ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

อาหารกบ ปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพกบ เกษตรกรควรให้ความสำคัญ

ปัจจุบัน อาหารกบ ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการเลี้ยงกบ เนื่องจากการเพาะเลี้ยงกบกลายเป็นอาชีพเสริมที่เกษตรกรหลายรายให้ความสนใจ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมจากพื้นที่จำกัด ทั้งนี้เพราะความต้องการสินค้าจากกบทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อาหารกบ คือหัวใจของการเลี้ยงกบที่ประสบความสำเร็จ

สำหรับ อาหารกบ นั้น ถือว่าเป็นหัวใจหลักที่ส่งผลให้กบมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วและมีคุณภาพ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการคำนวณอัตราส่วนอาหารที่เหมาะสมเพื่อให้สัดส่วนของเนื้อและกล้ามเนื้อของกบเป็นไปตามที่ตลาดต้องการ ร่างกายของกบสามารถบีบย่อยป้อนอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพหากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

อาหารที่เหมาะสมต่อลูกกบจากธรรมชาติ

ลูกกบที่ได้นำมาจากแหล่งธรรมชาติมักจะมีอาการเครียดและปรับตัวยากในช่วง 2-3 วันแรก ควรเริ่มให้อาหารในปริมาณเล็กน้อย เช่น ปลายด่างบดละเอียด ให้ได้ปริมาณร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัวต่อวัน หลังจากเป็นเวลา 14 วัน หากลูกกบเริ่มปรับตัวแล้วจึงเปลี่ยนเป็นอาหารสำเร็จรูปหรือปลาที่หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีกับปากกบ

การจัดการอาหารกบในฟาร์ม

นอกจากนี้ การจัดเตรียมอาหารสำหรับ อาหารกบ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ปลายข้าวผัดสับหมู และเนื้อหอยโข่งต้มสุกผสมกันในสัดส่วน 1:2 เพื่อลดต้นทุนจากปลาสด โดยผสมเข้ากับอาหารสัตว์ชนิดอื่นเล็กน้อย เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนเสริมที่มีผลดีต่อระบบย่อยอาหารและสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

  • ใช้อาหารที่หลากหลายเพื่อไม่ให้เกิดอาการเบื่ออาหาร
  • จัดให้กบได้กินอาหารวันละ 2-3 ครั้งตามขนาดตัว
  • ให้อาหารในขณะที่ยังไม่ร้อนจัดในเวลากลางวันหรือเย็น
  • จัดเตรียมอุปกรณ์ให้อาหารที่สะอาดและซีลให้มิดชิดเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย

อย่างไรก็ตาม หากพบว่า อาหารกบ หรือแหล่งน้ำมีปัญหาจากสิ่งปนเปื้อน ทำให้กบแสดงอาการผิดปกติ เช่น กินอาหารลดลง иметь ความผิดปกติทางผิวหนัง ต้องจัดสถานที่แยกกบตัวที่มีอาการออกโดยเฉพาะ และใส่ยาหรือวิตามินเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายเร็วที่สุด เนื่องจากความผิดพลาดในการจัดการอาหารอาจนำไปสู่ภาวะการติดเชื้อรุนแรงจากแบคทีเรียโปรโตซัว ซึ่งมีผลเสียต่อการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ของสัตว์

ดังนั้น เราจำเป็นต้องวางแผนการให้อาหารให้กบได้อย่างแม่นยำ เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตที่เกษตรกรหวังจะได้รับ โดยคำนึงถึงความสมดุลของต้นทุน รวมถึงประสิทธิภาพของผลผลิตสุดท้าย

การเลือก อาหารกบ ที่มีปริมาณโปรตีนสูงเหมาะสมเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตพร้อมควบคุมปริมาณน้ำหนักที่อาหารเข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้กบมีระบบร่างกายแข็งแรงและมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น โดยการคาดเดาความต้องการตามพฤติกรรมกินในแต่ละช่วงเวลา จัดเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญต่อการพัฒนาและขยายฟาร์มให้ประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

การให้ความสำคัญกับอาหารกบ จึงควรเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญสำหรับเกษตรกรที่เริ่มหันมาสนใจตลาดใหม่นี้ ขอเพียงแค่เข้าใจพฤติกรรมของกบร่วมกับวิธีการให้อาหารอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมตามช่วงอายุของสัตว์ คุณก็จะได้กบที่และเป็นสินค้าที่พร้อมออกสู่ตลาดต่อไปได้อย่างราบรื่น.

ที่มา – อาหารกบ ปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพกบ แนะเกษตรกรให้ความสำคัญ

BEM มั่นใจไม่มี “รถไฟฟ้า 20 บาท” ไม่กระทบรายได้

ตามรายงานล่าสุดจาก บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้าราคา 20 บาท ที่อาจมีการพิจารณาหลังการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล แต่ทาง BEM มั่นใจว่ารถไฟฟ้า 20 บาทหากไม่เกิดขึ้นจริงก็จะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อรายได้ของบริษัท

BEM มั่นใจไม่มี “รถไฟฟ้า 20 บาท” ไม่กระทบรายได้

นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ BEM เปิดเผยว่า การเติบโตของผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 มีจำนวนเฉลี่ยที่ 5.2 แสนเที่ยวต่อวัน โดยเพิ่มขึ้น 7% เทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ถือเป็นตัวเลขที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์และการพัฒนารอบๆ เส้นทางรถไฟฟ้าที่ทยอยเปิดตัว ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี

โครงการใหม่เพิ่มศักยภาพการเติบโต

ที่สำคัญคือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออกซึ่งดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีกำหนดเปิดให้บริการในอีก 2 ปีข้างหน้า และส่วนทางตะวันตกที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง โดยเชื่อมต่อกับ รถไฟฟ้า 20 บาท หากมีการนำเสนอนโยบายดังกล่าว BEM ก็พร้อมเร่งรับมืออย่างเต็มที่ เพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ BEM ยังได้เน้นการพัฒนาบริการจ่ายเงินผ่านบัตร EMV โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สถานีหลักอย่างสถานีสุขุมวิทและสถานีลุมพินี ที่ได้ติดตั้งช่องทาง Fast Track เฉพาะบัตร EMV ไว้อย่างครบวงจร เพื่อรองรับพฤติกรรมการจ่ายเงินของผู้โดยสารรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและสะดวกสบาย

จากการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ BEM มั่นใจว่ารถไฟฟ้า 20 บาท ไม่ว่าจะมีขึ้นหรือไม่ก็จะไม่มีผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทในระยะยาว เพราะผลประกอบการจากการให้บริการ รวมถึงรายได้จากธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นหลักประกันที่ชัดเจนว่าบริษัทจะสามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืนแม้อยู่ในภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

ในอนาคต หากมีการตัดสินใจจำเป็นเกี่ยวกับรถไฟฟ้า 20 บาท BEM พร้อมที่จะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่ปลอดภัย รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อทุกกลุ่มผู้ใช้บริการ

ท้ายที่สุด บริษัทมีเป้าหมายในการสร้างระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย ตอบโจทย์ทั้งด้านธุรกิจและสังคม พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนทุกกลุ่มว่า ไม่ว่านโยบายใดจะเกิดขึ้น บริษัทจะยังคงเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนเครือข่ายใจกลางเมืองได้อย่างพัฒนาและมั่นคง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการรถยนต์สาธารณะ ควรติดตามข่าวสารและเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับนโยบายด้านขนส่งวงในอย่างใกล้ชิด เพราะนี่เป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณเดินทางได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

ที่มา – BEM มั่นใจไม่มี “รถไฟฟ้า 20 บาท” ไม่กระทบรายได้บริษัทฯ ผู้โดยสารพุ่ง 7%

GIT จัด “งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 8 (GIT 2025)” อย่างยิ่งใหญ่

ล่าสุดสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ได้จัด งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 8 (GIT 2025) อย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

GIT 2025 ตอกย้ำบทบาทของไทยในเวทีโลก

งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Responsible Gem & Jewelry Supply Chain” เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ทั้งยังส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางวิชาการ นวัตกรรม และความคิดนำในระดับโลก

GIT 2025 ยังเป็นเวทีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย นักออกแบบ และผู้ประกอบการจากทั่วโลก เช่น ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) นายปรีดา เตียสุวรรณ์ รวมไปถึงผู้แทนจากสถาบันและองค์กรชั้นนำระดับโลก ซึ่งเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวโน้มล่าสุดของอุตสาหกรรม

เตรียมพบกับวิทยากรระดับโลกใน GIT 2025

งานครั้งนี้มีกำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน (8-9 กันยายน 2568) โดยในวันแรกจะมีเวทีกลางที่เชิญวิทยากรชั้นนำ ได้แก่

  • นายปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานผู้ก่อตั้งบริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) หัวข้อ: Towards a Sustainable Future for the Thai Gem and Jewelry Industry
  • Mr. Wallace Chan จิวเวลรี่ดีไซเนอร์ระดับโลก หัวข้อ: Future Trends: Sustainability in Jewelry Art 2025
  • ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ หัวข้อ: Transforming Thailand’s Gem and Jewelry Industry through Research and Innovation
  • Mrs. Ashoo Sinchawla หัวข้อ: The Role of Women in the Gem and Jewelry Industry

ส่วนในวันที่ 9 กันยายน มีวิทยากรระดับโลกอีกมากมาย เช่น Mr. Edward Johnson จาก Gemfields Group และ Mr. Richard W. Hughes จาก Lotus Gemology ซึ่งจะมาร่วมอภิปรายประเด็นเชิงลึกเกี่ยวกับความรับผิดชอบและความโปร่งใสในอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริม SMEs เข้าสู่มาตรฐานธรรมาภิบาล (RJC) และใบรับรองสถานที่ทดสอบมาตรฐาน GIT Standard อีกด้วย

GIT 2025 จัดขึ้นเพื่อเน้นบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของโลก พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐาน ความยั่งยืน และคุณภาพให้กับองค์กรในภาคส่วนต่าง ๆ ทั่วโลก

หากคุณเป็นผู้สนใจในวงการอัญมณีและเครื่องประดับ หรือพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดโลก การเข้าร่วมงานนี้จะช่วยให้คุณอัปเดตข้อมูล สร้างเครือข่าย และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในระดับสากล

ที่มา – GIT จัด “งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 8 (GIT 2025)” อย่างยิ่งใหญ่

‘บิ๊กเล็ก’ นำคณะเปิดโต๊ะประชุม GBC สมัยพิเศษที่เกาะกง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือที่รู้จักในวงการการเมืองและทหารกันในนาม ‘บิ๊กเล็ก’ ได้นำคณะผู้แทนไทยเดินทางไปยังเกาะกง เพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย–กัมพูชา (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการหารือเกี่ยวกับความมั่นคงและความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา

จับตา ‘บิ๊กเล็ก’ นำคณะเปิดโต๊ะประชุมหารือความมั่นคง GBC สมัยพิเศษที่เกาะกง

คณะผู้แทนไทยที่เดินทางไปในครั้งนี้ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและพลเอกระดับสูง ได้แก่ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อ.นนทรี อินทรสาลี รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด, นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านกิจการความมั่นคงภายใน, นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และพล.อ.กันตพจน์ เศรษฐารัศมี ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม รวมถึงเสนาธิการทหารทั้งสามเหล่า โดยมีกำหนดการเดินทางถึงศาลาว่าการจังหวัดเกาะกงในเวลาประมาณ 10.15 น. ก่อนจะเริ่มการประชุมอย่างเป็นทางการเวลา 10.45 น.

การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนและหาทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ปรากฏบนพรมแดนไทย-กัมพูชามาโดยตลอด โดยมีประเด็นสาระสำคัญดังนี้

  • ติดตามความคืบหน้าการจัดทำข้อตกลงหยุดยิง
  • รับฟังผลลัพธ์จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) สมัยวิสามัญ
  • หารือมาตรการลดความตึงเครียด การใช้กำลังทหาร และการยุติวาทกรรมที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง
  • ฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเพิ่มความร่วมมือในกิจการทหารปฏิบัติ เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเชิงมนุษยธรรม ป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ และการบริหารจัดการชายแดนให้เกิดประสิทธิภาพ

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า GBC สมัยพิเศษที่เกาะกง ไม่ใช่เพียงแค่การประชุมตามระเบียบวาระ แต่เป็นการให้โอกาสทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันอย่างเปิดเผย และเป็นการยึดหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขบนพื้นฐานของอธิปไตยของแต่ละประเทศ

เป้าหมายร่วมของประเทศไทยและกัมพูชา

ประเด็นหนึ่งที่ได้รับการให้ความสำคัญอย่างมากคือการกำหนดกรอบภารกิจของการประชุม RBC และ GBC ครั้งถัดไป โดยมีเป้าหมายร่วมที่ชัดเจนในการสร้างความร่วมมือทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อยกระดับความมั่นคงให้ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่ชายแดนทั้งสองฝ่าย

เมื่อดูจากภาพรวมแล้ว การนำของ ‘บิ๊กเล็ก’ ครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความจริงจังในการจัดการกับปัญหาพรมแดน พร้อมส่งสัญญาณไปยังฝ่ายกัมพูชาถึงความตั้งใจของประเทศไทยที่ต้องการให้เกิดการพูดคุยและการปรับความเข้าใจที่เน้นทางออกที่สร้างสรรค์ ลดความตึงเครียด และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ยังเป็นจังหวะสำคัญในการทดสอบประสิทธิภาพของกลไกความร่วมมือหลายระดับ เช่น การประสานงานข้ามกระทรวงของไทย และความสัมพันธ์กับองค์กรทหารระดับภูมิภาค ซึ่งสามารถเห็นได้ว่า GBC และ RBC ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีความสำคัญต่อกระบวนการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หากกล่าวโดยสรุป การประชุม GBC สมัยพิเศษที่เกาะกง ภายใต้การนำของพล.อ.ณัฐพล (‘บิ๊กเล็ก’) นับเป็นก้าวเชิงรุกที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ข้ามพรมแดนในเชิงบวก และเป็นศักยภาพที่จะนำไปสู่ความเป็นพันธมิตรในระยะยาวระหว่างไทย-กัมพูชา

ในที่สุด เราเชื่อว่าการหารือแบบเปิดใจและการมีผู้นำที่มีประสบการณ์เช่น ‘บิ๊กเล็ก’ จะสร้างบทใหม่ให้กับปัญหาพรมแดนไทย-กัมพูชาอย่างมีประสิทธิภาพ มองข้ามความขัดแย้งในอดีต นำมาซึ่งแนวทางร่วมที่ยั่งยืนในอนาคต

ที่มา – จับตา ‘บิ๊กเล็ก’ นำคณะเปิดโต๊ะประชุมหารือความมั่นคง GBC สมัยพิเศษที่เกาะกง

เสรีภาพที่ยิ่งใหญ่! ‘ชูวิทย์’ โพสต์ปม ‘ทักษิณ’ ลั่นสบายแค่ไหน ‘คุกก็คือคุก’

ล่าสุด นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส. และอดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคำตัดสินของศาลฎีกาที่มีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่า “เสรีภาพที่ยิ่งใหญ่ ศาลฎีกาตัดสินให้ทักษิณกลับไปติดคุก 1 ปี โดยไม่ถือว่าระยะเวลาที่เคยอยู่ ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเป็นระยะเวลาในการคุมขัง”

เสรีภาพที่ยิ่งใหญ่! ‘ชูวิทย์’ โพสต์ปม ‘ทักษิณ’ ลั่นสบายแค่ไหน ‘คุกก็คือคุก’

การโพสต์ดังกล่าวได้สร้างกระแสการพูดคุยในวงกว้าง เพราะสะท้อนมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความหมายของคุกและการจำกัดเสรีภาพ อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่ในสภาพที่ไม่เหมือนกับคุกทั่วไป แต่ชูวิทย์กล่าวว่า “สบายแค่ไหน คุกก็คือคุก” เพราะหัวใจสำคัญของการติดคุกคือ “การจำกัดเสรีภาพ” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสิทธิ์พื้นฐานของมนุษย์

ประสบการณ์จากคนเคยติดคุก

สิ่งที่ชูวิทย์ต้องการสื่อถึงไม่ใช่เพียงการตัดสินในเชิงกฎหมายเท่านั้น แต่เขายังถ่ายทอดมุมมองจากประสบการณ์ส่วนตัวในการถูกควบคุมตัวที่โรงพักเป็นเวลา 3 วัน และสามารถนำมาหักลบจำนวนวันต้องโทษได้ นี่แสดงให้เห็นว่า ระบบกฎหมายมีการพิจารณาในรายละเอียดเพื่อความเป็นธรรม ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ถูกตัดสิน

ภายใต้มุมมองของคนเคยติดคุก สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ “ระยะเวลา” 1 วันในคุกมีค่ามากกว่าเวลาปกติในโลกภายนอก คุณทักษิณที่มีอายุถึง 76 ปี แม้จะมีสิทธิได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างดีเยี่ยม แต่ “การไม่สามารถไปไหนมาไหนได้” ก็คือการสูญเสียอิสรภาพที่ไม่สามารถทดแทนได้

นอกจากนี้ ชูวิทย์ยังมองเห็นภาพใหญ่ของการเมืองไทยในปัจจุบัน โดยประเมินว่า การติดคุกของทักษิณอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ สร้างผลสะท้อนในความนิยมของพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะในบริบทของการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลที่สะเทือน

  • ศาลฎีกาตัดสินความผิดตามกฎหมาย
  • ความรู้สึกของคนเคยติดคุกต่อระบบคุก
  • การเมืองไทยหลังทักษิณติดคุก

สุดท้าย ความเห็นของชูวิทย์สะท้อนให้เห็นถึง “ความยุติธรรม” ที่มีน้ำหนักไม่เพียงแค่คำตัดสิน แต่คือการเคารพสิทธิ์มนุษยชน และเสรีภาพอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด

ที่มา – เสรีภาพที่ยิ่งใหญ่! ‘ชูวิทย์’ โพสต์ปม ‘ทักษิณ’ ลั่นสบายแค่ไหน ‘คุกก็คือคุก’

หนุ่มซิ่งเก๋งออดท้ายพ่วงรถ เสียชีวิตบนทางด่วนศรีรัช

เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ต.ต.หญิงทิพวดี อยู่ทรัพย์ สว.(สอบสวน) สน.ทางด่วน 2 ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถเทรลเลอร์ จนมีผู้เสียชีวิตบน ทางด่วนศรีรัช บริเวณแขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พร้อมทั้งแพทย์เวรนิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

หนุ่มซิ่งเก๋งออดท้ายพ่วงรถ เสียชีวิตคาที่

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน 7 กธ 5876 กรุงเทพ ด้านหน้าถูกอัดจนพังยับเยิน ซึ่งภายในรถมีร่างของชายวัย 39 ปี ติดอยู่ในห้องโดยสาร และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกัน รถเทรลเลอร์ที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งเป็นยี่ห้อมิตซูบิชิ เลขทะเบียน 67-7349 ส่วนพ่วง 75-9246 ก็มีความเสียหายเล็กน้อย

สาเหตุจากการคาดเคลอัดด้านหลัง

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายทองแดง ศรีฉลวย อายุ 51 ปี คนขับรถพ่วง ให้การว่าขณะขับรถไปตาม ทางด่วนศรีรัช เขาได้ยินเสียงลั่นระเบิดคล้ายสิ่งของมากระแทกอย่างรุนแรง จึงรีบขับรถชิดซ้ายและหยุดรถเพื่อตรวจสอบ พบว่ามีรถยนต์อีกคันหนึ่งชนเข้ากับส่วนด้านหลังของพ่วงรถอย่างแรง

ทันทีที่เห็นความเสียหาย นายทองแดง จึงรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อขอความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่ชายคนขับรถยนต์เก๋งเสียชีวิตภายในรถอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้รับการช่วยเหลือ

หนุ่มซิ่งเก๋งออดท้ายพ่วงรถ เสียชีวิตคาที่บนทางด่วนศรีรัช

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวคนขับรถพ่วงมาสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ ขณะเดียวกัน ร่างของผู้เสียชีวิตก็ได้ถูกส่งไปยังนิติเวชตำรวจ เพื่อดำเนินการตรวจสอบทางสรีรวิทยา และประสานญาติให้เข้ามารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

  • เหตุการณ์เกิดขึ้นบน ทางด่วนศรีรัช บริเวณบางซื่อ
  • รถเก๋ง model Toyota Altis พังหนักบริเวณด้านหน้า
  • ผู้เสียชีวิตอายุ 39 ปี ติดอยู่ภายในห้องโดยสาร
  • รถพ่วงไม่มีความเสียหายมากนัก และมีคนขับให้การอย่างรวดเร็ว

อุบัติเหตุบน ทางด่วนศรีรัช ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกรณีที่เตือนใจผู้ใช้รถยนต์ทุกคนว่า “การขับรถอย่างมีสติ” เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะขับรถด้วยความเร็วสูงหรือใช้ถนนที่สะดวกปลอดภัยที่สุด หากขาดสมาธิ ก็อาจส่งผลให้เกิดความหายนะได้

ขอให้ทุกคนใส่ใจ ใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ และให้ความเคารพกฏจราจรมากขึ้นเพื่อชีวิตของตนเองและผู้อื่น

ที่มา – หนุ่มซิ่งเก๋งออดท้ายพ่วงรถ เสียชีวิตคาที่บนทางด่วนศรีรัช

ราคาทองวันนี้ 10 ก.ย. ร่วง 100 บาท

ราคาทองวันนี้ 10 ก.ย. 68 เมื่อเวลา 09.03 น. ปรับตัวลดลง 100 บาท สู่บริเวณ 54,600 บาท เมื่อเทียบกับประกาศราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายของเมื่อวาน (อังคาร) ที่ระหว่างวันมีการประกาศราคาทองคำทั้งหมด 7 ครั้ง รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง 250 บาท แตะระดับ 54,700 บาท

ราคาทองวันนี้ 10 ก.ย. ร่วง 100 บาท

ส่งผลให้ ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 54,500 บาท ขายออกบาทละ 54,600 บาท และทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 53,408.68 บาท ขายออกบาทละ 55,400 บาท

ราคาทองคำ Spot เช้าวันนี้

ราคาทองคำ Spot เช้าวันนี้ปรับตัวลดลงมาเคลื่อนไหวบริเวณแถวๆ 3,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเมื่อคืนพุ่งนิวไฮบริเวณแถว ๆ 3,665 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงเทขายทำกำไรทางเทคนิคและการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

ด้านราคาทองคำโคเม็กซ์สหรัฐปิดตลาดเมื่อคืนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 4.80 ดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่บริเวณ 3,682.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องมาจากยังคงได้รับปัจจัยสนุนสนุนจากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า

  • ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เปิดเผยในคืนวันนี้
  • ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เปิดเผยในคืนวันพรุ่งนี้
  • ตลาดจับตาแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด

ขณะที่ตลาดต่างเฝ้าจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐทั้งดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่จะเปิดเผยในคืนวันนี้ (พุธ) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่จะเปิดเผยในคืนวันพรุ่งนี้ (พฤหัสบดี) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด

หากคุณเป็นนักลงทุน ควรติดตามราคาทองวันนี้อย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำสามารถส่งผลต่อพอร์ตการลงทุนของคุณได้อย่างมาก

ที่มา – ราคาทองวันนี้ 10 ก.ย. ร่วง 100 บาท

เปิดตัวท่าอากาศยานเดโชแห่งใหม่ในกัมพูชา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประเทศกัมพูชาได้เปิดให้บริการ “ท่าอากาศยานนานาชาติเดโช” ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ พร้อมระบบโครงสร้างที่ทันสมัย ท่าอากาศยานแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกัมพูชา ห่างจากกรุงพนมเปญไปเพียง 20 กิโลเมตร เท่านั้น

ท่าอากาศยานเดโชกับศักยภาพระดับโลก

พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานเดโชจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงของประเทศสู่เวทีโลก โดยเฉพาะในแง่ของการท่องเที่ยว การเดินทางทางธุรกิจ และความร่วมมือทางการเมือง สนามบินแห่งนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชา

ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับท่าอากาศยานเดโช

ท่าอากาศยานนานาชาติเดโชถูกออกแบบตามมาตรฐานสากล มีรันเวย์คู่ขนาด 4 กิโลเมตร ซึ่งมากเพียงพอสำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เช่น แอร์บัส เอ380 และ โบอิ้ง 747 โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงถึง 13 ล้านคนต่อปีในระยะแรก และมีแผนขยายให้มากขึ้นในอนาคต

  • ตั้งอยู่ที่จังหวัดกันดาลและตาแก้ว
  • ห่างจากกรุงพนมเปญ 20 กิโลเมตร
  • พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,600 เฮกตาร์
  • สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่สุด A380 และ B747
  • คาดว่าจะรองรับผู้โดยสารได้ 13 ล้านคนต่อปี

โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเดโชเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 บริษัทไชนา สเตต คอนสตรักชัน เอ็นจิเนียนิง คอร์เปอเรชัน (ซีเอสซีอีซี) ของจีน省教育award-winning solution assistant เป็นผู้รับเหมาหลัก และบริษัท กัมพูชา แอร์พอร์ต อินเวสต์เมนต์ จำกัด (ซีเอไอซี) เป็นผู้ลงทุนหลักด้วยมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 47,600 ล้านบาท

ผลกระทบเชิงบวกกับการเปิดท่าอากาศยานเดโช

นอกจากการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวแล้ว ท่าอากาศยานเดโชยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการเติมพลังให้กับอุตสาหกรรมการบินที่เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของกัมพูชา อีกทั้งยังทำให้การเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สะดวกมากขึ้น

ด้วยขนาดของสนามบินและการรองรับเครื่องบินหลายประเภท ท่าอากาศยานนานาชาติเดโชถูกคาดหวังว่าจะกลายเป็นศูนย์กลางหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งจะเปิดโอกาสให้มีเที่ยวบินโดยตรงทั้งในและมายังหลากหลายจุดหมายทั่วโลก ช่วยลดเวลาเดินทางของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการให้สั้นลงอย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการของท่าอากาศยานเดโชจะมีขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าไปใช้บริการอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งพ่อค้า นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้มาสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง

หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปยังกัมพูชาในเร็ว ๆ นี้ สนามบินเดโชอาจเป็นประตูสู่การผจญภัยใหม่ ๆ ด้านหนึ่งของชีวิตคุณก็ได้

ที่มา – กัมพูชาเปิดบริการสนามบินใหญ่สุดในประเทศ “ท่าอากาศยานนานาชาติเดโช”

SPF คัมแบ็คซิงเกิล “ทนฟังได้ไหม” ยอดวิวพุ่ง พริม THITIYA ถ่ายทอดเอ็มวี

วง SPF กลับมาอีกครั้งพร้อมกับซิงเกิลใหม่ที่เศร้ากินใจ “ทนฟังได้ไหม” หลังจากหายตัวไปจากวงการเพลงนาน ซิงเกิลนี้ได้รับความนิยมสูงอย่างรวดเร็ว ทำยอดวิวทะลุเกินหนึ่งแสนวิวในเวลาอันสั้น สะท้อนถึงความรักและความทรงจำที่แฟนเพลงเก่าและใหม่ให้ไว้ต่อวงดนตรีชื่อดังนี้

SPF คัมแบ็คซิงเกิล “ทนฟังได้ไหม” ยอดวิวพุ่ง พริม THITIYA ถ่ายทอดเอ็มวี

กลับมาอีกครั้งกับทางการของวง SPF จากการปล่อยซิงเกิลล่าสุด “ทนฟังได้ไหม” ซึ่งเป็นเพลงแนว Modern Rock ที่มีทั้งความอบอุ่นและความหนักแน่นของเสียง สมาชิกเดิม 3 คน ได้แก่ เบนซ์-เมธีวุฒิ ประพัฒน์พรกุล (นักร้องนำ), อาท-อาทิตย์ สีตองอ่อน (มือกีตาร์), และ อ้น-ทนงศักดิ์ เรียนพืช (มือกลอง) ร่วมกันถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่ยังไม่สามารถก้าวผ่านความเจ็บปวดจากรักเก่าได้

เนื้อร้องและแนวเพลง

เพลง “ทนฟังได้ไหม” พัฒนาจากประสบการณ์จริงของพวกเขาเอง โดยเนื้อเพลงถูกแต่งโดย AUMAIM-อัญรินทร์ ชัยอนันต์โสภณ จากวง Pretzelle ซึ่งสามารถถ่ายทอดอารมณ์ประชดประชันในความรู้สึกของผู้หญิงได้อย่างละเอียด ผ่านมุมมองที่แยบคายและเจ็บปวดBTTag

การกลับมาครั้งนี้ SPF คัมแบ็คซิงเกิล “ทนฟังได้ไหม” ได้รับการผลิตโดย กัณฑ์กณัฐ อังคณาจีรธิติ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ เบนซ์-กัณฑ์กณัฐ โปรดิวเซอร์คู่ใจในเพลง “มีสิทธิ์อะไร” ที่ทำให้เพลงนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกCHK

มิวสิควีดีโอของเพลง “ทนฟังได้ไหม” ถูกกำกับโดย ปาร์ค ประกาศิต ซึ่งเน้นการแสดงอารมณ์โดย น้องพริม THITIYA ที่สามารถถ่ายทอดความเจ็บปวดและเศร้าหมองผ่านสายตา ทำให้เพลงนี้มีพลังทางอารมณ์สูง และเข้าถึงแฟนเพลงได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

เบนซ์ ให้สัมภาษณ์ว่า “เพลงนี้ถือเป็นเพลงที่เราใส่ใจในทุกอารมณ์ เพราะมันเป็นเรื่องราวของคนที่ยังไม่พร้อมจะรับความจริงจากความรักเก่า เรากำลังอ่อนไหวและรอเวลาจะหายดี ซึ่งแน่นอนว่าเราจะรู้สึกอย่างไร หากได้ฟังคำถามว่า ‘ทนฟังได้ไหม’”

นอกจากนี้ เบนซ์ยังขอบคุณแฟนเพลงอย่างลึกซึ้งสำหรับทุกยอดวิว ทุกคอมเมนต์ และการแชร์ เพื่อทำให้ SPF คัมแบ็คซิงเกิล “ทนฟังได้ไหม” เป็นที่จดจำในแบบฉบับของวงดนตรีที่เดินสายทางมาด้วยความจริงใจเสมอ

สำหรับแฟนเพลงเก่าที่คุ้นเคยกับผลงานต่างๆ ของวงอย่าง “คำอวยพร”, “ความเชื่อส่วนบุคคล”, “ใช้โอกาสเปลือง” ฯลฯ รวมถึงแฟนใหม่ที่เพิ่งรู้จักวงนี้จากความไวรัลบนโซเชียล ก็ได้ติดตามเสียงกลุ่มเสียงที่คุ้นเคยอีกครั้งจาก SPF คัมแบ็คซิงเกิล “ทนฟังได้ไหม” ที่ช่างตรงหัวใจอย่างแท้จริง

ติดตามข่าววงการบันเทิงและดนตรีทั้งหมดได้ที่ www.dailynews.co.th และแพลตฟอร์มโซเชียลของ Dailynews ทุกแห่ง

หากคุณเคยเจ็บจากความรักคู่เก่า การฟัง “ทนฟังได้ไหม” อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยเยียวยาใจคุณได้ อย่าพลาดเพลงที่สร้างสัมผัสได้อย่างใกล้ชิดเล่นซ้ำได้ไม่มีที่สิ้นสุดจาก SPF

ที่มา – “SPF” คัมแบ็คซิงเกิล “ทนฟังได้ไหม” ยอดวิวพุ่ง “ปริม THITIYA” ถ่ายทอดเอ็มวีซึ้งโดนใจ

เอม พินทองทา ยกทักษิณ เป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจ

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการบังคับโทษจำคุก 1 ปี เนื่องจากการเข้าไปรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เอม พินทองทา ยกทักษิณ เป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจ

ล่าสุด น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวนายทักษิณ โพสต์รูปภาพขณะหอมแก้มนายทักษิณ ผ่านอินสตาแกรม โดยมีข้อความว่า “ไม่ว่าใครจะเรียกท่านว่าอะไร (มียศหรือไม่มี หรือชื่อร้ายกาจแค่ไหน) คุณพ่อก็เป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจพวกเรา”

ข้อความของเอม พินทองทา สะท้อนถึงความรักและความจงรักภักดีที่มีต่อทักษิณ ในฐานะสมาชิกในครอบครัวที่อยู่เคียงข้างกันมาอย่างยาวนาน

ทุกเหตุการณ์มีสองด้านเสมอ

ในโลกที่ทุกคนมีแนวโน้มที่จะตัดสินใครสักคนอย่างแน่วแน่ เอม พินทองทา ย้ำว่าคนอย่างพวกเขายังเข้าใจดีว่า “ความจริง” อาจมีหลายแง่มุม และทุกอย่างไม่ได้ถูกหรือผิดเพียงฝ่ายเดียว

“เราเองย่อมเข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมดของเรา ครอบครัวเรา และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ลูกสาวคนนี้ประทับใจ ภาคภูมิใจ ในความกล้าหาญ ความมุ่งมั่นและความเสียสละของผู้นำท่านนี้ คุณพ่อผู้นำที่เข้มแข็งและมีความหวัง คอยมอบพลังบวกให้พวกเราเสมอ ทำให้พวกเราเข้มแข็งและมีความหวังและพร้อมผ่านเรื่องราว “เหล่านี้” ด้วยกันแน่นอน”

ความรู้สึกนี้แสดงให้เห็นถึงมุมมองของผู้อยู่ในสถานการณ์ ที่มองทักษิณ ไม่ใช่แค่ในฐานะนักการเมือง แต่ยังเป็นผู้นำที่มีคุณธรรมในสายตาลูกหลาน

  • เอม พินทองทา และครอบครัวยังคงยืนอยู่เคียงข้างทักษิณ
  • แม้เผชิญกับความวิจารณ์ เธอไม่เปลี่ยนใจในสิ่งที่เชื่อ
  • ครอบครัวเป็นพลังที่ทำให้พวกเธอยังยืนหยัดอยู่ได้

สุดท้ายนี้ เอม พินทองทา และครอบครัวยังได้ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจมาในช่วงเวลานี้ว่า “ท่วมท้น”. โดยเธอเชื่อว่า ความรักและความเข้าใจที่มีต่อกันในครอบครัวคือเครื่องช่วยให้พวกเขาผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ พร้อมกับข้อคิดว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

หากคุณคิดว่าการมองสิ่งต่าง ๆ ผ่านเลนส์ของความรักคืออำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก การแสดงออกของเอม พินทองทา ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของครอบครัว

ที่มา – ‘เอม พินทองทา’ ยก ‘ทักษิณ’ เป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจแม้ใครจะเรียก ‘พ่อ’ อย่างไรก็ตาม