ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

สพฉ. จับมือภาคเอกชน ประกาศผล 1669 Young Content Creator ครั้งที่ 1 “ประสบการณ์ 1669 บ้านฉัน”

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ จ.นนทบุรี ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและประกาศนียบัตรแก่ทีมเยาวชนผู้ชนะการประกวด 1669 Young Content Creator ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ประสบการณ์ 1669 บ้านฉัน” โดยมีทั้งทีมชนะเลิศและทีมผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 ทีมเข้าร่วมรับเกียรติร่วมกับภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

สพฉ. จับมือภาคเอกชน ประกาศผล 1669 Young Content Creator ครั้งที่ 1 “ประสบการณ์ 1669 บ้านฉัน”

โครงการฯ นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความรู้ด้านการแพทย์ฉุกเฉินของเยาวชนให้สามารถเป็นตัวแทนเผยแพร่ความรู้ให้กับสังคม มุ่งหวังที่จะสร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในชุมชนโดยรวม การประกวดในครั้งนี้แบ่งเป็น 4 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 และรางวัล Popular Vote โดยมีเงินรางวัลรวมทั้งสิ้น 30,000 บาท

ทีมศรีราชาจากโรงเรียนศรีราชา จังหวัดชลบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศและรางวัล Popular Vote ในขณะที่ทีม Safe My Life จากโรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา จังหวัดระยอง ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และทีม B.K.W. Strong Power ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

ร่วมขับเคลื่อนเยาวชนเพื่อสังคมแห่งความปลอดภัย

คุณธนภรณ์ อัศวลิขิตสม จากบริษัท อัลติเมท พลัส ซัพพลาย จำกัด พร้อมด้วยบริษัทฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้บริจาคเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า (AED) ยี่ห้อ Philips พร้อมตู้ มูลค่ากว่า 70,000 บาท เพื่อติดตั้งที่โรงเรียนของทีมที่ได้รับรางวัล นอกจากนี้ยังสนับสนุนเงินรางวัลและกิจกรรมอบรมการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้งาน AED แก่ครูและนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าว

อีกทั้งยังมีพันธมิตรภาคเอกชนอย่างบริษัท แอ็บโซลูท โซลูชั่น จำกัด ที่ให้เงินรางวัลแก่ทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมสนับสนุนกระเป๋านักเรียนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล

โอกาสให้เยาวชนเป็นศูนย์กลางเปลี่ยนแปลง

โครงการ 1669 Young Content Creator ครั้งที่ 1 “ประสบการณ์ 1669 บ้านฉัน” เปิดโอกาสให้เยาวชนในระดับมัธยมและอาชีวศึกษา อายุ 15-22 ปี ใน 3 จังหวัดกลุ่มอีอีซี (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง) เข้าร่วมประชันฝีมือในการผลิต Content ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน โดยมีกิจกรรมการอบรมเกี่ยวกับระบบการรักษาฉุกเฉิน การปฐมพยาบาล และการสร้าง Content อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 และได้นำผลงานมาเสนอในวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

คณะกรรมการตัดสินประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในวงการสื่อและแพทย์ เช่น ผศ.ดร.ธงศักดิ์ชัย สายพระราษฎร์ รองเลขาธิการ สพฉ. นพ.นพรัตน์ รัตนวราห เจ้าของเพจหมอสองท่องโลก และคุณกตัณณ์ ธรรมวิจิตเดช ผู้กำกับโฆษณา

การสร้างเครือข่ายเยาวชนเพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน

ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สพฉ. ได้กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของเยาวชนและชุมชนให้เข้าใจถึงความสำคัญของการปฐมพยาบาล การแจ้งเหตุ และการติดตั้ง AED โดยเฉพาะในโรงเรียนและสถานที่สาธารณะ พร้อมกับสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความเสียหายจากโรคฉุกเฉิน และการเข้าถึงบริการด้านการแพทย์ฉุกเฉินอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ยิ่งไปกว่านั้น เป็นความร่วมมือที่ดีระหว่างภาครัฐและเอกชนในการผลักดันสังคมแห่งความรู้ ซึ่งในอนาคต 1669 Young Content Creator จะมีการขยายการรับสมัครเพื่อเพิ่มเติมความรู้ให้เยาวชนจากทั่วประเทศไทย

หากคุณเป็นครู ผู้ปกครอง หรือเยาวชนที่สนใจอยากมีส่วนร่วมในโครงการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน เราเชื่อว่าการมีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมคือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด

ที่มา – สพฉ. จับมือภาคเอกชน ประกาศผล 1669 Young Content Creator ครั้งที่ 1 “ประสบการณ์ 1669 บ้านฉัน”

บุ๋ม ปนัดดา มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้านชายแดนสระแก้ว

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้มีโอกาสมอบถุงยังชีพให้กับชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว พร้อมกับทีมงานจากมูลนิธิองค์กรทำดี และนักแสดงชื่อดังอย่าง แบมบี้ ระนอง ที่มาร่วมเป็นกำลังใจแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

บุ๋ม ปนัดดา มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้านชายแดนสระแก้ว

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ โรงเรียนทัพพระยาพิทยา ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยมีการแจกจ่ายถุงยังชีพกว่า 400 ชุด และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พร้อมกับจัดการแสดงดนตรีและกิจกรรมสันทนาการจากศิลปินชื่อดัง เช่น หญิง ธิติกานต์, อรชร เชิญยิ้ม ซึ่งสร้างความสุขและความอบอุ่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และหน่วยควบคุมฝูงชน (คฝ.) จากหลายจังหวัดเพื่อให้ความมั่นคงแก่สถานการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานการณ์เริ่มมีความตึงเครียดกับฝ่ายกัมพูชาที่เริ่มเดินทางมาก่อม็อบและสร้างเพิงพักติดกับแนวชายแดนไทย

จับตา ‘เขมร’ ป่วนสร้างเพิงพัก ยั่วยุทหารไทย

สถานการณ์ร้อนแรงเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา ที่บ้านไปรจัน จังหวัดบันเตียเมียนเจย ใกล้กับบ้านหนองหญ้าแก้ว ทางฝั่งกัมพูชามีการรวมกลุ่มของมวลชนกัมพูชา และเริ่มรื้อถอนลวดหนามที่ใช้ป้องกันตนเอง พร้อมกับสร้างเพิงพักสีน้ำเงินเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในบริเวณบ้านหนองจาน ซึ่งถือว่าเป็นการกระตุ้นและยั่วยุเจ้าหน้าที่ทหารไทยในพื้นที่

ด้าน นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.จังหวัดสระแก้ว เขต 3 ได้ลงพื้นที่จัดส่งน้ำดื่ม อาหาร และเงินสดเพื่อช่วยเหลือผู้นำชุมชนในพื้นที่ พร้อมกับกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อเก็บกักสถานการณ์ไว้ในระดับที่สามารถควบคุมได้

  • มีการสร้างเพิงพักของกลุ่มกัมพูชาในพื้นที่ชายแดน
  • การล้วงลวดหนามและกิจกรรมท้าทายเจ้าหน้าที่ไทยเพิ่มขึ้น
  • การประสานงานระหว่างกองทัพและตำรวจเพื่อรักษาความสงบ

สถานการณ์ในจังหวัดสระแก้วยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทุกฝ่าย เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และเป็นจุดเสื่อมถอยทางการทูตที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าระยะชายแดนยาวกว่า 165 กิโลเมตร ตั้งแต่อำเภอตาพระยา ถึงคลองหาด มีความเสี่ยงสูงต่อการรุกล้ำและการสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ

ขณะนี้ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว อยู่ในกระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการกับทางจังหวัดบ็อนเตียย์เมียนเจ็ย กัมพูชา เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับประเด็นการอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ชายแดนร่วม 4 ข้อ โดยทางจังหวัดสระแก้วได้กำหนดเงื่อนไขชัดเจนว่าหากทางฝั่งกัมพูชาไม่ดำเนินการตามกำหนด อาจเป็นการปิดโอกาสในการเจรจาเชิงลึก และอาจมีการดำเนินการตามกฎหมายภายในเขตอธิปไตยของไทยอย่างเต็มรูปแบบ

ดูเหมือนว่า สถานการณ์ในพื้นที่แม้จะเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ยังมีพลังแห่งความสามัคคีของประชาชนและเจ้าหน้าที่ไทยในการปกป้องดินแดนที่เรารัก และเป็นพยานแห่งเกียรติยศของชาติ สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือการมีสติ อดทน และทำหน้าที่ในแบบไทยๆ ที่ยึดหลักกฎหมายและสงบเสงี่ยม

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศ อย่าลืมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความเคารพต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีบทบาทในการรักษาความสงบอยู่เสมอ

ที่มา – ‘บุ๋ม ปนัดดา’ มอบถุงยังชีพช่วยชาวบ้านชายแดนสระแก้ว จับตา ‘เขมร’ ป่วนสร้างเพิงพัก ยั่วยุทหารไทย

หวัง อี้ แสดงความยินดี สีหศักดิ์ รับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศไทย

สำนักข่าวซ่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 20 กันยายนว่า นายหวัง อี้ กรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้แสดงความยินดีต่อการแต่งตั้ง นายสีหศักดิ์ วงศ์สวัสดิ์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศไทย

หวัง อี้ แสดงความยินดี สีหศักดิ์ รับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศไทย

ในการแถลงการณ์ หวัง อี้ กล่าวว่า จีนและไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีมิตรภาพแน่นแฟ้นมายาวนาน และคำกล่าวที่ว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ยังคงเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่าย

ภายใต้การนำของผู้นำทั้งสองประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ของจีน-ไทยมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางเยือนประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ซึ่งถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ในความร่วมมือเพื่อสร้างประชาคมร่วมกัน

ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย

ในปี พ.ศ. 2568 ถือเป็นปีครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่มีคุณค่ามากในประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ “หวัง อี้” ได้แสดงความพร้อมในการทำงานร่วมกับ “สีหศักดิ์” ที่เพิ่งดำรงตำแหน่งใหม่ เพื่อผลักดันความร่วมมือในทุกด้าน

  • เสริมความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์
  • กระชับความสัมพันธ์อันดีแบบดั้งเดิม
  • ส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า
  • พัฒนาความร่วมมือในด้านวัฒนธรรมและการศึกษา

หวัง อี้ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือระหว่างจีนและไทยมีพื้นฐานที่มั่นคงและสามารถยกระดับไปสู่เป้าหมายที่สูงขึ้นได้ โดยเฉพาะการร่วมมือในการผลักดัน “Belt and Road Initiative” และการสร้างความร่วมมือในด้านยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจภูมิภาค

จากการเจรจาที่ผ่านมานั้น ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันในหลายประเด็นที่มีความสำคัญร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน การค้า เทคโนโลยี และความมั่นคง ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงเพื่ออนาคตอันเป็นมิตรให้ยั่งยืน

ในโอกาสที่ นายสีหศักดิ์ เข้ารับตำแหน่งใหม่ หวัง อี้ ได้แสดงความเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างจีน-ไทยจะยังคงเดินไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันวางไว้

การแต่งตั้งของเขาเป็นการยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทยในการดำเนินความสัมพันธ์อย่างรุ่งเรืองกับจีน และหากทั้งสองฝ่ายยังคงมีความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ต่อกัน ก็คือการผลักดันความเจริญรุ่งเรืองของประชาคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

สรุป: ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยมีศักยภาพในการเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะภายใต้การนำของผู้บริหารระดับสูงอย่าง “หวัง อี้” และ “สีหศักดิ์” ที่จะเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือในมิติใหม่

ที่มา – “หวัง อี้” แสดงความยินดี “สีหศักดิ์” รับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศไทย

สพม.ชัยภูมิขับเคลื่อนหลักสูตรป้องกันปัญหายาเสพติดในวัยเรียน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชัยภูมิ (สพม.ชัยภูมิ) ได้ร่วมพลังขับเคลื่อนการอบรมหลักสูตร “ป้องกันปัญหายาเสพติดในวัยเรียน” อย่างเป็นทางการ ณ หอประชุมแก้วกัลยา โรงเรียนสตรีชัยภูมิ ภายใต้การสนับสนุนข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สพม.ชัยภูมิรวมพลังป้องกันปัญหายาเสพติดในวัยเรียน

ดร.มะลิวัน มาเหง่า ผู้อำนวยการสพม.ชัยภูมิ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหายาเสพติดยังคงเป็นภัยเงียบที่เป็นอันตรายอย่างรุนแรงต่อเยาวชน ทางสพม.ชัยภูมิจึงได้จัดหลักสูตรอบรมนี้ขึ้น เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการ ป้องกันปัญหายาเสพติดในวัยเรียน อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ

ผู้เข้าร่วมอบรมมากกว่า 1,750 คน

โครงการอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งจากสถานที่และออนไลน์กว่า 1,750 คน จากโรงเรียนในจังหวัดชัยภูมิทั้งหมด 37 แห่ง พร้อมด้วยวิทยากรที่เชี่ยวชาญจากสถานีตำรวจภูธรเมืองชัยภูมิและหน่วยงานเกี่ยวข้อง ซึ่งมาถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมงานที่สำคัญ เช่น นายอนนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ, สส.ปรีดา บุญเพลิง และ สส.อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ จากพรรคกล้าธรรม, พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.ท.สุลักษณ์ ดวงภมร รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม ฯลฯ

ดร.มะลิวัน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดหลักสูตรนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้เยาวชน ลดความเสี่ยงจากสิ่งเสพติด และเสริมภูมิคุ้มกันทางความคิดอยู่ตลอดเวลาผ่านการเรียนรู้และกิจกรรมเชิงบวกในโรงเรียน

รัฐมนตรีศธ.ย้ำความสำคัญของการทำงานร่วมกัน

ในช่วงภาคบ่าย ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของทุกภาคส่วนในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติด โดยเน้นว่า การป้องกันปัญหายาเสพติดในวัยเรียนต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องทั้งในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ

ทั้งนี้ยังมีการนำเสนอผลงานดีเด่นจากโรงเรียนในพื้นที่ที่สามารถพัฒนาและกระตุ้นเยาวชนให้มีทัศนคติเชิงบวก สร้างสรรค์ เพื่อช่วยลดปัญหายาเสพติดในวัยเรียน รวมถึงเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่นๆ

สุดท้าย คาดว่าผู้เข้าร่วมอบรมจะนำองค์ความรู้กลับไปใช้ในการออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมในสถานศึกษา สร้างสภาพแวดล้อมปลอดภัยจากยาเสพติดให้เกิดขึ้นจริงในโรงเรียนทุกแห่งเยื้องจังหวัดชัยภูมิ

อยากให้ทุกโรงเรียนในประเทศไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหายาเสพติดในวัยเรียน เพราะนี่คือหนึ่งในภารกิจหลักในการสร้างอนาคตที่ปลอดภัยและมั่นคงของเยาวชนไทย

ที่มา – สพม.ชัยภูมิ รวมพลังขับเคลื่อนหลักสูตร “ป้องกันปัญหายาเสพติดในวัยเรียน”

ทั้งสวยทั้งเก่ง! “น้องมาหยา” หวดลิ่วรอบ 2 ศึกเทนนิส “ออมสิน” ชิงแชมป์ประเทศไทย

การแข่งขันเทนนิสรายการ “ธอส.” เทนนิสเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 85 ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ได้เปิดฉากการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยวและชายเดี่ยวรอบแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมกับเงินรางวัลรวมสูงถึง 1,000,000 บาท

ทั้งสวยทั้งเก่ง! “น้องมาหยา” หวดลิ่วรอบ 2 ศึกเทนนิส “ออมสิน” ชิงแชมป์ประเทศไทย

ในประเภทหญิงเดี่ยว นักหวดสาวสวยอย่าง มาหยา บุญญาอรุณเนตร อดีตเยาวชนทีมชาติไทย โชว์ฟอร์มแกร่งสุดโดดเด่นเมื่อเผชิญหน้ากับ เจน่า เลลานี เฮียร์ฟอร์ด นักหวดลูกครึ่งไทย-อเมริกัน โดยเอาชนะไปได้อย่างสนุกตา 2-0 เซต ด้วยสกอร์ 6-2 และ 7-6 ไทเบรก 8-6 สำเร็จ ทำให้ “น้องมาหยา” ผ่านเข้าสู่รอบ 2 ไปพบกับ ณัชชารีย์ ธีรโชติจิรานนท์ ต่อไป

คู่เด่นอื่นๆ ในประเภทหญิงเดี่ยว

นอกจากนี้ ผลการแข่งขันคู่อื่นๆ ในประเภทหญิงเดี่ยวก็มีความน่าติดตามหลากหลาย เช่น ปารมี ทัดแก้ว ที่ชนะ เรมิ อิอูจิ 6-2 โดยคู่แข่งถอนตัวเพราะอาการป่วย ส่วน ไทร่า ลิธิบี (กรุงเทพฯ) ก็เอาชนะ ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ 6-4, 7-5 และ แพรวา จงจิตร ที่ชนะ พิมรา สายจันทร์ 6-1, 5-1 ด้วยการถอนตัวเนื่องจากปวดศีรษะ ทั้งนี้ ยังมีสกอร์ที่น่าสนใจจากนักหวดหลายรายเช่น กนกอินทร์ วงศ์ภูวรักษ์ และ รดา มานะทวีวัฒน์ ที่โชว์ฟอร์มเข้มข้นตลอดแมตช์

นักหวดชายเดี่ยวตัวแทนฟอร์มแรง

ในประเภทชายเดี่ยว ศึกนี้ก็ยังคงดึงดูดความสนใจไม่แพ้กัน โดย ธีรภัทร ขันติวีรวัฒน์ อดีตเยาวชนทีมชาติไทย โชว์ฟอร์มร้อนแรงเมื่อมาโดน วิทยพันธ์ ชมพูวณิชกุล ด้วยการเอาชนะเบาะบาง 2-0 เซต 6-1, 6-1 และจะได้เจอกับ พงษ์เพชร พ่วงพันธ์ ที่ผ่านเข้ารอบหลังชนะ พีรณัฐ แสนพันธ์ 6-4, 6-4

ผลการแข่งขันในประเภทชายเดี่ยวรอบแรก ที่น่าจดจำอีกคู่ คือ เครดิต ไชยรินทร์ ที่เอาชนะ พีรวัชร สุขใจ 6-1, 6-3 ส่วนวริศ สอนบุตรนาค ก็ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปหลังแพ้ธนภัค ตรีสัตยกุล 6-1, 6-4 และยังมีธรรมะ โคศิริ ที่โชว์อาการสุดแม่นยำจนชนะกฤติธี ไศลแก้วได้ถึง 6-1, 6-1 น่าจับตามองแตกต่าง

พร้อมภาพบรรยากาศในสนามการแข่งขันที่อบอุ่นและกลิ่นอายแห่งการแข่งขันระดับชั้นแนวหน้า ซึ่งกำลังลุ้นว่า “น้องมาหยา” หรือผู้เล่นคนใดในรอบนี้จะสามารถคว้าแชมป์รายการไปได้จริง เพราะทุกคนต่างเตรียมพร้อมฝึกฝนในฐานะให้สุดกำลังความสามารถส่วนตัวเอาไว้

หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้กีฬาเทนนิส หรือกำลังเริ่มสนใจกีฬาชนิดนี้ บอกเลยว่าห้ามพลาดตามลุ้นความเคลื่อนไหวของการแข่งขันครั้งนี้ เพราะเปิดโอกาสให้นักหวดหน้าใหม่ได้ส่องมาไกลกว่าเคย หากคุณมีโอกาสไปร่วมสนุกในฐานะผู้ชม เตรียมชื่นชมบรรยากาศสนุกสุดมันส์ทั้งการรับแรงดันและการเคลื่อนไหวของลูกเทนนิสที่จะปลุกเร้าอารมณ์ได้ทุกวัย

ที่มา – ทั้งสวยทั้งเก่ง! “น้องมาหยา” หวดลิ่วรอบ 2 ศึกเทนนิส “ออมสิน” ชิงแชมป์ประเทศไทย

เซฮุน EXO ปลดประจำการวันนี้ กลับมาให้แฟน ๆ แล้ว

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ “เซฮุน” (Sehun) สมาชิกวง EXO ได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารในวันที่ 21 ธันวาคม 2023 ล่าสุดเขาได้บรรลุภารกิจในฐานะเจ้าหน้าที่บริการสาธารณะอย่างสมบูรณ์ และจะถูกปลดประจำการในวันนี้ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนคลับทั่วโลกที่รอคอยการกลับมาของเขาอย่างใจจดใจจ่อ

เซฮุน EXO ปลดประจำการวันนี้

ก่อนเข้ากรม เซฮุน EXO ได้โพสต์จดหมายถึงแฟนคลับผ่านแพลตฟอร์ม Weverse โดยระบุว่า “ผมจะเข้ารับการเกณฑ์ทหารในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ครับ ผมต้องขอโทษที่แจ้งข่าวช้าไปหน่อย ช่วงนี้ผมใช้เวลาอยู่คนเดียวทบทวนตัวเองอย่างลึกซึ้ง ผมหวังว่าทุกคนจะเข้าใจนะครับ ขอบคุณที่รักและห่วงใยผมเสมอมา แล้วผมจะกลับมาในภาพลักษณ์ที่แข็งแรง”

การกลับมาของเซฮุนกับความตื่นเต้นของ EXO-L

ด้วยการเป็นสมาชิกคนสุดท้ายของ EXO ที่เข้ากรม เซฮุนทำให้สมาชิกทุกคนในวงได้จบภารกิจทางทหารกันครบแล้ว นับเป็นความภาคภูมิใจของแฟนคลับที่ติดตามพวกเขาตั้งแต่เริ่มต้น อย่างไรก็ตาม ความตื่นเต้นยังคงอยู่ เมื่อย้อนไปในเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้น ซูโฮ, ดีโอ, ชานยอล และไค ได้จัดไลฟ์ฉลองครบรอบ 13 ปีการเดบิวต์ของ EXO และเผยเบาะเขาไว้ว่า “เมื่อเซฮุนกลับมา พวกเราจะจัดแฟนมีตติ้งครับ” ทำให้แฟน ๆ ลุ้นไม่เบาเลยทีเดียว

การที่ เซฮุน EXO ปลดประจำการในวันนี้ เหมือนเป็นการเปิดฉากใหม่ให้กับวงการเพลงอีกครั้ง เซฮุนมีชื่อเสียงไม่ธรรมดาในฐานะสมาชิกเล็กของวง EXO อีกทั้งยังได้ฉายาว่าเป็น “珫ฮยอนเล็ก” หรือ “มินฮยอนเล็ก” อย่างเป็นทางการจากสมาชิกวง ทำให้แฟน ๆ ตกหลุมรักในความน่ารักสดใสของเขาอย่างล้นหลาม

  • เซฮุนเข้าเกณฑ์ทหารเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2023
  • เป็นสมาชิกคนสุดท้ายของ EXO ที่เข้ากรมทหาร
  • จบภารกิจทางทหารครบถ้วนในวันนี้
  • ได้โพสต์จดหมายถึงแฟน ๆ ก่อนเข้าเกณฑ์

ด้วยการกลับมาของ เซฮุน EXO วันนี้ ทำให้ไม่เพียงแต่แฟนคลับจะได้ตื่นเต้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญของวง EXO ที่จะกลับมาสมพร้อมด้วย lineup ครบถ้วนอีกครั้ง แฟน ๆ แน่นอนว่าตั้งตารอเหล่า “EXO-L” ที่เขาจะประกาศกิจกรรมต่าง ๆ ในอนาคตอันใกล้

หากคุณเป็นแฟนตัวยงของวง EXO ต้องรีบติดตามข่าวสารของเขาให้ไว เพราะการกลับมานี้อาจมีเซอร์ไพรส์มากมายรออยู่ข้างหน้า รวมถึงโอกาสสัมผัสคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกหลังเขาเสร็จสิ้นหน้าที่ทางทหาร

ที่มา – สิ้นสุดการรอคอย! ‘เซฮุน EXO‘ ปลดประจำการวันนี้ เตรียมพร้อมกลับมามอบความสุขให้ ‘EXO-L’ แล้ว

ศาลสหรัฐปัดตกทรัมป์ฟ้อง “นิวยอร์ก ไทม์ส” แต่ยังให้สิทธิยื่นคำร้องใหม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา ว่าผู้พิพากษาสตีเวน เมอร์รีเดย์ แห่งศาลรัฐบาลกลางในรัฐฟลอริดา ได้ออกคำพิพากษาเบื้องต้น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาท โดยมีหนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เป็นจำเลย

ศาลสหรัฐปัดตกทรัมป์ฟ้อง “นิวยอร์ก ไทม์ส” แต่ให้เวลาแก้ไขคำร้อง

จากคำพิพากษาของศาล ระบุว่าการฟ้องร้องตามคำร้องทางกฎหมายของทรัมป์ ไม่ใช่ “เวทีที่ช่วยให้ได้รับการคุ้มครองในการโจมตีฝ่ายตรงข้าม” และให้เวลาฝ่ายโจทก์ในการยื่นคำร้องแก้ไขภายใน 28 วัน ซึ่งเป็นโอกาสใหม่ให้กับกรณีฟ้อง นิวยอร์ก ไทม์ส ของประธานาธิบดีคนที่ 45

ศาลวิจารณ์คำร้องว่าซ้ำซ้อนและเกินจริง

ผู้พิพากษายังได้ระบุอีกว่า คำร้องของทรัมป์นั้น “ซ้ำซ้อน” และ “มากเกินความจำเป็น” อย่างเห็นได้ชัด รวมถึงข้อกล่าวหาทั้งหมดมีลักษณะ “เกินความจริง” อย่างชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางกฎหมายหากไม่ได้รับการแก้ไข

ทางด้านทีมงานของประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่า จะยังคงดำเนินการต่อไปเพื่อให้ สำนักข่าวที่ถูกเรียกว่า “ปลอม” ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย และกล่าวว่าจะยื่นคำร้องแก้ไขให้ทันตามกำหนดเวลา ขณะเดียวกัน กองบรรณาธิการของ เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส ได้ออกแถลงการณ์แสดงความชื่นชมต่อการตัดสินใจอย่างรวดเร็วของศาล พร้อมระบุว่าการยื่นฟ้องของทรัมป์เป็นการใช้เหตุผลทางการเมืองมากกว่าทางกฎหมาย

ประเด็นที่ผู้นำสหรัฐอเมริกายื่นฟ้อง นิวยอร์ก ไทม์ส เกิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 477,517.37 ล้านบาท โดยมีเหตุผลอ้างว่าหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เจตนาปั้นแต่งเรื่องราว เกี่ยวกับตระกูลทรัมป์ ครอบคลุมในเรื่องครอบครัว การเมือง และธุรกิจ

  • การเผยแพร่บทความเกี่ยวกับจดหมายอวยพรวันเกิดของทรัมป์
  • จดหมายดังกล่าวมีลายเซ็นของทรัมป์ ส่งถึงนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน
  • ความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมและการค้าประเวณี

ทั้งนี้ มหาเศรษฐีผู้ล่วงลับอย่างเอปสตีนถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับคดีอาชญากรรมมากมาย ทั้งยังถูกเชื่อมโยงกับผู้มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมชั้นสูงโลก ซึ่งทำให้การตีพิมพ์ของ เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เป็นประเด็นที่ถูกขับเคลื่อนอย่างมาก

โดยสรุป แม้ว่าศาลจะตัดสินให้ทรัมป์ต้องยื่นคำร้องใหม่ในกรณีฟ้อง นิวยอร์ก ไทม์ส แต่ก็เปิดโอกาสให้มีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป การตัดสินครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของกรณีที่เกี่ยวข้องทั้งด้านกฎหมายและภาพลักษณ์ทางการเมือง

หากติดตามข่าวการเมืองสหรัฐอย่างใกล้ชิด อย่าลืมติดตามการอัปเดตกรณีนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะข่าวที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์ และสื่อมวลชนในระดับโลก มักสร้างการเปลี่ยนแปลงแนวดนตรีให้กับสังคมอยู่เสมอ

ที่มา – ศาลสหรัฐปัดตกทรัมป์ฟ้อง “นิวยอร์ก ไทม์ส” แต่ยังให้สิทธิยื่นคำร้องใหม่

เสธ.หมึกยืนยันเป้า 6-7 ทองศึกสองล้อซีเกมส์

การแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2568 สนามสุดท้าย ได้รับเกียรติจาก พล.อ.เดชา เหมกระศรี หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “เสธ.หมึก” นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้ร่วมงานจากสมาคมกีฬาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เสธ.หมึกยืนยันเป้า 6-7 ทองศึกสองล้อซีเกมส์

ในการพูดคุยหลังพิธีปิดการแข่งขัน พล.อ.เดชา กล่าวว่าการแข่งขันในสนามสุดท้ายนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นการนับคะแนนเป็นสองเท่า ทำให้นักกีฬาหลายรุ่นมีโอกาสลุ้นแชมป์ประเทศไทยและการได้ครองถ้วยพระราชทานฯ ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง

เป้าหมายระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ เสธ.หมึก ยังยืนยันว่าทีมชาติไทย ชุดเตรียมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 มีแนวโน้มลุ้นคว้าเหรียญทองได้ราว 6-7 เหรียญ โดยเฉพาะในรายการบีเอ็มเอ็กซ์ เรซซิ่งชาย และไทม์ไทรอัลชาย ซึ่ง “โกเมธ สุขประเสริฐ” ถือเป็นตัวเต็งชัดเจน นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มคว้าเหรียญจากประเภทดาวน์ฮิล ถนน และลู่วิ่งอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เสธ.หมึก กล่าวอีกว่า บางรายการในซีเกมส์มีจำนวนทีมไม่ครบ 4 ชาติ ทำให้ทางสมาคมได้ประสานเพื่อขอจัดการแข่งขันแบบพิเศษ โดยชิงแค่เหรียญทองและเหรียญเงินเท่านั้น เพื่อรักษาความเป็นธรรมและความกระตือรือร้นของนักกีฬา

  • รายการบีเอ็มเอ็กซ์: ลุ้นทองจาก ‘โกเมธ’
  • ดาวน์ฮิลชาย-หญิง: มีโอกาสได้ทองจาก เมธาสิทธิ์ และ วิภาวี
  • ถนนและลู่วิ่ง: เป้าหมายเพิ่มเหรียญอีก 2-3 เหรียญ

ซึ่งจากผลการแข่งขันรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ยังแสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของนักกีฬาไทยโดยเฉพาะ “โกเมธ” ที่ประสบความสำเร็จในรุ่นประชาชนชาย และ “ฟ้า ชุติกาญจน์” ในรุ่นประชาชนหญิง

โปรแกรมการแข่งขันในวันที่ 21 ก.ย. นี้ จะเป็นรอบชิงชนะเลิศทุกรุ่น และแฟนๆ สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทางเฟซบุ๊กไลฟ์ @Thailand Cycling Association และ YouTube : TCA Channel

หากคุณเป็นแฟนกีฬาหรือกำลังติดตามผลงานของทีมสองล้อไทย อย่าพลาดติดตามความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ เพราะทุกเหรียญมีความหมายต่ออนาคตของนักกีฬาไทยอย่างแท้จริง

ที่มา – “เสธ.หมึก” ยืนยันศึกสองล้อ ซีเกมส์ ตั้งเป้า 6-7 ทอง ชี้ บางรายการไม่ครบ 4 ชาติ จะชิงแค่เหรียญทอง+เหรียญเงิน เท่านั้น

ท่านผู้หญิงอรอนงค์ บำเพ็ญกุศล อุทิศถวาย พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 เวลา 06.00 น. พล.ต.หญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฎวชิรพัทธ์ ได้เดินทางไปยังวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลตักบาตร และถวายสังฆทานพระราชทาน โดยมีจุดประสงค์เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์

ท่านผู้หญิงอรอนงค์ บำเพ็ญกุศล อุทิศถวาย พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช

ในพิธีดังกล่าว ได้มีการดำเนินพิธีกรรมตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด และมีพระสงฆ์ที่ทรงสมณศักดิ์จากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามทั้งหมด 10 รูป ให้เกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีนี้อย่างพร้อมเพรียง

ประธานในพิธี

โดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมวชิราธิบดี เจ้าคณะภาค 17 และเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ทรงเป็นประธานสงฆ์ในพิธีบำเพ็ญกุศลครั้งสำคัญนี้ ซึ่งท่านผู้หญิงอรอนงค์ได้เข้าร่วมด้วยความเคารพและความตั้งใจอย่างสูงสุด

การจัดพิธีในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อถวายความจงรักภักดีและแสดงถึงความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ผู้ซึ่งทรงเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน

  • ระยะเวลาพิธี: 06.00 น.
  • สถานที่: วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
  • ผู้นำพิธี: พระเดชพระคุณพระธรรมวชิราธิบดี
  • จำนวนพระสงฆ์: 10 รูป

ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการบำเพ็ญกุศลและการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง ได้แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและการเคารพต่อบรรพบุรุษผู้ได้เสียสละเพื่อแผ่นดินผ่านพิธีกรรมที่จัดขึ้นอย่างพิถีพิถัน

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่มีความหมาย ด้วยบรรยากาศของความเคารพอย่างสูงสุดที่ทุกคนร่วมกันสร้างขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาและการรำลึกต่อพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภชอย่างแท้จริง

การบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งผลดีทางจิตวิญญาณต่อบุคคลผู้เข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระจายถึงสังคมรอบข้างผ่านการอุทิศส่วนกุศลต่อความสงบสุขของประเทศชาติอีกด้วย

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาในกรุงเทพมหานคร ได้เปิดพื้นที่ให้เกิดขึ้นของกุศล และสร้างความสามัคคี entre ศาสนาและประชาชนในวันที่มีความหมายเช่นนี้อย่างแท้จริง

การกระทำของท่านผู้หญิงอรอนงค์ในการบำเพ็ญกุศลอย่างต่อเนื่องนี้ สื่อให้เห็นถึงคุณธรรมและพระวิทยาในตัวบุคคลที่มีความดำรงอยู่ภายในสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสพัฒนาจิตใจและสั่งสมกุศลไว้อย่างมั่นคง

หากท่านมีโอกาสผ่านไปยังวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามหรือร่วมกิจกรรมทางศาสนาในโอกาสพิเศษเช่นนี้ อย่าลืมเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างกุศลและระลึกถึงผู้มีพระคุณที่มีต่อแผ่นดินของเรา

ที่มา – ท่านผู้หญิงอรอนงค์ บำเพ็ญกุศล อุทิศถวาย พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช

ณัฐพงษ์ เผย มั่นใจแก้รัฐธรรมนูญยังอยู่ในทิศทางดี

เมื่อเร็วๆ นี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการดำเนินการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าขณะนี้ยังอยู่ในทิศทางที่ดี และการดำเนินการทั้งหมดยังเป็นไปตามกรอบที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล (MOA) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน

ณัฐพงษ์ เผย มั่นใจแก้รัฐธรรมนูญยังอยู่ในทิศทางดี

ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ บางพลัด เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 20 กันยายน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้กล่าวว่า การดำเนินการตามกรอบ MOA นั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับกระบวนการในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยมีแนวทางเดียวกัน

ยังต้องรอดูท่าที สว.

“อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่สามารถตอบแทน สว. ได้ในตอนนี้ ต้องรอจนกระทั่งมีการยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเพิ่มหมวด 15 เข้าไป ซึ่งจะช่วยเปิดประตูให้มีกระบวนการเลือกยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตามวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ” นายณัฐพงษ์ กล่าวเสริม

การดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าวนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1-3 และจะเป็นจุดที่ สว. จะต้องแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่ายอมรับหรือไม่

  • การเดินตามกรอบ MOA อย่างเคร่งครัด
  • ต้องมีการเพิ่มหมวด 15 ตามวินิจฉัยศาล
  • ยังต้องรอดูท่าทีของ สว. เมื่อยื่นร่างจริง

นอกจากนี้ การที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยมีแนวทางร่วมกันนี้ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อกระบวนการทางการเมืองในอนาคต และมีความหวังว่าจะสามารถผลักดันให้การ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับเสียงสนับสนุนจากทุกฝ่าย

สุดท้ายนี้ แม้ตอนนี้จะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า สว. จะตอบรับหรือไม่เมื่อมีการยื่นร่าง เราก็ยังมีความเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะเดินไปในทางที่ดี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ณัฐพงษ์ เผย มั่นใจแก้รัฐธรรมนูญยังอยู่ในทิศทางดี และเชื่อว่าจะมีความคืบหน้าที่น่าพอใจในเร็ววัน

ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิดและเชื่อว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะนำไปสู่ความโปร่งใสและยุติธรรมทางการเมืองที่แท้จริง

ที่มา – ‘ณัฐพงษ์’ เผย มั่นใจแก้รัฐธรรมนูญยังอยู่ในทิศทางดี เดินตาม MOA ชี้ ต้องรอดูท่าที สว. ตอนเข้าสู่การยื่นร่างจริง