ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

คังแดเนียล เผยเป้าหมายในฐานะโปรดิวเซอร์ ส่งเพลงใหม่ก่อนทัวร์อเมริกา

“คังแดเนียล” (KANGDANIEL) ศิลปินเกาหลีที่มากความสามารถ กลับมาอีกครั้งด้วยผลงานใหม่ที่สะท้อนถึงการเติบโตในบทบาทโปรดิวเซอร์อย่างเต็มตัว โดยล่าสุดได้ร่วมงาน “2025 K-WORLD DREAM AWARDS” และคว้ารางวัล “K-WORLD DREAM BEST ALL-ROUNDER MUSICIAN” มาครอบครองอย่างน่าภาคภูมิใจ

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ คังแดเนียล ได้กล่าวว่า “เพิ่งจบคอนเสิร์ตไปไม่นาน แต่ได้กลับมาแสดงที่เกาหลีอีกครั้งก็รู้สึกมีความสุขมาก” แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและพลังงานที่เขามีต่อเส้นทางศิลปินอย่างต่อเนื่อง

คังแดเนียล ก้าวไกลในฐานะโปรดิวเซอร์

จากรายการ PRODUCE101 SEASON2 และการเดบิวต์ในวง Wanna One คังแดเนียล ได้กลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่แฟน ๆ ทั่วโลกให้การตอบรับอย่างล้นหลาม

ภายหลังจากเปิดตัวอัลบั้ม “Glow to Haze” ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม คังแดเนียล ได้เผยให้เห็นแนวคิดที่เขาตั้งใจใส่ลงไปในอัลบั้มว่า “เป็นผลงานที่รวมความคิด ประสบการณ์ และไอเดียที่ผมอยากสื่อผ่านเพลงที่ทำเอง ซึ่งถือเป็นก้าวพัฒนาที่สำคัญมากสำหรับผม”

เป้าหมายต่อไปของคังแดเนียล

ก่อนลุยทัวร์อเมริกาในเดือนกันยายนนี้ คังแดเนียล จะปล่อยซิงเกิลใหม่ในวันที่ 3 กันยายน ซึ่งเขาบอกว่าจะใช้เพลงนี้พูดสวัสดีกับแฟน ๆ ที่เดินทางไปชมโชว์ในอเมริกา โดยกล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่จะไปอเมริกาใต้ ผมตื่นเต้นมาก ๆ และอยากนำเสนอโชว์ที่หลากหลายให้ทุกคนได้สนุกจริง ๆ”

แม้จะมีความสำเร็จต่อเนื่องในระดับสากล คังแดเนียล ก็ยังคงเป้าหมายง่าย ๆ ไว้เพียง “ต้องการทำเพลงที่ดีให้เยอะ ๆ และมีสุขภาพที่แข็งแรง” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงนิสัยของคนธรรมดาที่ซ่อนความสำเร็จไว้ในรอยยิ้ม

นอกจากนี้ เขายังกำหนดแผนเพื่อพบแฟนคลับชาวไทยอีกครั้งในงาน “2025 KANGDANIEL FANMEETING IN BANGKOK” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ณ TRUE ICON HALL ชั้น 7 ICONSIAM

ไม่ว่าจะในฐานะศิลปินเดี่ยวหรือโปรดิวเซอร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง คังแดเนียล ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะแฟน ๆ ที่คอยให้การสนับสนุนอย่างรวดต่อเนื่อง นี่คือช่วงเวลาแห่งการเติบโตของหนุ่มคนหนึ่งที่พยายามทำสิ่งดี ๆ อย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง

อย่าลืมติดตามซิงเกิลใหม่ของคังแดเนียลในวันที่ 3 กันยายน และเตรียมขนลุกไปกับทัวร์อเมริกา และแฟนมีตติ้งในไทยกันอีกครั้ง!

ที่มา – ‘คังแดเนียล’ เผยเป้าหมายต่อไปในฐานะโปรดิวเซอร์ ส่งเพลงใหม่ 3 ก.ย.นี้ก่อนลุยทัวร์อเมริกา

มติพรรคภูมิใจไทย รับข้อเสนอพรรคประชาชน ส่ง ‘อนุทิน’คุย “เท้ง’

เมื่อเวลา 16.50 น. ที่พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้แถลงข่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง โดยเธอเปิดเผยว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดได้รับฟังคำแถลงการณ์จากนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญา หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยอยู่ในท่าทียอมรับฟังข้อเสนอที่เสนอมาเช่นกัน โดย มติพรรคภูมิใจไทย ในการนี้ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้การเมืองดำเนินต่อไปได้ตามกระบวนการ

มติพรรคภูมิใจไทย ย้ำการเมืองไทยยังมีทางเดินต่อ

หลังการแถลงข่าวของพรรคประชาชน ทางพรรคภูมิใจไทยได้ส่งตัวแทนสำคัญ ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค, นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และนายภารดร ปริศนานันทกุล แกนนำพรรค ไปพูดคุยอย่างเป็นทางการกับนายณัฐพงษ์ ที่สำนักงานพรรคประชาชน ถือเป็นการดำเนินการตาม มติพรรคภูมิใจไทย ที่ตั้งใจจะแสวงหาทางออกทางการเมืองอย่างสุภาพและมีศักดิ์ศรี

การพูดคุยเพื่ออนาคตของการเมืองไทย

น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ถึงแม้ฝ่ายบริหารจะหลุดจากตำแหน่งไปแล้ว แต่สภานิติบัญญัติยังคงดำเนินงานอยู่ โดยยังมีเส้นทางในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี อีกทั้งเธอเห็นว่าการเมืองไทยไม่ได้หยุดนิ่ง ยังมี “ทางที่เดินต่อไปได้” ท่ามกลางสถานการณ์ที่ดูจะเข้าสู่ภาวะตันเหมือนกับก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอ “เท้ง” หรือการเจรจาอย่างเป็นทางการนั้นถือเป็นกุญแจสำคัญ

เมื่อถามถึงการเลือกพรรคเพื่อจับมือร่วมรัฐบาล หรือไม่จับมือกับพรรคใด เธอให้ความเห็นว่า เรื่องนี้ขออนุญาตให้เป็นการพูดคุยระหว่างหัวหน้าพรรคแต่ละฝ่าย โดยไม่มีการตัดสิทธิ์หรือปิดประตูใดๆ ไว้ล่วงหน้า และ มติพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะไม่ร่วมกับพรรคใดโดยเฉพาะ

ในมุมมองจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือนักวิเคราะห์การเมือง ก็ยังมองว่าสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นติดล็อค และยังมีการเคลื่อนไหวของระบบได้อยู่ ซึ่งนับเป็นสิ่งดีต่อสถาบันการเมืองไทย และสะท้อนให้เห็นว่าการเมืองของเรายังมีความเป็นระบบแม้ในภาวะวิกฤต

การดำเนินการของพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่เพื่อพรรคเดียวเท่านั้น แต่เพื่อให้ระบบรัฐสภาไทยได้เดินต่อไปอย่างมีน้ำหนัก ซึ่งเราก็มีความเชื่อว่าจากบทบาทของ “เท้ง” หรือการตั้งเป็นหัวข้อสำคัญในบทสนทนา อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่เติมเต็มให้สภามีเส้นทางใหม่ในการดำรงอยู่

เข้าใจว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ต้องการก้าวร้าว แต่ต้องการให้ประเทศไปต่อได้ และมีเสถียรภาพ ด้วยการติดตาม “มติพรรคภูมิใจไทย” อย่างใกล้ชิด

ที่มา – มติพรรคภูมิใจไทย รับข้อเสนอพรรคประชาชน ส่ง ‘อนุทิน’คุย “เท้ง’

ไม่ทน! กิ๊ก มยุริญ โดนตัดต่อโยงโกงเงินวัดพระบาทน้ำพุ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา น.ส.มยุริญ ผุดผ่องพันธ์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ กิ๊ก มยุริญ นักแสดงสาวชื่อดัง พร้อมด้วยทนายความ ได้เข้าแจ้งความร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เกี่ยวกับกรณีถูกบางคนนำภาพและข้อมูลส่วนตัวไปตัดต่อ แล้วนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์การโกงเงินวัดพระบาทน้ำพุ จำนวน 5 ล้านบาท

ไม่ทน! กิ๊ก มยุริญ โดนตัดต่อโยงโกงเงินวัดพระบาทน้ำพุ

ทั้งนี้ข่าวดังกล่าวเริ่มเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มติ๊กต็อก โดยบัญชีที่ชื่อว่า “เกาะกระแส NEWS” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่าหมื่นคน โดยในโพสต์ดังกล่าวได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ 3 ชิ้น ที่อ้างว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับ ไม่ทน! กิ๊ก มยุริญ โดนตัดต่อโยงโกงเงินวัดพระบาทน้ำพุ พร้อมทั้งมีการใช้รูปภาพจริงของกิ๊กมยุริญ มาใส่เนื้อหาเท็จ

จากการสืบสวนพบลิงก์ลวงคลิกเข้าเว็บพนัน

น.ส.มยุริญ กล่าวว่า เมื่อคลิ๊กเข้าไปดูคลิปที่มีการแชร์ จะมีภาพหน้าม้าหรือหน้าจอหลอกชวนลงทุน โดยอ้างว่าผู้มีชื่อเสียงนั้นรวยจากการเล่นพนันออนไลน์ที่เว็บไซต์ “metang 55 google” ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเป็นการฉ้อโกงโดยใช้ชื่อเสียงของผู้อื่นเป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชนทั่วไป

ก่อนหน้านี้ เป็นที่ทราบดีว่า กิ๊ก มยุริญ ได้มีการแจ้งความเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา และยืนยันว่าตอนนี้มีบัญชีที่ใช้โพสต์ข้อมูลเท็จเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 6 บัญชี โดยคลิปที่โพสต์ไปมีจำนวนคนดูรวมกันเกือบ 5 ล้านครั้ง

สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือ มีการใช้รูปของคนดังหลายคน เช่น กิ๊ก มยุริญ และคนดังอื่น ๆ ใช้เป็นภาพประกอบกับข่าวลือเพื่อดึงดูดคนเข้าไปคลิกเข้าเว็บไซต์เพื่อเล่นพนัน ทำให้หลายฝ่ายหลงเชื่อ และบางรายอาจกลายเป็นเหยื่อของเว็บพนันที่ไม่มีตัวตน

  • ข่าวถูกแชร์ในบัญชีชื่อดังบนติ๊กต็อก
  • มีการดึงลิงก์เชื่อมโยงไปสู่เว็บไซต์พนัน
  • ใช้รูปดาราจริง เพื่อดึงดูดความสนใจ
  • หลากหลายบัญชีอาจมีเนื้อหาคล้ายกัน

ทนายความของ กิ๊ก มยุริญ ได้ยืนยันว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับทุกบุคคลหรือกลุ่มที่นำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด ให้ได้ครบทุกกรณี เพราะ行为ดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้เสียชื่อเสียงทางอาชีพ แต่ยังส่งผลเสียต่อจิตใจและอาจมีผลกระทบในระดับลึกถึงเครือข่ายทางสังคมของศิลปินรายนี้

จากกรณีนี้ นักแสดงและบุคคลทั่วไปควรตระหนักมากขึ้นในการใช้งานโซเชียลมีเดีย และเฉพาะบัญชีที่ใช้งานผิดกฎหมายล้วนควรได้รับการดำเนินคดีอย่างหนัก อย่าปล่อยให้ “คนที่ไม่ใช่ผู้เสียหาย” กลายเป็นเหยื่อของข่าวลือ

หากคุณหรือคนรอบตัวเจอข่าวปลอม อย่าลืมตั้งข้อสังเกต และรายงานต่อเจ้าหน้าที่

ที่มา – ไม่ทน! ‘กิ๊ก มยุริญ’ โดนตัดต่อโยงโกงเงินวัดพระบาทน้ำพุ ลวงคลิกเข้าเว็บพนัน

มส.ไฟเขียวแนวทางสำรวจข้อมูลวัด ต้องมี ‘เจ้าคณะปกครอง-ตำรวจ-พศจ.’ ลงพื้นที่ทุกครั้ง

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 22/2568 ซึ่งภายหลังการประชุม ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม และ รศ.ชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้แถลงผลการประชุมโดยระบุว่า มส.ครั้งที่ 20/2568 ได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานบูรณาการสำรวจข้อมูลเพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยให้ศ.พิเศษ ธงทอง เป็นที่ปรึกษา และ ผศ.ปารีณา ศรีวนิชย์ เป็นประธานคณะทำงาน

มส.ไฟเขียวแนวทางสำรวจข้อมูลวัด ต้องมี ‘เจ้าคณะปกครอง-ตำรวจ-พศจ.’ ลงพื้นที่ทุกครั้ง

ขณะนี้คณะทำงานได้จัดทำ แนวทางสำรวจข้อมูลวัด ตามแนวทางการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ซึ่งจะต้องลงพื้นที่ร่วมกันทุกครั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างครบถ้วนและโปร่งใส

รายละเอียดการปฏิบัติของทีมสำรวจ

แนวทางที่มส.ได้อนุมัติ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่กรอกข้อมูลตามแบบสำรวจในวัดต่างๆ ส่วนเจ้าหน้าที่พศจ. หน้าที่หลักคือการประสานงานกับเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้การสำรวจดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

  • เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์แจ้งวัดในพื้นที่เกี่ยวกับมติจากมหาเถรสมาคม
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแต่งกายสุภาพ ไม่แสดงอาวุธ และใช้ถ้อยคำสุภาพในการขอความร่วมมือ
  • เจ้าหน้าที่พศจ. ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานทั้งสามฝ่าย

แนวทางนี้ย้ำว่า การสำรวจข้อมูลจะต้องเป็นการปฏิบัติด้วยตนเองเท่านั้น ห้ามให้วัดกรอกข้อมูลเองผ่านเอกสาร เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ไม่สร้างความสับสนหรือความเข้าใจผิด และหลีกเลี่ยงการรบกวนกิจวัตรทางศาสนา

ผลการสำรวจข้อมูลจะต้องส่งรายงานกลับไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เพื่อติดตามความคืบหน้าและเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากวัดหรือพระภิกษุ หากพบข้อผิดพลาดในการสำรวจ จึงเพื่อให้การดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ในวันที่ 1 กันยายนนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงแนวทางการปฏิบัติตาม แนวทางสำรวจข้อมูลวัด อย่างละเอียด โดยมี ศ.พิเศษ ธงทอง เข้าร่วมประชุมด้วย พร้อมกับกำหนดกรอบการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

การกำหนดให้เจ้าคณะปกครอง ตำรวจ และพศจ. ต้อง มส.ไฟเขียวแนวทางสำรวจข้อมูลวัด ร่วมกันครบทุกครั้งนั้น เป็นการสร้างความร่วมมือและความเข้าใจ รวมทั้งลดความเสี่ยงในการตรวจสอบข้อมูลผิดพลาด

แนวทางนี้เป็นแนวทางที่คาดว่าจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการจัดการวัดทั่วประเทศในอนาคต พร้อมเสริมสร้างความโปร่งใสในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอย่างรอบด้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่หน่วยงานทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

หากคุณเป็นวัดหรืออยู่ในพื้นที่จังหวัดที่กำลังจะมีการสำรวจข้อมูล ควรเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้พร้อม และเข้าใจสิทธิของวัดในการให้ความร่วมมืออย่างมีข้อเท็จจริง

ที่มา – มส.ไฟเขียวแนวทางสำรวจข้อมูลวัด ต้องมี ‘เจ้าคณะปกครอง-ตำรวจ-พศจ.’ ลงพื้นที่ทุกครั้ง

‘ฉลาด’เผยต้องโหวต‘ชัยเกษม’แคนดิเดตเพื่อไทยเป็นายกฯก่อนคนอื่น

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เปิดเผยว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การเลือกนายกฯ คนใหม่จะต้องเป็นไปตามขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย

ในกรณีนี้ นายฉลาด ได้ชี้แจงว่า ตามบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยนั้น มีชื่อของ ‘ชัยเกษม’ นิติศิริ ซึ่งยังคงอยู่ในฐานะผู้มีสิทธิ์ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ อยู่ ดังนั้น จึงต้องนำชื่อของ‘ชัยเกษม’ มาพิจารณาเป็นลำดับแรก

‘ฉลาด’เผยต้องโหวต‘ชัยเกษม’แคนดิเดตเพื่อไทยเป็นายกฯก่อนคนอื่น

หากมีการพิจารณาชื่อของ‘ชัยเกษม’ แล้วไม่ผ่าน จะมีการพิจารณาผู้สมัครลำดับต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล การพิจารณาจะต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใน 1-2 วันข้างหน้า ทั้งนี้ หากพรรคร่วมรัฐบาลมีความชัดเจน ก็จะรีบแจ้งมายังประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดซีพีวีกรณีพิเศษในการเลือกนายกฯ

คาดว่าจะได้ผลภายในวันที่ 1-2 กันยายนนี้

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการเลือกนายกฯ คนใหม่ในสัปดาห์หน้า นายฉลาด กล่าวว่าคิดว่าภายในวันที่ 1-2 กันยายนนี้ จะมีความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้นำของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะหลายปัจจัยยังอยู่ระหว่างการเจรจาและตัดสินใจ โดยเฉพาะความคิดเห็นของหัวหน้าพรรคต่างๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นกับนางสาวแพทองธารจะเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งแม้ศาลจะวินิจฉัยว่าเธอผ่านเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต แต่ถูกตัดสิทธิ์ในประเด็นจริยธรรม ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของนักการเมือง

นอกจากนี้ ยังมีคำถามว่า หากรัฐบาลชุดใหม่มีการเปลี่ยนแปลง และพรรคเพื่อไทยต้องไปเป็นฝ่ายค้าน จะส่งผลต่อตำแหน่งรองประธานสภาฯ ที่ตนเองดำรงอยู่หรือไม่? ทว่านายฉลาดยืนยันว่าไม่มีความกังวล เพราะตำแหน่งนี้มีหน้าที่ต้องเป็นกลาง และในอดีตก็เคยมีตัวอย่าง เช่น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ขณะที่รัฐบาลเปลี่ยนจากพรรคหนึ่งไปสู่อีกพรรคหนึ่ง แต่ก็ยังรักษางานไว้อย่างมั่นคง

จากสถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องการเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องอาศัยความโปร่งใสและความร่วมมือจากทุกฝ่ายมากขึ้น การตัดสินใจในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่มีความสำคัญต่ออนาคตของบ้านเมือง

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมืองใกล้ชิด อย่าลืมติดตามข่าวสารจากพรรคต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์ในสภาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ ขอให้เตรียมพร้อมรับมือกับการเมืองที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้ไปด้วยกันครับ

ที่มา – ‘ฉลาด’เผยต้องโหวต‘ชัยเกษม’แคนดิเดตเพื่อไทยเป็นายกฯก่อนคนอื่น

แม่ทัพภาค4 เตรียมเปิดแผนพิฆาตอสูรปิดเส้นทางหลบหนี

ล่าสุด พล.ท.ไพศาลหนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เดินทางล่องเรือตรวจเยี่ยมความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำโก-ลก ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีความยาวรวม 7.528 กิโลเมตร ตามแนวชายแดนตรงข้ามกับประเทศมาเลเซีย โดยครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกาะสะท้อน ตำบลโฆษิต และตำบลนานาค อำเภอตากใบ

แม่ทัพภาค4 เตรียมเปิดแผนพิฆาตอสูรปิดเส้นทางหลบหนี

โครงการดังกล่าวซึ่งดำเนินการโดยบริษัทตากใบการโยธา ได้ดำเนินการไปแล้วร้อยละ 80 และมีแผนจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 คาดว่าเมื่อโครงการใช้งานเต็มรูปแบบจะสามารถสกัดกั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มักใช้พื้นที่บริเวณชายแดนเป็นเส้นทางหลบหนีหลังจากก่อเหตุในพื้นที่ โดยเฉพาะการสกัดกั้นการเคลื่อนไหวไปยังประเทศมาเลเซียเนื่องจากโครงสร้างบริเวณแนวเขื่อนมีลักษณะโปร่ง ไม่มีจุดอับหรือมุมมืดให้ใช้เป็นที่ซ่อนตัว

ปิดช่องโหว่ที่ถูกใช้เป็นเส้นทางหลบหนี

ทั้งนี้ พล.ท.ไพศาลหนูสังข์ ยังได้ติดตามสถานการณ์บริเวณฝั่งตรงข้ามด้านมาเลเซียที่เคยเกิดปัญหากองหินขนาดใหญ่เลื่อนตัวลงสู่แม่น้ำโก-ลก บริเวณบ้านแฆแบะ หมู่ 1 ตำบลนานาค ทำให้แนวน้ำตื้น ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือของประชาชนทั้งสองฝั่ง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานกับฝ่ายมาเลเซียเสร็จสิ้นการแก้ไขแล้ว

  • โครงการเขื่อนช่วยป้องกันการหลบหนีของผู้ก่อเหตุ
  • ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มาเลเซียแก้ไขปัญหาทางน้ำ
  • แผนปฏิบัติการพิฆาตอสูรเร็วๆ นี้

แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้เดินเรือไปตรวจเยี่ยมกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 4 ซึ่งประจำการอยู่ที่บ้านศรีพงัน หมู่ 3 ตำบลอ่างสะท้อน เพื่อสอบถามข้อจำกัดในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะแนวทางสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุร้ายที่มักใช้ประโยชน์จากแนวชายแดนเพื่อหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน

จากสถานการณ์ที่หมักหมมมายาวนาน ทำให้แม่ทัพภาค 4 เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปิดแผนพิฆาตอสูร เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในด้านกำลังพล ยุทธวิธี และเทคโนโลยีที่จำเป็นในการปิดช่องโหว่ตลอดแนวชายแดน สำหรับผู้กระทำผิดกฎหมายหรือผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ใช้พื้นที่เป็นเส้นทางหลบหนี

แผนปฏิบัติการพิฆาตอสูร ที่จะเริ่มต้นในเร็ววันข้างหน้าถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสกัดกั้นและยุติการเคลื่อนไหวของกลุ่มไม่สงบ เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และส่งเสริมให้ภูมิภาคชายแดนใต้กลับสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน

ความมุ่งมั่นของแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่เพียงจำกัดอยู่แค่การสร้างโครงสร้างเพื่อควบคุมพื้นที่ แต่ยังรวมถึงการเตรียมการทางยุทธวิธีเพื่อการแสดงอำนาจของรัฐ และป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีสามารถหลีกเลี่ยงการจับกุมผ่านทางหลบหนีระหว่างประเทศได้อีกต่อไป

แม่ทัพภาค4 เตรียมเปิดแผนพิฆาตอสูรปิดเส้นทางหลบหนีผู้ก่อเหตุรุนแรง ถือเป็นสัญญาณของความมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมความมั่นคงที่แท้จริงในพื้นที่ชายแดน

ที่มา – แม่ทัพภาค4 เตรียมเปิดแผนพิฆาตอสูรปิดเส้นทางหลบหนีผู้ก่อเหตุรุนแรง

อนุทิน-ไชยชนกไปพรรคประชาชนรับข้อเสนอเป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 17.04 น. ที่ผ่านมา ได้มีข่าวสำคัญเกี่ยวกับการเมืองไทยจากพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และนายภราดร ปริศนานันทกุล แกนนำพรรค ออกเดินทางจากที่ทำการพรรคภูมิใจไทย มุ่งหน้าไปยังพรรคประชาชน เนื่องจากมีข้อเสนอในการโหวตเลือกนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี คนต่อไป

อนุทิน-ไชยชนกไปพรรคประชาชนรับข้อเสนอเป็นนายกฯ

การไปพบปะหารือครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในสถานการณ์การเมืองไทย โดยก่อนหน้านี้พรรคประชาชนได้เสนอแนวทางว่าหากเกิดการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พร้อมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน จะเป็นบุคคลสำคัญในการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในภาพรวม

ก้าวสำคัญสู่ความเป็นผู้นำระดับประเทศ

จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นพบว่า พรรคประชาชนได้มีการหารือภายในอย่างจริงจังเกี่ยวกับโครงสร้างการเมืองในอนาคต และมีแนวโน้มที่จะประสานความร่วมมือกับพรรคร่วมอื่น ๆ เพื่อให้พรรคภูมิใจไทยมีบทบาทมากขึ้น สิ่งนี้นับเป็นโอกาสทางการเมืองที่สำคัญไม่เพียงแต่สำหรับอนุทิน-ไชยชนก เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันใหม่ในการกำหนดนโยบายภายในประเทศ

เชื่อกันว่าหากการร่วมมือระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยสำเร็จลุล่วง จะส่งผลให้มีการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์ประชาชนได้มากขึ้น ทั้งในประเด็นเร่งด่วนอย่างค่าครองชีพ การค้าขายทางการเกษตร และแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจไซต์ต่างๆ ที่ต้องการความชัดเจนในการบริหารจัดการ

  • การจัดประชุมร่วมกับพรรคประชาชนเพื่อหารือแนวทางเชิงนโยบาย
  • เตรียมกลุ่มทำงานเพื่อพิจารณานโยบายของรัฐบาลในอนาคต
  • ประกอบสถิติและข้อมูลเพื่อตัดสินใจในการสนับสนุนทางการเมืองที่ชัดเจน

ณ เวลานี้ยังมีหลายเสียงที่ให้ความสนใจในท่าทีของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการตัดสินใจครั้งนี้อาจมีผลต่อภาพรวมของการเมืองในประเทศอย่างถาวร พลเมืองทั่วไปจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดไม่น้อยไปกว่าตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งเอง

หากหากการประชุมระหว่างอนุทิน-ไชยชนก กับพรรคประชาชนประสบความสำเร็จ ก็จะก้าวสู่บทใหม่ของการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต อย่างไรก็ตามทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุย การร่วมมือ และการตัดสินใจเบื้องต้น หากลุ่มไปถึงขั้นโหวตเพื่อเลือกกันจริงอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในประเทศได้เช่นกัน

หากคุณสนใจเรื่องนี้ต่อ ลองติดตามข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย และพรรคภูมิใจไทยได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารรายวัน เพราะการเปลี่ยนแปลงของระบบอาจเป็นแรงผลักสำคัญต่อคุณและครอบครัวในอนาคต

ที่มา – ‘อนุทิน -ไชยชนก’ ไป ‘พรรคประชาชน’ รับข้อเสนอโหวตเป็น ‘นายกรัฐมนตรี’

ดัชนีหุ้นปิดลบ 13.48 จุด หลัง ‘อิ๊งค์’ หลุดตำแหน่งนายกฯ

วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 บรรยากาศตลาดหุ้นไทยเปิดเผยภาพเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยแรงกดดันหลักมาจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติแต่งตั้งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดวันด้วยจุดลบ 13.48 จุด หรือลดลง 1.08% เหลือ 1,236.61 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 52,475.14 ล้านบาท ส่วนตลาด MAI ปิดที่ 248.86 จุด ลดลง 1.88 จุด หรือ 0.47% มูลค่าการซื้อขาย 461.45 ล้านบาท

ดัชนีหุ้นปิดลบ 13.48 จุด เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

ภายหลังการประกาศของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้บรรยากาศตลาดหุ้นตอบสนองทันที นักลงทุนจำนวนมากเริ่มระมัดระวังการลงทุน โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มบิ๊กแคปที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ตลาดสื่อสารว่ามีความไม่แน่นอน ทำให้บรรยากาศในการลงทุนทรุดลง

นักลงทุนควรมองกรอบการลงทุนเดือนกันยายนอย่างไร?

นายกรรณ์ หทัยศรัทธา นักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน สายงานวิจัย บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า ดัชนีหุ้นไทยในเดือนกันยายนนี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 1,220 – 1,285 จุด ดังนั้น นักลงทุนควรรอโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นในระดับแนวรับใกล้เคียง 1,220 จุด และมองจุดขายทำกำไรที่ระดับ 1,285 จุด

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ให้ความสำคัญกับหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ทางการเมือง

หุ้นที่น่าจับตาในเซสชันนี้

  • ปตท. ปิดที่ 31.00 บาท (ลดลง -0.50 บาท)
  • ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 168.50 บาท (เพิ่มขึ้น 1.00 บาท)
  • แอดวานซ์ ปิดที่ 294.00 บาท (ลดลง -5.00 บาท)
  • ซีพีออลล์ ปิดที่ 44.00 บาท (ลดลง -0.50 บาท)
  • เดลต้า ปิดที่ 150.00 บาท (ไม่เปลี่ยนแปลง)

ตลาดหุ้นไทยในวันที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงปฏิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง และใช้กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นไว้อย่างมีประสิทธิภาพ

จะว่าไปแล้ว แม้ตลาดจะเผชิญกับความผันผวนในช่วงนี้ แต่หากคุณมีการวิเคราะห์และความรอบคอบ คุณก็ยังสามารถเลือกจังหวะในการทำกำไรในหุ้นที่น่าสนใจให้กับพอร์ตการลงทุนได้อยู่เสมอ

ที่มา – ดัชนีหุ้นปิดลบ 13.48 จุด หลัง ‘อิ๊งค์’ หลุดตำแหน่งนายกฯ

สารสาสน์วิเทศบูรพา-เบญจมราชานุสรณ์ คว้าทอง รุ่น 16 ปี กีฬาหมากรุกไทย

ในการแข่งขันกีฬาหมากรุกไทย ประจำปีการศึกษา 2568 ของกรมพลศึกษา ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา จังหวัดปทุมธานี นั้น มีทีมโรงเรียนสารสาสน์วิเทศบูรภาคและโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์คว้าเหรียญทองในรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี มาครองได้อย่างน่าประทับใจ

สารสาสน์วิเทศบูรพา-เบญจมราชานุสรณ์ คว้าทอง รุ่น 16 ปี กีฬาหมากรุกไทย

การแข่งขันในครั้งนี้มีการจัดการแข่งขันในหลายรูปแบบ ทั้งเดี่ยวและคู่ โดยแบ่งเป็นรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี และไม่เกิน 16 ปี สำหรับ รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี นั้น มีการแข่งขันในสาขา บุคคลชาย บุคคลหญิง คู่ชาย คู่ผสม โดยในแต่ละสาขาต่างมีทีมหรือผู้เข้าแข่งขันมากมายจากโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ

การคว้าเหรียญทองของทั้งสองโรงเรียน

ในสาขาบุคคลชาย โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบูรภาค ได้เหรียญทอง ในขณะที่สาขาบุคคลหญิง โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ เป็นผู้ครองตำแหน่งแชมป์ มาในรุ่น 16 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่โดดเด่นมาก สะท้อนให้เห็นถึงการฝึกฝนและความชำนาญของนักกีฬาในโรงเรียนทั้งสองแห่ง

  • บุคคลชาย เหรียญทอง โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบูรภาค
  • บุคคลหญิง เหรียญทอง โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์
  • คู่ชาย เหรียญทอง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายมัธยม)
  • คู่ผสม เหรียญทอง โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม)

ด้านการจัดการแข่งขัน มี สิบตำรวจโทหญิงชุติกาญจน์ ผาลใจ ผู้อำนวยการกลุ่มกีฬาส่วนภูมิภาค กรมพลศึกษา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ร่วมกับคณะผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น นายเดชา เทพพุทธางกูร คณะอนุกรรมการกีฬาหมากกระดาน สมาคมกีฬาไทยแห่งประเทศไทย และ นายอำนาจ ทัดสวน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงเสลา จังหวัดกาญจนบุรี

ผลงานที่ได้รับในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่น และระดับความสามารถของนักเรียนในกลุ่มโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมทักษะการคิด ผ่านกีฬาหมากรุก

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือครูที่มองหาวิธีพัฒนาทักษะการคิดให้กับนักเรียน การนำกีฬาหมากรุกเข้ามาเป็นกิจกรรมเพิ่มเติมในโรงเรียน อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีคุณภาพ เพราะนอกจากจะสร้างความสนุกสนานแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างทักษะเชิงตรรกะและกลยุทธ์ได้อย่างดีเยี่ยม

ที่มา – “สารสาสน์วิเทศบูรภาค-เบญจมราชานุสรณ์” คว้าทอง รุ่น 16 ปี กีฬาหมากรุกไทย ของกรมพลศึกษา

พัชรินทร์-อัญชิสา ตีตั๋วเข้ารอบตัดเชือกศึกเทนนิสจี เอช แบงก์

การแข่งขันเทนนิสนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 รายการ “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (2)” สัปดาห์ที่ 2 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยมีการแข่งขันทั้งประเภทหญิง W35 ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ และประเภทชาย M15 ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยสูงถึง 1,525,050 บาท

พัชรินทร์-อัญชิสา ตีตั๋วเข้ารอบตัดเชือกศึกเทนนิสจี เอช แบงก์

ในประเภทหญิงเดี่ยว สตาร์สาวไทย “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช แชมป์เก่าจากสัปดาห์แรก กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 โดยสามารถเอาชนะ ฮิคารุ ซาโตะ จากญี่ปุ่นไปได้ 2-1 เซต 比分 6-1, 4-6, 6-4 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศอย่างมั่นใจ และจะได้พบกับ เอริ ชิมิสึ จากญี่ปุ่น ที่เพิ่งชนะ ลี อึนฮเย จากเกาหลีใต้ 2-0 เซต 7-5, 6-2

พัชรินทร์ ชีพชาญเดช คว้าชัยในศึกเทนนิสจี เอช แบงก์
พัชรินทร์ ชีพชาญเดช คว้าชัยในศึกเทนนิสจี เอช แบงก์

อัญชิสา ฉันทะ เดินหน้าลุยตัดเชือก

อีกหนึ่งดาวรุ่งไทยที่โชว์ฟอร์มแจ่มคือ “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ ที่ไม่แพ้กันกับ พัชรินทร์-อัญชิสา ตีตั๋วเข้ารอบตัดเชือกศึกเทนนิสจี เอช แบงก์ โดยสามารถเอาชนะ เทียน ฟรางหราน จากจีนไปใน 2 เซต โดยมี比分 7-5, 6-4 น่าชมอย่างมาก เธอจะได้ลุยต่อในรอบตัดเชือกพบกับ จาง กาอึล จากเกาหลีใต้ ที่เพิ่งโชว์ฟอร์มสุดแซงเอาชนะ ชิโฮะ อาคิตะ จากญี่ปุ่น 2-0 เซต 6-0, 6-3

ด้านประเภทชายเดี่ยว ก็มีการแข่งขันที่เข้มข้นเช่นกันโดย จิรัฏฐ์ นวสิริสมบูรณ์ พลาดตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อตกเป็นรองจาก โดมินิค ปาแลน (เช็ก) 比分 1-6, 1-6 ส่วน อีกนักเทนนิสไทยอย่าง ภวิชญ์ สอนหลักทรัพย์ ก็พลาดโอกาสในการคว้าชัย เมื่อแพ้ให้กับ ศศิกุมาร์ มุกุนด์ (อินเดีย) ใน 2 เซต โดย比分 3-6, 0-6

จากผลการแข่งในวันนี้จะเห็นได้ว่า ทั้ง พัชรินทร์ และ อัญชิสา กำลังเดินหน้าลุยแบบไม่มีสะดุด เป็นแรงผลักดันให้นักเทนนิสไทยมากขึ้นทุกที ผู้ชมยังคงจับตามองว่าทั้งสองจะสามารถคว้าแชมป์ในรายการนี้ได้หรือไม่ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันเทนนิสในวันต่อไป เพื่อรับชมความมันส์และการดวลเม็ดขนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงกระแสดี ๆ จากเหล่าตัวเต็ง

หากคุณเป็นแฟนกีฬาแบบสายลุ้น! ห้ามพลาดการติดตามข่าวสารตลอดการแข่งขันเทนนิสจี เอช แบงก์ เพราะมีทั้งความสนุก ความตื่นเต้น และความภาคภูมิใจ จากดาวรุ่งของเมืองไทยที่สู้เต็มกำลัง

ที่มา – “พัชรินทร์-อัญชิสา” ระเบิดพลังสยบคู่แข่ง ตีตั๋วเข้ารอบตัดเชือก ศึกเทนนิส “จี เอช แบงก์”