ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

หวยงวด 16 ส.ค. 69 แม่ตุ๊กตา วางเลขเด็ดให้แฟนคลับลุ้นโชค

หวยงวด 16 ส.ค. 69 แม่ตุ๊กตา วางเลขเด็ดให้แฟนคลับลุ้นโชค

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับวันประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล เชื่อว่าหลายท่านคงกำลังมองหาแนวทางเพื่อนำไปเสี่ยงโชคกันอยู่ใช่ไหมครับ วันนี้เรามีแนวทางจากเพจดังอย่าง “แม่ตุ๊กตา” ที่ออกมาแจกแนวทาง หวยงวด 16 ส.ค. 69 แม่ตุ๊กตา วางเลขเด็ดให้แฟนคลับลุ้นโชค ซึ่งบอกเลยว่าชุดตัวเลขรอบนี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะมีการคัดเน้นๆ เพื่อให้แฟนคลับได้ลองนำไปพิจารณากันดูครับ

เลขเด็ดจากแม่ตุ๊กตา หวยงวด 16 ส.ค. 69 แม่ตุ๊กตา วางเลขเด็ดให้แฟนคลับลุ้นโชค

สำหรับแนวทางในงวดวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ทางแม่ตุ๊กตาได้วางกรอบตัวเลขไว้ที่ 6, 0, 4, 8 และ 2 โดยมีการวิเคราะห์ออกมาเป็นชุดตัวเลขที่น่าติดตาม ดังนี้:

  • เลขเด่นหลัก: เลข 4
  • เลขรองที่น่าจับตา: เลข 6
  • เลขที่แม่ตุ๊กตาชื่นชอบ: 04, 26

หากคุณกำลังมองหาชุดตัวเลขไว้เป็นแนวทางในการซื้อลอตเตอรี่ประจำงวดนี้ ข้อมูลจาก หวยงวด 16 ส.ค. 69 แม่ตุ๊กตา วางเลขเด็ดให้แฟนคลับลุ้นโชค มีชุดที่น่าสนใจดังนี้:

  • เลข 3 ตัวตรง: 642, 640, 648, 048
  • เลขท้าย 2 ตัว: 46, 40, 48, 42, 60, 68, 62

เมื่อเราลองสังเกตดูจะพบว่า เลข 4 ซึ่งเป็นเลขเด่นนั้น ปรากฏอยู่ในชุดเลข 2 ตัวถึง 4 ชุดด้วยกัน คือ 46, 40, 48 และ 42 ส่วนเลข 6 ก็ถือเป็นตัวเลขรองที่มาแรงไม่แพ้กัน เพราะปรากฏอยู่ในชุดเลข 46, 60, 68 และ 62 ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่ช่วยให้คอหวยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของความเชื่อและความสนุกสนานส่วนบุคคลนะครับ แนวทางเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่สามารถการันตีผลรางวัลได้ 100% ดังนั้นอยากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อ และที่สำคัญคือต้องเล่นอย่างมีสติและพอดี ไม่ให้เดือดร้อนเงินในกระเป๋าหรือคนรอบข้างนะครับ ขอให้ทุกคนโชคดีถูกรางวัลใหญ่ในงวดนี้กันถ้วนหน้าครับ!

ที่มา – หวยงวด 16 ส.ค. 69 “แม่ตุ๊กตา” วางเลขเด็ดให้แฟนคลับได้รับโชคงวด 16 ส.ค.

อดีตทีมชาติ ‘โค้ชจุ่น’ รำลึกสมัยร่วมทีม ‘เรย์’ คล่อง-ไม่กลัวใคร เผยไปช่วยบอลเด็กใต้ตลอด

เชื่อว่าหลายคนยังคงรู้สึกใจหายกับการจากไปของ เรย์ แมคโดนัลด์ อดีตพิธีกรและนักแสดงชื่อดัง ซึ่งในวัยเด็กนั้นเจ้าตัวถือเป็นนักกีฬาที่มีความสามารถโดดเด่นไม่แพ้ใคร วันนี้เราจะพามาย้อนรอยความทรงจำผ่านคำบอกเล่าของ อดีตทีมชาติ ‘โค้ชจุ่น’ รำลึกสมัยร่วมทีม ‘เรย์’ คล่อง-ไม่กลัวใคร เผยไปช่วยบอลเด็กใต้ตลอด ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมสมัยอยู่ธำรงไทยสโมสรด้วยกัน

อดีตทีมชาติ ‘โค้ชจุ่น’ รำลึกสมัยร่วมทีม ‘เรย์’ คล่อง-ไม่กลัวใคร เผยไปช่วยบอลเด็กใต้ตลอด

โค้ชจุ่น อนุรักษ์ ศรีเกิด ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความทรงจำเก่าๆ สมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นเยาวชนฝึกซ้อมฟุตบอลด้วยกันที่สนามการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก โดยกล่าวว่าเรย์เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ เล่นตำแหน่งตัวรุกได้ดีเยี่ยม มีความคล่องตัวสูงและที่สำคัญคือใจสู้ ไม่เคยเกรงกลัวใครในสนาม แม้ตัวจะเล็กแต่ความสามารถเฉพาะตัวนั้นยอดเยี่ยมมากจนโค้ชในยุคนั้นยังเอ่ยปากชม

มุมมองจากคนใกล้ชิด: อดีตทีมชาติ ‘โค้ชจุ่น’ รำลึกสมัยร่วมทีม ‘เรย์’ คล่อง-ไม่กลัวใคร เผยไปช่วยบอลเด็กใต้ตลอด

ในสมัยที่ร่วมทีมธำรงไทย เรย์ไม่ได้มีดีแค่ในจอ แต่ในสนามเขาก็เป็นนักเตะที่น่าจับตามอง โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ชาคริต แย้มนาม ร่วมทีมอยู่ด้วย โค้ชจุ่นยังเผยว่าหากเรย์ไม่ได้เลือกทางเดินในวงการบันเทิงและมุ่งมั่นทางสายฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง เขาเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเรย์จะสามารถพัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นไปติดเยาวชนทีมชาติได้อย่างแน่นอน เพราะทักษะการเล่นฟุตบอลของเรย์นั้นอยู่ในระดับชั้นแนวหน้าตั้งแต่ยังเด็ก

  • เรย์เป็นนักกีฬาที่มีวินัยและรักฟุตบอลอย่างแท้จริง
  • มีความคล่องแคล่วและไหวพริบในสนามที่ดีเยี่ยม
  • ถึงแม้จะผันตัวเข้าสู่วงการบันเทิง แต่ไม่เคยทิ้งความสนใจที่มีต่อกีฬาฟุตบอล

สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือ แม้เรย์จะประสบความสำเร็จในฐานะนักแสดง แต่เขาก็ไม่เคยลืมรากเหง้าของความเป็นนักกีฬา โดยเฉพาะการลงไปสนับสนุนฟุตบอลเด็กในภาคใต้มาโดยตลอด ซึ่งเป็นการส่งต่อโอกาสให้เด็กๆ ได้เล่นฟุตบอลผ่านการสนับสนุนในฐานะสปอนเซอร์ เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเรย์เป็นคนที่มีน้ำใจและมีความรักในกีฬาฟุตบอลอย่างเปี่ยมล้นจนวาระสุดท้าย

การสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับเพื่อนฝูงในวงการฟุตบอลเป็นอย่างมาก แม้จะไม่ได้ร่วมงานกันบนสนามฟุตบอลมานาน แต่ความทรงจำที่ อดีตทีมชาติ ‘โค้ชจุ่น’ รำลึกสมัยร่วมทีม ‘เรย์’ คล่อง-ไม่กลัวใคร เผยไปช่วยบอลเด็กใต้ตลอด ได้ถ่ายทอดออกมา ก็เพียงพอที่จะทำให้เรารู้ว่า เรย์ แมคโดนัลด์ คือหนึ่งในคนสำคัญที่มอบรอยยิ้มและกำลังใจให้แก่สังคมมาโดยตลอด เราขอร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวแมคโดนัลด์มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ที่มา – อดีตทีมชาติ ‘โค้ชจุ่น’ รำลึกสมัยร่วมทีม ‘เรย์’ คล่อง-ไม่กลัวใคร เผยไปช่วยบอลเด็กใต้ตลอด

โชว์ผ้าไทยระยอง ผนึกพลังคนรุ่นใหม่ใช้ AI สร้างอาชีพ

จังหวัดระยองตื่นตัวครั้งใหญ่กับการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ภายใต้โครงการ “สตรีระยองสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย เทิดไท้พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ซึ่งงานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอความงดงามของผืนผ้าท้องถิ่น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงแนวคิด โชว์ผ้าไทยระยอง ผนึกพลังคนรุ่นใหม่ใช้ AI สร้างอาชีพ เพื่อให้มรดกทางภูมิปัญญาสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

โชว์ผ้าไทยระยอง ผนึกพลังคนรุ่นใหม่ใช้ AI สร้างอาชีพ

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น โดยมีนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานเปิดงาน ไฮไลต์สำคัญคือการเดินแบบผ้าไทยโดยสตรีระยองและตัวแทนชุมชนต่างๆ ที่มาโชว์เสน่ห์ของผ้าทอพื้นถิ่นให้ผู้ร่วมงานได้ชื่นชม นอกจากนี้ยังมีการเสวนาและกิจกรรมเวิร์กชอปที่น่าสนใจ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดในการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับงานหัตถกรรมมากขึ้น

ต่อยอดภูมิปัญญาด้วยเทคโนโลยี

ความพิเศษที่น่าจับตามองคือ การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาปรับใช้ในการออกแบบลวดลายผ้าไทย งานนี้สะท้อนให้เห็นว่า โชว์ผ้าไทยระยอง ผนึกพลังคนรุ่นใหม่ใช้ AI สร้างอาชีพ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการในชุมชนสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของตัวเองได้จริง โดยมีการมอบรางวัลให้แก่เยาวชนที่ชนะการประกวด “สานพลัง สานต่อ ลายผ้าไทย… คู่คิดสองวัยพลิกโฉมผ้าไทยด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)” อีกด้วย

  • ส่งเสริมอัตลักษณ์ผ้าถิ่นระยองให้เข้าถึงคนทุกวัย
  • นำ AI มาช่วยออกแบบลวดลายที่ร่วมสมัยและตลาดต้องการ
  • สร้างโอกาสทางรายได้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ความสำเร็จจากการจัดงานในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในจังหวัดระยอง การบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสภาวัฒนธรรม เพื่อดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาเรียนรู้และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ จะช่วยให้ผ้าไทยไม่เป็นเพียงมรดกที่ถูกเก็บไว้ในตู้ แต่เป็นสินค้าที่มีชีวิตและสามารถทำรายได้ให้กับคนในชุมชนได้จริง หากเราสามารถส่งเสริมการใช้ AI ในการออกแบบอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นได้ว่าผ้าไทยจะมีที่ยืนที่โดดเด่นในระดับสากลได้อย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ระยองคึกคัก! จัดใหญ่โชว์ผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ผนึกพลังคนรุ่นใหม่ใช้ AI สร้างอาชีพ ดันรายได้ชุมชน

สหรัฐคว่ำบาตรประธานศาลอาญาโลก-ทนายอาวุโส อ้างดำเนินการไม่เป็นธรรม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองระหว่างประเทศมาเล่าให้ฟังกันครับ เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจกับองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งล่าสุดเกิดกรณี สหรัฐคว่ำบาตรประธานศาลอาญาโลก-ทนายอาวุโส อ้างดำเนินการไม่เป็นธรรม จนกลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดครับ

ทำไมสหรัฐถึงประกาศ สหรัฐคว่ำบาตรประธานศาลอาญาโลก-ทนายอาวุโส อ้างดำเนินการไม่เป็นธรรม

เรื่องราวนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าการทำงานของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) นั้นกำลังก้าวล่วงอำนาจอธิปไตยของประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก โดยเฉพาะการที่ ICC พยายามเข้ามาตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ในคดีต่างๆ ที่สหรัฐฯ มองว่าตนเองมีเขตอำนาจศาลอยู่แล้ว

เปิดเบื้องหลังการตัดสินใจในครั้งนี้

นายรูบิโอได้ออกมาแถลงการณ์ถึงการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด โดยระบุว่าการที่ สหรัฐคว่ำบาตรประธานศาลอาญาโลก-ทนายอาวุโส อ้างดำเนินการไม่เป็นธรรม นั้น เป็นเพราะบุคคลทั้งสองมีบทบาทโดยตรงในการสืบสวนและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ซึ่งทางสหรัฐฯ มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ได้รับความยินยอมและขาดความชอบธรรมทางกฎหมายระหว่างประเทศ

โดยมาตรการคว่ำบาตรในครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่:

  • นางโทโมโกะ อาคาเนะ ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ
  • นายอับดูลาเย เซเย ทนายความอาวุโส

ทางฝั่ง ICC เองก็ได้ออกมาโต้ตอบอย่างรุนแรงเช่นกัน โดยระบุว่าการกระทำนี้เป็นการบ่อนทำลายหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง และอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางตุลาการทั่วโลกครับ

ในมุมมองของผู้เขียน ความขัดแย้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างกฎหมายระหว่างประเทศกับอำนาจต่อรองทางการเมือง การที่องค์กรตุลาการโลกถูกกดดันจากรัฐมหาอำนาจถือเป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่ากังวลว่า ความยุติธรรมระหว่างประเทศจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างอิสระหรือไม่ในอนาคต

แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? นี่คือจุดสิ้นสุดของความยุติธรรมสากล หรือเป็นเพียงแค่เกมการเมืองที่ต้องหาจุดลงตัวกันใหม่? มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ

ที่มา – สหรัฐคว่ำบาตรประธานศาลอาญาโลก-ทนายอาวุโส อ้างดำเนินการไม่เป็นธรรม

กรุณพล จวก DSI ปล่อยชื่อ สส.ภูเก็ต พรรคส้ม ทั้งที่ไม่มีหมายเรียก

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อนายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งคำถามถึงการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับ สส.ภูเก็ต ของทางพรรค โดยมองว่าการกระทำดังกล่าวนั้นไม่เหมาะสมและอาจเป็นการชี้นำสังคมไปก่อนที่กฎหมายจะตัดสิน

กรุณพล จวก DSI ปล่อยชื่อ สส.ภูเก็ต พรรคส้ม ทั้งที่ไม่มีหมายเรียก

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่มีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่า DSI เตรียมออกหมายเรียก นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ หรือทนายเก่ง สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เพื่อเข้าชี้แจงเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของนิติบุคคลและการถือครองหุ้นในบริษัทจำนวน 28 แห่ง ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นนอมินีให้ต่างชาติหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กรุณพล จวก DSI ปล่อยชื่อ สส.ภูเก็ต พรรคส้ม ทั้งที่ไม่มีหมายเรียก โดยมองว่าเป็นการกระทำที่เร่งรีบเกินไป ทั้งที่กระบวนการตามกฎหมายยังไม่ไปถึงไหน

ความกังวลต่อกระบวนการยุติธรรม

ทางพรรคประชาชนยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความกระจ่างและรักษาความโปร่งใส แต่สิ่งที่นายกรุณพลกังวลคือ:

  • การเปิดเผยชื่อบุคคลต่อสาธารณะก่อนจะมีหมายเรียกจริง
  • การทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าบุคคลนั้นเป็นผู้กระทำความผิดไปแล้ว
  • การไม่รักษาความลับหรือให้เกียรติผู้ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี

นายกรุณพลย้ำว่า พรรคพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกกรณี หากมีการร้องเรียนเข้ามาทางพรรคจะเรียก สส. มาสอบถามและดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้องที่สุด เพราะพรรคประชาชนยึดมั่นในความโปร่งใสและพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจต่อประชาชนเสมอ

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์การเมือง เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐและนักการเมือง การใช้ดุลยพินิจของ DSI ควรมีความระมัดระวังมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนการกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือการสร้างกระแสสังคมเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของตัวบุคคลโดยที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ความยุติธรรมที่แท้จริงต้องเริ่มต้นจากความเที่ยงธรรมในทุกขั้นตอน ไม่ใช่การปล่อยข่าวชี้นำสังคมก่อนการสืบสวนสอบสวนจะสิ้นสุด

ที่มา – ‘กรุณพล’จวกดีเอสไอ ปล่อยชื่อ สส.ภูเก็ต พรรคส้ม ทั้งที่ยังไม่มีหมายเรียก ชี้นำเหมือนทำผิดแล้ว

ทีทีบี ชี้แจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบธุรกิจและการบริหาร

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยหลังจากมีข่าวออกมาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ว่าทาง ING Bank N.V. หรือ ING ผู้ถือหุ้นใหญ่รายหนึ่งของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb ได้มีการปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นลง ซึ่งเหตุการณ์ ทีทีบี ชี้แจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบธุรกิจและการบริหาร นั้นถือเป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมากครับ

ทีทีบี ชี้แจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบธุรกิจและการบริหาร

เหตุผลเบื้องหลังการปรับลดสัดส่วนหุ้นในครั้งนี้ ทาง ING ระบุว่าเป็นเพียงการบริหารเงินทุนเชิงรุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุนเท่านั้น โดยหลังจากการทำรายการแล้วเสร็จ คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นของ ING จะลดลงจาก 19.5% เหลือเพียง 11.6% ครับ อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นผ่าน ทีทีบี ชี้แจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบธุรกิจและการบริหาร เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจว่ายุทธศาสตร์การดำเนินงานของธนาคารยังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง

มุมมองจากผู้บริหารต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ttb ได้ออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นว่า ธนาคารยังคงมุ่งเน้นสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย และเตรียมสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนผ่านกลยุทธ์สำคัญ ดังนี้:

  • การรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน
  • การดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน (Treasury Shares) ภายใต้วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท
  • การบริหารจัดการเงินกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น

นับจนถึงปัจจุบัน ธนาคารได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนไปแล้วกว่า 21,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเร็วกว่าแผนที่วางไว้ ทำให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการวงเงินที่เหลืออีก 14,000 ล้านบาท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นในช่วงที่ภาวะตลาดทุนมีความผันผวน

ในฐานะนักลงทุนหรือลูกค้าของ ttb การที่ธนาคารออกมาสื่อสารอย่างชัดเจนถือเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เพราะทำให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ การลดสัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของธนาคาร แต่เป็นเพียงการจัดการพอร์ตการลงทุนของผู้ถือหุ้นเอง ดังนั้นเราจึงมั่นใจได้ว่าทิศทางธุรกิจของทีทีบีจะยังคงเติบโตต่อไปอย่างมีเสถียรภาพแน่นอนครับ

ที่มา – ทีทีบี ชี้แจง ING ลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 11.6% ไม่กระทบธุรกิจและการบริหาร

อ.ส.ค.ประกาศขออภัยตัวแทนจำหน่ายปัญหาการรับน้ำนมดิบจากเกษตรกรเกินโควตา

อ.ส.ค.ประกาศขออภัยตัวแทนจำหน่ายปัญหาการรับน้ำนมดิบจากเกษตรกรเกินโควตา

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในแวดวงธุรกิจนม เมื่อล่าสุดทางองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ โดย น.ส.วัชรี วรรณศรี ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. ได้ส่งสารถึงบรรดาตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศเพื่อชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากที่ อ.ส.ค. ได้เผชิญกับปัญหาการรับน้ำนมดิบจากเกษตรกรเข้ามาเกินกว่าปริมาณโควตาที่กำหนดไว้ รวมถึงเกินกว่ากำลังการผลิตและการจำหน่ายจริงในตลาด

ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงระบบการผลิตเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงตลาดการจัดจำหน่าย เพราะการที่มีสินค้าคงคลังจำนวนมาก ทำให้ทาง อ.ส.ค. จำเป็นต้องรีบกระจายสินค้าที่มีอายุคงเหลือไม่มากนักออกสู่ตลาดด้วยราคาพิเศษ ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของราคาสินค้าในท้องตลาด และทำให้ตัวแทนจำหน่ายหลายรายได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน ดังนั้นการที่ อ.ส.ค.ประกาศขออภัยตัวแทนจำหน่ายปัญหาการรับน้ำนมดิบจากเกษตรกรเกินโควตา ในครั้งนี้ จึงถือเป็นความจริงใจที่ต้องการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

ปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อความยั่งยืน

เพื่อให้การทำธุรกิจร่วมกันมีความมั่นคงในระยะยาว ทาง อ.ส.ค. ได้ประกาศมาตรการควบคุมการรับน้ำนมส่วนเกินให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตที่แท้จริง โดยขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้ปฏิบัติตามแนวทางดังนี้:

  • ตัวแทนจำหน่ายควรวางแผนการสั่งซื้อโดยยึดราคาสินค้าปกติเป็นเกณฑ์สำคัญ
  • เลิกพึ่งพาการรอซื้อสินค้าอายุสั้นหรือสินค้าราคาพิเศษเพียงอย่างเดียว
  • อ.ส.ค. จะเน้นให้ความสำคัญกับตัวแทนที่มีวินัยการซื้อสม่ำเสมอและชำระเงินตรงเวลา
  • ร่วมกันพัฒนาตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานครั้งนี้ แม้จะเป็นเรื่องท้าทาย แต่เชื่อว่าจะช่วยหยุดวงจรการกระจายสินค้าอายุสั้นที่บิดเบือนกลไกตลาด และสร้างระบบการจำหน่ายที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การที่ อ.ส.ค.ประกาศขออภัยตัวแทนจำหน่ายปัญหาการรับน้ำนมดิบจากเกษตรกรเกินโควตา ยังสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญกับคู่ค้าที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา หากตัวแทนจำหน่ายท่านใดที่ต้องการความเติบโตแบบยั่งยืน นี่คือโอกาสดีที่จะปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทางใหม่ของ อ.ส.ค. เพื่อให้เราก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและปราศจากความเสี่ยงด้านราคาสินค้าผันผวนในอนาคต

ที่มา – อ.ส.ค.ประกาศขออภัยตัวแทนจำหน่ายปัญหาการรับน้ำนมดิบจากเกษตรกรเกินโควตา

ทรัมป์ชะลอขึ้นภาษีแคนาดา 50% หลังบรรลุข้อตกลงนาทีสุดท้าย

ทรัมป์ชะลอขึ้นภาษีแคนาดา 50% หลังบรรลุข้อตกลงนาทีสุดท้าย

เป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศแคนาดาในอัตราสูงถึง 50% ออกไปอีก 3 วัน หลังจากที่ตัวแทนของทั้งสองประเทศสามารถเจรจาจนบรรลุข้อตกลงในนาทีสุดท้ายก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้จริง การตัดสินใจในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองชาติพันธมิตรที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

รายละเอียดและผลกระทบของมาตรการ ทรัมป์ชะลอขึ้นภาษีแคนาดา 50% หลังบรรลุข้อตกลงนาทีสุดท้าย

มาตรการที่เกือบจะเกิดขึ้นนี้ครอบคลุมมูลค่าสินค้านำเข้าจากแคนาดาสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 5% ของมูลค่าสินค้าที่แคนาดาส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาในแต่ละปี แม้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจจะดูมีผลกระทบในวงจำกัด แต่ในเชิงการเมืองถือเป็นประเด็นที่เปราะบางอย่างยิ่ง เนื่องจากแคนาดาเองก็ได้ขู่ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตราที่เท่าเทียมกันหากสถานการณ์บานปลาย

หากเราย้อนดูความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ จะพบว่าสหรัฐฯ และแคนาดามีมูลค่าการค้าสินค้าและบริการรวมกันสูงถึง 880,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 29.15 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของทั้งสองฝั่ง การตัดสินใจที่ทำให้ ทรัมป์ชะลอขึ้นภาษีแคนาดา 50% หลังบรรลุข้อตกลงนาทีสุดท้าย จึงเป็นการระงับความขัดแย้งที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้อย่างทันท่วงที

  • เปิดทางให้มีการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน
  • ลดความตึงเครียดระหว่างสองชาติพันธมิตรทางเศรษฐกิจ
  • ป้องกันการเกิดสงครามการค้าที่อาจขยายวงกว้างไปสู่อุตสาหกรรมอื่น

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ สถานการณ์นี้นับเป็นบททดสอบสำคัญของนโยบายการค้าแบบทวิภาคี แม้การชะลอตัวจะช่วยลดอุณหภูมิความร้อนแรงลงได้ชั่วคราว แต่การรักษาความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างสองประเทศยังคงต้องอาศัยการเจรจาที่สร้างสรรค์และจริงใจจากทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจกลับมาสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว

ที่มา – ทรัมป์ชะลอขึ้นภาษีแคนาดา 50% หลังสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงนาทีสุดท้าย

พริษฐ์ โต้โสภณ ไม่หมกมุ่น แต่ห่วงหมกเม็ดคดีศักดิ์สยาม

พริษฐ์ โต้โสภณ ไม่หมกมุ่น แต่ห่วงหมกเม็ดคดีศักดิ์สยาม

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาตอบโต้กรณีที่ นายโสภณ ซารัมย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงแนะนำไม่ให้ฝ่ายค้านและ สว. พริษฐ์ โต้โสภณ ไม่หมกมุ่น แต่ห่วงหมกเม็ดคดีศักดิ์สยาม จนเกินไปในเรื่องคำร้องที่ขอให้ส่งศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวน ป.ป.ช. กรณีการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม

ทำไมต้องกังวลว่า พริษฐ์ โต้โสภณ ไม่หมกมุ่น แต่ห่วงหมกเม็ดคดีศักดิ์สยาม จริงหรือ?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมฝ่ายค้านถึงต้องออกมาตั้งคำถามเรื่องนี้อย่างหนัก นายพริษฐ์ได้ชี้แจงชัดเจนว่าไม่ใช่ความหมกมุ่น แต่เป็นความกังวลว่ามีการใช้กลไกของประธานรัฐสภาเพื่อตัดตอนให้เรื่องไปไม่ถึงศาล โดยเปรียบเทียบกับกรณีในอดีตที่ประธานวุฒิสภาใช้เวลาเพียง 41 วัน แต่กรณีนี้ล่วงเลยมาถึง 74 วันแล้วกลับทำได้เพียงแค่ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเท่านั้น

ประเด็นที่น่าจับตามองและสะท้อนว่า พริษฐ์ โต้โสภณ ไม่หมกมุ่น แต่ห่วงหมกเม็ดคดีศักดิ์สยาม คือเรื่องของความไม่โปร่งใสในคณะกรรมการชุดนี้ โดยมีข้อสังเกตดังนี้:

  • กรรมการที่เลือกเอง: นายโสภณเป็นผู้จิ้มเลือกกรรมการเองทั้งหมดแบบผูกขาด
  • ปกปิดรายชื่อ: ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการ ทำให้ขาดการตรวจสอบจากภาคประชาชน
  • ไร้กรอบเวลา: ไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในการทำงานว่าต้องสรุปผลเมื่อใด
  • ขาดการมีส่วนร่วม: ยังไม่มีหลักประกันว่าจะเชิญตัวแทนผู้ยื่นคำร้องเข้าไปให้ข้อมูล

นายพริษฐ์ยังย้ำว่า วิปฝ่ายค้านได้ยื่นหนังสือเรียกร้องถึง 4 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ทั้งการเปิดรายชื่อกรรมการ การกำหนดกรอบเวลา การเชิญผู้ร้องเข้าให้ข้อมูล และการเผยแพร่บันทึกการประชุม แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากประธานรัฐสภา ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ชวนให้สังคมตั้งคำถามถึงความจริงใจในการแก้ปัญหาการทุจริต

สุดท้ายนี้ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของความโปร่งใสในองค์กรอิสระและการตรวจสอบผู้มีอำนาจ หากการเมืองยังคงมีลักษณะการตัดตอนคดีความไม่ให้ไปถึงกระบวนการยุติธรรมที่แท้จริง ประเทศไทยย่อมสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราในฐานะประชาชนต้องจับตาดูว่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร และความโปร่งใสจะยังคงมีอยู่จริงในสภาหรือไม่

ที่มา – ‘พริษฐ์’ โต้‘โสภณ’ ไม่หมกมุ่น แต่ห่วงหมกเม็ด-ตัดตอน ไม่ส่งศาลสอบ ป.ป.ช. เป่าคดี‘ศักดิ์สยาม’

1 ชั่วโมง ยอดคนลงทะเบียนผ่านในโครงการ TH-AI Passport แล้ว 44,000 ราย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวที่น่าตื่นเต้นในวงการดิจิทัลไทยมาฝากกันครับ เมื่อล่าสุดมีการเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม จนสร้างสถิติที่น่าทึ่งเพียงแค่ช่วงเช้าวันนี้วันเดียวเท่านั้น

1 ชั่วโมง ยอดคนลงทะเบียนผ่านในโครงการ TH-AI Passport แล้ว 44,000 ราย

วันนี้ (19 ส.ค.) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เปิดให้คนไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป เริ่มเข้ามาลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมใช้งานแพลตฟอร์ม AiPASS ผ่านทางเว็บไซต์ de.aipass.net ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของไทยในการเตรียมตัวก้าวสู่โลกของปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ ก่อนเปิดให้บริการจริงในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สิ่งที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในตอนนี้คือ 1 ชั่วโมง ยอดคนลงทะเบียนผ่านในโครงการ TH-AI Passport แล้ว 44,000 ราย ภายในเวลาเพียง 60 นาทีแรกของการเปิดระบบ (ตั้งแต่ 09.00 – 10.00 น.) สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยตื่นตัวเรื่องเทคโนโลยี AI มากเพียงใด

ทำไมโครงการ TH-AI Passport ถึงน่าสนใจ?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมคนถึงแห่กันมาลงทะเบียนมากมายขนาดนี้ คำตอบคือ AiPASS เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งาน AI ของคนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งจะเข้ามาช่วยยกระดับการทำงานและไลฟ์สไตล์ในอนาคต โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียนที่ง่ายดาย ดังนี้:

  • เข้าสู่เว็บไซต์ de.aipass.net
  • ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ใช้งาน (อายุ 15 ปีขึ้นไป)
  • ทำการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่ระบบกำหนด
  • สร้างบัญชีผู้ใช้งานเพื่อเตรียมความพร้อมรับสิทธิ์

ความสำเร็จของ 1 ชั่วโมง ยอดคนลงทะเบียนผ่านในโครงการ TH-AI Passport แล้ว 44,000 ราย ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคง หากใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน แนะนำให้รีบเข้าไปทำรายการนะครับ เพราะโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ แบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ และเชื่อว่าแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – 1 ชั่วโมง ยอดคนลงทะเบียนผ่านในโครงการ TH-AI Passport แล้ว 44,000 ราย