ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เพชรบุรีเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาและฟื้นฟูคลองเจ็กสี

สวัสดีครับชาวเพชรบุรีและผู้ที่ติดตามข่าวสารการพัฒนาพื้นที่ วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับความร่วมมือของภาครัฐในการดูแลทรัพยากรน้ำ นั่นคือโครงการ เพชรบุรีเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาและฟื้นฟูคลองเจ็กสี เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากสายน้ำแห่งนี้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ

เพชรบุรีเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาและฟื้นฟูคลองเจ็กสี

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลนาวุ้ง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ได้มีการประชุมครั้งสำคัญโดยมี นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับปัญหาคลองตื้นเขินและวัชพืชที่ขวางทางน้ำ ซึ่งถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรและผู้พักอาศัยในพื้นที่ 4 ตำบล ผ่านช่องทางของคลองเจ็กสีที่มีความยาวกว่า 11.3 กิโลเมตร

เหตุผลที่ต้องเร่งดำเนินการฟื้นฟูคลองเจ็กสี

การที่ เพชรบุรีเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาและฟื้นฟูคลองเจ็กสี ในครั้งนี้ มีเหตุผลหลักมาจากความเดือดร้อนของประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งในอำเภอเมืองและอำเภอบ้านแหลม โดยปัญหาที่พบเจอมีดังนี้:

  • สภาพคลองตื้นเขินทำให้กักเก็บน้ำไม่ได้ในช่วงฤดูแล้ง
  • มีวัชพืชหนาแน่นขัดขวางการไหลของน้ำ
  • เกิดปัญหาน้ำท่วมขังระบายไม่ทันในช่วงหน้าฝน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร

ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี (อบจ.) เพื่อดำเนินการขุดลอกคลองเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้การระบายน้ำกลับมาคล่องตัวอีกครั้ง

แผนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ทางจังหวัดยังมุ่งเน้นไปที่การวางแผนระยะยาวเพื่อให้ เพชรบุรีเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาและฟื้นฟูคลองเจ็กสี เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นระบบ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าในอนาคตคลองเจ็กสีจะเป็นแหล่งน้ำที่ช่วยป้องกันอุทกภัยและหล่อเลี้ยงชีวิตของคนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง การสำรวจและออกแบบอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนครับ

ในฐานะประชาชน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะดำเนินการไปอย่างราบรื่น เพราะน้ำคือชีวิต และการจัดการน้ำที่ดีคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นให้เข้มแข็ง หากการขุดลอกและฟื้นฟูนี้สำเร็จลุล่วง เชื่อว่าผลดีจะตกอยู่กับพี่น้องชาวเพชรบุรีอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – เพชรบุรีเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาและฟื้นฟูคลองเจ็กสี มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ-ป้องกันอุทกภัย

ภัณฑิลซัด กกต. ไร้ความน่าเชื่อถือ จี้ส่งศาลฟันคดีฮั้ว สว.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภาฯ อีกครั้ง เมื่อนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในคดีฮั้ว สว. ที่สังคมกำลังเฝ้าจับตาดูอยู่อย่างใกล้ชิด โดยนายภัณฑิลมองว่าสถานะความน่าเชื่อถือของ กกต. ในปัจจุบันนั้นอยู่ในขั้นวิกฤต และจำเป็นต้องเร่งพิสูจน์ตัวเองด้วยการส่งสำนวนให้ศาลฎีกาตัดสินโดยเร็วที่สุด

ภัณฑิลซัด กกต. ไร้ความน่าเชื่อถือ จี้ส่งศาลฟันคดีฮั้ว สว.

การแถลงข่าวครั้งนี้ นายภัณฑิลได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ กกต. ในการจัดการคดีฮั้ว สว. หลังจากพบความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการสรรหาพยานและการพิจารณาสอบสวน ซึ่งสร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก นายภัณฑิลย้ำว่า กกต. ไม่ใช่ศาล จึงไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยตัดสินเอง แต่ควรส่งเรื่องให้ศาลฎีกาทำหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรม หากมีหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น

เปิดปมร้อน: ทำไม กกต. ถึงถูกตั้งคำถาม?

นอกจากประเด็นเรื่องความน่าเชื่อถือแล้ว นายภัณฑิลยังได้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเลือกใช้พยานในคดี ซึ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงวาระซ่อนเร้นหรือความลำเอียงในการทำงาน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ความคลุมเครือในการส่งสำนวนคดีหมื่นหน้าให้ศาลฎีกา
  • การดึงตัวบุคคลที่มีประวัติไม่โปร่งใสมาเป็นพยานในคดีสำคัญ
  • ความล้าช้าในการดำเนินงานที่สวนทางกับหลักฐานมัดตัวที่ฝ่ายค้านนำเสนอ

หาก กกต. เลือกที่จะส่งสำนวนเพียงบางส่วน หรือพยายามปกป้องผู้กระทำผิดรายใดรายหนึ่ง นายภัณฑิลยืนยันว่าทางพรรคประชาชนและกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างไม่ลดละ โดยเตรียมนำมาตรการทางกฎหมายมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดีตามมาตรา 157 เพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ในฐานะประชาชนที่ติดตามข่าวสาร การเรียกร้องความโปร่งใสในคดีฮั้ว สว. ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนี่คือการกำหนดชะตากรรมของสภาสูงที่ควรจะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง การทำงานที่ล่าช้าหรือไร้ความโปร่งใสขององค์กรอิสระย่อมบั่นทอนความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย สุดท้ายแล้ว กกต. จะตอบคำถามสังคมอย่างไร และจะกล้าส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมกันจับตาดูต่อไปอย่างไม่กะพริบตา

ที่มา – ‘ภัณฑิล’ซัดกกต.ไร้ความน่าเชื่อถือ จี้ส่งศาลฟัน’คดีฮั้วสว.’ขู่หากยื่นส่งศาลบางราย เจอกมธ.สอบต่อ พ่วงฟัน’ม.157’ แน่นอน

ญี่ปุ่น เคาต์ดาวน์ 1 เดือน พร้อมลุยเอเชียนเกมส์ 2026

ญี่ปุ่น เคาต์ดาวน์ 1 เดือน พร้อมลุยเอเชียนเกมส์ 2026

แฟนกีฬาทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม! ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากแดนปลาดิบ เกี่ยวกับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชียอย่าง เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 19 ก.ย.-4 ต.ค. 2569 นี้ โดยล่าสุด ญี่ปุ่น เคาต์ดาวน์ 1 เดือน พร้อมลุยเอเชียนเกมส์ 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว บรรยากาศในญี่ปุ่นตอนนี้เรียกได้ว่าคึกคักสุดๆ เพื่อเตรียมต้อนรับทัพนักกีฬาและเจ้าหน้าที่กว่า 15,000 คนจากทั่วทวีปที่จะเดินทางมาร่วมชิงชัยในศึกครั้งนี้

การเตรียมความพร้อมของเจ้าภาพและทัพนักกีฬาไทย

ดร.ก้องศักด ยอดมณี หรือที่แฟนกีฬาเรียกกันติดปากว่า “บิ๊กก้อง” ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าว่า ทางญี่ปุ่นได้วางแผนจัดการที่พักไว้อย่างน่าสนใจ โดยนักกีฬาประมาณ 4,000-5,000 คนจะได้พักบนเรือสำราญสุดหรูที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องพักกว่า 571 ห้อง สระว่ายน้ำ 7 สระ และร้านอาหารอีก 8 แห่ง นอกจากนี้ยังมีที่พักสไตล์ตู้คอนเทนเนอร์ไม้บริเวณท่าเรือการ์เดน เพียร์ เพื่อรองรับนักกีฬาอีกส่วนหนึ่ง ทำให้มั่นใจได้ว่าแม้จะเป็นช่วงมรสุมไต้ฝุ่น ทุกคนจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

ในส่วนของทัพนักกีฬาทีมชาติไทยนั้น “บิ๊กก้อง” ยืนยันว่าภาพรวมการเตรียมความพร้อมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยมีการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง กกท., กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬาต่างๆ เพื่อให้นักกีฬาทุกคนมุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการสนับสนุน

  • การบริหารจัดการเบี้ยเลี้ยง: กกท. ยืนยันไม่มีปัญหาเรื่องการจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาและผู้ฝึกสอน โดยเดือนมิถุนายนได้เบิกจ่ายครบถ้วนแล้ว
  • ขั้นตอนการเบิกจ่าย: เดือนกรกฎาคมอยู่ระหว่างดำเนินการอย่างเร่งด่วนสำหรับสมาคมที่ส่งเอกสารครบ
  • การสนับสนุน: มีการประสานงานกับสมาคมที่เอกสารยังขาดเหลือ เพื่อให้เงินสนับสนุนถึงมือนักกีฬาและผู้ฝึกสอนโดยเร็วที่สุด

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของญี่ปุ่นในการจัดการแข่งขันระดับนานาชาติอีกครั้ง ซึ่งเราในฐานะกองเชียร์ชาวไทยคงต้องร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยให้คว้าเหรียญรางวัลกลับมาให้ได้มากที่สุด ความสำเร็จในศึกครั้งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนักกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงระบบการจัดการหลังบ้านที่มั่นคงและรวดเร็ว ซึ่ง “บิ๊กก้อง” ได้การันตีแล้วว่าทัพไทยพร้อมสู้ศึกอย่างเต็มที่แน่นอน

ที่มา – “ญี่ปุ่น” เคาต์ดาวน์ 1 เดือน พร้อมรับนักกีฬา 1.5 หมื่นคน สู้ศึเอเชียนเกมส์ 2026 “บิ๊กก้อง” ยืนยัน “ทัพไทย” ไร้ปัญหาเบี้ยเลี้ยง

ยื่นอุทธรณ์บัตรคนจน ให้ทันสิ้นเดือนส.ค. เร่งช่วยประชาชน

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองเรื่องสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐกันอยู่ใช่ไหมครับ? ล่าสุดมีข่าวสำคัญสำหรับใครที่ตรวจสอบสิทธิ์แล้วพบว่าตนเองไม่ผ่านเกณฑ์ หรือรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เมื่อทางด้าน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ โดยกำชับให้ทุกจังหวัดเร่งยื่นอุทธรณ์บัตรคนจน ให้ทันสิ้นเดือนส.ค. เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ที่ควรจะได้รับครับ

ขั้นตอน ยื่นอุทธรณ์บัตรคนจน ให้ทันสิ้นเดือนส.ค.

การเดินทางไปติดต่อราชการที่อำเภออาจเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง ท่านรัฐมนตรีพลพีร์จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด บูรณาการหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ให้ลงพื้นที่เข้าไปสำรวจและช่วยเหลือประชาชนถึงหน้าบ้าน ไม่ต้องลำบากเดินทางไกล 60 กิโลเมตรอีกต่อไป โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องทราบดังนี้ครับ:

แนวทางช่วยเหลือประชาชน ยื่นอุทธรณ์บัตรคนจน ให้ทันสิ้นเดือนส.ค.

  • การบริการเชิงรุก: เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะลงพื้นที่ไปหาประชาชนถึงที่พักอาศัยเพื่อเก็บข้อมูลหลักฐาน
  • ตรวจสอบสิทธิ์แบบเจาะลึก: หากใครติดปัญหาเรื่องเงื่อนไขยานพาหนะ เจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบสภาพความเป็นจริงให้
  • การประสานงานข้ามกระทรวง: สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเรื่องบัญชีม้าหรือรายได้เพิ่มเติม จะมีการประสานงานกับกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์เพื่อตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน

รัฐบาลเน้นย้ำว่า ไม่ได้มีการจำกัดจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ ขอเพียงแค่ท่านเป็นผู้มีรายได้น้อยตัวจริงและมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ การที่ท่านรีบดำเนินการยื่นอุทธรณ์บัตรคนจน ให้ทันสิ้นเดือนส.ค. นี้ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมเอกสารเพื่อนำส่งได้ทันตามกำหนดภายในวันที่ 20 กันยายนนี้ครับ

หากคุณรู้ตัวว่าตนเองควรได้รับสิทธิ์ แต่ติดปัญหาเรื่องเอกสารหรือเงื่อนไขต่างๆ อย่ารอช้าครับ ให้รีบติดต่อผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ของท่านทันที เพราะเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้ลงพื้นที่มาดูแลท่านแล้วครับ นี่คือโอกาสสำคัญที่ภาครัฐพยายามกระจายความช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึงที่สุด

ที่มา – ‘พลพีร์’กำชับจังหวัด เร่งแจ้งประชาชน ยื่นอุทธรณ์’บัตรคนจน’ ให้ทันสิ้นเดือนส.ค. พร้อมสั่งภาครัฐ ช่วยปชช.ยื่นอุทธรณ์

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม งดตอบสื่อปมที่ดินวัด

จากเหตุการณ์ที่เป็นกระแสสังคมในขณะนี้ กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น ทำให้หลายคนต่างจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้ออกมาแสดงท่าทีชัดเจนเกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าว เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม งดตอบสื่อปมที่ดินวัด

เหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่วัดป่าอดุลยารามยังคงมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาให้กำลังใจพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามอย่างต่อเนื่อง โดยพระอาจารย์ได้กล่าวถึงประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจว่า ตนขอหยุดให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องที่ดินแล้ว เนื่องจากเรื่องทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลเรียบร้อยแล้ว การให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติมอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีหรือเป็นการพาดพิงบุคคลอื่นซึ่งไม่เหมาะสม

มุมมองจาก เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ต่อการนำเสนอข่าว

นอกจากนี้ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ยังได้ฝากข้อคิดถึงสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปว่า อยากให้ปรับเปลี่ยนมุมมองในการติดตามข่าวสาร โดยแทนที่จะจดจ่ออยู่เพียงแค่เรื่องความขัดแย้ง ซึ่งอาจสร้างความเครียดให้กับสังคม ท่านอยากให้สื่อหันมานำเสนอประเด็นด้านธรรมะหรือคำสอนที่จะช่วยลดความเครียดให้กับผู้คนมากกว่า เพราะในโลกที่วุ่นวาย การได้รับฟังเรื่องราวที่เป็นมงคลและสร้างสรรค์จะส่งผลดีต่อจิตใจของพุทธศาสนิกชนมากกว่าการเสพข่าวด้านลบ

  • ขอความร่วมมือญาติโยมงดถ่ายคลิปภายในกุฏิ เพื่อความเป็นส่วนตัวและเรียบง่าย
  • งดการสอบถามประเด็นคดีความกับพระสงฆ์ภายในวัด
  • ขอความร่วมมือพ่อค้าแม่ค้าให้ย้ายจุดจำหน่ายสินค้าไปนอกบริเวณเขตวัด เพื่อรักษาความเป็นเขตอภัยทานและลดความสับสนเรื่องการซื้อขาย

ทางวัดเน้นย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดก็เพื่อให้บรรยากาศภายในวัดมีความสงบร่มเย็น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและเป็นที่พึ่งทางใจให้กับทุกคนอย่างแท้จริง การที่ท่านเจ้าอาวาสออกมาพูดคุยอย่างเป็นกันเองและมีสีหน้าที่แจ่มใส ทำให้ญาติโยมที่มาเยี่ยมเยียนรู้สึกคลายกังวลไปได้มาก

บทเรียนจากเหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่า ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตหรือความขัดแย้ง สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้สติและหันกลับมาพิจารณาหลักธรรมทางศาสนา เพื่อประคับประคองจิตใจให้มั่นคง ท่ามกลางกระแสข่าวสารที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละวัน

ที่มา – “เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม” งดตอบสื่อปมที่ดินวัด ชี้เรื่องอยู่ชั้นศาล วอนข่าวนำเสนอธรรมะลดเครียด

อนุทิน ปลุกลงทุนไทย-ออสเตรเลีย ขนทัพธุรกิจไทย สร้างโอกาสการค้า

ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทย เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไปเยือนนครซิดนีย์ เพื่อเป็นประธานในงาน Networking Reception โดยภารกิจหลักคือการ อนุทิน ปลุกลงทุนไทย-ออสเตรเลีย ขนทัพธุรกิจไทย สร้างโอกาสการค้า ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงภาคธุรกิจชั้นนำของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน

อนุทิน ปลุกลงทุนไทย-ออสเตรเลีย ขนทัพธุรกิจไทย สร้างโอกาสการค้า

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งได้นำทัพนักธุรกิจไทยกว่า 21 ราย ไปพบปะกับบริษัทชั้นนำของออสเตรเลียกว่า 53 แห่ง เพื่อเปิดโอกาสให้มีการหารือเชิงลึกในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ดิจิทัล การเกษตร และยานยนต์ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ เผยว่านี่คือจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการต่อยอดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ

โอกาสทองของการต่อยอดธุรกิจแห่งอนาคต

แม้ออสเตรเลียอาจจะไม่ใช่ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในไทย แต่ความเชี่ยวชาญด้านระบบและเทคโนโลยีขั้นสูงคือสิ่งที่เราต้องการ การที่ อนุทิน ปลุกลงทุนไทย-ออสเตรเลีย ขนทัพธุรกิจไทย สร้างโอกาสการค้า ในครั้งนี้ จะช่วยให้ไทยได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่ทันสมัย โดยมีนักธุรกิจระดับบิ๊กเนมของไทยร่วมเดินทางไปด้วยมากมาย อาทิ:

  • กลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์
  • บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
  • กลุ่มเซ็นทรัล และเครือ TCC Group
  • บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
  • เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร และเอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล

ข้อมูลจากบีโอไอระบุว่า ช่วงปี 2564-2569 มีโครงการลงทุนจากออสเตรเลียในไทยถึง 93 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 33,425 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมดิจิทัลครองสัดส่วนสูงสุดที่ 41% ตามมาด้วยเคมีและปิโตรเคมี รวมถึงเกษตรและแปรรูปอาหาร ซึ่งการเคลื่อนไหวของภาครัฐในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ เข้าสู่ประเทศไทยได้อีกมหาศาล

ในมุมมองของเรา การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจับคู่ธุรกิจระดับทวิภาคีเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้า แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนที่ยั่งยืน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างแน่นอน

ที่มา – “อนุทิน” ปลุกลงทุนไทย-ออสเตรเลีย ขนทัพธุรกิจไทย สร้างโอกาสการค้า

นายกฯ เยี่ยมชม Thai Town นครซิดนีย์ พบปะชุมชนไทย

เชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อทราบข่าวว่าท่านนายกฯ ได้เดินทางไปเยือนแดนจิงโจ้อย่างนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และภารกิจสำคัญที่ไม่พลาดคือการไปเยือนย่านที่คนไทยภูมิใจที่สุดอย่าง นายกฯ เยี่ยมชม Thai Town นครซิดนีย์ พบปะชุมชนไทย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยที่ไปประกอบอาชีพและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น

นายกฯ เยี่ยมชม Thai Town นครซิดนีย์ พบปะชุมชนไทย อย่างเป็นกันเอง

การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ผู้นำไทยจะได้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในต่างแดน โดยท่านนายกฯ ได้เดินสำรวจย่าน Thai Town ท่ามกลางการต้อนรับที่อบอุ่นจากนางโคลเวอร์ มอร์ นายกเทศมนตรีนครซิดนีย์ กิจกรรมนี้ไม่เพียงแค่เป็นการเยี่ยมชมทั่วไป แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่าอาหารไทยและวัฒนธรรมไทยของเรานั้นมีอิทธิพลอย่างมากในระดับสากล

บรรยากาศการลงพื้นที่และจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ

ตลอดเส้นทางการเดินเยี่ยมชม ท่านนายกฯ ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะที่ร้าน Doodee King ที่ท่านได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน บรรยากาศเป็นไปอย่างกันเอง ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของการที่ นายกฯ เยี่ยมชม Thai Town นครซิดนีย์ พบปะชุมชนไทย เพราะการได้สัมผัสปัญหาและรับฟังเสียงจากผู้ประกอบการตัวจริง จะช่วยให้รัฐบาลสามารถสนับสนุนการส่งออกวัฒนธรรมอาหารไทยไปสู่ตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น

นอกเหนือจากการชิมอาหารแล้ว ท่านนายกฯ ยังได้ชื่นชมการพัฒนาพื้นที่ของนครซิดนีย์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรม โดยมองว่าสิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างชุมชนไทยและหน่วยงานท้องถิ่น สิ่งที่น่าสนใจคือ:

  • การส่งเสริมงานศิลปะสาธารณะที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ไทย
  • ความสำเร็จของเทศกาล Sydney Lunar Festival ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว
  • การยกระดับย่าน Haymarket ให้กลายเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง

ท้ายที่สุด การที่ นายกฯ เยี่ยมชม Thai Town นครซิดนีย์ พบปะชุมชนไทย ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การทำภารกิจทางการเมือง แต่คือการแสดงพลังของ Soft Power ไทย ที่เกิดจากหยาดเหงื่อและฝีมือของคนไทยในต่างแดนที่ทำให้ชาวโลกยอมรับในรสชาติอาหารและเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง

หากคุณมีโอกาสได้ไปเยือนซิดนีย์ อย่าลืมแวะไปสัมผัสบรรยากาศ Thai Town ด้วยตัวเอง แล้วคุณจะภูมิใจในความเป็นไทยไม่ต่างจากท่านนายกฯ เลยครับ

ที่มา – ‘นายกฯ’เยี่ยมชม’Thai Town’ นครซิดนีย์ พบปะ’ชุมชนไทย’ ก่อนแวะชิมอาหารไทย คุยผู้ประกอบการคนไทย

ไทยเที่ยวไทยพลัส เร่งดันให้ทัน ก.ย. นี้ กระตุ้นเศรษฐกิจ

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองนโยบายการท่องเที่ยวล่าสุด หลังจากที่ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเผยความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ที่ตั้งเป้าจะผลักดันให้ทันใช้ภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในภาคการท่องเที่ยวให้คึกคักขึ้นอีกครั้ง

จับตาโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจไทย

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมโครงการนี้ถึงสำคัญ? คำตอบคือเพราะภาคการท่องเที่ยวเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยทางกระทรวงฯ และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กำลังเร่งสรุปรายละเอียดเงื่อนไขการใช้เงินให้รอบด้านที่สุด เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนได้ตรงจุดและทันตามกรอบเวลาที่ตั้งไว้ภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

รายละเอียดและเป้าหมายของ ไทยเที่ยวไทยพลัส

สำหรับงบประมาณในเฟสแรกนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 1,750 ล้านบาท ซึ่งทางรัฐมนตรีฯ มั่นใจว่าหากโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เริ่มดำเนินการได้อย่างราบรื่น จะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท โดยเน้นกระจายรายได้ไปสู่ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก และภาคบริการท่องเที่ยวทั่วประเทศ

นอกเหนือจากเรื่องของงบประมาณแล้ว ทางกระทรวงฯ ยังได้ประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวโดยรวม ดังนี้:

  • คาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมกว่า 33 ล้านคน
  • เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
  • การปรับตัวของธุรกิจท่องเที่ยวหลังจากภาวะชะลอตัวจากสงครามพลังงาน

ในมุมมองส่วนตัว แม้ปัจจุบันเราจะเห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติมีการปรับตัวลดลงบ้างเล็กน้อยราว 2-3% แต่การกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศด้วยมาตรการที่ชัดเจนและรวดเร็วแบบนี้ จะเป็นตัวช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยได้เป็นอย่างดี เราคงต้องลุ้นกันว่าในช่วงปลายปีนี้ โครงการนี้จะสร้างความคึกคักได้มากแค่ไหน ซึ่งถือเป็นความหวังใหม่ของทุกคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยครับ

ที่มา – “สุรศักดิ์” เร่งดัน ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ ให้ทัน ก.ย.นี้ หวังกระตุ้นใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 5 พันล้าน

แฟนบอลไทยขอความกรุณา ‘ทรูวิชั่นส์’ ให้ชม ‘ช้างศึก’ เตะชิงอาเซียนทางฟรีทีวี

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อแฟนบอลชาวไทยรวมพลังกันเรียกร้องให้ผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างทรูวิชั่นส์ ช่วยพิจารณาปล่อยสัญญาณถ่ายทอดสดฟุตบอลอาเซียนคัพ 2026 หรือ “อาเซียนฮุนไดคัพ 2026” ให้ประชาชนได้รับชมผ่านทางฟรีทีวี เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนบอลเข้าถึงการเชียร์ทัพ “ช้างศึก” ได้อย่างทั่วถึงและมีส่วนร่วมในแมตช์สำคัญของชาติ

แฟนบอลไทยขอความกรุณา ‘ทรูวิชั่นส์’ ให้ชม ‘ช้างศึก’ เตะชิงอาเซียนทางฟรีทีวี

ปัจจุบันการรับชมการแข่งขันต้องผ่านแพลตฟอร์ม “ทรูวิชั่นส์นาว” ซึ่งผู้ที่ต้องการรับชมจำเป็นต้องสมัครสมาชิกและเสียค่าบริการรายเดือนขั้นต่ำ 199 บาท แม้จะเป็นสิทธิ์ของผู้ถือลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย แต่สำหรับแฟนบอลที่ต้องการส่งแรงเชียร์ให้ทีมชาติไทยในนัดประวัติศาสตร์ การเข้าถึงผ่านช่องทางฟรีทีวีอย่าง “ทรูโฟร์ยู” ดูจะเป็นสิ่งที่แฟนบอลต้องการมากที่สุดในขณะนี้

เหตุผลที่แฟนบอลเรียกร้องการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี

น้าเอ๋ ชัยรัตน์ กลุ่มไหม ตัวแทนแฟนบอลที่เคยออกมาขับเคลื่อนเรื่องค่าตั๋วแพง ได้เป็นกระบอกเสียงหลักในการโพสต์ถามความหวังถึงผู้บริหารทรูวิชั่นส์ว่า ในกรณีที่ทีมชาติไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี เพื่อให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศได้มีโอกาสร่วมลุ้นร่วมเชียร์ไปพร้อมๆ กัน โดยประเด็นนี้สะท้อนถึงความรักที่มีต่อทีมชาติไทยอย่างแท้จริง

ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการรับชมมีดังนี้:

  • ค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน: แฟนบอลหลายคนมองว่าแพ็กเกจ 1 เดือน อาจไม่ครอบคลุมนัดตัดสิน หากทีมชาติไทยทะลุเข้าชิงและต้องลงเล่นแมตช์ชี้ชะตานัดที่ 2 ซึ่งอยู่นอกเหนือช่วงเวลาของแพ็กเกจแรก
  • กระแสเรียกร้อง: การออกมาเคลื่อนไหวของแฟนบอลไทยขอความกรุณา ‘ทรูวิชั่นส์’ ให้ชม ‘ช้างศึก’ เตะชิงอาเซียนทางฟรีทีวี แสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีในการสนับสนุนกีฬาของชาติ
  • ความหวังของแฟนๆ: แฟนบอลไม่ได้ต้องการเพียงแค่ดูบอล แต่ต้องการ “บรรยากาศ” การเชียร์ที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่มีกำแพงด้านค่าใช้จ่ายมาขวางกั้น

สถานการณ์ปัจจุบัน ทีมชาติไทยกำลังเตรียมตัวลงเล่นในรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 พบกับทีมชาติสิงคโปร์ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน หากผลการแข่งขันเป็นใจและเราทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้จริง นี่จะเป็นโอกาสทองที่ทางทรูวิชั่นส์จะแสดงสปิริตในการคืนกำไรให้กับสังคม เพื่อให้การเชียร์ช้างศึกในครั้งนี้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของคนไทยทุกคน

สุดท้ายแล้ว เราคงต้องรอติดตามกันว่าทางผู้ให้บริการจะตอบรับคำร้องขอและปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อคืนความสุขให้กับแฟนบอลได้หรือไม่ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ฟุตบอลทีมชาติคือสมบัติของคนไทยทุกคน และการสนับสนุนที่เข้าถึงได้ง่ายจะช่วยสร้างกระแสความนิยมให้กับฟุตบอลไทยได้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ที่มา – แฟนบอลไทยขอความกรุณา ‘ทรูวิชั่นส์’ ให้ชม ‘ช้างศึก’ เตะชิงอาเซียนทางฟรีทีวี

เช็คพิกัดชมการซ้อม ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

เชื่อว่าหลายคนกำลังเฝ้ารอชมความงดงามของประเพณีที่หาชมได้ยากยิ่ง กับการเตรียมความพร้อมก่อนถึงวันจริงสำหรับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสมหามงคล โดยกองทัพเรือได้เริ่มฝึกซ้อมกำลังพลและจัดกระบวนเรือพระราชพิธีอย่างสง่างาม หากคุณไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญในการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์ต่างๆ วันนี้เราจะมาอัปเดตข้อมูลและพิกัดที่คุณสามารถไปร่วมชมการซ้อมได้แบบใกล้ชิดครับ

เช็คพิกัดชมการซ้อม ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

การฝึกซ้อมในครั้งนี้มีความสำคัญมากเพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีการคัดเลือกกำลังพลกว่า 2,200 นาย มาปฏิบัติหน้าที่บนเรือพระราชพิธีจำนวน 52 ลำ แบ่งเป็น 5 ริ้วขบวนที่สวยงามและวิจิตรตระการตา การซ้อมย่อยจะมีขึ้นหลายรอบตลอดเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2569 โดยไฮไลท์คือการซ้อมใหญ่ที่แต่งกายครบชุดในวันที่ 21 และ 28 ตุลาคม 2569 ก่อนจะถึงพิธีจริงในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ครับ

จุดรับชม ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่ดีที่สุด

สำหรับการเดินทางไปชมการซ้อม ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประชาชนสามารถเลือกจุดรับชมได้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 8 ไปจนถึงวัดอรุณราชวราราม โดยพื้นที่ที่แนะนำมีดังนี้ครับ:

  • ฝั่งธนบุรี: บริเวณใต้สะพานพระราม 8, สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา, ท่าน้ำวัดระฆังโฆษิตาราม และวัดอรุณราชวราราม
  • ฝั่งพระนคร: สวนสันติชัยปราการ, ท่ามหาราช และท่าช้าง

ความงดงามของริ้วขบวนที่ประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือรูปสัตว์ต่างๆ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของไทย การได้เห็นเรือเหล่านี้ล่องไปบนแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นภาพที่น่าประทับใจและควรค่าแก่การไปสัมผัสด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิตครับ อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อม ตรวจสอบวันและเวลาการซ้อมให้ดี และเดินทางล่วงหน้าเพื่อจองจุดชมวิวสวยๆ กันนะครับ

หากใครได้ไปชมแล้ว อย่าลืมเก็บภาพความประทับใจมาฝากกันด้วยนะครับ แล้วมาร่วมกันภาคภูมิใจในมรดกวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของไทยไปพร้อมๆ กันครับ

ที่มา – เช็คพิกัดชมการซ้อม “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”