ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี มอบอุปกรณ์การศึกษา-สิ่งของจำเป็น แก่ 5 โรงเรียน ตชด. จ.เชียงราย

เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้จัดกิจกรรมการส่งมอบ อุปกรณ์การศึกษา และ สิ่งของจำเป็น ให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จำนวน 5 แห่งในจังหวัดเชียงราย เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนทรัพยากรการศึกษา

มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี มอบอุปกรณ์การศึกษา-สิ่งของจำเป็น แก่ 5 โรงเรียน ตชด. จ.เชียงราย

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเรียนรู้ให้กับนักเรียนกว่า 709 คน พร้อมทั้งครูผู้สอนอีก 64 คน ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จำเป็น

บทบาทของผู้บริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

คุณดอล บุญมั่น ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลสังคม” โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนผ่านการศึกษาให้เป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

“เราต้องการให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชนต่อไป” คุณดอลกล่าว

ความคิดเห็นจากโรงเรียนตชด. ที่ได้รับการสนับสนุน

ส.ต.ท.สัชฌุกร สถิรพิบูลวงค์ ตัวแทนคณะครูจากรร.ตชด.บำรุงที่ 112 กล่าวว่า โรงเรียนตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง ห่างไกลจากตัวเมืองเชียงรายกว่า 90 กิโลเมตร ปัญหาสำคัญของโรงเรียนคือการเข้าถึงทรัพยากรค่อนข้างจำกัด โรงเรียนมีนักเรียนจำนวน 143 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กจากกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้การมีสื่อการเรียนที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างมาก

“คอมพิวเตอร์และโทรทัศน์ จะช่วยเปิดโลกทัศน์และเป็นสื่อการสอนที่ทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะภาษาไทย อุปกรณ์ในห้องพยาบาลและโรงครัว ช่วยให้สามารถดูแลสุขอนามัยและโภชนาการได้อย่างเต็มที่เหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของพวกเรา”

สิ่งของที่จัดส่งให้กับโรงเรียนตชด. ทั้ง 5 แห่ง

  • อุปกรณ์การเรียนการสอนและสำนักงาน ได้แก่ โต๊ะเก้าอี้นักเรียนและครู, โทรทัศน์-คอมพิวเตอร์สำหรับห้องเรียน, เครื่องปรินเตอร์, ตู้เหล็กใส่เอกสาร, เครื่องเสียง และกระดานไวท์บอร์ด
  • อุปกรณ์ในโรงอาหาร เช่น ตู้เย็น, ตู้กับข้าว, ถาดใส่อาหาร, แก้วน้ำสแตนเลส และชุดถังแก๊สพร้อมหัวเตา
  • อุปกรณ์ที่อยู่อาศัย ได้แก่ ที่นอนนักเรียนอนุบาล และเสื่อโฟมกันกระแทก
  • อุปกรณ์งานช่างและการเกษตร เช่น เครื่องตัดหญ้า, จอบและเสียม และตู้เชื่อม
  • อุปกรณ์ด้านสุขอนามัย เช่น อุปกรณ์ตัดผม และเตียงผู้ป่วยสำหรับห้องพยาบาล

การสนับสนุนในครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนเยาวชนให้เติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ร่วมพัฒนาการศึกษา เสริมสร้างโอกาสให้เยาวชนทุกคน เพราะการศึกษาคือกุญแจสู่อนาคตที่สมดุลและยั่งยืนสำหรับทุกคน

ที่มา – มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี มอบอุปกรณ์การศึกษา-สิ่งของจำเป็น แก่ 5 โรงเรียน ตชด. จ.เชียงราย

“มิกค์-เจนนี่” จูงมือเสิร์ฟฟินใน “พรหมพยศ” เมื่อพรหมลิขิตเล่นตลกรักจะลงเอยอย่างไร

หากคุณเป็นแฟนละครไทยที่ชื่นชอบความรักวุ่นๆ กับอารมณ์ขันแสนพิเศษ ขอบอกเลยว่าละครเรื่องใหม่จากค่ายมีเดีย สตูดิโอ พรหมพยศ จะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ การกลับมารวมตัวอีกครั้งของ “มิกค์ ทองระย้า” ในบท “ก้าน” ผู้ช่วยนายช่างหนุ่มที่อบอุ่น จริงใจ และอารมณ์ดีตัวจริง ที่เคยกอบกู้ชีวิต “แป้งร่ำ” สาวน้อยหัวไม้หัวเหล็กตั้งแต่เด็ก และ “เจนนี่-ชยิสรา วัฒนะนาวิน” ในบท “ไอ้แป้ง” หรือ “แป้งร่ำ” เองนั้น สามารถตอบโจทย์ความฟิน เพราะพวกเขาคือคู่รักที่พรหมลิขิตให้มีวิถีรักแปลกแหวกแนว

“มิกค์-เจนนี่” จูงมือเสิร์ฟฟินใน “พรหมพยศ” เมื่อพรหมลิขิตเล่นตลกรักจะลงเอยอย่างไร

หากคุณติดตามข่าวสารวงการละครไทยก็คงทราบว่า “มิกค์ ทองระย้า” และ “เจนนี่ ชยิสรา” เคยร่วมงานกันมาก่อนในผลงาน สายเลือดสองหัวใจ ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าที่ทั้งสองได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในเรื่อง พรหมพยศ โดยพอถามถึงบรรยากาศในการทำงาน นักแสดงวัยรุ่นทั้งคู่ก็เผยออกมาเป็นรอยยิ้ม ความสุข และประเด็นน่ารัก ๆ กันอย่างล้นเหลือ

ก้านและแป้งร่ำ กับความรักข้ามโชคชะตา

ในเรื่อง “ก้าน” และ “แป้งร่ำ” มีความสัมพันธ์ซับซ้อนข้ามเวลา โดยก้านเคยช่วยชีวิตแป้งร่ำมาก่อนเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าเธอแอบมีหัวใจฝังไว้ตั้งแต่เด็ก ขณะที่เขาก็ต้องกลายมาเป็นว่าที่พี่เขยของเธอในเร็ววัน ความรู้สึกของทั้งคู่กลายเป็น “เลิฟสเตย์รัก” ที่เต็มไปด้วยความหวั่นไหว

มิกค์เล่าให้ฟังว่า “พี่ก้าน” เป็นตัวละครสุภาพบุรุษ ใจดี มีอารมณ์ขัน และเป็นพ่อค้าประตูน้ำที่มีพลังบุญมหาศาล เพราะไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตแป้งร่ำ ยังพากเพียรในการทำหน้าที่ ส่วนแป้งร่ำก็ต้องจับหน้าที่หนักหน่วงของตัวเองเป็นหนุ่มสาวเพื่อครอบครัว ซึ่งในฉากฟิน ๆ ความสัมพันธ์เศร้า ๆ สุดเธลามันจะเกิดขึ้นแน่นอน

การร่วมงานอีกครั้งของ “มิกค์ – เจนนี่” มีจุดเด่นอะไรบ้าง?

  • งานแสดงพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนทั้งสองฝ่าย
  • บทละครจัดเต็ม, ฟิน, ฮา และมีดราม่าจนครบเครื่อง
  • นักแสดงรุ่นเก๋าที่ให้พลังสร้างสรรค์ล้นจอ

เจนนี่ เผยถึงบทบาทของ “แป้งร่ำ” ว่าเป็นเด็กซุกซน กล้าหาทำ ซึ่งบางครั้งต้องพลิกฝ่ายความคิดเร็วมาก บทนี้ให้เธอมีโอกาสแสดงศักยภาพทั้งหมด แม้ในบางฉากอาจจะลำบากกับอารมณ์ที่ต้องรั้งไว้ แต่เธออยากส่งมอบพลังใจดีผ่านตัวละครนี้ให้ผู้ชมทุกคน

นอกจากนี้ ละครยังมีนักแสดงรุ่นเก๋าสนับสนุนอย่างเต็มตัว เช่น ชาคริต บุญสิงห์, วินนี่ ผิวทอง, พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์ และอีกมากมาย ให้แน่นอนว่าความสนุกของละครจะไม่มีวันรั่วแน่นอน

ติดตามเรื่องราวความรักของ “มิกค์ – เจนนี่” ใน “พรหมพยศ” ผลงานจากบทประพันธ์ของชูวงศ์ ฉายะจินดา และกำกับการแสดงโดยศุภฌา ครุฑนาค ที่จะมานำคุณผ่านอารมณ์ต่าง ๆ ด้วยสายตาแห่งชะตากรรม และความรักที่จะทำลายหลักการ

ที่มา – “มิกค์-เจนนี่” จูงมือเสิร์ฟฟินใน “พรหมพยศ” เมื่อพรหมลิขิตเล่นตลกรักจะลงเอยอย่างไร

กาตาร์ซัดอิสราเอล “ดับความหวัง” ตัวประกัน จี้เนทันยาฮูเข้ากระบวนการยุติธรรม

ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาได้กลายเป็นประเด็นร้อนระดับโลก โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล ธานี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ ออกมาขู่ถึงผลกระทบของการโจมตีครั้งนี้ว่า “เป็นการทำลายความหวังอย่างสิ้นเชิง” ของครอบครัวตัวประกัน และเน้นย้ำว่านายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู “ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”

กาตาร์ซัดอิสราเอล “ดับความหวัง” ตัวประกัน จี้เนทันยาฮูเข้ากระบวนการยุติธรรม

การโจมตีของอิสราเอลอย่างรุนแรงต่อเป้าหมายในกรุงโดฮานั้น ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากภูมิภาค โดยรัฐบาลกาตาร์กำลังประเมินแนวทางของตนเองในการมีบทบาทร่วมในการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส โดยมีการประสานงานกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

การโต้ตอบระดับโลก

อย่างไรก็ตาม เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กลับออกมาโต้ว่ากาตาร์ต้องขับเจ้าหน้าที่ฮามาสออกจากประเทศทั้งหมด มิฉะนั้น อิสราเอลจะดำเนินการเอง ขณะที่อิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอลย้ำว่า “อิสราเอลพร้อมโจมตีศัตรู ไม่ว่าจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนก็ตาม”

ประเด็นของ “กาตาร์ซัดอิสราเอล “ดับความหวัง” ตัวประกัน จี้เนทันยาฮูเข้ากระบวนการยุติธรรม” จึงกลายเป็นหัวใจของความขัดแย้งนี้ โดยมีการโต้เถียงกันระหว่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่พันธมิตรทางทหารของอิสราเอล แต่ก็มีข้อจำกัดในกระบวนการสื่อสารernals affairs

สำนักงานคณะผู้แทนถาวรอิสราเอลประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การโจมตีประเทศกาตาร์ แต่เป็นการมุ่งเป้าโจมตีกลุ่มฮามาสโดยตรง การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการต่อต้านการก่อการร้าย ไม่ใช่การต่อต้านกาตาร์หรือประเทศอาหรับอื่นใด

ทำเนียบขาว ในช่วงต้นได้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้สั่งให้สำนักงานข่าวกรองแจ้งข่าวล่วงหน้าแก่.ga ต่ใจาตาร์เกี่ยวกับการโจมตีของอิสราเอล แต่ภายหลังกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ได้ระบุว่า การโจมตีเกิดขึ้นแล้วส่วนสหรัฐฯ ค่อยแจ้งภายหลัง

ด้านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีรายงานว่าเหตุระเบิด다ต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอย่างน้อยหนึ่งราย ในขณะที่กลุ่มฮามาสระบุว่ามีสมาชิกของตนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน และผู้แทนระดับสูงของฮามาส นายน์ะฮิล อัล-เฮย์ยา รอดชีวิตจากเหตุครั้งนี้

การลุกลามของสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงบทบาทของกาตาร์ในฐานะตัวกลางในการเจรจาของโฉมหน้าตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในเรื่องตัวประกันของฝ่ายอิสราเอลและฮามาส ซึ่งแน่นอนว่าทุกฝ่ายต่างไม่ต้องการให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นกว่านี้ โดยเนทันยาฮูยืนยันว่าไม่มีการผ่อนปรนต่อการกระทำของฮามาส ขณะที่กาตาร์มีจุดยืนที่ต้องเรียกร้องให้เกิดกระบวนการยุติธรรม

หากย้อนกลับไปเรามองเห็นชัดเจนว่าฉนวนความสัมพันธ์ของภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มถูกทดสอบอย่างหนักมาจากความซับซ้อนทางการเมือง การทหาร และศาสนาประวัติศาสตร์อันยาวนานจากการดำเนินการของอิสราเอลในครั้งนี้ การกระทำของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแม้จะมีเหตุผลของตนเอง แต่อาจนำไปสู่การขยายวงความขัดแย้งได้แม้ไม่ตั้งใจ

ในท้ายที่สุด ความหวังที่จะนำไปสู่สันติภาพอาจต้องขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวจากผู้นำรายใหญ่ ไม่ใช่แค่การตอบโต้จินตนาการรุนแรงเท่านั้น

หากคุณติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ตะวันออกกลางในครั้งนี้ คุณคิดว่าการออกมาก้าวร้าวของอิสราเอลอาจเป็นผลดีหรือร้ายต่อประสิทธิภาพของตัวประกันในภายหน้า? ลองแชร์ความคิดเห็นของคุณไว้ด้านล่างได้เลย

ที่มา – กาตาร์ซัดอิสราเอล “ดับความหวัง” ตัวประกัน จี้เนทันยาฮูเข้ากระบวนการยุติธรรม

ซาฟารีเวิลด์ เปิดให้บริการปกติ ปิดโซนสัตว์ดุร้ายชั่วคราว

หากคุณเป็นหนึ่งในแฟนคลับของ ซาฟารีเวิลด์ แล้วละก็ ข่าวดีคือสวนสนุกและสัตว์น้ำขนาดใหญ่แห่งนี้ยังคงเปิดให้บริการตามปกติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโซน Safari Park และ Marine Park ที่เปิดโอกาสให้ทั้งครอบครัวได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดสัตว์นานาพันธุ์อย่างเต็มอิ่ม

ซาฟารีเวิลด์ ปิดโซนสัตว์ดุร้ายชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าชมและสัตว์ในพื้นที่ ทางบริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศปิดโซนสัตว์ดุร้าย ซึ่งประกอบด้วย สิงโต และ เสือ ชั่วคราว เพื่อดำเนินการปรับปรุงและตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยละเอียด

ขอบคุณที่เข้าใจและสนับสนุนเสมอมา

ความตั้งใจนี้ไม่ใช่เพราะปัญหาด้านความปลอดภัยโดยตรง แต่เป็นการเตรียมพร้อมล่วงหน้า เพื่อให้บริการที่ดีเยี่ยมและปลอดภัยต่อมากขึ้น ทางทีมงาน ซาฟารีเวิลด์ ขอขอบคุณผู้เข้าชมทุกท่านที่ให้ความเข้าใจและยังคงสนับสนุนโครงการดูแลสัตว์ตลอดมา

ท่ามกลางการพัฒนาที่ยังคงดำเนินต่อ คุณสามารถเข้ามาพักผ่อนและเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติได้ในพื้นที่อื่น ๆ ของสวนฯ ไม่ว่าจะเป็นโซนสำหรับชมสัตว์ทะเล หรือแสดงสดของสัตว์น้ำที่น่าตื่นเต้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน

ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด

  • การชมสัตว์ใกล้ชิดใน Safar Park
  • การแสดงระดับนานาชาติใน Marine Park
  • กิจกรรมเชิงการศึกษาเกี่ยวกับสัตว์และระบบนิเวศ
  • กิจกรรมนันทนาการอื่นๆ เช่น เดินป่า ล่องเรือ ฯลฯ

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการอัปเกรดประสบการณ์ของผู้เข้าชมให้ดียิ่งขึ้น และทางทีมงาน ซาฟารีเวิลด์ ยืนยันว่าบริการหลักทั้งหมดยังคงดำเนินต่อโดยไม่หยุดชะงัก

หากคุณวางแผนจะมาเที่ยว ซาฟารีเวิลด์ ในช่วงเวลานี้ อย่าลืมตรวจสอบโซนที่เปิด-ปิดก่อนออกเดินทาง เพื่อไม่ให้พลาดสิ่งที่น่าสนใจที่เตรียมไว้ให้คุณ

ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อน ประสบการณ์ที่ได้รับจาก ซาฟารีเวิลด์ จะคงความทรงจำดี ๆ ไว้ตลอดกาล พร้อมทั้งความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับโลกธรรมชาติที่เต็มไปด้วยความน่าอัศจรรย์

หากคุณสนใจ ซาฟารีเวิลด์ อยู่แล้ว ครั้งนี้คือโอกาสที่ไม่ควรพลาด แม้โซนบางส่วนจะปิดเพื่อการปรับปรุง แต่ก็ยังมีอะไรให้ค้นหาและแบ่งปันมากมาย

ที่มา – ‘ซาฟารีเวิลด์’ เปิดให้บริการปกติ ปิดโซนสัตว์ดุร้ายชั่วคราว

โปรดออกไปจากฝัน (sweet nightmare) เพลงจาก THE WHITE HAIR CUT ถึงคนฝันถึงแฟนเก่า

เมื่อความทรงจำในอดีตยังคงหลงเหลืออยู่ในหัวใจ ความฝันก็มักจะเป็นสถานที่ที่คนเรายังคงได้พบกับคนที่เคยรัก แต่เมื่อความจริงกลับมาเยื้องเย้ย ก็เหลือเพียงความทุกข์ทรมานจากการตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่าเขากลับไม่อยู่จริง “โปรดออกไปจากฝัน (sweet nightmare)” เพลงช้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์จี๊ดใจฉบับใหม่จากวง THE WHITE HAIR CUT ที่จะพาคุณเจาะลึกถึงหัวใจของผู้ที่ยังหลงรักแม้จะรู้ดีว่าทุกอย่างช่างนิ่งเงียบ

โปรดออกไปจากฝัน (sweet nightmare) เพลงจาก THE WHITE HAIR CUT

“โปรดออกไปจากฝัน (sweet nightmare)” เป็นเพลงช้าอารมณ์เข้มข้นที่ปิดท้ายอัลบั้ม Second Hand Store ชุดที่สองของ THE WHITE HAIR CUT โดยออกเสียงขับร้องโดย พัชรพล วงศาโรจน์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม THE WHITE HAIR CUT เอง เพลงนี้สะท้อนความรู้สึกอย่างลึกซึ้งของคนที่ยังฝันถึงแฟนเก่าแม้ในความเป็นจริงทุกอย่างจะจบไปแล้ว ด้วยดนตรีออลเทอร์นาทิฟร็อกที่เพิ่มอีกชั้นของความเจ็บปวดจนเกินจะทน

แรงบันดาลใจจากความทรงจำที่กลับมาเยือน

ฮิว THE WHITE HAIR CUT เผยว่า เพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อเขาต้องตื่นจากความฝันที่เขาได้เจอแฟนเก่าอีกครั้ง แต่กลับรู้ว่าทั้งหมดมันก็เป็นแค่ความฝัน:

“มันก็ดีที่เราได้เจอเขาในความฝันอีกครั้งหนึ่ง แต่มันทรมานตรงที่ตื่นมาแล้วเราไม่ได้เจอเขา เหมือนใช้ชีวิตเพื่อตื่นมาลืมเขาอีกครั้งครับ”

สิ่งที่สะท้อนให้เห็นในเพลงคือความตั้งใจในการรับมือกับความทรงจำผ่านเสียงดนตรี ด้วยจังหวะช้าลงนิดเพื่อเข้าไปจับจิตวิญญาณของผู้ฟัง และสร้างบรรยากาศให้เกิดการสะท้อนความรู้สึกจริง

การกำกับมิวสิกวิดีโอที่เพิ่มมิติของความรู้สึก

เพลงนี้ยังได้ร่วมงานกับพี่นราธิป ไชยณรงค์ ผู้กำกับมือทองที่เคยกำกับมิวสิกวิดีโอเพลง “คุยกับเธอได้แค่วันเกิด” มาก่อน พี่เขานำเสนอแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับคนที่นอนละเมอ ผู้กำลังพยายามหลุดพ้นจากความฝันอันเป็นความทรงจำของอดีต

  • การถ่ายทำเน้นภาพตัดต่อความเวียนว่ายตายเกิดของความฝัน
  • สีสันของ MV สะท้อนอารมณ์หมองคล้ำและเศร้าหมอง
  • เนื้อหาลึกซึ้งย้ำเตือนว่า ความจริงไม่มีวันซ้ำรอยกับความฝัน

ถ้าคุณเป็นคนที่ยังหลงรู้สึกติดอยู่กับอดีต หรือคืนใดคืนหนึ่งคุณก็ยังฝันเห็นเขาบ้าง “โปรดออกไปจากฝัน (sweet nightmare)” เพลงจาก THE WHITE HAIR CUT อาจตอกย้ำความรู้สึกที่คุณกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้

อย่าลืมฟัง เอ็มวี หรือกดติดตามเพลงใหม่ล่าสุดบนทุกแพลตฟอร์ม เพราะการต่อสู้กับความจำเป็นต้องเริ่มจากการยอมรับ

ที่มา – “THE WHITE HAIR CUT” ส่งเพลงถึงคนชอบฝันถึงแฟนเก่าต้องฟัง “โปรดออกไปจากฝัน (sweet nightmare)”

จีน่า เดอะเฟซ สวยเซ็กซี่ลุคบาร์บี้

ในวงการบันเทิงและความงาม จีน่า เดอะเฟซ ถือเป็นหนึ่งในเซเลบริตี้ที่สร้างกระแสได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยความน่ารัก เซ็กซี่ หรือความมั่นใจที่แสดงออกทางโซเชียลมีเดีย ล่าสุดสาวจีน่าได้เผยโฉมลุคบาร์บี้ที่รวมเอาความ สวย หวาน เปรี้ยว เฉี่ยว ไว้ในตัวเดียว จนแฟนคลับต้องตามคอมเมนต์กันรัวๆ

แฟชั่นลุคบาร์บี้ที่เธอเลือกมาครั้งนี้นอกจากจะเน้นโทนสีหวานอย่างชัดเจนแล้ว ยังจัดเต็มความเซ็กซี่ในแบบที่ใครๆ ก็อดใจเหลียวมองไม่ได้ เธอสวมชุดบิกินีสีพาสเทลที่ทำให้ผิวขาวออร่าขึ้นมาอีกหลายเปอร์เซ็นต์ พร้อมกับสัดส่วนที่เรียวเล็กอย่างน่าอิจฉา

จีน่า เดอะเฟซ เซ็กซี่จนใจเต้นรัว

ในโลกของโซเชียลมีเดีย คุณค่าของผู้หญิงมักถูกวัดจากความมั่นใจและการแสดงออก ซึ่ง จีน่า เดอะเฟซ ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ล่าสุดเธออัปโหลดภาพลุคบาร์บี้ของตัวเองที่รวมเอาความเรียบง่ายเข้ากับความหรูหรา และของอร่อยอย่างลงตัว เป็นภาพที่ดูซี้ดิ้งแต่ก็ยังคงความแซ่บเอาไว้แบบได้สัดบท

ทำไมลุคบาร์บี้ของเธอน่าจับตามอง

  • ความมั่นใจบนโซเชียลมีเดีย เป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักที่ทำให้จีน่าโดดเด่น
  • แฟชั่นคิ้วท์อัพลุค นี้เธอยังเลือกใช้โทนสีพาสเทลอย่างไร้ที่ติ
  • ภาพลักษณ์ที่เธอสร้าง พลิกโฉมไปได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป๊ะปังหรือหวานฉ่ำ
  • จากการอัปโหลดภาพครั้งนี้ ยอดไลก์และคอมเมนต์ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากแฟนคลับทั่วทุกมุมโลก

ความแซ่บของเธอมันไม่ได้อยู่แค่ในชุดเท่านั้น แต่ยังอยู่ในมุมมองของตัวเธอที่ยอมรับตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเวทีไหน เธอก็เข้าไปเต็ม 100% ภาพล่าสุดที่เผยโฉม จีน่า เดอะเฟซ ในลุคบาร์บี้ก็คือการพิสูจน์ถึงความโดดเด่นของเธออีกครั้ง ใครที่ยังไม่ตามไปกดไลก์ในอินสตาแกรมของสาวจีน่า บอกเลยว่าพลาดเสน่ห์สุดล้ำของเธอไปอย่างน่าเสียดาย!

สายลุคบาร์บี้ สายหวานฉ่ำ หรือสายเซ็กซี่สุดคิ้วท์ รับรองว่าภาพนี้สะกดใจได้ทุกสายแน่นอน!

ที่มา – “จีน่า เดอะเฟซ” จัดเต็มลุคบาร์บี้ สวย หวาน เปรี้ยว เฉี่ยว ครบจบในคนเดียวแถมเซ็กซี่จนใจเต้นรัว

ชาร์ลี เคิร์ก ถูกยิงดับคาเวทีปราศรัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ว่าสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า นายชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวและอินฟลูเอนเซอร์การเมืองฝ่ายขวาวัย 31 ปี เสียชีวิตจากการถูกลอบยิงสังหารทางการเมืองในระหว่างการขึ้นเวทีปราศรัย ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์แวลลีย์ ในเมืองโอเลม รัฐยูทาห์

ชาร์ลี เคิร์ก ถูกยิงดับคาเวทีปราศรัย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่าการลอบยิงเกิดจากความเจตนาชัดเจน เนื่องจากใช้กระสุนเพียงนัดเดียว และมือปืนสวมชุดสีดำ ซุ่มอยู่บนหลังคาอาคารภายในมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนตัดสินใจปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยอย่างน้อยหนึ่งราย ที่ถูกควบคุมตัวหลังเกิดเหตุ

ปฏิกิริยาทางการเมือง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประณามการลอบยิงอย่างรุนแรง และสั่งให้ลดธงชาติสหรัฐ เพื่อแสดงความอาลัยต่อชาร์ลี เคิร์ก ส่วนอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็ร่วมแสดงความเสียใจเช่นเดียวกัน

เจสัน แชฟเฟตซ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 รัฐยูทาห์ จากพรรครีพับลิกัน เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นระหว่างที่ชาร์ลี เคิร์ก กำลังตอบคำถามจากผู้ฟัง ซึ่งสองคำถามแรกเกี่ยวข้องกับศาสนาและการเมือง แต่เมื่อถึงคำถามที่สามเกี่ยวกับความรุนแรงในสหรัฐ เสียงปืนก็ดังขึ้นทันทีและเขาล้มลง

ผู้นำฝ่ายขวารุ่นใหม่

ชาร์ลี เคิร์ก เป็นหนึ่งในนักกิจกรรมการเมืองฝ่ายขวารุ่นใหม่ที่มีอิทธิพลในหมู่วัยรุ่นและผู้เยาว์ โดยมีบทบาทในการสร้างฐานเสียงให้กับทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งปีที่แล้ว เขาเป็นที่รู้จักจากแนวคิดอนุรักษ์นิยม และการใช้โซเชียลมีเดียสร้างความตื่นตัวทางการเมืองในกลุ่มคนหนุ่ม

ทั้งนี้ ศูนย์เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ (CSIS) เปิดเผยว่า มีการโจมตีหรือข่มขู่เจ้าหน้าที่สาธารณะ ผู้สมัคร ส.ส. และผู้พิพากษา เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ตั้งแต่ปี 2016 จนถึงปัจจุบัน รวมอย่างน้อย 25 กรณี หลังจากที่ช่วงก่อนปี 2016 มีรายงานเพียงสองครั้งเท่านั้นในช่วง 20 ปี

การลอบสังหารชาร์ลี เคิร์ก สะท้อนความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้นในสหรัฐ และตอกย้ำความเสี่ยงของบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อการกระทำรุนแรง

เหตุการณ์นี้เป็นบททดสอบใหม่สำหรับความมั่นคงในสถานที่จัดกิจกรรมสาธารณะ และความปลอดภัยของผู้นำความคิดในสหรัฐอเมริกา

หากคุณติดตามข่าวการเมืองสหรัฐ อย่าลืมอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เพราะความรุนแรงทางการเมืองอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่

ที่มา – “ชาร์ลี เคิร์ก” นักเคลื่อนไหวพันธมิตรทรัมป์ ถูกยิงดับคาเวทีปราศรัย

เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง เส้นทางร่างรัฐธรรมนูญใหม่

สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยช่วงไม่กี่เดือนมานี้เต็มไปด้วยประเด็นต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงการเมืองที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หนึ่งในประเด็นสำคัญที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก คือ การชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดทำ เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560

เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง ความหวังใหม่ในการร่างรัฐธรรมนูญ

วันที่ 10 กันยายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติโดยเสียงข้างมากในการประชุมปรึกษาคดีเกี่ยวกับการทำประชามติรัฐธรรมนูญ โดยมีมติสำคัญว่า รัฐสภาสามารถชักนำความต้องการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องมีการให้ประชาชนออกเสียงประชามติก่อนหน้า ศาลได้กำหนดขั้นตอนการประชามติไว้ทั้งสิ้น 3 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมีส่วนร่วมของประชาชน

จุดที่น่าสนใจอยู่ตรงที่แม้ว่าศาลจะมีมติว่า รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ แต่หลายพรรคการเมืองยังคงมองว่ากระบวนการสำหรับการมี เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง ยังไม่ถูกปิดกั้นทั้งหมด เพราะรัฐสภาสามารถออกแบบกลไกในการส่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่จาก ส.ส.ร. ไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติในเวลาต่อมาได้

การเมืองระดับชาติในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ในขณะเดียวกัน ประเด็นความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกย้ายมาอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม หลังถูกตัดสินลงโทษจำคุกก็เป็นอีกประเด็นที่กำลังถูกจับตา รายงานระบุว่าเขาปรับตัวได้ดี สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบของเรือนจำอย่างเหมาะสม และยังสามารถลุ้นพักโทษหรือได้รับพระราชทานอภัยโทษได้

ปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการผลักดันร่างกฎหมายและแนวทางใหม่ ๆ ที่อาจมีผลต่อเส้นทางการเมืองของประเทศ โดยมีผู้นำอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ระบุถึงความจำเป็นในการส่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รวมถึงความพร้อมในการดำเนินการแก้ไขบทบัญญัติต่าง ๆ อย่างรอบคอบรอบด้าน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ก็เน้นย้ำว่า สภาผู้แทนราษฎรควรเร่งพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 เพื่อให้เปิดทางให้ประชาชนมีบทบาทมากขึ้นในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ และยื่นร่างกฎหมายดังกล่าวภายในสัปดาห์หน้า เพื่อไม่ให้โอกาสคลาดเคลื่อนไป

สิ่งสำคัญที่พรรคต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงคือ แม้ว่า เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง อาจเป็นหนทางหนึ่งในการสร้างความหวังใหม่ให้แก่ระบบราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อโครงสร้างทางการเมือง แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่

เมื่อพิจารณาถึงบริบทของสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงมติของศาลรัฐธรรมนูญและแนวร่วมของพรรคการเมืองหลัก การเตรียมความพร้อมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรถอยหลัง เพราะนี่อาจเป็นหน้าต่างใหม่ที่นำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและโปร่งใสมากขึ้นในประเทศไทย

สนใจติดตามข่าวสารและการเมืองอื่น ๆ ได้ที่นี่:

  • ความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาล
  • มุมมองจากผู้นำพรรคการเมือง
  • ความคืบหน้าด้านกฎหมายและการปฏิรูป

ที่มา – เลือกตั้ง ‘ส.ส.ร.’ แท้ง

กองทัพเนปาลคลี่คลายเหตุจลาจล เตรียมตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล

สถานการณ์ความตึงเครียดในประเทศเนปาลเริ่มมีสัญญาณคลายลง หลังจากที่กองทัพเนปาลได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อชี้แจงถึงความคืบหน้าในการแก้ไขวิกฤตทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการประท้วงของประชาชนหลายกลุ่ม รวมถึงการจลาจลที่มีความรุนแรงจนทำให้เกิดผู้เสียชีวิต

กองทัพเนปาลคลี่คลายเหตุจลาจล เตรียมตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล

ในการประชุมครั้งสำคัญ พล.อ.อโศก ราช ซิกเดล ประธานคณะเสนาธิการทหารเนปาล ได้รับการหารือกับตัวแทนจากหลายภาคส่วนที่สำคัญของประเทศ รวมถึงกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “เจนซี” ซึ่งเป็นผู้นำการประท้วงต่อต้านรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาทางออกสู่การสงบและการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน

สุชิลา คาร์กี อาจเป็นผู้นำรัฐบาลชั่วคราว

รายงานจากกรุงกาฐมาณฑุระบุว่า กองทัพเนปาลกำลังเตรียมเคาะผู้นำรัฐบาลชั่วคราวขึ้นมาบริหารประเทศช่วงวิกฤต โดยมีข่าวว่าได้มีการทาบทามนางสุชิลา คาร์กี อดีตประธานศาลฎีกา ให้เข้ามารับตำแหน่งนี้ ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าจับตาอย่างมากในทางการเมืองของเนปาล

ในขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้คลายสถานการณ์ด้านการคมนาคม ด้วยการให้บริการท่าอากาศยานนานาชาติตริภูวันซึ่งเคยปิดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ การเปิดให้บริการอีกครั้งนี้ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เริ่มกลับมาเดินหน้าตามพื้นฐานปกติของประเทศ

ความตึงเครียดและการเรียกร้องของประชาชน

ประชาชนในกรุงกาฐมาณฑุและเมืองใหญ่ๆ หลายแห่งรวมตัวกันประท้วงอย่างต่อเนื่อง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการงดใช้โซเชียลมีเดีย และมีมาตรการจริงจังกับปัญหาการทุจริตที่ถูกกล่าวหาอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางการใช้มาตรการรุนแรงของเจ้าหน้าที่ ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 30 ราย บาดเจ็บมากกว่า 1,000 คน

แม้รัฐบาลจะยุติคำสั่งตัดอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียกลับมาใช้งานได้ตามปกติ รวมถึงกรณีที่นายคัดกา ปราสาท ชาร์มา โอลี ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เสียงของผู้ประท้วงยังคงดังขึ้นอีกครั้ง เพื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของรัฐบาล และในบางสถานที่กลายเป็นการเผาทำลายอาคารสำคัญ เช่น รัฐสภา

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจของประชาชนอย่างลึกซึ้งที่มีต่อระบบรัฐบาลในปัจจุบัน และทำให้กองทัพซึ่งอยู่ในบทบาทผู้ดูแลความมั่นคง เร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดความสงบและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามไปมากกว่านี้

อนาคตของเนปาลยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ก้าวแรกที่กองทัพและผู้นำชั่วคราวได้แสดงออกด้วยการเปิดโต้ตอบกับกลุ่มต่างๆ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศในยุคนี้

ทั้งนี้เราในฐานะผู้ติดตามสถานการณ์ในเอเชีย น่าจะเริ่มจับตาดูว่ารัฐบาลชั่วคราวจะดำเนินการด้านใดเป็นลำดับแรก เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและปรองดองกับฝ่ายค้านอย่างยั่งยืน

ที่มา – กองทัพเนปาลคลี่คลายเหตุจลาจล เตรียมตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล

กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับน้ำอัดลม-มันเทศเสี่ยงตายจริงไหม?

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย หลายคนอาจเคยเห็นข่าวเกี่ยวกับ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และคำเตือนว่า ห้ามกินร่วมกับน้ำอัดลม หรือ มันเทศ เพราะอาจเสี่ยงถึงชีวิตได้จริงหรือไม่? เรามาไขข้อข้องใจนี้กันให้กระจ่างตามข้อมูลจากกรมอนามัย ศูนย์อนามัยที่ 10 อุบลราชธานี ที่ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดแล้ว

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับน้ำอัดลมเสี่ยงตายไหม?

คำตอบคือ ไม่ถึงขั้นเสี่ยงตาย โดยตรง แพทย์ได้ชี้แจงว่า การกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพร้อมกับน้ำอัดลม จะไม่ทำให้กระเพาะอาหารระเบิดหรือเสียชีวิตอย่างที่แชร์กันไป อย่างไรก็ตาม คุณอาจประสบกับอาการท้องอืด เหนื่อยท้อง หรือเรอน้ำมากขึ้น เพราะบะหมี่ประเภทนี้ย่อยยาก และน้ำอัดลมมีแก๊ส เมื่อรับประทานรวมกันอาจทำให้ร่างกายมีแก๊สสะสม

แนะนำให้ไม่นอนทันทีหลังรับประทาน เพราะจะเพิ่มความอึดอัดในกระเพาะอาหาร และหากมีระบบย่อยยากแย้มากกว่าคนทั่วไป ก็ควรหลีกเลี่ยงการกินร่วมกันในปริมาณมาก

ความจริงเกี่ยวกับมันเทศกับบะหมี่

ต่อมาคือคำเตือนเกี่ยวกับ มันเทศ ที่หากรับประทานร่วมกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งตามข้อมูลจากสถานพยาบาลและงานวิจัยทางการแพทย์นั้น ไม่มีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ยืนยันว่าส่วนผสมทั้งสองนี้เป็นอันตรายรุนแรง ดังนั้น ข่าวเหล่านี้น่าจะเป็นข่าวมือสอง หรือข่าวบิดเบือนความจริงที่สร้างความกังวลโดยไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

สิ่งที่ควรระวังในการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

แม้ว่าการรับประทานร่วมกับน้ำอัดลมและมันเทศไม่ได้เคยถึงขั้นอันตรายถึงชีวิตจริง ๆ แต่การกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซ้ำ ๆ อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว เนื่องจาก:

  • น้ำตาลและโซเดียมสูง: ซึ่งเป็นสาเหตุให้เสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไต
  • ขาดสารอาหาร: เพราะส่วนใหญ่ประกอบด้วยแป้งและไขมัน ทำให้ไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน
  • ไขมันทรานส์: เนื่องจากเส้นผ่านกระบวนการทอด จึงมีไขมันไม่ดีที่ควรหลีกเลี่ยง

หากคุณต้องการความอร่อยแบบสบายใจ ควรเลือกรับประทานเป็นครั้งคราว และเติมสารอาหารโดยการใส่ผัก เนื้อสัตว์ หรือไข่ และอย่าลืมดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลมเพื่อสุขภาพที่ดีกว่า

สรุป: การส่งต่อข่าว “ห้ามกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับน้ำอัดลม-มันเทศเพราะเสี่ยงตาย” เป็นเพียงข่าวมิจฉาและไร้มูลความจริง แต่ก็ยังแนะนำว่า ควรบริโภคด้วยความพอเหมาะและเพิ่มความหลากหลายด้วยการเติมผักหรือโปรตีนเสริมเพื่อความสมดุลของร่างกายอย่างยั่งยืน

ที่มา – กิน…‘บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป’ กับ ‘น้ำอัดลม-มันเทศ’ เสี่ยงตายจริงไหม?