ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ม.เกษมบัณฑิต จัดเสวนาซีเกมส์ 2025 : โจทย์บนความท้าทาย

เมื่อประเทศไทยมีเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 หลายภาคส่วนในประเทศต่างร่วมมือกันเพื่อเตรียมความพร้อม ล่าสุด มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ได้ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ ภาคีเครือข่าย จัดงานเสวนาทางวิชาการในหัวข้อ “ซีเกมส์ 2025 ประเทศไทย : โจทย์บนความท้าทาย” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางที่จะขับเคลื่อนการจัดการแข่งขันให้ประสบความสำเร็จ

ซีเกมส์ 2025 ประเทศไทย : โจทย์บนความท้าทาย

การเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพ ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนให้กับคณะกรรมการเตรียมการจัดการแข่งขัน ตลอดจนเป็นเวทีที่เปิดโอกาสต่อสาธารณะให้ตระหนักถึงความสำคัญของโอกาสที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาในระดับภูมิภาคอาเซียน

วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแลกเปลี่ยน

ในงานนี้ได้รับเกียรติจากคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) และเป็นคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) มาเป็นประธานในพิธีเปิด นอกจากนี้ยังมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารองค์กรทางการกีฬา สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนักกีฬา และสื่อมวลชน มาร่วมแลกเปลี่ยน ถอดบทเรียน สะท้อนความท้าทาย และแนวทางในการจัดการแข่งขันให้ก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่

  • ดร.วัลลภ สุวรรณดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
  • คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธาน BWF & IOC
  • นายถิรชัย วุฒิธรรม อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.
  • “โค้ชวัง” นายธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล โค้ชทีมชาติไทย U23

ดร.วัลลภ กล่าวว่า การที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตได้เป็นพันธมิตรในการจัดงานเสวนาเชิงวิชาการนี้ เป็นการส่งเสริมบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการสนับสนุนและบริการวิชาการให้แก่สังคม โดยยกระดับความร่วมมือร่วมกับภาคีทั้งในและนอกวงการกีฬา เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน

เตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ

เป็นที่ทราบว่าซีเกมส์ 2025 เป็นเวทีการแข่งขันกีฬาอาเซียนที่เก่าแก่และเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับประเทศเจ้าภาพ การจัดงานดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการต้อนรับนักกีฬาและผู้เข้าร่วมจากทั่วภูมิภาค แต่ยังสะท้อนถึงความสามารถด้านโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมของทรัพยากรบุคคลอื่น ๆ ที่จำเป็นในการจัดการกิจกรรมระดับนานาชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าร่วมงานเสวนาทางวิชาการ “ซีเกมส์ 2025 ประเทศไทย : โจทย์บนความท้าทาย” ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2320-2777 ต่อ 1340, 09-7131-9527 หรือผ่าน Facebook: ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ม.เกษมบัณฑิต

เชื่อว่าเสวนาครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่เปิดมุมมองและแนวทางในการบริหารงานเพื่อให้การจัดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และสามารถสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติได้อย่างยอดเยี่ยม

อย่าพลาด! ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมครั้งยิ่งใหญ่ของบ้านเรา

ที่มา – “ม.เกษมบัณฑิต” จับมือ “กกท.+ภาคีเครือข่าย” จัดงานเสวนาทางวิชาการ “โหมโรงซีเกมส์ 2025”

‘สมศักดิ์’ ฉุน ‘สว.วีระพันธ์’ อัดใช้งบรพ. 1 ล้านต้อนรับรมต.

กรณีล่าสุดที่เกิดความเคลื่อนไหวในวงการการเมืองและสาธารณสุข เมื่อนพ.วีระพันธ์ สุวรรณามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้อภิปรายถึงงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะในส่วนของการจัดกิจกรรมต้อนรับ ‘สมศักดิ์’ ฉุน ‘สว.วีระพันธ์’ ที่โรงพยาบาล โดยใช้งบประมาณประมาณ 1 ล้านบาทต่อครั้ง สำหรับการต้อนรับรัฐมนตรีว่าการหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้วยเงินบำรุงโรงพยาบาล จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

‘สมศักดิ์’ ฉุน ‘สว.วีระพันธ์’ อัดใช้งบรพ. 1 ล้านต้อนรับรมต.

เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงต่อกรณีที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ว่าตนเองไม่ได้เดินทางไปจัดดนตรี หรือลีลาศ แต่อย่างใด กลับไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับโครงการสำคัญ เช่น การบรรยายเรื่องนับคาร์บและการลดงบประมาณลงทุนไปหลายพันล้านบาท ซึ่งเป็นแนวทางที่มีเหตุมีผล ทั้งนี้ ยืนยันว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่เพียงทำงานซ้ำซาก แต่ต้องการให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ความเคลื่อนไหวจากเลขาฯ รมต.สาธารณสุข

ด้านนายกองตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ระบุว่าได้เสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมผู้บริหารแล้ว โดยกำลังตรวจสอบความเป็นจริงว่า งบประมาณที่เอามาใช้ต้อนรับ ‘สมศักดิ์’ ฉุน ‘สว.วีระพันธ์’ มีความเหมาะสมหรือไม่ ทั้งนี้ หากการใช้จ่ายเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่มีคุณภาพ เช่น การดูแลผู้ป่วย อาจจะจำเป็นต่อการใช้งบประมาณ แต่หากใช้เงินสูงถึง 1 ล้านบาทต่อครั้ง อาจไม่ถูกต้องนัก และอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการจริง

นอกจากนี้ ยังมีมุมมองว่า หากการวิพากษ์วิจารณ์ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือหรือเกียรติภาพของรัฐบาล ก็อาจถือว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาท และจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายให้เหมาะสม โดยไม่ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แต่จะให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ตัดสินว่าควรใช้มาตรการใดในการรับมือกับกรณีนี้

ผู้สังเกตการณ์มองว่าการใช้จ่ายงบประมาณในหน่วยงานของรัฐจำเป็นต้องมีความโปร่งใสและมีเหตุผล เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเสื่อมเสียต่อมลรัฐ ในขณะเดียวกัน สังคมก็ควรให้โอกาสในการอธิบายและตรวจสอบข้อมูลมากขึ้นก่อนที่จะตำหนิใครคนใดเป็นพิเศษ

การเปิดเผยปัญหาของภาครัฐโดยตรงเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ควรทำด้วยความรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าการหาเสียงหรือใส่ร้ายฝ่ายตรงข้าม หวังว่ากรณีครั้งนี้จะเป็นบทเรียนที่ดีต่อทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายตรวจสอบงบประมาณ

ที่มา – ‘สมศักดิ์’ ฉุน ‘สว.วีระพันธ์’ อัดใช้งบรพ. 1 ล้านต้อนรับรมต. ลั่นไปทำงาน ไม่ได้จัดดนตรี  ลีลาศ

ด่วน! ‘ภูมิใจไทย’ ยื่น ‘วันนอร์’ บรรจุวาระเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว

เมื่อเวลา 11.49 น. วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี, นายธนยศ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย, นายชลัฐ รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสังคม แดงโชติ ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร นำรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 146 คน ยื่นคำขอบรรจุวาระต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมการเลือกนายกรัฐมนตรีในวาระใหม่ หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงยืนยันการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยอย่างเป็นทางการ

ด่วน! ‘ภูมิใจไทย’ ยื่น ‘วันนอร์’ บรรจุวาระเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว

หลังจากยื่นคำขอบรรจุวาระแล้ว นายไชยชนก กล่าวชี้แจงว่าได้ขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการบรรจุวาระการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และเสนอว่าประธานสภาได้ตอบรับคำขอดังกล่าวอย่างรวดเร็ว พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างเคร่งครัดตามรัฐธรรมนูญ

รอสรุปจากวันนอร์

เมื่อถูกสอบถามว่าประธานสภาฯ จะกำหนดเวลาบรรจุวาระเมื่อใด นายไชยชนก กล่าวว่า “ตอนนี้ยังต้องรอสรุปจากด้านประธานสภาฯ ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่จากการเจรจาเบื้องต้น ท่านประธานฯ เห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน และประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐบาลอย่างเร็วที่สุด” ขณะเดียวกันก็ไม่มีข้อมูลโดยตรงว่าท่านประธานฯ จะเลือกประวิงเวลาการดำเนินการหรือไม่

ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงแนวทางชัดเจนในการผลักดันให้มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์ที่สถานการณ์ทางการเมืองยังคงอยู่ในความไม่แน่นอน

  • พรรคภูมิใจไทยยื่นรายชื่อ ส.ส. 146 คน
  • การแถลงจากหัวหน้าพรรคเกี่ยวกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย
  • การบริหารจัดการตามกรอบรัฐธรรมนูญ

การนำรายชื่อ ส.ส. มารวมกันเพื่อดันวาระครั้งนี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่มีน้ำหนักทางการเมืองอย่างมาก ทั้งในแง่ของกระบวนการตั้งรัฐบาล และการสร้างเสถียรภาพทางการเมืองในระยะต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนและสื่อมวลชนต่างจับตาดูการตอบสนองของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองครั้งสำคัญนี้

เป็นวาระใหม่ที่ท้าทาย และสร้างหลายคำถามเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย อีกทั้งเป็นจังหวะสำคัญในการพิสูจน์ความพร้อมของทุกฝ่ายในการบริหารประเทศในช่วงเวลาที่ต้องการเสถียรภาพมากที่สุด

หากคุณเป็นผู้ติดตามความเคลื่อนไหวของการเมืองไทย อย่าพลาดติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการตัดสินใจครั้งสำคัญของประธานสภาฯ ที่กำลังจะมาระบุทิศทางของรัฐบาลชุดใหม่

ที่มา – ด่วน! ‘ภูมิใจไทย’ ยื่น ‘วันนอร์’ บรรจุวาระเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว

ขนส่งอยุธยาส่งผู้ประกอบการฝึก TSM ปี 2568

สำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดโครงการสำคัญเพื่อ เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการด้านความปลอดภัย ภายใต้แนวคิดการพัฒนา Transport Safety Manager (TSM) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ซึ่งเป็นการลงทุนเชิงรุกเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องทาง

ขนส่งอยุธยาส่งเสริมการมี TSM ในองค์กรขนส่ง

นางสาวบุปผา ศรีเจริญ ขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สำนักงานได้รับการสนับสนุนการจัดสรรเงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อดำเนินการจัดอบรมและพัฒนาศักยภาพให้กับผู้ประกอบการด้านขนส่งในพื้นที่ โดยเน้นเรื่องการมี “TSM” หรือ ผู้จัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง เข้ามามีบทบาทในองค์กร ซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบในการดูแล วางระบบ และควบคุมด้านความปลอดภัยโดยรวม

ประโยชน์ของการมี TSM ในองค์กรขนส่ง

TSM จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการขั้นตอนการทำงานตั้งแต่การตรวจสอบสภาพรถยนต์ ความพร้อมของพนักงานขับรถ ก่อนออกเดินทาง ไปจนถึงกระบวนการขนส่งสินค้าอย่างปลอดภัย ตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเส้นทาง การประเมินความเสี่ยง รวมไปถึงการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุและยกระดับความน่าเชื่อถือของบริษัทขนส่งให้ดียิ่งขึ้น

  • ลดอัตราอุบัติเหตุบนท้องถนน
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือขององค์กรขนส่ง
  • สอดคล้องกับกฎระเบียบใน พ.ร.บ.ขนส่ง
  • ส่งเสริมมาตรฐานสากลในการขนส่ง

ในการนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือ นายวัชระ กระแสร์ฉัตร์ ได้ให้เกียรติร่วมเป็นประธานเปิดโครงการในวันที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมการะเกตุ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ โดยมีผู้ประกอบการและผู้แทนจากบริษัทขนส่งในพื้นที่เข้าร่วมการอบรมจำนวน 100 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่แสดงถึงความตระหนักในประเด็นด้านความปลอดภัยของกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง

โครงการนี้ถือเป็นความริเริ่มที่สำคัญ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนสูง หนึ่งในสาเหตุหลักคือการขาดการบริหารจัดการความปลอดภัยในระดับองค์กรอย่างเป็นระบบ ดังนั้นการผลักดันให้มี TSM หรือ การเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการที่เน้นด้านความปลอดภัย จึงเป็นทางแก้แบบยั่งยืนที่สามารถนำไปสู่ระบบที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

โครงการขนส่งอยุธยาในปีนี้ จึงเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการขนส่งอย่างปลอดภัย ด้วยมุมมองใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ด้วยการสร้างมาตรฐานภายในองค์กร ซึ่ง TSM ก็เปรียบเสมือน “จิตสำนึก” ที่จะช่วยดูแลทั้งคน รถ และสินค้าให้เดินทางอย่างปลอดภัย สะดวก และมีประสิทธิภาพ

หากคุณเป็นผู้ประกอบการขนส่งในพื้นที่อยุธยา อย่าพลาดโอกาสในการเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ได้รับการพัฒนาจากระบบ TSM ซึ่งจะช่วยชีวิตของคนขับ พนักงาน และลูกค้าของคุณในระยะยาว

ที่มา – ขนส่งอยุธยา จัดโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ด้านความปลอดภัย

‘ธีรรัตน์’ ติดตามผลกระทบพายุ ‘คาจิกิ-หนองฟ้า‘ เร่งช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เป็นประธานในการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มจากอิทธิพลของพายุคาจิกิและหนองฟ้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

‘ธีรรัตน์’ ติดตามผลกระทบพายุ ‘คาจิกิ-หนองฟ้า‘ เร่งช่วยเหลือประชาชน

ในการประชุมดังกล่าว มีการเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี และผู้ว่าราชการจังหวัดจากทั่วประเทศร่วมประชุม เพื่อประสานงานในการจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

สถานการณ์ในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า พายุคาจิกิและพายุหนองฟ้าที่พัดผ่านช่วงที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดอุทกภัยและดินถล่มในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้ยังมีร่องมรสุมที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำและแหล่งเก็บกักน้ำเพิ่มสูงขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน

ด้วยความห่วงใยของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จึงได้เน้นย้ำให้พื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์ความเสียหายดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคต

การเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคตเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยให้หน่วยงานต่างๆ เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดทุกระดับ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างครอบคลุม

  • การตั้งชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน
  • การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว
  • การเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์และเครื่องจักรกลสาธารณภัย
  • การวางแผนการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยกรณีเกิดภัยพิบัติ

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเร่งพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัยในระดับท้องถิ่น ทั้งระบบตรวจวัดและการแจ้งเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งฝึกอบรมให้ความรู้แก่ผู้บริหารท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ในเรื่องการประเมินความเสี่ยง การสื่อสารเหตุการณ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างปลอดภัย

เมื่อสถานการณ์ความเสียหายเริ่มคลี่คลาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสำรวจความเสียหาย ซ่อมแซม และฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมถอดบทเรียนจากเหตุการณ์เพื่อนำมาปรับปรุงแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การสื่อสารกับประชาชนอย่างโปร่งใสและแม่นยำช่วยให้พี่น้องประชาชนมีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ และสามารถลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ และเตรียมตัวให้พร้อมตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของคุณและคนในครอบครัว

ที่มา – ‘ธีรรัตน์’ ติดตามผลกระทบพายุ ‘คาจิกิ-หนองฟ้า‘ เร่งช่วยเหลือประชาชนเต็มกำลัง พร้อมระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว

สโมสรโรตารีจันทบูร มีเหลือเพื่อแบ่งปัน ช่วยผู้ป่วย-ด้อยโอกาส

เมื่อวันที่ 3 กันยายน สโมสรโรตารีจันทบูร ได้จัดกิจกรรมเพื่อสานต่อภารกิจ “มีเหลือ เพื่อแบ่งปัน” โดยนำสิ่งของมาช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงและผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่แหลมสิงห์ ภายใต้การนำของนายเอก ผลมาก นายกสโมสรโรตารีจันทบูร ปี 2568–2569 พร้อมด้วยคณะสมาชิก

สโมสรโรตารีจันทบูร มีเหลือเพื่อแบ่งปัน เป็นภารกิจที่ไม่หวังผลตอบแทน

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่มีความจำเป็นและต้องการความกรุณาจากสังคม โดยผู้ที่ได้รับสิ่งของถูกสรรหาและคัดเลือกอย่างรอบคอบจากสมาชิกภายในกลุ่ม

สนับสนุนจากใจ อุปนายกสโมสรโรตารีจันทบูร

ที่น่าประทับใจคือ นางศิณีพร สวัสดิชัย อุปนายกสโมสรโรตารีจันทบูร ได้ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ด้วยเงินจำนวน 2,000 บาท พร้อมรับคำอวยพรจากสมาชิกและผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ซึ่งยิ่งทำให้กิจกรรมมีความหมายมากยิ่งขึ้น

สโมสรโรตารีจันทบูร เดินหน้าสานต่อภารกิจ “มีเหลือ เพื่อแบ่งปัน” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพลังศรัทธาและการแบ่งปันที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการกระทำที่เห็นได้ชัดเจน

  • โครงการนี้ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • มีการคัดเลือกผู้รับบริจาคอย่างรอบคอบ
  • ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสโมสรและผู้มีจิตศรัทธา
  • เป็นการสนองจิตวิญญาณของโรตารีที่เน้นให้และไม่หวังผลตอบแทน

ความดีไม่เลือกหน้า สโมสรโรตารีจันทบูรกำลังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการมีหัวใจที่ปรารถนาดีต่อกันและกันสามารถทำให้ชุมชนเข้มแข็งและอบอุ่นมากขึ้น

โครงการเช่นนี้จึงไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ด้อยโอกาสและผู้ป่วยติดเตียงนำสิ่งของไปใช้ประโยชน์เท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของ “การมีเหลือ เพื่อแบ่งปัน” อีกด้วย

ที่มา – สโมสรโรตารีจันทบูร เดินหน้าสานต่อภารกิจ “มีเหลือ เพื่อแบ่งปัน” มอบสิ่งของผู้ป่วยติดเตียง-ด้อยโอกาส แหลมสิงห์

บิ๊กเต่าจับนายกท่าศิลาเรียกเงินต่อสัญญา

เมื่อวันที่ 3 กันยายน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. รักษาราชการแทน รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายจิรวัฒน์ สุภาพ ผอ.ป.ป.ท. เขต 4 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมนายกเทศมนตรีตำบลท่าศิลา พร้อมด้วยผู้สนับสนุนในข้อหาเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างเหมาบริการของเทศบาลบิ๊กเต่าจับนายกท่าศิลาเรียกเงินต่อสัญญา ถือเป็นกรณีชี้เป็นตัวอย่างของความผิดทุจริตในท้องถิ่น

บิ๊กเต่าจับนายกท่าศิลาเรียกเงินต่อสัญญา

จากการสืบสวนทราบว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพนักงานจ้างเหมาบริการของเทศบาลตำบลท่าศิลาว่านายกเทศมนตรีมีพฤติกรรมเรียกรับเงินมูลค่า 25,000 บาทต่อคน เพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้าง หากไม่จ่ายจะไม่มีการต่อสัญญา ผู้เสียหายจำนวนมากจึงยอมจ่ายเงินรวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดสัญญา

ความผิดเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่และผู้สนับสนุน

นายมานะ มณีโชติ อายุ 46 ปี นายกเทศมนตรีตำบลท่าศิลา ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะที่ นายวินัย หาระโคตร ถูกกล่าวหาในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ร่วมในการกระทำผิดดังกล่าว ซึ่งหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ 22/68 และ 23/68 ได้ระบุข้อความที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น

การจับกุมในครั้งนี้เกิดขึ้นที่สำนักงานเทศบาลตำบลท่าศิลา อ.ส่องดาว จ.สกลนคร โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมทั้งสองผู้ต้องหา ภายหลังได้วางแผนให้มีการแลกเงินกับข้อกล่าวหา โดยใช้ตัวผู้เสียหายมาส่งมอบเงิน

  • การเรียกรับเงินต่อสัญญาจ้างจากผู้รับเหมา
  • การละเว้นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
  • ความร่วมมือของผู้สนับสนุนในการสนับสนุนการทุจริต

จากการสอบสวนพบว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2568 เมื่อนายกฯ ได้เรียกประชุมพนักงานจ้างเหมาบริการจำนวนประมาณ 50-60 คน และแจ้งให้ทุกคนทราบว่าถ้าต้องการให้ต่อสัญญา จะต้องจ่ายเงินจำนวน 25,000 บาทต่อคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานสายงานประปาหรือสายงานอื่น ๆ โดยมีการใช้ความกดดันว่าหากไม่จ่ายจะไม่ได้ต่อสัญญา ซึ่งพนักงานส่วนมากยอมจ่ายเพื่อรักษาความมั่นคงในการทำงาน

เมื่อเหตุการณ์เริ่มถูกจับตามอง พนักงานผู้เสียหายได้ร่วมกันแจ้งความร้องทุกข์ต่อหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานเพียงพอ จึงขอศาลออกหมายจับ และดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในข้อหาที่กล่าวมาแล้ว

กรณีนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงพฤติกรรมที่ผิดของเจ้าหน้าที่ในระดับท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่ยังมีช่องโหว่ในการตรวจสอบและควบคุม รวมถึงความกล้าหาญของพนักงานจ้างเหมาที่กล้าลุกขึ้นมาเปิดเผยความไม่ถูกต้องของระบบที่ตนต้องเผชิญ

การปราบปรามบิ๊กเต่าจับนายกท่าศิลาเรียกเงินต่อสัญญา ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้แสวงหาความยุติธรรมในแง่ของการใช้อำนาจผิดวัตถุประสงค์ และสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่า หน่วยงานประสานงานด้านความโปร่งใสไม่ปล่อยให้พฤติกรรมที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นโดยไม่มีการลงโทษ

การต่อสู้กับปัญหาทุจริตต้องเริ่มจากระบบที่โปร่งใสและมีการกำกับดูแลที่ชัดเจน ทางหน่วยงานราชการควรเร่งปรับปรุงกฎระเบียบที่ยังเป็นช่องทางให้เกิดการละเมิดสิทธิประชาชน และส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันการกลับมาของพฤติกรรมลักษณะเดียวกันในอนาคต

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบเหตุการณ์ลักษณะนี้ ไม่ควรเงียบงัน เพราะการเปิดเผยจะนำไปสู่ความยุติธรรมที่แท้จริง

ที่มา – ‘บิ๊กเต่า’ บุกจับคาโต๊ะทำงาน ‘นายกเล็กท่าศิลา’ รีดเงินผู้รับเหมาต่อสัญญา

‘ศบ.ทก.’ เห็นชอบแผนสร้างรั้ว 16 กม. ‘บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว’

เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 3 กันยายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ได้แถลงผลการประชุมที่จัดขึ้นในช่วงเช้า โดยระบุว่า สถานการณ์โดยทั่วไปทั้งสองฝ่ายยังคงอยู่ในสภาวะสงบ ไม่มีความเคลื่อนไหวที่น่ากังวลแต่อย่างใด

‘ศบ.ทก.’ เห็นชอบแผนสร้างรั้ว 16 กม. ‘บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว’

ทั้งนี้ จากการเดินทางไปสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ที่ไปยังพื้นที่อำเภอบางส่วนของจังหวัดจันทบุรีและตราด เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ระบุชัดเจนว่า หน้าที่ของคณะฯ ไม่ใช่การตัดสินความถูกต้องของแต่ละฝ่าย แต่เป็นการเก็บข้อมูลและรายงานอย่างเป็นกลางต่อผู้เกี่ยวข้อง

แผนการเสริมความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวต่อว่า แผนงานในการเตรียมจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยวิสามัญครั้งที่ 2/2568 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 กันยายน 2568 ณ จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา โดยรูปแบบการประชุมจะดำเนินเป็นไปตามลำดับขั้นตอน คล้ายกับครั้งก่อน โดยจะเริ่มจากการประชุมของฝ่ายเลขานุการร่วมในช่วงวันที่ 7-9 กันยายน และจบลงที่การประชุมคณะกรรมการ GBC หลักในวันที่ 10 กันยายน

ความมั่นคงในพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการในครั้งนี้ โดยมีแผนจัดสร้างรั้วความยาว 16 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่หลักเขตที่ 50 ถึง 51 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถือว่ามีการสำรวจอย่างละเอียดและมีข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว

พร้อมกันนี้ยังมีการวางแผนสำรวจสิทธิการครอบครองที่ดินในพื้นที่อย่างเป็นระบบ กับมาตรการทางกฎหมายที่จะถูกนำมาใช้ต่อชาวต่างชาติที่บุกรุกพื้นที่ไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและตามกฎหมายป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 อย่างเคร่งครัด

คณะกรรมการ ศบ.ทก. ได้รับทราบและเห็นชอบในหลักการกับแผนดังกล่าวของจังหวัดสระแก้วจากผลงานนำเสนอโดยผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมทั้งมีมติว่าจะนำข้อมูลที่ได้มาเสนอสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อขอนุมัติงบประมาณและแผนการในลำดับถัดไป

การจัดสร้างรั้วในพื้นที่สำคัญเช่นนี้ถือเป็นการยกระดับความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการบุกรุกที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างสองประเทศ แต่ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

ติดตามการพัฒนาและอัพเดทข่าวสารเกี่ยวกับ ‘บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว’ เพราะเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งภาครัฐและประชาชนไทยในพื้นที่ โดยเฉพาะในยุคที่ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านกัมพูชายังอยู่ในช่วงที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง

เราจะรอดูผลการประชุมในพื้นที่จังหวัดเกาะกง และคาดว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการชายแดนที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนไทยอย่างแท้จริง

ที่มา – ‘ศบ.ทก.’เห็นชอบแผนสร้างรั้ว 16 กิโลเมตร‘บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว’

สหรัฐฯ เริ่มสอน “ความปลอดภัยของปืน” แก่เด็ก 5 ขวบ

จากข่าวสารล่าสุดที่น่าจับตามอง สหรัฐอเมริกาได้ประกาศนำ “ความปลอดภัยของปืน” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียน โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 5 ขวบขึ้นไป ซึ่งเริ่มมีผลในภาคการศึกษาใหม่หลังสิ้นสุดปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้

ความปลอดภัยของปืนในโรงเรียนสหรัฐฯ

รัฐเทนเนสซีเป็นรัฐที่ออกกฎหมายให้การเรียนรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยของปืนเป็นวิชาบังคับในโรงเรียน โดยวัตถุประสงค์หลักคือการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถแยกแยะระหว่างปืนจริงและปืนปลอม ตลอดจนเรียนรู้แนวทางที่เหมาะสมเมื่อพบเห็นปืนในสถานที่ต่าง ๆ

แนวปฏิบัติดังกล่าว กำหนดให้เด็กในวัย 5-8 ขวบสามารถระบุส่วนประกอบของปืนได้ เช่น ไกปืน ลำกล้อง และปากกระบอกปืน พร้อมทั้งฝึกทัศนคติที่มีความรับผิดชอบต่ออาวุธปืน ซึ่งถือเป็นวิธีการป้องกันเบื้องต้นจากการเกิดเหตุกราดยิงในสถานศึกษา

เป้าหมายการเรียนรู้

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของปืน และการนำไปใช้ผิดวิธีนอกจากนี้ยังส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้เท่าทัน และรู้วิธีการรับมือเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจนว่าโรงเรียนควรออกแบบหลักสูตรอย่างไร และจะใช้เวลาในการสอนกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่เปิดทางให้โรงเรียนสามารถเชิญวิทยากรเช่นตำรวจหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขมาร่วมถ่ายทอดความรู้ในห้องเรียนได้

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้เด็กสามารถแยกแยะปืนจริงกับปืนจำลองได้
  • เป้าหมาย: สร้างทัศนคติที่มีความรับผิดชอบเกี่ยวกับปืน
  • กลุ่มเป้าหมาย: นักเรียนชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • ผู้ช่วยสอน: สามารถเชิญวิทยากรจากภายนอกมาร่วมสอนได้

แม้แนวคิดนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัย แต่ก็ยังเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดการถกเถียงกันในวงกว้างทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและนานาชาติ โดยเฉพาะเรื่องของการเปิดเผยเด็กเล็กกับข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธอย่างใกล้ชิด

นี่ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งที่สะท้อนปัญหาสังคมในสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับความรุนแรงจากปืน และความพยายามในการลดความเสี่ยงในระดับชุมชนและโรงเรียน

การศึกษาเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของปืน ในยุคปัจจุบัน อาจจะดูแปลกประหลาดในบางประเทศ แต่สำหรับสหรัฐอเมริกาแล้วมันกลับเป็น “ความจำเป็น” ที่ต้องเตรียมเด็กให้พร้อมสำหรับความเป็นจริง ไม่ว่าพวกเขาจะเห็นด้วยหรือไม่

หากคุณเป็นผู้ปกครอง ลองคิดดูสักหน่อยว่า ถ้าโรงเรียนในประเทศไทยต้องสอนหลักสูตรระดับนี้ จะเป็นอย่างไร? เราควรเน้นเรื่องความปลอดภัยในรูปแบบใดเพื่อให้เด็กมีความรู้แต่ไม่เสี่ยงหรือเปล่า?

ที่มา – โรงเรียนในสหรัฐจะเริ่มสอนวิชา “ความปลอดภัยของปืน” ให้เด็ก 5 ขวบ

กิ่งกาชาด อ.ศรีราชา มอบทุนการศึกษานักเรียนยากไร้ ต.บางพระ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กิ่งกาชาดอำเภอศรีราชา ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนผู้ยากไร้ในพื้นที่ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้งานกิจกรรม “มัจฉากาชาด” ที่จัดขึ้นในวันกองข้าวศรีมหาราชา โดยมีประชาชนร่วมกิจกรรมจำนวนมาก ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการระดมทุนสนับสนุนเด็กด้อยโอกาสในชุมชน

กิ่งกาชาด อ.ศรีราชา มอบทุนการศึกษานักเรียนยากไร้ ต.บางพระ

นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอศรีราชา พร้อมด้วยนางสาวรื่นจิตร เจียมสุพรรณกุล รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอศรีราชา ปลัดอำเภอ ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ และคณะผู้บริหารโรงเรียนวัดตโปทาราม (โอสถานุเคราะห์วิทยา) ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ ซึ่งมีผู้ได้รับทุนรวมจำนวน 36 คน คนละ 2,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 72,000 บาท พร้อมอุปกรณ์การเรียน ขนม และไอศกรีม

ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาเพื่ออนาคตที่ดีของน้อง ๆ

วัตถุประสงค์หลักของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ คือ เพื่อสนับสนุนเด็กยากไร้ในชุมชนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม โดยเฉพาะนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา ในโรงเรียนวัดตโปทาราม (โอสถานุเคราะห์วิทยา) ที่มีนักเรียนยากไร้อยู่จำนวน 136 ราย โครงการดังกล่าวช่วยให้ทุก ๆ เด็กมีโอกาสเติบโตอย่างมีคุณภาพ และสร้างอนาคตที่ดีขึ้นผ่านการเรียนรู้

นอกจากนี้ กิ่งกาชาดอำเภอศรีราชายังมีบทบาทสำคัญในด้านการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยไม่เพียงแค่ให้ความช่วยเหลือในด้านการศึกษา แต่ยังเน้นการสร้างโอกาสให้กับเด็ก ๆ ให้มีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ และใฝ่หาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างมีคุณธรรม

  • สนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียนยากไร้ในพื้นที่
  • ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเยาวชนในชุมชน
  • ยกระดับการศึกษาสู่ความยั่งยืน
  • ดำเนินงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น โรงเรียน และประชาชนในชุมชน เป็นหัวใจหลักของความสำเร็จในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว การรวมพลังเพื่อดูแลเด็กด้อยโอกาส เป็นการต่อยอดความปรารถนาดีที่มุ่งเน้นการพัฒนามนุษย์เพื่อความเจริญของสังคมอย่างยั่งยืน

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในโครงการเพื่อสังคม หรือกำลังมองหาวิธีช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส กิจกรรมเช่นนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการเริ่มต้น เพราะการศึกษาที่ดีสำหรับทุกคนคือหนึ่งในเสาหลักของการพัฒนาประเทศ

ที่มา – กิ่งกาชาด อ.ศรีราชา มอบทุนการศึกษานักเรียนยากไร้ ต.บางพระ