ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ห้างขายยาสนใจดึงแอนจ์ปอสเตโคกลูคุมทัพแทนเฮียเทน

ข่าวลือวงในจากสโมสรดังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี อย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน หรือที่ใครหลายๆ คนรู้จักในชื่อ “ห้างขายยา” กำลังจับตาสถานการณ์โค้ชที่ว่าง และมีข่าวว่าต้องการดึงตัว แอนจ์ ปอสเตโคกลู อดีตกุนซือของ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ มาคุมทัพแทน เอริก เทน ฮาก ที่เพิ่งถูกปลดจากตำแหน่งหลังเพียง 62 วันเท่านั้น

เอริก เทน ฮาก ที่เคยทำผลงานได้ดีกับทีมอย่าง Ajax และได้รับโอกาสจาก “ห้างขายยา” เมื่อช่วงต้นฤดูกาล โดยพาทีมลงเล่นในบุนเดสลีกาเพียงแค่ 2 นัด ก่อนที่ผลงานจะเริ่มดรอป และส่งผลให้เขาได้ถูกปลดจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นกุนซือคนที่คุมทีมได้สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร

ห้างขายยาสนใจดึงแอนจ์ปอสเตโคกลู

จากการรายงานของนักข่าวดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียน ระบุว่า “ห้างขายยา” ได้มีการติดต่อผ่านตัวแทนของ แอนจ์ ปอสเตโคกลู แล้ว โดยมองว่า อดีตกุนซือชาวออสซี เป็นตัวเลือกที่ลงตัวทั้งในด้านประสบการณ์ และสไตล์การคุมทีม หลังจากที่เขาออกจาก ทอตแนม ฮอตสเปอร์ เมื่อจบฤดูกาลที่ผ่านมา

แอนจ์เป็นทางเลือกที่มีชื่อเสียง

ปอสเตโคกลู ถือเป็นหนึ่งในโค้ชที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการฟุตบอลโลก เคยคุมทีมชั้นนำมากมายไม่ว่าจะในอังกฤษ ฝรั่งเศส รวมไปถึงทีมระดับยุโรป โดยเฉพาะกับผลงานกับทอตแนมที่สามารถพาทีมไปถึงชิงแชมเปียนส์ลีก และได้เข้าถึงนัดชิงทัพในปี 2019 และ 2020 ทั้งที่ทีมไม่ใช่ทีมท็อปโฟร์ในฤดูกาลนั้นเลย

อย่างไรก็ตาม ห้างขายยา ไม่ใช่สโมสรเดียวที่ต้องการตัว แอนจ์ เพราะก่อนหน้านี้ เฟเนร์บาห์เช สโมสรดังจากตุรกี ก็เคยสนใจเชิญตัวอดีตโค้ชแห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทอตแนม ไปนั่งแท่นกุนซือเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้เพิ่งแตกทางกับ โชเซ มูรินโญ่ มือกุนซือชื่อดังชาวโปรตุกีส

หากพูดถึงสไตล์การคุมทีมของ แอนจ์ เขาถือเป็นโค้ชสายฟอร์มที่เน้นการเล่นแบบครองบอล และใช้ความฉลาดในการจัดระบบ ทำให้ทีมเล่นประจัญบานสู้ศึกในทุกรายการ เมื่อรวมกับแนวคิดการเปลี่ยนผ่านของ “ห้างขายยา” ที่มองหากุนซือที่ประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน การมีชื่อของเขาเข้าข่ายก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีชื่อเสียงเหล่านี้ แต่โอกาสในการย้ายของ แอนจ์ จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ข้อเสนอที่ดีเพียงพอ ไปจนถึงเป้าหมายส่วนตัวของเขาในช่วงเวลานี้ การที่เขาได้รับการจับตามองจากทั้ง ห้างขายยา และ เฟเนร์บาห์เช ถือเป็นสัญญาณดีว่าเขายังคงอยู่ในเส้นทางเป็นโค้ชสายอาชีพที่ได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก

ในกรณีนี้ หากเลเวอร์คูเซนสามารถเปลี่ยนผู้จัดการทีมได้ พวกเขาอาจจะได้กุนซือที่เหมาะกับปรัชญาสโมสรอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในแง่ของการผลิตฟุตบอลที่ดูน่าตื่นเต้น และมีเป้าหมายในระยะยาว

ไม่ว่าจะเลือกใครขึ้นมาแทนเทน ฮาก สิ่งที่แน่นอนคือ “ห้างขายยา” ต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเจ้าของทุนก็พร้อมลงทุนอย่างจริงจังเพื่อความสำเร็จในอนาคต

หากคุณชื่นชอบข่าวฟุตบอลระดับท็อป ติดตามเว็บไซต์เราเพื่อไม่พลาดข่าวเด็ดระดับพรีเมียมอัปเดตใหม่ทุกวัน!

ที่มา – “ห้างขายยา” สนใจดึง “แอนจ์” คุมทัพแทนเฮียเทน

เพลิงไหม้ร้านรับซื้อของเก่าย่านคลองหลวง คาดไฟฟ้าลัดวงจร

วันที่ 3 กันยายน 2568 เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านรับซื้อของเก่าในย่านคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งดับเพลิงต้องระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยในเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อทรัพย์สินภายในร้าน

เพลิงไหม้ร้านรับซื้อของเก่าย่านคลองหลวง

ร.ต.ท.ชาญวิทย์ ชัญถาวร รอง สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านรับซื้อของเก่าในซอยเอราวัณ 22 ม.12 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. หลังจากที่เจ้าของร้านซึ่งไม่มีชื่อในทะเบียนพานิชย์รายงานว่าร้านเก็บวัสดุหลากหลายประเภท ได้แก่ พาเลทไม้ พลาสติก และวัสดุรีไซเคิลต่างๆ ซึ่งเป็นวัสดุไวไฟ

ดับเพลิงระดมฉีดน้ำดับ

ทันทีที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองท่าโขลง ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว โดยส่งรถดับเพลิง 4 คันและหน่วยกู้ชีพ พร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อช่วยเหลือและควบคุมเพลิง ผู้สังเกตเห็นรายงานว่าเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากภายในร้านเต็มไปด้วยวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง เช่น ไม้ พลาสติก และพาเลท

เพลิงไหม้ครั้งนี้มีผลกระทบอย่างมาก ทั้งต่อตัวร้านซึ่งมีโครงสร้างเป็นไม้และสังกะสี รวมถึงรถกระบะอีซูซุ ดีแม็ก 1 คันที่จอดอยู่ในบริเวณร้าน ซึ่งได้รับความเสียหายเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในการเกิดเหตุครั้งนี้

ทีมดับเพลิงต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงในการควบคุมเพลิงและป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังร้านรับซื้อของเก่าใกล้เคียง ซึ่งคำนวณว่าหากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้ความเสียหายทวีคูณอย่างมหาศาล

เจ้าของร้านเผยสาเหตุเบื้องต้น

เจ้าของร้านให้ข้อมูลว่าขณะเกิดเหตุตนเองไม่อยู่ที่ร้าน และเมื่อกลับมาพบว่าบรรดาของเก่ายังไม่ได้นำไปคัดแยกและจำพวกวัสดุ เช่น พาเลท ไม้ และไฟเบอร์กลาส อาจเป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้ไฟไหม้ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสันนิษฐานว่า เพลิงไหม้ร้านรับซื้อของเก่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

เบื้องต้น ตำรวจร่วมกับทีมชันสูตรและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บภาพและหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมาจากระบบไฟฟ้าในร้านที่ไม่ได้รับการตรวจสอบเป็นประจำ

เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เตือนใจผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในประเภทกิจการที่เก็บวัสดุไวไฟ เช่น ร้านรับซื้อของเก่า ควรตรวจเช็กความปลอดภัยจากไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเพลิงไหม้อย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงได้

หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ ควรมีความรู้เรื่องความปลอดภัยจากเพลิงไหม้อย่างเพียงพอ และพิจารณาประกันภัยคุ้มครองทรัพย์สินจากการเกิดไฟไหม้ด้วยเพื่อความปลอดภัยกว่า

ที่มา – เพลิงไหม้ร้านรับซื้อของเก่าย่านคลองหลวง ดับเพลิงระดมฉีดน้ำดับ คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เปิดจดหมายลามรณภาพ ‘พระครูวิสุทธิ์วรญาณ’ เหตุเครียด! ทำ ‘บัญชีรับ-จ่ายวัด’

เมื่อเร็วๆ นี้ สังคมออนไลน์และวงการศาสนาได้ถูกสะเทือนด้วยข่าวการมรณภาพของพระภิกษุผู้มีความเสื่อมดี คือ พระครูวิสุทธิ์วรญาณ หรือ พระครูปลัดลอง ญาณวโร อายุครบ 59 พรรษา ซึ่งเสียชีวิตด้วยการกระทำอัตตวินิบาต หลังจากเปิดเผยในจดหมายลามรณภาพว่า เหตุผลหลักคือความเครียดจากการทำ บัญชีรับ-จ่ายวัด ที่ทำให้ท่านไม่สามารถหลับใหล และสร้างความกดดันทางจิตใจถึงขั้นต้องตามหาทางแก้ไขด้วยการใช้ยานอนหลับ

เปิดจดหมายลามรณภาพ ‘พระครูวิสุทธิ์วรญาณ’ เหตุเครียด! ทำ ‘บัญชีรับ-จ่ายวัด’

ตามรายงานจากสำนักงานเจ้าคณะอำเภอสันทราย ได้รับแจ้งการมรณภาพของพระครูวิสุทธิ์วรญาณ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดแม่โจ้ แห่งจังหวัดเชียงใหม่ ท่านมีอายุครบ 59 พรรษา และมีอายุการเป็นพระถึง 37 พรรษา จดหมายลามรณภาพของท่านได้ถูกเผยแพร่ผ่านโลกโซเชียลมีเดียในวงการคณะสงฆ์ จึงทำให้หลายฝ่ายต่างจับตามองและสะเทือนใจเป็นอย่างมาก

จากข้อมูลในจดหมายที่เขียนด้วยลายมือสั่น ๆ ของ พระครูวิสุทธิ์วรญาณ มีใจความว่า การจบชีวิตอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ท่านรู้สึกว่าการต้องรับผิดชอบในงานด้าน บัญชีรับ-จ่ายวัด ซึ่งท่านระบุว่า “ไม่มีใครทำให้ ทำไม่เป็น เพราะไม่รู้… ผ่านการอบรมมาก็ยังทำไม่เป็น” ส่งผลให้ท่านนอนไม่หลับหลายคืน หลังจากไปพบแพทย์และได้รับยาเพื่อสลบเพื่อให้พักผ่อน แต่ก็ไม่สามารถระงับความเจ็บปวดทางจิตใจได้

ความเครียดจากภาระงานบริหารวัด

นอกจากความผิดหวังในตนเองแล้ว ท่านยังในการลาโลกยังได้ขอโทษญาติโยมและลูกศิษย์ที่ได้ตั้งใจจะสนับสนุนให้พวกเขาได้ศึกษาต่ออย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพูดเป็นนัยถึงความต้องการให้วัดแม่โจ้ได้รับผู้รับผิดชอบที่มีความรู้ ความสามารถมากขึ้น เพื่อจะได้ขับเคลื่อนด้านต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ และหากก่อให้เกิดผลกระทบใดต่อใครขออโหสิกรรมไว้ ณ ที่นี้ด้วย

  • พระครูวิสุทธิ์วรญาณ อายุ 59 พรรษา
  • อดีตเจ้าอาวาสวัดแม่โจ้
  • สิ้นชีพโดยใช้การกระทำตนเอง
  • ปัญหาหลักเกิดจาก “บัญชีรับ-จ่ายวัด”
  • มีจดหมายลามรณภาพแจ้งเหตุการณ์

ขอขอบคุณความเมตตาและคำสอนของ พระครูวิสุทธิ์วรญาณ ที่ท่านทุ่มเทเพื่อพุทธศาสนาและเพื่อลูกศิษย์ของวัดแม่โจ้ตลอดช่วงวัยที่ท่านได้อุทิศชีวิตให้กับพระรัตนตรัย หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขอยกโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วยเช่นกัน เป็นบทเรียนอันลึกซึ้งทั้งในด้านการบริหารชีวิต การดูแลสุขภาพจิต และความเข้าใจถึงการแบ่งเบาภาระสำหรับผู้รับผิดชอบในองค์กรทางศาสนา

ด้วยเหตุนี้ใครก็ตามที่รักษาภารกิจเช่นเดียวกัน ขอให้เรียนรู้ที่จะวางความรับผิดชอบอย่างเหมาะสม จัดการเวลาให้เหมาะสม และหาผู้มีความรู้เข้ามาร่วมงาน เพื่อเดินหน้าไปอย่างยั่งยืน ไม่ให้เกิดความบาดหมางหรือปมใจในภายหลัง

ที่มา – เปิดจดหมายลามรณภาพ ‘พระครูวิสุทธิ์วรญาณ’ เหตุเครียด! ทำ ‘บัญชีรับ-จ่ายวัด’

ช้างศึก 23 ปี เปิดหัวโหดถล่มมองโกเลีย 6-0 คัดเอเชีย

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา “ช้างศึก 23 ปี” หรือทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ได้ลงทำการแข่งขันในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก กลุ่ม F นัดแรก พบกับทีมชาติ มองโกเลีย ณ สนาม ธรรมศาสตร์ สเตเดียม และผลการแข่งขันก็เป็นที่พอใจของแฟนบอลชาวไทยอย่างยิ่ง เมื่อทีมช้างศึกหนุ่มโชว์ฟอร์มแกร่ง บุกถล่มคู่แข่งถึง 6-0

ช้างศึก 23 ปี เปิดหัวโหดถล่มมองโกเลีย 6-0 คัดเอเชีย

สำหรับการแข่งขันนัดนี้ ทีมชาติไทยได้ส่ง阵容ชุดหลักที่มี ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เป็นกุนซือ และสามารถสร้างความแตกต่างได้ตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนที่จะยิงเข้าทำประตูถึง 3 ลูกในนาทีที่ 2, 18 และ 39 โดยมีผู้ทำประตูคือ อิคลาส สันหรน เสกสรรค์ ราตรี ที่ทำแฮตทริกในครึ่งแรก และยังยิงเพิ่มอีกหนึ่งลูกในครึ่งหลังนาทีที่ 57

ผลงานทีมในครึ่งหลัง

ในครึ่งหลัง เสกสรรค์ ราตรียังคงรักษาฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทำแฮตทริกสุดอลังการ ส่งผลให้ไทยขึ้นนำอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมีผู้เล่นรายอื่นๆ เข้ามาทำประตูเพิ่มเติม ได้แก่ ชวัลวิทย์ แซ่เล้า นาทีที่ 69 และยศกร บูรพา นาทีที่ 82 ส่งผลให้เกมจบลงด้วยผลการแข่งขัน ไทยชนะมองโกเลียไปอย่างสุดมันส์ 6-0

ส่วนอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เป็นการแข่งขันระหว่าง เลบานอน กับ มาเลเซีย ซึ่งเลบานอนสามารถเก็บชัยชนะไปได้ในสกอร์ 1-0 การันตีว่ากลุ่ม F มีความเข้มข้นสูงมาก ดังนั้นทีมชาติไทยจะต้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในนัดถัดไป

นัดต่อไปทีมไทยเจอลบานอน

นัดต่อไปที่เหล่า ช้างศึก 23 ปี ต้องออกตัวเต็มที่อีกครั้ง เมื่อต้องพบกับ เลบานอน ในวันที่ 6 กันยายน เวลา 19.30 น. ที่สนามเดิม ซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งที่มีคุณภาพและมีฟอร์มการเล่นที่ค่อนข้างหนักแน่น

  • โดยผลงานนัดก่อนหน้านี้ : ทีมไทยชนะมองโกเลีย 6-0
  • การจัดทีม : ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เป็นกุนซือหลัก
  • ผู้ทำประตู : เสกสรรค์ ราตรี แฮตทริก, อิคลาส สันหรน, ชวัลวิทย์ และยศกร
  • คู่แข่งนัดถัดไป : เلبานอน ทีมที่เพิ่งชนะมาเลเซีย 1-0

จากผลงานในแมตช์แรกนี้ถือว่าเป็นการเปิดตัวอย่างน่าประทับใจของทีม ช้างศึก 23 ปี ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับขาขมารอยรับชมฟุตบอลชุดนี้ไม่น้อย มั่นใจว่าในเกมต่อไป แฟนบอลจะได้เห็นการออกแบบการเล่นที่ดียิ่งขึ้น และทีมชาติไทยจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของการแข่งขันได้อย่างมั่นใจ

อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวของ ช้างศึกหนุ่ม และเตรียมเชียร์ทีมในศึกสำคัญนี้ผ่านทีวีหรือในสนามกันด้วยนะครับ!

ที่มา – ‘ช้างศึก 23 ปี’ เปิดหัวโหด ถล่ม ‘มองโกเลีย’ 6-0 คัดเอเชีย

ด่วน! ‘สภา’ บรรจุวาระโหวต ‘นายกฯ’ วันที่ 5ก.ย.นี้

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เผยแพร่วาระการประชุมสภาในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568 โดยมีวาระเรื่องด่วนที่ 8 เรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบแก่บุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมารยาทที่กำหนดไว้ในมาตรา 159 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ด่วน! ‘สภา’ บรรจุวาระโหวต ‘นายกฯ’ วันที่ 5ก.ย.นี้

ประเด็นนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่พลาดไม่ได้สำหรับทุกคนที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในตำแหน่งสำคัญที่สุดของประเทศ การโหวตครั้งนี้จะเป็นการตัดสินว่าใครจะได้รับโอกาสในการดำรงตำแหน่งผู้นำแห่งชาติในวาระถัดไป

โหวตเลือกนายกฯ: ช่วงเวลาสำคัญทางการเมือง

การจัดวาระการประชุมโดยคณะกรรมการสภาฯ เพื่อ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568 นี้ สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินการตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ตามมาตรา 159 ที่ระบุถึงขั้นตอนและเงื่อนไขในการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศโดยได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เชื่อกันว่าการจัดการประชุมในวันดังกล่าวจะมีผู้สมัครหลายรายเข้าร่วมขั้นตอนการเสนอชื่อและถูกนำมาพิจารณา แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปชื่อที่แน่นอนได้ แต่สิ่งที่แน่ชัดคือความสำคัญของกระบวนการนี้ต่อทิศทางอนาคตของประเทศไทยอย่างยิ่ง

เหตุการณ์ในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของระบอบประชาธิปไตยไทยที่ไม่สามารถมองข้ามได้ โดยประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดได้ทั้งทางสื่อออนไลน์และช่องทางการถ่ายทอดสดจากสภาฯ

  • กำหนดการประชุมสภาฯ วันที่ 5 กันยายน 2568
  • พิจารณาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ
  • วาระเร่งด่วนที่ 8: โหวตผู้สมัครนายกฯ

ด้วยความสำคัญของเหตุการณ์นี้ เราขอเชิญชวนทุกคนให้ติดตามและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจบริบททางการเมืองในระดับสูงในบ้านเมืองของเราอย่างรอบด้านและแม่นยำที่สุด

สรุป: การตัดสินใจครั้งนี้อาจส่งผลต่ออนาคตของประเทศไทยโดยตรง การ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 5 กันยายนจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนควรมีส่วนร่วมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นพลังในการกำหนดอนาคตของชาติ

ที่มา – ด่วน! ‘สภา’ บรรจุวาระโหวต ‘นายกฯ’ วันที่ 5ก.ย.นี้

จีนจัดงานรำลึกครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะสงครามต่อต้านการรุกรานจากญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 3 กันยายน ประเทศจีนได้จัดงานรำลึก จีนจัดงานรำลึกครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะสงครามต่อต้านการรุกรานจากญี่ปุ่น อย่างยิ่งใหญ่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง โดยมีผู้นำระดับประเทศ ทหาร และพลเมืองร่วมฉลองชัยชนะอันประวัติศาสตร์ที่มีความหมายต่อประชาชนจีนอย่างลึกซึ้ง

จีนจัดงานรำลึกครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะสงครามต่อต้านการรุกรานจากญี่ปุ่น

งานนี้มีจุดประสงค์เพื่อจดจำบทแห่งประวัติศาสตร์ รำลึกถึงวีรกรรมของผู้เสียสละ และดำรงยืนยันมั่นในหลักการรักษาสันติภาพของโลก อีกทั้งยังชี้นำประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ผู้นำสูงสุดของจีนในครั้งนี้คือนายสี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ประธานาธิบดี และประธานคณะกรรมการการทหารส่วนกลาง ได้เข้าร่วมพิธีอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งกล่าวปราศรัยและตรวจพลในพิธีสวนสนามอันยิ่งใหญ่

พิธีสวนสนามและการพาเหรดยิ่งใหญ่

พิธีสวนสนามเริ่มเวลา 09.15 น. ซึ่งเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนนำพิธีในลักษณะนี้ขึ้น โดยมีการแสดงความสามัคคีของประชาชน พรรค และกองทัพทุกหน่วย แสดงให้เห็นถึงพลังการรวมใจของประชาชนจีนเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ความก้าวหน้า

  • ผู้เข้าร่วม: ผู้นำต่างประเทศ 62 ราย, ตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ
  • เวลาเริ่มงาน: 09.15 น.
  • สถานที่: จัตุรัสเทียนอันเหมิน

ในขั้นตอนพิธีสวนสนาม กองทหารจากทุกสาขาได้จัดแถวอย่างเป็นระเบียบตามถนนฉางอาน เพื่อรับการตรวจพลจากผู้นำประเทศ ซึ่งแสดงถึงพลังทางทหารและความพร้อมด้านความมั่นคงของจีนในปัจจุบัน

ขณะที่ในขบวนพาเหรด ได้จัดแสดงขบวนเชิญธงและขบวนยุทโธปกรณ์ที่สมัยใหม่จากกองทัพทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงก้าวกระโดดทางด้านเทคโนโลยีทางทหารของจีน

ไฮไลต์ของการพาเหรด ได้แก่:

  • การเปิดตัวเครื่องบินรบใหม่
  • ความสมบูรณ์ของระบบขบวน
  • การแสดงของกองกำลังเอกภาพ
  • ถ่ายทอดจิตวิญญาณของการรำลึก

หนึ่งในแรงบันดาลใจของงานนี้คือการส่งต่อความทรงจำ ไม่เพียงเฉพาะต่อคนรุ่นปัจจุบัน แต่ยังเป็นการปลูกฝังบทเรียนให้กับคนรุ่นใหม่ให้ตระหนักถึงคุณค่าของสันติภาพและความสามัคคี

จากการรวมพลของประเทศใหญ่อย่างจีนในวาระสำคัญเช่นนี้ ช่วยให้เราได้เห็นภาพรวมของนโยบายต่างประเทศและการพัฒนาทางทหารที่ก้าวล้ำระดับนานาชาติ

หากคุณสนใจเรื่องราวความเคลื่อนไหวในระดับโลก เราขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อย่างต่อเนื่อง เพราะการรู้เท่าทันโลกเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตส่วนบุคคลและสังคม

ที่มา – จีนจัดรำลึกครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะ สงครามต่อต้านการรุกรานจากญี่ปุ่น (คลิป)

เครื่องดื่ม 2 ชนิดที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากผมร่วง-ผมหงอก

ผลการศึกษาจาก NYU Langone Health ชี้ให้เห็นว่า ผู้ชายกว่า 80% และผู้หญิงเกือบครึ่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกามีปัญหาผมร่วงอย่างรุนแรง สาเหตุของปัญหานี้เกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน และผลกระทบจากกระบวนการทางการแพทย์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม อาหารและเครื่องดื่มบางชนิดก็อาจมีอิทธิพลต่อสุขภาพผมอย่างไม่คาดคิด โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่ม 2 ชนิดที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากผมร่วง-ผมหงอก

จากการวิเคราะห์งานวิจัยด้านโภชนาการ 17 ชิ้นที่รวบรวมข้อมูลจากผู้เข้าร่วมมากกว่า 61,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง นักวิจัยได้ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างเครื่องดื่มสองชนิดกับปัญหาสุขภาพผม นั่นคือ น้ำอัดลมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

น้ำหวานทำลายสุขภาพผมได้ยังไง?

การดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลสูง เช่น มากกว่า 3,500 มิลลิลิตรต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงทำให้ผมร่วง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชาย น้ำตาลสูงเป็นอาหารของแบคทีเรีย ไปกระตุ้นการผลิตซีบัม ซึ่งเป็นน้ำมันตามธรรมชาติบนหนังศีรษะ การมีซีบัมมากเกินไปจะไปอุดตันรูขุมขน ทำให้เกิดการอักเสบ ส่งผลให้ผมร่วง

แอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงผมหงอก

งานวิจัย 2 ชิ้นชี้ให้เห็นว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากสัมพันธ์กับอาการผมร่วงและผมหงอกก่อนวัยอันควร เป็นผลจากการที่แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร และกระตุ้นภาวะออกซิเดชัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเสื่อมสภาพของรูขุมขนและระดับเมลานินในเส้นผม

ใครอยากมีผมสวยควรกินอะไร?

ยังมีดี ๆ ที่ช่วยบำรุงเส้นผม และสามารถลดความรุนแรงของอาการผมร่วงได้ เช่น วิตามินดี ธาตุเหล็ก โปรตีน และอาหารจากผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองและผักตระกูลกะหล่ำ ซึ่งช่วยเพิ่มความหนาแน่นและคุณภาพของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อผิวหนังและเส้นผมเป็นประจำ ไม่เพียงช่วยให้รูปลักษณ์ภายนอกดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสุขภาพจากการภายในที่ดีด้วย เพราะสุขภาพผมสะท้อนสุขภาพร่างกายโดยรวม

ที่มา – ผลการศึกษาชี้ เครื่องดื่ม 2 ชนิดที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากผมร่วง-ผมหงอก

SACIT เดินหน้าเฟ้นหางานหัตถศิลป์ไทย ชูโดดเด่น ด้านยั่งยืน นวัตกรรม

ในยุคที่ผู้บริโภคมองหาสินค้าที่ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังมีคุณค่าทางจิตวิญญาณและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม แบรนด์ “ตานี สยาม (TANEE SIAM)” จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นของความคิดสร้างสรรค์ผสานนวัตกรรม และความยั่งยืนผ่านงานหัตถศิลป์ไทย

SACIT เดินหน้าเฟ้นหางานหัตถศิลป์ไทย ชูโดดเด่น ด้านยั่งยืน นวัตกรรม

นายธนกร สดใส ผู้ก่อตั้งแบรนด์ TANEE SIAM และประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี กล่าวว่า แบรนด์ “ตานี สยาม” เกิดขึ้นมาจากความร่วมมือของช่างฝีมือมากกว่า 30 ครัวเรือนในชุมชนบ้านช่างสกุลบายศรี ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งเชื่อมโยงเกษตรกรและผู้มีใจรักในงานหัตถกรรมให้ทำงานร่วมกันตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

จุดเริ่มต้นของตานี สยามคือการใช้วัสดุพื้นบ้านอย่าง “กล้วยตานี” ซึ่งเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน และมีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนไทยในอดีต ทั้งยังสอดคล้องกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

นวัตกรรมหนังกาบกล้วย สู่วัสดุทางเลือกใหม่

ตานี สยามได้ผลิตนวัตกรรม “หนังกาบกล้วย” ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปอย่างพิถีพิถัน จนกลายเป็นวัสดุหนังทางเลือกที่ไม่ต้องผ่านการฟอกหรือย้อม รักษาความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง วัสดุนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ที่ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

  • กระเป๋าสะพาย
  • กระเป๋าสตางค์
  • หมวก
  • กระเป๋าเป้สะพายหลัง
  • กระเป๋าเดินทางใบใหญ่

งานออกแบบของแบรนด์ได้ผสมผสานระหว่างดีไซน์ร่วมสมัยกับเทคนิคการแปรรูปวัสดุธรรมชาติ ทำให้สินค้าไม่เพียงมีความสวยงามทันสมัย แต่ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและยั่งยืนในทุกแง่มุม

ปัจจุบัน SACIT เดินหน้าเฟ้นหางานหัตถศิลป์ไทย ชูโดดเด่น ด้านยั่งยืน นวัตกรรม โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าของวัสดุธรรมชาติ และรองรับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้บริโภคที่มีจิตสำนึกต่อการเลือกซื้อที่มีความรับผิดชอบ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาววีแกน (Vegan) ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้วัตถุดิบจากสัตว์ และมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ความสำเร็จของ “ตานี สยาม” ถือเป็นแรงบันดาลใจให้วงการหัตถศิลป์ไทยที่แสดงถึงศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะเมื่อผสานนวัตกรรมเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นและการออกแบบที่ทันสมัย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใส่ใจในความงามและคุณค่าของงานหัตถกรรมไทย ตานี สยามคือแบรนด์ที่คุณควรลองสัมผัส เพราะไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นเรื่องราวของศิลปะ ความยั่งยืนและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทย

ที่มา – SACIT เดินหน้าเฟ้นหางานหัตถศิลป์ไทย ชูโดดเด่น ด้านยั่งยืน นวัตกรรม

สรวงศ์ถามหาความจริงใจ หลังทำตามที่เรียกร้อง

เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเปิดใจในเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

สรวงศ์ถามหาความจริงใจจากคนอื่น

เนื้อหาดังกล่าวระบุว่า “ถามหาความจริงใจจากคนอื่น ตอนนี้เราได้ทำตามที่คุณเรียกร้องมาโดยตลอดแล้ว ก็คอยดูครับว่าจะไปทางไหน ❤️????????” ข้อความนี้สะท้อนให้เห็นถึงท่าทีที่เปิดกว้างและยินดีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน แสดงให้เห็นว่าเขารับรู้และใส่ใจกับเสียงติชม

ซึ่งการโพสต์ข้อความเช่นนี้ มักจะถูกตีความได้หลากหลาย บางกลุ่มมองว่าเป็นการแสดงความจริงใจจริง ๆ และแสวงหาเสียงสนับสนุน ในขณะที่บางกลุ่มก็มองว่าเป็นการแสดงออกทางการเมืองที่มีวัตถุประสงค์ในการตั้งคำถามกลับหาผู้วิจารณ์อีกฝ่าย

ความหมายเบื้องหลังโพสต์

การเขียนโพสต์ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดประเด็นใหม่ ๆ เกี่ยวกับทัศนคติของนายสรวงศ์ต่อการเมืองไทย โดยเฉพาะในบทบาทของเขาในฐานะผู้นำพรรคเพื่อไทยที่ต้องอยู่ในท่าทีกำหนดทิศทางของพรรคในหลาย ๆ เรื่อง

คำว่า “ทำตามที่คุณเรียกร้องมา” เป็นคำสำคัญที่หลายฝ่ายมีการวิเคราะห์กันอย่างเข้มข้น เนื่องจากมันสามารถสื่อถึงการยอมรับเสียงเรียกร้องจากฝ่ายตรงข้าม หรืออาจเป็นสัญญาณว่าขณะนี้เขาได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะจากผู้เห็นด้วยและเหมาะสมกับจุดยืนของตนเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงคือ การที่ผู้บริหารระดับสูงโพสต์ข้อความลักษณะนี้ มันช่วยเพิ่มระดับของการมีส่วนร่วมทางการเมือง และเปิดพื้นที่ให้ความคิดเห็นของประชาชนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น

  • โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก : การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและพร้อมเผชิญหน้า
  • เนื้อหาในโพสต์ : เน้นย้ำถึงความจริงใจและความพยายามในการทำงาน
  • จุดมุ่งหมาย : เปิดโอกาสให้ทุกคนตัดสินใจว่าเราจะ “ไปทางไหน”

ผู้ติดตามหลายคนมองว่าการที่ “สรวงศ์ถามหาความจริงใจจากคนอื่น” นี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าเขายังพร้อมรับฟัง ยอมรับ แม้ในสถานการณ์ที่มีการวิจารณ์อย่างหนัก การแสดงออกครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดา แต่เป็นการแสดงท่าทีที่จริงจังถึงการสร้างความไว้วางใจระหว่างตัวบุคคลและกลุ่มคนที่ให้ความสนใจเขามาตลอด

หากเปรียบการเมืองเป็นสนามเดินหน้า คำพูดเช่นนี้คือความกล้าเมื่อต้องออกเดินหน้าวิ่งขวาพร้อมกับหารือเพื่อนร่วมทางว่า “เราไปด้วยกันหรือไม่?”

ด้วยท่าทีแบบนี้ ไม่ว่าใครจะตัดสินใจอย่างไร ก็ต้องยอมรับว่าการเปิดใจสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียของนักการเมืองสมัยใหม่มีศักยภาพในการผลักดันให้สังคมเข้าไปใกล้ความเข้าใจร่วมกันมากขึ้น

การที่สรวงศ์ถามหาความจริงใจจากคนอื่นในครั้งนี้น่าสนใจ เพราะมันสื่อถึงการสานสัมพันธ์ความสัมพันธ์แบบโปร่งใส ซึ่งหากสังคมสามารถยอมรับได้จริง ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังที่ดีต่อประเทศชาติได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับแพลตฟอร์มทางการเมืองอื่น ๆ ที่มีแนวโน้มปิดกั้นการแสดงออก วิธีการสื่อสารของนายสรวงศ์เปรียบเสมือน “เปิดประตูให้ประชาธิปไตยเข้ามา” ซึ่งคุ้มค่าและควรได้รับการตอบรับ

ติดตามบทความแนวคิดและการเมืองแบบเข้าถึงง่ายได้ที่นี่ และอย่าลืมแชร์ความคิดเห็นของคุณกับเราด้วยนะครับ

ทัศนคติ.co

ที่มา – ‘สรวงศ์’ โพสต์เฟซบุ๊กถามหาความจริงใจจากคนอื่น บอก ตอนนี้ทำตามที่เรียกร้องแล้ว

จีนเริ่มเดือนเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์ระดับชาติครั้งแรก

เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา สำนักข่าวซินหัวรายงานข่าวจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่าสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีนได้ประกาศจัดกิจกรรมใน рамках “เดือนเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์” แบบเป็นทางการครั้งแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จทางด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม รวมถึงส่งเสริมจิตวิญญาณทางวิทยาศาสตร์แก่ประชาชนทั่วไป

จีนเริ่มเดือนเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์ระดับชาติครั้งแรก

กิจกรรมในช่วง “เดือนเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์” จะเน้นการสื่อสารวิทยาศาสตร์อย่างเข้าถึงง่าย โดยมีการจัดพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ที่ศูนย์การสื่อสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง

กิจกรรมที่จัดขึ้นทั่วทั้งเดือนกันยายน ได้แก่นิทรรศการ สัมมนา และกิจกรรมเชิงประสบการณ์กว่า 100 กิจกรรมที่จะช่วยให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนหรือผู้ใหญ่ ได้เข้าถึงความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ได้อย่างใกล้ชิดและมีความหมาย

เน้นความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของนักวิทยาศาสตร์

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญในเดือนนี้คือ นิทรรศการเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับคณะนักวิทยาศาสตร์จีนในช่วงสงครามประชาชนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีของการชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์โลก

การจัดแสดงนี้มีเป้าหมายเพื่อระลึกถึงบทบาทของนักวิทยาศาสตร์ที่มีต่อสังคม ซึ่งพวกเขาไม่เพียงแต่ทำงานวิจัยเพื่อก้าวหน้าทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังใช้ความรู้เป็นอาวุธในการปกป้องชาติและสานต่อความหวังในวิทยาศาสตร์ยุคใหม่

  • ขยายความรู้ด้านวิทยาศาสตร์แก่ประชาชนทั่วไป
  • สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหันมาสนใจวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม
  • อนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวิชาการของนักวิทยาศาสตร์ผู้ไม่มีขีดจำกัด

นอกจากนี้ การจัดเดือนเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์ระดับชาติรายปีนี้ยังมีรากฐานจากกฎหมายการเผยแพร่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับแก้ไข) ฉบับใหม่ของจีน ซึ่งมีผลบังคับเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567 และกำหนดให้เดือนกันยายนเป็นเดือนแห่งการเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์ของประเทศอย่างเป็นทางการ

การเปิดตัว “เดือนเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์” ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยปลุกกระแสความสนใจและตื่นตัวในวงการวิทยาศาสตร์ภายในสังคมจีน และส่งเสริมความเข้าใจว่า วิทยาศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่สร้างอนาคตที่ดีให้กับทุกคน

หากคุณสนใจในด้านวิทยาศาสตร์ อย่าพลาดโอกาสติดตามกิจกรรมมากมายในเดือนนี้ และเริ่มปลูกฝังความรักในวิทยาศาสตร์ให้แก่คนรุ่นใหม่จากวันนี้

ที่มา – จีนเริ่ม “เดือนเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์” ระดับชาติเป็นครั้งแรก