ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เด็กผีน้ำตารื้น! “แมนฯ ยูไนเต็ด” ตกลงปล่อย “โอนานา” ไปตุรกีแบบยืมตัว

ข่าวล่าสุดจากวงการฟุตบอลยุโรป เป็นข่าวที่ดีใจปนเศร้าของแฟนบอล “ปีศาจแดง” เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินใจปล่อยตัว อองเดร โอนานา ผู้รักษาประตูทีมชาติแคเมอรูน ไปเล่นให้กับ แทร็บซอนสปอร์ สโมสรดังจากตุรกี ด้วยสัญญายืมตัวระยะหนึ่งฤดูกาล

เด็กผีน้ำตารื้น! “แมนฯ ยูไนเต็ด” ตกลงปล่อย “โอนานา” ไปตุรกีแบบยืมตัว

หากติดตามผลงานของ โอนานา ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนอาจจะแอบปวดใจให้กับเขา เพราะมือกาววัย 24 ปีมีผลงานไม่คงที่ โดยเฉพาะในการแข่งขันระดับทีมชาติ ทำให้รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกที่จะวางไว้เป็นตัวสำรอง และเรียกตัว อัลตาย บายินดีร์ มือกาวจากสโมสรในเครือข่ายมาใช้งานแทน

สาเหตุที่ “โอนานา” ถูกปล่อยตัว

นอกจากความผันผวนของฟอร์มการเล่นแล้ว การที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัว เซนเนอ ลัมเมนส์ มือกาวดาวรุ่งจากทีมอย่าง รอยัล อันทเวิร์ป มาร่วมทีม ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ โอนานา เหลือพื้นที่ในการเล่นงานน้อยมาก กลายเป็นตัวเลือกที่ไม่จำเป็นในทีมอย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม แฟนบอลหลายคนยอมรับว่า โอนานา มีความสามารถจริงๆ แต่อาจยังขาดประสบการณ์และความแน่นอนในช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งการย้ายไปเล่นให้ทีมใหม่ในลีกตุรกี ผ่านการยืมตัวในครั้งนี้ อาจเป็นโอกาสทองให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่เขาจะได้รับโอกาสในการลงสนามจริงมากขึ้น

  • โอกาสใหม่สำหรับ โอนานา ที่ตุรกี
  • แมนฯ ยูไนเต็ด จัดการทีมอย่างมีกลยุทธ์
  • อัลตาย บายินดีร์ ได้โอกาสลงสนามในตำแหน่งมือ 1

ขณะนี้มีรายงานจากผู้สื่อข่าวชื่อดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ยืนยันแล้วว่าข้อตกลงการยืมตัวได้รับการยืนยันจากทั้งสองสโมสร ขณะนี้เหลือเพียงแค่การตัดสินใจของตัว โอนานา เองว่าจะเข้าร่วมโปรเจกต์นี้หรือไม่

ใครที่ติดตามเส้นทางของ โอนานา และการเปลี่ยนแปลงในแนวรับของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมคิดว่าทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมชาติในวงการฟุตบอล เพราะทุกคนต้องการโอกาส และบางครั้งการปล่อยให้ใครสักคนเดินทางออกไป ก็เป็นเหมือนการเปิดประตูแห่งโอกาสใหม่ให้กับทั้งสองฝ่าย

ที่มา – เด็กผีน้ำตารื้น! “แมนฯ ยูไนเต็ด” ตกลงปล่อย “โอนานา” ไปตุรกีแบบยืมตัว

สลด! พ่อ-แม่-ลูก จยย.เสียหลักล้มเด็ก 3 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับดับ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม ทำให้มีเด็กเล็กถูกรถบรรทุก 10 ล้อทับเสียชีวิต บริเวณช่องทางด่วนเลนขวา (ขาออก) บนถนนราชพฤกษ์ หน้าแมคโดนัลด์ ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี

สลด! พ่อ-แม่-ลูก จยย.เสียหลักล้มเด็ก 3 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับดับ

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นแกรนด์ ฟีลาโน่ สีครีม หมายเลขทะเบียน 1 ขฉ 9145 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันพบรถบรรทุก 10 ล้อ จอดอยู่ ถัดไปไม่ไกลพบร่างของ ด.ช.วีรวัฒน์ วัย 3 ขวบ 10 เดือน นอนแน่นิ่งเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนนในสภาพถูกรถทับบริเวณศีรษะและลำตัวด้านบน หมวกกันน็อกยังคงสวมอยู่บนศีรษะ ส่วนบริเวณล้อหลังของรถบรรทุกพบร่องรอยของสมองอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เป็นภาพที่สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง

เหตุการณ์ขณะเกิดอุบัติเหตุ

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องหน้ารถของพลเมืองดี พบว่า ก่อนเกิดเหตุครอบครัว 3 คน พ่อแม่และลูกชายกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว โดยมี นายวิศรุต เรืองวงษ์ วัย 34 ปี เป็นผู้ขับขี่ ส่วนด้านหน้านั่งลูกชาย และ น.ส.จารุวรรณ เจริญพันธุ์ วัย 29 ปี ภรรยา นั่งซ้อนท้าย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ รถจักรยานยนต์ได้พยายามหักหลบรถยนต์ที่ชะลอตัวอยู่ด้านหน้า ทำให้รถเสียหลักล้มลงไปทางซ้าย เป็นเหตุให้เด็กชายพลัดตกและกลิ้งเข้าไปใต้ท้องรถบรรทุก 10 ล้อ และถูกทับเสียชีวิตในทันที

สลด! พ่อ-แม่-ลูก จยย.เสียหลักล้มเด็ก 3 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับดับ กลายเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจสังคม เหตุเกิดบริเวณถนนราชพฤกษ์ ซึ่งถือเป็นเส้นทางที่มีรถยนต์ใช้ความเร็วสูง

นายพงษ์ศักดิ์ บัตรนิล เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลบางกร่าง ผู้ที่ไปถึงที่เกิดเหตุคนแรกเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เวลาประมาณ 17.30 น. ตนได้รับแจ้งเหตุและรีบเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นพบภาพที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง โดยเห็นคุณพ่ออุ้มลูกชายซึ่งยังมีสัญญาณชีวิตอยู่ ก่อนจะประสานทีมกู้ชีพเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่นานเด็กก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สลด! พ่อ-แม่-ลูก จยย.เสียหลักล้มเด็ก เป็นอุบัติเหตุที่ควรระวัง

  • การใช้รถจักรยานยนต์ในครอบครัวควรมีการเตรียมความพร้อม
  • ต้องใส่หมวกกันน็อกให้ทุกคนภายในคัน
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ช่องทางด่วนหากไม่จำเป็น
  • ลดความเร็ว especially ในช่วงเวลาที่มีรถยนต์หนาแน่น

ด้านคนขับรถบรรทุก 10 ล้อ ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า ตนขับรถมาตามปกติ ก่อนที่จะได้ยินเสียงดังจากบริเวณด้านหลัง เมื่อจอดรถลงมาตรวจสอบก็พบว่ามีรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มและมีผู้เสียชีวิต

กรณีนี้สลด! พ่อ-แม่-ลูก จยย.เสียหลักล้มเด็ก 3 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับดับ เตือนให้เราทุกคนระมัดระวังในการใช้ถนน โดยเฉพาะกับครอบครัวที่มีบุตรเล็ก การมีความปลอดภัยมากเพียงใดก็ยังมีความเสี่ยงอยู่เสมอ เราควรเรียนรู้จากเหตุการณ์เช่นนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ที่มา – สลด!”พ่อ-แม่-ลูก”จยย.เสียหลักล้มเด็ก 3 ขวบ ถูกรถบรรทุกทับดับคาที่บนถนนราชพฤกษ์

“เปแอสเช” อ้วกแตก “เดมเบเล” แฮมสตริงฉีกพักยาว 6 สัปดาห์

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สโมสรผู้ดีในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ได้รับข่าวร้ายอย่างหนัก เมื่อดาวซัลโวตัวเก่ง “อุสมาน เดมเบเล” บาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อต้นหลังขาขวา หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า แฮมสตริง ฉีก และคาดว่าจะต้องพักรักษาตัวเป็นเวลาถึง 6 สัปดาห์ ข่าวดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลให้กับผู้จัดการทีม “เปแอสเช” อย่างมาก

“เปแอสเช” อ้วกแตก “เดมเบเล” แฮมสตริงฉีกพักยาว 6 สัปดาห์

อาการบาดเจ็บของ เดมเบเล เกิดขึ้นระหว่างการลงสนามเป็นตัวจริงให้กับ ทีมชาติฝรั่งเศส ในเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก นัดที่ออกเยือนคว่ำ ยูเครน 比分 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และในช่วงครึ่งแรก เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องออกจากสนามในนาทีที่ 46 ทำให้ต้องถูกถอดตัวออกมา พักฟื้น และส่ง เดซีเร ดูเอ ปีกรุ่นน้องจากสโมสรเดียวกัน เข้ามาแทนที่

อาการบาดเจ็บของ เดมเบเล ทำให้เปแอสเช ต้องเปลี่ยนแผน

ล่าสุด รายงานจากสื่อดังประเทศฝรั่งเศสอย่าง อาร์แอมเซ เปิดเผยว่า เดมเบเล มีอาการบาดเจ็บรุนแรงบริเวณกล้ามเนื้อ แฮมสตริง ฉีก และจะต้องใช้เวลาพักฟื้นยาวถึง 6 สัปดาห์ เรื่องนี้ทำให้ “เปแอสเช” ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างมาก เพราะทราบดีว่าเจ้าตัวมีอาการล้าจากรอบปีที่ผ่านมามาแล้ว และทีมได้แจ้งไปยัง สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส (FFF) ในเรื่องการใช้งานอย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า FFF จะดำเนินการตามแผนการลงสนามตามปกติ ซึ่งอาจเป็นเหตุทำให้การบาดเจ็บของเดมเบเล เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ ก่อนการแข่งขันสำคัญหลายนัดของ “เปแอสเช” ในทั้งศึกลีก และกัลโช่ แห่งฝรั่งเศส

ผลกระทบจากการพักยาวของเดมเบเล

การขาด เดมเบเล ไปจากทีมในช่วงเวลาที่หลายที่สำคัญนั้น เป็นปัญหาใหญ่ของ “เปแอสเช” อย่างแท้จริง เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในแนวรุกหลัก ของทีมที่สามารถทำประตูให้กับทีมได้ตลอดเวลา ทั้งในลีกและถ้วยยุโรป

  • ปัญหาทางกลยุทธ์ในการเปลี่ยนผู้เล่นในแนวรุก
  • เพิ่มภาระให้กับดาวเตะข้างเคียงอย่าง ดูเอ และ ดิมาเรีย ให้ต้องลงงานหนักมากขึ้น
  • อาจส่งผลให้ผลงานของ “เปแอสเช” แย่กว่าปกติในช่วงที่เขาขาดลงสนาม

และหากมองในระยะยาว ยังไม่แน่ว่าอาการบาดเจ็บดังกล่าวจะมีปัญหาเรื้อรังหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนบอลกังวล ว่าจะกระทบกับศักยภาพของ เดมเบเล ในฤดูกาลนี้อย่างมาก

สุดท้ายนี้ ทีมmedical staffของ “เปแอสเช” กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้ เดมเบเล ฟื้นตัวกลับมาลงสนามในสภาพพร้อมที่สุด โดยแม้จะต้องพักยาวถึง 6 สัปดาห์ แต่เป้าหมายคือการกลับมาอย่างแข็งแกร่งพร้อมกับช่วยทีมคว้าชัยชนะในเกมที่เหลือ

ทั้งนี้ การบาดเจ็บของ เดมเบเล อาจเป็นบทวิกฤตสำคัญในฤดูกาลนี้ และอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาในระยะยาวหากทีมไม่สามารถจัดการควบคุมอาการบาดเจ็บได้ดี

สำหรับแฟนบอลที่ติดตามผลงานของ “เปแอสเช” และ เดมเบเล อย่างใกล้ชิด กำลังลุ้นและหวังให้เจ้าตัวกลับมามีฟอร์มอันดีเช่นเคย ด้วยผลงานและฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

ที่มา – “เปแอสเช” อ้วกแตก “เดมเบเล” แฮมสตริงฉีกพักยาว 6 สัปดาห์

สัปดาห์หน้าประกาศTORประมูลเช่ารถเมล์ใหม่ขสมก.ใช้EV ติดแอร์1,520คัน15,355ล้านพร้อมปิดตำนานรถเมล์ร้อน

สัปดาห์หน้า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะประกาศร่างขอบเขตของงาน (TOR) เพื่อประมูลเช่ารถเมล์ใหม่แบบไฟฟ้า (EV) พร้อมติดแอร์ จำนวน 1,520 คัน ในวงเงินรวม 15,355.60 ล้านบาท โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเปลี่ยนโฉมระบบขนส่งมวลชนในเมือง และพร้อม “ปิดตำนาน” รถเมล์ร้อนครีมแดงไปอย่างถาวร

สัปดาห์หน้าประกาศTORประมูลเช่ารถเมล์ใหม่ขสมก.ใช้EV ติดแอร์1,520คัน15,355ล้านพร้อมปิดตำนานรถเมล์ร้อน

ข้อมูลจาก “ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” ระบุว่า ขสมก. ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบราคาอ้างอิงเพื่อเตรียมจัดทำ TOR และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนในครั้งแรกภายในสัปดาห์หน้า ก่อนจะเปิดประมูลในช่วงปลายปีนี้

แผนยุทธศาสตร์เปลี่ยนโฉมรถเมล์ทั้งหมดเป็น EV

โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางแบบปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) นี้ เป็นแผนใหญ่ที่มีเป้าหมายเพื่อทดแทนรถเมล์ธรรมดา “ร้อน-ครีมแดง” จำนวน 1,520 คัน ตลอดระยะเวลาเช่า 7 ปี รวมมูลค่า 15,355.60 ล้านบาท แบ่งโดยใช้เงิน 10,134.70 ล้านบาท สำหรับค่าเช่าตัวรถ, 3,240.03 ล้านบาท ค่าซ่อมบำรุง และ 967.40 ล้านบาท ค่าเช่าสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยเงินทุนส่วนใหญ่จะต้องผูกพันกับงบประมาณระหว่างปี 2569-2574

หนึ่งในเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือ การลดมลภาวะทางอากาศภายในเมือง กรุงเทพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่จราจรมีความหนาแน่น เช่น บริเวณแยกราชประสงค์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และวงกลมรัชดาภิเษก ซึ่งคาดว่าจะให้บริการเส้นทางระยะสั้นภายในเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

  • ใช้งานไฟฟ้าแท้ ปลอดมลพิษ
  • ลดอุณหภูมิภายในตัวรถด้วยระบบแอร์
  • เพิ่มคุณภาพบริการโดยสารในเมือง
  • ปรับปรุงคุณภาพอากาศตามนโยบายสีเขียว

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการในเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมีการลงทุนงบประมาณปี 2568 จำนวน 368.40 ล้านบาท และอีก 14,987.20 ล้านบาท จะทยอยผูกพันในช่วงปี 2569-2574

การส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าชุดแรก大概จะเริ่มในอีกประมาณ 1 ปีหลังการลงนามสัญญา หรือช่วงกันยายน–ตุลาคม 2569 และคาดว่ารับมอบอีก 500 คันภายใน 3–4 เดือน และที่เหลือจะได้รับมอบครบ 1,520 คันภายในปี 2570

นอกจากนี้ ขสมก. ยังมีแผนประมาณการรายได้จากการดำเนินงานโครงการรวมทั้งสิ้น 52,654.19 ล้านบาท มาจากหลากหลายแหล่ง เช่น รายได้ค่าโดยสาร และโฆษณา การใช้จ่ายทั้งหมดคาดว่าอยู่ที่ 32,798.54 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิของโครงการอยู่ที่ประมาณ 19,855.64 ล้านบาท

การใช้รถเมล์ EV เป็นก้าวสำคัญในแวดวงขนส่งในเมืองของไทย และถือเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการของ สัปดาห์หน้าประกาศTORประมูลเช่ารถเมล์ใหม่ขสมก.ใช้EV ติดแอร์1,520คัน15,355ล้านพร้อมปิดตำนานรถเมล์ร้อน ที่จะส่งผลดีต่อผู้โดยสารและผู้ใช้ถนนในระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงลดมลพิษในเมือง แต่ยังเสริมแรงสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานสะอาดของรัฐบาล ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบขนส่งในเมืองไทย

คาดว่าราคาโดยสารในรถเมล์ EV จะอยู่ที่ประมาณ 15-20-25 บาท ตามนโยบายคณะกรรมการกลางควบคุมการขนส่งทางบก

หากคุณเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้สนใจด้านพลังงานสะอาดในภาคขนส่ง ห้ามพลาดข่าวการประกาศ TOR ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า เพราะนี่คือโอกาสในการเข้าร่วมโครงสร้างอนาคตของการขนส่งเมืองไทย

ที่มา – สัปดาห์หน้าประกาศTORประมูลเช่ารถเมล์ใหม่ขสมก.ใช้EV ติดแอร์1,520คัน15,355ล้านพร้อมปิดตำนานรถเมล์ร้อน

เลขาฯ ป.ป.ส. ปัดข่าวลือเตรียมลาออก ย้ำทำงานเต็มที่จนเกษียณ

ข่าวลือเรื่องการเตรียมยื่นใบลาออกของ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ถูกเผยแพร่ผ่านเพจออนไลน์ “บิ๊กเกรียน” ซึ่งระบุว่า “การข่าวบิ๊กเกรียน แว่ว ๆ ว่า พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขา ปปส. เตรียมยื่นใบลาออก #บอกเหตุผลว่าอายแทนคนไทย!!!” ส่งผลให้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในส่วนของความเห็นที่ว่าข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และเกิดความสงสัยเป็นอย่างมากว่ามีเจตนาอย่างไร ทั้งยังมีการโยงใยว่าง่าย ๆ กับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้อีกด้วย

เลขาฯ ป.ป.ส. ปัดข่าวลือเตรียมลาออก

เมื่อวันที่ 6 กันยายน พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่าไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าตนเองไม่มีแผนจะลาออกจากตำแหน่ง และจะทำงานอย่างเต็มที่จนครบกำหนดเกษียณอายุราชการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เลขาฯ ป.ป.ส. กล่าวชัดเจนว่าไม่เคยมีความคิดที่จะลาออกจากตำแหน่ง และยืนยันว่าไม่มีเหตุความโกรธหรือแรงกระตุ้นประเภทใด จึงมองว่าข่าวนี้น่าจะเป็นข่าวปลอม

ปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระ

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวว่าตนเองยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเต็มที่เพื่อปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันเกษียณ โดยได้เดินทางไปประเทศลาว ในช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ที่ผ่านมา (5-6 กันยายน) เพื่อเข้าร่วมประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของประเทศลาว เพื่อกระชับความร่วมมือด้านการปราบปรามการค้ายาเสพติดและกิจกรรมร่วมอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อภาคประชาชน

ที่สำคัญ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ได้กล่าวว่าไม่ทราบด้วยซ้ำว่าข่าวดังกล่าวมีจุดประสงค์อย่างไร ทั้งที่ตนเองยังทำงานอย่างเต็มที่กับกองกำลังความมั่นคงของไทยและลาว โดยได้พบปะหารือกับ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจตราและควบคุมยาเสพติดของสปป.ลาว ตลอดจนตัวแทนจากกรมตำรวจของไทยอีกด้วย ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือในด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน

  • ยืนยันทำงานจนครบกำหนด
  • ปัดข่าวลือลาออก
  • ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

ในท้ายที่สุด พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ได้ย้ำอีกครั้งว่าตนเองจะสานต่อภารกิจจนกว่าจะถึงกำหนดเกษียณอายุราชการอย่างเต็มที่ โดยไม่มี打算ใด ๆ ที่จะลาออกจากตำแหน่ง เลขาฯ ป.ป.ส. ทั้งนี้ยังเชื่อว่าข่าวลือที่เกิดขึ้นนั้นมีเจตนาและอาจแฝงไว้ด้วยผลลัพธ์บางอย่าง แต่จะไม่ให้มันมีผลกระทบต่อการทำงานเชิงรุกของสำนักงาน ป.ป.ส.

ดังนั้น ประชาชนควรแสวงหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ก่อนเชื่อข่าวลือที่อาจนำมาซึ่งความเข้าใจผิด และควรให้ความสำคัญกับบทบาทของเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำงานอย่างแท้จริง ไม่ใช่หยิบยกข้อความที่ไม่มีพื้นฐานมายืนยันความจริงแต่อย่างใด

ที่มา – เลขาฯ ป.ป.ส. ปัดข่าวลือเตรียมลาออก ย้ำทำงานเต็มที่จนเกษียณ

ฝนถล่มก็ไม่หวั่น! “คานาฟ-ซู หนิงเหยา” จ่อแชมป์ ศึกสวิงเยาวชน “ไทยแลนด์ จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ 2025”

ฝนถล่มก็ไม่หวั่น! “คานาฟ-ซู หนิงเหยา” จ่อแชมป์ ศึกสวิงเยาวชน “ไทยแลนด์ จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ 2025” ที่กำลังเป็นปรากฏการณ์ในวงการกอล์ฟระดับเยาวชนในประเทศไทย รายการนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง บริษัทโกลบอลกอล์ฟ แมเนจเม้นท์, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ และภาคเอกชน จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้กับนักกอล์ฟวัยเยาว์ที่มีฝีมือได้พัฒนาศักยภาพ และเข้าสู่เส้นทางการศึกษาระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฝนถล่มก็ไม่หวั่น! “คานาฟ-ซู หนิงเหยา” จ่อแชมป์ ศึกสวิงเยาวชน “ไทยแลนด์ จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ 2025”

มหากิจการกอล์ฟแท้จริงนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสนักกอล์ฟอายุไม่เกิน 18 ปี ได้แสดงฝีมือในเวทีระดับนานาชาติ โดยการแข่งขันรอบวันที่ 2 เหตุการณ์ของ “ฝนถล่มก็ไม่หวั่น! “คานาฟ-ซู หนิงเหยา” จ่อแชมป์ ศึกสวิงเยาวชน “ไทยแลนด์ จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ 2025” ก็ไม่พลาด หากแม้จะมีฝนตกหนักกับฝนฟ้าคะนองจนเกมต้องหยุดเล่นในเวลา 12.32 น. แต่ความมุ่งมั่นของเหล่านักกอล์ฟไม่มีใครลดลง

โดย คานาฟ ชัวฮาน วัย 16 ปี จากอินเดีย ผู้อยู่ในกลุ่มนำจากการแข่งขันวันที่หนึ่ง มาทำผลงานในวันที่สองด้วยสกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 138 จากการชิพอีเกิ้ลที่หลุม 9 และเบอร์ดี้อีก 3 ครั้ง ส่งผลให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเดี่ยวในประเภทชายในตอนนี้

สุดล้ำฝีมือของสาวเอเชีย

ระหว่างนั้น ซู หนิงเหยา นักกอล์ฟสาววัย 15 ปีจากจีน ก็ยังสานฝันต่ออย่างต่อเนื่องด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 137 หลังทำอีก 4 เบอร์ดี้ในวันที่สอง อย่างไรก็ตาม แม้หลุมสุดท้ายจะมีฝนตกปัดโอกาสทำสกอร์อันเดอร์ต่อเนื่อง แต่เธอก็ยังจัดอยู่ในตำแหน่งผู้นำในประเภทหญิงอย่างชัดเจน

  • ผู้เล่นไทยสุดโดดเด่นที่มีผลงานโดดเด่น ได้แก่ ภทรณิฎาร์ พลมณี และ ณัทชารีย์ คุณปสุต ที่มีลงสกอร์ใกล้เคียงกับผู้นำ
  • รางวัลสุดยิ่งใหญ่สำหรับผู้ชนะ ได้แก่ สิทธิ์เข้าร่วมรายการ “เอเจจีเอ” (American Junior Golf Association)
  • ทั้งยังเป็นโอกาสในการศึกษาที่มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ พร้อมรับทุนในการพัฒนาตัวเอง

ในวันสุดท้ายของการแข่งขัน ทั้งสองประเภทชายและหญิง จะมีการดวลกันอย่างดุเดือด ที่สนาม อัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ อีกทั้งยังมีCOACHทีมจากมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ที่ให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าแข่งขัน

หากคุณเป็นแฟนกีฬาสายกอล์ฟ ต้องพลาดไม่ได้ สำหรับ “ฝนถล่มก็ไม่หวั่น!” ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทุกวันผ่าน AIS Play Application หรือที่เพจ Facebook: The Junior Golf Series

อย่าลืมร่วมให้กำลังใจนักกอล์ฟรุ่นใหม่แห่งชาติและทั่วโลกที่กำลังทำให้สปอร์ตแห่งความฝันในสวรรค์สีเขียวเป็นจริง

ที่มา – ฝนถล่มก็ไม่หวั่น! “คานาฟ-ซู หนิงเหยา” จ่อแชมป์ ศึกสวิงเยาวชน “ไทยแลนด์ จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ 2025”

แม่ทัพภาคที่ 2 เซอร์ไพรส์ให้กำลังใจทหารแนวหน้า

เมื่อวันที่ 6 กันยายน พลเอกบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “มทภ.2” ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่ทหารแนวหน้าที่ปฏิบัติภารกิจในฐานปฏิบัติการต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยการเดินทางในครั้งนี้ไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า จึงทำให้เจ้าหน้าที่และทหารที่ประจำการอยู่รู้สึกตื่นเต้นและเซอร์ไพรส์อย่างมาก เมื่อได้พบกับแม่ทัพภาคที่ 2 มาเยี่ยมถึงฐานที่กำลังปฏิบัติภารกิจ

แม่ทัพภาคที่ 2 เซอร์ไพรส์ให้กำลังใจทหารแนวหน้า

ในช่วงเวลาที่พล.ท.บุญสิน เดินทางไปถึง มีทหารหลายนายกำลังทำอาหารกลางวันอยู่ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เข้าร่วมวงพูดคุยและแสดงความเป็นกันเองอย่างสุดซึ้ง โดยสอบถามเจ้าหน้าที่ว่า “ทำกับข้าวกินเองแบบนี้ทุกวันเลยหรือ” จากนั้นยังชื่นชมว่าน่าอร่อย พร้อมเสนอตัวว่าอยากมาร่วมรับประทานอาหารด้วย สร้างบรรยากาศอบอุ่นให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง

สนุกและผ่อนคลายไปพร้อมกัน

ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองภายในฐานปฏิบัติการ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้โชว์ฝีมือทำส้มตำปลาร้าและทอดไข่เจียว โดยส่วนผสมของอาหารที่ทำขึ้นในวันนั้น ทหารในชุดปฏิบัติการได้ตั้งชื่อบรรยากาศให้น่าจดจำว่า “ไข่เจียวแม่ทัพ” สิ่งเหล่านี้ช่วยให้บรรยากาศไม่เครียดและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้เหล่าทหารที่อยู่ ณ ที่นั่งนั้นรู้สึกอบอุ่นใจและได้รับพลังใจอย่างแท้จริง

  • การปฏิบัติภารกิจที่มีความปลอดภัยสูง
  • กำลังใจจากผู้นำคือแรงผลักดันสำคัญ
  • บรรยากาศในชุดปฏิบัติการควรสนุกและเอนกประสงค์

ไม่เพียงแค่ให้คำพูดปลุกใจ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังร่วมกิจกรรมกับเจ้าหน้าที่ทหารแนวหน้า สร้างความใกล้ชิดกันมากขึ้น ท่ามกลางภารกิจที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด แม้จะอยู่ในภารกิจที่หนักหน่วง แต่การมีผู้นำที่ใส่ใจและเข้าใจ คือกำลังใจชั้นดีที่สามารถช่วยลดภาระจิตใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมาก

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของชีวิตในชุดปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารหรือสุขภาพจิต โดยการเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องทหาร ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ผู้นำรุ่นใหม่ที่ไม่เคยห่างเหินและกล้าแสดงความเป็นมนุษย์

แม่ทัพภาคที่ 2 เซอร์ไพรส์ให้กำลังใจทหารแนวหน้าในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่ดีมาก เพราะในช่วงเวลาที่ยากลำบาก การได้เห็นใบหน้าคุ้นเคยของผู้นำมาให้กำลังใจ ย่อมช่วยให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสนามรบมีทั้งร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

ที่มา – แม่ทัพภาคที่ 2 เซอร์ไพรส์บุกให้กำลังใจทหารแนวหน้า !

มาเก๊าแจกคูปองประชาชน หวังกระตุ้นการบริโภคในท้องถิ่น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มาเก๊า ได้ประกาศแจก คูปองประชาชน วงเงินกว่า 500 ล้านปาตากา หรือประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้น การบริโภคในท้องถิ่น และสนับสนุนธุรกิจของคนในพื้นที่ โดยเป็นการดำเนินการของสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊า ภายใต้โครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา

มาเก๊าแจกคูปองประชาชน หวังกระตุ้นการบริโภคในท้องถิ่น

โครงการคูปองนี้มีเป้าหมายเพื่อแทรกแซงกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างตรงจุด โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือประชาชนผู้อยู่อาศัยในเขตปกครองพิเศษมาเก๊าทุกคน ซึ่งสามารถลงทะเบียนรับ คูปองประชาชน ผ่านแอปพลิเคชันอี-วอลเล็ตที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

เงื่อนไขการใช้คูปอง

สำหรับการแลกรับ คูปองประชาชน นั้น ผู้ใช้ต้องทำรายการซื้อสินค้าหรือบริการกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 50 ปาตากา (ประมาณ 200 บาท) และต้องทำธุรกรรมในวันจันทร์ถึงวันศุกร์จึงจะสามารถแลกคูปองเพื่อนำไปใช้ในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ได้

นโยบายนี้ถือเป็นการยกระดับการบริโภคในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวกลางในการแจกจ่ายสิทธิประโยชน์ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ์ได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังสร้างแรงจูงใจให้คนในพื้นที่กลับมาใช้จ่ายในร้านค้าและกิจการท้องถิ่น

  • วงเงินคูปองรวมกว่า 500 ล้านปาตากา
  • ใช้งานได้เฉพาะในร้านค้าที่ร่วมโครงการ
  • ต้องลงทะเบียนผ่าน e-wallet เท่านั้น
  • ใช้คูปองได้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

การดำเนินโครงการแบบนี้สามารถเยี่ยงชมได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ภาคเอกชนใน มาเก๊า ฟื้นตัวจากภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และช่วยเสริมความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเศรษฐกิจของตนเอง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

หากมองในมุมเศรษฐกิจโลก การแจกจ่ายคูปองเพื่อกระตุ้น การบริโภคในท้องถิ่น เป็นแนวทางที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากหลายประเทศว่าสามารถกระตุ้นรายได้ของธุรกิจรายย่อยและช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในระดับพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาวหรือไม่ คงต้องติดตามประเมินผลในอีกหลายเดือนข้างหน้า แต่โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาล มาเก๊า ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านช่องทางที่เข้าถึงประชาชนได้อย่างครอบคลุม

ที่มา – มาเก๊าแจกคูปองประชาชน หวังกระตุ้นการบริโภคในท้องถิ่น

โผ ครม. ‘อนุทิน’ จัดทัพใหม่ใกล้ลงตัว จับตาทาบทาม ‘คนนอก’ เสริม

ล่าสุดสถานการณ์การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ โผ ครม. ‘อนุทิน’ กำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย ด้วยบรรยากาศที่คึกคักของพรรคภูมิใจไทยที่มีผู้แทนพรรคร่วมรัฐบาลและกลุ่มการเมืองต่างเดินทางมาพูดคุยเกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีตามโควต้าของแต่ละฝ่าย

โผ ครม. ‘อนุทิน’ จัดทัพใหม่ใกล้ลงตัว จับตาทาบทาม ‘คนนอก’ เสริม

ตามรายงานข่าวเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา บรรยากาศในพรรคภูมิใจไทยคึกคักมาก โดยมีพรรคร่วมรัฐบาลและกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ต่างเดินทางเข้ามายังพรรคเพื่อหารือจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงนัดหมายพูดคุยรายละเอียดตำแหน่งสำคัญๆ ที่ยังว่างอยู่

ตำแหน่งสำคัญๆ ของพรรคภูมิใจไทย

ภายใต้การจัดสรรโควต้า โผ ครม. ‘อนุทิน’ คาดว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีประมาณ 12 ที่นั่ง โดยมีรายชื่อที่กำหนดแล้ว เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควบ รมว.มหาดไทย และมีนายนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นอกจากนี้ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะได้เป็น รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่วนนางสาวศุภมาส อิศรภักดี คาดว่าจะได้ตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

การเสนอชื่อบุคคลภายนอกเข้าร่วม

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการจัดตั้งครม.ครั้งนี้คือการเสนอชื่อบุคคลภายนอก (คนนอก) เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งมีหลายรายถูกเสนอ เช่น

  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ
  • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง
  • นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท. ถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่ง รมว.พลังงาน
  • นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์

ส่วนตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม ยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา และมีข่าวลือว่าจะได้รับการเสนอชื่อจากผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกองทัพหรือตำรวจ

ผลประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาล

นอกจากพรรคภูมิใจไทยแล้ว พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ก็มีโควต้ารัฐมนตรีที่ได้รับความเห็นพ้องตามข้อเสนอเดิม อาทิ

  • พรรคกล้าธรรม มีจำนวน 7 เก้าอี้ โดยตำแหน่งเด่นๆ ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม และมีตำแหน่งอื่นๆ ของพรรครวมถึงนายองอาจ วงษ์ประยูร และนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ได้รับการเสนอชื่อ
  • พรรคพลังประชารัฐ ได้ตำแหน่งประมาณ 4 เก้าอี้ โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ อยู่ในตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ขณะที่พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ เข้ามารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม
  • กลุ่มของนายสุชาติ ชมกลิ่น ได้รับโควต้า 3 เก้าอี้ ได้แก่ รองนายกฯควบ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนจ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ได้ตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม

ขณะนี้ ว่าที่รัฐมนตรีต่างทยอยกรอกประวัติเพื่อการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกตำแหน่งได้รับการจัดสรรอย่างถูกต้องและตรงตามกติกาของกฎหมาย

หากมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากนายอนุทินหรือพรรคภูมิใจไทยอีกครั้ง เราย่อมต้องจับตาดูการจัดทัพใหม่ในผู้บริหารชั้นสูงของประเทศ ว่าจะมีผลอย่างไรต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมือง ห้ามพลาดข่าวอัปเดตความเคลื่อนไหวของการจัดตั้งครม. เพราะนี่คือจังหวะสำคัญที่จะกำหนดรูปแบบของรัฐบาลชุดใหม่

ที่มา – อัพเดท! โผ ครม. ‘อนุทิน’ จัดทัพใหม่ใกล้ลงตัว จับตาทาบทาม ‘คนนอก’ เสริม

เจเจ-ต้าเหนิง 9 ปียังไม่มีแผนแต่ง คบกันเหมือนเพื่อนแล้ว

ความสัมพันธ์ของ เจเจ กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง เป็นหนึ่งในคู่รักสายเปย์ที่แฟนๆ จับตามองมากที่สุดในวงการบันเทิงไทย โดยคบหาดูใจกันมานานกว่า 9 ปี แต่ยังไม่มีข่าวดีเรื่องงานแต่งเลย แม้จะเป็นคู่ที่นิ่งยาว แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะเน้นการใช้ชีวิตคู่แบบเป็นกันเองเหมือนเพื่อนมากกว่าจะเป็นคู่หมั้นแต่งงานในเร็ววัน

เจเจ-ต้าเหนิง 9 ปียังไม่มีแผนแต่ง คบกันเหมือนเพื่อนแล้ว

เมื่อเร็วๆ นี้ เจเจ ได้มาร่วมงานเปิดตัวน้ำหอมจากแบรนด์ดังอย่าง อิซเซมิยาเกะ LE SEL D’ISSEY EAU DE PARFUM และได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องความรักกับ ต้าเหนิง ที่คบกันมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย

เจเจ เผยว่าที่ผ่านมาเขามีการวางแผนเรื่องงานแต่งบ้างแล้ว แต่เมื่อโตขึ้นและเริ่มโฟกัสกับการทำงานมากขึ้น จึงไม่ได้สนใจเรื่องของการแต่งงานมากเหมือนเดิม “มันเคยอยู่ในจุดที่มันวางแผน แล้วพอโตขึ้นมาก็ไม่ค่อยได้พูดกันเรื่องนี้ โฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองทำกันอยู่”

คบกันมา 9 ปี เหมือนเป็นเพื่อนกันแล้ว

เขายังบอกอีกว่า“ด้วยความที่วัย 29 มันยังไม่ใช่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว ยังมีอะไรอีกเยอะที่ต้องเรียนรู้กันและกัน สุดท้ายจะเดินไปทางไหน คุยกันตลอดแหละแต่ไม่ได้บอกว่าอีกปี 2 ปี” ซึ่งสื่อต่างๆ ก็ตีความว่าทั้งคู่ยังไม่มีแพลนเรื่องงานแต่ง โดยเฉพาะต้าเหนิง ที่ยังไม่ได้มีกระแสเรื่องการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอย่างเป็นทางการเลย

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ของหนุ่มเจเจ และนางเอกต้าเหนิง ถือเป็นแบบอย่างของคู่รักสายเนิร์ด ที่ดูสบายๆ ไม่โอ้อวด ชอบทำกิจกรรมร่วมกันแบบเป็นกันเอง โดยไม่เน้นความหวานหรือภาพลักษณ์แบบเจ้าของกิจการเหมือนคู่รักดังคนอื่นในวงการ

การที่คบกันมานานกว่า 9 ปี แต่ยังไม่มีข่าวแต่งงานจริงๆ อาจทำให้หลายคนสงสัยว่าความรักของคู่นี้จะไปทางไหน แต่สำหรับเจเจ แล้วสิ่งสำคัญคือการเข้าใจกัน การมีเวลาให้กัน และอยู่กับปัจจุบันก่อน ว่าทุกอย่างจะเป็นเช่นไรในอนาคต

หากคุณเป็นแฟนคลับของเจเจ และต้าเหนิง คุณคิดอย่างไรกับความสัมพันธ์ที่ดูสบายๆ แต่นานวันขึ้น กับคู่รักคู่นี้? เป็นมุมที่คนรักควรใช้ชีวิจคู่อย่างเด็กโตหรือเน้นความมั่นคงก่อนกันนะกัน และคุณล่ะ คิดว่าพวกเขาน่าจะแต่งกันแล้วรึยัง?

ที่มา – ‘เจเจ’ ยังไม่มีแพลนแต่ง‘ต้าเหนิง’ 9 ปีที่ผ่านมาเหมือนเป็นเพื่อนกันแล้ว