ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘ชีวิต ชีวา’ โชว์งานหาชมยากของ ‘อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์’

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในศิลปะและกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ที่กรุงเทพฯ ข่าวดีที่คุณไม่ควรพลาดคือการกลับมาของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย ดิบ บางกอก กับนิทรรศการครั้งสำคัญในชื่อ “ชีวิต ชีวา (Giving Life)” ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการศิลปะไทย เพราะนี่คือโอกาสทองที่คุณจะได้เข้าชมผลงานระดับโลกอย่าง ‘ชีวิต ชีวา’ โชว์งานหาชมยากของ ‘อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์’ ศิลปินผู้เปลี่ยนนิยามของประติมากรรมในศตวรรษที่ 20 ไปอย่างสิ้นเชิง

เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดนิทรรศการ ‘ชีวิต ชีวา’ โชว์งานหาชมยากของ ‘อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์’

อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ คือศิลปินผู้มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมเครื่องกล ซึ่งเขาได้หยิบเอาความรู้ด้านวิศวกรรมมาผสมผสานกับงานศิลปะจนกลายเป็นประติมากรรมที่เคลื่อนไหวได้ การได้มาสัมผัสผลงานต้นฉบับที่ ดิบ บางกอก ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ที่ปกติแล้วเราต้องบินไปไกลถึง MoMA ในนิวยอร์ก หรือ Tate Modern ในลอนดอน แต่ตอนนี้ทุกอย่างถูกยกมาไว้ที่กรุงเทพฯ ให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

สำรวจความหมายเบื้องหลัง ‘ชีวิต ชีวา’ โชว์งานหาชมยากของ ‘อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์’

การแสดงงานครั้งนี้ไม่ได้มีแค่คาลเดอร์เท่านั้น แต่ยังรวมผลงานของศิลปินระดับโลกและศิลปินไทยชื่อดังกว่า 33 ท่าน อาทิ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช และอารยา ราษฎร์จำเริญสุข โดยภัณฑารักษ์ได้หยิบยกแนวคิดเรื่อง ‘การเปลี่ยนแปลง’ มาเป็นแกนกลาง เพื่อให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามและสำรวจการเติบโตของชีวิตผ่านงานศิลปะร่วมสมัย นิทรรศการนี้ยังเป็นการย้อนรอยประวัติศาสตร์ศิลปะไทยในทศวรรษที่ 1970 เพื่อเชื่อมโยงโลกแห่งศิลปะให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ทำไมคุณถึงควรมาที่ ดิบ บางกอก:

  • สัมผัสผลงานที่หาชมได้ยากจากศิลปินระดับตำนานอย่าง อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์
  • ดื่มด่ำกับงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินไทยและนานาชาติรวมกว่า 160 ชิ้น
  • พื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบรรยากาศระดับพิพิธภัณฑ์โลก
  • โอกาสในการร่วมสนับสนุนศิลปะผ่านการเป็นสมาชิก (Dib Membership)

นิทรรศการจะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ถึง 3 พฤษภาคม 2570 ณ ดิบ บางกอก โดยเปิดให้จองบัตรล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นี่ไม่ใช่เพียงการมาชมภาพสวยงาม แต่คือการร่วมเดินทางไปกับสถาบันศิลปะแห่งนี้ที่ตั้งใจสร้างโอกาสและแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อไป หากคุณรักในศิลปะ อย่าลืมปักหมุดและวางแผนมาชมผลงานระดับโลกนี้ด้วยตัวเอง แล้วคุณจะพบว่าศิลปะมีพลังในการขับเคลื่อนชีวิตเราได้มากกว่าที่คิด

ที่มา – ‘ชีวิต ชีวา’ โชว์งานหาชมยากของ ‘อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์’

ZenaTech ผนวกผลิตโดรนและขยาย ZenaWorx สู่ศูนย์ข้อมูล AI

ในยุคที่เทคโนโลยีโดรนกำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมต่างๆ ZenaTech ได้สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการประกาศเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก โดยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทได้เผยว่า ZenaDrone บริษัทลูกของตน ได้เริ่มทดสอบแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่ผลิตเองจากโรงงานในไต้หวัน เพื่อนำมาติดตั้งในโดรนรุ่น ZenaDrone 1000 และ IQ Nano ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำคัญในการ ZenaTech ผนวกห่วงโซ่การผลิตโดรนของตัวเอง พร้อมขยายซอฟต์แวร์ ZenaWorx สู่ตลาดศูนย์ข้อมูล AI เพื่อลดการพึ่งพาผู้ผลิตจากจีนให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลสหรัฐฯ

ZenaTech ผนวกห่วงโซ่การผลิตโดรนของตัวเอง พร้อมขยายซอฟต์แวร์ ZenaWorx สู่ตลาดศูนย์ข้อมูล AI

ดร. ชอน แพสลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ZenaTech เปิดเผยว่า การผลิตชิ้นส่วนเองช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและคุณภาพได้แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเร่งกระบวนการรับรองมาตรฐาน Blue UAS ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าถึงการจัดซื้อจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้โดยตรง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ที่ ZenaTech ผนวกห่วงโซ่การผลิตโดรนของตัวเอง พร้อมขยายซอฟต์แวร์ ZenaWorx สู่ตลาดศูนย์ข้อมูล AI อย่างเต็มรูปแบบ

การเติบโตที่ไร้ขีดจำกัดของ ZenaWorx ในตลาด AI

ไม่เพียงแค่ฮาร์ดแวร์เท่านั้นที่น่าจับตา แต่ฝั่งซอฟต์แวร์อย่าง ZenaWorx ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยบริษัทได้อัปเกรดความสามารถในการสร้างแบบจำลองภูมิประเทศดิจิทัล (Digital Terrain Modeling) เพื่อรองรับการทำงานในตลาดศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งถือเป็นภาคส่วนที่มีการเติบโตสูงมากในปัจจุบัน

  • เพิ่มฟีเจอร์วัดปริมาณดินขุดและถมอย่างแม่นยำ
  • รองรับการตรวจสอบระบบระบายน้ำสำหรับโครงสร้างขนาดใหญ่
  • ขยายฐานลูกค้าในโครงการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลระดับโลก

ความสามารถใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนเสริม แต่เป็นการปรับตัวให้เข้ากับตลาดการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่กำลังเฟื่องฟู ดร. แพสลีย์ เชื่อมั่นว่าการที่ ZenaTech ผนวกห่วงโซ่การผลิตโดรนของตัวเอง พร้อมขยายซอฟต์แวร์ ZenaWorx สู่ตลาดศูนย์ข้อมูล AI จะช่วยให้บริษัทสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอดวงจรโครงการก่อสร้าง ซึ่งตามการคาดการณ์ของ MarkWide Research ตลาดนี้มีโอกาสเติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 11.4% จนถึงปี 2035 เลยทีเดียว

ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของบริษัทเทคโนโลยีที่รู้จักปรับตัวและมองเห็นโอกาสในจังหวะที่เหมาะสม การที่ ZenaTech วางรากฐานทั้งฝั่งการผลิตที่พึ่งพาตัวเองได้และฝั่งซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์โครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขาโดดเด่นในตลาดโลกอย่างแน่นอน

ที่มา – ZenaTech เดินหน้าผนวกห่วงโซ่การผลิตโดรนของตัวเอง พร้อมขยายซอฟต์แวร์ ZenaWorx สู่ตลาดศูนย์ข้อมูล AI

อี้ แทนคุณ พาเหยื่อร้อง ปอศ. ถูกตุ๋นลงทุนการ์ดโปเกมอน สูญ 5 ล้าน

อี้ แทนคุณ พาเหยื่อร้อง ปอศ. ถูกตุ๋นลงทุนการ์ดโปเกมอน สูญ 5 ล้าน

กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการนักสะสม เมื่อล่าสุด อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ ได้พากลุ่มผู้เสียหายจำนวน 5 คน เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวงให้ร่วมลงทุนในการ์ดเกมยอดฮิตอย่าง การ์ดโปเกมอน และการ์ดหายากต่าง ๆ จนเกิดความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

พฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ถือว่าแนบเนียนมาก โดยมักจะเข้าไปแฝงตัวตามงานอีเวนต์การ์ดเกม ทำตัวสนิทสนมกับนักสะสมและเยาวชน อ้างว่าตนมีช่องทางพิเศษในการนำเข้าการ์ดแรร์ไอเทมจากต่างประเทศในช่วงแรกๆ ก็มีการส่งของจริงเพื่อให้เหยื่อตายใจ จนกระทั่งเหยื่อเริ่มสั่งซื้อด้วยจำนวนเงินที่สูงขึ้น จึงเริ่มออกลายบ่ายเบี่ยงและตัดการติดต่อไปในที่สุด

ภัยเงียบจากการถูกตุ๋นลงทุนการ์ดโปเกมอน-การ์ดเกม

เหยื่อรายหนึ่งซึ่งเป็นเยาวชนอายุเพียง 15 ปี เล่าว่า การถูกตุ๋นลงทุนการ์ดโปเกมอน-การ์ดเกม เริ่มต้นจากการสั่งซื้อสินค้าเล็กน้อยแล้วได้รับของจริง ทำให้เกิดความไว้ใจ เมื่อสั่งซื้อรายการใหญ่ขึ้นกลับถูกอ้างสารพัดเหตุผล เช่น สินค้าติดด่านภาษี หรือปัญหาการนำเข้า ซึ่งเป็นข้ออ้างมาตรฐานของเหล่ามิจฉาชีพในการดึงเงินก้อนโตไปจากผู้เสียหาย

นอกจากนี้ นายแทนคุณยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันตลาดการ์ดเกมในไทยเติบโตขึ้นมากจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และกีฬาอีสปอร์ต จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยดูแลและวางมาตรฐานการซื้อขายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องเยาวชนที่อาจตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงแบบนี้ซ้ำอีก

ข้อควรระวังสำหรับนักสะสมการ์ดเกม:

  • ตรวจสอบประวัติผู้ขายให้ละเอียดก่อนตัดสินใจโอนเงิน
  • อย่าหลงเชื่อคำอ้างเรื่อง “ช่องทางพิเศษ” ในการจัดหาสินค้า
  • หากมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มอ้างว่าเป็นภาษีหรือค่าธรรมเนียมกะทันหัน ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ
  • เก็บหลักฐานการพูดคุยและการโอนเงินไว้เสมอเพื่อใช้ดำเนินคดี

ในขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วมากกว่า 25 ราย และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การออกมาเรียกร้องของ อี้ แทนคุณ พาเหยื่อร้อง ปอศ. ถูกตุ๋นลงทุนการ์ดโปเกมอน สูญ 5 ล้าน ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นการทวงคืนความยุติธรรม แต่ยังเป็นการเตือนภัยครั้งใหญ่ให้สังคมได้ตระหนักว่า แม้จะเป็นงานอดิเรกที่ดูสนุก แต่การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงเสมอ โดยเฉพาะการโอนเงินให้กับบุคคลที่ไม่รู้จักอย่างใกล้ชิด

สุดท้ายนี้ ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งกวาดล้างมิจฉาชีพกลุ่มนี้ให้สิ้นซาก เพื่อให้พื้นที่ของคนรักการ์ดเกมกลับมาปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนไทยอีกครั้งครับ

ที่มา – ‘อี้ แทนคุณ’ พาเหยื่อร้อง ปอศ.ถูกตุ๋นลงทุนการ์ดโปเกมอน-การ์ดเกม สูญกว่า 5 ล้าน

‘การดี’ แฉ TH-AI Passport บังคับส่งข้อมูลไปต่างแดน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงดิจิทัล เมื่อนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของโครงการ TH-AI Passport หลังจากพบเงื่อนไขที่น่าตกใจในขั้นตอนการลงทะเบียน โดยระบุว่า ‘การดี’ แฉ TH-AI Passport บังคับส่งข้อมูลไปต่างแดน ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์และข้อกำหนดที่เคยระบุไว้ตั้งแต่ต้น

‘การดี’ แฉ TH-AI Passport บังคับส่งข้อมูลไปต่างแดน ผิดเงื่อนไข TOR

จากการตรวจสอบรายละเอียดในประกาศความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์ de.aipass.net พบว่าผู้ใช้งานไม่สามารถหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลไปยังโมเดล AI ในต่างประเทศได้ หากต้องการเข้าใช้งานบริการ ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าขัดกับ TOR ข้อ 2.2 อย่างชัดเจน ที่กำหนดให้การประมวลผลข้อมูลต้องทำภายในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อยกระดับความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานกฎหมายไทย

ความกังวลใจต่อโครงการ TH-AI Passport และความโปร่งใส

การที่ ‘การดี’ แฉ TH-AI Passport บังคับส่งข้อมูลไปต่างแดน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคนิคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความคุ้มค่าของภาษีประชาชน โดยมีข้อสังเกตสำคัญดังนี้:

  • การเบิกจ่ายงบประมาณ: ต้องไม่มีการอนุมัติงบเพิ่มเติมจนกว่าจะมีความโปร่งใสเรื่องสัญญาที่แก้ไขใหม่
  • การคิดค่าบริการแบบ Pay per use: ควรเปิดเผยรายละเอียดการคิดเงินที่ชัดเจน ไม่ให้เกิดการจ่ายเงินเกินจริง
  • การนับยอดผู้ลงทะเบียน: ยอดผู้ใช้งานที่กดลงทะเบียนไม่ควรนำมาอ้างอิงเพื่อสร้างความชอบธรรมในการใช้งบประมาณ หากประชาชนไม่ได้ใช้งานจริง

นางการดีเน้นย้ำว่า หน้าต่างการลงทะเบียนในขณะนี้อาจกลายเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่การจ่ายเงินรายหัวโดยไม่มีการใช้งานจริง ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของฝ่ายตรวจสอบที่ต้องปกป้องผลประโยชน์ของชาติและเงินภาษีของประชาชนทุกคนให้ดีที่สุด การมีตัวเลขผู้ลงทะเบียนสวยหรูไม่สามารถทดแทนความโปร่งใสในสัญญาและการจัดการข้อมูลที่ผิดพลาดได้ เราในฐานะประชาชนจึงต้องร่วมกันจับตาดูว่าทางกระทรวงดิจิทัลฯ จะมีคำชี้แจงอย่างไรต่อความกังขาที่เกิดขึ้นนี้

ที่มา – ‘การดี’ แฉTH-AI Passport บังคับส่งข้อมูลไปต่างแดน ชี้ขัดTOR ร้อง ‘ดีอี’ เปิดสัญญา

ออสเตรเลียขอบคุณไทยเสนอเชื้อเพลิงอากาศยาน สองชาติยกระดับร่วมมือความมั่นคง

เชื่อว่าหลายคนคงได้ติดตามข่าวใหญ่ระดับประเทศกันแล้ว เมื่อนายกรัฐมนตรีของไทยได้เดินทางไปเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการในรอบกว่า 14 ปี ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยประเด็นหลักที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือเรื่อง ออสเตรเลียขอบคุณไทยเสนอเชื้อเพลิงอากาศยาน สองชาติยกระดับร่วมมือความมั่นคง ซึ่งถือเป็นหมากตัวสำคัญในการรับมือกับวิกฤตพลังงานโลกในปัจจุบัน

ออสเตรเลียขอบคุณไทยเสนอเชื้อเพลิงอากาศยาน สองชาติยกระดับร่วมมือความมั่นคง

การเยือนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการกระชับมิตรทางการทูต แต่ยังเป็นการวางรากฐานความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนขึ้น โดยนายแอนโธนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้กล่าวแสดงความซาบซึ้งใจอย่างยิ่งที่ไทยเสนอทางเลือกในการเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของออสเตรเลียท่ามกลางภาวะห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สงครามในต่างแดน

ก้าวสำคัญสู่ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

นอกเหนือจากเรื่องพลังงานแล้ว ทั้งสองประเทศยังตกลงที่จะยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการฉ้อโกงออนไลน์
  • กำหนดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศปีละ 2 ครั้ง
  • เตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การยกระดับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ถือว่าทำได้ถูกจังหวะและเวลามาก เพราะท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก การมีมิตรแท้ที่ไว้วางใจได้ถือเป็นหัวใจสำคัญ ไทยเองก็ได้รับประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงด้านการค้า โดยเฉพาะออสเตรเลียที่ถือเป็นตลาดใหญ่และเป็นพันธมิตรที่สำคัญนอกเหนือจากมหาอำนาจหลักอย่างสหรัฐฯ และจีน

ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ทางการค้าของเราแข็งแกร่งมาก โดยออสเตรเลียส่งออกก๊าซธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมมายังไทยมูลค่ามหาศาล ขณะที่ไทยก็เป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่ส่งไปยังออสเตรเลีย การที่ ออสเตรเลียขอบคุณไทยเสนอเชื้อเพลิงอากาศยาน สองชาติยกระดับร่วมมือความมั่นคง ในครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าเราพร้อมที่จะจับมือกันเดินหน้าไปสู่เศรษฐกิจที่มั่นคงและปลอดภัยร่วมกันในระยะยาว

ถือเป็นข่าวดีที่สร้างความอุ่นใจให้กับภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศครับ การร่วมมือกันในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของรัฐบาล แต่เป็นตัวบ่งชี้ถึงอนาคตที่สดใสในการแลกเปลี่ยนทรัพยากรและองค์ความรู้ระหว่างไทยกับออสเตรเลียอย่างแน่นอน

ที่มา – ออสเตรเลียขอบคุณไทยเสนอเชื้อเพลิงอากาศยาน สองชาติยกระดับร่วมมือความมั่นคง

อัปเดตยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 2 แสนรายแล้ว

อัปเดตยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 2 แสนรายแล้ว

เรียกได้ว่ากระแสตอบรับแรงสุดๆ สำหรับโปรเจกต์ใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ กับการเปิดให้ประชาชนชาวไทยได้ลงทะเบียน TH-AI Passport เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยล่าสุดหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้เปิดระบบให้ลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ ก็ทำเอาเซิร์ฟเวอร์แทบแตกเพราะมีคนแห่เข้ามาสมัครกันอย่างเนืองแน่น

หลังจากที่เริ่มเปิดระบบให้เข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ de.aipass.net ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 09.00 น. จนถึงเที่ยงวัน เพียงแค่เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ยอดผู้สนใจก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า อัปเดตยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 2 แสนรายแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีความตื่นตัวและพร้อมที่จะปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยี AI ในอนาคตเป็นอย่างมาก

ทำไมทุกคนถึงต้องรีบลงทะเบียน TH-AI Passport?

สำหรับใครที่ยังลังเล หรือสงสัยว่าโครงการนี้คืออะไร ทำไมถึงมีคนสนใจมากมายขนาดนี้ เรามาทำความรู้จักกันแบบง่ายๆ ครับ

  • การยืนยันตัวตนดิจิทัล: ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบัญชีกลางสำหรับการใช้งานแพลตฟอร์ม AI ของรัฐบาล
  • เตรียมพร้อมสู่อนาคต: เป็นการปูพื้นฐานการเข้าถึงบริการดิจิทัลต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
  • ใช้งานได้จริง 31 ส.ค. 69: สิทธิ์ที่ลงทะเบียนวันนี้ จะนำไปใช้เต็มรูปแบบในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

หากถามถึงความน่าสนใจของ อัปเดตยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 2 แสนรายแล้ว ภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้ มันไม่ใช่แค่ตัวเลขสถิติ แต่มันคือเครื่องบ่งชี้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การใช้ AI อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการที่คุณมีบัญชี AiPASS เอาไว้ก่อน จะช่วยให้คุณไม่พลาดสิทธิประโยชน์และบริการล้ำๆ ที่กำลังจะตามมาอีกเพียบ

สำหรับใครที่อายุ 15 ปีขึ้นไป อย่าลืมรีบเข้าไปลงทะเบียนและยืนยันตัวตนกันนะครับ เพราะนอกจากจะได้รับสิทธิ์ล่วงหน้าแล้ว คุณยังได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่พร้อมก้าวไปพร้อมกับเทคโนโลยีระดับโลกที่รัฐบาลตั้งใจพัฒนาขึ้นมาเพื่อคนไทยทุกคน

ส่วนตัวผมมองว่าโครงการนี้เป็นก้าวที่สำคัญมากสำหรับการทำ Digital Transformation ในบ้านเรา ใครที่ยังไม่ได้สมัคร แนะนำว่าให้รีบดำเนินการเลยครับ ก่อนที่จะพลาดโอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือดีๆ ที่จะช่วยให้ชีวิตประจำวันและการทำงานสะดวกขึ้นอีกเยอะ!

ที่มา – อัปเดตยอดลงทะเบียน  “TH-AI Passport” ถึงเที่ยงวัน ยอดทะลุ 2 แสนรายแล้ว

เปิดโพสต์สุดท้าย เร แม๊คโดแนลด์ แฟนคลับร่วมอาลัย

เปิดโพสต์สุดท้าย เร แม๊คโดแนลด์ เอฟซีสุดช็อกเสียดายและเสียใจที่ต้องลากันนิรันดร์

กลายเป็นข่าวที่สร้างความตกใจและเศร้าเสียใจให้กับวงการบันเทิงไทยเป็นอย่างมาก สำหรับการจากไปอย่างกะทันหันของนักแสดงหนุ่มสุดเซอร์ขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 อย่าง เร แม๊คโดแนลด์ ซึ่งการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจสำหรับทั้งครอบครัว เพื่อนสนิท และบรรดาแฟนคลับที่ติดตามผลงานของเขามาอย่างยาวนาน

เหตุการณ์เศร้าสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักย่านพัฒนาการ โดยจากการตรวจสอบพบว่าเป็นร่างของ เปิดโพสต์สุดท้าย เร แม๊คโดแนลด์ เอฟซีสุดช็อกเสียดายและเสียใจที่ต้องลากันนิรันดร์ ซึ่งทางทีมแพทย์กู้ชีพได้พยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่เป็นผล สร้างความโศกเศร้าให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างยิ่ง

ย้อนดูโพสต์สุดท้ายก่อนจากลา

หลังจากข่าวการเสียชีวิตถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างพากันเข้าไปในอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อร่วมแสดงความอาลัย โดยหลายคนโฟกัสไปที่โพสต์ล่าสุดของเขา ซึ่งเป็นคลิปวิดีโอเพื่อนกำลังร้องเพลง “ซ่อนกลิ่น” อย่างสนุกสนาน พร้อมข้อความแซวเพื่อนว่า “ภาษาไทยพูดไม่ได้ซ้อมวันเดียวได้เท่านี้ก็โอนะ” ซึ่งใครจะไปคาดคิดว่าโพสต์ที่ดูสดใสในวันนั้น จะกลายเป็นโพสต์สุดท้ายที่แฟนคลับได้เห็น เปิดโพสต์สุดท้าย เร แม๊คโดแนลด์ เอฟซีสุดช็อกเสียดายและเสียใจที่ต้องลากันนิรันดร์

กระแสความเสียใจไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโลกออนไลน์ แต่แฟนคลับจำนวนมากยังได้ย้อนกลับไปดูผลงานการแสดง ภาพยนตร์โฆษณา และรายการท่องเที่ยวที่เรเคยฝากฝีไม้ลายมือไว้ ซึ่งเอกลักษณ์ความกวนและความเป็นธรรมชาติของเขานั้นเป็นที่จดจำของทุกคนเสมอมา

  • ร่วมย้อนรำลึกถึงผลงานสร้างชื่อของ เร แม๊คโดแนลด์
  • อ่านคอมเมนต์แสดงความอาลัยจากเพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิง
  • ความทรงจำที่แฟนคลับมีต่อหนุ่มเซอร์ผู้ไม่เคยถือตัว

ท้ายที่สุดนี้ แม้ว่ากายจะจากไป แต่ผลงานและรอยยิ้มของ เร แม๊คโดแนลด์ จะยังคงอยู่ในใจของแฟนคลับตลอดไป การจากไปในครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ได้ดีว่าเขาคือหนึ่งในนักแสดงที่ได้รับความรักจากผู้คนมากเพียงใด แม้ชื่อหัวข้อ เปิดโพสต์สุดท้าย เร แม๊คโดแนลด์ เอฟซีสุดช็อกเสียดายและเสียใจที่ต้องลากันนิรันดร์ จะเป็นข่าวที่ไม่มีใครอยากให้เป็นความจริง แต่เราทุกคนคงต้องยอมรับความจริงและส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของเขาให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

ที่มา – เปิดโพสต์สุดท้าย “เร แม๊คโดแนลด์” เอฟซีสุดช็อกเสียดายและเสียใจที่ต้องลากันนิรันดร์

วรศิษฎ์ชี้โกงสอบท้องถิ่น 31 ส.ค.นี้จบทุกเคส

วรศิษฎ์ชี้โกงสอบท้องถิ่น 31 ส.ค.นี้จบทุกเคส

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกท่าน วันนี้เรามีประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังจับตามองเกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องการทุจริตการสอบท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทางด้าน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายต้องรีบหันมาตรวจสอบข้อมูลกันด่วนครับ โดยประเด็นหลักคือเรื่องการจัดการกับผู้ที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับการทุจริตให้เรียบร้อยภายในสิ้นเดือนนี้

หากถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ ก็เพราะว่าที่ผ่านมามีความสับสนเกิดขึ้นมากในหลายจังหวัด นายก อบจ. หลายพื้นที่กังวลที่จะเซ็นปลดข้าราชการที่บรรจุไปแล้ว แต่ตอนนี้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ทำแพ็กเกจแนวทางปฏิบัติและแบบฟอร์มเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนมาให้แล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการนั้นมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์ครับ

สถานการณ์ล่าสุดและกรอบเวลาที่ชัดเจนเรื่องวรศิษฎ์ชี้โกงสอบท้องถิ่น 31 ส.ค.นี้จบ

สำหรับประเด็นที่ว่าแต่ละจังหวัดดำเนินการไม่พร้อมกันนั้น จะส่งผลกระทบไหม? ท่าน รมช.มหาดไทย ได้เน้นย้ำชัดเจนว่าไม่มีผลต่อการพิจารณา แต่ได้ตั้งกรอบเวลาใหญ่ไว้เพื่อให้ทุกหน่วยงานต้องทำตาม ดังนี้ครับ:

  • กำหนดกรอบเวลาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ส.ค. นี้
  • สถ. เตรียมทีมกฎหมายคอยสนับสนุนท้องถิ่น เพื่อให้คำแนะนำที่รวดเร็วและแม่นยำ
  • เน้นความง่ายและรวดเร็ว เพื่อลดปัญหาการส่งหนังสือโต้ตอบไปมาที่ล่าช้า

เมื่อมีหลักฐานที่ชัดเจนและเห็นคะแนนจริงแล้ว การดำเนินการปลดผู้ที่ทุจริตสอบจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับผู้ที่ตั้งใจสอบเข้ามาอย่างสุจริต ซึ่งเหตุการณ์ วรศิษฎ์ชี้โกงสอบท้องถิ่น 31 ส.ค.นี้จบ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูปการสอบของหน่วยงานรัฐให้มีความโปร่งใสมากขึ้นครับ

ท้ายที่สุดนี้ ผมมองว่าการที่ภาครัฐออกมาจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังและวางกำหนดการที่แน่นอน เป็นสัญญาณที่ดีมากครับ เพราะความเชื่อมั่นของประชาชนคือรากฐานสำคัญของการทำงานภาครัฐ หากใครมีข้อสงสัยหรือมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้เลยนะครับ

ที่มา – ‘วรศิษฎ์’ ชี้โกงสอบท้องถิ่น 31 ส.ค.นี้จบ หลายจังหวัดเร่งเซ็นปลดข้าราชการหลังเห็นหลักฐาน-คะแนนจริง

วรศิษฎ์เร่งขยายผลหลังบุกทลายขบวนการสวมสิทธิ์บัตรสีชมพูเถื่อน

วรศิษฎ์เร่งขยายผลหลังบุกทลายขบวนการสวมสิทธิ์บัตรสีชมพูเถื่อน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก หลังจาก นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้ากรณีปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” ที่มีการบุกเข้าตรวจค้นแฟลตดินแดง หลังพบความผิดปกติในการทุจริตยัดชื่อเด็กต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านมากกว่า 1,366 คน เพื่อหวังผลในการออกบัตรประจำตัวคนต่างด้าวหรือบัตรสีชมพูโดยมิชอบ

จากการตรวจสอบพบว่าขบวนการนี้มีความซับซ้อนและอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง การเร่งเครื่องของ วรศิษฎ์เร่งขยายผลหลังบุกทลายขบวนการสวมสิทธิ์บัตรสีชมพูเถื่อน ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะมุ่งเน้นที่เขตดินแดงเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อกวาดล้างการทุจริตทางทะเบียนราษฎร์ให้สิ้นซาก

เจาะลึกปมทุจริตทะเบียนราษฎร์

พฤติการณ์ที่พบคือการสวมสิทธิ์บัตรสีชมพูเถื่อน เพื่อนำไปใช้สิทธิเกินควร ทั้งเรื่องการศึกษา การรักษาพยาบาล และเป็นใบเบิกทางสู่การขอสัญชาติไทยในอนาคต ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติ นายวรศิษฎ์ย้ำชัดว่า หากพบเจ้าหน้าที่รัฐคนใดมีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาและสอบวินัยร้ายแรงทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น

  • ตรวจสอบพบชื่อเด็กต่างด้าวกว่า 1,000 คนในแฟลตดินแดง
  • ดำเนินคดีตามหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต
  • ขยายผลไปสู่การแจ้งเกิดทิพย์และพ่อทิพย์ทั่วประเทศ

ความพยายามของภาครัฐในการทำความสะอาดระบบทะเบียนราษฎร์ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการป้องกันการสวมสิทธิ์บัตรสีชมพูเถื่อนที่มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของคนไทยอย่างแท้จริง การทำงานเชิงรุกเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องและควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ระบบราชการมีความโปร่งใส

ในประเด็นที่ฝ่ายค้านจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น นายวรศิษฎ์ยังยืนยันว่า ตนพร้อมชี้แจงทุกประเด็นด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินต้องอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์สุจริต การที่ วรศิษฎ์เร่งขยายผลหลังบุกทลายขบวนการสวมสิทธิ์บัตรสีชมพูเถื่อน ให้ถึงที่สุด จะเป็นบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาทุจริตที่ฝังรากลึกในสังคมไทย

ท้ายที่สุด การป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นลมถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เราจะสามารถลดช่องว่างไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีนำความบกพร่องของระบบไปแสวงหาผลประโยชน์ได้อีกต่อไป

ที่มา – ‘วรศิษฎ์’เร่งขยายผลหลังบุกทลายขบวนการสวมสิทธิ์บัตรสีชมพูเถื่อน ที่แฟลตดินแดง

ประธาน กมธ.การทหารฯ รับโล่บุคคลต้นแบบด้านการเฝ้าระวังฯ

เมื่อเร็วๆ นี้ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญที่ตอกย้ำถึงความใส่ใจในเรื่องสุขภาพของประชาชน โดยท่านได้เข้าร่วมงานและรับโล่เชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง เขต 11 ซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจในการทำงานเพื่อสังคมอย่างแท้จริง

ประธาน กมธ.การทหารฯ รับโล่บุคคลต้นแบบด้านการเฝ้าระวังฯ

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รวมพลังสร้างนวัตกรรม ขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ความเป็นเลิศด้านการป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง (Thailand – Borne Diseases Excellence 2026)” ซึ่งหัวใจสำคัญคือเรื่องของความมั่นคงทางสาธารณสุข โดยเมื่อเราพูดถึงคำว่า ประธาน กมธ.การทหารฯ รับโล่บุคคลต้นแบบด้านการเฝ้าระวังฯ เรากำลังหมายถึงการบูรณาการความร่วมมือในทุกภาคส่วนเพื่อปกป้องชีวิตประชาชนให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ

ความสำคัญของความมั่นคงทางสาธารณสุขไทย

ความมั่นคงทางสาธารณสุขไม่ใช่เรื่องของบุคลากรทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่คือการเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามทางสุขภาพในทุกรูปแบบ การที่ ประธาน กมธ.การทหารฯ รับโล่บุคคลต้นแบบด้านการเฝ้าระวังฯ นั้น สะท้อนให้เห็นว่าการเฝ้าระวังโรคติดต่อถือเป็นเสาหลักที่ช่วยรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความสงบสุขของประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรตระหนักดังนี้:

  • การเฝ้าระวังโรคติดต่อนำโดยแมลงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกชุมชน
  • นวัตกรรมใหม่ๆ จะช่วยให้การป้องกันโรคมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับเขตพื้นที่คือหัวใจสู่ความสำเร็จ

นายสมบูรณ์ หนูนวล ยังได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนภารกิจนี้ต่อไป เพราะการดูแลสุขภาพของประชาชนถือเป็นภารกิจเชิงรุกที่สร้างความเข้มแข็งจากฐานราก ทั้งนี้ การได้รับรางวัลดังกล่าวถือเป็นกำลังใจสำคัญให้กับผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศ ให้ก้าวไปข้างหน้าเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นเลิศด้านการป้องกันโรคอย่างยั่งยืน เราทุกคนในฐานะคนไทยควรสนับสนุนและร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อให้การเฝ้าระวังโรคติดต่อนำโดยแมลงเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและทำได้จริงในทุกพื้นที่ เพื่อสุขภาพที่ดีและสังคมที่น่าอยู่ของเราทุกคน

ที่มา – ประธาน กมธ.การทหารฯวุฒิสภาร่วมงานความมั่นคงทางสาธารณสุขและรับโล่เชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบด้านการเฝ้าระวังฯ