ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่กังวลถูกจับเปรียบฯ

เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 20 กันยายน ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยคนต่อไปอาจเป็น “ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตร โดยเป็นสามีของ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร และเป็นบุตรเขยของ นายทักษิณ ชินวัตร

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไม่กังวลถูกจับเปรียบฯ

ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีสิทธิ์ในการเลือกแคนดิเดตนายกฯ ของตนเอง และสิ่งสำคัญคือให้ประชาชนได้ตัวเลือกที่ดีที่สุด เพื่อให้ประเทศมีผู้นำที่พร้อมและเหมาะสมกับการบริหารราชการแผ่นดิน

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังเน้นย้ำว่าตนเองมีความพร้อมทั้งในด้านประสบการณ์การทำงานการเมืองกว่า 6 ปี รวมถึงความเข้าใจในระบบงบประมาณและกลไกของระบบราชการ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอนาคต

มุ่งส่งเสริมทางเลือกที่ดีที่สุดแก่ประชาชน

นายณัฐพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่มีเจตนาใดในการแข่งขันแคนดิเดตนายกฯ กับใคร แต่ต้องการเพียงให้ประชาชนได้ตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้ เพราะสิ่งสำคัญคือ มีผู้นำที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นที่ยอมรับของสังคมที่จะสามารถพัฒนาประเทศได้

  • ประสบการณ์ทำงานการเมืองมากกว่า 6 ปี
  • ความเข้าใจในระบบงบประมาณและการบริหารราชการ
  • เปิดทางให้ประชาชนมีทางเลือกที่ดีที่สุด

การที่ประชาชนมีทางเลือกในการเลือกตั้ง คือสิ่งที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับประชาธิปไตย และเป็นโอกาสให้ประเทศมีผู้นำที่ดีและเหมาะสม เป็นที่ยอมรับจากทุกกลุ่มในสังคม

สุดท้าย นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งแคนดิเดตใครมาชิงตำแหน่งนายกฯ สิ่งสำคัญคือเป้าหมายเดียวกัน คือ ความมั่งคั่ง มั่นคง และสุขภาวะของประชาชนชาวไทย

ท่านสามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ ของพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอย่างเป็นทางการ

ที่มา – ‘ณัฐพงษ์’ ไม่กังวลถูกจับเทียบ ‘ณัฐพงศ์ เขยทักษิณ’ ชิงแคนดิเดตนายก ฯ ขอให้ประชาชนได้ตัวเลือกที่ดีที่สุด

สมาคมนักเรียนเก่าอยุธยาวิทยาลัย เชิดชูคนดีเพื่อสังคม

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมาคมนักเรียนเก่าอยุธยาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดพิธีประกาศเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลแก่ศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี 2568 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและยกย่อง สมาคมนักเรียนเก่าอยุธยาวิทยาลัย ที่มีผลงานดีเด่นในวงการต่าง ๆ และเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

สมาคมนักเรียนเก่าอยุธยาวิทยาลัย เชิดชูเกียรติคนดี

พิธีในครั้งนี้มีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ และนายกสมาคมนักเรียนเก่าอยุธยาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ

ศิษย์เก่าดีเด่นจากหลากหลายวงการ

ตามที่นายสุรชัย อจลบุญ กล่าวว่า รางวัลศิษย์เก่าดีเด่นประจำปีนี้เป็นการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 91 ปีของ สมาคมนักเรียนเก่าอยุธยาวิทยาลัย ซึ่งการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลแบ่งเป็นหลายประเภท ได้แก่:

  • รางวัลเกียรติยศ: นายวิบูลย์ สงวนพงศ์, พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์, ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา
  • รางวัลด้านการบริหาร: นายสุรชัย อจลบุญ, นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ
  • รางวัลด้านความสำเร็จในอาชีพ: นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง, พลเอกวัชระ พิทยานรเศรษฐ
  • รางวัลด้านคุณประโยชน์ต่อสังคม: นายชูถิ่น จุลทรัพย์
  • รางวัลสร้างชื่อเสียงและอุทิศตน: ดร.ปรีชา ประสพผล

ทั้งหมดนี้คือบุคคลที่สืบทอดคุณธรรมจากโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย และสร้างชื่อเสียงให้สถาบันการศึกษา รวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

เป้าหมายที่ชัดเจนเพื่ออนาคต

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ในฐานะประธานพิธี ได้กล่าวถึงจุดประสงค์หลักของการจัดงานนี้ว่า เป็นการเปิดโอกาสให้สังคมได้รับรู้ถึงคุณงามความดีของศิษย์เก่าอยุธยาวิทยาลัย พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ในการพยายามพัฒนาตัวเองเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ

เชื่อว่ากิจกรรมเช่นนี้จะเป็นเครื่องกระตุ้นให้มีการพัฒนาวัฒนธรรมของการยอมรับ การยกย่อง และการสร้างแรงบันดาลใจในหมู่คนรุ่นใหม่

การเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าดีเด่นของ สมาคมนักเรียนเก่าอยุธยาวิทยาลัย ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมบุคคล แต่เป็นแรงผลักดันให้ทุกคนได้เป็น “คนดี” ที่พร้อมช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่มีความตั้งใจอยากสร้างคุณค่าให้สังคม อย่าลืมเริ่มจากตัวคุณเอง เพราะทุกความดีที่คุณทำในวันนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจของใครสักคนในวันพรุ่งนี้

ที่มา – สมาคมนักเรียนเก่าอยุธยาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกย่องคนดีช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติ

เชียงรายจัดงานใหญ่วิ่งวิบากSPARTANชิงแชมป์โลกปลายปี2026

จังหวัดเชียงรายเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน เชียงรายวิ่งวิบาก SPARTAN ชิงแชมป์โลก ครั้งยิ่งใหญ่ในช่วงปลายปี 2026 ถึง 2028 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเอเชีย ที่จะมีนักกีฬาจากทั่วโลกกว่า 60,000 คน เข้าร่วมการแข่งขันในระดับโลก

เชียงรายวิ่งวิบาก SPARTAN ชิงแชมป์โลก

เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่าง 4 องค์กร ได้แก่ จังหวัดเชียงราย, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ, Spartan Race Inc และบริษัทรันริโอ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นข้อตกลงในการจัดงาน เชียงรายวิ่งวิบาก SPARTAN ชิงแชมป์โลก ประจำปี 2026-2028

ศักยภาพระดับโลกของจังหวัดเชียงราย

การจัดงานจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี โดยเป็นเวทีแห่งสุดยอดนักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วโลก ในการแข่งขันระยะสั้นกว่าหนึ่งสัปดาห์ ตามด้วยกิจกรรมหลากหลายที่จะกระจายไปทั่วทั้งจังหวัดเชียงราย

การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยยกระดับจังหวัดเชียงรายให้เป็นศูนย์กลางของกีฬา Sport Tourism และเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาระดับโลก

  • เพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวมากกว่า 800 ล้านบาทต่อปี
  • สร้างโอกาสให้มีรายได้ตลอด 3 ปีรวมกว่า 2,400 ล้านบาท
  • ยกระดับภาพลักษณ์ของเมืองเชียงราย เป็น World Sport Tourism Destination

งานมหกรรมที่สนามสิงห์ปาร์ค เชียงราย จะมีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นก่อนและหลังการแข่งขัน เช่น เทศกาลอาหาร “Taste of Spartan”, เทศกาลดนตรี After Party ภายใต้แนวคิด Longer Stay Campaign เพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักกีฬาและผู้ติดตามทั่วโลก

พร้อมกันนี้ในช่วงเดือนตุลาคม 2025 ที่จะถึงนี้ จังหวัดเชียงรายจะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานในรอบ 3 ปี โดยธงชาติไทยจะโบกสะบัดบนเวทีโลกครั้งนี้

หากคุณเป็นแฟนกีฬา หรือชอบท้าทายตัวเอง งานนี้ไม่ควรพลาด เพราะ เชียงรายวิ่งวิบาก SPARTAN ชิงแชมป์โลก จะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกพร้อมชมความงดงามของจังหวัดเชียงรายในเวลาเดียวกัน

ที่มา – “เชียงราย” จัดงานใหญ่วิ่งวิบาก SPARTAN ชิงแชมป์โลก ปลายปี 2026 รับนักกีฬากว่า 60,000 คน ทั่วโลก

ระยองจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด เนื่องในวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 กันยายน 2568 ที่ชายหาดแหลมเจริญ ตำบลบ้านปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม ระยองจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด เนื่องในวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างจังหวัดระยอง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และกลุ่มผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด รวมทั้งสิ้น 26 แห่ง

ระยองจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด เนื่องในวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล

กิจกรรมครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชน เยาวชน นักท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศชายฝั่งทะเล และสร้างจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการร่วมเก็บขยะมูลฝอยที่ปนเปื้อนอยู่ตามแนวชายหาดในพื้นที่จังหวัดระยอง

กิจกรรม ระยองจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด มีการแบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมออกเป็นหลายทีม แบ่งพื้นที่เก็บขยะตลอดแนวชายหาด ตั้งแต่ชายหาดแหลมเจริญ อ.เมืองระยอง ไปจนถึงชายหาดพลา อ.บ้านฉาง ระยะทางรวมกว่า 14 กิโลเมตร เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบและมีปริมาณขยะสูง

ขยะชายฝั่งเป็นปัญหาระดับโลก

จากการเก็บขยะในครั้งนี้ ยังเป็นโอกาสอันดีในการรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและประเภทของขยะที่ปนอยู่ตามชายหาด เพื่อนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุหลักของปัญหา รวมทั้งวางแผนร่วมกันในการแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพ lâuยาว โดยเฉพาะในปัญหาขยะจากภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

นายกัฬชัย เทพวรชัย กล่าวว่า ปัจจุบันสภาวะแวดล้อมของชายฝั่งทะเลในระยองมีแนวโน้มเสื่อมโทรม เนื่องจากปัจจัยทั้งจากมนุษย์และธรรมชาติ หากเราปล่อยวางให้เป็นไปตามนี้โดยไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง จะส่งผลให้ระบบนิเวศทางทะเลเสียหายอย่างรุนแรงและไม่อาจกู้คืนได้ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้คือก้าวเล็กๆ ที่ร่วมกันสร้างมาเพื่อเริ่มฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของชายฝั่งให้กลับมาสมดุลและยั่งยืนต่อไป

  • กิจกรรมเก็บขยะมีการแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน
  • ใช้แรงงานร่วมกันจากทุกภาคส่วนท้องถิ่น
  • รวบรวมข้อมูลขยะเพื่อวิเคราะห์เพื่อวางแผนแก้ปัญหา

กิจกรรม ระยองจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของการรวมพลังจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เพื่อร่วมกันปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สร้างพื้นที่สีเขียว – สีน้ำเงิน ที่น่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าเป็นเมืองที่ยั่งยืนในทุกด้าน

หากทุกคนเริ่มต้นจากการดูแลพื้นที่รอบตัว และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน แน่นอนว่าระยองจะเป็นจังหวัดที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีจิตสำนึกในด้านสิ่งแวดล้อมของคนในชุมชน และน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย

ที่มา – ระยองจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด เนื่องในวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล

วัยรุ่นทะเลาะกันกลางงานบุญสารทเดือนสิบ ม.ราม ตำรวจรวบ 1 ราย

เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา เหตุวัยรุ่นทะเลาะกันอย่างรุนแรง ได้เกิดขึ้นในระหว่างการจัดงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

วัยรุ่นทะเลาะกันกลางงานบุญสารทเดือนสิบ ม.ราม

พ.ต.ท.ภาสกร มณีรัตน์ สว.(สอบสวน) สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งเหตุว่ามีวัยรุ่นยกพวกมาทะเลาะกันอย่างรุนแรง จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.หัวหมาก ตลอดจนกำลังตำรวจสายตรวจ สายสืบ พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ก่อนเกิดเหตุ วงดนตรีชื่อดังอย่าง Big Ass กำลังแสดงบนเวที โดยร้องเพลง ก่อนตาย จนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นที่ด้านล่างเวที ส่งผลให้วงดนตรีต้องหยุดการแสดงทันที และเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงในคืนนั้น

มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย บาดเจ็บสาหัส

จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธมีด มีเลือดอาบ เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลตำรวจเพื่อรับการรักษาอาการบาดเจ็บในทันที

ภายหลังเกิดเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งทราบว่าเป็นนักศึกษาจากย่านมีนบุรี พยายามหลบหนีออกจากสถานที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน และนำไปสอบสวนที่สถานีตำรวจหัวหมากเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วัยรุ่นทะเลาะกันกลางงานบุญสารทเดือนสิบ ม.ราม

พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผู้กำกับกองสืบสวนสถานีตำรวจหัวหมาก เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แม้พวกเขาจะหลบซ่อนตัวในกลุ่มผู้เข้าชมงาน โดยระบุว่า เหตุเกิดจากการทะเลาะวิวาทของวัยรุ่น 2 กลุ่ม ซึ่งผู้ก่อเหตุให้การว่าไม่เคยรู้จักกับผู้บาดเจ็บมาก่อน และเพิ่งมาพบกันในงานจนเกิดเรื่องขึ้น

ประทับใจกับการจัดงานใหญ่ในช่วงเทศกาลประจำปีอย่างบุญสารทเดือนสิบ กลายเป็นความเสียหายที่หลายคนอาจจะไม่คาดคิด โดยเฉพาะเหตุการณ์ช็อตแรงเมื่อวัยรุ่นยกพวกทะเลาะกันอย่างรุนแรง ทำให้งานที่น่าสนใจกลายเป็นพื้นที่เสี่ยง

ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นนายเก่ง (นามสมมุติ) ถูกดำเนินคดีในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และพาอาวุธมีดโดยไม่ได้รับอนุญาตในสถานที่สาธารณะ” เจ้าหน้าที่เตรียมควบคุมตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาในวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 นี้

งานประเพณีบุญสารทเดือนสิบในปีนี้จัดขึ้นเป็นคืนสุดท้ายของเทศกาล ทำให้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก แต่ช่วงหลังเที่ยงคืน เหตุทะเลาะวิวาททำให้ผู้ชมต้องแตกตื่น และรีบเดินทางกลับเนื่องจากเกิดความกังวลด้านความปลอดภัย สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการรักษาความสงบในพื้นที่จัดงานเพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

จากเหตุการณ์นี้ เราควรตระหนักว่าปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เสริมสร้างความเข้าใจ การอยู่ร่วมกันอย่างมีวัฒนธรรม คือสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรเรียนรู้ เพื่อให้เทศกาลที่น่าสนใจอย่างงานบุญสารทเดือนสิบ จะได้คงความสุข ปลอดภัย และมีความหมายต่อทุกคน

ที่มา – ‘วัยรุ่น’ ตีกันเดือด! งานบุญสารทเดือนสิบ-ม.ราม ‘สืบหัวหมาก’ ตามรวบได้ 1 ราย จ่อขยายผล

กมธ.ทรัพยากรฯ วุฒิฯ ชี้ ส.ป.ก.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยโรงงานแป้งมัน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ส.ว. ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้ออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบโรงงานแป้งมันในจังหวัดนครราชสีมา ที่มีอดีตรัฐมนตรีเป็นจำเลยในคดีนี้ ปรากฏว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาชี้แจงมาอย่างครบถ้วน ทำให้มีข้อสรุปชัดเจนแล้ว ว่ามีเจ้าหน้าที่ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการติดตามคดีที่มีคำพิพากษาเมื่อปี พ.ศ. 2551

กมธ.ทรัพยากรฯ วุฒิฯ ชี้ ส.ป.ก.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยโรงงานแป้งมัน

ในคำตกลงประนีประนอมที่ระบุไว้ในคดีนั้น จำเลยจะต้องดำเนินการ 3 ข้อ ได้แก่ ออกจากที่ดิน, ฟื้นฟูบ่อบำบัดทั้งหมด 8 บ่อ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยไร่ และหากปฏิบัติไม่ได้ ต้องชำระเงินจำนวน 26 ล้านบาทภายใน 6 เดือน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือไม่มีการบังคับคดีอย่างเป็นรูปธรรม กลับมีการลงนามอนุญาตให้โรงงานสามารถใช้ที่ดินต่อได้ แม้เงื่อนไขในเอกสารระบุชัดเจนว่าห้ามผู้ใดใช้ที่ดินในพื้นที่ แต่ปัจจุบันมีการใช้งานจริงมาตลอดสิบกว่าปี

ผู้บริหารก่อนหน้ามีส่วนเกี่ยวข้อง?

ผลกระทบจากการละเลยของ ส.ป.ก. ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากที่ดินโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 47 ไร่ ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ หากยืนยันว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวน โรงงานจะต้องยุติการดำเนินงานและรื้อถอนออกอย่างเด็ดขาด

รายงานยังระบุว่า รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าชี้แจงอีกต่อไป เนื่องจากมีชื่อเป็นจำเลยในคดีนี้ตั้งแต่ 20 ปีก่อน และเป็นการชัดเจนว่ามีการละเมิดหน้าที่อย่างร้ายแรง

  • การไม่บังคับคดีตามคำพิพากษา
  • อนุญาตใช้ที่ดินโดยข้ามเงื่อนไข
  • ปล่อยให้ที่ดินในป่าสงวนถูกใช้งานผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้ตั้งใจจะเร่งสรุปผลการตรวจสอบและส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ผู้ละเลยหน้าที่อย่างจริงจัง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาระยะยาวของการบริหารที่ดินในประเทศไทย และความจำเป็นในการกวดขันกฎระเบียบที่มีอยู่ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ของประเทศ

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม ที่ดิน และความโปร่งใสของรัฐ ก็ควรให้ความสำคัญกับประเด็นเช่นนี้ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและทรัพยากรของคนรุ่นต่อไป

ที่มา – ‘กมธ.ทรัพยากรฯ วุฒิฯ‘ ชี้ ส.ป.ก.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยโรงงานแป้งมัน ’อดีต รมต.‘ รุกป่าสงวน จ่อยื่น ป.ป.ช.ฟัน!

โตโยต้ารวมพลังปลูกป่าขยายพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ดำเนินกิจกรรม “โตโยต้ารวมพลังปลูกป่าขยายพื้นที่สีเขียว” อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด นายสมคิด ประดิษฐกําจรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการผลิต และมร. ทาคะยูกิ ฟุคาทานิ ผู้ประสานงานกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการผลิต ร่วมกับหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น เดินหน้าสานต่อกิจกรรม โตโยต้ารวมพลังปลูกป่าขยายพื้นที่สีเขียว เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 20 ปี โรงงานบ้านโพธิ์ ที่จะมาถึงในปี 2027 พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายโรงงานที่เป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2030

โตโยต้ารวมพลังปลูกป่าขยายพื้นที่สีเขียว บนพื้นที่ 50,000 ต้น

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารและพนักงานโตโยต้า กว่า 3,000 คน ร่วมแรงร่วมใจปลูกต้นไม้ จำนวน 50,000 ต้น ที่โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นการสานต่อจากความสำเร็จของโครงการ “โตโยต้า ครบรอบ 60 ปี ปลูกป่า 600,000 ต้น” พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ใช้วิธีปลูกแบบมิยาวากิ เสริมระบบนิเวศแบบยั่งยืน

โครงการนี้ใช้การปลูกแบบพิเศษตามแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.อาคิระ มิยาวากิ ซึ่งเป็นเทคนิคที่เน้นการใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สร้างเนินดิน และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและอากาศ โดยการปลูกแบบสุ่มและหนาแน่น 3-4 ต้นต่อตารางเมตร ช่วยเร่งการเติบโตและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ต้นไม้ที่ปลูกมีมากกว่า 49 สายพันธุ์ เช่น ต้นตะเคียนทอง ต้นจามจุรี ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นทองกวาว ต้นราชพฤกษ์ และต้นกัลปพฤกษ์

  • เทคนิคพิเศษ: จุ่มกล้าไม้ในน้ำก่อนปลูก
  • การดูแล: คลุมฟางข้าวเพื่อเพิ่มอัตราการรอดตาย
  • ผลลัพธ์: ช่วยดูดซับคาร์บอนได้กว่า 17,130 ตันต่อปี

ปัจจุบัน โตโยต้าได้ดำเนินการปลูกป่าแบบนิเวศรวมกว่า 1,803,170 ต้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “โตโยต้า เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่รัก(ษ์)” และเป็นการสนับสนุนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ภายในปี 2050

กิจกรรม โตโยต้ารวมพลังปลูกป่าขยายพื้นที่สีเขียว ไม่เพียงแค่เป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเพิ่มพื้นที่สีเขียว ความหลากหลายทางชีวภาพ และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ

คุณคิดอย่างไรกับการที่บริษัทธุรกิจใหญ่อย่างโตโยต้ายึดมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก? ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์โลกของเราได้ทุกวันนี้

ที่มา – โตโยต้ารวมพลังปลูกป่าขยายพื้นที่สีเขียว

ศูนย์การแพทย์พิเศษรพ.พระนครศรีอยุธยาเปิดบริการครบวงจร

เมื่อเร็วๆ นี้ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาได้เปิดศูนย์การแพทย์พิเศษและศูนย์ตรวจสุขภาพแห่งใหม่ ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนที่ต้องการเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างสะดวก รวดเร็ว และครบวงจร

ศูนย์การแพทย์พิเศษและศูนย์ตรวจสุขภาพรพ.พระนครศรีอยุธยา

การเปิดศูนย์การแพทย์พิเศษและศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เป็นความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลและศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค ภายใต้การสนับสนุนจากผู้บริหารโรงพยาบาลและผู้บริหารศูนย์การค้า นับเป็นแนวทางนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาลหลักซึ่งมีจำนวนผู้ป่วยนอกกว่า 3,000 คนต่อวัน

บริการที่ครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ศูนย์การแพทย์พิเศษและศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ด้านนอกอาคาร Event Park B บนพื้นที่ 500 ตารางเมตร พร้อมลานจอดรถกว้างขวางมากกว่า 3,000 คัน จึงทำให้ผู้มาใช้บริการสามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบาย โดยสามารถใช้บริการเจาะเลือดตั้งแต่เวลา 07.00 น. และรับบริการตรวจรักษาพร้อมให้คำแนะนำจากแพทย์ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ทุกวัน

ด้วยการตั้งอยู่ในศูนย์การค้า ผู้ใช้บริการสามารถใช้เวลาเพื่อพักผ่อน ช้อปปิ้ง และดูแลสุขภาพในที่เดียว ถือเป็นแนวทางใหม่ที่ตอบโจทย์ลifestlye ของคนเมืองอยุธยาและพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ลูกจ้าง หรือพนักงานบริษัท จึงสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ

ข้อดีของการใช้บริการ

  • ลดระยะทางและเวลาในการเดินทาง ด้วยการตั้งอยู่ใจกลางเมือง
  • บรอดเร็ว เข้าถึงง่าย ด้วยการเปิดนอกเวลาทำการของศูนย์การค้า
  • พื้นที่กว้างขวาง ที่จอดรถสะดวก
  • บริการครบวงจร ทั้งตรวจสุขภาพ เจาะเลือด วินิจฉัยโรค และให้คำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการผสมผสานระหว่างภาคสาธารณสุขและภาคเอกชนในรูปแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ ที่ทุกคนมีเวลาจำกัด แต่ต้องการการบริการที่ดี มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้ตลอดเวลา

ศูนย์การแพทย์พิเศษและศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเสริมระบบสาธารณสุขของเมืองอยุธยา ให้ประชาชนได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ สะดวก สบาย และใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น

หากคุณกำลังมองหาที่ตรวจสุขภาพที่มีคุณภาพ การรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง และประสบการณ์ที่ดีที่สุด ศูนย์การแพทย์แห่งนี้คือคำตอบของคุณ

ที่มา – ศูนย์การแพทย์พิเศษและศูนย์ตรวจสุขภาพรพ.พระนครศรีอยุธยา ตอบโจทย์ลูกค้าเข้าถึงบริการ อย่างครบวงจร

พ่อเมืองสมุทรสาคร มอบบ้านกาชาดตามโครงการ”House Happy บ้านความสุข”

เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนางสุพิณญา นิรามัยวงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ได้ร่วมเป็นประธานในการมอบบ้านกาชาดตามโครงการ House Happy บ้านความสุข ของเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร ประจำปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัย และแบ่งเบาภาระของครอบครัวที่มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

House Happy บ้านความสุข ความหวังใหม่ให้ประชาชน

โครงการ House Happy บ้านความสุข เป็นหนึ่งในกิจกรรมดี ๆ ที่เหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาครจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมทั้งเป็นการสนับสนุนความเป็นอยู่แก่ผู้มีความเดือดร้อน โดยในปีนี้ได้มีการมอบบ้านน้องใหม่ให้กับนางสาวรักกมล คุ้มแผน ผู้อยู่อาศัยในตำบ​ลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

ผู้นำท้องถิ่นเข้าร่วมอย่างแข็งขัน

พร้อมกับนี้ กิจกรรมมอบบ้านในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากนายอำเภอบ้านแพ้ว ตลอดจนคณะกรรมการเหล่ากาชาด ทางทหารและผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ เช่น กันต์ตีน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งกำนันตำบลโรงเข้ที่ได้รับผิดชอบดำเนินการก่อสร้าง ใช้งบประมาณสนับสนุนจากเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาครมูลค่าประมาณ 130,000 บาท

นอกจากบ้านแล้ว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครและคณะยังได้มอบพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนอน และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้รับโครงการอีกด้วย

โครงการ House Happy บ้านความสุข ถือเป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ เพราะไม่เพียงแค่ให้ “บ้าน” แต่ยังมอบ “ความหวัง” และ “คุณภาพชีวิต” ที่ดีขึ้นแก่ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และคนไร้โอกาสทางสังคม

การดำเนินงานในลักษณะพึงพิงภาครัฐและภาคีเครือข่ายในท้องถิ่น ถือเป็นแบบอย่างของการขับเคลื่อนโครงการเพื่อประชาชนอย่างยั่งยืน และสะท้อนให้เห็นถึงความรักของสังคมไทยที่มีต่อกันและกัน

หากคุณเองมีศรัทธา หรือสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนชีวิตของผู้คนให้มีโอกาสดี ๆ ผ่านโครงการเช่นนี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อเหล่ากาชาดจังหวัดใกล้บ้านคุณ เพื่อร่วมแรงร่วมใจสร้างบ้านแห่งความสุขร่วมกัน

ที่มา – พ่อเมืองสมุทรสาคร มอบบ้านกาชาดตามโครงการ”House Happy บ้านความสุข”

เวเนซุเอลาเรียกร้องยูเอ็นจัดการสหรัฐปฏิบัติการในทะเลแคริบเบียน

ประเทศเวเนซุเอลาระบุว่าการเคลื่อนกำลังทหารของสหรัฐฯ เข้าใกล้พื้นที่แถบทะเลแคริบเบียนเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้ ยูเอ็น เข้ามาสอบสวนอย่างจริงจัง สืบเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้สถานการณ์เพิ่มความตึงเครียดระหว่างประเทศอย่างรุนแรง

เวเนซุเอลาเรียกร้องยูเอ็นจัดการสหรัฐปฏิบัติการในทะเลแคริบเบียน

พล.อ.ปาดริโน โลเปซ รมว.กลาโหมเวเนซุเอลา กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ โดยการส่งเรือรบและประจำการเครื่องบินขับไล่เข้าใกล้พื้นที่ที่ถือเป็นเขตน่านน้ำระหว่างประเทศ แต่นับว่ามีความเสี่ยงสูงต่อความมั่นคงของเวเนซุเอลา เหมือนเป็น “การทำสงครามโดยไม่ประกาศสงคราม”

ในช่วงเดียวกัน ทางเวเนซุเอลายังออกมาวิจารณ์อย่างรุนแรงต่อปฏิบัติการโจมตีที่สหรัฐอ้างว่าป้องกันยาเสพติด แต่ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตมากถึง 17 ราย โดยระบุว่านี่อาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศเช่นกัน

เวเนซุเอลาเรียกร้องยูเอ็น

เข้ามาสอบสวนอย่างจริงจังเกี่ยวกับกรณีการใช้อาวุธรุนแรงต่อเรือประมงของเวเนซุเอลาซึ่งไม่มีความสามารถทางการรบ โดยนายทาเร็ก วิลเลียม ซาบ อัยการสูงสุดของเวเนซุเอลา ตั้งข้อสังเกตว่า การโจมตีผู้โดยสารและทำลายยานพาหนะบนทะเลโดยปราศจากหลักฐาน อาจถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่ต้องถูกตัดสินในเวทีนานาชาติ

ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่าปฏิบัติการของสหรัฐแม้จะส่งผลเสียต่อชีวิตมนุษย์ แต่ก็เป็นผลสำเร็จในการรับมือกับปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติดของเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้เสียชีวิตและเรือที่ถูกโจมตีนั้นเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้ายาเสพติดจริง

  • เวเนซุเอลาระเบิดความโกรธต่อเหตุการณ์นี้
  • อ้างว่าสหรัฐกระทำการ “ทำสงครามลับ”
  • ยูเอ็นควรเข้ามายุติและสอบสวนข้อเท็จจริง
  • สงสัยการแทรกแซงทางการเมืองของสหรัฐฯ

ด้านการเมืองของเวเนซุเอลายังตั้งข้อสงสัยว่า สหรัฐอาจกำลังวางแผนเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองภายในประเทศ ผ่านการใช้กำลังทหารแบบไม่เปิดเผย โดยเฉพาะหลังมานี้ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธที่จะยืนยันหรือปฏิเสธว่ามีเจตนาดังกล่าวหรือไม่

สถานการณ์นี้นับเป็นเวทีที่รุนแรงในภูมิภาคแคริบเบียนในรอบหลายสิบปี และสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของสหรัฐในสายตานักวิเคราะห์ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความไม่มั่นคงในภูมิภาคอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ สถานการณ์อย่างไรจะมีผลสะเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ต่อการเมืองภายในเวเนซุเอลา และการจัดการขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น ยูเอ็น อย่างไร คงต้องติดตามในอนาคต

ที่มา – เวเนซุเอลาเรียกร้องยูเอ็นจัดการ ปมสหรัฐปฏิบัติการในทะเลแคริบเบียน