ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

พร้อมพงศ์เตือนพรรคประชาชนคิดให้ดีก่อนจับมือภูมิใจไทย

เมื่อไม่นานมานี้ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้ความเห็นอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการเมืองไทย โดยเฉพาะเรื่องการจับมือระหว่างพรรคการเมืองในช่วงที่รัฐบาลยังไม่มั่นคง เขาเตือนพรรคประชาชนว่า จำเป็นต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย เพราะอาจมีผลกระทบระยะยาวทั้งทางการเมืองและหลักการของพรรค

พร้อมพงศ์เตือนพรรคประชาชนต้องระมัดระวัง

เนื้อหาที่เขาเน้นย้ำคือ การเมืองในประเทศไทยมีความซับซ้อนมากและแต่ละครั้งการตัดสินใจผิดพลาดอาจจบไม่สวย จุดยืนของพรรคประชาชนนั้นมีความชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงระบบทั้งระบบทิ้ง เรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยก็มีแนวโน้มสวนทางโดยพร้อมยืนยันว่าจะไม่เอารัฐธรรมนูญใหม่ หรือแก้ไขเพียงบางส่วน อย่างกรณีร่างรัฐธรรมนูญที่มีการเสนอเพิ่มเติมมาตรา 256 ที่เสนอโดย สส. พรรคประชาชน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ร่วมพิจารณา

พรรคประชาชนมีจุดยืนชัดเจนเรื่องรัฐธรรมนูญ

ในอดีตก็เคยมีข้อมูลปรากฏชัดว่า สส. หลายพรรคที่เคยเปลี่ยนฝ่ายและปักหลักเพื่อให้ได้ตำแหน่งต่างๆ สุดท้ายกลับนกคุ้มทองน้อยและถูกประชาชนตัดสิทธิ์ในการเลือกตั้งจนหายหน้าไปเลย ในเรื่องนี้ นายพร้อมพงศ์ เตือนว่า หากสส. บางคนจากพรรคประชาชนจะเข้าร่วมระบบจับมือภูมิใจไทย ต้องพิจารณาให้รอบด้าน เพราะไม่ใช่แค่ “ความได้เปรียบในขณะนี้” แต่ “อนาคตทางการเมือง” ก็สำคัญมากเช่นกัน

  • พรรคประชาชน ต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
  • พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนว่า ไม่ต้องการแก้ หมวด 1-2 ของรัฐธรรมนูญ
  • พรรคเพื่อไทยเสนอ ชัยเกษม นิติสิริ ให้เป็นนายกฯ ขณะที่ภูมิใจไทยหนุน อนุทิน ชาญวีรกูล

เป็นที่น่าสังเกตว่าหากพรรคประชาชนจะเลือกเส้นทางร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย จะต้องผ่านการต่อรองที่ซับซ้อน รวมถึงความเคลื่อนไหวในแง่การแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีและแนวทางการ تقومองค์กรของประเทศ กรณีที่มีเสียงว่า จะมีรัฐมนตรีแรงงานจากฝ่ายประชาชน ผู้มีประวัติเกี่ยวข้องกับรัฐประหาร ก็เป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่าจะขัดกับหลักการของพรรครึเปล่า

ทั้งนี้ นายพร้อมพงศ์ ย้ำให้พรรคประชาชน และ สส.ทุกคน ต้องระมัดระวังและคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะประชาชนเลือกเราโดยให้ความหวังไว้มาก หากไปหักหลังความคาดหวัง ผลที่ตามมาคือ คนที่เคยสนับสนุน อาจหันหลังให้ในอนาคต ส่วนพรรคที่ตกลงกันไว้ในตอนนี้ อาจเปลี่ยนข้างภายหลังได้ง่าย เมื่อถึง馅/moment ที่มีความได้เปรียบใหม่

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอำนาจ สถานะ หรือเงินทอง ล้วนเป็นภาพมายาชั่วคราว การเมืองคืองานสร้างคุณค่าต่อสังคม ดังนั้นจุดยืนของผู้แทนประชาชนจึงต้องมั่นคงชัดเจนเสมอ ขอให้พรรคประชาชนทบทวนตัวเอง และ อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง

ที่มา – ‘พร้อมพงศ์’เตือน พรรคประชาชน คิดให้ดี ก่อนจับมือภูมิใจไทย

ประเสริฐยืนยัน’เพื่อไทย’รวมเสียงตั้งรัฐบาลได้เหน็บ’ภูมิใจไทย’

เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 30 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรักษาการรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงความคืบหน้าการรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาและรวบรวมเสียงอย่างจริงจัง

นายประเสริฐกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจว่าสามารถรวบรวมเสียงได้ในจำนวนที่เหมาะสม เพื่อเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยปัจจุบันก็ยังมีพรรคร่วมรัฐบาลเดิมหลายพรรคที่ยังไม่ได้ประกาศเปลี่ยนฝ่าย

ประเสริฐยืนยัน’เพื่อไทย’รวมเสียงตั้งรัฐบาลได้เหน็บ’ภูมิใจไทย’

เมื่อถามถึงการที่แกนนำพรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมแถลงข่าวเมื่อวันที่ 29 ส.ค. นายประเสริฐชี้แจงว่า วันดังกล่าวมีการประชุมพรรคกล้าธรรมจึงไม่สามารถเข้าร่วมได้ แต่เจตนารมณ์ในการร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยนั้นยังคงชัดเจน

อย่าเพิ่งสรุปตัวเลขจากภูมิใจไทย

ในขณะที่พรรครวมพลังภูมิใจไทยอ้างว่ามีเสียงสนับสนุนเพียงพอรวมทั้งหมด 288 เสียง นายประเสริฐกล่าวว่า อย่าเพิ่งสรุป เพราะหลายพรรคร้อยยังไม่ได้ให้คำยืนยันอย่างเป็นทางการ รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (พรรคประชาชน) และพรรคกล้าธรรมที่ยังไม่ประกาศจับมือฝ่ายใด

“พรรคประชาชนยังไม่ตัดสินใจอย่างแน่ชัด จึงไม่ใช่เสียงจริงที่รวมกับภูมิใจไทยได้ ตัวเลขนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้” รองนายกฯ นายประเสริฐกล่าว

นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า แม้จะมีพรรคบางพรรคไปปรากฏตัวร่วมกับ ‘ภูมิใจไทย’ ไม่ได้แปลว่าจะสามารถตั้งรัฐบาลได้ เพราะ还需 ตรวจสอบจำนวนเสียงอย่างละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามถึงข่าวที่ สส.พรรคเพื่อไทยที่ไปนั่งแถลงข่าวกับ ‘ภูมิใจไทย’ นายประเสริฐกล่าวว่า อย่าเพิ่งด่วนตีความว่ามี 10 กว่าเสียงแน่นอน เพราะสส.คนอื่น ๆ ในพรรคเพื่อไทยยังไม่มีการประกาศใด ๆ ออกมาอย่างเป็นทางการ จึงไม่ควรเชื่อข่าวลือ

“การตัดสินใจของนักการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ต้องพิจารณานโยบาย และผลประโยชน์ของประเทศอย่างรอบด้าน” นายประเสริฐกล่าวเสริม

  • พรรคเพื่อไทย ยังเปิดกว้างต่อการเจรจา
  • การมีรายชื่อผู้สมัครนายกฯ จะถูกรวบรวมจากภายในพรรคร่วมอย่างรอบคอบ
  • ประชุมพรรคร่วม ยังอยู่ระหว่างประชุมเพื่อหาข้อสรุป

เบื้องต้นพรรคเพื่อไทยได้รวมรายชื่อผู้สมัครนายกฯ ไว้ที่นายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือสูงและมีประสบการณ์ยาวนาน ส่วนจะเสนอชื่อบุคคลอื่นหรือไม่จะต้องขึ้นอยู่กับการประชุมระหว่างพรรคร่วมฯ ที่ยังดำเนินอยู่

ทั้งนี้ ในกรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่สามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ นายประเสริฐยืนยันว่า จะต้องศึกษากรอบกฎหมายหากมีความจำเป็นจะต้องใช้อำนาจรักษาการนายกฯ ในการยุบสภา

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว การรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลจึงถือเป็นการตัดสินใจในรูปแบบประชาธิปไตยที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เป็นทางการจากพรรคร่วมที่จะมีการประกาศอย่างชัดเจนในเร็ว ๆ นี้

ที่มา – ‘ประเสริฐ’โว‘เพื่อไทย’รวมเสียงตั้งรัฐบาลได้เหน็บ ‘ภูมิใจไทย’อย่าด่วนสรุป 288 เสียง

อยากให้เธอรัก” จาก Violette Wautier สะท้อนความปรารถนาอยากถูกรัก

ล่าสุด Violette Wautier หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ‘วิโอเลต วอเทียร์’ กลับมาอีกครั้งกับเพลงใหม่ที่สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้ง นั่นคือเพลง “wanna be yours (อยากให้เธอรัก)” เพลงนี้ไม่เพียงแต่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ แต่ยังสะท้อนความรู้สึกของคนที่ต้องการจะถูกรัก ถูกเข้าใจ และยังอยากมีตัวตนในสายตาของใครสักคนหนึ่ง

ด้วยทำนองที่เรียบง่าย แต่จับใจ รวมทั้งความลึกซึ้งในเนื้อร้อง ทำให้เพลงนี้เป็นสิ่งที่ช่วยเปิดเผยมุมมองใหม่ในการมองความรู้สึก และความสัมพันธ์ระหว่างคน ในมุมที่ละเอียดอ่อนอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในยุคที่หลายคนอาจรู้สึกโดดเดี่ยว หรือต้องการแสดงความรู้สึกที่ถูกปิดบังไว้มาตลอด

“อยากให้เธอรัก” สะท้อนด้านจริงของ Violette Wautier

ในเพลง “wanna be yours (อยากให้เธอรัก)” Violette Wautier กล้าแสดงด้านที่เปราะบาง ซื่อสัตย์ และจริงใจที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต เสียงของเธอผุดผ่องอารมณ์ที่ค้างคืน และผลักให้ผู้ฟังทบทวนความสัมพันธ์กับตัวเองและผู้อื่นในแบบใหม่

การร่วมมือกับ THE TOYS ที่ประสานเสียงอารมณ์เข้ากับทำนองได้อย่างลงตัว

เพลงนี้ได้รับการกำกับเสียงจาก THE TOYS นักแต่งเพลง นักร้อง และโปรดิวเซอร์ที่มากความสามารถ ร่วมกันขจัดทุกความว่างเปล่า ให้กลายเป็นเสียงที่อุดมด้วยความรู้สึก เอกลักษณ์ของ Violette Wautier ถูกถ่ายทอดอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่เหน็บแนมความเศร้า ความแสวงหา และความหวังอย่างบางเบา ทำให้เพลงนี้ไม่ใช่เพียงบทเพลงเท่านั้น แต่เป็นเสียงสะท้อนของหัวใจที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของเธอ

  • เสียงร้องที่อบอุ่น
  • เนื้อร้องที่打动ใจ
  • อารมณ์ที่เข้าถึงได้ง่าย
  • ทำนองที่จับใจตั้งแต่ครั้งแรก

ไม่ว่าจะเป็นเพลงแนวป็อปหรือเพลงแนวอื่น ๆ การแสดงความรู้สึกที่แท้จริงมักจะสื่อถึงคนฟังได้เป็นอย่างดี และ “อยากให้เธอรัก” ก็เป็นหนึ่งในบทเพลงที่ทำเช่นนั้นได้ยอดเยี่ยม เพราะมันไม่เพียงแวบแรกที่ฟังแล้วรู้สึกดี แต่ยังลึกลงไปในอารมณ์ที่ทุกคนต้องเคยเผชิญมาสักครั้ง คือความเหงา ความไม่แน่ใจ และการเฝ้าหวังให้ถูกจับใจให้เป็นอย่างดี

หากคุณกำลังค้นหาบทเพลงเล็ก ๆ ที่ฝังความรู้สึกลึก ๆ ไว้ภายใน “wanna be yours (อยากให้เธอรัก)” ของ Violette Wautier คือคำตอบ ลองฟังดู และคุณอาจจะได้ยิ้ม ได้ร้องไห้ หรือได้รู้สึกดีกับตัวเองในวันที่เหนื่อยล้า

แฟนๆสามารถติดตามข่าวสารรอบโลกได้แล้ววันนี้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews

เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งงานที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของ Violette ที่ไม่ใช่แค่ศิลปินที่เสียงดี แต่ยังสร้างผลงานที่เขย่าอารมณ์คนฟังได้อย่างลึกซึ้ง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน

ที่มา – “wanna be yours (อยากให้เธอรัก)” จาก “Violette Wautier” ที่สะท้อนความรู้สึกอยากถูกรักจากใครสักคน

‘กัณวีร์’ ยืนยัน 1 เสียงในสภายังมีความหมาย ขอเลือกผู้นำที่ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย

ล่าสุด นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเป็นธรรม ได้ออกมายืนยันจุดยืนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางเลือก ‘กัณวีร์’ ยืนยัน 1 เสียงในสภายังมีความหมาย ขอเลือกผู้นำที่ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย โดยระบุว่าแม้เสียงของเขาจะดูเหมือนไร้อิทธิพล แต่ก็ยังคงมีความหมายและมีส่วนช่วยในการแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา

‘กัณวีร์’ ยืนยัน 1 เสียงในสภายังมีความหมาย ขอเลือกผู้นำที่ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย

กัณวีร์ ระบุในโพสต์บนแฟนเพจส่วนตัวว่า “1 เสียงของผม ที่ดูไม่มีอิทธิพลใดๆ กับการเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย จะขอเลือกผู้ที่สามารถให้คำมั่นได้ใน 2 เรื่อง คือ ประเด็นเชิงหลักการของรัฐธรรมนูญ และการจัดการปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างมีวิสัยทัศน์”

เสียงเดียว แต่มั่นคง

แม้จะเป็นเพียงเสียงของผู้แทนประชาชนคนหนึ่ง แต่กัณวีร์ยืนยันว่าเป็นเสียงที่มั่นคง ไม่บิดเบี้ยว ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักการของประชาธิปไตย และความโปร่งใสในการเมือง

  • ชี้จุดบกพร่องของพรรคเพื่อไทย
  • เสนอแนวทางเลือกผู้นำที่เหมาะสม
  • เน้นนโยบายแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญ

“สำหรับผม พรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรมในการเป็นผู้นำประเทศ เพราะนโยบายล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Digital Wallet, Scammer และการจัดการชายแดน” กัณวีร์กล่าว

ทั้งนี้เขายังเผยว่าจะลงคะแนนเสียงให้กับผู้ที่สามารถยึดมั่นในการจัดการเรื่องสำคัญเร่งด่วน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

อีกทั้งกัณวีร์ยังให้สัมภาษณ์ว่าหากต้องเลือกระหว่างคุณชัยเกษม กับ คุณอนุทิน เขาจะเลือกคุณอนุทิน เพราะ “พรรคเพื่อไทย สำหรับผมหมดความชอบธรรมไปแล้ว สู้ครับประเทศไทย”

การเมืองไทยควรเป็นการเมืองที่มีความรับผิดชอบ ใส่ใจประชาชน และทำตามหลักธรรมนูญ หากเรายังต้องการความมั่นคง ความเจริญ และอนาคตที่ดีให้กับประเทศชาติ ก็ต้องเริ่มจากการเลือกผู้นำที่มีคุณภาพ

ที่มา – ‘กัณวีร์’ ยืนยัน 1 เสียงในสภายังมีความหมาย ขอเลือกผู้นำที่ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย

พระสงฆ์ แม่ฮ่องสอน นำชาวบ้านฟื้นฟูวัด หลังพายุถล่ม

เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ประสบกับเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงจากพายุคาจิกิ ที่พัดถล่มหลายพื้นที่ในจังหวัด ทำให้หลายสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งวัดต่างๆ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หนึ่งในสถานที่ที่ได้รับผลกระทบมากคือ วัดผาบ่องใต้ ซึ่งอยู่ใน ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พระสงฆ์ แม่ฮ่องสอน นำชาวบ้านฟื้นฟูวัด หลังพายุถล่ม

โดยมี พระครูอนุกูลศีลสังวร เจ้าอาวาสวัดผาบ่องใต้ เป็นผู้ประสานงานและนำคณะพระสงฆ์ สามเณร นักเรียนจากโรงเรียนวัดพระธาตุดอยกองมู วัดจองกลาง และวัดภูสมณาราม เข้ามาดำเนินการฟื้นฟูวัดร่วมกับชุมชนและหลายหน่วยงานท้องถิ่น ได้แก่ ตชด.336 (ปางหมู) อาสาสมัครจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ตลอดจนชาวบ้านจากบ้านห้วยเดื่อ

การทำงานร่วมกันในครั้งนี้มุ่งเน้นการทำความสะอาดพื้นที่ภายในวัด และเคลียร์เศษซากจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่ช่วยให้ชุมชนสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

ความร่วมมือของทุกภาคส่วน

รัฐบาลจังหวัดฯ โดย นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กำชับให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมสนับสนุนให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อให้การตอบสนองรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าให้การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยทั้งหมดในจังหวัดแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2568

  • พระสงฆ์นำการทำความสะอาดภายในวัด
  • อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ช่วยเคลียร์พื้นที่
  • ชาวบ้านร่วมกันฟื้นฟูชุมชนอย่างเข้มแข็ง

การฟื้นฟูวัดผาบ่องใต้ไม่เพียงแต่เป็นการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนมีพลังในการรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจมาเยือนอีกในอนาคต

หากทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจังและเป็นระบบ ย่อมสามารถก้าวผ่านวิกฤติได้ ซึ่งบทเรียนจาก พระสงฆ์ แม่ฮ่องสอน นำชาวบ้านฟื้นฟูวัด หลังพายุถล่ม นี้ก็ถือเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับการจัดการความเสียหายจากภัยธรรมชาติในระดับท้องถิ่น

ด้วยความสามัคคีและการมีจิตอาสาของทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน พระภิกษุ รวมไปถึงหน่วยงานราชการ แสดงให้เห็นว่า ไม่มีอะไรใหญ่เกินกว่าที่เราจะร่วมมือกันแก้ไข

ที่มา – พระสงฆ์ แม่ฮ่องสอน นำชาวบ้านฟื้นฟูวัด หลังพายุถล่มร่วมกันทำความสะอาด เคลียร์พื้นที่ประสบอุทกภัย

ราคาทองวันนี้ 30 ส.ค. ขึ้นรวดเดียว 350 บาท

ราคาทองวันนี้ 30 ส.ค. 68 เมื่อเวลา 09.06 น. พุ่งขึ้นแบบรวดเดียวถึง 350 บาท สู่ระดับประมาณ 52,600 บาท ซึ่งสูงกว่าการประกาศราคาซื้อขายครั้งล่าสุดของเมื่อวาน (ศุกร์ที่ผ่านมา) โดยในช่วงระหว่างวันมีการประกาศราคาทองรวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ซึ่งโดยรวมแล้วราคาได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแรง 250 บาท

จากการเคลื่อนไหวของราคาในเช้าวันนี้ ส่งผลให้ ราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 52,500 บาท ส่วนราคาขายออกอยู่ที่บาทละ 52,600 บาท และสำหรับทองรูปพรรณนั้น ราคาซื้ออยู่ที่บาทละ 51,453.04 บาท ส่วนราคาขายออกอยู่ที่บาทละ 53,400 บาท

ราคาทองวันนี้ 30 ส.ค. ขึ้นรวดเดียว 350 บาท

นอกจากนี้ ราคาทองคำ Spot ในช่วงตลาดปิดเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ปรับตัวขึ้นแตะที่ 3,448 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนตลาดทองคำ COMEX สหรัฐ ก็ปิดตลาดด้วยการปรับตัวขึ้นถึง 41.80 ดอลลาร์ ทำให้ราคาอยู่ที่ 3,516.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายเดือนที่มากที่สุดตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

ปัจจัยหนุนราคาทอง

การปรับตัวขึ้นของราคาทองในรอบนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อที่สำคัญของสหรัฐอย่างดัชนี PCE ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ให้ความสำคัญในการติดตามแนวโน้มเงินเฟ้อ ซึ่งผลปรากฎว่าออกมาตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ดัชนี PCE ที่เป็นไปตามคาดช่วยให้ตลาดมีความมั่นใจมากขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมาสนใจทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง

หากคุณเป็นผู้ลงทุนรายย่อยที่ติดตามราคาทองคำอยู่ วันนี้อาจถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการตัดสินใจซื้อขาย โดยเฉพาะหากคุณมีแนวโน้มเชื่อมั่นในทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยของ FED ที่อาจเกิดขึ้นในเร็ววัน

ทั้งนี้ ผู้สนใจควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก รวมถึงประกาศนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างมีข้อมูล

ที่มา – ราคาทองวันนี้ 30 ส.ค. ขึ้นรวดเดียว 350 บาท

ชู ‘บ้านรางน้ำใส’ เป็นต้นแบบ ‘หมู่บ้านรักษาศีล 5’ สมุทรสาคร

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่วัดอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” ระดับหน่วยกลาง ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ร่วมกับการบูรณาการหลักธรรมพระราชทาน ธรรมนาวา “วัง”

ชู ‘บ้านรางน้ำใส’ เป็นต้นแบบ ‘หมู่บ้านรักษาศีล 5’ สมุทรสาคร

ในการนี้มีพระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม (มส.) รองประธานอำนวยการโครงการฯ เป็นประธานพิธีเปิด พร้อมด้วยพระธรรมวชิรสุนทร รักษาการประธานกรรมการบริหารกลางโครงการฯ พระเทพสมุทรวัชราจารย์ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ หน่วยกลาง คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ นายนิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมงาน

การพัฒนาโดยน้อมนำหลักธรรม

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า วัดอ้อมน้อยได้ดำเนินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ที่บ้านรางน้ำใส ซึ่งเป็นชุมชนที่มีประชากร 2,564 ครัวเรือน โดยมีวัดอ้อมน้อยเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่ชุมชนบ้านรางน้ำใส มีพฤติกรรมในการเข้าวัดทำบุญ ตักบาตร ปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา รักษาศีล 5 และมีวิถีชีวิตแบบพอเพียง เรียบง่าย มีกิจกรรมจิตอาสา และกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

การดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่บ้านรางน้ำใส ได้น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นแนวทางสำคัญ โดยบ้านรางน้ำใสกลายเป็นต้นแบบอีกหนึ่งความสำเร็จจากการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ของจังหวัดสมุทรสาคร โดยสามารถบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • มีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน
  • ประชาชนรักษาศีล 5 และเข้าวัดเป็นประจำ
  • ปลูกจิตสำนึกจิตอาสาและทำประโยชน์ให้ชุมชน
  • ยึดหลักธรรมเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

การพัฒนาของชุมชนบ้านรางน้ำใส แสดงให้เห็นว่า การนำหลักธรรมมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ทำให้เกิดความสงบสุข มีความสามัคคี และความร่วมมือของคนในชุมชนที่ดีเยี่ยม การเป็นต้นแบบของโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จึงเป็นแรงบันดาลใจให้หมู่บ้านอื่น ๆ เลียนแบบไปสู่สังคมที่มีคุณธรรมและมีความยั่งยืน

โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่มีคุณค่าทางจิตวิญญาณในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง หากคุณสนใจที่จะนำแนวทางนี้มาใช้ในชุมชนของคุณ ลองเริ่มจากการร่วมมือกับวัดหรือองค์กรในท้องถิ่น เพื่อพัฒนาคุณธรรมพร้อมสร้างสรรค์สังคมด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

ที่มา – ชู ‘บ้านรางน้ำใส’ เป็นต้นแบบ ‘หมู่บ้านรักษาศีล 5’ สมุทรสาคร

อัสซาดูลาห์ ก้านคอน็อก พันธ์พยัคฆ์ คว้าสัญญา ONE

ศึก ONE ลุมพินี 122 ได้สร้างความตื่นเต้นและเร้าใจส่งไปยังแฟนมวยทั่วโลกกว่า 195 ประเทศ ด้วยคู่ชกคุณภาพมากมายเตรียมลอแจกฟอร์มฝีมืออย่างเต็มที่ในค่ำคืนวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม ณ เวทีมวยลุมพินี (รามอินทรา)

อัสซาดูลาห์ ก้านคอน็อก พันธ์พยัคฆ์ คว้าสัญญา ONE

ในคู่เอกของรายการ “พันธ์พยัคฆ์ จิตรเมืองนนท์” มวยวัย 29 ปี จากสมุทรปราการ ได้พบกับ “อัสซาดูลาห์ อิมานกาซาลิเอฟ” นักชกรัสเซียวัย 22 ปี ในกติกามวยไทยรุ่นฟลายเวต สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดเกิดขึ้นเมื่อ อัสซาดูลาห์ เตะก้านคอเข้าเต็มแรง น็อก “พันธ์พยัคฆ์” ล้มลงคาเชือกภายในเวลาเพียง 2 นาที 7 วินาทีของยกแรก

ชัยชนะดังกล่าวทำให้ อัสซาดูลาห์ เก็บชัยมาแล้ว 6 ไฟต์ติด และได้รับโบนัสสูงถึง 350,000 บาท ก้อนที่ 5 พร้อมกับคว้า สัญญา ONE มาเป็นรายที่ 31 จากเวที ONE ลุมพินี ถือเป็นหนึ่งในนักสู้ดาวรุ่งที่โดดเด่นที่สุดในรายการ

คู่ชกคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก

นอกจากคู่เอกแล้ว ยังมีนักสู้อีกมากมายที่โชว์ฝีมืออย่างน่าประทับใจ อาทิ “หนุ่มสุรินทร์ ช.เกตุวีณา” ที่เอาชนะ “ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์” ด้วยคะแนนเสียงข้างมากในกติกามวยไทย 117 ป. นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีด้วยกติกาคิกบ็อกซิ่งและ MMA ที่สไตล์การต่อสู้แตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • “ก้องไกล ส.สมหมาย” น็อก “เฟอร์รารี แฟร์เท็กซ์” ในยกที่ 3
  • “นาดากะ” จากญี่ปุ่นทีเคโอ “ฮามาดา อัซมานี” จากโมร็อกโก
  • “โมฮัมหมัด เซียซารานี” ชนะคะแนนเอกฉันท์จากอิหร่าน

การต่อสู้ชุดนี้ยังทำให้บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ตัดสินใจมอบโบนัสพิเศษให้กับนักสู้ที่มีผลงานโดดเด่นรวมกันถึง 1,400,000 บาท โดย อัสซาดูลาห์ ก็เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้รับจากผลงานที่ดีเยี่ยม

การคว้า สัญญา ONE ของ อัสซาดูลาห์ ไม่ใช่แค่ความสำเร็จส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของนักกีฬาที่มีความมุ่งมั่นและฝึกฝนอย่างหนักเพื่อก้าวขึ้นเวทีระดับโลก

หากคุณอยากเห็นนักชกดาวรุ่งแบบ อัสซาดูลาห์ แสดงฝีมือต่อในอนาคต เตรียมติดตามได้ในรายการ ONE Championship ที่จะพาคุณสัมผัสกับความตื่นเต้นแบบไร้ขีดจำกัด

ที่มา – “อัสซาดูลาห์” ก้านคอน็อก “พันธ์พยัคฆ์” คว้าสัญญา ONE ในศึก ONE ลุมพินี 122

เด็กไทยคว้าเหรียญทอง ‘ปีนผาจำลอง’ ชิงแชมป์เอเชียที่กุ้ยหยาง

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองกุ้ยหยาง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ว่านายชัยรัตน์ เอื้ออารีย์จิต บิดาและผู้ฝึกสอน กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมไทยคว้าเหรียญทองจากการแข่งขัน ปีนผาจำลอง เยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จเกินคาดของการเป็น “อัศวินแห่งผา” อย่างแท้จริง โดยก่อนหน้านี้ รายการที่ไม่ใช้เชือกมักเป็นแนวทางของประเทศอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่คว้าชัยมาตลอด

การฝึกฝนอย่างเต็มที่เพื่อคว้าชัย

เส้นทางความเป็นนักกีฬาในรายการ ปีนผาจำลอง ของนักกีฬาวัยเยาว์อย่างอัศวิน เอื้ออารีย์จิต เริ่มต้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง ด้วยความชอบศึกษาและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาได้เป็นที่รู้จักจากผลงานในรายการต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดยบิดาได้นำลูกชายไปซ้อมและเข้าร่วมการแข่งขันในประเทศต่าง ๆ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และญี่ปุ่น เพื่อแปลงความรู้และทักษะให้เป็นของตนเอง

เส้นทางสู่แชมป์เอเชีย

อัศวินเริ่มเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 จนประสบความสำเร็จหลากหลาย เช่น เหรียญทองแดงจากการแข่งขันประเภทลีด (Lead) รุ่นยู16 ในรายการเยาวชนชิงแชมป์โลก ที่กรุงโซล ปี 2566 และอันดับที่ 4 และ 5 ในรายการเยาวชนชิงแชมป์โลก ที่เมืองกุ้ยหยาง ปีที่แล้ว

สำหรับการแข่งขัน ปีนผาจำลองเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ปี 2568 นี้ ถือเป็นการขึ้นแท่นแชมป์ระดับภูมิภาคอย่างเป็นทางการของทีมไทยครั้งแรก ซึ่งในรอบสุดท้ายอัศวินสามารถเอาชนะคู่แข่งจากหลายชาติ จนกลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองในการแข่งขันประเภทโบลเดอริง (Bouldering) รุ่นยู19 ชาย โดยการคว้าชัยในครั้งนี้ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยที่สนใจกีฬานี้อย่างมาก

ในการแข่งขันครั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นมีผลงานโดดเด่นคว้าเหรียญทองรวม 6 เหรียญ ส่วนจีนได้ 3 เหรียญ ส่วนอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และไทยได้รับเหรียญทองคนละหนึ่งเหรียญ ทำให้ความภาคภูมิใจแก่ทีมงานและผู้ฝึกสอนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในระดับทวีคูณ

การคว้าเหรียญทองในครั้งนี้นอกจากจะเป็นความสำเร็จส่วนบุคคลของนักกีฬารุ่นใหม่แล้ว ยังสะท้อนถึงศักยภาพของกีฬา ปีนผาจำลองในประเทศไทย ที่ก้าวขึ้นสู่เวทีเอเชีย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของนักปีนหน้าผาคนต่อไปที่มีความมุ่งมั่นและความสำเร็จไม่แพ้กัน

ยินดีกับอัศวิน เอื้ออารีย์จิต และขอเชียร์ให้มีศักยภาพก้าวไปไกลยิ่งขึ้นในระดับโลก!

ที่มา – เด็กไทยคว้าเหรียญทอง “ปีนผาจำลอง” ชิงแชมป์เอเชียที่กุ้ยหยาง

นิด้า จัดประชุมวิชาการ ขนทัพ Keynote Speakers และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมออกแบบอนาคต ‘สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน’

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ได้จัดงานประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติประจำปี 2568 หรือ 4th NIC – NIDA Conference, 2025 ภายใต้หัวข้อ “Collaboration for Sustainable Development in the Intelligent Age: Paving the Way for Solutions to New Global Challenges” ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28-29 สิงหาคม 2568 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ถนนเสรีไทย กรุงเทพฯ นี้เป็นงานประชุมที่รวบรวม Keynote Speakers และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้สู่เป้าหมาย “สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” อย่างแท้จริง.

นิด้า จัดประชุมวิชาการ ขนทัพ Keynote Speakers และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมออกแบบอนาคต ‘สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน’

งานในวันแรกเปิดฉากด้วยการให้เกียรติจากกองเกียรติคุณ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.จุรี วิจิตรวาทการ นายกสภาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ ศาสตราจารย์ ดร.ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์ อธิการบดี NIDA ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพิธีเปิดได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาที่ยังยืนในยุคอัจฉริยะ

Keynote Speakers จากนานาชาติแชร์องค์ความรู้

ไฮไลท์สำคัญของงานประชุมวิชาการทั้ง .ระดับชาติและนานาชาติในวันแรก คือ การบรรยายพิเศษจากวิทยากรชื่อดังระดับโลก ได้แก่ Michaela Friberg-Storey (UN Resident Coordinator in Thailand) และ Mr. Zhao Mengtao (Counselor at the Embassy of the People’s Republic of China in the Kingdom of Thailand) ซึ่งนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ในการขับเคลื่อน พัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการร่วมมือแบบ Cross Sector และนวัตกรรมในยุค Digital Transformation

นอกจากนี้ยังมีการแสดงวัฒนธรรมไทยแบบแปลกตา “หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา” จากกรมพลศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ซึ่งเพิ่มความโดดเด่นเฉพาะตัวให้กับงานประชุมวิชาการนี้อย่างมาก ปิดท้ายช่วงเช้าด้วย Panel Discussion ในหัวข้อ “Smart Infrastructure and Inclusive Industrialization: Pathways to Sustainability” ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาเสวนาถึงแนวทางเชิงนโยบายและความท้าทายในการขับเคลื่อน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

เสวนาเชิงลึกและผลงานวิจัยระดับนานาชาติ

ในช่วงบ่ายของวันแรกได้มี Special Panel Discussion หัวข้อ “Advancing Research Excellence: Strategies for High Impact Publications” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่กระตุ้นความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ เพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพและอิทธิพลสูงออกสู่เวทีโลก พร้อมกับการนำเสนอผลงานวิจัยที่สอดคล้องกับเป้าหมาย สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ของสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม

มาถึงวันสุดท้ายของงานในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 4th NIC – NIDA Conference, 2025 ได้มีการปาฐกถาพิเศษจาก personalities สำคัญ ได้แก่ Kobsak Pootrakool, Ph.D. ผู้บริหารอาวุโสของธนาคารกรุงเทพ และ Assoc. Prof. Juree Vichit-Vadakan ผู้ทรงคุณวุฒิที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ พร้อมพิเศษ คุณท็อป – จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ก็ได้มาร่วมเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับ Economic Resilience through Digital Sustainability ที่น่าสนใจยิ่ง

ไม่น้อยไปกว่านั้น ยังมีกิจกรรมมอบรางวัล Top Paper Awards ระดับชาติและนานาชาติ ปี 2025 รวมถึงเวทีเสวนาวิชาการในหัวข้อ “Social Innovation and Cross Sector Collaboration for Inclusive Growth” ที่นำเอาภาคส่วนต่างๆ มาจับมือกันอย่างแท้จริง การเสวนาหัวข้อ “Inclusive Innovation: Case-Based Approaches to Bridging Social Gaps” ก็ถือเป็นจุดจบของเป้าหมายเดียวกันที่ทุกคนมุ่งไป

ด้วยขนาดงานที่ยิ่งใหญ่ น่าติดตาม และตอบโจทย์ระดับนานาชาติ4th NIC – NIDA Conference 2025 ถือเป็นโอกาสอันดีในการเชื่อมโยงองค์ความรู้และสร้างความร่วมมือที่จำเป็นในการ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นศักยภาพของ NIDA ในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การเป็น “สถาบันสรรค์สร้างปัญญาของสังคม” ที่มีวัฒนธรรมแห่งความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

งานประชุมวิชาการนี้ได้รับความสนใจจากทั้งชุมชนนักวิชาการ นักวิจัย คณาจารย์ นักศึกษา และสาธารณชนทั่วไปผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างล้นหลาม ทำให้ NIDA สามารถขยายผลกระทบของการจัดงานได้อย่างทรงพลัง

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจในแนวทางการพัฒนาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน งานเช่นนี้ถือเป็นโอกาสที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากมันไม่ได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบาย และรูปแบบการบริหารในอนาคต อย่างแน่นอน

ที่มา – นิด้า จัดประชุมวิชาการ ขนทัพ Keynote Speakers และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมออกแบบอนาคต ‘สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน’