธำรงไทยสโมสร ชุดที่สร้างชื่อเสียงด้วยการคว้าตำแหน่งรองแชมป์ฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ โกเธีย คัพ ณ ประเทศสวีเดน เมื่อปี พ.ศ. 2531 ประสบการณ์ในครั้งนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขารักในเกมลูกหนังอย่างหมดใจ

ก้าวสู่เวทีระดับโลกและมุมมองต่อชีวิตนักเตะ

นอกจากความสำเร็จในระดับเยาวชน เรยังเคยเดินทางไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรบริสตอล ซิตี้ ในต่างแดน แม้ในตอนนั้นเขาจะยังไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพเนื่องจากความเกเรตามประสาวัยรุ่นที่ทำให้เขาถูกไล่ออกก่อนกำหนด แต่ เปิดแง่มุมนักกีฬาของ เร แม๊คโดแนลด์ ที่เพิ่งเสียชีวิต ก็สอนให้เรารู้ว่าเขาเป็นคนที่กล้าทำตามความฝันโดยไม่ย่อท้อ เขายอมรับอย่างถ่อมตัวว่าหากเป็นยุคนี้ เขาอาจจะมีโอกาสได้ลงเล่นในลีกดิวิชั่นรองๆ ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันและเป็นเอกลักษณ์

นอกเหนือจากฟุตบอล เรยังเป็นผู้ที่มีจิตใจงดงามผ่านการทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเขาสวมบทบาทเป็นประธานสโมสรสันติภาพ เอฟซี เพื่อสนับสนุนเยาวชนจากภาคใต้ให้มีโอกาสได้พัฒนาทักษะด้านกีฬา ซึ่งเป็นการส่งต่อโอกาสที่เขาเคยได้รับไปยังคนรุ่นหลังต่อไป

  • ความรักในกีฬาฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก
  • ความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ผ่านการทดสอบฝีเท้าในต่างประเทศ
  • จิตวิญญาณของผู้ให้ผ่านสโมสรสันติภาพ เอฟซี
  • ความหลงใหลในกีฬามอเตอร์สปอร์ต

อีกหนึ่งความสนใจที่เรเผยให้เห็นคือความชื่นชอบในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เขาเคยได้รับแรงบันดาลใจจากการชมลีลาของนักแข่งระดับโลกอย่าง มิคาเอล ชูมัคเกอร์ จนเกิดความฝันที่อยากจะลองลงสนามแข่งรถด้วยตัวเอง นี่คือเครื่องยืนยันว่า เปิดแง่มุมนักกีฬาของ เร แม๊คโดแนลด์ ที่เพิ่งเสียชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องราวของอดีตนักฟุตบอลคนหนึ่ง แต่คือเรื่องราวของชายผู้มีไฟในใจและกล้าที่จะลองทำในสิ่งที่ตัวเองรักเสมอ

การจากไปของเร แม๊คโดแนลด์ ไม่เพียงแต่ทิ้งผลงานในวงการบันเทิงไว้ให้เราคิดถึง แต่ยังทิ้งบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความฝัน ความพยายาม และการเป็นผู้ให้ เราขอร่วมไว้อาลัยและจดจำเขาในฐานะชายผู้รักในกีฬาและใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ที่สุดคนหนึ่งของวงการไทย

ที่มา – เปิดแง่มุมนักกีฬาของ “เร แม๊คโดแนลด์” ที่เพิ่งเสียชีวิต