ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เตือนอย่าซื้อเด็ดขาด!! เจ้าของร้านบอกเอง 4 เคล็ดลับเด็ดวิธีเลือก ‘กุ้งสด’

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบกุ้ง และมักเลือกซื้อกุ้งมาทำอาหารทานที่บ้าน คงจะมีคำถามในใจว่า กุ้งที่เรานั่งเลือกซื้อกลับมา สดและปลอดภัยจริง ๆ หรือไม่? เพราะแม้ว่ากุ้งจะเป็นอาหารทะเลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ แต่หากเลือกไม่ดี ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คิด

เตือนอย่าซื้อเด็ดขาด!! เจ้าของร้านบอกเอง 4 เคล็ดลับเด็ดวิธีเลือก ‘กุ้งสด’

จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยเจ้าของร้านอาหารทะเลในประเทศจีนให้ไว้ว่า “กุ้ง” หากเลือกไม่ดี จะไม่เพียงแต่ทำให้รสชาติไม่อร่อยเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะกุ้งบางประเภทที่อาจมีสารปนเปื้อน หรือถูกเก็บไว้นานเกินกำหนด

เพื่อที่คุณจะได้กุ้งที่สดใหม่และปลอดภัย ควรสังเกตจากลักษณะต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นสีของเปลือก กลิ่น หรือความกระด้างของกุ้งเอง เจ้าของร้านอาหารทะเลจึงได้เปิดเผยเคล็ดลับสำคัญ ในการเลือกกุ้งสดจริง ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงกุ้งที่เปลือกเหนียวเหนอะหนะ

กุ้งที่สดใหม่จะมีเปลือกที่แข็งกระด่างและแน่น หากเปลือกของกุ้งเริ่มดูเหนียวหรือหลวม แสดงว่ากุ้งนั้นไม่สดแล้ว หรืออาจถูกแช่แรมไว้ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้เนื้อเสียได้ง่าย

2. สังเกตกุ้งที่มีสีดำหรือคราบสีผิดปกติ

กุ้งที่มีจุดด่างดำ หรือมีสีผิดปกติ เช่น สีเทาหม่น สีน้ำเงินชัดเจน ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจเกิดจากการปนเปื้อนของแบคทีเรีย หรือสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการแปรรูป

3. เว้นใจกุ้งที่มีกลิ่นเหม็นคาว

กลิ่นเป็นหนึ่งในดัชนีสำคัญที่สามารถบอกความสดของกุ้งได้ หากกุ้งที่คุณกำลังถืออยู่มีกลิ่นฉุนหรือเหม็นคาวแรง ๆ หมายความว่ากุ้งนั้นไม่ใช่กุ้งที่สด อาจถูกแช่เย็นหรือแช่แข็งไว้นาน จนมีการเสื่อมสภาพของเนื้อสัตว์

4. ระวังกุ้งที่หน้า-หางแห้งหรือบิดเบี้ยว

กุ้งที่สดจะมีหน้าและหางคงรูป ไม่แห้งกร้าน หากคุณเห็นกุ้งที่หน้าหรือหางเริ่มแห้ง บิดงอ แสดงว่าถูกแช่ไว้นาน และอาจเริ่มเสื่อมสภาพเชิงสุขภาพแล้ว

เมื่อคุณมีข้อมูลเหล่านี้ คุณจะสามารถเลือกกุ้งที่ปลอดภัยและสดใหม่สำหรับใช้ในการประกอบอาหารที่บ้านได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงจากวัตถุดิบที่ไม่ปลอดภัย และได้เพลิดเพลินกับอาหารทะเลสุดอร่อยอย่างไร้กังวล

หากคุณเป็นผู้รักสุขภาพและอยากได้กุ้งที่ดีที่สุด อย่าลืมตรวจสอบให้ดีทุกครั้งก่อนซื้อ และใช้วิจารณญาณในการเลือกสินค้า ทั้งสี่สิ่งที่เจ้าของร้านอาหารทะเลเตือนไว้ ล้วนเป็นจุดสังเกตที่ง่ายและแม่นยำ ว่ากุ้งนั้นจะอร่อยหรือไม่

เลือกกุ้งอย่างฉลาด สนุกไปกับความอร่อยอย่างปลอดภัย

ที่มา – เตือนอย่าซื้อเด็ดขาด!! เจ้าของร้านบอกเอง 4 เคล็ดลับเด็ดวิธีเลือก ‘กุ้งสด’

เอกีตีเก รับงานหนักต้องแย่งตัวจริงกับ อิซัค

อูโก เอกีตีเก สตาร์หน้าใหม่ของ ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าเขาจะต้องเผชิญกับแรงกดดันและการแข่งขันภายในทีมอย่างหนัก เมื่อต้องแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ดาวยิงทีมชาติสวีเดน ที่เพิ่งย้ายจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด มาร่วมทีมในช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา

การย้ายทีมของอิซัคมาอยู่กับหงส์แดง ด้วยค่าตัวสูงถึง 125 ล้านปอนด์ หรือราว 5,500 ล้านบาท กลายเป็นข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลยุโรป และยิ่งทำให้ความคาดหวังในแนวรุกของทีมสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากฟอร์มการเล่นของทั้งสองนักเตะในช่วงต้นฤดูกาล

เอกีตีเก รับงานหนักต้องแย่งตัวจริงกับ อิซัค

เอกีตีเก กล่าวว่า “เมื่อคุณลงเล่นให้ทีมที่เก่งที่สุดมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วที่จะต้องแข่งกับนักเตะที่เก่งที่สุด อิซัค คือนักเตะที่ผมเคยดูเขาเล่นมาตลอด และมันก็น่ายินดีที่จะได้เห็นเขาเล่นสด ๆ มันจะเป็นการแข่งขันที่ยากมาก ๆ แน่นอน แต่ผมจะทำงานหนักเพื่อให้เก่ง และเล่นได้ดี ดังนั้นมันจึงน่าจะเป็นปัญหาของโค้ช (อาร์เนอ ชล็อต) เท่านั้น”

ความท้าทายในการปรับตัวของทั้งสอง

ความเข้มข้นของแนวรุกในทีมลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้สูงมาก ทั้งเอกีตีเกที่มีผลงานยิงไป 3 ประตูจาก 4 นัดแรก และอิซัคที่เพิ่งย้ายมาใหม่กับค่าตัวสูง ต่างมีความสามารถและความคาดหวังจากแฟนบอลและโค้ชอย่างมาก

  • เอกีตีเก ฟอร์มร้อนในช่วงต้นฤดูกาล
  • อิซัค มีค่าตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
  • คอนเฟริ์มทั้งคู่พร้อมแย่งสถานะตัวจริง

ทั้งนี้ต้องบอกว่าคู่แข่งในแนวรุกอย่าง เอกีตีเก รับงานหนักต้องแย่งตัวจริงกับ อิซัค ดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ใหม่ของการสร้างทีมที่มีความลึกและแข่งขันภายในอย่างสูง เป็นวิธีการทำงานที่น่าสนใจของ เจ้าบ้านแอนฟิลด์

การมีนักเตะระดับท็อปหลายคนในแนวรุกย่อมส่งผลให้โค้ชอาร์เนอ ชล็อตต้องเลือกอย่างละเอียดเพื่อจัดทีมที่สมดุลและเหมาะสมกับแนวทางของทีม เรียกได้ว่าแฟนบอลก็คงต้องลุ้นกันทั้งเรื่องฟอร์มและการจัดทัพในแต่ละนัดอย่างแน่นอน

ทั้งคู่ยังมีเกมให้พิสูจน์ตัวเองอีกมาก ซึ่งความท้าทายร่วมกันนี้อาจส่งผลให้ลิเวอร์พูลรุ่งแรงต่อไปในฤดูกาลนี้

หากคุณเป็นแฟนบอลพรีเมียร์ลีก ห้ามพลาดติดตามฟอร์มของทั้งคู่ เพราะการแข่งขันในแนวรุกจะตัดสินฟอร์มของ ‘หงส์แดง’ ในฤดูกาลนี้อยางแน่นอน

ที่มา – “เอกีตีเก” รับงานหนักต้องแย่งตัวจริงกับ “อิซัค”

ฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำป่าทะลัก ‘น้ำตกม่านฟ้า’ วังน้ำเขียว ห้ามเข้าพื้นที่

เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่บริเวณ น้ำตกม่านฟ้า ภายใน อุทยานแห่งชาติทับลาน specifically ที่บ้านสวนห้อม ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ได้ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำและลำน้ำในบริเวณตำบลไทยสามัคคี ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลหลากเข้าสู่บริเวณ น้ำตกม่านฟ้า ซึ่งอยู่ในเขตความรับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 13 (สวนห้อม)

ฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำป่าทะลัก ‘น้ำตกม่านฟ้า’ วังน้ำเขียว ห้ามเข้าพื้นที่

เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติทับลานได้ออกประกาศห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่บริเวณ น้ำตกม่านฟ้า โดยชั่วคราว เนื่องจากมีความเสี่ยงจากน้ำป่าที่ไหลหลากอย่างรุนแรงในช่วงฤดูฝน ซึ่งอาจส่งอันตรายต่อผู้ที่ต้องการไปเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ระบุว่าจะอนุญาตให้เข้าพื้นที่ได้อีกครั้งเมื่อสถานการณ์น้ำลดและสภาพพื้นที่กลับสู่ภาวะปกติ

น้ำตกม่านฟ้า ความสวยงามที่มาพร้อมความเสี่ยง

น้ำตกม่านฟ้า เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงภายใน อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยตั้งอยู่ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 13 (สวนห้อม) ซึ่งบริเวณนี้จะมีน้ำเฉพาะในช่วงฤดูฝน ลักษณะของ น้ำตกม่านฟ้า คือหน้าผาหินกว้างประมาณ 50 เมตร ยาวประมาณ 30 เมตร เมื่อมีฝนตกหนักและน้ำไหลหลากจะเห็นว่าน้ำไหลตกลงมาคล้ายม่านน้ำ สวยงามอลังการ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นอันตรายอย่างมาก

ระยะทางจากจุดจอดรถยนต์ไปยัง น้ำตกม่านฟ้า ใช้เวลาเดินเท้าเพียงประมาณ 100 เมตร จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ฝนตกหนัก นักท่องเที่ยวจะต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางมายังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

  • น้ำป่าไหลหลากมีความเสี่ยงสูงต่อลูกผู้เล่นน้ำ
  • พื้นที่ลื่นและมีหินหลุดลื่นง่าย
  • อุทยานฯ ย้ำเตือนห้ามเข้าพื้นที่ชั่วคราว
  • ขอให้รอจนกว่าน้ำจะลดลงและพื้นที่ปลอดภัย

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก แม้ว่า น้ำตกม่านฟ้า จะมีความงามที่ชวนให้ประทับใจ แต่หากสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย เราควรเลื่อนการเดินทางออกไปเพื่อกลับมาในช่วงที่ปลอดภัยมากกว่า

หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติหรือเคยไปเยี่ยมชม น้ำตกม่านฟ้า มาแล้ว อยากให้ช่วยกันถ่ายทอดข้อความนี้เพื่อเตือนสติให้กับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ พฤติกรรมที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติคือสิ่งที่ทำให้เอกลักษณ์ของไทยงดงามยิ่งขึ้น

ที่มา – ฝนตกหนัก ส่งผลให้น้ำป่าทะลัก ‘น้ำตกม่านฟ้า’ วังน้ำเขียว ห้ามเข้าพื้นที่เกรงอันตราย

“เผ่าภูมิ” ผลักดัน “หวยเกษียณ” ผ่าน ส.ว. หวังรัฐบาลชุดใหม่สานต่อ

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์หลังจากวุฒิสภาลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “หวยเกษียณ” เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 111 เสียง ไม่เห็นชอบ 2 เสียง และงดออกเสียง 8 เสียง

“หวยเกษียณ” ใกล้บรรลุเป้าหมาย

ดร.เผ่าภูมิ กล่าวว่า “หวยเกษียณ” เป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยที่ได้ประกาศไว้ในสัญญากับประชาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระยะใกล้เส้นชัยแล้ว หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลภายในอีกไม่เกิน 3 เดือน โครงการนี้จะสามารถเปิดให้ประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ในรูปแบบของการซื้อสลากฯ ครั้งแรกอย่างแน่นอน

ความหวังที่ “หวยเกษียณ” จะเกิดจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.เผ่าภูมิ ย้ำว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร และถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินสำหรับประชาชนในวัยเกษียณ อีกทั้งยังช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า “หวยเกษียณ” ถูกออกแบบมาให้เป็นแรงผลักดันทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมีกลไกที่ไม่เหมือนกับหวยทั่วไป เพื่อจำกัดผลกระทบในเชิงลบจากการเสพเสี่ยง ทั้งยังตั้งเป้าให้เป็นช่องทางหนึ่งที่สร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุอย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน

หากพิจารณาจากกระแสการตอบรับจากประชาชนที่ให้ความสนใจในนโยบาย “หวยเกษียณ” เชื่อได้ว่า ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงในระบบทุนนิยมแบบเก่าๆ ที่เคยเน้นแค่การเก็งกำไร กลับมาสนใจความยุติธรรมและการสนับสนุนเศรษฐกิจแบบฐานรากมากขึ้น

  • ร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ ได้รับการลงมติเห็นชอบแล้ว
  • “หวยเกษียณ” ถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์ของประชาชน
  • หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย จะเปิดให้ประชาชนซื้อได้ภายใน 3 เดือน

การผลักดันการรับร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาถือเป็นชัยชนะทางการเมืองที่สำคัญของพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งใจจะสานต่อนโยบายเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง เพราะเชื่อว่า “หวยเกษียณ” คือแผนการหนึ่งที่จะช่วยให้คนไทยมีรายได้เสริมในวัยเกษียณ และเป็นการกระจายสภาพคล่องไปยังคนชั้นล่างของสังคมได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ “หวยเกษียณ” จะไม่สมบูรณ์หากไม่มีการรับเอาจิตวิญญาณสำคัญคือ “ความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ” ไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งผู้นำในอนาคตต้องคงบทบาทของ “หวยเกษียณ” ไว้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเป็นเพียงชื่อนโยบายที่ขายฝันเท่านั้น

ฉะนั้น การมุ่งเน้นและต่อยอดนโยบายที่จริงใจ เช่น “หวยเกษียณ” ถือเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ในแง่ของการตัดสินใจเพื่อประชาชน ด้วยความจริงใจและจริงจังเท่านั้น จึงจะสามารถผลักดันให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน

“หวยเกษียณ” ไม่ใช่แค่หวยอีกหนึ่งใบ แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของทุกคนในสังคมไทย

ที่มา – “เผ่าภูมิ” ทำสำเร็จ ดัน “หวยเกษียณ” ผ่าน ส.ว. วาระ 2-3 หวัง รัฐบาลใหม่สานต่อ

ลูกแม่รำเพยคว้าแชมป์บอลนักเรียนกรมพลศึกษา 14 ปี ก

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมพลศึกษา ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีมอบรางวัลการแข่งขันฟุตบอลกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปี 2568 ในรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภท ก และ รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภท ข ซึ่งมีบุคลากรกรมพลศึกษา รวมถึงคณะผู้จัดการแข่งขันเข้าร่วมให้ความสำคัญในครั้งนี้

ลูกแม่รำเพยคว้าแชมป์บอลนักเรียนกรมพลศึกษา 14 ปี ก

ในการแข่งขันฟุตบอลกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปี 2568 รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภท ก รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจัดแข่งขันเวลา 15.00 น. มีการพบกันระหว่าง “เจ้าสัวน้อย” โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี กับ “ลูกแม่รำเพย” โรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งที่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่ก็เต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพ ทั้งสองทีมผลัดกันบุกอย่างเต็มที่ และพิสูจน์บทสรุปได้ว่าใครจะคว้าแชมป์ไปครอง

ช่วงการแข่งขันคึกคักทั้งสองข้าง แต่ก็มีจังหวะสุดสวยเป็นของทีมโรงเรียนเทพศิรินทร์ เมื่อยิ่งรักษ์ ฐิตะฐาน สังหารประตูจากลูกฟรีคิกอย่างน่าทึ่ง ทำให้ทีม “ลูกแม่รำเพย” สามารถคว้าถ้วยแชมป์ ลูกแม่รำเพยคว้าแชมป์บอลนักเรียนกรมพลศึกษา 14 ปี ก ไปได้อย่างสมเกียรติ

ศึกชิงชนะเลิศประเภท ข น่าติดตาม

ในขณะที่อีกคู่การแข่งขันในรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภท ข ก็จัดขึ้นในเวลา 13.30 น. โดยเป็นการพบกันระหว่าง “สิงห์ปากน้ำ” โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว กับ “ลูกพระเจ้าตาก” โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง

ในครึ่งแรกทั้งสองทีมแสดงฟอร์มได้ค่อนข้างสูสีกัน แต่ราชวินิตบางแก้วเอาชนะได้โดยเร็วจากลูกเจาะของนันทกานต์ เข็มผกา แนวรุกตัวเก่งของทีม ทำให้หมดครึ่งแรกราชวินิตบางแก้วขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว แต่ความสู้ของมัธยมตากสินระยองก็ประทับใจไม่น้อย เมื่อธรรณัฐ จันทร์เต็มดวง สามารถซัดตีเสมอได้อย่างน่าตื่นเต้นทำให้จบเวลาจริงแบบ 1-1

เนื่องจากเวลาปกติไม่พอใครผ่านไป จึงต้องมาตัดสินกันที่ดวลจุดโทษ และวันนี้โชคหนุนนักเตะราชวินิตบางแก้ว “สิงห์ปากน้ำ” เอาชนะไป 5-3 คว้าแชมป์ 14 ปี ประเภท ข ไปครอง และยังเข้ารอบเลื่อนชั้นไปร่วมการแข่งขันในประเภท ก ปีหน้าอีกด้วย

การประกวดขันเหล่านี้นับว่าสมดุลระหว่างความสู้ การฝึกซ้อม การเตรียมพร้อมของแต่ละทีม ทำให้กีฬานักเรียนในระดับมัธยมศึกษาต้องเรียกได้ว่า “ดีจริง” ทั้งในด้านพลังพุทธิ และศักยภาพของผู้เล่นเด็ก ๆ ที่มีฝันต่อวงการฟุตบอลในอนาคต

ติดตามข่าวสารการแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนทั้งหมดต่อไป เพราะในแต่ละปีจะมีการพัฒนา พรสวรรค์เยาวชนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – “ลูกแม่รำเพย” ผงาดคว้าแชมป์บอลนักเรียนกรมพลศึกษา 14 ปี ก

ผบ.ตร. สั่งเรียกคืน-ตรวจสอบกระสุน 9 มม. ทำปืนราชการเสียหาย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดเหตุการณ์ที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์ โดยมีภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อ VENOM ซึ่งเกิดการระเบิดบริเวณจานท้ายปลอกกระสุน จนทำให้อาวุธปืนของทางราชการเสียหาย ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ได้แจ้งให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทราบอย่างทันท่วงที

ผบ.ตร. สั่งเรียกคืน-ตรวจสอบกระสุน 9 มม. ทำปืนราชการเสียหาย

ในฐานะผู้บริหารระดับสูง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐได้สั่งการให้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อเดินทางตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่ากระสุนที่ใช้นั้นมีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามมาตรฐานของอาวุธปืนที่ใช้ในราชการหรือไม่? และมีการผลิตและผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานส่งกำลังบำรุงยืนยันว่า ในการรับ-ตรวจรับพัสดุนั้นมีความถูกต้อง โปร่งใส และดำเนินการตามขั้นตอนอย่างครบถ้วน

กระสุน VENOM มาตรฐาน NATO แต่เกิดข้อผิดพลาด?

กระสุนดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัท MEDEF DEFENCE ประเทศตุรกี ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการรับรองตามมาตราฐาน นาโต้ (NATO Standard) มีการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั้งในอเมริกา ตุรกี และประเทศในยุโรป และผ่านกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานทั้งเรื่องความเร็วของกระสุน น้ำหนัก ความทนทานของปลอกกระสุน ตลอดจนการเคลือบกันน้ำ ซึ่งจากข้อมูลการตรวจรับครั้งแรกไม่พบว่ามีกระสุนที่ไม่ผ่านเกณฑ์แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเบื้องต้นเผยให้เห็นว่าบริษัทผู้ผลิตมีการรับประกันสินค้า และจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดกับอาวุธปืนของทางราชการหากยืนยันได้ว่ามีความผิดพลาดจากการใช้งานกระสุนเป็นตัวการ

  • จัดตั้งคณะกรรมการสอบเท็จจริงทันที
  • เรียกกระสุนทั้งหมดกลับมาตรวจสอบ
  • ระงับการใช้กระสุนยี่ห้อ VENOM ก่อน
  • บริษัทเจ้าของสัญญารับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ พร้อมมั่นใจว่าการจัดซื้อกระสุนนี้มีความถูกต้องตามระเบียบ และภายหลังจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

การออกมาชี้แจงครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานตำรวจมีความรับผิดชอบสูงต่อความปลอดภัยของอาวุธในการใช้งานจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน一线รบ

หากคุณเป็นผู้ติดตามเรื่องกฎหมายและอาชญากรรม การติดตามข่าวกรณี ผบ.ตร. สั่งเรียกคืน-ตรวจสอบกระสุน 9 มม. ทำปืนราชการเสียหาย ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการใช้อาวุธของเจ้าหน้าที่

ที่มา – ผบ.ตร. สั่ง ‘เรียกคืน-ตรวจสอบ’ กระสุน 9 มม.ทำปืนราชการเสียหาย

ชลิต ยัน ไม่ห่วง น็อต หลังโดนทัวร์ลงถี่

หลังจากหายไปจากวงการบันเทิงมานาน นักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง “ชลิต เฟื่องอารมย์” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ตุ่ม” ได้กลับมารวมตัวกับลูกชาย น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ในกิจกรรมเปิดตัวสินค้าใหม่ JILS Protein (Plant-Based Protein) และได้เปิดใจถึงการกลับมาในวงการอีกครั้ง พร้อมทั้งบอกเลขน่ารักว่าไม่ต้องเป็นห่วงลูกชาย แม้ว่าจะโดนทัวร์ลงบ่อยแค่ไหน เพราะเชื่อว่า น็อตจัดการได้ด้วยตัวเอง

ชลิต ยัน ไม่ห่วง น็อต หลังโดนทัวร์ลงถี่

ชลิต เผยว่า “ก็ตื่นเต้นมาก นานๆ ได้โผล่ออกมาในเมือง รู้สึกว่าคนในเมืองพลุกพล่านกันจริงๆ นี่เป็นการเข้าเมืองในรอบเกือบ 4 ปี ปกติไม่ค่อยได้มากรุงเทพฯ ส่วนมากจะใช้ชีวิตอยู่ในสวนหรือทะเล แต่ช่วงนี้ก็จะมาเดือนละสองครั้งเพราะต้องมาถ่ายรายการกับพี่แนน”

“ถามว่าคิดถึงงานแสดงไหม คิดถึงมาก แต่มันก็หมดวัยแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป นักแสดงรุ่นใหญ่ๆ ส่วนมากอยู่บ้านกับช่องละคร ดูแลสุขภาพให้ดีกว่า”

ไม่คิดจะเล่นละครอีก ถ้าไม่มีบทดีๆ

ตุ่ม กล่าวอีกว่า “ถ้ามีคนชวนให้มาเล่นละคร ก็ขี้เกียจแล้ว คนรุ่นใหม่มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราก็ขอดูพวกเขาดีกว่า ถ้ามีบทดีๆ ก็ใจอ่อน แล้วถ้ายิ่งเงินดีด้วยก็อ่อนเลย (หัวเราะ) จริงๆ ก็ไม่ได้เล่นละครมา 3-4 ปีแล้ว เรื่องสุดท้ายก็เล่นกับน็อต”

เมื่อพูดถึงเรื่องที่น็อตเจอกระแสลบบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ชลิต ก็ยอมรับว่า “เราเฉยๆ เพราะเคยโดนมากมาย และไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ อีกอย่างเราเข้าใจว่า มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ไม่ต้องไปถามเขามาก รู้ว่าเขาเอาตัวรอดได้”

น็อตยอมรับโอเคกับดราม่า

ด้านน็อต เผยว่า “สำหรับผมโอเคกับสถานการณ์แบบนี้ เพราะรู้ว่า มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ เวลามีดราม่าผมไม่เคยบ่นอะไร เพราะรู้ตัวดีว่าทำอะไรไว้บ้าง ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการทัวร์ลงบ่อยๆ”

“ผมไม่ได้บ่น แต่เข้าใจว่าการได้ทำบางอย่าง จะกลับมามีแรงกระตุ้นอะไรบ้าง เราเข้าใจทุกอย่างมากกว่าจะหงุดหงิด”

ทั้งชลิตและน็อตต่างยืนยันว่า ไม่ว่าจะเจอทัวร์บ่อยแค่ไหน ความเข้าใจและการยอมรับว่ามีทั้งเสียงชอบและไม่ชอบ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ทั้งพ่อและลูกสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ถดถอย

สุขภาพใจที่ดีและการมีมุมมองที่เข้าใจปัญหา คือขุมพลังที่แท้จริงของพวกเขาในวันนี้

ที่มา – ‘ชลิต’ ยัน ไม่ห่วง ’น็อต‘ หลังโดนทัวร์ลงถี่ เชื่อลูกจัดการได้ เข้าใจมีทั้งคนชอบ-ไม่ชอบ!

รุมประณามแฟนคลับมนุษย์ป้า ฉกบอลโฮมรันจากมือลูกชาย

เมื่อไม่นานมานี้ โลกโซเชียลมีเดียถูกคลิปวิดีโอเหตุการณ์หนึ่งที่สนามเบสบอลของสหรัฐฯ ทำให้ชาวเน็ตต่างเข้าไปแสดงความคิดเห็นและประณามพฤติกรรมของ “แฟนคลับมนุษย์ป้า” รายหนึ่ง ที่แย่งลูกบอลโฮมรันจากลูกชายตัวน้อยของชายอีกคนหนึ่ง จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันของทีมฟิลาเดลเฟีย ฟิลีส์ และทีมไมอามี มาร์ลินส์ ที่สนามโลนดีโปต์ พาร์ค โดยที่ แฮร์ริสัน บาเดอร์ ผู้เล่นทีมฟิลีส์สามารถตีลูกโฮมรันได้อย่างน่าทึ่ง บอลลูกนี้ตกอยู่ในฝั่งขวาของสนาม และมีแฟนคลับหลายคนวิ่งเข้าไปเก็บ แต่ชายผู้หนึ่งก็สามารถคว้าลูกบอลไว้ได้ก่อน และนำลูกบอลไปมอบให้ลูกชายตัวน้อยที่มีชื่อว่า “ลินคอล์น”

รุมประณามแฟนคลับมนุษย์ป้า ฉกบอลโฮมรันจากมือลูกชาย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือฉากที่เหลือเชื่อ หญิงสูงวัยซึ่งชัดเจนว่าตั้งใจจะได้ลูกบอลลูกนี้ แต่พลาดโอกาสไป เดินเข้ามาใกล้และข่มขู่ชายผู้เป็นพ่อด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสม พร้อมกับยืนยันว่าลูกบอลควรเป็นของเธอ เพราะบอลตกอยู่บริเวณที่นั่งของเธอ

จากคำขู่ของแฟนคลับมนุษย์ป้า ชายผู้เป็นพ่อก็ตัดสินใจคืนลูกบอลให้เธอ เพื่อให้เหตุการณ์สงบลง ทั้งที่ลูกชายของเขาแสดงอาการผิดหวังอย่างชัดเจน

การตอบสนองจากทีมเบสบอล

ทีมมาร์ลินส์ ซึ่งเป็นฝ่ายเจ้าบ้าน ได้แสดงความรับผิดชอบอย่างรวดเร็ว โดยตัวแทนของทีมได้เดินไปขอโทษลินคอล์น และมอบของขวัญพิเศษ พร้อมลูกบอลสำรองให้เด็กชาย และยังให้คำอวยพรวันเกิดกับเขาอีกด้วย ซึ่งทำให้แฟนบอลหลายคนประทับใจในพฤติกรรมของทีมอย่างมาก

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้เล่นทีมฟิลีส์อย่าง บาเดอร์ ผู้ที่ตีโฮมรันได้สำเร็จ ก็ไม่ปล่อยให้เด็กชายผิดหวัง โดยเตรียมไม้เบสบอลลายเซ็นมาให้ลินคอล์น หลังจบเกม และทีมฟิลีส์ยังโพสต์ภาพลงโซเชียลมีเดียว่า “กลับบ้านพร้อมไม้เบสบอลพร้อมลายเซ็นจากบาเดอร์” ซึ่งทำให้เน็ตizens หลายคนชื่นชมในความน่ารักและการชดเชยอย่างมีน้ำใจของนักกีฬา

  • สาวกเน็ตต่างรุมประณามพฤติกรรมของแฟนคลับมนุษย์ป้าที่ข่มขู่เด็กชาย
  • ทีมมาร์ลินส์รีบเข้าไปช่วยประโลมอารมณ์ลูกชายด้วยการมอบของขวัญทันที
  • บาเดอร์ ผู้ตีโฮมรัน ยื่นมือช่วยประโลมลูกชายด้วยไม้เบสบอลลายเซ็นหลังจบเกม

ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดในเหตุการณ์นี้ สิ่งที่ชัดเจนคือความน่ารักของลินคอล์นที่ได้ลูกบอลแรกในชีวิต และความใจเย็นของแฟนบอลที่ถูกต้องควรเป็นแบบที่ทีมมาร์ลินส์และบาเดอร์เลือกทำ มากกว่าจะเป็น “มนุษย์ป้า” ที่เสียบารมีเพื่อของขวัญลูกเล่น

ท้ายที่สุดแล้ว หากคุณเป็นแฟนกีฬา อย่าลืมว่าเด็กเล็กๆ อาจจะดูและเรียนรู้จากพฤติกรรมของคุณเสมอ บางครั้งความมีน้ำใจกับคนรุ่นใหม่ กลับเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคนมากกว่าการได้ลูกบอลลูกนั้นเสียอีก

ที่มา – รุมประณามแฟนคลับมนุษย์ป้า ฉกบอลโฮมรันจากมือลูกชาย

ตื่นตา! มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ได้จัดงาน “ASSUMPTION EXPO 2025 : Education for Sustainable Futures” หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้ ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมแนวคิดการศึกษาเพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน โดยมี ภราดา ดร.มณฑล ประทุมราช รักษาการประธานมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ

ตื่นตา! มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้

ร่วมด้วย ภราดา ดร.เดชาชัย ศรีพิจารณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ, ภราดาพัชรปกรณ์ ลังบุบผา รองผู้อำนวยการโรงเรียนและประธานจัดงาน, คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และแขกผู้มีเกียรติอื่น ๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

เสวนาเปิดโลกแห่งโอกาสและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

หลังจากพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ เป็นการเสวนาในหัวข้อ “Sustain Your Dream : ฝันให้ไกล…และทำให้ยั่งยืน” ซึ่งเชิญวิทยากรหลายรุ่นจากอัสสัมชัญที่มีชื่อเสียงในหลายวงการ เช่น ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบุคคลอื่น ๆ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

งาน มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่แนวคิดเรื่อง “Education for Sustainable Futures” หรือ การศึกษาเพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน ซึ่งเน้นไม่เพียงแค่ความรู้ด้านวิชาการ แต่ยังส่งเสริมให้เด็กไม่เพียงแต่เป็น “เด็กเก่ง” แต่ต้องกลายเป็น “คนเก่งที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและโลกใบนี้”

ภายในงานแบ่งเป็นหลายโซนเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสหลากหลายประสบการณ์ ดังนี้:

  • โซน 1: การเรียนรู้ที่ผสมผสานความรู้และคุณธรรม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Introduction & Sustainable Education Zone)
  • โซน 2: พลังความคิดสร้างสรรค์ (Impact Invest Zone) จากผลงานจริงของนักเรียน อาทิเช่น Dream Maker Space และบริษัทจำลอง
  • โซน 3: เวิร์กช็อปและการแบ่งปัน (Knowledge Sharing & Workshops) ที่จะปลุกพัฒนา Future Skills ให้เด็กและผู้ปกครอง

กิจกรรมต่าง ๆ บนเวทีประกอบด้วยการเสวนาในหัวข้อที่หลากหลาย เช่น “Global Citizenship & Youth Responsibility: จตุรมิตรสี่พี่น้องประครองรัก รักษ์โลกให้ยั่งยืน”, “InnovationxSustainability” รวมถึงการแสดงผลงานบนเวทีจากนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ ซึ่งช่วยส่งเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

นี่คือหนึ่งในโอกาสที่ดีสำหรับทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงผู้สนใจทั่วไป เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต เพราะ มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้ จะช่วยปลุกแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า ความสำเร็จไม่ใช่แค่เป้าหมายในห้องเรียน แต่มันคือการเรียนรู้เพื่อโลกที่ดีกว่า

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2568 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ด (Central World) และคุณสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/AssumptionCollege1885

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและทำให้เด็ก ๆ ส่องสว่างไปกับความรู้อย่างมีจุดหมาย

ที่มา – ตื่นตา! มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้

เตรียมตัวให้พร้อม “คนละครึ่ง 2568” มาแน่! เริ่ม ต.ค. 68

รัฐบาลเตรียมเปิดโครงการ คนละครึ่ง 2568 แล้ว! ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และสนับสนุนร้านค้ารายย่อยให้สามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากข้อมูลที่ได้รับ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดำเนินโครงการ คนละครึ่ง 2568 โดยเฉพาะในด้านระบบไอทีที่สามารถนำกลับมาใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเริ่มต้นสร้างใหม่ ช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณไปได้มาก

เตรียมตัวให้พร้อม “คนละครึ่ง 2568” มาแน่!

นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจจะเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่ง 2568 ที่จะเปิดให้ลงทะเบียนในเร็วๆ นี้ โดยต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้

  • เป็นคนสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ขั้นตอนการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ

สำหรับผู้ที่ต้องการร่วมโครงการ คนละครึ่ง 2568 มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:

  • 1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com โดยกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน (เว็บไซต์ยังไม่เปิดให้ลงทะเบียนในขณะนี้)
  • 2. ดาวน์โหลดแอป “เป๋าตัง” เพื่อใช้สิทธิในการซื้อของ
  • 3. ยืนยันตัวตนผ่านรหัส OTP ที่ได้รับทาง SMS
  • 4. รอผลการสมัครภายใน 2-3 วัน

สำหรับผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการในรอบก่อนหน้าและยังคงมีแอป “เป๋าตัง” อยู่แล้ว เพียงแค่กดยืนยันสิทธิในแอปพลิเคชันก็สามารถเข้าร่วมได้ทันที

ร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ

ผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่ง 2568 จะต้องมีเงื่อนไขเบื้องต้นดังนี้:

  • เป็นกิจการประเภทร้านอาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าทั่วไป
  • เป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล
  • ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อหรือธุรกิจแฟรนไชส์

สำหรับร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการมาก่อนและยังมีแอป “ถุงเงิน” จะสามารถกลับมาใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่ร้านค้าใหม่จะต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ หรือแจ้งผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย และดาวน์โหลดแอปเพื่อรับการชำระเงิน

ทั้งนี้เงินที่ร้านค้าจะได้รับจากการขายจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ลูกค้าจ่ายผ่าน G-Wallet จะได้รับในช่วงเช้ามืด (02:00 – 06:00 น.) และส่วนที่ภาครัฐสนับสนุนจะได้รับในช่วงเย็น (17:30 – 19:00 น.) ของวันถัดไป

แม้รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น วงเงินรวมของโครงการ หรือสัดส่วนการแบ่งจ่ายยังอยู่ระหว่างการพิจารณาจากรัฐบาล แต่ข้อมูลที่ชัดเจนตอนนี้คือ กระทรวงการคลังพร้อมสนับสนุนโครงการอย่างเต็มที่ทันทีที่ได้รับไฟเขียว

อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม เพราะโครงการ คนละครึ่ง 2568 กำลังจะมาแรงตลอดช่วงปลายปีนี้!

ที่มา – เตรียมตัวให้พร้อม “คนละครึ่ง 2568” มาแน่! เริ่ม ต.ค. 68 เร่งเช็กวิธีลงทะเบียนล่าสุด