ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘พัคโบกอม-จินยอง-aespa-‘ นำทัพคว้าผู้ทรงอิทธิพลใน ‘2025 Brand Of The Year’

มาแรงสุดท้ายของปี เมื่อผลรางวัล “2025 Brand Of The Year” หรือ “2025 올해의 브랜드 대상” ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยรางวัลนี้จัดขึ้นโดย “สภาผู้บริโภคเกาหลี” ซึ่งเป็นการรวบรวมคะแนนโหวตจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศกว่า 3,085,743 คน ร่วมกันให้คะแนนมากกว่า 28 ล้านคะแนน

‘พัคโบกอม-จินยอง-aespa-‘ นำทัพคว้าผู้ทรงอิทธิพลใน ‘2025 Brand Of The Year’

ในงานนี้ มีศิลปินและบุคคลหลายคนที่ได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะในสาขาความบันเทิง การแสดง หรือแม้แต่ E-sport โดยในปีนี้ “พัคโบกอม” (Park BoGum) กลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่กวาดรางวัลไปมากถึง 3 สาขา ได้แก่ “OTT Actor”, “Multi-tainer” และ “Male Actor สาขาประเทศเวียดนาม” จากผลงานชุดซีรีส์ “ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน” และการเป็นพิธีกรรายการ “The Seasons”

สายละครจัดเต็ม! พัคโบกอมและไอยูทำผลงานโดดเด่น

อีกหนึ่งชื่อที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือ “ไอยู” (IU) ศิลปินสาวที่สามารถคว้ารางวัลไปถึง 3 สาขา ได้แก่ “OTT Actress”, “Female Vocalist สาขาประเทศอินโดนีเซีย” และ “Actress สาขาประเทศเวียดนาม” แสดงให้เห็นถึงความกลายกล้าในหลายบทบาททั้งนักร้องและนักแสดง

ไม่เพียงเท่านั้น นักแสดง “พัคจินยอง” (Park Jin Young) ที่หลายคนรู้จักในฐานะสมาชิกวง GOT7 ก็ได้รับรางวัลในสาขา “Acting Idol” จากผลงานซีรีส์ “The Witch” ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีหลังจากที่ปลดประจำการจากกองทัพ

aespa สุดล้ำ! คว้ารางวัลในหลายภูมิภาค

ในฝั่งวงการเพลง วงเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง “aespa” ก็กวาดรางวัล “Female Idol” ไปในสาขาประเทศเวียดนาม และอินโดนีเซีย สะท้อนถึงความนิยมของพวกเธอที่ก้าวข้ามภูมิภาค ได้รับความรักจากแฟน international อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ “จีดรากอน” (G-Dragon) เพลงศิลปินตัวท็อประดับตำนาน ก็คว้ารางวัล “Male Solo Artist” ทั้งในประเทศเกาหลีและอินโดนีเซีย ยืนยันต่อความเป็นlegenของวงการ K-pop มาอย่างยาวนาน

ในด้านสปอร์ต “Faker” (อีซางฮยอก) สุดยอดนักเล่นเกม eSport ก็ได้รางวัลในสาขา “eSports Gamer สาขาประเทศเวียดนาม” เป็นปีที่สองติดต่อกัน และยังได้ “Sport Star” อีกด้วย หลังจากสร้างสถิติชัยชนะ 700 ครั้งครั้งแรกใน LCK และคว้าแชมป์ LoL World Championship ถึง 5 สมัย

ความน่าตื่นตาตื่นใจของรางวัลในปีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถและการยอมรับของผู้บริโภคในแต่ละสาขาทั่วโลกในวงการบันเทิงเกาหลี

สรุปรายการและรางวัลต่าง ๆ จาก Brand Of The Year ปี 2025

  • YooJaeSuk คว้าอันดับ 1 ใน “Male Variety Show Star” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
  • Park BoGum คว้ารางวัล 3 สาขา ได้แก่ OTT Actor, Multi-tainer และ Male Actor สาขาเวียดนาม
  • Stray Kids และ SEVENTEEN ครองตำแหน่ง “Male Idol” ในหลายภูมิภาค
  • IU และ aespa สร้างปรากฏการณ์ในสาขา actress และ idol หญิง
  • Faker และ G-Dragon กวาดรางวัล sport star และ solist ชาย

ปีนี้ยังพิสูจน์ได้อีกครั้งว่า อุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีเป็นที่ต้องการในระดับโลก!

หากคุณเป็นแฟนตัวยงของศิลปินหรือซีรีส์ใดในปีนี้ อย่าลืมปกป้องต่อความสำเร็จของเหล่าศิลปินที่คุณรัก เพราะทุกคนสมควรได้รับรางวัลนี้อย่างแท้จริง

ที่มา – ‘พัคโบกอม-จินยอง-aespa-‘ นำทัพคว้าผู้ทรงอิทธิพลใน ‘2025 Brand Of The Year’

ไมโครซอฟท์-คีนัน พัฒนาทักษะ AI ช่วยอุตฯท่องเที่ยว อบรมแล้ว 9 หมื่นคน

ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ การพัฒนาทักษะ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวของไทย บัดนี้ “ไมโครซอฟท์-คีนัน” ร่วมกันพัฒนาบุคลากรกลุ่มสำคัญ ทั้งครู นักศึกษาอาชีวะ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผ่านโครงการ AI Skills for AI-enabled Tourism Industry in Thailand ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้บุคลากรในอนาคตพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

ไมโครซอฟท์-คีนัน พัฒนาทักษะ AI ช่วยอุตฯท่องเที่ยว

นางสุภารัตน์ จูระมงคล ผู้อำนวยการด้านทักษะ AI ของบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โครงการจากความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์กับ มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย ได้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม โดยปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมที่ได้รับการอบรมพัฒนาทักษะ AI ไปแล้วถึง 90,000 คน ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการฝึกอบรมนี้ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น

เร่งพัฒนาเศรษฐกิจภาคท่องเที่ยวผ่านทักษะดิจิทัล

“ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงเป็นเสาหลักและหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง(LogLevel 2) ในปี 2568 ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น 7.5% สร้างรายได้รวมอยู่ที่ 3.4 ล้านล้านบาท พร้อมคาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 40 ล้านคนเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น” นางสุภารัตน์ กล่าว

การพัฒนาทักษะ AI ไม่ได้จำกัดเพียงแค่กลุ่มที่ทำงานในสายอาชีพเฉพาะทาง แต่ยังขยายผลไปยังผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่เป็นแกนหลักของเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งหากสามารถนำ AI ไปใช้ในการจัดการธุรกิจ เช่น การทำแผนการตลาด การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า หรือแม้แต่การให้บริการลูกค้าลักษณะเฉพาะ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างมีนัยสำคัญ

ประโยชน์จากการเปิดพื้นที่ความรู้ด้าน AI อย่างกว้างขวาง

นายริชาร์ด เบิร์นฮาร์ด กรรมการอำนวยการมูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย กล่าวว่า โครงการนี้ได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อส่งเสริมการใช้ AI อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะในภาคนักเรียนนักศึกษาในสายอาชีวศึกษา ครูผู้สอน หรือกลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยวท้องถิ่นของไทย เมื่อทุกคนมีเครื่องมือที่เหมาะสม ความเปลี่ยนแปลงก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง

  • อบรมทักษะพื้นฐานด้าน AI แก่ครูและผู้ฝึกสอนสาขาท่องเที่ยว
  • พัฒนาศักยภาพนักเรียนนักศึกษาอาชีวะในการแข่งขันตลาดแรงงาน
  • ส่งเสริมการใช้งาน AI สำหรับเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการท้องถิ่น
  • กระจายโอกาสและรายได้สู่ชุมชนทั่วประเทศผ่านเทคโนโลยี

นอกจากนี้ โครงการยังเน้นการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มหลักสูตรออนไลน์ฟรี ช่วยให้ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลาและตำแหน่งพื้นที่ ส่งเสริมให้การศึกษาเปิดกว้างเข้าถึงทุกคนอย่างเท่าเทียม

โครงการพัฒนาทักษะ AI โดย ไมโครซอฟท์-คีนัน ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่อนโยบายเศรษฐกิจอนาคต ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีแม่บทในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ครองใจนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน

หากคุณเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือกำลังมองหาโอกาสในการเพิ่มทักษะสำหรับอนาคต การเริ่มต้นด้วย AI อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตคุณ!

ที่มา – “ไมโครซอฟท์- คีนัน”อบรมแล้ว 9 หมื่นคน พัฒนาทักษะ AI ช่วยอุตฯท่องเที่ยว

ด่วน! เด้ง ผบก.น.2 เข้ากรุ เซ่นปมฝ่ายปกครองบุกบ่อน

เหตุการณ์ด่วนที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนต่างให้ความสนใจ โดย ด่วน! เด้ง ผบก.น.2 เข้ากรุ เซ่นปมฝ่ายปกครองบุกบ่อนพนันดอนเมือง กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ถูกกล่าวถึงในวงกว้าง เพราะมีการจับกุมผู้ต้องหาที่ลักลอบเล่นการพนันจำนวน 176 คนในคืนเดียว

ด่วน! เด้ง ผบก.น.2 เข้ากรุ เซ่นปมฝ่ายปกครองบุกบ่อน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 22.00 น. ที่บริเวณซอกสรงประภา 1 แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยกรมการปกครองร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ดอนเมืองได้บุกจับกุมผู้เล่นการพนันหลายร้อยคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งถือเป็นการจับกุมที่มีจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าบ่อนที่ถูกจับกุมเป็นบ่อนที่มีการเล่นทั้งไฮโลว์, กำถั่ว และไพ่เสือมังกร ซึ่งแต่ละเกมมีผู้เข้าร่วมเล่นจำนวนมาก จนทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ในคืนดังกล่าว ทำให้สถานที่เดิมที่เคยคึกคักกับเสียงหัวเราะ กลายเป็นความเงียบงันของการถูกจับกุมไปในทันที

ผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และโครงสร้าง

ในวันถัดมา คือวันที่ 29 ส.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้มีการออกคำสั่งตำรวจนครบาลที่ 376/2568 เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เนื่องจากมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง และครอบคลุม

คำสั่งดังกล่าวระบุว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินการของคณะกรรมการ และลดความเสียหายจากเรื่องดังกล่าว จึงได้มีคำสั่งให้ ด่วน! เด้ง ผบก.น.2 เข้ากรุ เซ่นปมฝ่ายปกครองบุกบ่อน ด้วยการย้ายข้าราชการตำรวจจากราชการเดิมไปอยู่ในสถานะช่วยราชการหรือรักษาราชการแทน เพื่อหลีกเลี่ยงความคลาดเคลื่อนในการดำเนินงาน

ข้าราชการที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 12 ราย แบ่งเป็น 6 รายเป็นข้าราชการตำรวจช่วยราชการ ที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการดำรวจนครบาล ได้แก่ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 รวมไปถึงสารวัครในสถานีดอนเมือง นอกจากนี้อีก 6 รายเป็นผู้รักษาราชการแทนตำแหน่งต่างๆ ในกองบัญชาการ เช่น รองผู้อำนวยการ ในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นต้น

การดำเนินการดังกล่าวมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ระบบบริหารจัดการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการตอบสนองต่อเหตุการณ์เป็นอย่างดี และไม่ปล่อยให้ประเด็นใดกลายเป็นปัญหาที่ซับซ้อนในระยะยาว

เหตุการณ์นี้ยังเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าการจัดการเรื่องการพนันในประเทศไทยยังคงเป็นเรื่องที่อยู่ในระดับต้องเฝ้าระวังอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของบ่อนกลางแจ้ง หรือบ่อนในรูปแบบซ่อนเร้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน รวมถึงความเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่

สุดท้ายนี้ การดำเนินคดีที่เปิดเผยต่อสาธารณะและเกี่ยวข้องกับตำแหน่งสูงในสำนักงานตำรวจ ถือเป็นแนวทางที่สร้างความโปร่งใสและลดความเป็นไปได้ในการทุจริต จึงเป็นฉันทามติที่ประชาชนต้องมองติดตามขอสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

หากคุณสนใจในประเด็นนี้ แนะนำให้ติดตามรายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับข้อมูลล่าสุด

ที่มา – ด่วน! เด้ง ผบก.น.2 เข้ากรุ เซ่นปมฝ่ายปกครองบุกบ่อนพนันดอนเมือง

‘ไทย-ชิลี’ จับมือพัฒนาเครือข่ายการวิจัยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์

เมื่อเร็ว ๆ นี้ รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. และ ดร.นพพร พูลยรัตน์ หัวหน้าฝ่ายนิวเคลียร์ฟิวชันและพลาสมา ได้เดินทางไปยังประเทศชิลี เพื่อร่วมประชุมระหว่างวันที่ 26 – 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยเฉพาะในด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อประโยชน์สาธารณะ

‘ไทย-ชิลี’ จับมือพัฒนาเครือข่ายการวิจัยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์

ระหว่างการเยือน ทีมงานจาก สทน. ได้เข้าพบกับ Dr. Luis Huerta Torchio ประธานคณะกรรมาธิการพลังงานนิวเคลียร์แห่งชิลี (CCHEN) เพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือในเชิงวิชาการและเทคโนโลยี ตำแหน่ง CCHEN เป็นหน่วยงานพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่สำคัญของประเทศชิลี

การเข้าชมห้องปฏิบัติการและเทคโนโลยีฟิวชันชั้นแนวหน้า

คณะจากไทยได้มีโอกาสเยี่ยมชมศูนย์วิจัย P2MC ซึ่งเน้นการวิจัยเกี่ยวกับพลาสมาฟิสิกส์และการพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชัน โดยได้รับการต้อนรับจาก Professor Leopoldo Soto ผู้อำนวยการศูนย์ฯ พร้อมแนะนำเทคโนโลยีเครื่องพลาสมาโฟกัส ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่นำไปสู่การสร้างวัสดุสำหรับเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันในอนาคต

นอกจากนั้นยังมีการเข้าเยี่ยมชมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย RECH-1 ซึ่งเป็นระบบที่ CCHEN ใช้ในการผลิตสารเภสัชรังสีสำหรับโรงพยาบาลและการประยุกต์ใช้รังสีในการเพิ่มมูลค่าอัญมณี เครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าวมีลักษณะการใช้งานที่คล้ายกับของ สทน. ทำให้เกิดศักยภาพในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการวิจัยร่วมกันในอนาคต

เปิดโอกาสสานสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างเป็นรูปธรรม

หลังจากการเยี่ยมชมและหารือกับ CCHEN มีการประชุมเพื่อจับขอบเขตความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งสองฝ่ายโดยตรง ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีมุมมองตรงกันในการร่วมมืออย่างยั่งยืน การพัฒนาเครือข่ายระหว่างประเทศในภูมิภาค Global South เหล่านี้ จะส่งผลให้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปสู่การใช้งานอย่างปลอดภัยและเป็นประโยชน์

นอกจากการหารือออนไลน์ของหน่วยงานรัฐ ทีมไทยยังได้เข้าร่วมการประชุม Inter-American Conference on the Science and Technology of Nuclear Fusion and Its Applications (IAC-STNF2025) ที่เมืองซานดิเอโก ประเทศชิลี การประชุมจัดโดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ร่วมกับ CCHEN เป็นเวทีที่เชิญนักวิจัยชั้นนำจากทั่วโลกรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน

เสวนาในประเด็น “พลังงานที่เป็นธรรมและอนาคตของการผลิตไฟฟ้า”

รศ.ดร.ธวัชชัย ได้รับเชิญให้บรรยายหัวข้อ “Thailand’s Development in Fusion Energy: A Synergy of Domestic Capability, Regional Education, and Global Collaboration” โดยนำเสนอภาพรวมพัฒนาการทางด้านฟิวชันพลังงานของไทย อาทิ การพัฒนาเครื่องโทคาแมคไทยแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน – Thailand Tokamak-1 (TT-1) และความร่วมมือกับองค์กรขนาดใหญ่เช่น ITER, ASIPP และ NIFS

  • การพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชันในท้องถิ่น
  • การจัดหลักสูตร ASEAN School on Plasma and Nuclear Fusion มากกว่า 10 ปี
  • ความร่วมมือด้านฟิวชันกับภาคีระดับโลก

ร่วมกับการเข้าร่วมเวทีโต้วาทีหัวข้อ Science in Global South Power Generation ซึ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับพลังงานสายกลางของประเทศกำลังพัฒนา 为其形成[^1] รุ่นพิมพ์

การมีส่วนร่วมของทีมผู้แทนไทยในเวทีระดับนานาชาตินี้ สะท้อนถึงศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาพลังงานสะอาดของไทย สร้างความน่าเชื่อถือและความร่วมมือจากนานาชาติ ทำให้ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และหลากหลายประเทศเข้ามาสนับสนุน Save with inversion

การพัฒนาเครือข่ายวิศวกรรมและนวัตกรรมในอนาคตถือเป็นอินพุตหลักต่อการเจริญเติบโตของภาคพลังงานอย่างยั่งยืน

หากคุณสนใจในเทคโนโลยีนิวเคลียร์และการพัฒนาพลังงานสะอาด ติดตามได้ที่เว็บไซต์ของ สทน. และข่าวสารจากเวที IAC-STNF2025 ที่จะเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเติบโตในเส้นทางแห่งการวิจัยและพัฒนาอย่างยิ่ง

ที่มา – ‘ไทย-ชิลี’ จับมือพัฒนาเครือข่ายการวิจัยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์

สันติโผล่ร่วมวอร์รูมภูมิใจไทยปัดแสดงความยินดีอนุทิน

เมื่อเวลา 14.48 น. วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ปรากฏตัวที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนจำนวนมาก ภายหลังความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้เกิดกระแส猜测มากมายเกี่ยวกับเจตนาและการมีส่วนร่วมกับพรรคภูมิใจไทย

สันติโผล่ร่วมวอร์รูมภูมิใจไทยปัดแสดงความยินดีอนุทิน

ทันทีที่มาถึง นายสันติได้ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ กับผู้สื่อข่าว โดยกล่าวว่า “วันนี้นักข่าวเยอะเลย” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขารับรู้ถึงความสนใจจากสาธารณะอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามว่ามีจุดประสงค์ในการมาในครั้งนี้เพื่อให้กำลังใจหรือแสดงความยินดีกับพล.อ.อนุทิน ชินวัตร รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายสันติกลับปฏิเสธอย่างชัดเจนว่า “ไม่มีอะไรเลย”

การเคลื่อนไหวที่สร้างคำถาม

แม้จะมีการระบุว่าไม่มีเจตนาใด ๆ แต่การที่นายสันติพร้อมพัฒน์ เดินทางมายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยตรงโดยไม่มีการแจ้งข่าวหรือระดมสื่อเป็นเรื่องที่ผิดปกติ เพราะโดยทั่วไปแล้วบุคคลในวงการการเมืองมักจะมีการเตรียมการในเชิงกลยุทธ์หากมีการประชุมหรือกิจกรรมสำคัญ

ที่สำคัญคือ แม้จะมีคำถามซ้ำอีกครั้งว่าการร่วม สันติโผล่ร่วมวอร์รูมภูมิใจไทยปัดแสดงความยินดีอนุทิน ใช่หรือไม่ นายสันติก็ยังยืนยันว่า “เปล่า ไม่ได้มาทำอะไรเลย” พร้อมทั้งปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลที่มา จนกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาและสร้างกระแสในโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

การปฏิเสธการให้ข้อมูลของนายสันติทำให้สื่อมวลชนคิดไปมาก หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าการมาครั้งนี้เป็นเพียงการเยี่ยมแบบส่วนตัวหรืออาจมีเป้าหมายทางการเมืองแฝงอยู่

  • ใครเป็นคนเชิญนายสันติให้มา?
  • การมาของเขาส่งผลต่อภาพลักษณ์พรรคพลังประชารัฐอย่างไร?
  • พรรคภูมิใจไทยมีแผนการร่วมทางการเมืองกับพรรคใดต่อไปบ้าง?

สันติโผล่ร่วมวอร์รูมภูมิใจไทยปัดแสดงความยินดีอนุทิน เป็นข้อความที่เต็มไปด้วยคำถาม ไม่ว่าจะเป็นด้านเจตนา ความร่วมมือ หรือแผนระยะยาว ทำให้หลายคนเชื่อว่าคงต้องรอความเคลื่อนไหวจากทั้งสองพรรคร่วมถึงคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม

การเมืองไทยในปัจจุบันเต็มไปด้วยความละเอียดอ่อนและการออกมาในพื้นที่สาธารณะในทุกครั้งจึงอาจสะท้อนภาพใหญ่เบื้องหลังได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามแบบอย่างของนายสันติยังคงเป็นปริศนาที่รอคนรอบ ๆ ได้ไข

อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงการขับเคลื่อนการเมืองในระยะสั้นและยาว อาจกล่าวได้ว่าการเคลื่อนไหวของบุคคลสำคัญทุกครั้งล้วนมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของพลังการเมืองในบ้านเมือง

การเดินทางไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทยของ สันติโผล่ร่วมวอร์รูมภูมิใจไทยปัดแสดงความยินดีอนุทิน จึงอาจเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในแผนใหญ่ที่ยังไม่เปิดโปง หรืออาจเป็นเพียงการสื่อสารที่ต้องการความระมัดระวัง

และที่สำคัญที่สุด การเมืองคือการต่อรอง การร่วมมือ รวมถึงการสื่อสารที่มีศิลปะ การตัดสินใจครั้งใดก็ต้องใช้ความรอบคอบในการประเมินผลลัพธ์ในระยะยาว

จากเหตุการณ์นี้ ผู้สังเกตการณ์ควรจับตาทั้งการเคลื่อนไหวรายบุคคล การจัดระเบียบภายในพรรคร่วมถึงแนวทางการทำงานระดับรัฐสภา ซึ่งหากมีพัฒนาการใหม่ ๆ จะนำมาเสนอให้ผู้อ่านได้มุมมองที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามสถานการณ์ สันติโผล่ร่วมวอร์รูมภูมิใจไทยปัดแสดงความยินดีอนุทิน แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อคนในวงการการเมืองเริ่มเดินตัวออกมาจากเงาสถานการณ์ทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ความจริงอาจจะซับซ้อน และต้องรออีกหลายวันกว่าทุกอย่างจะชัดเจน เราขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง

ที่มา – ‘สันติ’โผล่ร่วมวอร์รูม’ภูมิใจไทย’ปัดส่งนัยยะแสดงความยินดี ‘อนุทิน’

มารี เบรินเนอร์ รับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติ 1 ปี

จากกรณีศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษา น.ส.มารี เบรินเนอร์ นักแสดงสาว ในความผิดฐานขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ปรับ 1,000 บาท และฐานขับรถในขณะเมาสุรา จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 3 ครั้ง ทำงานบริการสังคม 12 ชั่วโมง พักใบอนุญาตขับขี่ 6 เดือน ซึ่งศาลมีคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.68 และจะครบระยะเวลา คุมประพฤติ 1 ปี ในวันที่ 25 ส.ค.69 ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

มารี เบรินเนอร์ รับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติ 1 ปี

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 2 บริเวณชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารเอ) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.มารี เบรินเนอร์ ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ เพื่อรับทราบเงื่อนไขการคุมประพฤติจากการเมาแล้วขับเป็นเวลา 1 ปี

เงื่อนไขคุมประพฤติที่ต้องปฏิบัติตาม

ภายหลังเข้ารับทราบเงื่อนไขการคุมความประพฤติเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามเกี่ยวกับกิจกรรมสาธารณะในช่วงคุมประพฤติและความเครียดทางคดี แต่น.ส.มารีไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด และรีบเดินออกจากห้องสำนักงานฯ โดยมีนายอัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล หรือบอส แฟนหนุ่มเดินทางมาด้วย

ด้านนายธภัทร ศรวัชรเศวต พนักงานคุมประพฤติชำนาญการ ในฐานะรองโฆษกกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า วันนี้น.ส.มารีเดินทางมารับทราบเงื่อนไข มารี เบรินเนอร์ คุมประพฤติ 1 ปี พร้อมประเมินพฤติกรรมการดื่มสุรา เนื่องจากเป็นคดีเมาแล้วขับ และประเมินความเสี่ยงระดับสูง กลาง ต่ำ

  • การประเมินพฤติกรรมการดื่มสุรา
  • การประเมินความเสี่ยงระดับสูง กลาง ต่ำ
  • โปรแกรมการแก้ไขฟื้นฟู
  • ดูความเหมาะสมของผู้ถูกคุมประพฤติสำหรับทำงานบริการสังคม

“ส่วนกรณีหากผิดเงื่อนไขหรือกระทำผิดซ้ำ ทางเจ้าหน้าที่จะรายงานไปยังศาล ก็อาจมีคำสั่งขยายเวลาในการ คุมประพฤติ 1 ปี พร้อมกับเพิ่มเงื่อนไข หรือเพิกถอนการคุมประพฤติ และเปลี่ยนเป็นโทษจำคุกแทน ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล” นายธภัทร กล่าว

ในช่วงระยะเวลาที่ต้องคุมประพฤตินี้ น.ส.มารียินดีร่วมกิจกรรมรณรงค์เมาแล้วขับ แต่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ถูกคุมประพฤติและฐานความผิด ส่วนการทำงานบริการสังคม แต่ละครั้งจะมีเงื่อนไขต่างกันไป เช่น การบริจาคโลหิตจะนับ 6 ชม.

การรายงานตัวของน.ส.มารีมีจำนวน 3 ครั้ง เฉลี่ยประมาณ 4 เดือนครั้ง และกิจกรรมบริการทางสังคมสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์กรมคุมประพฤติว่ามีอะไรบ้าง ที่ไหน อย่างไร

ความรับผิดชอบทางสังคมและการลงโทษทางกฎหมายมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้ผู้กระทำผิดได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตนเอง การตั้งใจปฏิบัติตามเงื่อนไขจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่และคืนความเชื่อมั่นจากสังคมได้

ที่มา – ‘มารี เบรินเนอร์’ รับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติ 1 ปี หากทำผิดซ้ำสองเปลี่ยนโทษจำคุกแทน

รร.สังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จัดแข่งกีฬาสร้างความสามัคคี

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่สนามกีฬากลาง จ.กาฬสินธุ์ นายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬากลุ่มโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ประจำปี 2568 โดยมีนายอภินันท์ ฉายจิตต์ ที่ปรึกษาฯ นายกมลพันธ์ จีระสมบัติ ประธานสภาเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ คณะผู้บริหารเทศบาล ข้าราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียนร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียง

รร.สังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จัดแข่งกีฬาสร้างความสามัคคี

นายกีรฒิการย์ กล่าวว่า ด้วยเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ มีนโยบายในการจัดการศึกษาของท้องถิ่นที่มุ่งพัฒนานักเรียนสังกัดอย่างทั่วถึง และหลากหลาย โดยให้ความสำคัญในการสนับสนุนงบประมาณการแข่งขันกีฬากลุ่มโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนไปแข่งขันในระดับภาค และระดับประเทศ พร้อมส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้มีการพัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา

ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพด้านกีฬา

สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬากลุ่มโรงเรียนในสังกัดครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2568 เพื่อเป็นการคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพด้านการกีฬา และแสดงออกถึงความมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติ รวมทั้งเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา และความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถานศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์

กิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ไม่เพียงแค่สร้างโอกาสให้นักเรียนได้ออกกำลังกายและแสดงความสามารถทางกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือ ความสามัคคี และจิตใจนักกีฬาภายในชุมชนการศึกษาในสังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ การส่งเสริมกีฬาในระดับโรงเรียนยังช่วยปลูกฝังวินัย ความอดทน และความมุ่งมั่นให้กับเยาวชน โดย รร.สังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ เป็นตัวอย่างของการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการกีฬาอย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนเยาวชนให้มีสุขภาพที่ดี มีความรู้ และมีจิตใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะเป็นผู้นำในอนาคต ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศชาติไปในทางที่ดีได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – รร.สังกัดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จัดแข่งกีฬาสร้างความสามัคคี เฟ้นหาตัวแทนแข่งระดับภาค

รร.สุพรรณบุรีปัญญานุกูล จัดกิจกรรม “Learn To Earn” สอนอาชีพร้านกาแฟสร้างรายได้ให้นักเรียน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล จังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดกิจกรรมสำคัญภายใต้ชื่อ “Learn To Earn” หรือการเรียนรู้เพื่อการอยู่รอดและมีรายได้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก ในการประกอบอาชีพที่มีความยั่งยืน พร้อมทั้งสนับสนุนโอกาสในการสร้างรายได้ตั้งแต่อยู่ในสถานศึกษา

รร.สุพรรณบุรีปัญญานุกูล จัดกิจกรรม “Learn To Earn” สอนอาชีพร้านกาแฟสร้างรายได้ให้นักเรียน

กิจกรรม “Learn To Earn” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยตรงจากประสบการณ์จริงในโลกการทำงาน โดยเฉพาะการบริหารจัดการธุรกิจร้านกาแฟ เพื่อให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการทำงานจริง ๆ ในสถานที่เลี้ยงดูพวกเขา

เครื่องมือสร้างโอกาสในชีวิต

นางสรวีย์ ดอกกุหลาบ ผู้อำนวยการโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล กล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมนี้คือการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนพร้อมก้าวสู่สังคมได้อย่างมั่นคง ทั้งในด้านการมีรายได้ระหว่างเรียน สร้างอาชีพที่มีเสถียรภาพเมื่อเรียนจบ และมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นในการประกอบอาชีพอิสระในอนาคต

โรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูลให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยไม่จำกัดเพียงแค่ทางด้านวิชาการ แต่ยังส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้พัฒนาทักษะด้านอาชีพ ในจุดนี้คือการบริหารร้านกาแฟที่โรงเรียนได้จัดขึ้นภายในวิทยาเขตอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนักเรียนได้มีโอกาสฝึกฝนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟ การคั่วกาแฟอย่างถูกวิธี และการเสิร์ฟลูกค้าอย่างมีความสุภาพและเอาใจใส่

คลิกแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริง

ที่ร้านกาแฟของโรงเรียน มิใช่เพียงสถานที่สอนงาน แต่ยังเป็นสถานที่ที่นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้เป็นรูปธรรม และสร้างรายได้ด้วยมือของตนเอง รวมถึงมีผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดจากฝีมือของนักเรียน เช่น พวงกุญแจ เบาะรองนั่ง และของตกแต่งอื่น ๆ ที่สามารถนำไปเป็นของที่ระลึกหรือของขวัญได้จริง

  • การฝึกฝนอาชีพในวัยเรียน
  • เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน
  • โดยใช้ร้านกาแฟเป็นห้องปฏิบัติการจริง
  • มุ่งพัฒนาทักษะความเป็นผู้ประกอบการ

ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปอุดหนุนนักเรียนได้ที่ร้านกาแฟโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล ในวันและเวลาราชการ โดยรายได้ที่ได้จะถูกใช้เป็นทุนการศึกษาของนักเรียนต่อไป การมีส่วนร่วมของสังคมจึงเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญให้กิจกรรมแบบนี้มีความยั่งยืน และสามารถแพร่กระจายเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ได้

กิจกรรม “Learn To Earn” ของโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล เป็นแนวทางที่น่าสนใจและเป็นรูปธรรมในการเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสเรียนรู้ ได้ใช้ชีวิต และสร้างรายได้ แม้จะมีข้อจำกัดบางประการก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือความพยายามของโรงเรียนที่ไม่ยอมให้ใครตกค้าง พร้อมด้วยความตั้งใจที่จะช่วยเหลือให้นักเรียนเดินหน้าสร้างอนาคตของตัวเองได้อย่างมั่นคง

หากคุณเห็นคุณค่าของการศึกษาที่มุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพแบบเบ็ดเสร็จ อย่าลืมเข้าไปอุดหนุนและให้กำลังใจเด็ก ๆ ด้วยการแวะไปลองชิมกาแฟอร่อย ๆ ที่ร้านของโรงเรียนสุพรรณบุรีปัญญานุกูล วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนทางการเงินหรือการส่งเสริมจิตใจ เป็นการเพิ่มโอกาสให้เด็ก ๆ ฝันใหญ่ได้ด้วยตัวเอง

ที่มา – รร.สุพรรณบุรีปัญญานุกูล จัดกิจกรรม “ Learn To Earn” สอนอาชีพร้านกาแฟสร้างรายได้ให้นักเรียน

กรมกิจการสตรีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จังหวัดขอนแก่น นางสาวศุภวรรณ ขูดแก้ว ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ ได้เป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างงาน และสร้างรายได้ให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหลาย

ในครั้งนี้มีนางอ้อยทิพย์ โต๊ะหมัด และผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ฯ จังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มเป้าหมายที่สำเร็จการอบรม จำนวน 163 คน ที่มาร่วมรับวุฒิบัตรเป็นผลสำเร็จจากการเรียนรู้ด้านทักษะอาชีพ

กรมกิจการสตรีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ

นางสาวศุภวรรณ กล่าวว่า การ กรมกิจการสตรีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ เป็นกิจกรรมสำคัญที่เน้นการพัฒนาศักยภาพเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของหน่วยงาน ทั้งผู้ประสบปัญหาทางสังคม ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งได้รับการพัฒนาทักษะแนวปฏิบัติที่หลากหลาย เพื่อเตรียมความพร้อมให้นำไปประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมอบรมรับวุฒิบัตร

การอบรมเป็นก้าวแรกสู่ความมั่นคงทางอาชีพ

นางอ้อยทิพย์ โต๊ะหมัด ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ฯ กล่าวเสริมว่า ศูนย์ฯ มุ่งเน้นการฝึกอบรมทักษะอาชีพให้แก่กลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่างงาน บุคคลทั่วไป หรือผู้ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เพื่อสร้างรายได้พึ่งพาตัวเอง รวมถึงสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

ผู้สำเร็จการฝึกอบรมจากกรมกิจการสตรีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ ถือเป็นก้าวแรกในการสานฝันให้เป็นจริง ผู้เรียนต้องเริ่มการประกอบอาชีพด้วยความตั้งใจและความซื่อสัตย์สุจริต ควบคู่ไปกับความรู้ด้านจริยธรรมและคุณธรรม โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ควรส่งเสริมการเก็บออม การใช้รายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้ทักษะและความสามารถมีความก้าวหน้ามากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของสถานประกอบการในอนาคต

  • ฝึกฝนทักษะอย่างสม่ำเสมอ
  • ปลูกฝังวินัยทางการเงิน
  • ต่อยอดอาชีพจากแนวทางที่ได้เรียนรู้
  • ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

การดำเนินการของ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นับเป็นแนวทางที่ยั่งยืน ทั้งในด้านอาชีพ สังคม และคุณภาพชีวิต เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมายให้ก้าวไกลอย่างมั่นคง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้สนใจเรียนรู้และพัฒนาฝีมือทางด้านอาชีพ กิจกรรมการอบรมทักษะอาชีพจากกรมกิจการสตรีฯ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

ที่มา – กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมทักษะอาชีพ

เครื่องบิน F-16 ของโปแลนด์ตกขณะซ้อมแอร์โชว์ นักบินเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวจากกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่น่าเศร้าของกองทัพอากาศโปแลนด์ โดยมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่า เครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ลำหนึ่งได้เกิดอุบัติเหตุตกขณะทำการฝึกบิน ซึ่งเป็นกิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนจะเข้าร่วมงาน “ราดอม แอร์โชว์” (Radom Air Show) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองราดอม ทางตอนกลางของประเทศ ห่างจากกรุงวอร์ซอประมาณ 100 กิโลเมตร

เครื่องบิน F-16 เกิดอุบัติเหตุตกขณะฝึกซ้อม

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และส่งผลให้นักบินผู้ขับเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า ทำให้ฝ่ายจัดงาน “ราดอม แอร์โชว์” ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 30-31 สิงหาคม ต้องประกาศยกเลิกการจัดงานในปีนี้ทันที เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สาเหตุของอุบัติเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน

ปัจจุบัน สาเหตุของเหตุการณ์ที่ทำให้ เครื่องบินเอฟ-16 ตกอยู่ระหว่างการสืบสวนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม จากคลิปที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ ยังไม่พบหลักฐานว่านักบินสามารถดีดตัวออกจากเครื่องบินได้ ก่อนที่เครื่องจะตกอย่าง惨劇

นอกจากนี้ รายงานจากสื่อท้องถิ่นหลายสำนักยังระบุว่า นักบินผู้เสียชีวิตเป็นหนึ่งในนักบินที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงของกองทัพอากาศโปแลนด์ ซึ่งยิ่งทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นข่าวที่น่าสะพรึงใจของวงการทหารและพลเมืองในประเทศ

ความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อสังคม

ไม่เพียงแต่เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายทางด้านจิตใจต่อครอบครัวของนักบินและกองทัพอากาศเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อการจัดงานระดับนานาชาติที่เป็นเวทีสำคัญของประเทศ โดยงานเหล่านี้มีบทบาทอย่างมากในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

  • อุบัติเหตุของ เอฟ-16 สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกองทัพอากาศ
  • ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมากต่อเหตุการณ์
  • เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้เกิดการทบทวนความปลอดภัยในการแสดงบิน

แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ คือการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของชาติ การสูญเสียนักบินที่มีประสบการณ์สูงนั้น มีผลต่อความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของกองทัพอากาศโปแลนด์

ในความเป็นจริง เราไม่อาจรู้อนาคตได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกฝ่ายจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างรอบคอบ เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งผู้ปฏิบัติงาน ผู้ชม และทรัพยากรต่างๆ จะได้รับการปกป้องจากริสก์ที่อาจเกิดขึ้น

ท้ายที่สุดนี้ เราต้องขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนักบินผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจให้กับกองทัพอากาศโปแลนด์ในการดำเนินงานต่อไปด้วยความมั่นคง มั่นใจ และปลอดภัย

ที่มา – “เอฟ-16” กองทัพอากาศโปแลนด์ตกระหว่างซ้อมแอร์โชว์ นักบินเสียชีวิต