ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ส่งมอบ นรต.ชั้นปีที่ 2 ฝึกรับใช้ประชาชนชนบท รุ่นที่ 41 จ.สุพรรณบุรี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เป็นประธานในพิธีส่งมอบ นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ 2 หลักสูตร นรต. ฝึกรับใช้ประชาชนชนบท รุ่นที่ 41 ซึ่งมีนายเสน่ห์ บุญสุข รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนางเอกหทัย พนมอุปถัมภ์ พัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าร่วมกล่าวรายงาน ในขณะที่ พลตำรวจตรี จิรชาติ เจริญศรี ผู้บังคับการปกครอง โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ได้เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ 2 ฝึกรับใช้ประชาชนชนบท รุ่นที่ 41
นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 41 พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมพิธี

นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ 2 ฝึกรับใช้ประชาชนชนบท รุ่นที่ 41

หลักสูตรนักเรียนนายร้อยตำรวจฝึกรับใช้ประชาชนชนบท รุ่นที่ 41 จัดขึ้นร่วมกับ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 2 รุ่นที่ 81 จำนวน 298 นาย เข้าร่วมฝึกอบรมตั้งแต่วันที่ 2-16 กันยายน 2568 ซึ่งมีระยะเวลาฝึกทั้งสิ้น 15 วัน วัตถุประสงค์ของหลักสูตรนี้เน้นการสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ชนบท รวมถึงการฝึกการใช้แรงงานแบบสามัญ ปรับตัวเข้ากับชุมชน และศึกษาแนวทางการทำงานขององค์กรปกครองท้องถิ่น

ประสบการณ์ตรงจากการรับใช้ประชาชน

yielded ได้รับประสบการณ์จัดส่งตรงจากภาคภาคของประเทศ ภายใต้บริระบบที่หลากหลาย กิจกรรมจำนวนมากที่เปิดโอกาสให้นักเรียนนายร้อยสอบกันเป็นอำนาจสถานการณ์เดียวกันกับพี่น้องประชาชน ด้วยกิจกรรมภาคปฏิบัติจริง เช่น การติดต่อใกล้ชิดกับผู้นำชุมชน การเข้าไปเป็นสมาชิกหลากหลายกลุ่มเป้าหมายในตัวชุมชน ได้ทั้งการงานกุศล การซ่อมแซมสิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือผู้ยากไร้

ไม่น้อยไปกว่านั้น กิจกรรมมวลชนสัมพันธ์ที่จัดขึ้นระหว่างหลักสูตรถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักเรียนนายร้อยตำรวจในการปรับความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนอย่างใกล้ชิด และปูพื้นให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในการทำงานหรือให้ความช่วยเหลือประชาชนในภายหน้า

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวให้โอวาทแก่นักเรียนนายร้อยตำรวจทุกคนว่า การเข้าร่วมหลักสูตร นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ 2 ฝึกรับใช้ประชาชนชนบท รุ่นที่ 41 ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของเหล่านายตำรวจในอนาคต เพราะจะได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนและเห็นภาพของสถานการณ์จริง อีกทั้งเป็นบททดสอบศักยภาพของตนเองว่าสามารถเข้าใจประชาชนได้มากแค่ไหน และยังเป็นการเตรียมสนามสำหรับหน้าที่ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นงานเฝ้าระวัง ป้องกันอาชญากรรม การสนใจต่อชุมชน และการประสานงานท้องถิ่น

กล่าวคือ นักเรียนทุกคนควรมองการเข้าร่วมหลักสูตรครั้งนี้ว่าเป็นโอกาสที่มีค่าขึ้นเหนือความคาดหมาย เพราะทั้งความรู้ที่ได้รับจากการฝึกนี้จะสามารถยืดหยุ่นและฟื้นฟูในสถานการณ์จริงได้อย่างอิสระ

หากคุณเป็นผู้สนใจอาชีพในการรับราชการตำรวจ หรือกำลังมองหาข้อมูลเพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน การเข้าใจและใช้หลักสูตรแบบ นักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ 2 ฝึกรับใช้ประชาชนชนบท รุ่นที่ 41 ถือเป็นตัวชี้วัดที่ดีว่า วิถีของเจ้าหน้าที่ต้องลงมาอยู่กับพื้นฐานของผู้รับบริการมากเพียงใด

ที่มา – ส่งมอบนักเรียนนายร้อยตำรวจ ชั้นปีที่ 2 หลักสูตร นรต. ฝึกรับใช้ประชาชนชนบท รุ่นที่ 41 ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

โครงการค่ายแลกเปลี่ยนนักศึกษาด้านภาษาและศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนสู่ความเป็นสากล

เมื่อวันที่ 2 กันยายน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ โดย รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี ได้เป็นประธานในการต้อนรับนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัย Lingnan Normal University ประเทศจีน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ ศาลายา โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้เข้าร่วมโครงการฯ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

โครงการค่ายแลกเปลี่ยนนักศึกษาด้านภาษาและศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนสู่ความเป็นสากล

โครงการนี้จัดขึ้นโดยคณะศิลปศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางด้านภาษาและวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน ตลอดจนสร้างประสบการณ์ตรงให้แก่นักศึกษาทั้งสองฝ่าย และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาในระดับนานาชาติ โดยนักศึกษาจาก Lingnan Normal University จำนวน 7 คน เดินทางมาร่วมโครงการระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม ถึง 12 กันยายน 2568

กิจกรรมภายในโครงการ

ระหว่างโครงการ นักศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายด้าน ทั้งการเรียนรู้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมไทย และการแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตกับนักศึกษาชาวไทยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้เรียนรู้และเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น

  • เรียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษเชิงปฏิบัติ
  • เข้าร่วมเวิร์กช็อปวัฒนธรรมไทย
  • แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักศึกษาไทย
  • เยี่ยมชมแหล่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของไทย

โครงการค่ายแลกเปลี่ยนนักศึกษาด้านภาษาและศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนสู่ความเป็นสากลถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยยกระดับการศึกษา และทำให้ทั้งสองประเทศได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น เป็นการสร้างเส้นทางแห่งมิตรภาพที่ยั่งยืนระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์และมหาวิทยาลัย Lingnan Normal University

ไม่ใช่แค่การเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาและวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่ความสัมพันธ์ทางวิชาการที่ยั่งยืนในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นผลตอบแทนเชิงบวกต่อชุมชนการศึกษาระดับนานาชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – โครงการค่ายแลกเปลี่ยนนักศึกษาด้านภาษาและศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนสู่ความเป็นสากล

ด่วน! ‘ภูมิธรรม’ ทูลเกล้าฯยุบสภาแล้ว เหตุ ‘ปชน.’ ไม่ร่วมรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่รัฐสภา นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยว่า พรรคประชาชน (ปชน.) ได้มีมติสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนกลับตัดสินใจไม่เข้าร่วมรัฐบาล ทำให้เกิดความล้มเหลวในการจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง

ด่วน! ‘ภูมิธรรม’ ทูลเกล้าฯยุบสภาแล้ว เหตุ ‘ปชน.’ ไม่ร่วมรัฐบาล

จากสถานการณ์ดังกล่าว นายสรวงศ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้เตรียมพร้อมเพื่อเสนอชื่อนายธนาชัย เกษมณี นิติสิริ ผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย เข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากสภาผู้แทนราษฎรได้รับการจัดตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการยุบสภา

ทั้งนี้ ทางด้านนายภูมิธรรม เวชทชัย ในฐานะนายกรัฐมนตรีรักษาการ ได้ดำเนินการทูลเกล้าถวายโอกาลด้วยเหตุผลที่ว่า รัฐบาลไม่มีเสียงสนับสนุนเพียงพอในการบริหารประเทศ กล่าวคือ ได้รับเสียงเพียงประมาณ 130 เสียง จากที่ต้องการเสียงข้างมากในการดำรงอยู่ของรัฐบาล

เสียงข้างน้อยไม่สามารถบริหารประเทศได้

ผลกระทบจากการที่พรรคประชาชนไม่เข้าร่วมรัฐบาล ทำให้รัฐบาลในปัจจุบันไม่มีเสียงข้างมากเพียงพอในการดำเนินการด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะในด้านการพิจารณากฎหมายและการบริหารนโยบายสาธารณะ ซึ่งในระยะยาวจะทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลลดน้อยลง

นายสรวงศ์ กล่าวว่า “ความเป็นไปได้ในการบริหารประเทศในสภาวะดังกล่าวเป็นเรื่องยาก และไม่มีเสถียรภาพ เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องใส่ใจต่อกระแสของประชาชน และความน่าเชื่อถือของระบอบประชาธิปไตย”

  • พรรคประชาชนไม่ร่วมรัฐบาล
  • เสียงสนับสนุนรัฐบาลลดลงเหลือ 130 กว่าเสียง
  • ความเชื่อมั่นในรัฐบาลลดลง
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นหนึ่งในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์

ด้วยเหตุนี้ พรรคเพื่อไทยจึงให้ความเห็นว่า สถานการณ์ในตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการบริหารประเทศ และนางภูมิธรรมจึงได้เลือกที่จะทูลเกล้าฯ ยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหม่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ทั้งนี้ อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายเกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายในการยุบสภา อย่างไรก็ตาม นายสรวงศ์ กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจในขั้นตอนการดำเนินการ และฝ่ายกฎหมายภายในพรรคก็มีความเห็นที่ชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นนี้

party ประชารัฐได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ในสถานการณ์นี้ การยุบสภาเป็นทางเลือกที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากต้องการให้เกิดรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากและมีเสถียรภาพในการบริหารประเทศ

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด อย่าลืมติดตามข่าวสารอัปเดตใหม่ ๆ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในช่วงเวลานี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจถึงพัฒนาการทางการเมืองของประเทศมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ด่วน! ‘ภูมิธรรม’ ทูลเกล้าฯยุบสภาแล้ว เหตุ ‘ปชน.’ ไม่ร่วมรัฐบาล เป็นเสียงข้างน้อย ไปต่อไม่ได้!!

เปิดข้อตกลงร่วม ‘พรรคประชาชน-ภูมิใจไทย’ สัญญามัด 5 ข้อ ดัน ‘อนุทิน’ นายกฯ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน พรรคประชาชนได้เผยแพร่ข้อตกลงร่วมระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับการเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งลงนามโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

เปิดข้อตกลงร่วม ‘พรรคประชาชน-ภูมิใจไทย’ สัญญามัด 5 ข้อ ดัน ‘อนุทิน’ นายกฯ

ภายใต้ข้อตกลงนี้ ระบุชัดเจนว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และให้คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ สภาผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบแก่บุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159

ในส่วนของพรรคประชาชนจะให้ความเห็นชอบ อนุทิน ชาญวีรกูล เข้ารับตำแหน่งนายกฯ ภายใต้เงื่อนไข 5 ข้อดังต่อไปนี้:

ข้อตกลงว่าด้วยนายกฯ คนใหม่

  • ข้อ 1: นายกฯ ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับจากวันแถลงนโยบาย เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป
  • ข้อ 2: หากรัฐธรรมนูญให้ต้องมีประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
  • ข้อ 3: หากรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องมีประชามติ รัฐบาลจะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และดำเนินการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญจากการเลือกตั้ง
  • ข้อ 4: พรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการใด ๆ เพื่อสร้างรัฐบาลเสียงข้างมาก และทำให้ข้อตกลงล้มเหlว
  • ข้อ 5: พรรคประชาชนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ โดยไม่มีใครจากพรรคเข้าร่วมเป็นรัฐมนตรี

ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นความร่วมมือที่มีน้ำหนัก ระหว่างพรรคที่สนับสนุนกันในสภา เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบริหารประเทศ โดยเฉพาะการยุบสภาใน 4 เดือน และกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ผลงานครั้งนี้อาจเป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือเพื่อความมั่นคงทางการเมืองในระยะสั้น แต่ก็ยังมีคำถามว่า พรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้าน จะสามารถตรวจสอบและรักษามาตรฐานการทำงานของรัฐบาลภายใต้ข้อตกลงนี้ได้อย่างไร

หากคุณต้องการติดตามข่าวการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด อย่าลืมเปิดอ่านบทความที่เรารวบรวมไว้ทุกวัน เพื่อไม่พลาดทุกองค์ประกอบสำคัญ!

ที่มา – เปิดข้อตกลงร่วม ‘พรรคประชาชน-ภูมิใจไทย’ สัญญามัด 5 ข้อ ดัน ‘อนุทิน’ นายกฯ

ทุบสถิติใหม่! ราคาทองวันนี้ 3 ก.ย. ปรับขึ้นรวดเดียว 800 บาท

ราคาทองวันนี้ 3 ก.ย. 2568 เมื่อเวลา 09.01 น. ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในครั้งเดียวถึง 800 บาท แตะที่ระดับ 54,100 บาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากเมื่อเทียบกับราคาซื้อขายครั้งล่าสุดเมื่อวานนี้ (อังคาร) ที่มีการประกาศราคาทองคำทั้งหมด 12 ครั้ง ภายในวันเดียวราคาทองเพิ่มขึ้นรวม 300 บาท ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองอย่างมาก

ทุบสถิติใหม่! ราคาทองวันนี้ 3 ก.ย. ปรับขึ้นรวดเดียว 800 บาท

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 54,000 บาท และราคาขายออกอยู่ที่บาทละ 54,100 บาท สำหรับทองรูปพรรณนั้น ราคาทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่บาทละ 52,923.56 บาท และราคาขายออกอยู่ที่บาทละ 54,900 บาท

ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองวันนี้พุ่งแรง

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นในรอบวันนี้คือราคาทองคำ Spot เช้าวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นระดับแรงและแตะสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่บริเวณ 3,541 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำบนตลาด COMEX ของสหรัฐที่ปิดเมื่อคืนที่ผ่านมาพุ่งขึ้น 76.10 ดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 3,592.20 ดอลลาร์

  • ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดว่าอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้
  • การเข้าซื้อทองคำโดยกองทุน ETF สูงสุดนับตั้งแต่สิงหาคม 2565
  • แรงซื้อเพิ่มขึ้นจากความกังวลทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก

ด้วยปัจจัยหลายอย่างดังกล่าว จึงทำให้โลกรอจับตาว่าแนวโน้มราคาทองคำจะเคลื่อนไหวเช่นนี้ต่อไปอีกหรือไม่ และจะมีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างไรในช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้

หากคุณเป็นนักลงทุนที่ต้องการสร้างความมั่นคงแก่พอร์ตการลงทุนของตัวเอง การติดตามราคาทองคำอย่างใกล้ชิดและการเลือกลงทุนอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันถือเป็นสิ่งสำคัญ

ที่มา – ทุบสถิติใหม่! ราคาทองวันนี้ 3 ก.ย. ปรับขึ้นรวดเดียว 800 บาท

ทรัมป์มั่นใจชนะเรื่องภาษี ขู่ศาลฎีกาอย่าทำให้สหรัฐ “เป็นชาติโลกที่สาม”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มั่นใจว่าจะชนะคดีเกี่ยวกับภาษี และเตือนศาลฎีกาอย่าให้การตัดสินส่งผลให้สหรัฐฯ “เป็นชาติโลกที่สาม”

ทรัมป์มั่นใจชนะเรื่องภาษี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาคาดหวังให้ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับมาตรการภาษีไวอย่างเร่งด่วน ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ มั่นใจว่าสหรัฐฯ จะออกมานำในคดีนี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ทรัมป์ยังกล่าวตักเตือนอย่างรุนแรงว่า หากศาลสูงสุดมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกมาตรการภาษีกับทุกประเทศทั่วโลก “สหรัฐฯ จะกลายเป็นประเทศโลกที่สาม” อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

การใช้อำนาจตามกฎหมาย

ทรัมป์อ้างสิทธิ์ตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IIEPA) ปี 2520 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดอัตราภาษีต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลก เช่น แคนาดา เม็กซิโก และจีน อัตรากลางอยู่ที่ 10% พร้อมทั้งระงับภาษีที่เคยประกาศใช้ไปก่อนหน้านี้

ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ย่านแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ได้มีคำพิพากษาชั้นต้นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาให้ประธานาธิบดีระงับมาตรการดังกล่าว แต่ทำเนียบขาวได้ยื่นอุทธรณ์ทันที

อุทธรณ์กลางสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อปลายเดือนสิงหาคมว่า สภาคองเกรสเท่านั้นที่มีอำนาจควบคุมและปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ด้านการค้าระหว่างประเทศได้

ผลกระทบของภาษี

  • ภาษียานยนต์และชิ้นส่วน: อัตรา 25%
  • เหล็ก: อัตรา 25%
  • อะลูมิเนียม: อัตรา 25%

ราษฎรภายนอกอาจไม่ทราบว่ามาตรการภาษีล่าสุดของสหรัฐฯ ใช้อำนาจตามมาตรา 232 ของกฎหมายการขยายการค้าปี 2505 ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

ทว่าคดีความยังไม่จบลงตรงนี้ หากคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ออกผลบังคับใช้ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าของสหรัฐฯ อย่างลึกซึ้ง

ทั้งนี้ ทรัมป์ยืนยันในความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะชนะ แต่ก็เตือนว่า คำตัดสินที่ไม่เป็นธรรมอาจย้อนกลับมากระทบเศรษฐกิจและอำนาจการตลาดโลกของชาติ

แม้ศาลจะมีบทบาทเป็นองค์กรอิสระ แต่หากทำลายกรอบและนโยบายของผู้นำชาติ จะได้ผลอย่างไรในระยะยาวนั้นคงเป็นคำถามที่ควรติดตามจากทุกฝ่าย

ความคิดเห็นจากผู้เขียน: สิ่งสำคัญที่ควรเรียนรู้จากกรณีนี้คือว่าแม้กฎหมายจะเป็นเครื่องมือยุติธรรม แต่หากถูกใช้ในทางที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์มหาอำนาจ ก็อาจทำให้การตัดสินที่ไม่มีแรงผลักดันจริงจากประชาชน กลายเป็นจุดเปลี่ยนของระบอบสากล

ที่มา – ทรัมป์มั่นใจชนะเรื่องภาษี ขู่ศาลฎีกาอย่าทำให้สหรัฐ “เป็นชาติโลกที่สาม”

‘รฟท.’ แจ้งความร้อง DSI แสวงหาความผิดเจ้าหน้าที่-บุคคล ครอบครองที่ดิน ‘เขากระโดง’ อ้างไม่ใช่ของรัฐ

ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากมีรายงานข่าวว่ามีกลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่รัฐ ได้เข้ายึดถือครองพื้นที่ที่อาจเป็นของรัฐในบริเวณ เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีการใช้เอกสารสิทธิอันอาจไม่ชอบในการครอบครองพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ รฟท. ตัดสินใจมอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมายเข้าดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

‘รฟท.’ แจ้งความร้อง DSI แสวงหาความผิดเจ้าหน้าที่-บุคคล

จากกรณีที่มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินโดยไม่ชอบในพื้นที่ เขากระโดง ซึ่งคาดว่าที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นของ การรถไฟแห่งประเทศไทย และอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลภายนอกเข้าไปถือครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ รฟท. เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเตรียมเคลื่อนไหวทางกฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในการประชุมภายในหน่วยงานที่ผ่านมา รฟท. ได้มีมติเห็นพ้องต้องดำเนินการในเชิงรุก โดยมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดี หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง โดยเฉพาะต่อบุคคลที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้ายึดครองที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินของรัฐ

DSI ยืนยันพร้อมรับความร้องจาก ‘รฟท.’

ในส่วนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับการประสานจาก รฟท. พร้อมเตรียมพร้อมดำเนินการสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายใต้การนำของ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนรับเรื่องในวันที่ 4 กันยายนนี้ หลังจากได้รับไฟล์เอกสารต่างๆ และการแจ้งความร้องทุกข์จาก รฟท. แล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการสอบปากคำพยานบุคคล เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่

หากพิจารณาแล้วว่าเข้าข่ายคดีพิเศษจริง ทางกองคดีฯ จะเสนอต่อหน่วยงานสูงกว่าเพื่อดำเนินการตามกฎหมายในทันที ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในทางแพ่งและอาญา เนื่องจากกระทบโดยตรงต่อทรัพย์สินขององค์กรรัฐวิสาหกิจ

ทั้งนี้ การดำเนินคดีในลักษณะนี้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรฟท. เตรียมรวบรวมเอกสารหลักฐานอย่างรอบด้าน เพื่อยืนยันว่าที่ดินบริเวณ เขากระโดง จัดอยู่ในขอบเขตที่ไม่ควรตกเป็นของเอกชน หรือถูกครอบครองโดยไม่ชอบ

แม้คดีจะอยู่ในช่วงตรวจสอบเบื้องต้น แต่ได้ส่งผลกระทบต่อมติของประชาชนและภาคประชาสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับพฤติกรรมของข้าราชการที่อาจมีการนำอำนาจหรือตำแหน่งไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

หากคดีนี้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าน่าจะเป็นกรณีตัวอย่างสำคัญในการป้องกันการฉ้อโกงทรัพย์สินของรัฐในอนาคต ซึ่งจำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งเคร่งครัดต่อกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ติดตามข่าวคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะจะมีบทสรุปที่สามารถสะท้อนภาพใหญ่ของระบบความโปร่งใสในการบริหารทรัพย์สินของรัฐ

ที่มา – ‘รฟท.’ เตรียมส่งฝ่ายกฎหมายร้อง DSI เอาผิดกลุ่มบุคคล-จนท.รัฐ ถือครองที่ดิน ‘เขากระโดง’

ทรัมป์ผิดหวังปูติน ไม่หวั่นรัสเซีย-จีนใกล้ชิด

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่ารู้สึก ผิดหวังอย่างมาก กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำประเทศรัสเซีย หลังจากการเจรจาโดยตรงที่รัฐอะแลสกาเมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อหาทางออกในการยุติสงครามในยูเครน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ความสัมพันธ์เชิงบวกที่ถูกวางไว้ก่อนหน้านี้กลับไม่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ

ทรัมป์ผิดหวังปูติน

ทรัมป์กล่าวว่า “จากความสัมพันธ์อันดีทั้งหมดทั้งมวล” ที่พยายามสร้างขึ้น กับอีกฝ่าย ทำให้เขารู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง แม้จะเน้นย้ำมาแล้วว่า เขามองหาทางออกอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะด้วยการเจรจาหรือคว่ำบาตรกลับไปใช้อีกครั้ง แต่ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงยังไม่เกิดขึ้น บางทีคำพูดที่ว่า “ให้รัสเซียกับยูเครนกลับไปสู้กันเอง” สะท้อนความเหนื่อยล้าจากการต้องจัดการกับวิกฤตการณ์ที่ยืดเยื้อมากกว่า 3 ปี ที่ผ่านมานี้มากขึ้นทุกที

รัสเซีย-จีนใกล้ชิดกันมากขึ้น

ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ปูตินยังคงเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (เอสซีโอ) และเข้าร่วมพิธีสวนสนามของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง สิ่งนี้ทำให้เกิดข้ออภิปรายเกี่ยวกับระดับความใกล้ชิดระหว่างรัสเซียและจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรัมป์กล่าวชัดเจนว่า “ไม่ได้กังวล” กับการที่สองมหาอำนาจใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะสหรัฐฯ ยังคงมีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และคำเตือนว่า “หากมีใครเปิดฉากโจมตีสหรัฐฯ จะเป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้”

การมองโลกในสายตาของทรัมป์จึงเด่นชัดกับความเชื่อมั่นในศักยภาพของสหรัฐ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสียงวิจารณ์ที่มองว่าการเมืองระหว่างประเทศควรใช้กลยุทธ์และการเจรจามากกว่าการขู่เข็ญอย่างเดียว เพราะการสร้างเสถียรภาพในยุโรปและเอเชียเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่การแสดงพลังทางทหาร

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แน่นอนคือ ทรัมป์ผิดหวังกับปูติน อย่างชัดเจน และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการตอบโต้ในรูปแบบใด จาก “เส้นตายใหม่” ที่วางไว้ในรอบ 2 สัปดาห์ ที่กำลังจะครบกำหนดในไม่ช้า

แม้ ไม่มีการแจ้งข่าวอย่างเป็นทางการ ว่าปูตินจะเผชิญกับมาตรการตอบโต้ แต่บทพิสูจน์ของแนวคิด “อำนาจที่ไม่มีเพื่อน” กลับดูจะเกิดขึ้นจริง เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเริ่มแบ่งขั้วมากขึ้น และการเคลื่อนไหวของรัสเซีย-จีน อาจได้ประโยชน์ในระยะสั้น แต่ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยในระยะยาวหรือไม่

ความเป็นไปได้ในอนาคต

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ วิกฤตยูเครนไม่ใช่เพียงปัญหาระหว่างรัสเซียกับยูเครนเท่านั้น แต่เป็นแพตเทิร์นของอำนาจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง การซ้อนทับของผลประโยชน์ระหว่างรัสเซียและจีน ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่เป็นการเติมพลังให้กับแนวร่วมต่อต้านอิทธิพลตะวันตกมากขึ้น

แม้ทรัมป์จะไม่กังวล แต่ยังมีคำถามว่า โลกจะไปอยู่ได้นานแค่ไหนภายใต้สมดุลกำลังที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด การพูดคุยอย่างจริงใจกับผู้นำอื่นๆ ควรเป็นทางออกที่ค้นหาก่อนการตัดสินใจที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่หนักหน่วงกว่าเดิม

ด้วยสถานการณ์ที่ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะวางลง เราก็ควรติดตามการเคลื่อนไหวของสหรัฐ รัสเซีย และจีนอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระดับโลกในอนาคตอันใกล้

อ่านต่อ: การเมืองโลกเปลี่ยนรูปแบบ – สิ่งที่ต้องรู้ในยุคขั้วโลกใหม่

ที่มา – ทรัมป์ “ผิดหวัง” ในตัวปูติน “ไม่หวั่น” รัสเซีย-จีนใกล้ชิดกันมากขึ้น

“แม่นายดัง พันกร” จัดคอนเสิร์ตยุคทองแห่งประวัติศาสตร์

ศิลปินอันเป็นไอคอนแห่งยุค “ดัง-พันกร บุณยะจินดา” ร่วมกับแฟนๆ ฉลองยุคทองในคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ “DUNK PHUNKORN – THE GOLDEN ERA CONCERT” ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2025 ณ UOB LIVE Bangkok ชั้น 6 เอ็มสเฟียร์ งานนี้เป็นการรวมพลคนรักเพลงมาเฉลิมฉลองเส้นทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ของ“แม่นายดัง พันกร”อย่างแท้จริง

“แม่นายดัง พันกร” คอนเสิร์ตล้านคนรอคอย

ไม่ใช่แค่การแสดงเพลงที่ใครต่อใครรอคอย แต่เป็นการเฉลิมฉลองขุมพลังแห่งการเป็นตัวของตัวเอง “แม่นายดัง พันกร” มาพร้อมอารมณ์ล้น บรรยากาศอลังการ แสง สี เสียงที่ถูกออกแบบมาอย่างเต็มเปี่ยม ทุกเพลงดังที่เคยทำให้หลายคนหายใจไม่ออกจะถูกขับร้องอย่างจัดเต็ม ทั้งพลังเสียงและภาพเวทีที่ตระการตาอย่างไม่เคยมีมาก่อน

เพลงฮิตที่กลับมาอีกครั้งในแบบ “ยุคทอง”

จากเพลง “ท้องไม่รับ”, “ไม่เอาคืน”, “เพื่อใคร” ไปจนถึง “ไม่มีเหตุผล” เป็นต้น ทุกบทเพลงจะถูกขับร้องอย่างเต็มอารมณ์ ภายใต้สโลแกน“ยุคทองแห่งเสียงเพลง” ซึ่งเป็นการสะท้อนรสนิยมเฉพาะตัวของ“แม่นายดัง พันกร”อย่างชัดเจน

  • มาร่วมฟังเพลงที่ชื่นชอบในแบบ UX สูงสุด
  • งานมีการดีไซน์ฉากเวทีแบบปังระดับซุปเปอร์
  • แม่นายพร้อมเปิดใจแบ่งปันเรื่องราวมากมาย
  • มีการแสดงพิเศษจากแขกรับเชิญระดับท็อปของวงการ

ทุกนาทีบนเวทีนี้แม่นายจะพาคุณย้อนเวลากลับไปยังยุคที่เหล่าลูกๆ เติบโตมากับเสียงเพลงของเขา เติมพลังแห่งแรงบันดาลใจ และความรู้สึกดีๆ ที่กักเก็บไว้ในหัวใจ มาเป็นส่วนหนึ่งของเวทีนี้ในการรังสรรค์ดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกยุค ทุกช่วงวัย อาทิ นักเรียน นักศึกษา วัยรุ่น และทหารพรานยุคใหม่

นอกจากเสียงเพลงที่ส่งตรงจากผู้เปี่ยมไปด้วยความรักแล้ว แฟนๆ ยังได้ลุ้นกับการออกอากาศและเหล่า พิเศษที่จะทำให้ทุกคนต้องตะลึง จนจำได้ถาวร ใครจะร่วมงานกับแม่นายดัง พันกรในครั้งนี้? ติดตามรายละเอียดได้เลยที่เพจทางการ

ร่วมฉลองกับ “แม่นายดัง พันกร” อย่างแท้จริงกับบทเพลงที่สอนให้เราเติบโตอย่างมีพลัง สร้างสรรค์ และมีความหมายแล้วกันนะครับ

ที่มา – “แม่นายดัง พันกร” เรียกรวมพลประกาศยุคทองจัดคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์เอาใจลูกๆทุกคน

ช้างศึก 23 ปี จัดทัพใหญ่ เตรียมเปิดสนามวันนี้ เช็กช่องถ่ายทอดสด

ช้างศึกชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ภายใต้การนำของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เตรียมเปิดฉากการแข่งขันในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก กลุ่ม F ที่สนาม ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ในวันนี้ (3 กันยายน 2568)

แมตช์เปิดสนามของ “ช้างศึก 23 ปี” คือการพบกับทีม มองโกเลีย ในวันที่ 3 กันยายน เวลา 19.30 น. ซึ่งแฟนบอลสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทาง ช่อง 32, YouTube BG Sports และ True Visions NOW

ช้างศึก 23 ปี พร้อมสู้ในเกมเปิดสนาม

“โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เผยว่า รอบนี้เขาให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะ และเน้นเรื่องเกมรุกเป็นหลัก โดยมีนักเตะแนวรุกตัวเก่งอย่าง ยศกร บูรพา และ ธนกฤต โชติเมืองปัก เป็นแกนหลัก

นอกจากนี้ ในแดนกลางเขามอบความไว้วางใจให้กับ คคนะ คำยก ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของทีม ขณะที่แนวรุกมีตัวหลักอย่าง เสกสรรค์ ราตรี และ สิทธา บุญหล้า ที่พร้อมสร้างเกมบุกทำประตู

แผนรุกชัดเจน สร้างความหวังให้แฟนบอลไทย

โค้ชวังกล่าวว่า แม้ว่าทีมมองโกเลียจะเป็นทีมที่มีเทคนิคและความเร็วสูง แต่ทีมชาติไทยมีความพร้อมทั้งในเรื่องร่างกายและจิตใจ พร้อมที่จะต่อสู้เต็มที่เพื่อผลการแข่งขันที่ดี

  • ช้างศึก 23 ปี เตรียมเปิดสนามวันนี้
  • พบกับมองโกเลีย เวลา 19.30 น.
  • ถ่ายทอดสดช่อง 32 และแพลตฟอร์มออนไลน์
  • สตาร์ทีมหลายรายพร้อมลงสนาม

ทั้งนี้ ทีมไทยต้องเล่นด้วยความมั่นใจ และใช้โอกาสในการทำประตูอย่างเต็มที่ เพราะแมตช์นี้มีความสำคัญต่อการสร้างแรงบันดาลใจและผลงานสำหรับทีมในการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ปี 2026 ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย

ผลการแข่งขันของแมตช์นี้จะเป็นแรงผลักดันให้ทีมพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น และเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนฟุตบอลไทยอีกครั้ง

อย่าลืมติดตาม ช้างศึก 23 ปี ในเกมแรก วันนี้เวลา 19.30 น. ทางช่อง 32 และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่แฟนบอลสามารถชมได้อย่างสดใสนะครับ

ที่มา – ‘ช้างศึก 23 ปี’ จัดทัพใหญ่ เปิดสนามค่ำนี้-เช็กช่องถ่ายทอดสด