ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เดือด! ชาวบ้านถูกอายัดบัญชี โดนหาว่าบัญชีม้า

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ประเทศไทยเกิดปรากฏการณ์ที่น่าเป็นห่วง เมื่อมีประชาชนจำนวนมากเริ่มถูกธนาคารอายัดบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งหลายรายถูกเข้าใจผิดว่าเป็น “บัญชีม้า” ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนและสับสนในหลายระดับ โดยเฉพาะกับผู้ที่ทำมาหากินอย่างสุจริต

โพสต์จากเพจดัง Drama-addict ได้เปิดเผยภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งในระบบ ซึ่งแม้ประชาชนธรรมดาจะประสบปัญหาจากการถูกอายัดบัญชี แต่การซื้อขายบัญชีม้าในโลกออนไลน์กลับยังดำเนินไปอย่างคึกคักโดยไม่มีการควบคุมที่ชัดเจน ทำให้สถานการณ์นี้เกิดความไม่เป็นธรรมอย่างเห็นได้ชัด

บัญชีม้าในโลกไซเบอร์ยังเปิดให้ซื้อขายได้อย่างง่ายดาย

ปัญหาเรื่อง บัญชีม้า ถือเป็นช่องโหว่ใหญ่ในระบบที่ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ในการหลอกลวงหรือทำธุรกรรมผิดกฎหมาย เช่น การทุจริต การฟอกเงิน และอาชญากรรมไซเบอร์อื่นๆ ครึ่งหนึ่งของปัญหาคือผู้ใช้บริการธนาคารที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกลายเป็น “เครื่องมือ” ในเครือข่ายอาชญากรรม

ชาวบ้านจนต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตัวเอง

หลายคนที่ไม่มีความผิดต้องเจอกับความลำบากในการตรวจสอบข้อมูล ใช้เวลานานเรียกคืนสิทธิ์การใช้งานบัญชี และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงิน การรับเงินเดือน หรือธุรกรรมผ่านออนไลน์

ในขณะเดียวกันภาพจากการสำรวจอินเทอร์เน็ตก็ยัง揭露ถึงกลุ่มซ่อนเร้นที่มีการส่งเสริมและให้บริการด้าน “การซื้อขายบัญชีม้า” แบบไร้ขีดจำกัด โดยใช้ช่องทางที่ซับซ้อนและปลอดภัยจากการถูกจับตามองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เป็นเรื่องของประสิทธิภาพหน่วยงาน

คำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือ หน่วยงานภาครัฐและธนาคารมีแนวทางการป้องกันที่มีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ ในเมื่อยังมีประชาชนบริสุทธิ์ต้องโดนอายัดบัญชี และขณะเดียวกันตลาด บัญชีม้า ก็ยังหมุนเวียนคึกคักอยู่ในโลกดิจิทัล

แก้ไม่ถึงต้นเหตุ เป็นคำพูดที่ดูเหมือนจะสัมพันธ์ได้กับสถานการณ์ครั้งนี้ มาตรการตรวจสอบปัจจุบันอาจเพียงแค่จัดการกับผลที่เกิดขึ้น แทนที่จะขจัดสิ่งที่ก่อให้เกิดภัยพิบัติ

ในฐานะผู้ใช้บริการธนาคาร เราควรได้รับความมั่นใจว่าข้อมูลและสิทธิของเรานั้นมั่นคง ปลอดภัย และไม่ถูกลงโทษแทนพฤติกรรมของผู้กระทำผิด เราต้องการระบบที่พร้อมตอบโจทย์เฉพาะปัญหา และไม่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องกลายเป็นผู้เสียหาย

ท่ามกลางความยุ่งเหยิงของความทันสมัย เราควรพูดถึง “ความรับผิดชอบของระบบ” ก่อนการป้องกันแบบตอบโต้ด้วยการปฏิรูปที่เป็นรากฐาน

ที่มา – เดือด! ชาวบ้านโวยถูกอายัดบัญชี ถูกหาว่า “บัญชีม้า” ขณะที่ตลาดซื้อขายเถื่อนยังคึก

ASIA7 ถ่ายทอดความฝันวัยเยาว์ผ่าน “ลำนำสายลม (Childhood Calling)” เผยอีกมุมที่ไม่เคยได้เห็น

วง ASIA7 กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยเพลงใหม่จากอัลบั้ม DeepMind ที่มีชื่อว่า “ลำนำสายลม (Childhood Calling)” เพลงนี้เป็นผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ของเสียงเพลงเอเชียน ผสมผสานกับอารมณ์อันลึกซึ้งที่เชื่อมโยงผู้ฟังกลับไปสู่ความทรงจำในวัยเยาว์

ASIA7 ถ่ายทอดความฝันวัยเยาว์ผ่าน “ลำนำสายลม (Childhood Calling)” เผยอีกมุมที่ไม่เคยได้เห็น

ท่ามกลางบทเพลงที่เต็มไปด้วยพลังและจินตนาการ “ลำนำสายลม (Childhood Calling)” เป็นการเรียกร้องให้ทุกคนย้อนมองไปยังจุดเริ่มต้นในวัยเด็ก ช่วงเวลาที่ความฝันยังทำงาน แต่เมื่อเผชิญกับความเป็นจริงในวัยผู้ใหญ่ ความฝันเหล่านั้นอาจเริ่มหายไป

“ลำนำสายลม” คือการไม่ละทิ้งความฝัน

เพลง “ลำนำสายลม (Childhood Calling)” ไม่ได้เป็นเพียงบทเพลงที่ให้ความรู้สึก แต่ยังเป็นข้อความเตือนใจที่ให้ผู้ฟังได้สัมผัสถึงพลังของความฝันที่ยังอยู่ลึกๆ ภายในจิตใจ แม้จะใช้เวลาในการเติบโตและผ่านความท้าทายมากมาย แต่จุดเริ่มต้นของการเป็นคนหนึ่งยังคงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การรักษา

ไฮไลต์สำคัญอีกหนึ่งจุดคือการแสดงของ “ออย” นักร้องนำของวง ASIA7 ที่ผลักดันให้เพลงนี้มีชีวิตชีวาผ่าน Dance Performance ที่สะท้อนถึงความฝันในวัยเด็ก

ออยเล่าให้ฟังว่า “ในส่วนของเพลงลำนำสายลม ออยก็ได้มีโอกาสทำ Dance Performance ด้วยค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นความฝันอีกอย่างนึงของออยตั้งแต่เด็กๆเลยก็ว่าได้ แล้วก็น่าจะเป็นอีกมุมนึงที่หลายๆ คนน่าจะไม่เคยเห็นจาก ASIA7 ต้องขอบคุณค่ายกับพี่ๆ choreographer ด้วยที่สานฝันให้ค่ะ มีเวลาซ้อมน้อยมากๆ แต่ก็พยายามทำให้เต็มที่ๆ สุด แล้วมาเต้นเพลงลำนำสายลมกันเยอะๆ นะคะ แกะท่าเซิ้งรอกันได้เลย”

ฟัง “ลำนำสายลม (Childhood Calling)” ได้ทั้งในเพลงและภาพเคลื่อนไหว

ความสำเร็จของเพลงนี้ยังสะท้อนจากมิวสิกวิดีโอที่ออกมาพร้อมพรายและเต็มอารมณ์ ทำให้ผู้ชมสามารถดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงและการแสดงได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการแสดงเต้นของออยที่ถือเป็นจุดไฮไลต์ของเพลงโดยแท้จริง

Dance Performance ของ ASIA7 ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแสดงผลเท่านั้น แต่ยังคือการถ่ายทอดความรู้สึกและจิตวิญญาณที่อยู่ในเพลงได้อย่างลึกซึ้ง

นอกจากนี้ แฟนๆ ยังมีโอกาสได้พบกับผลงานเพลงอื่นๆ จากอัลบั้ม DeepMind พร้อมกับ “ลำนำสายลม (Childhood Calling)” ในงาน ASIA7 ‘DeepMind’ Album Tour 2025 ที่จะเดินทางไปทั่ว 7 จังหวัดทั่วประเทศ

เป็นเวทีที่แฟนเพลงจะได้ร่วมสัมผัสพลังแห่งเสียงเพลงของวง ASIA7 ในการแสดงสดที่จะปลุกความฝันในวัยเยาว์ในตัวคุณให้กลับมาใช้งานอีกครั้ง

อย่าลืมติดตามเพลง “ลำนำสายลม (Childhood Calling)” และสนับสนุนผลงานของวง ASIA7 ให้เต็มที่ พร้อมร่วมเป็นกำลังใจให้กับความฝันที่ยังไม่ตายในใจทุกคน

ที่มา – “ASIA7” ถ่ายทอดความฝันวัยเยาว์ผ่าน “ลำนำสายลม (Childhood Calling)” เผยอีกมุมที่ไม่เคยได้เห็น

ทนายเจมส์ ลั่นใครจะรับผิดชอบ อายัดทั้งบัญชี คนทำมาหากินจะอยู่ยังไง

กรณีธนาคารอายัดบัญชีผู้มีเส้นเงินที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ แม้จะไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดแต่อย่างใด กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ทนายเจมส์ ลั่นใครจะรับผิดชอบ อายัดทั้งบัญชี คนทำมาหากินจะอยู่ยังไง

ล่าสุด นายนิติธร แก้วโต หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ทนายเจมส์” ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยตั้งคำถามว่า ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเลือกที่จะอายัดเงินทั้งบัญชี แทนการอายัดเฉพาะจำนวนที่รับโอนมาจากบัญชีม้า

ผลกระทบของกรณีอายัดทั้งบัญชี

การเคลื่อนไหวของหน่วยงานภาครัฐและธนาคารในการ อายัดทั้งบัญชี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ใช้ชีวิตจากการค้าขาย การที่พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงเงินในบัญชีได้ส่งผลให้หลายธุรกิจหยุดชะงัก

  • ธุรกิจเล็กและรายย่อยได้รับผลกระทบอย่างหนัก
  • ผู้คนไม่สามารถใช้จ่ายเงินส่วนตัวได้ตามปกติ
  • การโอนเงินถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด

ทนายเจมส์ ย้ำว่า “คนทำมาหากินสุจริต จะอยู่ยังไง” พร้อมตั้งคำถามว่าหากธุรกิจล่มเพราะถูกอายัดเงิน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น? เขากล่าวอีกว่า ควรมีการทบทวนมาตรการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน

ความไม่ชัดเจนที่ทำให้ประชาชนต้องทนรับความเดือดร้อน

สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นตัวอย่างของ “การปฏิบัติที่ไม่รอบด้าน” เนื่องจากมีการอายัดบัญชีโดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างถี่ถ้วน หากบุคคลหนึ่งไม่ได้รู้ตัวว่าตนเองเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าแต่อย่างใด การโดนอายัดทั้งบัญชีจึงเป็นเรื่องที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในการดำเนินชีวิต

โดยเฉพาะในยุคที่ทุกอย่างมีการใช้ชีวิตผ่านระบบดิจิทัล การมีเงินในบัญชีถูกอายัดทำให้หลายฝ่ายไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชัน การชำระภาษี หรือแม้กระทั่งการซื้อของออนไลน์

นิยามของความยุติธรรมในระบบธนาคาร

คำถามที่ยังไม่มีใครตอบว่า “ใครรับผิดชอบ?” เป็นคำถามสำคัญที่สะท้อนถึงปัญหาโครงสร้างของระบบตรวจสอบบัญชีในประเทศไทย หากไม่มีการยกโทษให้ประชาชนที่ไม่รู้ตัว และไม่มีระบบที่ตรวจสอบความบริสุทธิ์ของเงินทุนอย่างจริงจัง สังคมจะยังคงถูกทุบตีด้วยปัญหาเดิมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

การตั้งคำถามจากทนายเจมส์จึงเป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญ สื่อถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นความเป็นธรรม มากกว่าเรื่องของการเก็บเสียงเพื่อประโยชน์ตัวเองจากหน่วยงานที่มีอำนาจ มันเป็นการเตือนสติถึงระบบที่ควรจัดการอย่างรอบคอบ ไม่ปล่อยให้ใครกลายเป็นเหยื่อเพราะความประมาทของระบบ

หากคุณหรือคนรอบข้างได้รับผลกระทบจากการอายัดบัญชี อย่าทนเดือดร้อนอยู่เฉย ควรรีบติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และตรวจสอบสิทธิตามกฎหมายที่ รัฐธรรมนูญรับประกันไว้

ที่มา – ‘ทนายเจมส์’ ลั่นใครจะรับผิดชอบ อายัดทั้งบัญชี คนทำมาหากินจะอยู่ยังไง

จีโน ยังรั้งที่ 2 ชเนตตี ฟอร์มหลุดสวิงโครเกอร์

การแข่งขันกอล์ฟระดับโลกในรายการโครเกอร์ ควีน ซีตี แชมเปียนชิพ ซึ่งจัดภายใต้แสงไฟจากแอลพีจีเอ ทัวร์ ได้เข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ของรอบสุดท้าย ณ สนามทีพีซี ริเวอร์ส เบนด์ ที่เมืองแฮมิลทัน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา หลังจากรอบสามเสร็จสิ้นลง มีนักกอล์ฟหลายคนสร้างความตื่นเต้นในการชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จีโน ยังรั้งที่ 2

บรรยากาศของการแข่งขันนั้นคึกคักอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก อาฒยา ฐิติกุล หรือที่สาวกกอล์ฟชาวไทยรู้จักกันในชื่อ “จีโน” ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะตีเพิ่มได้แค่ 4 อันเดอร์พาร์ 68 ในวันนี้ แต่ก็ยังรั้งที่ 2 ของการแข่งขันไว้ได้ไม่แพ้ใคร เธอทำสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 201 และตามหลังผู้นำเพียงแค่ 1 สโตรกเท่านั้น ส่งผลให้โอกาสในการคว้าแชมป์ยังคงเป็นไปได้

ชเนตตี ฟอร์มหลุดสวิงโครเกอร์

อย่างไรก็ตาม “ชเนตตีวรรณแสน ณ อยุธยา โปรสาวไทยที่รั้งอันดับ 1 ไว้ได้ตลอดสองวันแรก กลับพบกับความผันผวนในฟอร์มในวันนี้ เธอทำได้แค่ 3 เบอร์ดี้ แต่เสียโบกี้ถึง 3 ครั้ง และดับเบิลโบกี้อีก 2 ครั้ง ส่งผลให้เธอจบวันด้วยสกอร์ 3 โอเวอร์พาร์ 75 สกอร์รวมหล่นเหลือ 10 อันเดอร์พาร์ 206 ทำให้อันดับหล่นลงไปอยู่ที่ 20 ร่วม ถือว่าเป็นกระแสด้านลบสำหรับเธอ

ในขณะที่ “โปรจีโน” อาฒยา ยังคงเป็นแรงกดดันต่อผู้นำอย่าง ชาร์ลีย์ ฮัลล์ นักกอล์ฟมืออาชีพชาวอังกฤษที่ทำสกอร์รวม 16 อันเดอร์พาร์ 200 และก้าวขึ้นเป็นผู้นำเดี่ยวของสนาม ผลงานของเขานั้นตอกย้ำถึงความเข้มแข็งทั้งในฟอร์มและจิตใจในการเล่นแบบเหนียวแน่นวนรอบสุดท้าย

ผลการแข่งขันรายละเอียดอื่นๆ

สำหรับนักกอล์ฟสาวไทยรายอื่นๆ ผลงานนั้นแยกย้ายกันไปดังนี้:

  • “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ ทำสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 209 จัดอยู่ในอันดับที่ 36 ร่วม
  • “โปรว่าน” จารวี บุญจันทร์ สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 212 รั้งอันดับที่ 54 ร่วม
  • “โปรเปียโน” อาภิชญา ยุบล และ “โปรจัสมิน” ธิฎาภา สุวัณณะปุระ ทำผลงานเท่ากันที่ 4 อันเดอร์พาร์ 212 เหมือนกัน
  • “โปรแพตตี” ปภังกร ธวัชธนกิจ ทำได้ 2 อันเดอร์พาร์ 214 จัดอยู่ในอันดับที่ 70 ร่วม

การเร่งเครื่องของ จีโน คงเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้แฟนๆ ติดตามเกมของเธออย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยเชื่อว่านี่อาจเป็นโอกาสทองในการคว้าแชมป์ครั้งสำคัญในทัวร์ใหญ่ หากเธอสามารถผ่านด่านสุดท้ายได้อย่างมั่นคง และมีสมาธิสูง ในขณะที่ ชเนตตี แม้จะพลาดจังหวะในวันนี้ แต่ความเก่งกาจของเธอยังมีโอกาสเยี่ยงชัยในสนามอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน

สายกอล์ฟควรจับตาดูอีกรอบในรอบ 4 เพราะหนึ่งสโตรกสามารถพลิกโผได้แบบไม่ต้องสงสัย ยิ่งเป็นในทัวร์ระดับโลกอย่างนี้ ทุกຄວบควบคุมทุกสติ แต่ละขวัญเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

หากคุณเป็นแฟนพันธ์แท้ของเกมกอล์ฟ การติดตามผลงานของนักกอล์ฟจากทั่วทุกมุมโลกโดยเฉพาะจากไทย ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างแท้จริง เผื่อวันหนึ่งเล็กน้อยเราอาจเห็นต้นแบบของเหล่า “จีโน” หรือ “ชเนตตี” กลายเป็นแชมป์โลกด้วยซ้ำ

ที่มา – “จีโน” ยังรั้งที่2-“ชเนตตี”ฟอร์มหลุดสวิงโครเกอร์

เมื่อการอายัดบัญชีคือ ‘หายนะ’! ร้อยเวรเผยมาตรการ ‘บ้ง’ โยนกันไปมาระหว่างหน่วยงาน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีกรณีที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เกี่ยวกับการ อายัดบัญชี ที่ถูกมองว่ากลายเป็น ‘หายนะ’ สำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อธนาคารและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายต่างโยนความรับผิดชอบไปมา ซึ่งเพจ Drama-addict ได้นำเสนอโพสต์จาก ร้อยเวร ที่ออกมาเปิดเผยความจริงเบื้องหลังมาตรการดังกล่าวว่าล้าสมัยและไม่มีประสิทธิภาพ

มาตรการ ‘บ้ง’ ที่ทำให้ยอดคดีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ร้อยเวรผู้นี้ระบุว่า มาตรการระงับบัญชีสำหรับผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์นั้น ถือว่าเป็น “มาตรการที่บ้งที่สุด” เลยทีเดียว เหตุผลเพราะธนาคารสามารถอายัดบัญชีได้เพียงเพราะใครสักคนโทรมาที่สายด่วน 1441 แล้วกล่าวอ้างว่าบัญชีนั้น มีพฤติกรรมผิดปกติหรือมีส่วนร่วมในการโกง โดยธนาคารสามารถระงับบัญชีได้ทันทีเป็นเวลา 3 วัน แล้วจึงส่งหมายไปยัง บช.สอท. เพื่อยืดอายุการระงับ แม้จะยังไม่มีการสอบสวนอย่างละเอียด

พวกดีใจล่วงหน้า สุดท้ายต้องเดือดร้อน

ผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ผู้บริสุทธิ์ หลายราย ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับอาชญากรรมต่าง ๆ ต้องถูกอายัดบัญชีทุกบัญชีที่ใช้เลขบัตรประชาชนเดียวกัน ซึ่งส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก เช่น ไม่สามารถโอนเงิน จ่ายเงิน หรือแม้แต่ใช้บริการออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารยืนยัน ฯลฯ

  • ธนาคารอายัดทันทีโดยไม่มีการสอบสวนเบื้องต้น
  • หน่วยงานตำรวจ (บช.สอท.) อนุมัติให้อายัดเพิ่มเติมแบบไม่ต้องตรวจสอบ
  • ผู้ถูกอายัดต้องติดต่อร้อยเวรเพื่อขอ ปลดอายัดบัญชี ซึ่งใช้เวลาและกระบวนการทำงานซับซ้อนมาก

อารมณ์ขันด้านกฎหมาย กับความจริงอันแสนขมขื่น

การ โยนกันไปมาระหว่างหน่วยงาน เริ่มจากธนาคารบอกว่าต้องไปติดต่อกับตำรวจ ผู้ถูกอายัดไปกราบขอ 1441 ก็ถูกชี้ทางให้ไปหา ร้อยเวร ที่โรงพัก แล้วร้อยเวรก็ไม่สามารถตอบได้ว่าบัญชีถูกอายัดเพราะเหตุใดกันแน่ เพราะมันเป็น มาตรการของธนาคาร ที่ใช้อำนาจในการระงับบัญชีโดยไม่มีการให้สิทธิหนทางอุทธรณ์ชัดเจน

ร้อยเวรระบุอีกว่า เขากำลังจมอยู่กับผลงาน “มหัศจรรย์” ที่เกิดขึ้นจากวงจรงานที่ไม่มีประสิทธิภาพนี้ อีกทั้งต้องเตรียมเอกสารจำนวนมากเพื่อขอให้ บช.สอท. พิจารณาปลดอายัดให้ประชาชนรายนั้น ๆ ซึ่งใช้เวลานานและเป็นภาระงานที่หนักหน่วงเกินตัวโดยเฉพาะเมื่อความผิดที่ถูกกล่าวหาอาจไม่มีอยู่จริง

ความจริงที่น่าหดหู่ในยุคเทคโนโลยี

มันเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย หากไปคู่กับระบบราชการหรือกระบวนการทำงานที่ยังคงล้าหลัง ก็อาจกลายเป็นภัยพิบัติสำหรับผู้ใช้บริการอย่างประชาชน โดยเฉพาะเมื่อไม่มีการ ตรวจสอบข้อมูล อย่างละเอียดก่อนดำเนินการอายัดใด ๆ

ในตอนท้าย หากคุณเป็นหนึ่งใน ผู้ถูกอายัดบัญชี ที่ไม่มีความผิด สำคัญที่สุดคือไม่ควรยอมเงียบutexตัว ควรหาทางติดต่อเจ้าหน้าที่รับผิดชอบหรือใช้สิทธิทางกฎหมายในการฟื้นฟูชื่อเสียง และแก้ไขสถานการณ์อย่างเที่ยงธรรม ไม่ให้รัฐ ‘โยน’ ปัญหามาให้คนเล็ก ๆ รับผิดชอบ

ที่มา – เมื่อการอายัดบัญชีคือ ‘หายนะ’! ร้อยเวรแฉยับมาตรการ ‘บ้ง’ แห่งยุค โยนกันไปมาระหว่างธนาคาร-ดีอี-ตำรวจ

เปิดหีบเลือกตั้งซ่อม ‘เชียงราย’ ประชาชนแห่ทยอยใช้สิทธิ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งที่ 6 และ 7 เขตเลือกตั้งที่ 7 ณ โรงเรียนบ้านสบคำ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ

การตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนมารอใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนเวลาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงถึงความตระหนักในหน้าที่ทางการเมืองของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างชัดเจน การเลือกตั้งซ่อมในวันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของผู้แทนราษฎรในพื้นที่

เปิดหีบเลือกตั้งซ่อม ‘เชียงราย’ ประชาชนแห่ทยอยใช้สิทธิ

เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้จัดแถวเคารพธงชาติไทยอย่างเป็นทางการ ก่อนจะดำเนินการเปิด หีบเลือกตั้งซ่อม อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดเชียงรายได้อย่างมีระเบียบเรียบร้อย

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความพร้อมของเจ้าหน้าที่และการดำเนินงานของหน่วยเลือกตั้งว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ โดยสภาพอากาศในวันนี้เอื้ออำนวย เนื่องจากท้องฟ้าแจ่มใส ไม่เป็นอุปสรรคต่อการมาใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน

ความคาดหวังในการใช้สิทธิเลือกตั้ง

จากข้อมูลเบื้องต้น กกต. จังหวัดเชียงราย คาดการณ์ว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ไม่ต่ำกว่า 65% โดยก่อนเวลาเปิดหีบเลือกตั้งมีประชาชนหลากหลายวัยมารอลงทะเบียนและลงคะแนนเสียงอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นการเลือกตั้งซ่อมที่อาจมีวาระสั้น แต่ความน่าเชื่อถือและความสำคัญของผู้แทนราษฎรในพื้นที่นี้ยังคงได้รับความสนใจอย่างสูง

ด้านนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวเสริมว่า การเลือกตั้งซ่อมในวันนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่จะได้ใช้เสียงของตนเองเลือกผู้แทนที่เหมาะสม เพื่อทำงานและมีส่วนร่วมต่อหน้าที่การเมืองของพื้นที่ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเต็มที่ภายในเวลาที่กำหนด

หลังจากปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 น. จะมีการนับคะแนนเสียงอย่างเป็นทางการภายในพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ของ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบอย่างใกล้ชิด คาดว่าผลการเลือกตั้งจะประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของประชาชนต่อการออกเสียงเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้อย่างชัดเจน

กรณีศึกษาในการเลือกตั้งซ่อมเช่นนี้เป็นตัวอย่างที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับกระบวนการทางประชาธิปไตย แม้ว่าจะมีความท้าทายหลายอย่าง แต่ความมีส่วนร่วมของประชาชนพิสูจน์ให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยไทยอย่างแท้จริง

ที่มา – เปิดหีบเลือกตั้งซ่อม ‘เชียงราย’ ประชาชนแห่ทยอยใช้สิทธิ

ผู้ถูกอายัดบัญชีเรียกร้องให้แก้ปัญหาระบบ 1441 โยนงานธนาคาร-ดีอี

จากกรณีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาตรการระงับบัญชีที่มีความผิดปกติเพื่อตรวจสอบอาชญากรรมออนไลน์ ทำให้หลายคนตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก โดยเฉพาะผู้ที่ถูกอายัดโดยไม่ได้ทำผิด ซึ่งได้รับคำแนะนำให้โทร.ไปที่ศูนย์ AOC 1441 กด 2 เพื่อดำเนินการปลดบัญชีที่ถูกอายัด

ผู้ถูกอายัดบัญชีเรียกร้องให้แก้ปัญหาระบบ 1441

แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นไปตามที่หน่วยงานแนะนำ ผู้ได้รับผลกระทบหลายรายได้โพสต์ระบุว่า เมื่อโทร.ไปยัง 1441 กลับต้องใช้เวลานานในการรอสาย แม้จะติดต่อได้ เจ้าหน้าที่ก็ขอให้ไปขอเลขเอกสารอ้างอิงจากธนาคารก่อน ซึ่งเมื่อผู้ถูกอายัดบัญชีไปขอจากธนาคาร กลับถูกบอกว่า “ไม่ทราบข้อมูล” และ “รอ” จนเกิดความรู้สึกว่าถูกโยนไปมา

ระบบการแก้ไขปัญหายังไม่ชัดเจน

ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงแค่การทยอยขอเอกสารหรือรอคิวเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งกับผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ได้ก่อความผิด มีผู้ใช้บริการรายหนึ่งระบุว่า ไม่เพียงแต่ต้องสูญเสียเวลาในการดำเนินการ แต่ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนจากทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารหรือศูนย์บริการ 1441

  • ผู้ถูกอายัดบัญชีเผชิญปัญหาการสื่อสารที่ไม่ตรงประเด็น
  • ธนาคารไม่มีข้อมูลย้อนกลับไปยังผู้ใช้บริการ
  • ศูนย์บริการ 1441 ขาดระบบที่รองรับความต้องการของผู้ใช้งาน

สถานการณ์นี้นำไปสู่ความกังวลว่า หากประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการเงิน พฤติกรรมอาจก่อให้เกิดปัญหาระดับประเทศ เช่น “Bank Run” หรือการถอนเงินจำนวนมากออกจากธนาคารอย่างต่อเนื่อง

เสียงผู้มีส่วนเห็นต้องช่วยเปิดพื้นที่อภิปราย

ผู้ถูกอายัดบัญชีหลายคนเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบ โดยเฉพาะกระบวนการที่เกี่ยวข้องระหว่างธนาคารและหน่วยงานของรัฐ เพื่อไม่ให้ประชาชนจำเป็นต้องถูกโยนความรับผิดชอบไปมา โดยต้องเป็นฝ่ายที่ถูกกระทบมากที่สุด

ในกรณีที่คุณประสบปัญหาเช่นนี้อยู่ ลองรายงานและสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพราะยิ่งมีเสียงคนมากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะต้องให้ความสำคัญและเร่งปรับปรุงระบบให้เหมาะกับความต้องการจริง จากปัญหานี้เรายังสามารถมองเห็นช่องโหว่จริงๆ ที่ควรได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน

ที่มา – เหยื่อผู้ถูกอายัดบัญชีโวยโทรฯไป1441แล้ว แต่ระบบไร้ประสิทธิภาพ โยนกันไปมาทั้งธนาคาร-ดีอี

“กรี” ฉลอง 10 ปี เปิดเกมส์รุกก้าวสู่อนาคตด้วยนวัตกรรมใหม่

“กรี” ผู้นำด้านการผลิตเครื่องปรับอากาศจากประเทศจีน ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ได้จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “GREE เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2025” อย่างยิ่งใหญ่ โดยงานนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “A Decade of Trust, Forward Together (สิบปีแห่งความไว้วางใจ ก้าวไปด้วยกัน)” ซึ่งมีผู้แทนจำหน่ายและพันธมิตรจากประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย และอินโดนีเซียเข้าร่วมกว่า 1,200 คน เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในก้าวสำคัญของ “กรี” ในการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของตลาดเครื่องปรับอากาศอย่างมั่นคง

“กรี” ก้าวเดินเข้าสู่ยุทธศาสตร์แบรนด์อิสระอย่างจริงจัง

ในช่วงที่ผ่านมา “กรี” ได้เดินหน้าปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โดยเน้นความเข้มแข็งของแบรนด์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เจ้าของแบรนด์มุ่งเน้นให้ GREE และ TOSOT เป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งในระดับโลก ด้วยการลดลงของการผลิต OEM และเพิ่มการลงทุนด้านสร้างแบรนด์ และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ดร.Jared Yang ประธานกรรมการบริหาร GREE ประจำประเทศไทย กล่าวว่า

“การก่อตั้งบริษัทในประเทศไทยไม่ใช่แค่เพื่อโครงสร้างทางธุรกิจเท่านั้น แต่เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและพันธมิตรได้ดียิ่งขึ้น ด้วยทีมที่มีความเชี่ยวชาญ ให้บริการอย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้เราเติบโตอย่างมั่นคง”

เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม

ในการเปิดตัวครั้งนี้ มีการแนะนำนวัตกรรมระดับโลกอย่างรอบด้าน โดยเน้นเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และตอบสนองต่อความต้องการของแต่ละตลาด

  • ประเทศไทย: นำเสนอเครื่องปรับอากาศ “Airy” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี AI, กรองอากาศ HEPA และ UVC มั่นใจได้ในคุณภาพอากาศที่ปลอดภัย
  • อินโดนีเซีย: ระบบปรับอากาศแบบมัลติ “Free Match” ที่ออกแบบเพื่อรองรับความหลากหลายของโครงสร้างบ้าน และระบบไฟฟ้า พร้อมความเสถียรและความสามารถในการติดตั้งที่ยืดหยุ่น
  • สิงคโปร์: “GMV6 Solar” ระบบปรับอากาศไร้คาร์บอน ใช้พลังงานแสงอาทิตย์สูงสุด 99% ถือเป็นนวัตกรรมระดับโลกที่จะช่วยลดค่าไฟและมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ “กรี” ยังให้ความสำคัญต่อบริการหลังการขายอย่างจริงจัง โดยให้ความคุ้มครองสูงสุดแก่ผู้บริโภค เช่น ประกันอะไหล่ 5 ปี และคอมเพรสเซอร์ 4 ปี ความมั่นใจที่ลูกค้าได้รับ คือความสำเร็จของ “กรี” ในระยะยาว

ในอนาคต “กรี” จะยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ยั่งยืน พร้อมผลักดันให้ “สินค้าไทย” และ “สินค้าจากจีน” ได้รับการยอมรับในเวทีโลกมากยิ่งขึ้น

หากคุณกำลังมองหาเครื่องปรับอากาศที่มีคุณภาพ ประหยัดพลังงาน และใส่ใจต่อสุขภาพ เครื่องปรับอากาศจาก “กรี” คือคำตอบที่คุณต้องไม่พลาด

ที่มา – “กรี” ฉลอง 10 ปี เปิดเกมส์รุกก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคงด้วยนวัตกรรมใหม่ เดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

ดีอีเอสเตือน! อายัดบัญชีต้องสงสัยสกัดภัยออนไลน์ ผู้เสียหายติดต่อขอปลดอายัดได้ที่ AOC 1441

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ออกมาเตือนประชาชนเกี่ยวกับมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ โดยระบุว่ารัฐบาลได้ใช้แนวทางการระงับบัญชีต้องสงสัยชั่วคราวเพื่อสืบสวนตรวจสอบมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งมาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อปิดกั้นเส้นทางทางการเงินที่ผิดกฎหมาย และลดการเกิดอาชญากรรมไซเบอร์ในประเทศไทย

ดีอีเอสเตือน! อายัดบัญชีต้องสงสัยสกัดภัยออนไลน์ ผู้เสียหายติดต่อขอปลดอายัดได้ที่ AOC 1441

แม้มาตรการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อความปลอดภัยของระบบไซเบอร์โดยรวม แต่ก็มีรายงานจากประชาชนจำนวนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการที่บัญชีของตนเองถูกอายัดแบบไม่มีคำแจ้งล่วงหน้า ซึ่งอาจเกิดจากเหตุการณ์ที่บัญชีของพวกเขาใช้ร่วมกับกลุ่มหรือแพลตฟอร์มที่มีความผิดปกติ หรือถูกใช้โดยผู้ไม่ประสงค์ดีโดยที่เจ้าของบัญชีไม่รู้ตัว

กระทรวงดีอีได้ชี้แจงว่าการระงับบัญชีต้องสงสัยเช่นนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว ไม่ใช่การลงโทษ และได้เปิดช่องทางให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลและยื่นคำร้องขอปลดอายัดบัญชีได้ที่ศูนย์ AOC 1441 กด 2 เพื่อให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ทำไมต้อง AOC 1441?

ศูนย์ปฏิบัติการกลาง (AOC) เป็นศูนย์ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นช่องทางในการติดต่อประสานงาน เพื่อขอความช่วยเหลือในการจัดการกับเหตุการณ์ทางไซเบอร์ต่าง ๆ ในลักษณะ One Stop Service โดยผู้เสียหายสามารถติดต่อขอคำแนะนำ สอบถามสถานะของบัญชีที่ถูกอายัด และดำเนินการปลดบัญชีที่ผิดพลาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบยังควรมีการตรวจสอบตัวตนและข้อมูลของตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อออนไลน์ และควรระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวหรือการเข้าถึงบัญชีแก่ผู้อื่น การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญในยุคดิจิทัลเช่นนี้

ในท้ายที่สุด กระทรวงดีอีย้ำว่าการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์เป็นความร่วมมือของภาครัฐและประชาชน แต่หากเกิดปัญหาผิดพลาดขึ้น การมีช่องทางที่ชัดเจนและประสิทธิภาพอย่าง AOC 1441 จะช่วยลดปัญหาความไม่พอใจของประชาชน และส่งเสริมให้การใช้โลกดิจิทัลเป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น

***

หากคุณหรือคนรอบข้างมีประสบการณ์ที่บัญชีถูกอายัดโดยไม่ทราบสาเหตุ อย่าเพิ่งตกใจหรือเครียด เพราะคุณสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้แล้ววันนี้ที่ AOC 1441 กด 2 ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาที่รัฐให้มาอย่างเป็นทางการ โดยคุณจะได้พบกับเจ้าหน้าที่ที่พร้อมตอบคำถามและความช่วยเหลืออย่างตรงจุดและรวดเร็ว

ที่มา – ดีอีเอสเตือน! อายัดบัญชีต้องสงสัยสกัดภัยออนไลน์ ผู้เสียหายติดต่อขอปลดอายัดได้ที่ AOC 1441

สวนนงนุชพัทยา ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้

ในยุคที่การศึกษาเป็นแนวทางสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้กับเด็กและเยาวชน สวนนงนุชพัทยา ในจังหวัดชลบุรี ได้ทำหน้าที่เกินกว่าเป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว ด้วยการพัฒนาให้กลายเป็น “อาณาจักรแห่งแหล่งเรียนรู้” ที่ยึดหลักทั้งศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติ และพระพุทธศาสนา

สวนนงนุชพัทยา ส่งเสริมพระพุทธศาสนา

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เผยว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ของสวนฯ ถูกออกแบบให้ครอบคลุมทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ สวนพฤกษศาสตร์ สวนสัตว์ปูนปั้น ศิลปวัฒนธรรม อาหารไทย และ สวนนงนุชพัทยา ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้คุณค่าทางชีวิตโดยเฉพาะเรื่องคุณธรรมและหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

องค์แทนพระพุทธเจ้าจากทั่วโลก

หนึ่งใน亮点สำคัญของ สวนนงนุชพัทยา ส่งเสริมพระพุทธศาสนา คือการจัดแสดงองค์แทนพระพุทธเจ้าจากหลากหลายประเทศ จำนวน 5 องค์ที่ติดตั้งเรียบร้อย ได้แก่ พระโพธิสัตว์กวนอิม พระศรีอริยเมตไตรย จากวัดพงอึงซา ประเทศเกาหลีใต้ พระสังกัจจายน์พระพุทธรูปเลจุน เซจาร์ จากพม่า และพระพุทธรูปไดบุตสึ จากญี่ปุ่น ที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและความรู้สึกประทับใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในระดับนานาชาติ

ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างองค์แทนพระพุทธเจ้าอีก 11 องค์ โดยมีองค์ที่เสร็จแล้ว 3 องค์ ได้แก่ พระพุทธรูปดอร์เดนมา พระโจโวศากยมุนี และพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ซึ่งเตรียมเปิดให้ประชาชนเข้าชมและสักการะในเร็วๆ นี้

สถานที่เรียนรู้เพื่ออนาคต

สวนนงนุชพัทยา ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ภายใต้แนวคิดของการเป็นศูนย์รวมความรู้ทางจิตวิญญาณและศาสนา จึงมีเป้าหมายตั้งใจให้นักท่องเที่ยว ทั้งเยาวชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เห็นการรวบรวมองค์แทนพระพุทธศาสนาครั้งแรกจากทั่วโลกในพื้นที่เดียว

ไม่เพียงเท่านี้ สวนนงนุชยังเน้นการปลูกฝังความรักในวัฒนธรรมและหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งส่งเสริมความเข้าใจในชีวิตและหลักจิตวิญญาณให้กับเยาวชนอย่างถูกต้อง ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลให้เมื่อเติบโตขึ้น พวกเขาจะกลับมารักษาและนำหลักคำสอนไปใช้ในชีวิตประจำวัน

สวนนงนุชพัทยา จึงไม่ใช่เพียงสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น แต่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในด้านหนึ่งของแผนพัฒนาการศึกษาเชิงคุณธรรมagnostics และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สวนนงนุชพัทยา ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน และยังเป็นโอกาสที่เยี่ยมในการเสริมสร้างจิตใจให้กับเยาวชนในสังคมปัจจุบัน

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมให้กับลูกหลาน หรือต้องการสัมผัสความงดงามทางศาสนา อย่าพลาดที่จะมาเยือนสวนนงนุชพัทยา

ที่มา – สวนนงนุชพัทยา ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน