ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ล่า ‘แก๊งจีนโหด’ คาดบินหนีออกประเทศ ตามยึดรถเช่าใช้ฆ่าสาวยัดกระเป๋าถ่วงน้ำ

กรณีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรี เมื่อหญิงสาวนิรนามถูกฆ่าอย่างโหดและยัดใส่กระเป๋าเดินทาง พร้อมถ่วงน้ำหนักด้วยดัมเบล 15 กก. แล้วโยนทิ้งในอ่างเก็บน้ำ พื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง เป็นข่าวที่สร้างความหวั่นวิตกในสังคม และได้รับความสนใจอย่างมาก

ล่า ‘แก๊งจีนโหด’ คาดบินหนีออกประเทศ ตามยึดรถเช่าใช้ฆ่าสาวยัดกระเป๋าถ่วงน้ำ

จากข้อมูลเบื้องต้นของตำรวจ พบว่ารถเอสยูวีคันหนึ่งมีความน่าสงสัยว่าเป็นรถที่ใช้ในการก่อเหตุ คือ รถเช่ายี่ห้อโตโยต้า เวลอส สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน จพ 9891 ชลบุรี ซึ่งผู้เช่าเป็นชายชาวจีนที่ได้รับรถบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และนำมาส่งคืนก่อนกำหนด ด้วยเหตุผลว่ารีบกลับประเทศจีน

คำให้การจากบริษัทรถเช่า

จากคำให้การของเจ้าของเต็นท์รถเช่า ระบุว่าลูกค้าชายชาวจีนรายนี้ เป็นลูกค้าเก่าที่เคยมาเช่ารถมาก่อน และทำสัญญาเช่าในช่วงวันที่ 10 ส.ค. ถึง 10 ก.ย. แต่กลับนำรถมาคืนก่อนเวลานัดหมาย พร้อมกับมีหญิงไทย 2 คน และชายชาวจีนอีก 1 คน เป็นผู้นำรถมาคืน

ที่สำคัญ พนักงานระบุว่าเมื่อได้รับรถคืน พบว่ารถมีการล้างทำความสะอาดจนสะอาดเอี่ยม แต่มีรอยเสียหายที่ชุดแต่งหน้ารถด้านซ้าย และมีร่องรอยถูกหินขูดรอบคัน พนักงานจึงแจ้งให้ลูกค้าทราบ และลูกค้าก็ยอมจ่ายเงินชดเชยประมาณ 2,000 บาท ก่อนแยกย้ายกันออกจากกัน

ตำรวจแห่ง สภ.ห้วยใหญ่ และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานชลบุรี (พฐ.) ได้ร่วมกันตรวจสอบรถยนต์คันนี้เป็นลำดับแรก และเก็บหลักฐานอย่างละเอียด พบว่ารถยนต์มีลายนิ้วมือแฝงหลายรายที่อาจเป็นของผู้ก่อเหตุ

  • มีการซื้อดัมเบลยี่ห้อเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุในห้างย่านพัทยาใต้
  • มีความเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น การเช่ารถจากสนามบิน และคืนรถก่อนกำหนด
  • เอกสารเช่ารถที่สามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มจีนที่เป็นผู้ก่อเหตุได้

ความคืบหน้าล่าสุด กลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้อาจได้บินหนีออกจากประเทศไทยแล้ว ตำรวจจึงเร่งสืบสวนเชื่อมโยงกับข้อมูลผู้เข้า-ออกประเทศในช่วงเวลานั้น เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่ม แก๊งจีนโหด เป็นกลุ่มที่อาจมีการวางแผนก่อเหตุไว้ล่วงหน้า ส่งผลให้คนร้ายสามารถซ่อนตัวและย้ายถิ่นฐานได้อย่างรวดเร็ว สร้างความยากลำบากให้เจ้าหน้าที่ในการสอบสวน และอาจต้องประสานงานกับหน่วยงานในต่างประเทศเพื่อดำเนินการในขั้นต่อไป

แม้ตัวคนร้ายยังไม่ตกเป็นของ觖่อน แต่การเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นระบบและการตามล่าอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นให้สาธารณชนว่าความยุติธรรมจะได้รับการบังคับใช้อย่างเต็มที่

เมื่อเผชิญกับอาชญากรรมร้ายแรงเช่นนี้ สังคมควรตื่นตัวและเข้มแข็งร่วมกัน ห้ามกลัว ห้ามเงียบ ต้องเป็นสังคมที่ไม่มีที่อยู่สำหรับความโหดร้ายและการทำลายศักดิ์ศรีมนุษย์

ที่มา – ล่า ‘แก๊งจีนโหด’ คาดบินหนีออกประเทศ ตามยึดรถเช่าใช้ฆ่าสาวยัดกระเป๋าถ่วงน้ำ

สิงโตคำราม เปิดถ้ำต้อน อันดอร์รา สู่ชัยครั้งที่ 4 ติดต่อ

ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม K เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทีมชาติอังกฤษ หรือที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกเรียกกันว่า “สิงโตคำราม” แสดงผลงานยอดเยี่ยมอีกครั้ง ภายใต้การคุมทัพของแกเร็ธ เซาธ์เกต ส่งทีมลงสนามที่ สนามวิลลา พาร์ก ในเมืองเบอร์มิงแฮม บุกเบารับทีมเยือนอย่าง “อันดอร์รา” จนสามารถคว้าชัยชนะไปแบบขาดลอย 2-0

สิงโตคำราม เปิดบ้านต้อน อันดอร์รา 2-0

เกมนี้ “สิงโตคำราม” ครองบอลได้อย่างเหนียวแน่น เป็นฝ่ายบุกตลอดเวลา และสามารถสร้างความได้เปรียบตั้งแต่ครึ่งแรก เมื่อ โนนี มาดูเอเก เกือบสังกัดประตูทีมเยือนในนาทีที่ 25 โดยลูกเปิดของเขาแฉลบศีรษะ คริสเตียน การ์เซีย เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง ช่วยให้ อังกฤษ เป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก

ศึกนัดสนุก ผลัดกันลุ้น

หลังพักครึ่งกลับมาในนาทีที่ 67 “สิงโตคำราม” ได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ รีซ เจมส์ เปิดบอลจากฝั่งขวาให้ เดแคลน ไรซ์ โหม่งเช็ดเข้าประตูอย่างสวยงาม เป็นประตูที่ช่วยกระตุ้นความมั่นใจของทีมชุดขาวให้เพิ่มมากขึ้น และทำให้ทีมรักษาสถานะได้จนถึงจบเกม

ดูดีเหมือนเต้นรำบนเวที!

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมในนัดนี้ “สิงโตคำราม” สามารถคว้าชัยชนะติดต่อกันเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 4 เกม ทำสถิติได้ 12 คะแนนเต็มจาก 4 นัด ยิงรวมทั้งหมด 8 ประตู และยังไม่เสียประตูใดๆ เลย เป็นการเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบในการลุ้นตั๋วผ่านเข้าสู่ศึก ฟุตบอลโลก 2026 นอกจากนี้ยังทำให้พวกเขาขึ้นแท่นจ่าฝูงของกลุ่ม K อย่างรวดเร็ว

  • สถิติความสำเร็จ: ชัยชนะ 4 นัดรวด ได้ 8 ประตู ไม่เสียเลย
  • จ่าฝูงกลุ่ม K: ขึ้นแท่นจ่าฝูงการแข่งขัน
  • อันดอร์รา: แพ้ต่อเนื่อง 5 นัด ยังไม่ได้แต้ม

ในขณะที่ “อันดอร์รา” คงต้องกลับไปปรับทัพอย่างหนัก เนื่องจากพวกเขาต้องแมตช์แพ้ต่อเนื่องมาแล้ว 5 เกม และยังไม่สามารถทำแต้มได้เลยทำให้ต้องถล่มอันดับสุดท้ายของกลุ่มK

อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลโลก 2026 ยังอีกยาวไกล แต่การเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมของ “สิงโตคำราม” แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของพวกเขา สิ่งที่พวกเขาพิสูจน์ในแมตช์กับ “อันดอร์รา” เป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของการเดินทางที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น

หากคุณเป็นแฟนฟุตบอลชาวอังกฤษ หรือติดตามทีมต่อไป คงต้องติดตามผลงานของทีมในแมตช์หน้ากันอย่างแน่นอน เพราะ “สิงโตคำราม” พร้อมคำรามลั่นเสียงทุกสนาม

ที่มา – “สิงโตคำราม” เปิดถ้ำต้อน “อันดอร์รา” คว้าชัย 4 เกมรวด

โจรดวงตก! ขโมยรถกู้ชีพขับน้ำมันหมด โทรขอตำรวจช่วยเติม ถูกรวบ

เหตุการณ์ที่น่าอึ้งเกิดขึ้นที่ จ.ตรัง เมื่อชาย 2 คน อ้างตนเป็นอาสากู้ชีพ ขโมย รถกู้ชีพ จาก จ.กระบี่ มาใช้งาน จนขับจน น้ำมันหมด และกล้าหาญ โทรขอความช่วยเหลือตำรวจ ให้เติมน้ำมัน จนถูกรวบตัวได้ทันควัน

โจรดวงตก! ขโมยรถกู้ชีพขับน้ำมันหมด โทรขอตำรวจช่วยเติม ถูกรวบ

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจเมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุจากผู้โทรเข้ามาขอความช่วยเหลือว่า รถกู้ชีพ น้ำมันหมด บริเวณริมถนนสี่แยกวังตอ ถนนวิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เหตุดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง เร่งไปช่วยเหลือทันที

ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน นข 4268 กระบี่ ซึ่งเป็น รถกู้ชีพ ติดสติ๊กเกอร์ระบุชื่อหน่วยงานจากกระบี่ รวมถึงมีชายสองคนอายุ 19 และ 17 ปี สวมชุดเหมือนอาสา กล่าวอ้างว่าเดินทางมาจากกระบี่เพื่อมาส่งศพ แต่มีพฤติกรรมน่าสงสัย

ความพิรุธไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารไม่พบ และทั้งคู่บอกว่าไม่ได้พกเงินหรือมือถือมาด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยว่าพวกเขามีเจตนาไม่เหมาะสม ก่อนจะโทรศัพท์ไปยังหน่วยงานต้นสังกัดในกระบี่ และพบว่าแท้จริงแล้ว รถกู้ชีพ คันนั้นถูกขโมยไปจริง!

น.ส.นิตยา อรุณรัตน์ (หยก) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง เผยว่าตอนรับแจ้งเบื้องต้นคิดว่าเป็นอาสาที่ไปส่งศพจริงๆ แต่หลังพบความผิดปกติ จึงรีบประสานกับสถานีตำรวจ และมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อเปิดเผยว่า รถกู้ชีพโดนขโมย และใช้สิทธิโทรขอเติมน้ำมัน โดยไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจเรื่องโจรกรรมในที่สุด

นายธนกฤต บำรุงชู (ขวด) อายุ 26 ปี อาสาหน่วยกู้ชีพ-กู้ภัยเพหลากระบี่ เปิดเผยว่าศูนย์อยู่ในช่วงก่อสร้าง และยังไม่ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยส่วนใหญ่ใช้รถในการรับส่งผู้ป่วยในพื้นที่เท่านั้น แต่ครั้งนี้มีโจรเอาโอกาสขโมยรถไปใช้งาน เพราะกุญแจเสียบอยู่ตลอดเพื่อความสะดวก

  • ชาย 2 คน อายุ 19 และ 17 ปี ถูกจับได้ที่ อ.เมือง จ.ตรัง
  • ใช้ รถกู้ชีพ โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • อ้างว่าขโมยมากลัวไม่มีเงินน้ำมันจึงโทรขอความช่วยเหลือ
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรขอความช่วยเหลือ ตรวจสอบจนพบความจริง

หลังการสอบสวนเบื้องต้น ชายทั้งสองให้การว่าอยากมาหาญาติใน อ.กันตัง แต่จนไม่เจอ ขณะที่น้ำมันในรถเต็มเท่าที่จะขโมยไปได้ และเมื่อหมดก็ โทรขอความช่วยเหลือ ให้เติมน้ำมัน จนทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นเรื่องตลกสาระผสมผสานกับความเศร้าด้วย

อย่างไรก็ตาม ตำรวจ สภ.คลองท่อม ได้นำตัวกลับไปสอบสวนเพิ่มเติม และเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีความตั้งใจในการขโมย มีการวางแผน จึงเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีเตือนใจว่า แม้มารยาทดีจะ guiActive ความจริงอาจน่าตกใจ ความกล้าหาญในการโยนตนเองเข้าระบบ ก็อาจกลายเป็นดักพรางที่เจ้าหน้าที่ไว้ไม่นาน

หากคุณเป็นหน่วยกู้ชีพ ควรตั้งกุญแจให้อยู่ในที่ปลอดภัย และจำกัดการใช้งานเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าขันแบบนี้ขึ้นอีกครับ

ที่มา – โจรดวงตกขโมยรถกู้ชีพขับน้ำมันหมด ใจกล้าโทรฯขอตำรวจช่วยเติมเจอรวบทันควัน

คุณพร้อมไหม! อุทยานฯแก่งกระจาน​ ชวนสายลุยเที่ยว ‘น้ำตกแม่กระดังลา’

ถ้าคุณเป็นสายลุยและรักการท่องเที่ยวกลางป่า เตรียมตัวให้พร้อม เพราะ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสกับความงามของ “น้ำตกแม่กระดังลา” หนึ่งในน้ำตกที่น้อยคนรู้จัก แต่มีความงดงามอย่างแท้จริง

คุณพร้อมไหม! อุทยานฯแก่งกระจาน​ ชวนสายลุยเที่ยว ‘น้ำตกแม่กระดังลา’

น้ำตกแม่กระดังลาตั้งอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี บริเวณนี้เต็มไปด้วยต้นกระดังลาที่ขึ้นป่าอย่างหนาแน่น ส่งเสริมให้บรรยากาศโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์และเย็นสบายตลอดทั้งปี

การเดินทางแบบผาดโผน ไปถึงใจกลางป่า

การเดินทางไปยัง น้ำตกแม่กระดังลา ถือเป็นการผจญภัยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะช่วง 2 กิโลเมตรสุดท้ายซึ่งเป็นถนนลูกรังที่ค่อนข้างลาดชัน ทำให้ต้องใช้รถยนต์ 4×4 เท่านั้น หากคุณพร้อมรับมือกับความยากลำบากเล็กน้อย สิ่งที่ได้กลับมาคือประสบการณ์ที่ประทับใจและภาพถ่ายที่งดงาม

มาถึงจุดจอดรถ คุณจะได้เห็นแอ่งน้ำใส ๆ ของ น้ำตกแม่กระดังลา ที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติเขียวขจี เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ แช่เท้า หรือแม้แต่นั่งสัมผัสความสงบกลางป่า

ท่องเที่ยวได้ทั้งปี อร่อยที่สุดในฤดูฝน

น้ำตกแม่กระดังลา สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูฝนจะสวยงามเป็นพิเศษ เพราะปริมาณน้ำจะไหลล้นหลามมากขึ้น ส่งผลให้ทิวทัศน์โดยรอบดูชุ่มฉ่ำและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ถือเป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเลย

  • เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชอบลุยป่า
  • ต้องใช้รถ 4×4 ในการเข้าถึง
  • บรรยากาศร่มรื่น น้ำใส ธรรมชาติเต็มตัว
  • ท่องเที่ยวได้ทั้งปี แต่สวยสุดช่วงฤดูฝน

ด้วยบรรยากาศที่ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง น้ำตกแม่กระดังลา จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะกับใครหลายคนที่ต้องการหนีความวุ่นวายของเมืองเข้าไปพักกายและใจกับธรรมชาติ

หากคุณสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 032-772312 หรือติดตามเพจ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อรับข้อมูลกิจกรรมล่าสุด

อย่ารอช้า! เตรียมกระเป๋า เตรียมตัว และมาสัมผัสความงามที่ น้ำตกแม่กระดังลา รออยู่กลางใจป่า

ที่มา – คุณพร้อมไหม! อุทยานฯแก่งกระจาน​ ชวนสายลุยเที่ยว ‘น้ำตกแม่กระดังลา’

ช็อก! นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 74 พลัดตกโรงแรมหรูเมืองพัทยาดับปริศนา

เหตุการณ์สะเทือนใจเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 74 ปี พลัดตกจากโรงแรมหรูในเมืองพัทยาและเสียชีวิตอย่างปริศนา ข่าวดังกล่าวสร้างความตกใจให้กับทั้งชุมชนท้องถิ่นและผู้คนที่ติดตามข่าวสารในโซเชียลมีเดีย

ช็อก! นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 74 พลัดตกโรงแรมหรูเมืองพัทยาดับปริศนา

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ร.ต.ท. มานะศักดิ์ พลเยี่ยม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ริมถนนพัทยาสาย 2 ตำบลงปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จนนำไปสู่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน บุคลากรทางการแพทย์ และทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา

บริเวณที่เกิดเหตุอยู่ด้านข้างอาคาร ศพของผู้ตายถูกพบในสภาพคว่ำหน้า ไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงว่ายน้ำขาสั้นสีดำ มีเลือดไหลออกจากปาก กระดูกหักหลายจุด ซึ่งเป็นลักษณะของผู้ได้รับบาดเจ็บจากความสูงอย่างรุนแรง โดยทราบชื่อผู้เสียชีวิตว่านายคีธ์ โจเนส ชายชาวอังกฤษอายุ 74 ปี

พยานเหตุให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

ด้านนายภาณุภัท ธนเกษมภาคิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการพิเศษเมืองพัทยา เปิดเผยว่าก่อนเหตุเกิด เขาอยู่ห่างจากจุดที่พบศพราว 6-7 เมตร จากนั้นได้ยินเสียงกระแทกดังสนั่น คล้ายหม้อแปลงระเบิด จึงรีบเข้าไปตรวจสอบ เขาระบุว่าเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบชายวัยชราจมกองเลือดอยู่ในสภาพไม่สติ แม้จะพยายามช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ตาย_registered ห้องพักหมายเลข 1079 ชั้น 10 ของโรงแรมดังกล่าว เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในห้องพัก ไม่พบลักษณะของมีการต่อสู้ หรือการรื้อค้นทรัพย์สินใด ๆ สิ่งที่เพิ่มความลึกลับคือ จากหน่วยความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด ไม่มีใครเข้าออกห้องพักของผู้เสียชีวิตนอกจากตัวผู้ตายเอง จนกระทั่งพบว่าในเวลาใดเวลาหนึ่ง ได้เกิดเหตุล้มกระแทกจากบริเวณด้านบนของตึกมาสู่ด้านล่างจนเสียชีวิต

  • ผู้เสียชีวิตอายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ
  • ไม่มีใครเห็นเข้าออกห้องพักเวลานั้นนอกจากตัวผู้ตาย
  • ไม่พบสิ่งผิดปกติภายในห้อง
  • ยังไม่มีข้อสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือ ฆ่าตัวตาย

แม้ในตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดถึงสาเหตุการเสียชีวิตของช็อก! นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 74 พลัดตกโรงแรมหรูเมืองพัทยาดับปริศนา แต่ขั้นตอนต่อไปคือ การส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อระบุสาเหตุการตายอย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลายคนมองกลับมายังการเฝ้าระวังสถานที่ท่องเที่ยวในพัทยา รวมถึงการวางมาตรการความปลอดภัยภายในโรงแรมหรูที่มีผู้เข้าพักจากต่างประเทศจำนวนมาก

ทั้งนี้เราคงต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมคดี อย่างไรก็ตาม การเคารพความปลอดภัยภายใต้การบริการลูกค้าในสถานที่ท่องเที่ยวนั้น จำเป็นและสำคัญเสมอ

ที่มา – ช็อก! นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 74 พลัดตกโรงแรมหรูเมืองพัทยาดับปริศนา

‘ทวี’ ไปปัตตานีตามงานศูนย์ฟื้นฟูสภาพสังคม-สร้างขวัญกำลังใจให้เด็กกำพร้า128คน

เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรมว.ยุติธรรม ได้เดินทางไปยัง ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดปัตตานี ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก เพื่อติดตามการทำงานและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่และผู้เข้ารับการฟื้นฟูสภาพทางสังคม

‘ทวี’ ไปปัตตานีตามงานศูนย์ฟื้นฟูสภาพสังคม-สร้างขวัญกำลังใจให้เด็กกำพร้า128คน

รัฐมนตรียุติธรรมได้รับฟังรายงานการดำเนินงานอย่างละเอียด และกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดให้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ อีกทั้งยังให้ขวัญกำลังใจแก่ผู้เข้ารับการบำบัดให้มีความมุ่งมั่นในการกลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมอย่างยั่งยืน

แนวทางการทำงานในอนาคต

พ.ต.อ.ทวี เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข เทศบาล ผู้นำชุมชน และภาคประชาชน โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อ “ลดปัญหา เพิ่มโอกาส และสร้างสังคมที่เข้มแข็งปลอดภัย” อย่างยั่งยืน

ศูนย์ฟื้นฟูฯ แห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ดูแลและพักฟื้นสำหรับผู้ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติด และเตรียมความพร้อมให้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลผ่าน สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 9 และงบประมาณจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

ขณะนี้ศูนย์ดำเนินการในรูปแบบอบรมแบบรุ่น โดย ‘ทวี’ ไปปัตตานีตามงานศูนย์ฟื้นฟูสภาพสังคม-สร้างขวัญกำลังใจให้เด็กกำพร้า128คน อยู่ในรุ่นที่เริ่มเมื่อวันที่ 1 กันยายน และสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน อย่างไรก็ตาม ในอนาคตแผนงานจะปรับให้ผู้ต้องการบำบัดสามารถเข้าใช้บริการได้ทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง

  • การสร้างความตระหนักรู้ในชุมชน
  • การดูแลเด็กกำพร้าในพื้นที่
  • การส่งเสริมอาชีพและการพัฒนาทักษะชีวิต
  • การทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย

นอกจากนี้ รัฐมนตรียังมีบทบาทในกิจกรรม “ปั่นน้ำใจ สร้างความสุขให้เด็กกำพร้า 128 คน” ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรม P.N.Y.S. ณ อบต.บานา อ.เมืองปัตตานี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดีจากชุมชนเป็นอย่างมาก

พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวชื่นชมชมรม P.N.Y.S. ถึงความตั้งใจในการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนเด็กกำพร้า และมองว่าสิ่งนี้คือ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ที่เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของความเห็นอกเห็นใจและน้ำใจในถิ่นฐานบ้านเกิด

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันปั่นจักรยานเพื่อส่งเสริมสุขภาวะจิตใจ และส่งต่อความอบอุ่นให้แก่เด็กกำพร้าในพื้นที่ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความประทับใจและยกระดับคุณค่าของความช่วยเหลือในชุมชนอย่างแท้จริง

ด้วยการดำเนินงานที่ต่อเนื่องทั้งจากภาครัฐและภาคประชาชน เราเชื่อว่าประเทศไทยก้าวไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และความหวัง

หากคุณกำลังมองหาโอกาสที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ลองเริ่มต้นจากเล็ก ๆ ด้วยการบริจาค อาสาสมัคร หรือการสนับสนุนเด็กกำพร้าในพื้นที่ใกล้บ้านคุณ

ที่มา – ‘ทวี’ ไปปัตตานีตามงานศูนย์ฟื้นฟูสภาพสังคม-สร้างขวัญกำลังใจให้เด็กกำพร้า128คน

ททท.จัดงาน ‘LOVE on EARTH’ ชวนเที่ยวโคราช เชิงนิเวศแบบรักษ์โลก

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ณ ศูนย์การเรียนรู้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการจัดงาน “LOVE on EARTH” ซึ่งเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในรูปแบบ Green Event หรือกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายในงานมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการโดย นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ นายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ททท.จัดงาน ‘LOVE on EARTH’ ชวนเที่ยวโคราช เชิงนิเวศแบบรักษ์โลก

งาน LOVE on EARTH นี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน 2568 เป็นงานเทศกาลเชิงนิเวศที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยภายในงานแบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่ โซนบูธอาหาร โซนบูธสินค้า OTOP และกิจกรรมการแสดงดนตรีเพื่อความบันเทิง นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้มีชื่อเสียงและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพื้นที่เดินทางมาร่วมงาน เช่น นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. นครราชสีมา และว่าที่ พันตำรวจโท ณัฐพงศ์ ทองดี ปลัดอาวุโสอำเภอปากช่อง อีกด้วย

จุดเด่นของงาน ‘LOVE on EARTH’

หนึ่งในเป้าหมายหลักของงาน “LOVE on EARTH” คือการส่งเสริมให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมได้ลดของเสีย ลดการใช้พลาสติก และเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลในกิจกรรมต่าง ๆ

  • การนำเสนออาหารจากฟาร์มโลคอลในพื้นที่
  • จำหน่ายสินค้าตามพระราชดำริและสินค้า OTOP ท้องถิ่น
  • จัดกิจกรรมดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น
  • จัดเวิร์กช็อปสร้างสรรค์โดยใช้วัสดุรีไซเคิล

นอกจากนี้ บรรยากาศโดยรอบของงานยังอยู่ในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติโดยตรง โดยเฉพาะในบริเวณปากช่อง ซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์และระดับโอโซนที่ดี จึงเป็นจุดพักผ่อนที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

แหล่งท่องเที่ยวในโคราชที่คุณไม่ควรพลาด

ผู้ที่อยากเพิ่มประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศหลังจากเข้าร่วมงาน LOVE on EARTH สามารถเดินทางต่อเพื่อชมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมาได้อีกมากมาย โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ที่มีความหลากหลายของสัตว์ป่าและธรรมชาติบริสุทธิ์ที่คุณสามารถสัมผัสได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เกษตรครบวงจรในอำเภอสูง ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเรียนรู้การปลูกพืชแบบยั่งยืน การเก็บเกี่ยวผักอินทรีย์ และได้รับประทานอาหารสดจากฟาร์มท้องถิ่น ทำให้การเดินทางของคุณไม่เพียงแค่เพลิดเพลิน แต่ยังมีความหมายและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

ทั้งนี้ นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั่วไปให้แวะเวียนมาเยือนจังหวัดนครราชสีมาในโอกาสที่เหมาะสม เพราะเป็นพื้นที่ที่>>ให้ประสบการณ์ที่ดีและยั่งยืนต่ออนาคตของทุกคน

ไม่ว่าคุณจะมาพร้อมครอบครัว เพื่อนฝูง หรือเพียงตัวคุณเอง การเที่ยวโคราชในวันนี้ไม่มีวันเก่าแก่ เพราะธรรมชาติยังเขียวขจีรอต้อนรับอยู่เสมอ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวสีเขียวได้ง่าย ๆ เพียงแค่มาร่วมงาน “LOVE on EARTH” หรือจองทริปท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่โคราชได้เลยวันนี้!

ที่มา – ททท.จัดงาน ‘LOVE on EARTH’ ชวนเที่ยวโคราช เชิงนิเวศแบบรักษ์โลก

เปิดสนามใหม่ ‘บิ๊กจ๋อ’ นำทัพศิษย์เก่าสวนนนท์ เตะบอลกระชับมิตร สื่อ-ตำรวจ

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี ได้มีกิจกรรมพิเศษที่ดึงดูดความสนใจของทั้งชุมชน นั่นคือการจัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร “First Match On Us” ซึ่งเป็นกิจกรรมเปิดสนามฟุตบอลใหม่ โดยมีนายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบนนทบุรี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ เป็นผู้นำ พร้อมด้วยแขกรับเชิญชั้นนำ เช่น นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.จรูญ จารุสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี

เปิดสนามใหม่ ‘บิ๊กจ๋อ’ นำทัพศิษย์เก่าสวนนนท์ เตะบอลกระชับมิตร สื่อ-ตำรวจ

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เน้นการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญในการส่งมอบสนามฟุตบอลที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยใหม่ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของสมาคมศิษย์เก่าให้กับโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนและชุมชนสามารถเข้ามาใช้สนามภายใต้มาตรฐานและสภาพที่เหมาะสมในการเล่นกีฬา รวมถึงเป็นการสร้างความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า ครู หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชน

บรรยากาศในวันเปิดสนามฟุตบอลใหม่

ความพิเศษของงานนี้อยู่ที่การพบกันของทีม “ผู้สื่อข่าว VIP 47” ที่นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช (บิ๊กจ๋อ) และ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ หรือ “สารวัตรแจ๊ะ สืบนครบาล” ร่วมกับผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ ซึ่งต้องมาปะทะกับทีม “VIP สวนนนท์” ที่มาในนามของนายวีระ รองปลัด ศธ. ตัวแทนจาก อบจ.นนทบุรี เทศบาลปากเกร็ด ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด และ สภ.ไทรน้อย

  • การจัดทีมแข่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างวงการสื่อ หน่วยงานรัฐ และชุมชน
  • การสนับสนุนจากสปอนเซอร์ทรงคุณภาพ เช่น สโมสร King Bull และแบรนด์เสื้อ COMPASS
  • พร้อมด้วยการร่วมเป็นกำลังใจจากคณะครูและศิษย์เก่าของโรงเรียน

เปิดสนามใหม่ ‘บิ๊กจ๋อ’ นำทัพศิษย์เก่าสวนนนท์ เตะบอลกระชับมิตร สื่อ-ตำรวจ เพราะมันไม่ใช่เพียงแค่การเตะบอล แต่เป็นการสานสัมพันธ์ สร้างความสามัคคี และส่งเสริมสุขภาพผ่านกีฬา โดยมีการแข่งขันสองคู่จากทีมศิษย์เก่า 2 ทีม เริ่มเตะกันตั้งแต่เวลา 15.00 น. และจะตามด้วยคู่สำคัญระหว่างทีมผู้สื่อข่าวกับทีม VIP สวนนนท์ ในเวลา 17.15 น. ก่อนจะมีพิธีส่งมอบสนามอย่างเป็นทางการ

กิจกรรมนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเมื่อกีฬามาวางร่วมกับจิตอาสาของผู้มีใจรักชุมชน จะเกิดการเชื่อมโยงที่เปี่ยมด้วยคุณค่า เช่น ความสามัคคี ความภาคภูมิใจใน母校 และการส่งเสริมวัฒนธรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในครอบครัวไทย

ที่มา – เปิดสนามใหม่ ‘บิ๊กจ๋อ’ นำทัพศิษย์เก่าสวนนนท์ เตะบอลกระชับมิตร สื่อ-ตำรวจ

ช้างศึกหนุ่ม เกือบแย่ โดนนำ 2 ครั้ง ไล่เจ๊าเลบานอน ลุ้นเข้ารอบ

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียอายุไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก กลุ่ม F นัดที่ 2 ระหว่าง ช้างศึกหนุ่ม ทีมชาติไทย พบกับทีมชาติเลบานอน ถือเป็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น โดยทั้งสองทีมต่างต้องการเก็บชัยชนะเพื่อลุ้นโอกาสเข้าสู่รอบสุดท้ายของการแข่งขัน

ช้างศึกหนุ่ม เปิดสนามแข่งขันที่สนามธรรมศาสตร์ สเตเดียม ในวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568 ภายใต้ความท้าทายของสภาพอากาศที่ฝนตกหนักจนต้องพักเกมไปชั่วคราว ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศในการแข่งขันเปลี่ยนไปอย่างมาก

ช้างศึกหนุ่ม เจ๊า เลบานอน 2-2

แม้ว่านาทีแรกของเกมจะผ่านไปด้วยความดุเดือด แต่ในครึ่งแรกทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูได้ และต้องจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์ 0-0

ครึ่งหลังสร้างสีสันขึ้นเมื่อเลบานอนสามารถออกนำไปก่อนได้ในนาทีที่ 48 จากลูกจุดโทษของ ฮาซัน ฟาร์ฮัท แต่ ช้างศึกหนุ่ม ไม่ยอมแพ้ และสามารถตีเสมอได้ในนาทีที่ 73 ผ่านผลงานของ เสกสรรค์ ราตรี

ทว่าความตื่นเต้นยังคงดำเนินต่อ เมื่อเลบานอน มาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 85 ทำให้อีกครั้งเป็นฝ่ายนำ 2-1 ก่อนจะถูก ช้างศึกหนุ่ม แก้ตัวประสบความสำเร็จตีเสมออีกครั้งในนาทีที่ 88 จบเกมสกอร์ 2-2 ต้องลุ้นจนนัดสุดท้าย

สถานการณ์ในกลุ่ม F คืออะไรบ้าง

จากผลการแข่งขันในรอบนี้ ทำให้แต้มของกลุ่ม F มีดังนี้ :

  • เลบานอน: 4 แต้ม
  • ช้างศึกหนุ่ม (ไทย): 4 แต้ม
  • มาเลเซีย: 3 แต้ม
  • มองโกเลีย: 0 แต้ม (ตกรอบแน่นอน)

ทีมที่จะได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายจะต้องเป็น 11 แชมป์กลุ่ม และอันดับ 2 ที่มีคะแนนสูงสุด 4 ทีม ซึ่งสถานการณ์ของทีมไทยยังคงเป็นไปได้ ต้องลุ้นอีกนัดสุดท้าย

กำหนดการนัดสุดท้ายกลุ่ม F

นัดสุดท้ายของกลุ่ม F จะมีขึ้นในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2568 ดังนี้ :

  • เวลา 16:00 น. เลบานอน vs มองโกเลีย
  • เวลา 19:30 น. ช้างศึกหนุ่ม vs มาเลเซีย

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวและผลการแข่งขันก่อนใครได้ที่นี่ และร่วมเชียร์ให้ทีมไทย ก้าวไปอีกขั้นในเส้นทางสู่แชมป์เอเชีย 2026

แม้ว่า ช้างศึกหนุ่ม จะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากของเกมไปได้ แต่ผลลัพธ์ในครั้งนี้สามารถทำให้เราเห็นถึงความมุ่งมั่นและใจเหล็กของทีม เป็นการเตือนใจว่าต้องพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เรารอลุ้นไปด้วยกันว่าทีมไทยจะบรรลุเป้าหมายจริงหรือไม่

ที่มา – ‘ช้างศึกหนุ่ม’ เกือบแย่ โดนนำ 2 ครั้ง ไล่เจ๊า ‘เลบานอน’ รอลุ้นเข้ารอบนัดสุดท้าย

เร่งช่วยชีวิต ‘เต่าหญ้า’ อุทยานฯสิรินาถ บาดเจ็บสาหัส คาดถูกเศษอวน-ขยะทะเลรัด

เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568 อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต พบเหตุการณ์น่าเศร้าใจเมื่อพบ เต่าหญ้า เพศเมีย ขนาดใหญ่ ความยาวกระดอง 68 เซนติเมตร บาดเจ็บสาหัสบริเวณหาดในทอน อาการโดยปรากฏแผลฉกรรจ์ที่พายหน้าทั้งสองข้างขาด กระดองมีรอยแตกร้าว และใต้กระดองมีรอยถลอกอย่างรุนแรง สันนิษฐานว่าเป็นผลจากการถูกเศษอวนหรือขยะทะเลพันรัดจนทำให้ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก

เร่งช่วยชีวิต ‘เต่าหญ้า’ อุทยานฯสิรินาถ บาดเจ็บสาหัส คาดถูกเศษอวน-ขยะทะเลรัด

นายศิริวัฒน์ สืบสาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เปิดเผยว่า การที่พบ เต่าหญ้า บาดเจ็บสาหัสเช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ของขยะทะเลที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์ทะเลซึ่งกำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติอย่างเร่งด่วน โดยนำส่งตัวเต่าหญ้าที่ได้รับบาดเจ็บไปยังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน เพื่อรับการรักษาอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ

เต่าหญ้าสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ต้องการความช่วยเหลือ

เต่าหญ้า เป็นหนึ่งในสายพันธุ์เต่าทะเลที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และจัดอยู่ในบัญชีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ การบาดเจ็บของสัตว์ชนิดนี้จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญและดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เรียกร้องให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการลดปริมาณขยะและไม่ทิ้งขยะลงในทะเล เพื่อปกป้องชีวิตของสัตว์ทะเล

  • เต่าหญ้า เป็นสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
  • การบาดเจ็บจากการถูกขยะทะเลเป็นเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วง
  • การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงจากผลพวงของบาดแผล

ภาพจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอกย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ของประชาชนทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะการปฏิบัติเล็ก ๆ ใน日常生活สามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของสัตว์ทะเลได้

ให้เราปฏิบัติตนร่วมกันเพื่ออนาคตของสัตว์น้ำที่อยู่เคียงข้างโลกเรา

ที่มา – เร่งช่วยชีวิต ‘เต่าหญ้า’ อุทยานฯสิรินาถ บาดเจ็บสาหัส คาดถูกเศษอวน-ขยะทะเลรัด