ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เมื่อการสแกนจ่ายคือความเสี่ยง! แม่ค้า-ลูกค้า ผวาบัญชีม้า

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล หรือที่เรียกกันว่า “สแกนจ่าย” กลายเป็นช่องทางหลักในการซื้อขายของใครหลายกลุ่ม ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลับทำให้หลายคนเริ่มระแวงและลังเลในการใช้บริการนี้

เมื่อการสแกนจ่ายคือความเสี่ยง! แม่ค้า-ลูกค้า ผวาบัญชีม้า

จากข้อมูลที่เพจ “เดินรอบพัทยา” ได้แชร์ เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า พ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดล่าสุดที่ผู้เขียนไปเยือน ต่างเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยแม้ร้านค้าจะมีระบบให้สแกนจ่าย แต่แม่ค้ายังคงถามก่อนว่า ลูกค้าสะดวกจ่ายเป็นเงินสดไหม เพราะใคร ๆ ก็กลัวว่าจะกลายเป็น “บัญชีม้า” โดยไม่รู้ตัว

ลูกค้าก็ระแวง แม่ค้าก็กลัว

สถานการณ์ในขณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับฝ่ายเดียวเท่านั้น ลูกค้าจำนวนมากก็ระแวงแม่ค้าเช่นกัน ไม่กล้าที่จะโอนเงินหรือสแกนจ่ายแก่แม่ค้า โดยเลือกจ่ายเป็นเงินสดแทน เพราะมีความกังวลว่าแม่ค้าคนนั้นอาจเป็นบัญชีม้า แม้จะเป็นเพียงการโอนเงินจำนวนเล็กน้อย แค่ 20 บาท หากแม่ค้าเป็นบัญชีม้า ก็ถือว่าลูกค้า “มีส่วน” เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจนำมาซึ่งผลพวงทางกฎหมายได้

ประเด็นคือ ใครจะรู้ได้ว่า ฝั่งตรงข้ามเป็นบัญชีม้าจริงหรือไม่? ทั้งที่ทั้งคู่อาจไม่รู้ตัวว่าตนเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอาชญากรรมทางการเงิน

ถ้าโดนอายัดบัญชีจะเกิดอะไรขึ้น?

  • อายัดทุกบัญชีในชื่อเดียวกัน: หากบัญชีหนึ่งถูกอายัด ทุกบัญชีที่ใช้เลขบัตรประชาชนเดียวกันก็จะถูกอายัดไปด้วย
  • เจ้าของบัญชีอาจไม่ผิด แต่ยังถูกกระทบ: แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ถ้าไม่มีหลักฐานความเคลื่อนไหวของเงินชัดเจน ก็อาจถูกยึดเงินไว้นานนับเดือน
  • การสืบสวนยาก: สำหรับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย การเก็บหลักฐานโอนเงินจากลูกค้าจำนวนมากเป็นเรื่องยาก

แหล่งข่าวจากเพจ “เดินรอบพัทยา” ระบุเพิ่มเติมว่า มีหลายกรณีที่ผู้ค้ารายย่อยถูกอายัดบัญชีนานหลายเดือน แม้จะไม่ได้รับเงินผิดกฎหมาย หาก police ตรวจสอบเส้นทางเงินที่เกี่ยวข้อง เจ้าของบัญชีก็อาจถูกลากเข้าไปในขบวนการได้โดยไม่รู้ตัว

สรุป

การใช้เทคโนโลยีให้บริการจ่ายเงินแบบสแกนจ่ายที่เคยสะดวกสบาย ตอนนี้กลับกลายเป็นช่องโหว่ทางสังคมและกฎหมาย โดยเฉพาะในยุคที่การใช้ “บัญชีม้า” ในการฟอกเงินหรือหลอกลวงมีมากขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องตื่นตัวระมัดระวังมากกว่าที่เคย โดยอาจขอใช้ช่องทางที่มีประวัติการเงินชัดเจน เช่น การจ่ายผ่านเงินสด หรือเก็บสลิปทุกครั้งเมื่อทำรายการ

ในโลกดิจิทัลที่ทุกอย่างดูปลอดภัย บางครั้งความระมัดระวังและความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยง กลับสำคัญกว่าความสะดวก

ที่มา – เมื่อการสแกนจ่ายคือความเสี่ยง!แม่ค้า-ลูกค้า ผวาบัญชีม้า ต่างคนต่างระแวง ไม่กล้ารับ-ไม่กล้าโอน

เหยื่อบริสุทธิ์ถูกอายัดบัญชี โอดปลดอายัดยากยิ่งกว่างมเข็ม

เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา เพจ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว” ได้แชร์เรื่องราวของเหยื่อบริสุทธิ์ที่ตกเป็นเป้าของการ “อายัดบัญชี” โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ส่งผลให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก พร้อมค่าใช้จ่ายในการจัดเตรียมเอกสารเพื่อขอปลดอายัดที่ไม่ต่ำกว่าหลักหมื่นบาท

เหยื่อบริสุทธิ์ถูกอายัดบัญชี โอดปลดอายัดยากยิ่งกว่างมเข็ม

เจ้าของร้านเล่าว่า ร้านค้าขายของเขามีการหมุนเวียนเงินตลอด 24 ชั่วโมง แต่กลับถูกธนาคารอายัดบัญชีโดยไม่มีการแจ้งเลขคดี หรือมีการยืนยันว่าบัญชีของเขาเป็น ‘บัญชีม้า’ อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารกลับแจ้งเพียงว่า “ต้องการเอกสารเพิ่มเติม” ทำให้เจ้าของร้านต้องไปยื่นเอกสารถึง 2 รอบ โดยรอบแรกไม่ผ่านเพราะเอกสารไม่ครบ แม้จะเตรียมเอกสารไปจำนวนมหาศาล

ข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า เอกสารที่เตรียมไปในครั้งแรกมีน้ำหนักเกือบ 20 กิโลกรัม แต่ก็ยังไม่ผ่าน รอบที่สอง เจ้าของร้านจึงเตรียมเอกสารให้มากยิ่งขึ้น พร้อมผลกระทบต่อธุรกิจที่ไม่อาจประเมินได้ เพราะไม่มีทางเลือกในการใช้บริการจากบัญชีอื่น

เหยื่อบริสุทธิ์ถูกอายัดบัญชีควรทำอย่างไร?

ความเจ็บปวดจากการถูก อายัดบัญชี นั้นไม่ใช่แค่ความเสียหายด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังกระทบจิตใจและความเชื่อมั่นต่อระบบธนาคาร นอกจากนี้ เจ้าของร้านยังเผยว่า หลังจากยื่นเอกสารครบถ้วนในรอบที่ 2 ภายในเวลาไม่ถึง 4 วัน ธนาคารก็ปลดอายัดบัญชีให้แล้ว พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่มีประสิทธิภาพจากเจ้าหน้าที่คนใหม่

จากกรณีนี้ จึงชัดเจนว่า แม้จะเป็น เหยื่อบริสุทธิ์ถูกอายัดบัญชี แต่ถ้าหากเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น ก็อาจลดภาระและความลำบากของลูกค้าได้อย่างมาก

  • เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและมีระบบ
  • ตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องของธุรกิจและบัญชี
  • หากยื่นรอบแรกไม่ผ่าน ให้ลองเปลี่ยนสาขาหรือเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ

สุดท้าย หากคุณกำลังเจอปัญหา เหยื่อบริสุทธิ์ถูกอายัดบัญชี เช่นเดียวกัน อย่าเพิ่งยอมแพ้ ให้ลองเปลี่ยนวิธีและมุมมองในการจัดการกับเอกสาร บางครั้งแค่เจ้าหน้าที่ที่เข้าใจและให้คำแนะนำอย่างแท้จริง ก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการแก้ปัญหา

ที่มา – เหยื่อบริสุทธิ์จากถูก ‘อายัดบัญชี’สุดช้ำ โอดปลดอายัดยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

ทวี ลงพื้นที่ราไวย์ จ.ภูเก็ต ชู 6อ. แก้ปัญหายาเสพติด

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2568 พลตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางลงพื้นที่หมู่บ้านชาวเลราไวย์ ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจราชการและติดตามผลมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน

ทวี ลงพื้นที่ราไวย์ จ.ภูเก็ต ชู 6อ. แก้ปัญหายาเสพติด

รัฐมนตรียุติธรรมได้รับฟังข้อเสนอแนะจากผู้นำชุมชนและประชาชนท้องถิ่น พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 8 (ป.ป.ส. ภาค8) นายโชติพันธ์ จุลเพชร ผู้อำนวยการฯ นายปริญญา ศรีธัญญแก้ว ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต นางสาววิเชียร ไชยสอน ยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต และนายจรุง เถาว์จันทร์ กำนันตำบลราไวย์ ให้การสนับสนุนข้อมูล

สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในชุมชนราไวย์

ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอเมืองภูเก็ต เผยว่า หมู่บ้านชาวเลราไวย์มีประชากรประมาณ 960 คน โดยได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติดอย่างหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา โดยมีการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดได้กว่า 70 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กอายุเพียง 13 ปี ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการค้าขายที่แฝงมากับเรือประมงที่เข้าออกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้การสืบสวนและตรวจค้นเป็นเรื่องยาก

สาเหตุหลักเกิดจากระบบที่พังพินาศของชุมชน เช่น การขาดโอกาสทางการศึกษา ครอบครัวที่มีผู้มีพฤติกรรมเสพติดในครอบครัว และรายได้ต่ำ ทำให้เยาวชนกลายเป็นผู้เข้าร่วมสถานการณ์ผิดกฎหมายได้ง่าย อย่างไรก็ตาม หน่วยงานของรัฐพยายามเร่งด่วน ผ่านการนำเด็กกลับมาฝึกอาชีพและให้โอกาสทางการศึกษานอกโรงเรียน มีเด็กที่ได้กลับมาประกอบอาชีพประมงอย่างถูกต้องแล้วจำนวน 7 คน

ทวี เสนอแนวทางแก้ไขตามนโยบาย 6 อ.

รัฐมนตรีทวี กล่าวว่า ปัญหาในพื้นที่ราไวย์ไม่ใช่เพียงเรื่องยาเสพติด แต่เป็นปัญหาสังคมที่ซับซ้อน ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องที่อยู่อาศัย อาชีพ รายได้ และที่ดินของชาวเล กระทรวงยุติธรรมจึงจับมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สถานที่ขับเคลื่อนการลงพื้นที่เปลี่ยนแปลงปัญหาของพื้นที่ พร้อมนำไปสู่แนวทางการแก้ไขยั่งยืน

แนวทางของรัฐมนตรีทวี ยึดหลักนโยบาย 6 อ. ที่ตั้งใจจะสนับสนุนชุมชน_raiway คือ:

  • อาหาร – การเข้าถึงโภชนาการที่ดี
  • อาศัย – การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง
  • อนามัย – การดูแลสุขภาพพื้นฐาน
  • โอกาส – การศึกษาและการฝึกทักษะใหม่
  • อาชีพ – การมีงานทำอย่างยั่งยืน
  • อัตลักษณ์ – การส่งเสริมคุณค่าและภาษาของชาวเล
  • ปราศจากความอยุติธรรม

การใช้แนวทาง ทวี ลงพื้นที่ราไวย์ จ.ภูเก็ต ชู 6อ. แก้ปัญหายาเสพติด มุ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวม สู่ชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อให้เด็กและเยาวชนกลับมามีเส้นทางชีวิตที่มีความหมาย

หากปัญหาที่ดินของชาวเลถูกแก้ไขอย่างรอบด้านClazz ร่วมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติอื่น พื้นที่ราไวย์จะสามารถเติบโตเป็นชุมชนต้นแบบที่ปลอดภัย น่าอยู่ และยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้จริง

จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นทาง ไม่ใช่แค่จัดการกับพฤติกรรมเสี่ยง หากแต่พัฒนาเมืองภูเก็ตให้กลายเป็นตัวอย่างที่น่าภาคภูมิใจของระดับประเทศในอนาคต

ชุมชนราไวย์เป็นจุดเริ่มต้น แต่สามารถสร้างบทใหม่ให้ชีวิตชาวเลได้ หากมีทั้งนโยบาย และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ที่มา – ‘ทวี’ ลงพื้นที่ราไวย์ จ.ภูเก็ต ชู ‘6อ.’ แก้ปัญหายาเสพติดเชิงรุกยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเล

เช็กด่วน! กสิกรไทย ปิดแอป K PLUS คืนนี้ (เช้า 14 ก.ย.) โอนจ่ายเงินไม่ได้

ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการหยุดให้บริการแอปพลิเคชัน K PLUS ชั่วคราว เพื่อทำการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของระบบ ทำให้ลูกค้าหลายรายเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความพร้อมในการใช้งานของแอปในช่วงเวลานี้ โดยกำหนดการปิดให้บริการในคืนวันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 01:00 น. ถึง 04:00 น. เป็นระยะเวลา 3 ชั่วโมงเต็ม

เช็กด่วน! กสิกรไทย ปิดแอป K PLUS คืนนี้ (เช้า 14 ก.ย.) โอนจ่ายเงินไม่ได้

การปิดแอป K PLUS ครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อรองรับการอัปเกรดระบบภายในแอปพลิเคชัน เพื่อให้บริการที่รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ การปรับปรุงนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ธนาคารและทีม IT ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเมื่อระบบกลับมาเปิดใช้อีกครั้ง

ทำไมถึงต้องปิดแอป K PLUS?

ในการอัปเดตและปรับปรุงครั้งนี้ ธนาคารจำเป็นต้องปิดระบบชั่วคราว เพื่อให้สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า และการจัดการธุรกรรมที่มีจำนวนมากในแต่ละวัน การหยุดให้บริการตามกำหนด จึงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากต้องการให้ระบบที่พัฒนาออกมาใหม่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การใช้งานบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ของธนาคารกสิกรไทยยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ รวมถึงการใช้บริการผ่านตู้ ATM และช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งแอป K PLUS ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่มีธุรกรรมด่วนในช่วงเวลานี้

ข้อควรระวังและการวางแผนล่วงหน้า

สำหรับผู้ใช้บริการที่มีแผนการทำธุรกรรมในช่วงคืนวันที่ 14 กันยายน ควรเตรียมการล่วงหน้า โดยอาจตรวจสอบวันและเวลาที่ไม่ตรงกับช่วงเวลาที่ธนาคารแจ้งปิดเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าหรือความผิดพลาดในการโอนเงินหรือชำระเงิน รวมถึงควรใช้ช่องทางอื่น ๆ ที่ธนาคารยังให้บริการเพิ่มเติมเพื่อความสะดวก

  • ตรวจสอบเวลากิจกรรมธุรกรรมของคุณ
  • เตรียมการสำรองก่อนหน้า เช่น โหลดเงินใส่บัตรหรือเตรียม QR Code
  • ใช้ช่องทางอื่น เช่น เว็บไซต์ธนาคาร หรือตู้ ATM

แน่นอนว่าการปิดแอป K PLUS ชั่วคราวอาจส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อบางบุคคลที่ใช้การบริการของแอปเป็นหลัก แต่หากมองในระยะยาว การอัปเดตในครั้งนี้จะยิ่งทำให้ระบบบริการของธนาคารก้าวล้ำและปลอดภัยยิ่งขึ้น

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ K-Contact Center โทร 02-8888888 ตลอด 24 ชั่วโมง ที่พร้อมให้บริการและข้อมูลที่ถูกต้องอย่างครบถ้วน

ในที่สุด แม้ว่าคืนนี้จะไม่สามารถใช้แอป K PLUS ได้ แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ธนาคารต้องปรับปรุงเพื่อให้บริการที่ดีกว่าแก่ลูกค้าในอนาคต การอดทนรอคอยครั้งนี้เป็นการลงทุนระยะยาวให้กับความสะดวกสบายของเราเอง

ที่มา – เช็กด่วน! กสิกรไทย ปิดแอป K PLUS คืนนี้ (เช้า 14 ก.ย.) โอนจ่ายเงินไม่ได้

ปลดอายัดบัญชีธนาคาร โทร 1441 ต่อ 2 ศูนย์ AOC ตลอด 24 ชม.

หากคุณเคยตกเป็นเหยื่อของการ อายัดบัญชีธนาคาร โดยไม่ได้ก่ออาชญากรรมใด ๆ หรือไม่ได้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า คุณไม่ได้อยู่คนเดียว การดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันการฉ้อโกงออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ส่งผลกระทบโดยตรงกับประชาชนจำนวนมากโดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ซึ่งอาจประสบกับความเดือดร้อนเมื่อเงินในบัญชีถูกระงับอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ

ปลดอายัดบัญชีธนาคาร โทร 1441 ต่อ 2 ศูนย์ AOC ตลอด 24 ชั่วโมง

เพื่อตอบโจทย์ปัญหานี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมมือกับ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศูนย์ AOC) เพื่อปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบการอายัดบัญชีและขั้นตอนการ ปลดอายัดบัญชีธนาคาร อย่างเหมาะสมให้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ลดผลกระทบกับผู้บริโภคที่ไม่เกี่ยวข้อง

กระบวนการปลดอายัดบัญชีง่าย ๆ เพียงโทรหาศูนย์ AOC

หากคุณกำลังประสบปัญหาถูกอายัดบัญชีโดยไม่ทราบเหตุผล ไม่ต้องกังวล เพราะขณะนี้มีช่องทางการติดต่ออย่างเป็นทางการผ่านเบอร์ 1441 ต่อ 2 เพื่อเชื่อมต่อกับ ศูนย์ AOC ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการตอบข้อสงสัยและช่วยเหลือในการพิจารณา ปลดอายัดบัญชีธนาคาร ของคุณอย่างรวดเร็วและโปร่งใส

คุณสามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุผลในการอายัดบัญชี ตรวจสอบสถานะบัญชีของคุณ และยื่นคำร้องปลดอายัดได้ตลอดเวลา ศูนย์ AOC เป็นศูนย์กลางที่รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ธนาคาร สำนักงานตำรวจไซเบอร์ และหน่วยงานทางการเงิน ทำให้การดำเนินการมีความชัดเจนและทันต่อสถานการณ์

  • เบอร์ติดต่อ: 1441 ต่อ 2
  • เวลาให้บริการ: ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สถานที่ติดต่อ: ศูนย์ AOC

การปรับปรุงระบบในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและธุรกิจเล็กที่ได้รับผลกระทบจากการทำงานของมาตรการป้องกันอาชญากรรมในระบบการเงิน หากคุณหรือคนรอบตัวเคยพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อ ศูนย์ AOC เพื่อรับความช่วยเหลืออย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ควรตระหนักว่าการปกป้องข้อมูลส่วนตัวและการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนเป็นหน้าที่ของทุกคน เพื่อช่วยให้ระบบป้องกัน ปลดอายัดบัญชีธนาคาร สามารถแยกแยะผู้บริสุทธิ์จากผู้กระทำความผิดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

พลิกโฉมระบบการเงินให้ดีขึ้นทุกวัน ไม่ปล่อยให้ความไม่แน่นอนส่งผลกับชีวิตประจำวันของคุณ!

ที่มา – ปลดอายัดบัญชีธนาคาร โทร 1441 ต่อ 2 ศูนย์ AOC ตลอด 24 ชั่วโมง

ราชันชุดขาวบุกสอยโซเซียดัดคว้าชัย4นัดรวด

ในศึกลา ลีกา สเปน ที่ผ่านมา ราชันชุดขาวอย่าง เรอัล มาดริด พоказให้เห็นถึงความแกร่งที่ไร้พ่าย เมื่อพวกเขามีชัยชนะต่อเนื่องเป็นนัดที่ 4 หลังบุกไปเอาชนะเรอัล โซเซียดัด 2-1 ทำให้พวกเขาครองบัลลังก์จ่าฝูงต่อไปอย่างเหนียวแน่น

ราชันชุดขาวเปิดฉากคว้าชัยในเกมที่ต้องลุ้น

แมตช์นี้ เรอัล มาดริด เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อคีลิยัน เอ็มบัปเป พังประตูขึ้นนำไป้ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 12 ทว่าทุกอย่างเริ่มพลิกผันเมื่อถึงนาทีที่ 32 เมื่อดีน เฮาเซน ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม ทำให้ราชันชุดขาวเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน

เหนียวแน่นแม้ได้เปรียบ

อย่างไรก็ตาม ความมืออาชีพของเรอัล มาดริด พิสูจน์ให้เห็นในครึ่งแรก เมื่อพวกเขาสามารถขยับกว้างเป็น 2-0 จากการทำประตูของอาร์ดา กือแลร์ ที่มารับจังหวะจาก เอ็มบัปเป้

ครึ่งหลังเป็นของ โซเซียดัด ที่เริ่มลุยกันหนัก และสามารถตีไข่แตกได้สำเร็จจากจุดโทษของ มิเกล โอยาซาบาล ในนาทีที่ 56 แต่แม้จะกดดันอย่างหนัก พวกเขาก็ไม่สามารถเท่ากับเรอัล มาดริด ที่ประสานงานกันอย่างยอดเยี่ยม และยังสามารถเก็บชัยชนะด้วยสกอร์ 2-1 ไปได้

  • คีลิยัน เอ็มบัปเป เป็นผู้เปิดสกอร์ในนัดนี้
  • อาร์ดา กือแลร์ ช่วยขยับเป็น 2-0 ให้ ราชันชุดขาว
  • ดีน เฮาเซน ถูกไล่ออกนัดแรกในฤดูกาลนี้
  • เรอัล มาดริดทำสถิติชนะ 4 นัดรวด ยังครองจ่าฝูงต่อ

นอกจากผลการแข่งขันที่ออกมาอย่างตื่นเต้นแล้ว แชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลที่แล้วยังพิสูจน์ให้เห็นถึงความลึกของขุมกำลังในทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ ที่สามารถสร้างสมดุลของเกมได้แม้ในสถานการณ์ที่เขา

ทบทวนใหม่เรอัล มาดริด นั้นแสดงให้เห็นถึงความคึกคักในการนำทัพของ “ราชันชุดขาว” ที่ควบตำแหน่งจ่าฝูงได้อย่างเหนียวแน่น ภายใต้แรงผลักดันของการคว้าชัยต่อเนื่องมา 4 นัดรวด

ที่มา – “ราชันชุดขาว” 10 ตัวบุกสอย “โซเซียดัด” คว้าชัย 4 นัดรวด

ธปท.แจงเพจดัง ใครถูกอายัดบัญชี ให้รอธนาคารปลดออก 2–3 วัน

จากกรณีที่ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากถูกธนาคารอายัดบัญชี ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดและไม่ได้เป็น ‘บัญชีม้า’ ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากกระบวนการปลดอายัดค่อนข้างยุ่งยาก ล่าสุด เพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้รายงานว่า คุณอรมนต์ จันทพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงกับทีมข่าว ‘เรื่องเล่าเช้านี้’ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ธปท.แจงเพจดัง ใครถูกอายัดบัญชี ให้รอธนาคารปลดออก 2–3 วัน

คุณอรมนต์ระบุว่า ปัญหาการอายัดบัญชีที่เกิดขึ้นนั้นเชื่อมโยงกับมาตรการการจัดการ ‘บัญชีม้า’ ซึ่งเกี่ยวข้องกับธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) และตำรวจ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันและยึดเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวง

อย่างไรก็ตาม คุณอรมนต์เผยว่า ความเข้มข้นของมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อ “ประชาชนทั่วไป” หรือ “คนดี” ที่เป็นผู้ใช้บัญชีปกติ ทำให้เกิดความกังวลและความไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ขณะนี้ ธปท. ได้เร่งปรับปรุงวิธีการใหม่ ซึ่งจะมีผลใช้ในวันที่ 14 กันยายนนี้ และคาดว่าจะสามารถลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างชัดเจน

แนวทางแก้ไขปัญหา

สำหรับบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการถูกอายัดบัญชีอย่างไม่เป็นธรรม ธปท. ได้แจ้งไปยังธนาคารเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบและปลดอายัดบัญชี หากยืนยันว่าเป็นผู้ใช้บัญชีปกติ ต้องดำเนินการปลดภายใน 2–3 วัน เพื่อลดความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ คุณอรมนต์ยังชี้ให้เห็นว่า มาตรการใหม่นี้จะไม่ส่งผลกระทบกับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เนื่องจากจะมีการกำหนดเกณฑ์ว่า เงินก้อนเล็ก ๆ จะไม่ได้รับผลกระทบ หากมีการโอนเงินขนาดเล็กเข้าไปในบัญชี ซึ่งโดยปกติจะไม่ถูกระบุว่าเป็นบัญชีม้า ดังนั้น พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยจึงไม่จำเป็นต้องกังวล

  • ระยะเวลาปลดบัญชีประมาณ 2-3 วัน
  • มาตรการใหม่เริ่มใช้วันที่ 14 ก.ย.นี้
  • พ่อค้ารายย่อยได้รับการยกเว้น

เมื่อผู้ใช้บัญชีได้รับผลกระทบจากการถูกอายัด ธปท. ได้ขอให้ผู้ป受到影响ช่วยกันอดทน เนื่องจากมาตรการจัดการบัญชีม้านี้มีเป้าหมายในการจับกุมรวดเร็ว ซึ่งขณะนี้ หน่วยงานต่าง ๆ กำลังร่วมมือกันปรับปรุงกระบวนการ เพื่อลดผลกระทบกับ “คนดี” หรือประชาชนทั่วไปให้น้อยที่สุด

อีกทั้ง คุณอรมนต์ยังเตือนประชาชนว่า ไม่ควรถอนเงินเป็นจำนวนมากออกจากบัญชี เพราะจะทำให้ปัญหาลุกลามหนักขึ้น และยังชี้แจงด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของธนาคารพาณิชย์

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาทั้งในปัจจุบันและในอนาคต พร้อมแนะนำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้ามาติดต่อเพื่อรับความช่วยเหลือ หวังว่าจะช่วยให้ประชาชนกลับมามีความเชื่อมั่นในระบบการเงินอีกครั้ง

สรุป: การแก้ปัญหาในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบจากการใช้มาตรการรุนแรงต่อประชาชนทั่วไปอีกทั้งยังสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้จะได้รับการตรวจสอบอย่างยุติธรรมและโปร่งใส

ที่มา – ธปท.แจงเพจดัง ใครถูกอายัดบัญชี ให้รอธนาคารปลดออก 2–3 วัน

แบงก์ชาติปรับอายัดบัญชี โทรยกเลิกระงับ 1441 ต่อ 3

เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการประชุมร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศอปท.) และธนาคารพาณิชย์ เพื่อพิจารณาแนวทางใหม่ในการจัดการกับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการเงิน โดยเฉพาะ การอายัดบัญชีธนาคาร ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคสุจริต

แบงก์ชาติปรับอายัดบัญชี โทรยกเลิกระงับ 1441 ต่อ 3

นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า การระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้านั้น มีจุดประสงค์เพื่อติดตามเส้นทางเงินที่อาจมาจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ แต่ในบางกรณีมีประชาชนสุจริตที่ไม่เกี่ยวข้องถูกระงับบัญชีไปพร้อมกัน ทำให้เกิดความกังวลและกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ใช้บริการ

แนวทางใหม่ลดผลกระทบ

ด้วยเหตุนี้ ธปท. จึงได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับแนวทางการ อายัดบัญชีธนาคาร ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และเร่งดำเนินการปลดบัญชีที่ไม่จำเป็นต้องถูกระงับให้เร็วขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคที่ไม่เกี่ยวข้อง โดยมีกำหนดการเริ่มต้นใช้แนวทางใหม่นี้หลังการประชุมที่ผ่านมา

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว ในขณะนี้สามารถ ติดต่อยกเลิกการระงับบัญชี โดยการโทรไปที่ ศูนย์ AOC 1441 ต่อ 3 ได้ทันที ซึ่งศูนย์นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ความช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บริการที่ถูกกระทบจากมาตรการทางการเงินเหล่านี้

  • ตรวจสอบข้อมูลบัญชีของคุณ
  • ติดต่อ 1441 ต่อ 3 หากพบว่าถูกระงับโดยไม่เกี่ยวข้อง
  • ยื่นคำขอยกเลิกการอายัดบัญชีแบบสุจริต
  • ติดตามสถานะคำขอผ่านระบบออนไลน์

การพัฒนาระบบป้องกันอาชญากรรมทางการเงินนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องผู้ใช้บริการออนไลน์ แต่หากไม่มีการทบทวนและปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลเสียต่อผู้บริโภคที่ไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ระบบปลอดภัยยิ่งขึ้นและเป็นธรรมมากขึ้นสำหรับทุกฝ่าย

หากคุณมีประสบการณ์หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรการ อายัดบัญชีธนาคาร นี้ อย่าลืมที่จะแชร์ความคิดเห็นของคุณเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ใช้บริการรายอื่นนะครับ

ที่มา – แบงก์ชาติ คุยธนาคาร-ศอปท. เร่งปรับอายัดบัญชี โทรยกเลิกระงับ 1441 ต่อ 3

แบงก์ชาติ เปิดสายด่วน 1213 ถูกอายัดบัญชีไม่ได้รับแก้ไขทันที

วันที่ 13 กันยายน 2567 มีรายงานกรณีที่ประชาชนจำนวนมาก รวมถึงผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า และร้านค้าทั่วไป ประสบปัญหาถูกธนาคารอายัดบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการใช้บัญชีม้าหรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เงินในบัญชีของบางรายกลับติดลบ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อรายได้และธุรกิจ

เหตุการณ์นี้ยังขยายวงกว้างจนทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชนต่อระบบธนาคาร ทำให้มีผู้เริ่มทยอยถอนเงินออกจากบัญชีเพื่อเก็บไว้เป็นเงินสด โดยไม่ไว้วางใจในความปลอดภัยของระบบธนาคารอีกต่อไป

แบงก์ชาติ เปิดสายด่วน 1213 ถูกอายัดบัญชีไม่ได้รับแก้ไขทันที

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่าเข้าไปตรวจสอบปัญหาอย่างเต็มตัว พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการต่างๆ เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ใช้บริการที่ไม่มีความผิด โดยในส่วนของ “แบงก์ชาติ เปิดสายด่วน 1213 ถูกอายัดบัญชีไม่ได้รับแก้ไขทันที” นั้น เป็นหนึ่งในแนวทางที่ถูกนำเสนอเพื่อให้ประชาชนสามารถรายงานปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ระบบสายด่วนสำหรับการช่วยเหลือผู้ถูกอายัดบัญชี

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดให้ประชาชนสามารถติดต่อผ่านสายด่วน 1213 เพื่อแจ้งปัญหากรณีถูกอายัดบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีจากธนาคารพาณิชย์ โดย ธปท. จะดำเนินการประสานหรือติดตามให้สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบภายในระยะเวลาอันสั้น

ทั้งนี้ ทาง ธปท. ยืนยันว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งในแง่การตรวจสอบข้อมูล ปรับปรุงระบบ และจัดตั้งหน่วยเฉพาะทางเพื่อจัดการกับกรณีที่ไม่ใช่มิจฉาชีพ แต่ถูกอายัดบัญชีอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อให้ผู้ถูกกระทบได้รับการช่วยเหลืออย่างครบวงจร

  • ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปกป้องผู้บริโภค
  • ประชาชนสามารถเชื่อมั่นในระบบสายด่วน 1213 ได้
  • ไม่ควรถอนเงินทั้งหมดเพราะอาจกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจ

กระทั้งในอนาคต ธปท. มุ่งเน้นให้กระบวนการอายัดและปลดอายัดบัญชีมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้าลดกรณีที่เกิดขึ้นผิดพลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการรายย่อย รวมถึงธุรกิจขนาดเล็ก

อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก ธปท. อยู่เสมอ และหากพบปัญหา ประกอบกับยังไม่ได้รับการแก้ไขในระดับธนาคารพาณิชย์ ควรรีบติดต่อผ่าน แบงก์ชาติ เปิดสายด่วน 1213 ถูกอายัดบัญชีไม่ได้รับแก้ไขทันที เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ

สรุป : วิกฤตนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้ธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแลต้องสร้างระบบที่แม่นยำและยุติธรรมมากขึ้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบการเงิน

ที่มา – แบงก์ชาติ เปิดสายด่วน 1213 ถูกอายัดบัญชีติดต่อธนาคารยาก ไม่ได้รับแก้ไขทันที

“สรยุทธ” ถาม “ธปท.-ปปง.” ปล่อยเงิน “บัญชีม้า” ทำไม

ล่าสุดเพจดัง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย โดยตั้งคำถามถึงแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกรณีของ ‘บัญชีม้า’ ที่มีการโอนเงินจำนวนมากไปยังบัญชีของ ‘ผู้บริสุทธิ์’ แม้จะมีการแจ้งความร้องทุกข์และอายัดเงินในบัญชีต้นทางแล้วก็ตาม

“สรยุทธ” ถาม “ธปท.-ปปง.” ปล่อยเงิน “บัญชีม้า” ทำไม

สรยุทธระบุว่าโดยปกติ บัญชีม้า หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่าบัญชีปลอม จะถูกใช้โดยกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีในการรับเงินจากเหยื่อ แล้วค่อยนำไปฝากซ้ำกับบัญชีจริงของผู้บริสุทธิ์ หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งหมายความว่า ระบบเฝ้าระวังควรใช้งานเข้มงวดในขั้นตอนนี้

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการแจ้งความอายัดเงิน และสถานการณ์ของบัญชีนั้นอยู่ในความสงสัย ก็ไม่น่าจะมีการโอนเงินต่อไปยังบัญชีอื่นได้ โดยเฉพาะหากผู้รับเงินคือผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น ๆ

ปัญหาช่องโหว่ในระบบเฝ้าระวัง

เขาจึงตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดระบบของธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปง.) จึงไม่สามารถหยุดยั้งการไหลของเงินในระบบได้ในขณะที่ทราบแล้วว่ามีบัญชีต้องสงสัย

อีกประเด็นสำคัญคือ หากบัญชีผู้บริสุทธิ์มีส่วนเชื่อมโยงกับเหตุการณ์นี้ จะต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเพียงผู้รับผลประโยชน์หรือมีส่วนร่วมในการฉ้อโกง

  • การโอนเงินผ่านระบบบัญชีม้าเป็นวิธีที่ผู้กระทำผิดใช้บ่อย
  • กระบวนการอายัดเงินและตรวจสอบควรเป็นแบบเรียลไทม์
  • ความโปร่งใสของหน่วยงานกำกับดูแลควรได้รับการทบทวน

หากไม่มีการยับยั้งกระบวนการโอนเงินทันที อาจนำไปสู่ความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง เนื่องจากประชาชนเริ่มสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการเงิน

ผลกระทบระยะยาวต่อระบบเศรษฐกิจ

หากปัญหานี้ไม่ได้รับการจัดการอย่างจริงจัง อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยมีความเสี่ยง 2 ประการหลัก ได้แก่

  • คนไม่มั่นใจในการฝากเงินกับธนาคาร
  • ผู้ใช้งานระบบไม่มั่นใจในการโอนเงิน

ซึ่งหากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จะทำให้ระบบการเงินภายในประเทศไม่มีเสถียรภาพ ผู้ใช้งานอาจเลือกใช้บริการจากต่างประเทศแทน ส่งผลให้กระแสเงินไหลออกจากระบบเศรษฐกิจไทย

ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธปท. ปปง. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ควรเร่งออกมาให้คำชี้แจงอย่างเป็นทางการ รวมถึงปรับมาตรวัดและระบบเฝ้าระวังให้ทันสมัยและสามารถตอบสนองสถานการณ์ได้ทันที

ท้ายที่สุด ประชาชนและผู้ใช้บริการระบบการเงินก็มีสิทธิ์ที่จะต้องการความปลอดภัยและความโปร่งใส ไม่ใช่แค่คำอธิบายหลังเหตุการณ์

ที่มา – “สรยุทธ” กระแทก “ธปท.-ปปง.” ถามทำไมปล่อยเงิน “บัญชีม้า” อายัดเงินผู้บริสุทธิ์