ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“ครม.อนุทิน” 100% แล้ว! “เสี่ยหนู” โวทำได้เร็วกว่าที่คาด

วันที่ 7 กันยายน 2568 “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมายังพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยลูกพรรครวมตัวเพื่อรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ โดย “ว่าที่นายกฯ หนู” ได้แจ้งชัดเจนว่า เตรียมคณะรัฐมนตรีไว้เป็นที่เรียบร้อย เพื่อเริ่มทำงานได้ทันที

“ครม.อนุทิน” จัดทีมมืออาชีพ

ในวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา “ว่าที่รัฐมนตรี” จำนวนหนึ่งมารวมตัวกันที่ร้านกาแฟ “จาบาริสตา” ของน.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายอนุทิน โดยมีผู้ที่คาดว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีชาวนอก 3 ท่าน ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร เตรียมรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นรัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ดำรงตำแหน่ง รมว.พลังงาน

ทำงานอย่างมืออาชีพ

นายอนุทินกล่าวชัดเจนว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้ (“ครม.อนุทิน”) จะเป็นการคัดเลือกจากความสามารถ ประสบการณ์ และความทุ่มเท ไม่คล้ายกับรัฐบาลชุดก่อนๆ ที่มักเลือกจากกระแสด้านข้าง หรือการ“โผ” ที่เปิดให้เดา ภาพรวมของ “ครม.อนุทิน” จะเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญ ทำงานแบบมืออาชีพ โดยทุกคนต้องมีเป้าหมายร่วมกัน และต้องสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นทีม

  • สโลแกน “สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน” เป็นแนวทางการทำงาน
  • ให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมีอำนาจเต็มในการบริหารงานโดยไม่ต้องรอคำสั่ง
  • ศึกษาจุดอ่อนของรัฐบาลชุดก่อนหน้า เพื่อปรับใช้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

副主席ยังกล่าวต่อว่า หากตั้งรัฐบาลในอีก 4 เดือนข้างหน้า ก็จะต้องยุบสภา มีเวลาไม่มากเพื่อสร้างผลงาน ดังนั้นทุกหน่วยงานต้องเร่งดำเนินการทันที โดยให้ “ครม.อนุทิน” เริ่มต้นทำงานด้วยความมุ่งมั่นสูงสุด

ภาพรวมของการสร้าง “ครม.อนุทิน” นี้ เต็มไปด้วยความบู๊ งานหนัก และความตั้งใจจริงในการบริหารบ้านเมือง ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของนายอนุทินที่ได้สร้างไว้ตลอดมา ว่าเป็นผู้นำที่กล้าตัดสินใจ และผลงานถูกต้อง

สุดท้ายแล้ว ปัญหาการเมืองที่มีอยู่ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ถ้ามีผู้นำที่มีแนวทางชัดเจน และมีคณะที่ทำงานเป็นทีมอย่างแท้จริง ก็จะสามารถขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้ มีความหวังว่า “ครม.อนุทิน” จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนรอคอย

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา และอย่าลืมกดติดตามเพื่อรับข่าวการเมืองล่าสุดในทุกวัน

ที่มา – “ครม.อนุทิน” 100% แล้ว! “เสี่ยหนู” โวทำได้เร็วกว่าที่คาด พร้อมลุยงานเต็มที่

เดิมพันศรัทธา! นายกฯอนุทิน

หลังจากผ่านการเลือกตั้งที่ตัดสินชัดเจน พรรคพลังธรรมใหม่ภายใต้การนำของ “นายกฯอนุทิน” สามารถคว้าเสียงจากสภาผู้แทนราษฎรมาได้ถึง 311 เสียง เหนือคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทย เพื่อขึ้นเป็นรัฐบาลชุดใหม่ท่ามกลางความคาดหวังอย่างสูงจากประชาชน

ความสำเร็จนี้มาจากการบริหารการเมืองอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะความร่วมมือกับพรรคกล้าธรรมและพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งช่วยเสริมเสียงสำคัญให้กับรัฐบาลสีน้ำเงินภายใต้การนำของ “อนุทิน” ได้อย่างน่าทึ่ง

เดิมพันศรัทธา! นายกฯอนุทิน

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้าของ “นายกฯอนุทิน” เป็นเรื่องใหญ่หลายประการ ทั้งเศรษฐกิจที่เผชิญวิกฤตจากภาษีทรัมป์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคส่งออก ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ และปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ที่ประชาชนต้องการทางออกอย่างเร่งด่วน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ ความคาดหวังต่อ “คณะรัฐมนตรี” หรือ “ครม.” ชุดใหม่ โดยหากสามารถดึงคนเก่ง นักวิชาการ หรือผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้ามารับตำแหน่งในกระทรวงสำคัญ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ จะช่วยเติมความเชื่อมั่นให้กับประเทศ

จัดการรัฐกับความเชื่อมั่น

แต่หาก ครม. ถูกมองว่าเป็นการ “แบ่งตำแหน่งตามพรรคพวก” อาจทำให้ความชอบธรรมของรัฐบาลเริ่มสั่นคลอนตั้งแต่ต้นทาง ความโปร่งใสในการแต่งตั้งทีมบริหารจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก

และอีกประเด็นใหญ่ที่ต้องจัดการ คือ คดีสำคัญที่สังคมให้ความสนใจมายาวนาน ทั้งคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว., คดีที่ดินเขากระโดง และคดีอัลไพน์ ซึ่งหาก “รัฐบาลอนุทิน” ยังดำเนินคดีไม่เป็นธรรม หรือเคลื่อนไหวแบบ “มีสองมาตรฐาน” จะถูกมองว่าเดินตามรอยรัฐบาลก่อนหน้า และเสี่ยงทำลายความเชื่อในการบริหารประเทศอย่างถาวร

อย่างไรก็ตาม “อนุทิน” ให้คำมั่นอย่างชัดเจนว่าภายใต้การนำของเขา จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่มีการช่วยใครหรือเลี่ยงใคร และส่งสัญญาณชัดเจนว่าไม่ต้องการ “ขยายความขัดแย้ง” อย่างที่เกิดขึ้นในอดีต

  • แก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน
  • ฟื้นฟูเศรษฐกิจและเกษตรกร
  • สร้างความโปร่งใสในคดีที่ประชาชนจับตามอง
  • จัดการความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างมีเสถียรภาพ

ศรัทธาที่ประชาชน “เดิมพัน” ให้กับ “นายกฯอนุทิน” นั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการคือการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คำสัญญาที่ลอยฟ้า

รัฐบาลชุดใหม่ถือเป็นหนึ่งในรัฐบาลที่มีโอกาสดีในการ “พิสูจน์ตัวเอง” ว่าจะสามารถอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง อนาคตของไทยอยู่ที่ “ความจริงใจและการลงมือทำ” จากนี้ไปทุกการกระทำของ “รัฐบาลอนุทิน” จะเป็นตัวบอกคำตอบ

ที่มา – เดิมพันศรัทธา! นายกฯอนุทิน

ซาบาเลนกา คว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น 2 สมัยซ้อน

สนามเทนนิสแห่งศึก แกรนด์สแลม ระดับโลก “ยูเอส โอเพ่น” ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นเวทีที่ “ซาบาเลนกา” จากเบลารุส มือ 1 ของสนาม เปิดบ้านป้องกันแชมป์ประเภทหญิงเดี่ยว เพื่อเผชิญหน้ากับ “อนิซิโมวา” จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมือ 8 ของสนาม และเป็นผู้ท้าชิงในครั้งนี้

ซาบาเลนกา สถิตในสนามชิงชนะเลิศ

ในเซตแรก การแข่งขันออกมาก็มีความเข้มข้น แต่ ซาบาเลนกา สามารถควบคุมจังหวะการเล่นได้ดีกว่า โชว์ฟอร์มสู้เต็มที่และไม่สะเทือนไหว จบเซตแรกไปด้วยชัยชนะของเธอ 6-3

เข้าสู่เซตที่ 2 ความดุเดือดของเกมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ “อนิซิโมวา” ที่กลับมาสู้ได้ดีกว่าเดิม จังหวะการรุกและรับดูแกร่ง เมื่อจบเกมปกติ สองนักกีฬาเสมอ 6-6 และต้องสู้ต่อในไทเบรก เพื่อหาผู้ชนะในเซตนี้

ฟอร์มแข็งแกร่งของซาบาเลนกา

แต่ในไทเบรก “ซาบาเลนกา” ยังคงความเย็นชาและมีสมาธิ กระทุ่งประตูได้มากกว่า ชนะไทเบรกไป 7-3 เซต 2 เองก็จึงจบลงด้วยผู้ชนะคือเธออีกเช่นกัน

ผลงานของ “ซาบาเลนกา” ในการคว้าชัยในแมตช์ชิงแชมป์ด้วยสกอร์ 6-3 และ 7-6 (7-3) แสดงให้เห็นถึงความสามารถระดับโลกของเธอ และนี่ก็เป็นการคว้าแชมป์ ยูเอส โอเพ่น เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นแชมป์แกรนด์สแลมครั้งที่ 4 ในอาชีพการแข่งขันของเธอ

ขณะเดียวกัน “อนิซิโมวา” พลาดจากโอกาสคว้าตำแหน่งแชมป์กับการเข้าชิงแกรนด์สแลมครั้งที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากในปีก่อนก็แพ้ในรอบชิงที่วิมเบิลดันให้กับคู่แข่งจากโครเอเชีย

แซงหน้าทุกขั้วแข่งจนคว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น 2 สมัยซ้อน

ผู้เล่นหญิงคนนี้ไม่เพียงแต่สานต่อความสำเร็จด้วยการครองตำแหน่งแชมป์แกรนด์สแลมในสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง แต่ยังยืนยันความโดดเด่นของเธอในฐานะหนึ่งในท็อปทีนของโลก

ด้วยการเล่นที่มั่นคง และจิตใจเหล็กในทุกเซต โดยเฉพาะในไทเบรกที่ช่วยให้เธอผ่านเข้าคว้าแชมป์ไปได้ “ซาบาเลนกา” กลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่สำหรับสาวๆ ที่ฝันอยากจุดประกายสนามเทนนิสระดับโลก

หากคุณเป็นแฟนกีฬาหรือกำลังตามหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ เทควันโดหรือสนามเทนนิส คอนเทนต์เช่นนี้เป็นแรงกระตุ้นให้คุณมุ่งสู่จุดสูงสุดในชีวิตได้เช่นกัน

ที่มา – “ซาบาเลนกา” ไล่ทุบ “อนิซิโมวา” ผงาดคว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น 2 สมัยซ้อน

ฟลูออไรด์ใช้อย่างไรไม่ทำลายฟัน – แนวทางการดูแลสุขภาพช่องปาก

ในการดูแลสุขภาพช่องปากให้แข็งแรง หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า “ฟลูออไรด์” ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลายด้าน โดยเฉพาะในการป้องกันฟันผุ อย่างไรก็ตาม การใช้งานอย่างถูกวิธีจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยไม่เสี่ยงต่อผลเสียที่ตามมา

ความสำคัญของ “ฟลูออไรด์” ต่อสุขภาพฟัน

“ฟลูออไรด์” คือแร่ธาตุที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเคลือบฟัน และช่วยให้ฟันสามารถต้านทานกรดที่เกิดจากแบคทีเรียในช่องปากได้ดียิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่เราจะได้รับฟลูออไรด์จากระบบประปา ยาสีฟัน และผลิตภัณฑ์ดูแลฟันอื่น ๆ

ควรใช้ฟลูออไรด์ในปริมาณเท่าไร

อย่างไรก็ตาม การใช้ฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสมจึงจะได้ผลที่ดีที่สุด โดยFaculty of Dentistry, Chulalongkorn University แนะนำว่า

  • ผู้ใหญ่ควรใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ประมาณ 1,500 ppm (ส่วนในล้านส่วน)
  • เด็กควรใช้ปริมาณที่ต่ำกว่า โดยแนะนำระหว่าง 1,000–1,500 ppm ขึ้นอยู่กับอายุและความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ โดยควรได้รับคำแนะนำจากทันตแพทย์

ผลของการใช้ “ฟลูออไรด์” มากหรือน้อยเกินไป

การใช้ “ฟลูออไรด์” อย่างไม่ถูกต้องอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพฟันและร่างกายได้เช่นกัน หากได้รับในปริมาณต่ำเกินไป ฟันอาจเสื่อมสภาพง่ายและเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ

ในทางกลับกัน หากได้รับมากเกินไป โดยเฉพาะในเด็กที่อาจกลืนยาสีฟันขณะแปรงฟัน อาจเกิดภาวะ “ฟันตกกระ (Dental Fluorosis)” ซึ่งส่งผลให้ฟันมีจุดขาวหรือแผลเป็น หรือการได้รับในปริมาณสูงมากอาจกระทบกระดูกและระบบต่าง ๆ ในร่างกายได้

การดูแลสุขภาพฟันไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะนอกจากจะมีผลต่อรอยยิ้มที่สวยงามแล้ว ยังสัมพันธ์กับสุขภาพโดยรวมด้วย การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์ จึงควรคำนึงถึงปริมาณและความเหมาะสมของแต่ละกลุ่มวัย เป็นการใช้ประโยชน์จากสารนี้อย่างชาญฉลาด

ที่มา – ‘ฟลูออไรด์’ ใช้อย่างไรไม่ทำลายฟัน

ทูเคิล เซ็ง สิงโตคำราม ยิงอันดอร์ราแค่ 2 เม็ด

ในเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทีมชาติอังกฤษ หรือที่แฟน ๆ เรียกกันว่า “สิงโตคำราม” ได้เปิดบ้านเจอกับทีมสมันน้อยอย่าง อันดอร์รา ซึ่งถือเป็นเกมที่คว้าชัยชนะมาได้อย่างสบาย แต่กลับลงเอยด้วยการชนะแค่ 2-0 ทำให้ ทูเคิล ผู้จัดการทีมรู้สึกผิดหวังอย่างมาก

ทูเคิล เซ็ง สิงโตคำราม ยิงอันดอร์ราแค่ 2 เม็ด

ทูเคิล กล่าวว่า เขาคาดหวังมากกว่านี้ ทีมของเขาเล่นได้เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ตั้งแต่ช่วงต้นเกมจนจบ แต่สิ่งที่ขาดไปคือ “จุดประกาย” ที่จะแปรรูปโอกาสเป็นประตูได้มากกว่านี้ เกมนี้แม้จะมีการควบคุมเกมอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพในการจบสกอร์กลับไม่ดีเท่าที่ควร

“หลังจากได้ประตูแรก มีอยู่ 10-15 นาทีที่เราเสียบอลกันมากเกินไป เราเสียสมาธิ แต่ครึ่งหลังเรากลับมามีสมาธิอีกครั้ง และเราก็ควรจะยิงประตูได้มากกว่านี้” ทูเคิล กล่าวภายหลังเกม

ปัญหาในระบบการเล่นมากกว่าความผิดพลาดรายบุคคล

เขาชี้ให้เห็นอีกว่า เรื่องพลังในการเล่นของทีมไม่มีปัญหา คุณภาพของนักเตะก็เหมาะสม แต่ทีมยังขาดความเฉียบคมในจังหวะจบสกอร์ ขณะเดียวกันยังต้องปรับจังหวะและเร่งความเร็วเกมให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าการเล่นในสนาม วิลลา พาร์ก ซึ่งแฟนบอลไม่เข้าชมกันเต็มความจุของสนาม เช่นเดียวกับเวลาที่ทีมเล่นใน พรีเมียร์ลีก นั้น ทำให้ทีมขาดแรงเชียร์ที่สำคัญ

  • “ผมคิดว่า เรื่องพลังไม่มีปัญหา คุณภาพก็ใช่และเราน่าจะยิงได้มากกว่านี้”
  • “เราต้องเร่งความเร็วของเกมอีกหน่อยในบางจังหวะ”
  • “แฟนบอลครึ่งหลังเข้ามามากขึ้น ส่งผลให้ทีมมีสมาธิกลับมา”

ทูเคิล ย้ำว่า ทีมของเขาเป็นฝ่ายครองเกมและมีโอกาสยิงเข้ากรอบมากกว่าอีกฝ่ายอย่างชัดเจน แต่จังหวะในการจบสกอร์กลับไม่เฉียบคมเท่าที่ควร สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทั้งทีมต้องปรับปรุงเรื่องการวางโครงสร้างเกมให้แน่นหนา และเพิ่มความรวดเร็วในจังหวะโจมตี ไม่ว่าจะเป็นการเล่นผ่านกลางหรือเกมรุกทางปีก

จากเกมนี้ ทีมชาติอังกฤษต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับนัดสำคัญที่จะตามมา ที่สำคัญคือการรักษาฟอร์มของนักเตะและช่วยกันปลุกเร้าความมั่นใจของทีมเพื่อให้สามารถทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง เพราะเส้นทางไปสู่ฟุตบอลโลก 2026 ยังต้องผ่านศึกหนักหลายนัด

หากคุณเป็นแฟนบอล “สิงโตคำราม” อย่าพลาดติดตามนัดถัดไป เพราะนี่อาจเป็นจังหวะสำคัญที่ทูเคิลจะปรับกลยุทธ์ให้ทีมกลับมาวูบวาบอีกครั้ง!

ที่มา – “ทูเคิล” เซ็ง “สิงโตคำราม” ยิงอันดอร์ราแค่ 2 เม็ด

เตือนกทม.มีฝนตกหนักร้อยละ 80 กลาง-ตอ.ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่ามีแนวโน้มฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในวันนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นเมื่อฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ต่ำและลาดเชิงเขา

เตือนกทม.มีฝนตกหนักร้อยละ 80 กลาง-ตอ.ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ข้อมูลจากกรมอุตุฯ ระบุว่าในพื้นที่ ภาคกลางและภาคตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดอย่างนครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีแนวโน้มฝนตกหนักถึงหนักมาก ความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันสูงมาก โดยเฉพาะในช่วงช่วงเย็นถึงค่ำ

กรุงเทพฯ ฝนตกหนัก 80%

กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 80% ของพื้นที่ อาจมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงเย็น ทำให้ถนนบางสายเกิด积水ในช่วงเวลาเร่งด่วน อุณหภูมิในช่วงกลางวันอยู่ระหว่าง 33-35 องศาเซลเซียส พร้อมลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

  • เตรียมถังเก็บน้ำหรือชุดกันฝนไว้ในรถ
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในเส้นทางที่มีแนวโน้มเสี่ยงต่อน้ำท่วม
  • ระวังพื้นที่ลาดชันและใกล้ทางน้ำ

นอกจากนี้ สำหรับภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองประมาณ 60% โดยเฉพาะในพื้นที่ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ซึ่งมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในทะเล ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการออกทะเลในบริเวณที่มีพายุฝน

สำหรับ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 โดยมีฝนตกหนักบางแห่ง พบในพื้นที่จังหวัดตาก ขอนแก่น ร้อยเอ็ด และนครราชสีมา

ประชาชนควรติดตาม ประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัย ทั้งในกรณีเดินทาง หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อโดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า

ในที่สุด ความเตรียมพร้อมและความระมัดระวังคือสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงฤดูฝน ดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัย เพราะภัยธรรมชาติไม่เคยมีกำหนดการแน่นอน

ที่มา – เตือน “กทม.” มีฝนตกหนักร้อยละ 80 “กลาง-ตอ.” ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน

ครม.อนุทินลงตัว100% ทำงานทันที โชว์ 3 ว่าที่รมต.คนนอก

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 นำเสนอข่าวสำคัญเกี่ยวกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของพล.อ.อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ประกาศเข้าสู่ระบบราชการอย่างเต็มตัว พร้อมกับเปิดโปรมอบหมายตำแหน่ง “ว่าที่รัฐมนตรีคนนอก” ให้รับตำแหน่งทันที โดยเฉพาะในกระทรวงสำคัญ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงคลัง กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการต่างประเทศ

ครม.อนุทินลงตัว100% ทำงานทันที โชว์ 3 ว่าที่รมต.คนนอก

ข่าวดังกล่าวเป็นการยืนยันว่า พล.อ.อนุทินเลือกผู้ร่วมงานใหม่อย่างรอบคอบ โดยมีว่าที่รมต.ที่เตรียมเข้าประจำตำแหน่งแล้ว _(โดยไม่รอตรวจสอบผลงานในอดีตอย่างละเอียด)_ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในการขับเคลื่อนงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ปัญหาโครงสร้างรัฐอย่างเร่งด่วน

ผู้ร่วมงานคนนอกเข้มแข็ง แต่ก็ต้องตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม การมี “คนนอก” เข้ามาครองตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในวงการการเมืองและสังคม เพราะกังวลว่าอาจขาดความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับระบบราชการและการเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ความสามารถในการทำงานจริงของ “ว่าที่รมต.คนนอก” เหล่านี้ ซึ่งหากพิสูจน์ตัวได้ในระยะสั้น ก็อาจกลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศที่แข็งแกร่งกว่ารัฐบาลชุดก่อนหน้า

  • ข่าว1: ครม.อนุทินลงตัว100% ทำงานทันที โชว์3ว่าที่รมต.คนนอก ครบเครื่องคลัง-พลังงาน-กต.
  • ข่าว2: ว่าที่นายกฯเดินหน้า ‘คนละครึ่ง’ ฟื้นวิกฤติเศรษฐกิจ ให้ว่าที่รมว.คลังทำ ภาคเอกชนตอบรับ
  • ข่าว3: ‘โรม’ฝากหนูเอาผิดเขมรแสบ แก้ปมชายแดน ฝากมทภ.2ใหม่ ยึดแบบคนเดิม
  • ข่าว4: จับโนอาร์ล่าผี ติ๊กต็อกเกอร์ดังโปรโมตเว็บพนัน รับงาน5-8หมื่นบาท
  • ข่าว5: ลุยวอร์รูม IAC ปราบแก๊งคอล ‘ซิมผี-บช.ม้า’ แกะรอยล็อกผู้จ้าง-กดเงินฉ้อโกงปชช.

นอกจากนี้ ยังมีการรวบรวมข่าวด่วนรายวันจากกรอบ 1 ดาว ตามภูมิภาคต่าง ๆ ที่ถือว่าสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นข่าวการเผยโฉมว่าที่รมต. โควตาคนนอก, การปัดฝุ่นโครงการ “คนละครึ่ง”, ข่าวความเชื่อของประชาชนเกี่ยวกับการทำบุญในหมู่บ้าน รวมถึงข่าวความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านต่อต้านการค้ายาเสพติด

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพล.อ.อนุทิน ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการ เร่งฟื้นเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานที่เร่งรีบต้องไม่สูญเสียความรอบคอบ และการเฝ้าดูผลงานของว่าที่รมต.คนนอกในระยะปีแรกจะเป็นสิ่งสำคัญที่ประชาชนต้องให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด

หากคุณอยากรู้ข่าวด่วนเพิ่มเติม ติดตามได้ในหนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์” ฉบับวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน และฉบับล่วงหน้าวันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568

เรียบเรียงข่าวโดย: ทีมงาน Dailynews – สำนักข่าวเดลินิวส์

ที่มา – เดลินิวส์ 7 ก.ย.ครม.อนุทินลงตัว100% ทำงานทันที โชว์ 3 ว่าที่รมต.คนนอก

หมอบรรณาแจ้งข่าวเศร้า หมอโอมเสียชีวิตจากโรคมะเร็งวัย 35

วงการแพทย์ได้สูญเสียบุคลากรสำคัญเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา เมื่อนพ.ทรงฤทธิ์ ป้องปาน หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ‘หมอโอม’ อายุรแพทย์โรคมะเร็งประจำโรงพยาบาลเลย เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 35 ปี ท่ามกลางความเสียใจของเพื่อนร่วมงานและคนไข้จำนวนมาก

หมอโอมป่วยเป็นโรคมะเร็งและต้องการเกล็ดเลือด

ก่อนหน้านี้ พี่ชายของหมอโอมได้ออกมาโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของหมอโอม ซึ่งเป็นโพสต์ที่ระบุว่า “ผมพี่ชายของโอมนะครับ ผมขอใช้ช่องทางเฟสโอม ที่คิดว่าจะมีคนเห็นเยอะที่สุด เพื่อช่วยน้องชายผม ตอนนี้โอมต้องการเกล็ดเลือด ด่วนมากครับ เพื่อเข้ารับการผ่าตัด” ซึ่งหลาย ๆ คนได้ร่วมแสดงความเสียใจและเข้าไปให้กำลังใจ รวมถึงลงพิธีร่วมบริจาคเลือด

โพสต์สุดท้ายแสดงความหวังที่จะหายดี

ย้อนกลับไปดูโพสต์สุดท้ายของหมอโอมที่เจ้าตัวโพสต์เองก่อนเสียชีวิต คือ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา หมอโอมได้แชร์คลิปขณะเดินถือป้ายงานกีฬาสี พร้อมข้อความระบุว่า “อยากหายป่วยกลับมาทำอะไรแบบนี้แล้ว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหวังของแพทย์หนุ่มที่ต้องการกลับมาปฏิบัติงานด้านการแพทย์อีกครั้งอย่างเต็มเปี่ยม

อย่างไรก็ตาม โรคภัยไข้เจ็บไม่ยอมให้โอกาสกลับมาอีก จนกระทั่งในวันที่ 6 กันยายน 2568 มีการโพสต์ยืนยันข่าวอาการป่วยของหมอโอมว่าเสียชีวิตแล้วอย่างสงบ โดยมีข้อความระบุว่า “น้องชายของพี่โอมโพสนะครับ ตอนนี้พี่โอมจากไปอย่างสงบแล้วครับ” พร้อมแจ้งกำหนดการพิธีทางศาสนาและฌาปนกิจ

สวดพระอภิธรรมและการเดินทางครั้งสุดท้ายของหมอโอม

พิธีสวดพระอภิธรรมและพิธีการฌาปนกิจศพของหมอโอมจัดขึ้น ณ วัดศรีสุทธาวาส (วัดเลยหลง) จังหวัดเลย โดยมีกำหนดเวลาในงานราชการทานเพลิงศพในวันที่ 9 กันยายน เวลา 16.00 น. ซึ่งเป็นงานส่งพระวิญญาณของแพทย์หนุ่มที่ตั้งใจในอาชีพของเขาและมีความฝันไม่แพ้ใคร

บทพิธีจัดขึ้นภายใต้บรรยากาศของความเศร้าโศกที่ทั้งจากครอบครัว เพื่อนร่วมงานและคนไข้หลายรายที่รับข่าวเข้ามา สะท้อนให้เห็นถึงความเสียหายสูญเสียครั้งใหญ่ในแวดวงการแพทย์ จากการสูญเสียบุคลากรที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง

  • หมอโอมนพ.ทรงฤทธิ์ ป้องปาน อายุ 35 ปี
  • เป็นอายุรแพทย์โรคมะเร็งประจำโรงพยาบาเลย
  • ได้เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568
  • มีโพสต์สุดท้ายแสดงความหวังตั้งใจกลับมาทำงาน

กรณีของหมอโอมเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางว่าแสดงให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของแรงจูงใจและความเห็นแก่ตัวของคนทั่วไป อันเนื่องมาจากการเสียแพทย์ที่มีศักยภาพและประสบการณ์อันดี ท่ามกลางการขาดแคลนทรัพยากรด้านสุขภาพและความร่วมมือที่ยังมีอยู่ไม่มากพอ

ในการสร้างความตระหนักให้แก่สังคมเราๆ ทั้งหลายคงควรเริ่มมีความตั้งใจในการแสดงออกเพื่อส่วนรวม มีแท้จริง หากไม่มีความตั้งใจที่เฉพาะเจาะจง ลุ่มหลงแค่สิ่งที่ไม่ยั่งยืน คงทำให้ความสูญเสียเช่นนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องอย่างที่ไม่มีวันจบสิ้น

ที่มา – วงการแพทย์เศร้า! ‘หมอโอม’ อายุรแพทย์โรคมะเร็งจากไปอย่างสงบในวัย 35 ปี

ไทยศรีวิไลย์สิ้นสภาพพรรคการเมือง ประกาศในราชกิจจาฯ

เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าพรรค ไทยศรีวิไลย์ ได้สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามกฎหมายที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) และวรรคสอง

ไทยศรีวิไลย์สิ้นสภาพพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ

ตามประกาศของกกต. ระบุว่าในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับจดทะเบียนพรรค ไทยศรีวิไลย์ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฯ อย่างถูกต้อง แต่ภายหลังมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2568 โดยมีมติเอกฉันท์ให้เลิกพรรคตามข้อบังคับพรรคในมาตรา 113 ซึ่งเป็นเหตุให้พรรคไม่มีสภาพเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายที่บัญญัติไว้

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่น่าสนใจ

การที่ ไทยศรีวิไลย์ สิ้นสภาพพรรคการเมืองถือเป็นกรณีที่ไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนักในระบบทุนนิยมทางการเมืองไทย เนื่องจากการเลิกพรรคต้องมีกระบวนการและข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่เข้มงวด การประกาศเช่นนี้จึงมีผลกระทบต่อผู้สมัคร ส.ส. และสมาชิกพรรคที่อาจต้องเปลี่ยนสังกัดหรือยุบรวมกับพรรคการเมืองอื่น

ข้อมูลจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาและหนังสือแจ้งเลิกพรรคของพรรค ไทยศรีวิไลย์ ซึ่งลงนามโดยนายณรงค์ศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา รักษาการหัวหน้าพรรค เป็นตัวหลักฐานยืนยันการเลิกพรรคอย่างเป็นทางการ

  • พรรคไทยศรีวิไลย์ถูกลงทะเบียนเมื่อปี 2561
  • มีการเลิกพรรคจากการประชุมเมื่อ เมษายน 2568
  • กกต. ประกาศให้พรรคสิ้นสภาพในกันยายน 2568

ทั้งนี้ การกระทำตามกฎหมายของพรรคการเมืองช่วยเสริมความโปร่งใสในระบบทุนนิยมทางการเมืองของไทย และยังเป็นโอกาสให้ประชาชนเห็นการบริหารจัดการภายในพรรคการเมืองที่สอดคล้องกับกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยไม่ได้มีเพียงพรรคขนาดใหญ่เท่านั้นที่มีบทบาท แต่พรรคขนาดเล็กก็มีสิทธิและความรับผิดชอบเช่นเดียวกัน พรรคที่เลิกไปแล้วต้องดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้องตลอดขั้นตอน เพื่อความยุติธรรมต่อสมาชิกและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

หากคุณสนใจติดตามเหตุการณ์และข่าวสารด้านการเมืองของไทย ต้องไม่พลาดการติดตามข่าวที่เราอัปเดตให้คุณก่อนใคร

ที่มา – ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ ‘ไทยศรีวิไลย์’ สิ้นสภาพ พรรคการเมือง

บาร์ซาเล็งยกเลิกสัญญายืมแรชฟอร์ด ส่งคืนผีแดง

ล่าสุด บาร์เซโลนา ทีมดังจากศึกลา ลีกา สเปน ตกเป็นข่าวว่ากำลังพิจารณาคืนตัว มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับไปยังต้นสังกัดเดิมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก่อนครบเพียง 2 เดือนหลังย้ายมาอยู่ในถิ่นคัมป์ นู

บาร์ซาเล็งยกเลิกสัญญายืมแรชฟอร์ด ส่งคืนผีแดง

ตามรายงานระบุว่า บาร์ซ่า เริ่มไม่พอใจฟอร์มการเล่นของนักเตะวัย 27 ปีที่ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวัง หลังลงสนาม 3 นัดในศึก ลา ลีกา ฤดูกาลนี้โดยไม่มีผลงานชัดเจนเลยทั้งประตูหรือแอสซิสต์

แม้ว่าในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางสโมสรจะได้คว้าตัว แรชฟอร์ด มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวระยะหนึ่งฤดูกาล เพราะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ รูเบน อโมริม แต่ดูเหมือนว่า “แรชชี่” จะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นของ ึบาร์เซโลนา ได้จริง

ผลงานของแรชฟอร์ดถึงขั้นน่าผิดหวัง

เนื่องจากความล้มเหลวในการทำผลงานเป็นอย่างมาก สื่อสื่อดังของสเปนอย่าง “เอล นาซิอองนาล” จึงตั้งข่าวว่าบอร์ดบริหารของ “บาร์ซา” กำลังเจรจากับทาง “ผีแดง” เพื่อยกเลิกข้อตกลงการยืมตัวก่อนกำหนด โดยนับเป็นกรณีระดับทีมใหญ่ที่คืนตัวก่อนเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังการย้ายเข้ามา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ในสโมสรจะไม่ค่อยเป็นไปตามที่หวัง แต่ แรชฟอร์ด กลับถูกเรียกตัวให้กลับมาสวมเสื้อทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง โดยมีคิวลงสนามในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกพบกับ เกือก และ เซอร์เบีย ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล

บรรยากาศภายในทัพบาร์ซาไม่ค่อยสู้ดี

ไม่ใช่แค่เรื่องของฟอร์มการเล่นที่แย่ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด เท่านั้น บรรยากาศภายในทีมก็เริ่มมืดมนขึ้นเมื่อผลงานโดยรวมของบาร์เซโลนากำลังประสบปัญหาหลายด้าน ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจในหลากหลายมิติ รวมถึง scrambling ในสายตรงผู้เล่น

และข่าวลือเกี่ยวกับโอกาสที่จะส่ง แรชฟอร์ด คืนยังแมนฯยูไนเต็ด มองว่าอาจส่งผลต่อความมั่นคงทางจิตวิทยาของทัพ “บาร์ซา” ที่เพิ่งเคลียร์สถานการณ์วิกฤตเล็กน้อยภายใต้การนำของผู้บริหารชุดใหม่

หากข่าวลือเป็นความจริง การส่งกลับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะสิ้นสุดลงด้วยดราม่าจากการเติมเต็มผู้เล่นรายใหม่ที่คาดหวังมาก แต่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่ามาตรฐาน

นี่อาจกลายเป็นบทเรียนอีกหนึ่งกรณีว่าการแต่งทีมด้วยนักเตะที่ไม่เข้ากับแนวทางหรือวิสัยทัศน์ของสโมสร อาจเสียมากกว่าได้

ที่มา – สื่อกระทิงปูด “บาร์ซา” เล็งจับ “แรชฟอร์ด” แพคส่งคืนผีแดง