ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ดัชนีหุ้นปิดบวก 10.53 จุด รับการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่

วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2568 ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการยุบสภาและการเตรียมจัดการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งส่งผลให้กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการเมือง เช่น กลุ่มค้าปลีก สื่อโฆษณา วัสดุก่อสร้าง และบริษัทไฟแนนซ์ ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดัชนีหุ้นปิดบวก 10.53 จุด รับการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่

ณ เวลา 17.02 น. ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,259.31 จุด เพิ่มขึ้น 10.53 จุด หรือ 0.84% มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งหมดอยู่ที่ 44,707.38 ล้านบาท ส่วนดัชนีตลาดหุ้น MAI ปิดที่ 251.23 จุด เพิ่มขึ้น 1.89 จุด หรือ 0.76% มูลค่าการซื้อขาย 616.77 ล้านบาท

นักลงทุนจับตากรณีภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจโลก

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่มั่นคงจากปัจจัยหลายด้าน เช่น สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มชะลอตัว และการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ อาจทำให้เกิดแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แต่นักลงทุนควรมองจุดนี้เป็นโอกาสในการสะสมกองทุนหุ้นพื้นฐานดี และกระจายพอร์ตในกองทุนตราสารหนี้สหรัฐฯ ไปด้วย

หุ้นเด่นที่น่าจับตามอง

หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับในวันนี้มีดังนี้:

  • 1. ปตท. ปิดที่ 32.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
  • 2. ซีพีออลล์ ปิดที่ 47.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
  • 3. แอดวานซ์ ปิดที่ 298.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
  • 4. บีดีเอ็มเอส ปิดที่ 20.60 บาท ลดลง 0.10 บาท
  • 5. เดลต้า ปิดที่ 151.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท

ภาพรวมในวันนี้นักลงทุนต่างจับตาดูตลาดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์การเมืองที่ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ และความเคลื่อนไหวของตลาดโลกที่ยังมีความผันผวนในระยะสั้น

กับสถานการณ์เช่นนี้ การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนและวางแผนการเงินอย่างรอบคอบถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับโอกาสและความเสี่ยงในอนาคต

ที่มา – ดัชนีหุ้นปิดบวก 10.53 จุด รับการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่

ไฮ-เทคเชือดค็อบบราคว้าแชมป์ไทยลีก2025 รับเงินล้าน

ศึกบาสเกตบอลอาชีพ “ไทยลีก 2025” ประจำปี 2568 ปิดฉากลงอย่างน่าตื่นเต้น หลัง ไฮ-เทค บาสเกตบอล คลับ แชมป์เก่า บุกชนะ คริปโต ค็อบบรา เชียงราย ด้วยสกอร์ 85-82 ในเกมที่ 3 ของรอบชิงชนะเลิศแบบเพลย์ออฟ 2 ใน 3 เกม คว้าแชมป์ไปครองเป็นทางการ พร้อมเงินรางวัล 1,000,000 บาท

ไฮ-เทคเชือดค็อบบราคว้าแชมป์ไทยลีก2025 รับเงินล้าน

นัดชิงชนะเลิศของ ไทยลีก 2025 ที่สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน เป็นการแข่งขันที่มันส์ระดับสูงสุด โดย เกมแรก ค็อบบรา เปิดบ้านถล่ม 87-74 ก่อนที่ เกมที่สอง ไฮ-เทค จะพลิกสถานการณ์เสมอ 74-71 ทำให้เกมที่สามเป็นแมตช์เด็ดที่ใครชนะจะเป็นแชมป์ทันที

ไฮ-เทคโชว์เก๋าทำแต้มเข้ารอบตลอด

ไฮ-เทค บาสเกตบอล คลับ ที่มีประสบการณ์การเล่นรอบสุดท้ายมาก่อน สามารถควบคุมจังหวะการเล่นได้ดี และมีความแม่นยำในการชู้ตตลอดทั้ง 4 ควอเตอร์ แม้ คริปโต ค็อบบรา เชียงราย จะตั้งหลักแหล่งสู้คืนตลอดทั้งเกม แต่สุดท้ายก็พลาดจังหวะสำคัญในนาทีสุดท้าย ทำให้ พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

  • รายชื่อผู้เล่น 5 คนแรกของ ไฮ-เทค ได้แก่ ณัฐกานต์ เมืองบุญ, เอ็มมานูเอล เอเจสุ, คีเรล กรีน, ณกรณ์ ใจสนุก และ ชัชพล จึงแย้มปิ่น
  • รายชื่อผู้เล่นสำคัญของ ค็อบบรา เชียงราย ประกอบด้วย ฐคมินทร์ สิริจริยาพร, ณัฐภัทร เบี้ยสำฤทธิ์, ชาฮีด เดวิส, โมราคินโย วิลเลียม และ ธัชรินทร์ เดย์ดีนท์ นาร์บอนน์

การคว้าแชมป์ ไทยลีก 2025 นี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของ ไฮ-เทค บาสเกตบอล คลับ ที่หลังจากพลาดแชมป์หลายฤดูกาลที่ผ่านมา ก็กลับมาคว้าทรัพย์อีกครั้งพร้อมเงินรางวัลใหญ่ 1,000,000 บาท และถ้วยแชมป์เพื่อเก็บเป็นที่ระลึก

รางวัล MVPI ของไทยลีก 2025 ตกเป็นของใคร?

นอกจากแชมป์แล้ว ยังมีรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในแต่ละตำแหน่ง เช่น พอยต์การ์ดยอดเยี่ยม “อาร์ม” ณัฐกานต์ เมืองบุญ (ไฮ-เทค), ชูตติ้งการ์ดยอดเยี่ยม ชาฮีด เดวิส (ค็อบบรา) และรางวัล MVP หรือผู้เล่นทรงคุณค่าที่สุดของทัวร์นาเมนต์ตกเป็นของ “จูเนียร์” เอ็มมานูเอล เอเจสุ จากทีมแชมป์

การแข่งขัน ไทยลีก 2025 เป็นพยานให้เห็นถึงการเติบโตของบาสเกตบอลไทยทั้งในแง่ของความสามารถของนักกีฬา การเข้าชมของแฟนบอล และความตื่นเต้นในการแข่งขัน โดยเฉพาะรอบสุดท้ายที่ ไฮ-เทค สามารถแสดงให้เห็นถึงความเก๋างานและประสบการณ์ที่ตกค้างมาจากการเป็นแชมป์เก่าได้อย่างลงตัว

การคว้าแชมป์ครั้งนี้ของ ไฮ-เทค ถือว่าเป็นการฟื้นฟูความภาคภูมิใจให้กับสโมสรและแฟนบอลที่คอยรอนานมา การสู้เต็มที่ในทุกนาทีจึงนำพาทีมกลับมาครองเวทีสูงสุดอีกครั้ง แม้จะมีความเก๋า แต่ยังคงความเฉียบคม ช่วยให้คว้า แชมป์ ไทยลีก 2025 ได้อย่างสมเกียรติ

หากคุณเป็นแฟนบาสเกตบอลไทย ห้ามพลาดการติดตามผลงานของทีมโปรดในฤดูกาลหน้า เพราะศึก ไทยลีก ปีหน้าอาจยิ่งเดือดและมีเรื่องราวมากยิ่งขึ้นไปอีก

ที่มา – แชมป์เก่า “ไฮ-เทค” โชว์เก๋าเชือด “ค็อบบรา” 2-1 เกม ผงาดแชมป์ยัดห่วง “ไทยลีก 2025” ฟันโบนัส 1 ล้านบาท

DOS TITAN ระบบบำบัดน้ำเสียรายแรกที่ถูกต้องตามกฎหมาย

เปิดตัว “DOS TITAN” ถังบำบัดน้ำเสียระบบใหม่จาก DOS LIFE ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ของกระทรวงมหาดไทยอย่างสมบูรณ์ ถือเป็นนวัตกรรมแห่งวงการบำบัดน้ำเสียที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำในประเทศไทย

DOS TITAN ระบบบำบัดน้ำเสียรายแรกที่ถูกต้องตามกฎหมาย

“DOS TITAN” เป็นถังบำบัดน้ำเสียที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันให้สอดคล้องตามข้อกำหนดกฎหมายใหม่ของกระทรวงมหาดไทยทั้งในเรื่องโครงสร้างและการใช้งาน โดยถังมีโครงสร้างส่วนเกรอะ 3 ส่วน และส่วนกรอง 1 ส่วน ซึ่งรองรับการบำบัดน้ำเสียจากอาคารพักอาศัยและสถานประกอบการทุกประเภทตามกฎหมายใหม่อย่างครอบคลุม

DOS TITAN ใช้วัสดุคุณภาพสูงในการผลิตทุกชิ้นส่วน อีกทั้งผ่านกระบวนการทดสอบความแข็งแรงที่เข้มงวดมาก โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน มอก. 2962-2562 ซึ่งรวมถึงการทดสอบด้วยวิธี Vacuum Test, Load Test, Tensile Test และการทดสอบความแข็งแรงของผนังแบ่งส่วนในถังบำบัด ทำให้ระบบมีความทนทาน ปลอดภัย และใช้งานได้อย่างยั่งยืน

เทคโนโลยีพัฒนาเฉพาะทาง

จุดเด่นของระบบบำบัดน้ำเสียรายแรกที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทยนี้ ยังรวมถึงเทคโนโลยี Spiral Cross Flow Media ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสีย และยังมีระบบ Snake Pipe ที่ช่วยป้องกันงูและสัตว์เลื้อยคลานไม่ให้เข้าไปในถัง รักษาความสะอาดและความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้วัสดุที่ใช้ในการผลิต “DOS TITAN” มาจาก HDPE PLUS รีไซเคิล ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และยังได้รับการรับรอง ISCC เป็นลำดับแรกในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

DOS TITAN ตอบโจทย์ทั้งกฎหมายและสิ่งแวดล้อม

บริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด ผู้นำเข้าและพัฒนาเทคโนโลยี DOS LIFE มองว่าปัญหาน้ำเสียที่ไม่ผ่านการบำบัดอย่างถูกต้องเป็นอุปสรรคสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และระบบนิเวศ การออกกฎหมายใหม่ของกระทรวงมหาดไทยจึงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมมาตรฐานการบำบัดน้ำเสียในอาคารต่างๆ เช่น บ้านเดี่ยว หอพัก สถานศึกษา อาคารสำนักงานขนาดเล็ก รวมถึงร้านอาหารและตลาด

การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนี้อาจส่งผลให้เจ้าของอาคารเสี่ยงต่อการถูกปรับหนักหรือถูกสั่งปิดกิจการ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ซึ่ง ระบบบำบัดน้ำเสียรายแรกที่ถูกต้องตามกฎหมายคือ “DOS TITAN” ถือเป็นคำตอบของปัญหาที่ครบถ้วนทั้งด้านกฎหมาย ความปลอดภัย และความยั่งยืน

“DOS TITAN” ไม่เพียงตอบโจทย์กฎหมายเท่านั้น แต่ยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมน้ำเสียของประเทศไทยอย่างแท้จริง ถือเป็นสุดยอดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในทุกระดับ โดยให้ความเชื่อถือได้ และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

หากคุณกำลังมองหาแหล่งจัดการน้ำเสียที่ผ่านมาตรฐานกฎหมาย และมีประสิทธิภาพสูงสุด “DOS TITAN” คือทางเลือกที่คุณสามารถมั่นใจได้ 100%

ติดตามรายละเอียดและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dos.co.th/
FB: DOSLIFEbrand
IG: doslifebrand
Line: doslife
Youtube: DOS LIFE

ที่มา – DOS LIFE เปิดตัว “DOS TITAN” ถังบำบัดน้ำเสียระบบใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำ รายแรกในประเทศไทยที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สกลนครขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ตรวจเยี่ยมประเมินผล

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่วัดศิลาอาสน์ บ้านท่าศิลา หมู่ที่ 1 ตำบลท่าศิลา อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ได้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประเมินผลโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 นำโดย พระธรรมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ในฐานะประธานกรรมการฯ พร้อมคณะสงฆ์และผู้บริหารระดับจังหวัดร่วมตรวจสอบผลการดำเนินงานของโครงการในพื้นที่

สกลนครขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5

โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน ด้วยการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและจริยธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดย จังหวัดสกลนคร ได้คัดเลือกหมู่บ้านท่าศิลา เป็นหมู่บ้านต้นแบบประจำปี 2568 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลให้เกิดกิจกรรมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน

ผู้บริหารท้องถิ่นและคณะสงฆ์ ร่วมตรวจเยี่ยมโครงการ

แนวทางการดำเนินงาน

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า การขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ได้บูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และคณะสงฆ์ จนเกิดเป็นระบบที่มีความยั่งยืน โดยในพื้นที่หมู่บ้านท่าศิลา มีกิจกรรมหลากหลาย เช่น การอบรมเด็กและเยาวชน การจัดเวทีธรรมนาวา และการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในชุมชน

องค์ประกอบหลักของโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 คือการสนับสนุนให้ชุมชนมีความสามัคคี มีวินัย มีความอดทน และเคารพในหลักธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนโครงการอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ และโครงการพลังบวร

กิจกรรมชุมชนที่มีการบูรณาการกับโครงการ

สำหรับโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 นี้ ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมธรรมะเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมอย่างยั่งยืน โดยมีการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนในชุมชนมีความรับผิดชอบร่วมกัน ร่วมมือในการแก้ไขปัญหา และส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับสังคม

การขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ในพื้นที่อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับชุมชนอื่น ๆ ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างยั่งยืน

หากคุณเป็นผู้นำท้องถิ่นหรือกำลังมองหาแนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างมีคุณภาพ โครงการนี้คือแบบอย่างที่คุ้มค่าและน่าติดตาม

ที่มา – สกลนคร ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประเมินผล

แทค ภรัณยู อัปเดตน้ำท่วมร้านทอง เกรท วรินทร หาย 120 บาท

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความห่วงใยให้แก่หลายคน โดยเฉพาะกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร้านทองเจ๊กุ้ง ซึ่งเป็นของครอบครัวพระเอกชื่อดังอย่าง “เกรท วรินทร” ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตลาดหล่มสัก

แทค ภรัณยู โพสต์อัปเดตสถานการณ์

ล่าสุด นักแสดงหนุ่ม “แทค ภรัณยู” ผู้มีจิตอาสาและมักเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในแหล่งเกิดเหตุได้โพสต์อัปเดตสถานการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่าน้ำที่ท่วมบริเวณร้านทองของ เกรท ได้ลดลงแล้ว พร้อมกับเขียนแคปชั่นอย่างขำขันว่า “@great_rider10 ปลอดภัยดีไม่ต้องห่วง บอกแม่นะ ทองหายไปละ 120 บาท #ปลอดภัยนิดหน่อย”

ภาพอัปเดตล่าสุดจากหน้าร้านเจ๊กุ้ง

ภาพที่แทค ภรัณยู โพสต์ลงโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่าน้ำที่เคยท่วมขังอยู่หน้าร้านได้แห้งหมดแล้ว ทำให้หลายคนหายห่วงกับความปลอดภัยของร้านทองเจ๊กุ้ง และต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างสนุกสนาน พร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้ทั้งนักแสดงหนุ่มและครอบครัวของเกรท ว่า “ต้องรอดทั้งนั้น!”

ไม่นานหลังจากนั้น เกรท วรินทร เองก็เข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับอย่างดีอารมณ์ว่า “5555 xxxแค่ขับผ่านก็หายแล้วแทค !! ขอบคุณที่ไปหล่มสักค้าบ” ทำเอาชาวเน็ตพากันขำลั่นเพจ เพราะนอกจากจะเป็นอัปเดตความปลอดภัยแล้ว ยังมีมุกขำ ๆ เข้ามาเติมความผ่อนคลายในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนเช่นนี้อีกด้วย

กำลังใจจากชาวโซเชียล

ไม่เพียงแต่เฉพาะตัว เกรท และ แทค เท่านั้น แต่ยังมีคนจำนวนมากที่เข้ามาให้กำลังใจผ่านคอมเมนต์ใต้โพสต์ พร้อมกับส่งหัวใจให้พวกเขาด้วยความอบอุ่น ทำให้ในไม่ว่าสถานการณ์จะสุดโต่งเพียงใด ความอบอุ่นของคนก็สามารถที่จะเยียวยาได้เสมอ

  • น้ำลดแล้ว ร้านปลอดภัย
  • ทองหายไป 120 บาท แต่มีกำลังใจจำนวนมาก
  • นักแสดงยังเข้าร่วมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
อัปเดตจากแทค ภรัณยู

ในฐานะนักแสดงที่มีชื่อเสียงและมีหัวใจเมตตา แทค ภรัณยู ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนในยุคปัจจุบันในการใช้影响力 เพื่อเข้าไปช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง และในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพราะเขาได้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า ความเป็นมนุษย์นั้นสำคัญกว่าภาพลักษณ์เสมอ

สะท้อนให้เห็นว่า ความห่วงใย ความช่วยเหลือ และความอบอุ่นจากคนต่อคน แม้พอมีความตลกขบขันเล็ก ๆ แต่มีคุณค่ามหาศาลต่อการฟื้นฟูจิตใจของผู้ประสบภัย

ที่มา – ‘แทค ภรัณยู’ อัปเดตน้ำท่วมร้านทอง ‘เกรท วรินทร’ ลั่นฝากบอกแม่ทองหาย 120 บาท!

‘ศุภชัย’ เตือน ‘คนป่า’ รอดชีวิตกลับมาได้ดิบ ได้ดี ควรสำนึกในคุณแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2568 นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “คนป่า” ที่รอดชีวิตจากการต่อสู้กลับมารับใช้แผ่นดินอย่างมีคุณภาพ และย้ำว่าพวกเขาควรมีสำนึกในคุณแผ่นดินเสมอ

‘ศุภชัย’ เตือน ‘คนป่า’ รอดชีวิตกลับมาได้ดิบ ได้ดี ควรสำนึกในคุณแผ่นดิน

นโยบาย 66 / 23 ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในช่วงการต่อสู้กับกลุ่มคอมมิวนิสต์ มีเป้าหมายชัดเจนในการเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่ง “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” อย่างเคร่งครัด

การดำเนินการภายใต้ الحوثيระบายนี้ไม่เพียงแต่มีการปราบปรามอย่างจริงจัง แต่ยังให้โอกาสแก่ผู้ที่เคยล้มหล่นหรือหลงผิดให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณค่า โดยมีแนวทางที่เน้นการช่วยเหลือ อธิบายและให้โอกาสเริ่มต้นใหม่

จากป่าสู่เมือง โอกาสที่หายาก

นายศุภชัย กล่าวว่า ภายใต้นโยบายดังกล่าว ทำให้มีผู้หลงผิดจำนวนมากได้ยุติชีวิตในป่า และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสังคม เช่น การเรียนหนังสือ การประกอบอาชีพ และแม้กระทั่งการรับราชการ หลายคนได้ตำแหน่งสำคัญ เช่น อธิบดี หรือแม้แต่รัฐมนตรี

“หลายคนใช้ชีวิตใหม่ได้ดีจนมีชื่อเสียง เป็นเศรษฐีระดับพันล้าน หรือแห่กันก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง” นายศุภชัย กล่าว และเตือนว่า ทุกชีวิตที่ได้โอกาสเริ่มต้นใหม่นี้ มาจากความสูญเสียและทุกข์ยากจากอดีตที่ไม่อาจลืมเลือน

วันนี้ต้องไม่ลืมวันวาน

หลังผ่านเวลามากว่า 40 ปี ผู้ที่เคยเป็น “คนป่า” แล้วได้ชีวิตใหม่ต่างต้องมีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ และคุณแผ่นดินที่ให้โอกาสอย่างล้นเหลือ การที่พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้ดีในวันนี้ เป็นเพราะมีโอกาสนี้ที่ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับ

“ผมหวังว่าความสำนึกในวันนั้นจะยังคงอยู่ และไม่เชื่อว่าผู้ที่ได้ชีวิตใหม่นี้จะทำสิ่งใดที่อาจระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท” นายศุภชัย กล่าวเป็นข้อสรุป

ในยุคปัจจุบัน ซึ่งกระแสความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นที่ถกเถียง การให้โอกาสแก่ผู้เคยล้มหล่นให้กลับมารับใช้แผ่นดินอย่างมีความหมายยังถือเป็นนโยบายที่ควรมีไว้เสมอ เพื่อความมั่นคงระยะยาวของประเทศ

ที่มา – ‘ศุภชัย’ เตือน ‘คนป่า’ รอดชีวิตกลับมาได้ดิบ ได้ดี ควรสำนึกในคุณแผ่นดิน

กูเกิลชนะคดีต่อต้านการผูกขาด ศาลสหรัฐตัดสินไม่จำเป็นต้องขายโครม

เมื่อไม่นานมานี้ ศาลของสหรัฐอเมริกาได้ตัดสินในคดีสำคัญเกี่ยวกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง กูเกิล ซึ่งถูกกล่าวหาว่าผูกขาดตลาดการค้นหาออนไลน์อย่างผิดกฎหมาย แต่ที่น่าประหลาดใจคือ ศาลไม่ได้กำหนดให้ กูเกิล ต้องขาย โครม ซึ่งเป็นเว็บเบราว์เซอร์ยอดนิยมของโลก ถือเป็นผลพิพากษาที่มีผลต่อทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต

กูเกิลชนะคดีต่อต้านการผูกขาด

ผู้พิพากษาอามิต เมห์ตา ได้พิจารณาและตัดสินว่า กูเกิล กระทำการผูกขาดการค้นหาข้อมูลออนไลน์ผ่านข้อตกลงการจัดจำหน่ายเว็บเบราว์เซอร์แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าการบังคับให้ กูเกิล ขาย โครม อาจก่อให้เกิดความเสียหายและยุ่งยากมากกว่าผลดี

ผลกระทบของคำตัดสิน

คำตัดสินดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์และผู้ใช้งานต่างจับตาดู เนื่องจากมีผลต่อโครงสร้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ผู้คนค้นหาข้อมูลจนถึงทุกวันนี้

นางลี-แอนน์ มัลฮอลแลนด์ รองประธานฝ่ายกำกับดูแลของ กูเกิล ได้กล่าวว่า คำตัดสินสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และบริษัทของเธอยังคงมี “ความกังวล” ต่อข้อกำหนดบางประการของศาล เช่น การแบ่งปันข้อมูลการค้นหา ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

  • คำตัดสินเป็นหนึ่งในคดีสำคัญที่สุดในรอบ 20 ปี
  • อาจเปลี่ยนทิศทางของ กูเกิล และเทคโนโลยีออนไลน์อย่างถาวร
  • การขาย โครม ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่จะบังคับให้ทำ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ได้ระบุชัดเจนว่า ยังคงมีแผนการดำเนินการต่อ กับทาง กูเกิล โดยพิจารณาวัดการเยียวยาอย่างอื่นเพิ่มเติม น.ส.อบิเกล สเลเตอร์ ผู้ช่วยอัยการสูงสุดระบุว่า พวกเขาจะยังคงพิจารณาทางเลือกและขั้นตอนต่อไปเกี่ยวกับคดีนี้

ในมุมมองของ กูเกิล พวกเขาตระหนักดีว่า ความเชื่อมั่นของผู้ใช้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และพวกเขากำลังทบทวนนโยบายเพื่อจัดการกับข้อกำหนดใหม่ๆ อย่างเคร่งครัด และเพื่อรักษาความมั่นคงของแพลตฟอร์มที่เรียกว่าเป็นหัวใจของโลกออนไลน์ให้คงอยู่ต่อไป

การตัดสินครั้งนี้ไม่เพียงกระทบต่อกิจกรรมของบริษัทเท่านั้น แต่ยังสะท้อนไปยังนโยบายการกำกับดูแลธุรกิจเทคโนโลยีในระดับโลก โดยเฉพาะเรื่องของความเป็นธรรมบนตลาดดิจิทัล

ในขั้นตอนถัดไป ทั้งสองฝ่ายจะต้องสามารถร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับทั้งผลประโยชน์ทางธุรกิจและความคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคให้สอดคล้องกันในเวลาเดียวกัน

หากคุณคิดว่าเทคโนโลยีควรอยู่ในความควบคุมอย่างโปร่งใสและยุติธรรม อย่าลืมติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะนี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อทุกคนในโลกออนไลน์

ที่มา – “กูเกิล” ชนะคดีต่อต้านการผูกขาด ศาลสหรัฐตัดสินไม่จำเป็นต้องขาย “โครม”

“ซันนี่” อรรคนิธิ์ เป็นงง! อดีตแชมป์โลกยอมแพ้กลางแมตช์

ในการแข่งขันรอบคัดเลือกของรายการ ซีอาน กรังด์ปรีซ์ เมื่อเร็วๆ นี้ “ซันนี่” อรรคนิธิ์ ส่งเสริมสวัสดิ์ ต้องรับการแข่งขันกับอดีตแชมป์โลกอย่างลูกา เบรเซล นักสนุกเกอร์ชาวเบลเยียม ที่ถูกเรียกอีกหนึ่งชื่อว่า “เบลเยียม บุลเล็ตต์” โดยที่แมตช์นี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อบรรเจ้าของแชมป์โลกปี 2023 ยอมแพ้แบบคาดไม่ถึง

“ซันนี่” อรรคนิธิ์ เป็นงง! อดีตแชมป์โลกยอมแพ้กลางแมตช์

ลูกา เบรเซล ซึ่งเป็นนักสนุกเกอร์ชั้นแนวหน้าของโลก ลงเล่นได้เพียงแค่ 2 เฟรมครึ่ง ก่อนจะตัดสินใจจับมือ “ซันนี่” ขอยอมแพ้ตอนที่อยู่ในเฟรมที่ 3 และตามชัดเจน 0-40 คะแนน การยอมแพ้นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน จนทำให้ ซันนี่ ที่กำลังทำเกมได้ดีอยู่นั้น ดูตกใจเป็นอย่างมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งชนะเฟรมแรกระหว่าง 2-0 ก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น

เบรเซลเผชิญปัญหาสุขภาพซ้ำหลังถอนตัวมาหลายรายการ

เบรเซล ซึ่งเพิ่งถอนตัวจากหลายการแข่งขันใหญ่ เช่น แชมเปียนชิพ ลีก, ซาอุดีอาระเบีย มาสเตอร์ส และอู่ฮั่น โอเพ่น ได้อธิบายเอาไว้ว่า เหตุผลหลักๆ คือเรื่องสุขภาพ ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาแตกกระเจิง และยังไม่พร้อมกลับเข้าสู่รอบการแข่งแบบเต็มที่

เมื่อเดือนที่แล้ว เบรเซล ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “คนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงไม่ได้แข่งตั้งแต่เดือนเมษา ผมกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่รุนแรง ผมและทีมงานกำลังทำงานกันเต็มที่เพื่อให้ผมผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้” แม้ว่าเขาจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่เผชิญอยู่ แต่การแสดงออกผ่านการเล่นและการยอมแพ้แบบไม่มีคำอธิบายในแมตช์ล่าสุดนั้น ยังคงปล่อยให้แฟนกีฬาต้องตั้งข้อสงสัย

  • เบรเซล ลงเล่นในฤดูกาล 2025-26 เป็นครั้งแรก
  • ยอมแพ้เพียงแค่ 2 เฟรมครึ่ง
  • มีปัญหาสุขภาพเป็นเหตุให้ถอนตัวบ่อยครั้ง
  • ซันนี่ ชนะแมตช์เต็มที่ 5-0 เฟรม

สิ่งที่น่าสนใจคือวันก่อนการแข่งขัน เบรเซล ยังโพสต์นาฬิกานับถอยหลัง พร้อมวิดีโอขณะฝึกซ้อมอยู่ที่บ้าน เพื่อเตรียมตัวลงแข่งในรายการ ซีอาน กรังด์ปรีซ์ อย่างตั้งใจ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นฉากจบแบบไม่คาดฝัน

ส่วน “ซันนี่” อรรคนิธิ์ ส่งเสริมสวัสดิ์ ผู้เล่นนักสนุกเกอร์ชาวดัตช์ที่ได้รับโอกาสในการแข่งขันกับเหล่าสตาร์ระดับโลกในฤดูกาลนี้ เอาชนะคู่แข่งไปอย่างขาดลอยด้วยสกอร์ 5-0 เฟรม ถือเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับเขาในรายการแรกของฤดูกาล

ผลการแข่งขันครั้งนี้ ยังถือเป็นบทพิสูจน์ทั้งฝีมือและจิตวิทยาของซันนี่ ที่สามารถควบคุมสนามได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะเจอสถานการณ์แปลกประหลาดแบบนี้ก็ตาม

สิ่งที่ฝ่ายสนุกเกอร์โลกควรให้ความสำคัญคือ สุขภาพของนักกีฬา มากขึ้นกว่าแค่ความสำเร็จในสนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเล่นจากสาขาที่ต้องใช้สมาธิและความแม่นยำสูงแบบสนุกเกอร์

ทั้งนี้ เบรเซล เองก็ยังไม่ได้อธิบายชัดเจนว่าทำไมถึงยอมแพ้กลางแมตช์ ต่างจากเมื่อเขาถอนตัวจากรายการอื่นที่อ้างอย่างตรงไปตรงมา

เราในฐานะแฟนกีฬาคงต้องให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องกับนักกีฬาที่ต้องผ่านภาวะร่างกายและจิตใจอันท้าทาย เพราะการกลับมาแข่งขันในครั้งนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของเขา

หากคุณเป็นแฟนกีฬาสมัยใหม่ ที่ติดตามผลการแข่งขันตลอดเวลา ต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์หลักของ World Snooker Tour ที่อัปเดตความเคลื่อนไหวของนักกีฬาแต่ละคนแบบเต็มๆ ครับ

ที่มา – “ซันนี่” อรรคนิธิ์ เป็นงง!แทงอยู่ดีๆ จู่ๆ อดีตแชมป์โลกก็ขอยอมแพ้

ภาคีเครือข่าย PPP Plastics เดินหน้าสู่เป้ารีไซเคิลพลาสติก 100% ในปี 2570

เครือข่ายและสมาคม PPP Plastics (Public-Private Partnership for Sustainable Plastic and Waste Management) ได้ประกาศร่วมมือกับภาคีต่างๆ เพื่อจัดการพลาสติกตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการรีไซเคิลพลาสติก 100% ในปี 2570

ภาคีเครือข่าย PPP Plastics เดินหน้าสู่เป้ารีไซเคิลพลาสติก 100% ในปี 2570

ในการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการที่ผ่านมา มีการนำเสนอแผนปฏิบัติการระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศหมุนเวียนพลาสติก (Plastics Circularity Ecosystem) ครอบคลุมนโยบาย การวิจัย การจัดการวัสดุ การรีไซเคิล และระบบฐานข้อมูลวัสดุระดับประเทศ

แผนปฏิบัติการระยะที่ 2 ครอบคลุมหลายมาตรการ

นายทวีชัย เจียรนัยขจร นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ กรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่าแผนระยะที่ 2 เน้นความยืดหยุ่นและปรับตัวเข้ากับสถานการณ์โลก โดยมีเป้าหมายสำคัญคือลดขยะพลาสติกสู่สิ่งแวดล้อมและทะเลลง 50% ภายในปี 2570 และนำผลิตภัณฑ์พลาสติกกลับเข้าสู่วงจรการใช้งานใหม่ให้ได้สูงสุด

  • ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
  • ส่งเสริมการใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR)
  • ส่งเสริมภาชนะใช้ซ้ำ และจุด Drop Point รับขยะ
  • พัฒนาระบบเก็บรวบรวมและการรีไซเคิลที่มีมาตรฐาน

นอกจากนี้ แผนฯ ยังเน้นความร่วมมือกับภาคประชาสังคม และเอกชน เพื่อผลักดันมาตรฐาน Eco-design รวมถึงกฎหมายเพื่อสนับสนุนหลัก EPR (Extended Producer Responsibility) ให้ผู้ผลิตมีส่วนร่วมในการจัดการพลาสติกตั้งแต่ต้นทางจนจบวงจร

โครงการสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน

นายวีระ ขวัญเลิศจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานสมาคม PPP Plastics กล่าวว่าเครือข่ายได้ดำเนินโครงการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ มากกว่า 40 โครงการ ที่มีهدفร่วมกันคือการลดปริมาณขยะพลาสติก และสร้างระบบรีไซเคิลที่ยั่งยืน

ตัวอย่างโครงการสำคัญ เช่น ระยองโมเดล ที่ส่งเสริมการรีไซเคิลในชุมชน โครงการกรุงเทพฯ ที่พัฒนาโซลูชันด้านการรีไซเคิล รวมถึงการสร้าง Smart Recycling Hub ที่เปิดโอกาสให้ซีเล้ง ร้านรับซื้อของเก่า และผู้ประกอบการรายย่อยปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

หัวใจสำคัญของภาคีเครือข่าย PPP Plastics คือการร่วมมือกันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน ไปจนถึงการติดตามผล โครงการจำนวนมากได้รับการดำเนินการเชิงรุก ยกระดับความตระหนักรู้ของประชาชน และพัฒนาแผนพัฒนาอย่างยั่งยืน

การรีไซเคิลพลาสติก 100% ในปี 2570 อาจฟังดูเป็นเป้าหมายที่สูง แต่ด้วยความร่วมมือที่เข้มแข็งและความสามารถในการวางแผนที่ชัดเจน เครือข่าย PPP Plastics แสดงให้เห็นว่าเป้าหมายนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน

ที่มา – ภาคีเครือข่าย PPP Plastics เดินหน้าสู่เป้ารีไซเคิลพลาสติก 100% ในปี 2570

‘พร้อมพงศ์’ เตือนยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ พรรค ก้าวล่วงไม่ได้

เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ที่มีความเคลื่อนไหวจะนำวาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ด้วยการเตือนอย่างหนักว่า การ ยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ ไม่ใช่เรื่องที่สภานิติบัญญัติหรือพรรคการเมืองใดสามารถก้าวล่วงได้

ทั้งนี้ นายพร้อมพงศ์ ได้เรียกร้องให้ประธานรัฐสภาพิจารณาชะลอการบรรจุญัตติการโหวตนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน จนกว่าจะมีพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกายุบสภาให้สิ้นกระแสความเสียก่อน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจถูกตีความว่าเป็นการละเมิดมารยาทในการปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์ทรงปกครอง

‘พร้อมพงศ์’ เตือนยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ

ในการให้สัมภาษณ์ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีหลักฐานชัดเจนว่า พล.อ. ภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะผู้รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในพระราชกฤษฎีกายุบสภา และได้ทูลเกล้าฯ ถวายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา

แต่หลังจากนั้นปรากฏว่า พรรคประชาชนได้ออกมาแถลงการณ์ว่าจับมือร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อดำเนินการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำภายหลังพระราชกฤษฎีกาถวายต่อพระมหากษัตริย์แล้วอย่างชัดเจน

พรรคต้องระวังข้อเท็จจริง

“ผมมีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ไม่ต้องการให้รัฐสภาล้มเหลวในช่วงเวลานี้ เพราะหากเดินหน้าโหวตนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลานี้ อาจถูกมองว่าเป็นการก้าวล่วง ยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ และอาจกระทบต่อความเป็นไปได้ของรัฐธรรมนูญที่ใช้งานอยู่” นายพร้อมพงศ์ กล่าวอย่างจริงจัง

ดังนั้น ท่านจึงได้เรียกร้องต่อประธานรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้รอดูผลพระบรมราชวินิจฉัยของพระราชกฤษฎีกายุบสภาอย่างเป็นทางการก่อน และงดการดำเนินการใด ๆ ที่อาจกระทบต่อกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ ยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ ในตอนนี้

นอกจากนี้ นายพร้อมพงศ์ ยังระบุว่า ควรมีการฉุกเฉินจัดทำแนวทางที่เหมาะสมในการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงที่ยังไม่มีสภาชุดใหม่ และอาจต้องพิจารณาถึงการหาทางออกทางรัฐธรรมนูญที่คำนึงถึงผลประโยชน์โดยรวมของประเทศมากกว่าผลประโยชน์เฉพาะพรรค

  • สถานการณ์ปัจจุบันกำลังมีความตึงเครียด
  • ต้องคำนึงถึงความมั่นคงของสถาบันหลักของรัฐ
  • การเมืองควรขับเคลื่อนไปด้วยสามัญสำนึก
  • พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยควรกลับมามองภาพรวมประเทศ

ทั้งหมดนี้ต้องการความรอบคอบเป็นพิเศษ และต้องมีการตัดสินใจจากทั้งสองฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติร่วมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่อาจส่งผลมากระลอกใหญ่ต่อสถานการณ์ทางการเมือง

“หากมีความพร้อมเพียงพอ ควรจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนการกระทำใด ๆ ที่อาจกระทบมวลชนและคนทั่วไป” โดยเสริมว่า ทุกตัดสินใจควรอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ซื่อสัตย์ และสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย

จากสถานการณ์ปัจจุบัน นับเป็นช่วงเวลาที่การเมืองไทยต้องหาทางออกร่วมกันด้วยวุฒิภาวะจากทุกฝ่าย หากปล่อยให้สถานการณ์ลุกลามอาจเสียหายต่อภาพพจน์ในเวทีโลก รวมถึงการรับมือกับปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่แท้จริงภายในประเทศ

ที่มา – ‘พร้อมพงศ์’ ชี้ ยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ เตือนสภาฯอย่าก้าวล่วง