ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

โปรดเกล้าฯ ตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ เป็นกรรมการ กกต. ใหม่

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศพระราชบัญญัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง (กม.กต.) โดยมีการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เข้ารับตำแหน่งในฐานะกรรมการการเลือกตั้งคนใหม่ ภายใต้มาตรา 222 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โปรดเกล้าฯ ตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ เป็นกรรมการ กกต. ใหม่

ก่อนหน้านี้ตามประกาศในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายปกรณ์ มหรรณพ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กกต. อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ทำให้ต้องพ้นจากหน้าที่ จึงทำให้เกิดความว่างในตำแหน่ง

ภายหลังวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบการเสนอชื่อนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กกต. ณ วันที่ปรากฏในประกาศ คือ 30 สิงหาคม 2568

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การโปรดเกล้าฯ ตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ เป็นกรรมการ กกต. ใหม่

ในการดำเนินการครั้งนี้ ได้อ้างอิงตาม มาตรา 222 (2) แห่งรัฐธรรมนูญ และประกอบกับข้อกำหนดในมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 เพื่อรับรองกระบวนการที่โปร่งใสและมีความเหมาะสม

  • มีการตรวจสอบประวัติครบถ้วน
  • วุฒิสภาให้ความเห็นชอบเป็นลำดับต้น
  • คณะกรรมการตรวจสอบลักษณะต้องห้ามไม่พบความผิดปกติ

เพื่อย้ำความสำคัญของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือในนาม "กกต." ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลกิจการด้านการเมือง การเลือกตั้ง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น การแต่งตั้ง ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เข้าสู่คณะกรรมการจึงหมายถึงการสานต่อภารกิจสำคัญเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

จุดเด่นของนายณรงค์ กลั่นวารินทร์

แม้การประกาศโปรดเกล้าฯ ตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ เป็นกรรมการ กกต. ใหม่ จะเน้นที่ความถูกต้องตามระเบียบ แต่ก็มีประเด็นสำคัญที่ประชาชนควรรู้เกี่ยวกับตัวบุคคลดังกล่าว เช่น ประสบการณ์ การศึกษา และผลงานในอดีตที่ตกทอดมา มีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของคณะกรรมการ

ทั้งนี้ สามารถสรุปได้ว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เกิดจากความพร้อมของบุคลากรและคณะกรรมการที่จะขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิผล ภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักประชาธิปไตย

หากนี่คือจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชาวไทยก็ควรให้ความสนใจและร่วมกันสนับสนุนให้ระบบการเมืองของประเทศมีความโปร่งใสและยุติธรรมมากขึ้น

ที่มา – โปรดเกล้า ตั้ง ‘ณรงค์ กลั่นวารินทร์’ เป็น กกต. ใหม่

‘แทค ภรัณยู’ เป็นตัวแทนหมู่บ้าน ถาม ‘เจน ญาณทิพย์’ ปมผู้วิเศษลวงโลก

อีกหนึ่งเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสแรงในโลกออนไลน์ ในฐานะที่นักแสดงหนุ่ม “แทค ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม” ออกมาเป็นตัวแทนหมู่บ้าน อยากให้ “เจน ญาณทิพย์” ออกมาชี้แจงกรณีที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของ “ผู้วิเศษลวงโลก” ที่ช่วงนี้เป็นประเด็นร้อนในวงการบันเทิงไทย

ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อ “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้ออกมาพูดคุยในรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” โดยเปิดเผยว่าได้รับข้อมูลร้องเรียนเกี่ยวกับ “ผู้วิเศษ” อีกคน ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย และอาจจะไม่ปรากฏตัวจริงในบางกิจกรรม ซึ่งทำให้หลายคนเริ่มจับตามองไปที่ “เจน ญาณทิพย์” ที่เคยมีภาพลักษณ์ใกล้ชิดกับที่เรียกว่า “ผู้วิเศษ” และทุกคนต่างจับตาดูว่าเธอจะออกมาชี้แจงอย่างไร

‘แทค ภรัณยู’ เป็นตัวแทนหมู่บ้าน ถาม ‘เจน ญาณทิพย์’ ปมผู้วิเศษลวงโลก

นำมาสู่บทพูดของนักแสดงหนุ่มที่ถือว่าเป็นที่ยอมรับในวงการอย่าง “แทค ภรัณยู” ที่เคยร่วมงานกับ “เจน ญาณทิพย์” มาก่อนในหลาย ๆ โอกาส ล่าสุดเขาได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ด้วยข้อความที่ว่า “ยังไงละ….เดี๋ยวถามให้” ทำเอาชาวเน็ตแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างหนาแน่น บางคนล้อเล่นว่า “ของจริงหรือเปล่าเนี่ย” บางคนเห็นด้วยว่า “น่าจะมีอะไรซ่อนเร้นจริง ๆ”

พร้อมกับอีกข้อความที่ว่า “อย่าบอกนะ ผู้มีพลัง อยู่ใกล้โดนหมด 5555” ยิ่งสร้างความตื่นเต้นและเป็นที่จับตามองอย่างมากในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในกลุ่มแฟนคลับและสื่อบันเทิงออนไลน์ ที่ต่างพากันสังเกตสีหน้า อารมณ์ และคำพูดของ “แทค ภรัณยู” แม้จะเป็นข้อความเล่น ๆ แต่ก็ถูกตีความหมายว่าเขาอาจจะมีข้อมูลบางอย่างที่ไม่อยากให้ “เจน ญาณทิพย์” ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่ไม่จริง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากมีข่าวว่า “เจน ญาณทิพย์” เป็นหนึ่งในบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับ “ผู้วิเศษ” ที่ตอนนี้กำลังตกเป็นข่าวเกี่ยวกับความเป็นจริงของตน และมีการเปิดเผยจากหลายแหล่งว่า อาจมีการใช้ชื่อผู้อื่นแทนในการควบคุมกิจกรรมหรือกิจการบางอย่าง ซึ่งสร้างความสับสนในวงการ และนักแสดงที่เคยใกล้ชิดกับเธอ ก็เริ่มออกมาสื่อสารในรูปแบบเล่น ๆ แต่ดูเหมือนจะแฝงความหมายไว้

  • “แทค ภรัณยู” เปิดโพสต์ลึกลับเกี่ยวกับเจน ญาณทิพย์
  • ชาวเน็ตจับตามองและเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมาก
  • มีการโยงข่าวไปถึงประเด็นผู้วิเศษลวงโลกและความโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอะไรอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย ว่าที่เกิดขึ้นจริงมีอะไร หรือ มีบทสรุปอย่างไร ซึ่งคงต้องรอดูต่อไปว่า “เจน ญาณทิพย์” จะออกมาชี้แจงหรือไม่ หรืออาจมีคนอื่น ๆ ออกมาเป็นตัวแทนพูดแทนเธอเหมือนที่ “แทค ภรัณยู” ได้ทำไว้ในครั้งนี้

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือแค่เล่นกันตามสื่อ แต่คำถามที่ว่า ‘แทค ภรัณยู’ เป็นตัวแทนหมู่บ้าน ถาม ‘เจน ญาณทิพย์’ ปมผู้วิเศษลวงโลก ก็ถือเป็นคำถามที่หลายคนอยากฟังคำตอบ แม้จะเป็นเสียงแห่งความเมตตาและมิตรภาพ แต่ก็ไม่ใช่เสียงตัดสิน ทุกอย่างยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม

ทำให้การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความตลกขบขัน แต่แฝงความหมายที่รอการไขข้อสรุปจากจริงหรือไม่จริง ตอนนี้ใครว่าใครผิด เอาจริง ๆ อาจไม่ใช่คำถามที่สำคัญที่สุด หากแต่มีความโปร่งใสในการดำเนินกิจกรรมของทุกฝ่ายจะเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

หากคุณอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติม ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่เว็บไซต์เรา

ที่มา – ‘แทค ภรัณยู’ ขอเป็นตัวแทนหมู่บ้าน ถาม ‘เจน ญาณทิพย์’ ปมผู้วิเศษลวงโลก

‘สรวงศ์’ โพสต์แจงยังไม่ทูลเกล้าฯยุบสภา

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 กันยายน นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อชี้แจงข่าวลือที่ว่ามีการยุบสภาแล้วในขณะนี้ โดย ‘สรวงศ์’ โพสต์แจงยังไม่ทูลเกล้าฯยุบสภา และกล่าวว่า ข่าวที่หลายสำนักข่าวพาดหัวว่าตนเองได้ให้สัมภาษณ์ว่ากระบวนการยุบสภาเริ่มต้นขึ้นนั้น ไม่เป็นความจริง

‘สรวงศ์’ โพสต์แจงยังไม่ทูลเกล้าฯยุบสภา

นายสรวงศ์ระบุชัดเจนว่า การที่ได้กล่าวถึงเรื่องการคืนอำนาจให้ประชาชน นั้นเป็นเพราะถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตาม เรื่องการยุบสภาเป็นพระราชอำนาจ ซึ่งต้องมีการทูลเกล้าฯ จากนายกรัฐมนตรีเท่านั้น จึงจะสามารถดำเนินการได้ ในขณะนี้ยังไม่มีการทูลเกล้าฯ แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ‘สรวงศ์’ โพสต์แจงยังไม่ทูลเกล้าฯยุบสภา อย่างเป็นทางการแล้ว ยังได้กล่าวอีกด้วยว่า ขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินการดังกล่าวนั้น ขอให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดำเนินการ และตนเองในฐานะเลขาธิการพรรคฯ เพียงแค่แสดงความเห็นว่า การคืนอำนาจให้ประชาชนในทางประชาธิปไตยคือสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่การประกาศยุบสภาแต่อย่างใด

ข้อความจากพรรคอย่างเป็นทางการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อความที่โพสต์บนเพจเฟซบุ๊กของนายสรวงศ์ เทียนทอง มีลักษณะเป็นการชี้แจงข้อมูลที่ดำเนินไปอย่างไม่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวลือจำนวนมากเกี่ยวกับการยุบสภานั้น นายสรวงศ์จึงออกมาชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดียให้ประชาชนได้รับรู้ความเป็นจริงอย่างชัดเจน

  • ยังไม่มีการทูลเกล้าฯ ยุบสภา
  • ยุบสภาต้องเป็นพระราชอำนาจ
  • พรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรคืนอำนาจให้ประชาชน
  • ขั้นตอนให้ผู้แทนนายกฯ เป็นผู้ดำเนินการ

จากสถานการณ์ในขณะนี้ แม้ ‘สรวงศ์’ โพสต์แจงยังไม่ทูลเกล้าฯยุบสภา แล้ว แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงจับตาดูพัฒนาการทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางการเมืองและความเชื่อมั่นในสถาบันของรัฐ

สิ่งสำคัญที่ผู้นำควรทำในขั้นนี้คือการสื่อสารอย่างชัดเจน โปร่งใส และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติและประชาชน

ที่มา – ‘สรวงศ์’ โพสต์แจงยังไม่ทูลเกล้าฯยุบสภา

กล้าธรรมโหวตหนุนอนุทินคาดโหวตนายกฯอย่างช้า 5 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 17.10 น. ที่สำนักงานพรรคก้าวไกล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้แถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมภายในพรรค โดยยืนยันว่าพรรครวมใจกันสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 หลังจากที่ได้ยื่นจดหมายแสดงความพร้อมสนับสนุนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

นางนฤมลกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อติดตามสถานการณ์ของพรรคการเมืองต่าง ๆ และออกแบบขั้นตอนร่วมกันเพื่อให้การลงมติเลือกนายกฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรักษาการนายทะเบียนพรรคก้าวไกล ได้แจ้งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทราบถึงแนวทางดำเนินการภายในวันที่ 3 กันยายน ซึ่งทุกฝ่ายมีมติตรงกันว่าจะยึดถือจุดยืนเดิม คือสนับสนุนให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตการเมืองโดยไม่ให้เกิดสุญญากาศ ด้วยการใช้ระบอบสภาแทนระบอบนายกฯ เดี่ยว

กล้าธรรมโหวตหนุนอนุทินคาดโหวตนายกฯอย่างช้า 5 ก.ย.นี้

ในประเด็นที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการยื่นยุบสภาของภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ นายกฯ นางนฤมลชี้ว่า พรรคก้าวไกลขอไม่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งในเบื้องต้นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการออกความเห็นไว้แล้ว และก็ขอเคารพกระบวนการภายในพรรคเพื่อไทย ที่เป็นผู้ตัดสินใจในประเด็นดังกล่าว

คาดวันโหวตเลือกนายกฯ ช้าสุดวันศุกร์ที่ 5 ก.ย.

สำหรับกำหนดการลงคะแนนเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี นางนฤมลเผยว่า พรรคก้าวไกลคาดว่าจะมีการโหวตภายในสัปดาห์นี้ โดยกำหนดการจะมีผลตามลำดับวาระที่สภาต้องระเบียนไว้ล่วงหน้าหนึ่งวัน ในวันที่ 3 กันยายน จะถูกใช้สำหรับการประชุมหัวหน้าพรรคในสภา (วิป) และคาดว่าการลงมติจะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีหรืออย่างช้าสุดวันศุกร์ที่ 5 กันยายนที่จะถึงนี้

ในส่วนของเสียงร่วมจากพรรคเพื่อไทย นางนฤมลระบุว่า “ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด” และว่าควรให้พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเป็นผู้ประสานงานก่อน ด้านพรรคก้าวไกลยืนยันว่าตอนนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาประเทศอย่างจริงจัง เช่น ปัญหาความมั่นคงชายแดน ต้นทุนการเกษตรภายใต้นโยบายรัฐบาลสหรัฐ และแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจ จำเป็นต้องใช้คณะรัฐมนตรีชั่วคราวที่ทำงานตรงจุด

ทั้งยังระบุอีกว่า พรรคก้าวไกลไม่ได้ตั้งเงื่อนไขใดๆ เกี่ยวกับโควตารัฐมนตรี และในตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยด้านตัวเลข แต่มุ่งให้เกิดความมั่นคงทางการเมืองและประเทศเดินหน้าต่อไปได้จริง โดยหากได้รับโอกาสในการร่วมบริหารประเทศ จะให้ความสำคัญกับการส่งมอบผลประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างรวดเร็ว

จากท่าทีที่ชัดเจนของพรรคก้าวไกล การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีครั้งใหม่กำลังเข้าใกล้ และทุกพรรคต่างดูใจท่าเรือรอรับบทบาทใหม่ในอนาคตของประเทศ “การเมืองไทยไม่ควรหยุดนิ่ง แต่ต้องเริ่มเคลื่อนไหว” คือสิ่งที่พรรคก้าวไกลอยากสื่อออกไป

ที่มา – ‘กล้าธรรม’โหวตหนุน ‘อนุทิน’คาดโหวตนายกฯอย่างช้า 5 ก.ย.นี้

คณะสงฆ์กทม. ติวเข้มพระสังฆาธิการ เรื่องบัญชีและอี-โดเนชั่น

เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ที่วัดพิชยญาติการาม คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมให้ความรู้พิเศษกับพระสังฆาธิการในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านการจัดทำบัญชีทรัพย์สินวัด และรับบริจาคผ่านระบบ “อี-โดเนชั่น” (e-Donation) ซึ่งเป็นระบบที่จะทำให้การบริจาคของผู้มีจิตศรัทธามีความเป็นระบบและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

คณะสงฆ์กทม. ติวเข้มพระสังฆาธิการ

กิจกรรมในครั้งนี้มีพระพรหมวชิรวิมลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิด โดยได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพย์สินวัดให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ระบุว่า ระบบ e-Donation จะช่วยให้การบันทึกรายได้และการบริจาคสามารถส่งข้อมูลไปยังกรมสรรพากรได้โดยตรง ลดขั้นตอนและลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดได้

แนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด

ในการจัดการถวายความรู้ครั้งนี้ มีการเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมสรรพากร เข้ามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของวัด แนวทางการจัดเก็บหลักฐานแบบอิเล็กทรอนิกส์ และวิธีป้องกันความผิดพลาดทางการเงิน

นอกจากนี้ยังมีการอธิบายถึงแนวทางในการจัดระบบการควบคุมการรับ-จ่าย และการบริหารทรัพย์สินวัดอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เสนอ เพื่อให้วัดต่างๆ มีความโปร่งใสในการจัดการทรัพยากรและงบประมาณที่ได้รับจากการบริจาค

  • ความรู้ด้านบัญชีวัดระบบใหม่
  • การใช้งานระบบอี-โดเนชั่น
  • การบริหารทรัพย์สินวัดอย่างถูกต้อง
  • การตรวจสอบบัญชีเพื่อความโปร่งใส

คณะสงฆ์กรุงเทพมหานครได้ระบุว่า วัดใดที่ยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบัญชี ให้เจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่เจริญถึงการให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำอย่างใกล้ชิด รวมถึงสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เลย ถือเป็นขบวนการเสริมสมรรถนะที่สำคัญของพระภิกษุในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น

จากความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเห็นได้ว่า คณะสงฆ์กทม. มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการยกระดับการบริหารทรัพย์สินวัดและพัฒนาความรู้ของพระสังฆาธิการ เพื่อให้วัดทั่วกรุงเทพฯ สามารถดำเนินการได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่งเสริมทั้งความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในสายตาของสังคม

อี-โดเนชั่น ไม่ใช่แค่เพียงช่องทางรับบริจาคแบบใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบบด้านการเงินของวัดให้ซับซ้อนน้อยลง และทำให้ทุกขั้นตอนมีความถูกต้องชัดเจนมากขึ้น การให้ความรู้ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญต่อไปสู่ความก้าวหน้าในระบบงานด้านพระพุทธศาสนา

ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ประกอบการศรัทธาสามารถมั่นใจได้ว่า การบริจาคที่วัดต่างๆ จะมีการบันทึกและรายงานอย่างถูกต้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังได้ลดภาระทางด้านภาษีตามกฎหมายด้วย

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจวางแผนการบริหารจัดการองค์กรทางศาสนา หรือบริหารทรัพย์สินส่วนพระพุทธ ระบบบัญชีและอี-โดเนชั่น ถือเป็นแนวทางสมัยใหม่ที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – ‘คณะสงฆ์กทม.’ ติวเข้ม ‘พระสังฆาธิการ’ จัดทำบัญชีทรัพย์สินวัด รับบริจาคผ่าน ‘อี-โดเนชั่น’

เปิดฉาก ASEAN SHOP 2025 เชื่อมั่นค้าปลีก-อาหารโต

งาน ASEAN SHOP 2025 หรือที่เรียกเต็มรูปแบบว่า “มหกรรมธุรกิจร้านค้าอาเซียน” กำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในช่วงวันที่ 2-4 กันยายน 2568 งานนี้ถือเป็นแพลตฟอร์มสุดยิ่งใหญ่ที่รวมเอาผู้ผลิต ผู้จำหน่าย เครื่องจักรอัตโนมัติ รวมถึงนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีกว่า 300 ราย จาก 20 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน เช่น ไทย จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และอื่นๆ มาแสดงสินค้าและบริการบนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร

เปิดฉาก ASEAN SHOP 2025 เชื่อมั่นค้าปลีก-อาหารโต

นายหวัง เจ้าหยุน ประธานบริหาร บริษัท กวางตง แกรนเดอร์ เอ็กซิบิชั่น กรุ๊ป กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจดิจิทัลและการยกระดับการบริโภคกำลังเป็นกระแสที่แพร่หลายในทุกมุมโลก ธุรกิจค้าปลีกจึงต้องเปลี่ยนไปสู่รูปแบบใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจร้านค้าอัตโนมัติและค้าปลีกอัจฉริยะ ที่ได้กลายเป็นหนึ่งในแรงผลักสำคัญในการเสริมสร้างประสบการณ์บริโภคที่ดีขึ้น และได้รับโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน

อาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก โดยมีขนาดการบริโภคของภาคประชาชนสูงถึง 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และขนาดตลาดค้าปลีกรวมถึง 6.527 แสนล้านดอลลาร์ เสริมด้วยการเติบโตของธุรกิจ e-commerce ในภูมิภาคนี้ที่สูงถึง 1.353 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยค่อนข้างสูงที่ร้อยละ 35.8 ระหว่างปี 2015-2024

เพิ่มเติมจากนี้ ยังมีร้อยละ 60 ของผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนที่ใช้การชำระเงินแบบไร้สัมผัสในการซื้อสินค้า และนี่คือช่องทางที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจร้านค้าอัจฉริยะสามารถเติบโตได้อย่างกว้างขวาง

เน้นนวัตกรรมและการแข่งขันอย่างแท้จริง

ภายในงาน ASEAN SHOP 2025 ได้จัดแสดงออกเป็น 6 โซนหลัก ได้แก่

  • เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • ระบบชำระเงินเชิงพาณิชย์
  • การออกแบบและจัดแสดงร้านค้า
  • อุปกรณ์ถนอมความสดและการเก็บรักษา
  • ร้านสะดวกซื้อ

รูปแบบเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมค้าปลีกได้สัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ เช่น โซลูชันค้าปลีกอัจฉริยะ อุปกรณ์บริการตนเอง หรือระบบจัดการร้านค้าที่ทันสมัย

นอกจากนี้ งาน ASEAN SHOP 2025 ยังมีกิจกรรมการแข่งขันเพื่อค้นหาสุดยอดเชฟและบาร์เทนเดอร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสมาคมต่างๆ ด้านอาหารและเครื่องดื่มแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถแสดงฝีมือผ่านการแข่งขัน MIXILOGIST COMPETITION และ FLAIR BARTENDING COMPETITION

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสถาบันอาหาร ก็ได้ร่วมเป็นประธานเปิดการแข่งขันในวันที่ 3 กันยายน 2568 พร้อมทั้งเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเชียร์และลุ้นผู้ชนะในแต่ละรายการ

การจัดงาน ASEAN SHOP 2025 จึงไม่ใช่เพียงแค่งานแสดงสินค้าทั่วไป แต่เป็นเวทีที่สำคัญซึ่งจะสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ยกระดับให้ผู้ประกอบการไทยและอาเซียนผนึกกำลังกัน เร่งเติบโตในยุคที่เศรษฐกิจค้าปลีกและบริการกำลังเป็นทิศทางหลักของโลก

อย่าพลาด! เข้าร่วม ASEAN SHOP 2025 เพื่อเปิดโลกเทคโนโลยีและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ จากอาเซียนสู่ตลาดโลก

ที่มา – เปิดฉากมหกรรมธุรกิจร้านค้าอาเซียนASEAN SHOP 2025 เชื่อมั่นค้าปลีก-อาหารโต

พรรคประชาชน โต้ยังไม่มีมติโหวตเลือกใครเป็นนายกฯ

สถานการณ์ทางการเมืองไทยในช่วงนี้นับว่าเข้มข้นมาก เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 เฟซบุ๊กพรรคประชาชน ได้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับประเด็นที่มีข่าวลือว่า ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเดินทางมายังที่ทำการพรรคประชาชนในวันดังกล่าว ซึ่ง พรรคประชาชน ได้ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการของพรรคเท่านั้น

อีกทั้งยังมีการระบุไว้ว่า กรรมการบริหารพรรคประชาชนจะมีการประชุมอย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 3 กันยายน 2568 เพื่อตัดสินใจว่า ผู้แทนราษฎรพรรค พรรคประชาชน จะโหวตให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ยังไม่มีมติอย่างเป็นทางการออกมาจากพรรค ทำให้ความคาดเดาและความเคลื่อนไหวของพรรครายย่อยๆ ในประเด็นนี้ กลายเป็นหัวข้อร้อนแรงที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชน

พรรคประชาชน โต้ยังไม่มีมติโหวตเลือกใครเป็นนายกฯ

การตัดสินใจในครั้งนี้มีผลต่อมุมมองทางการเมืองของประเทศโดยตรง เนื่องจาก ผลการโหวตของพรรคประชาชนจะมีน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ของนายกฯ คนใหม่ในสภาผู้แทนราษฎร แม้จะมีข่าวลือต่างๆ แพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย แต่พรรคประชาชนยืนยันว่าข่าวลือเหล่านั้นไม่มีความน่าเชื่อถือ และจะมีการเปิดเผยอย่างชัดเจนหลังจากการประชุมของกรรมการบริหารพรรคในวันพุธ

ประชาชนควรติดตามข่าวอย่างไร?

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการของพรรค หลีกเลี่ยงการนำข่าวลือหรือข่าวลวงมาเป็นตัวตัดสินใจทางการเมือง เพราะอาจส่งผลต่อภาพรวมของการเมืองไทยอย่างไม่ถูกต้อง

  • ตรวจสอบข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
  • รอดูมติอย่างเป็นทางการจากพรรคประชาชน ในการประชุมวันที่ 3 กันยายน
  • พิจารณาผลทางเศรษฐกิจและการเมือง ที่อาจส่งผลต่อประเทศภายหลังการเลือกนายกฯ รายใหม่

เรื่องนี้คาดว่าจะยังคงติดตามกันอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงสัปดาห์ และเมื่อมีข้อมูลใหม่จากพรรคประชาชน หรือผลการประชุมอย่างเป็นทางการออกมา อาจส่งผลต่อภูมิทัศน์การเมืองไทยในอีกมุมหนึ่ง

ทั้งนี้ ผู้ที่อยู่ในวงการการเมืองหรือผู้ที่ให้ความสนใจกับความเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง ควรรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากพรรคประชาชน เพื่อตัดสินใจในขั้นตอนถัดไปว่าจะให้การสนับสนุนอย่างไรต่อหน่วยงานต่างๆ ในระบบประชาธิปไตย

ที่มา – ‘พรรคประชาชน’ โต้ยังไม่มีมติโหวตเลือกใครเป็น‘นายกฯ’

อาลัย ‘ณรงค์ จารุจินดา’ ผู้กำกับในตำนาน จากไปอย่างสงบ

วงการบันเทิงไทยสูญเสียบุคคลสำคัญเมื่อ ณรงค์ จารุจินดา หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “เล็ก-ณรงค์ จารุจินดา” ผู้กำกับในตำนานได้จากไปอย่างสงบด้วยโรคประจำตัวที่รักษาอาการมานานหลายปี ท่านเป็นสามีของผู้จัดละครชื่อดัง “กอบสุข จารุจินดา” และเป็นพี่ชายของนักแสดงอาวุโส “ดวงดาว จารุจินดา” ที่หลายคนรู้จักดี

อาลัย ‘ณรงค์ จารุจินดา’ ผู้กำกับในตำนาน จากไปอย่างสงบ

ข่าวการจากไปของคุณเล็ก-ณรงค์ จารุจินดา ถูกยืนยันโดย คุณอุ๊-พัชนี จารุจินดา ลูกสาว ที่ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวระบุว่า “คุณพ่อออกเดินทางไกลแล้ว ขอเรียนเชิญมาส่งคุณพ่อนะคะ” ภายใต้บรรยากาศความเศร้าโศกของครอบครัวและคนในวงการบันเทิง

กำหนดการพิธีทางศาสนา

ครอบครัวได้จัดพิธีศพบำเพ็ญกุศล ณ ศาลาพ่วงจินดา วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน มีกำหนดการสวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 3-9 กันยายน 2568 เวลา 18.30 น. และมีพิธีฌาปนกิจในวันพุธที่ 10 กันยายน 2568 เวลา 17.00 น. ที่เมรุ 1

ผู้กำกับในตำนานอย่างณรงค์ จารุจินดา ฝากผลงานการกำกับไว้มากมาย ทั้งละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่หลายคนคุ้นเคย เช่น สี่ไม้คาน, แม่นากพระโขนง, เพลงรัก, เจ้าสาวบ้านไร่, ม.6/2 ห้องครูวารีเทอม 2, ยุกยิกหัวใจหยิกกัน, และเพื่อนกันเฉพาะวันหยุด ผลงานของเขาเป็นแรงบันดาลใจเสมอในการเล่าเรื่องผ่านภาพและเสียงเพลง

ความทรงจำของคนในวงการ

ในวงการบันเทิงหลายคนยังคงเล่าถึงความเชี่ยวชาญ และความทุ่มเทที่คุณเล็ก-ณรงค์ จารุจินดา ได้ทุ่มเทให้กับผลงานของเขา นักแสดงและผู้จัดกิจกรรมต่างแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก ผลงานของเขาคือหนึ่งในรากฐานสำคัญของวงการบันเทิงไทยในยุคต่างๆ

เป็นกำลังใจให้ครอบครัวจารุจินดา และการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่นี้ ความทรงจำที่เหลือไว้ในผลงานจะคงมีอยู่เสมอในหัวใจของผู้ชมทุกคน

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบผลงานของณรงค์ จารุจินดา ลองย้อนกลับไปชมผลงานเก่าๆ ของเขา เพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้กำกับในตำนานรายนี้

ที่มา – อาลัย ‘ณรงค์ จารุจินดา’ ผู้กำกับในตำนาน จากไปอย่างสงบด้วยโรคประจำตัว

DAD ร่วมมือบช.ก. เมทเธียร์ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลป้องกันอาชญากรรม

โครงการความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่าง DAD Asset Development ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และ บริษัท เมทเธียร์ จำกัด ถือเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มีเป้าหมายเพื่อใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลป้องกันอาชญากรรม ในพื้นที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ จ.นนทบุรี

เทคโนโลยีดิจิทัลป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ราชการ

การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาคีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นการเปิดฉากให้เกิดการบูรณาการข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นแนวทางสำคัญที่ตอบโจทย์การใช้เทคโนโลยีเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ภายใต้การสนับสนุนเชิงโครงสร้างจากทั้งภาครัฐและเอกชน

การใช้ระบบอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ DAD Asset Development เปิดเผยว่า DAD ในฐานะผู้บริหารพื้นที่ศูนย์ราชการฯ จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย เช่น ระบบตรวจจับใบหน้า, เครื่องอ่านบัตรประชาชน และป้ายทะเบียนรถยนต์ รวมไปถึงเสาอัจฉริยะ (Smart Pole) ที่เชื่อมต่อระบบ MettTalk ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบการเข้า-ออกอย่างรอบด้าน

พลตำรวจตรี ไพบูลย์ น้อยหุ่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยังกล่าวเสริมว่า โครงการความร่วมมือนี้เป็นการนำระบบเฝ้าระวังและการสืบสวนสอบสวนมาบูรณาการเข้ากับเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมทั้งจัดกระบวนการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

การลงทุนเพื่ออนาคตที่ปลอดภัย

ในส่วนของบริษัท เมทเธียร์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญของโครงการ ได้มอบหมายให้นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการติดตั้งดูแลอุปกรณ์และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสัญญาณและบำรุงรักษาระบบ โดยเน้นการใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

การร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ DAD ในการเป็นองค์กรที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงด้วยนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อรองรับพื้นที่ราชการและประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

เทคโนโลยีไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสถานการณ์ แต่ยังช่วยลดโอกาสในการเกิดอาชญากรรมภายในพื้นที่ศูนย์ราชการ โดยเป็นรูปธรรมจากการตรวจสอบด้วยระบบ AI อัจฉริยะที่ทันสมัยอย่าง เทคโนโลยีดิจิทัลป้องกันอาชญากรรมแบบครบวงจร

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ทำงานหรือบริการที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ครบถ้วนและทันสมัย โครงการนี้คือหนึ่งในแรงผลักดันให้พื้นที่ราชการของเรามีความพร้อมระดับประเทศ

ที่มา – DAD ผนึกกำลัง บช.ก.–เมทเธียร์ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลป้องกันอาชญากรรม

‘ทักษิณ’ ให้กำลังใจ สส. เพื่อไทย ลั่นถ้าเป็นอะไรก็ให้อยู่ด้วยกัน

ในบรรยากาศของการประชุมส.ส. พรรคเพื่อไทยประจำสัปดาห์ เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความสามัคคี โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้เปิดเผยบรรยากาศภายในห้องประชุมหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม

‘ทักษิณ’ ให้กำลังใจ สส. เพื่อไทย ลั่นถ้าเป็นอะไรก็ให้อยู่ด้วยกัน

เมื่อถึงช่วงเวลา 16.00 น. ของวันดังกล่าว บรรยากาศยังคงอบอุ่นต่อเนื่อง โดยนายสุริยะได้กล่าวว่า “วันนี้เราให้กำลังใจซึ่งกันและกัน” พร้อมทั้งเผยว่า ส.ส. ทุกคนในพรรคเพื่อไทยต่างยืนยันว่าจะยังคงอยู่กับพรรคต่อไป แม้ในช่วงเวลาที่มีกระแสข่าวหรือกระแสแรงกดดันต่าง ๆ เข้ามา

การพูดคุยในที่ประชุม

สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะยืนยันอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีการพูดคุยเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ในการประชุมครั้งนี้” ตอกย้ำว่าการประชุมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายหลักในการให้กำลังใจ รวมถึงสร้างความสามัคคีให้แก่สมาชิกพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

ก่อนจะมีรายงานข่าวลือเกี่ยวกับ “อัศวินขี่ม้าขาว” ที่หลายคนคาดเดาว่าจะมีการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ นายสุริยะกล่าวชัดเจนอีกครั้งว่า “ไม่มีการพูดถึงเรื่องอัศวินขี่ม้าขาว” และย้ำว่าบรรยากาศในการประชุมทั้งหมดเป็นไปอย่างปกติ ไม่มีอารมณ์ตึงเครียดใด ๆ เลย

สิ่งที่เป็น亮点หลักของการประชุมครั้งนี้คือการกลับมาให้กำลังใจของ “ทักษิณ” ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งแม้จะไม่ได้อยู่ในที่ประชุมโดยตรง แต่ได้ถ่ายทอดข้อความให้กำลังใจผ่านทางผู้บริหารพรรคหลังการประชุมว่า “ถ้าเป็นอะไรก็ให้อยู่ด้วยกัน” ข้อความที่สั้นแต่สายัณห์ลึกถึงความห่วงใยและการผูกพันต่อพรรคเพื่อไทย

สรุปการให้กำลังใจของ ‘ทักษิณ’

ที่ผ่านมา ทักษิณ ชินวัตรมักถูกมองว่าเป็นผู้นำที่มีอิทธิพลต่อพรรคเพื่อไทยอย่างลึกซึ้ง การให้ข้อความสนับสนุนในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการเติมพลังให้ทีมโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สื่อมวลชนและสังคมออนไลน์บางส่วนเริ่มเกิดคำถามว่าพรรคเพื่อไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือผู้นำอย่างไร

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าพรรคเพื่อไทยยังคงยึดถือหลักการผลักดันเป้าหมายโดยไม่มีการแย่งชิงอำนาจ เน้นการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว และมีความมุ่งมั่นในเส้นทางของพรรค

ไม่ว่าบรรยากาศในอนาคตจะเป็นเช่นไร การให้กำลังใจของ ทักษิณ ในครั้งนี้ถือเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยได้ก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นคงทั้งในด้านจิตใจและการเมือง

เพราะคำว่า “ถ้าเป็นอะไรก็ให้อยู่ด้วยกัน” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นคำมั่นที่ทุกคนในพรรคต่างยังคงจดจำและหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกันต่อไป

หากคุณเป็นผู้ติดตามพรรคการเมืองไทย สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงพลังของความเป็นหนึ่ง และอาจส่งผลให้พรรคเพื่อไทยสามารถดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้มากขึ้นต่อไป

ที่มา – ‘ทักษิณ’ ให้กำลังใจสส.เพื่อไทย ลั่น ถ้าเป็นอะไรก็ให้อยู่ด้วยกัน