ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ไปดีกว่า!! “เมนู” แจ้ง “ผีแดง” ขอย้ายยืมตัวในซีซั่นนี้ เพื่อโอกาสลงสนาม

ล่าสุด เมนู กองกลางดาวรุ่งของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตนมีความประสงค์ที่จะย้ายออกจากสโมสรแบบยืมตัวในช่วงซีซั่นนี้ เนื่องจากต้องการโอกาสในการลงสนามให้มากขึ้น เพื่อพัฒนาฝีเท้าของตนเองให้ดียิ่งขึ้น และเข้าสู่แผนการทำทีมของผู้จัดการทีมอย่าง รูเบน อโมริม ที่เพิ่งเข้ามาใหม่

ไปดีกว่า!! “เมนู” แจ้ง “ผีแดง” ขอย้ายยืมตัวในซีซั่นนี้ เพื่อโอกาสลงสนาม

รายงานจากสื่อดังกล่าวว่า เมนู กำลังมองหาโอกาสที่จะได้รับการลงสนามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเร่งพัฒนาฟอร์มฟุตบอลส่วนตัว รวมถึงหวังจะเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งต้องอาศัยการเติบโตในทุกด้าน ทั้งด้านเทคนิค ฟิสิกส์ และมินเทลลิเจนซ์ในการเล่น

“ดิ แอธเลติก” รายงานข่าวความต้องการจริงของ เมนู

เนื่องจากเวลาในการฝึกซ้อมและการแข่งขันในทีมแม้ว่าจะมีอยู่ไม่น้อย แต่โอกาสลงสนามของ เมนู กลับค่อนข้างจำกัด ภายใต้แผนการทำทีมของโค้ชคนใหม่อย่าง รูเบน อโมริม ซึ่งเคยกวาดแชมป์ในลีกโปรตุเกสได้สำเร็จ จึงทำให้ เมนู ต้องการหาแนวทางใหม่ในการพัฒนาให้ได้รับโอกาสจริง ๆ

ฟุตบอลในแอร์ แมนเชสเตอร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ยังเพิ่มบรรทัดฐานนักเตะที่ต้องการลงสนามให้ได้เกินครึ่งของจำนวนแมตช์ในฤดูกาล ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า หากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง เมนู อาจต้องค้นหาทางเลือกใหม่ในที่อื่น

การย้ายแบบยืมตัวในช่วงซีซั่นนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นทางกระตุ้นให้ เมนู สามารถดึงศักยภาพออกมาใช้ได้เต็มที่ และเกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ กับสโมสรอื่นให้มากขึ้น สำหรับนักเตะวัยเพียง 19 ปี

ทว่าทางสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า จะไม่อนุญาตให้ เมนู ย้ายไปอยู่กับทีมอื่นแบบยืมตัวแม้เพียงชั่วคราว โดยเน้นย้ำถึงโอกาสของนักเตะภายในแผนการทำทีมในระยะยาว และมองว่า เมนู ควรคงอยู่กับสโมสรต่อไปในฤดูกาลนี้เพื่อสู้แย่งตำแหน่งในทีมกับเพื่อนร่วมทีม

อย่างไรก็ตาม ความสนใจจากหลายสโมสรระดับยุโรปโดยเฉพาะในบุนเดสลีกาวนั้นยังคงมีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะกับทีมใหญ่อย่าง บาเยิร์น มิวนิก และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ที่พร้อมสานต่อการยื่นข้อเสนอครั้งใหม่อย่างเป็นทางการก่อนตลาดปิดในวันที่ 1 กันยายน

  • โอกาสในการลงสนามคือสิ่งที่ เมนู ต้องการมากที่สุด
  • การยืมตัวอาจเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในอนาคต
  • สโมสรยูไนเต็ดลุ้นเรตติ้งตอนนี้มากกว่าปล่อยผู้เล่น

ในมุมมองของนักวิเคราะห์หลายคน เชื่อว่า ถ้าเมนู สามารถลงสนามอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้ จะมีโอกาสติดทีมชาติอังกฤษอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากยังคงแค่นั่งสำรอง อาจทำให้เสียทั้งอนาคตและโอกาสในเวทีระดับโลก จึงเข้าใจถึงความต้องการย้ายทีมครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม หากท่านเป็นแฟนของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า เมนู จะได้รับโอกาสจริง ๆ หรือต้องย้ายทีมเพื่อพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองในที่อื่น

ที่มา – ไปดีกว่า!! “เมนู” แจ้ง “ผีแดง” ขอย้ายยืมตัวในซีซั่นนี้ เพื่อโอกาสลงสนาม

“ชาโด้” หวังคว้าชัยปูเส้นทางท้าทายบัลลังก์ “ตะวันฉาย”

“ชาโด้ สิงห์มาวิน” นักชกมวยไทยที่กำลังฮิตของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต เปิดใจให้สื่อมวลชนได้สัมผัสถึงความพร้อมก่อนเปิดศึกดวลเดือดเป็นคู่เอกกับ “บัมปารา คูยาเต” มือวางอันดับ 2 ของแรงกิง ในศึก ONE Fight Night 35 ณ เวทีลุมพินี (รามอินทรา) ซึ่งจะถ่ายทอดสดไปทั่วโลกในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของสหรัฐฯ เวลา 08:00 น. วันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568

“ชาโด้” หวังคว้าชัยปูเส้นทางท้าทายบัลลังก์ “ตะวันฉาย”

“ชาโด้” เจ้าของผลงานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนสามารถคว้าอันดับ 3 ของแรงกิง ONE รุ่นเฟเธอร์เวตมาครองได้ มองสงครามความมืดของ “บัมปารา” อย่างรอบคอบ สั่งสมการซ้อมทุกทุกข์เพื่อเตรียมร่างกายและจิตใจในการตอบโต้ทุกสกิลที่ฝรั่งเศส-มาลีจะนำมาใช้

เขากล่าวว่า “บัมปารา เป็นนักสู้ที่มีฟุตเวิร์คเก่งและใช้พละกำลังร่วมกับความเร็วได้ดี ผมจึงต้องป้องกันหมัดให้ดี ออกอาวุธต่อเนื่อง และใช้แข้งหนัก ๆ โจมตีเพื่อก่นเขาทันที เพราะถ้าโดนไม้เดียวเขาว่ายากแน่นอน”

เส้นทางสู่บัลลังก์แชมป์

ใน 7 ไฟต์ที่ผ่านมา “ชาโด้” ได้รับชัยถึง 5 ครั้ง ก่อนจะต้องเสียโอกาสจากผลที่ “ไม่มีผลการแข่งขัน” เมื่อพบกับ “โมฮาเหม็ด ยูเนส ราบาห์” ใน ONE Fight Night 33 เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากอุบัติเหตุที่ส่งผลต่อสายตาของทั้งสองฝ่าย

เกมในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์เหนียวแน่นที่จะกำหนดว่า “ชาโด้” หวังคว้าชัยปูเส้นทางท้าทายบัลลังก์ “ตะวันฉาย” ได้สำเร็จและตรงสู่เป้าหมายของการเป็นผู้ท้าชิงแชมป์คนต่อไปหรือไม่ โดยเจ้าตัวมั่นใจเต็มเปอร์เซ็นต์ว่าความมุ่งมั่นและการเตรียมพร้อมจะช่วยทำให้เขาฝ่าฟันความท้าทายได้

“ผมฝึกหนักมากจนร่างกายพร้อมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าสามารถเอาชนะในคืนนี้ได้ ผมเชื่อว่าโอกาสจะเข้าไปยืนอยู่ในบัลลังก์แชมป์จะไม่ไกลเกินเอื้อม” ชาโด้กล่าวปิดท้าย

สำหรับแฟนกีฬาชาวไทยสามารถร่วมเชียร์ “ชาโด้ สิงห์มาวิน” และลุ้นผลการแข่งขันแบบสด ๆ ได้จากสนามเวที โดยสามารถจองบัตรได้ที่ THAI TICKET MAJOR ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป หรือรับชมการถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) เริ่มเวลา 10.00 น.

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของศึก ONE Fight Night 35 ได้ที่ เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand, เว็บไซต์ ONEFC.com รวมถึง อินสตาแกรม และ TikTok ของศึก

ลุ้นต่อไปว่า “ชาโด้” จะสามารถยึดตำแหน่งในเส้นทางสู่บัลลังก์ได้หรือไม่!

ที่มา – “ชาโด้” หวังคว้าชัยปูเส้นทางท้าทายบัลลังก์ “ตะวันฉาย”

‘ภูมิธรรม’ ปิดอบรมนายอำเภอ ยันเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงรุก

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รุ่นที่ 85-86-87 ณ อาคารศูนย์พัฒนาบุคลากร วิทยาลัยการปกครอง อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

‘ภูมิธรรม’ ย้ำบทบาทนายอำเภอในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงรุก

ในพิธีดังกล่าว นายภูมิธรรม ได้กล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรนายอำเภอ ทุกท่านเปรียบเสมือนคลื่นลูกใหม่ของการเป็น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงรุก ที่มีหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างรัฐบาลกับประชาชนอย่างแท้จริง

“การเป็น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงรุก นั้น ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่เฉพาะที่ได้รับมอบหมาย แต่ต้องมีความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาและบริบทของพื้นที่ รวมทั้งมีทัศนคติการริเริ่มและใช้ความคิดในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน” นายภูมิธรรม กล่าว

สิ่งที่นายอำเภอต้องเข้าใจ

นายภูมิธรรม ได้เน้นย้ำถึงคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงรุก ดังนี้:

  • เข้าใจนโยบาย: นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย
  • เข้าใจตนเอง: บทบาทของตนเองในฐานะนายอำเภอ
  • เข้าใจประชาชน: ความต้องการและปัญหาของชุมชน

“หากเราไม่เข้าใจประเด็นในพื้นที่ก็ไม่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ นี่คือหัวใจสำคัญของ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงรุก” นายภูมิธรรม อธิบาย

นอกจากนี้ ท่านยังส่งเสริมให้นายอำเภอทุกท่านยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติทุกอย่าง พร้อมเน้นย้ำว่า “งานบริหารต้องดำเนินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตใจให้บริการ และมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม”

การเป็นราชการในพื้นที่เป็นงานที่ซับซ้อนและมีความซื่อสัตย์สุจริตและมุ่งมั่นเป็นสิ่งสำคัญ ต้องสามารถประสานงานและบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ได้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ

ในตอนท้ายของพิธี นายภูมิธรรม ได้เชิญชวนให้นายอำเภอแต่ละท่านนำประสบการณ์และความรู้ที่ได้จากการอบรมที่ผ่านมาไปพัฒนาพื้นที่ของตนเองอย่างแท้จริง โดยมีหัวใจในการให้บริการประชาชนเป็น指南针ที่สำคัญ

การทำงานของนายอำเภอในยุคปัจจุบันไม่เพียงแค่บริหารราชการทั่วไป แต่ต้องเป็น “สะพานเชื่อมระหว่างรัฐและประชาชน” ที่สามารถตีความนโยบายให้เป็นจริงในชีวิตประจำวันของชุมชนได้

‘ภูมิธรรม’ ย้ำว่า “นายอำเภอต้องทำงานอย่างมีคุณธรรม มีสมรรถนะ และมีความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับชุมชน เพื่อเป็นผู้นำเปลี่ยนในพื้นที่อย่างยั่งยืน”

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจในแนวทางการจัดการพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรนายอำเภอถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับบทบาทผู้นำในอนาคต

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ เป็นประธานปิดการอบรมหลักสูตรนายอำเภอ รุ่นที่ 85-86-87 ยัน เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงรุก เชื่อมระหว่างรัฐบาล-ประชาชน

‘อิ๊งค์’ ยิ้มเดินขึ้นตึกไทยฯ รอลุ้นฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 29 สิงหาคม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อรอรับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปเสียง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจจากทั้ง国内และสื่อมวลชนต่างประเทศ ขณะที่เธอลงจากรถหน้าตึกไทยคู่ฟ้า น.ส.แพทองธาร มีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมโบกมือทักทายสื่อมวลชนที่มารอข่าว บรรยากาศในโถงกลางตึกไทยคู่ฟ้าคึกคักด้วยความคาดหวัง

‘อิ๊งค์’ ยิ้มเดินขึ้นตึกไทยฯ รอลุ้นฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

การเข้าทำเนียบในครั้งนี้ของน.ส.แพทองธาร เป็นการยืนยันถึงความมั่นใจในกระบวนการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลการตัดสิน แต่บรรยากาศในบริเวณทำเนียบถือว่าเต็มไปด้วยความสงบและความพร้อมรับฟัง

การให้กำลังใจจากพี่สาวและเพื่อนร่วมพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาบ่ายของวันเดียวกันนี้ ก่อนศาลจะอ่านคำวินิจฉัย น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือที่หลายคนรู้จักในนาม ‘ก้อย’ พี่สาวของน.ส.แพทองธาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจและนั่งรอลุ้นฟังคำวินิจฉัยไปพร้อมกัน แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีภายในทีมผู้บริหาร

การเปิดเผยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และเป็นโอกาสในการชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจนว่า โครงการดิจิทัลวอเลทฯ หรือที่เรียกกันว่า ‘กระเป๋าตัง’ ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบายที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในระยะยาว

สื่อมวลชนและประชาชนต่างจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคดีดังกล่าวส่งผลต่อภาพรวมของนโยบายรัฐ และภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่นำประเทศมาอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยและเสรีภาพในการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจอย่างมั่นคง

ด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โครงการดิจิทัลวอเลทฯ ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่กระตุ้นให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณะและช่วยผ่อนคลายพันธะทางเศรษฐกิจของประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความถูกต้องทางกฎหมายในขั้นตอนการดำเนินการ อาจทำให้เกิดมุมมองที่หลากหลายในสังคม ทั้งในแง่การบริหารจัดการภัยระหว่างประเทศและนโยบายแบบเสรี ทำให้ในครั้งนี้ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางในอนาคต

สำหรับประชาชนผู้บริโภค และภาคธุรกิจเล็ก ๆ ที่พึ่งพาแพลตฟอร์มเหล่านี้ในการดำเนินธุรกิจ หรือการจ่ายเงินหรือโอนเงินอย่างสะดวก ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของข้อมูลและการป้องกันข้อมูลทางเลือกที่ผิดพลาด ดังนั้น หากศาลออกคำวินิจฉัยในเชิงบวกต่อกฎหมายแล้ว จะสามารถก่อให้เกิดสัญญาณเชิงบวกต่อจิตใจของตลาดว่า ความพยายามในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศมีความพร้อมและสามารถเชื่อถือได้อย่างยิ่ง

ไม่ว่าผลวินิจฉัยจะออกมาเป็นแบบใด ‘อิ๊งค์’ แสดงความสงบและพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์อย่างมืออาชีพและเข้มแข็ง ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากท่าทีในวันนี้ ที่เธอเดินขึ้นตึกไทยฯ ด้วยรอยยิ้ม

ทั้งนี้ เป็นเพียงการติดตามเหตุการณ์ที่สำคัญต่อระบบกฎหมายและผลกระทบต่อสังคม ต้องติดตามกันต่อในช่วงวันถัดไป หากคุณสนใจเรื่องราวข่าวสารเชิงลึกเกี่ยวกับการเมืองไทย นโยบายเศรษฐกิจ และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน อย่าลืมติดตามเว็บไซต์ของเราอย่างสม่ำเสมอ และแชร์ความรู้ดี ๆ ให้กับเพื่อน ๆ ของคุณด้วยนะคะ

ที่มา – ‘อิ๊งค์’ ยิ้มเดินขึ้นตึกไทยฯ รอลุ้นฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพบระเบิดรุ่นสงครามโลก 18 ลูกระเบิดกลางไฟป่าในอังกฤษ

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หน่วยดับเพลิงในอังกฤษได้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่พิเศษมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพบระเบิดรุ่นสงครามโลก 18 ลูกระเบิดกลางไฟป่าในอังกฤษ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ทุ่งหญ้ามัวร์ทางตอนเหนือของยอร์กเชียร์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพบระเบิดรุ่นสงครามโลก 18 ลูกระเบิดกลางไฟป่าในอังกฤษ

ไฟป่าได้ลุกลามอย่างหนักในเขตแลงเดล มัวร์ ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาตินอร์ท ยอร์ก มัวร์ส เหตุการณ์นี้เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็นของวันจันทร์ที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา และยังคงลุกลามจนถึงปัจจุบัน หน่วยดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่ให้ข้อมูลว่าในระหว่างการต่อสู้กับไฟป่า สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือการเจอกับระเบิดรุ่นสงครามโลกที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดิมที่เคยเป็นสนามฝึกซ้อมทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ดาวเทียมและฝุ่นสงครามโลก

ความท้าทายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเผชิญหน้ากับเปลวไฟที่รุนแรง แต่ยังเป็นการเผชิญหน้ากับวัตถุอันตรายสูงๆ ที่หลงเหลืออยู่ในสภาพไม่เสถียร จนกระทั่งเกิดการ ระเบิดขึ้นกว่า 18 ครั้ง ซึ่งระเบิดออกมาท่ามกลางสภาพความร้อนสูงในบริเวณที่เกิดไฟป่า

ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หน่วยงานดับเพลิงจึงต้องมีวิธีการจัดการไฟด้วยแนวทางป้องกัน โดยหลีกเลี่ยงการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปในพื้นที่โดยตรง

  • มีรถดับเพลิง 10 คัน และเจ้าหน้าที่ประมาณ 60 นาย
  • ใช้เฮลิคอปเตอร์ในการสร้างแนวกันไฟ
  • เน้นการจัดการแบบป้องกันภายใต้แนวคิด “ปลอดภัยคืออันดับแรก”
  • ได้รับความช่วยเหลือจากรถดับเพลิงพิเศษจากหลายจังหวัดในสหราชอาณาจักร

สถานการณ์ในปัจจุบัน

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ชาวไร่ และกลุ่มนายพรานได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้มากขึ้น โดยมีการ ระเบิดขึ้นมากกว่า 18 ครั้ง ซึ่งส่งผลให้ต้องปิดพื้นที่บางส่วน และเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางในพื้นที่ใกล้เคียง

เรียนรู้จากอดีต

ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า การที่ยังมีอุปกรณ์สงครามอยู่ในพื้นที่ที่เคยใช้ฝึกกองทัพเป็นเรื่องที่มักเกิดขึ้น โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการจัดการ ทั้งด้านการทำลายวัตถุระเบิด รวมทั้งการจัดการกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่อาจกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาอันตรายในพื้นที่เหล่านี้

เหตุการณ์นี้เป็นการเตือนความจำครั้งสำคัญแก่หน่วยงานดับเพลิงทั่วโลกว่าแม้สงครามจะจบไปแล้ว แต่ผลกระทบอาจยังคงหลงเหลืออยู่ในหลากหลายรูปแบบในโลกปัจจุบัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว และยังสร้างบทเรียนสำคัญต่อบุคลากรหน้า一线ในประเทศอังกฤษ และใช้เป็นแนวทางในการฝึกและการตัดสินใจกลางไฟ

หากคุณมีความสนใจ หรือต้องการเข้าใจแนวโน้มและอันตรายจากวัตถุดำหรืออุปกรณ์สงครามในพื้นที่ที่เคยใช้เป็นสนามรบทั่วโลก เราขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารและเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น

ที่มา – เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพบระเบิดรุ่นสงครามโลก 18 ลูกระเบิดกลางไฟป่าในอังกฤษ

‘บิ๊กเต่า’ ปัดหวังผลส่วนตัว ยืนยันท้วงแต่งตั้งตร.เพื่อความโปร่งใส

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ดร.สุปรีดิ์ วงศ์ดี พร้อมด้วยรองประธานมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉิน และคณะ ได้เดินทางมายังสำนักงานเพื่อมอบดอกไม้และให้กำลังใจแก่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ที่ได้ลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อความถูกต้องและเรียกร้องความเป็นธรรมในกระบวนการ แต่งตั้งตำรวจ

‘บิ๊กเต่า’ ยืนยันไม่หวังผลส่วนตัว

ดร.สุปรีดิ์ กล่าวว่ารู้สึกภูมิใจในความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม พร้อมย้ำว่า การแต่งตั้งตำรวจควรยึดหลัก ความรู้ความสามารถ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ไม่ใช่การพิจารณาตามสายสัมพันธ์หรือความใกล้ชิดส่วนตัว

เน้นย้ำนโยบายเพื่อความโปร่งใส

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตนซาบซึ้งในกำลังใจที่ได้รับจากหลายภาคส่วน แม้จะไม่คาดหวังให้ใครต้องออกมาแสดงออก เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการจัดตั้ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการลุกขึ้น ท้วงติงการแต่งตั้งตำรวจ ครั้งนี้เกิดจากความหวังดี ต้องการให้การแต่งตั้งเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย

แม้ในที่สุดตนเองจะไม่ได้รับการแต่งตั้ง ตนก็ไม่เป็นไร เพียงขอให้ได้มนุษย์ที่มีความสามารถและตั้งใจทำงานเข้ามารับตำแหน่ง เพื่อให้สถาบันตำรวจมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ยืนยันว่าไม่ได้กระทำเพื่อตัวเอง แต่เพื่อหวังให้ระบบ แต่งตั้งตำรวจ ดีขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ย้ำอีกครั้งว่า ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ และยืนยันว่าตนเองไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษใด ๆ ตามที่มีข่าวลืออยู่ในสื่อหรือโซเชียล

การเรียกร้องครั้งนี้จึงถือเป็นเสียงสะท้อนของผู้ที่ต้องการให้ระบบราชการตำรวจมีความโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นต้นแบบขององค์กรในสังคมไทย

ทั้งนี้ หวังว่ากรณีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงระบบการแต่งตั้งบุคลากรในภาคราชการ ให้เกิดความสมดุล เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – ‘บิ๊กเต่า’ ลั่นท้วงแต่งตั้งตร.ไม่หวังผลส่วนตัว ปัดมีคนหนุนหลัง-ได้สิทธิพิเศษ

เทวัญสั่งเข้ม! ขอตั๋วครูต้องผ่านตรวจสารเสพติดก่อน

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่าที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง รายละเอียดของมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ. …

การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัยนี้ มีเป้าหมายเพื่อผลิตครูปฐมวัยที่มีความรู้ ความสามารถ จัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมจิตวิญญาณความเป็นครู รวมถึงสมรรถนะและคุณลักษณะเฉพาะที่สอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงานที่ใช้บริการครู.

เทวัญสั่งเข้ม! ขอตั๋วครูต้องผ่านตรวจสารเสพติดก่อน

ในการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาแนวทางใหม่เกี่ยวกับการขอและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการตรวจหาสารเสพติด ซึ่งเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ.

“เทวัญสั่งเข้ม!” ว่า นักศึกษาที่ต้องการเข้าสู่วิชาชีพครู จะต้องผ่านการตรวจหาสารเสพติดก่อนได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และแม้กระทั่งในกรณีที่ต้องต่ออายุใบอนุญาตทุกๆ 5 ปี ก็ต้องมีใบรับรองการตรวจสารเสพติดเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่มีปัญหาในการใช้สารเสพติดเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบการศึกษาไทย.

ความตั้งใจลดปัญหายาเสพติดในวิชาชีพครู

นายเทวัญกล่าวอีกว่า ในแต่ละปีมีนักศึกษาครูจบออกมาหลายหมื่นคน หากมีการตรวจสารเสพติดก่อนเข้าสู่วิชาชีพ จะช่วยลดปัญหายาเสพติดในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการสร้างบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพและปราศจากสารเสพติดในระยะยาว.

แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่เป็นมาตรการป้องกัน แต่ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับวิชาชีพครูในสายตาของสังคม เพราะครูถือเป็นแบบอย่างที่สำคัญสำหรับเยาวชน และสังคมมีความคาดหวังสูงว่า “เทวัญสั่งเข้ม” เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนในอนาคต.

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะนำไปสู่ความมั่นใจว่า ครูทุกคนที่เข้าสู่ระบบคุรุสภา ต่างผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด และมีความพร้อมทั้งด้านความรู้ จริยธรรม และสุขภาพจิต ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน.

นอกจากมาตรการตรวจสารเสพติดแล้ว ที่ประชุมยังหารือถึงปัญหาค่าตอบแทนการเกษียณอายุราชการของบุคลากรในสำนักงานคุรุสภา โดยขณะนี้มียอดเงินสะสมในกองทุนบำเหน็จเหลืออยู่ประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการจ่ายครบถ้วนในอนาคต ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนปรับปรุงโครงสร้างกองทุนอย่างเป็นระบบ.

  • ปรับหลักเกณฑ์การให้ใบประกอบวิชาชีพครูใหม่
  • ต้องผ่านการตรวจสารเสพติดก่อนขอใบอนุญาต
  • จัดตั้งระบบตรวจสอบอย่างต่อเนื่องทุก 5 ปี
  • พัฒนาคุณภาพครูปฐมวัยตามมาตรฐานใหม่

แนวทางใหม่ที่ “เทวัญสั่งเข้ม” ในการขอตั๋วครูนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะปฏิรูปวิชาชีพครูให้เข้มแข็งและเชื่อถือได้ และเป็นหลักประกันว่าเยาวชนไทยจะได้รับการศึกษาจากครูคุณภาพ ที่พร้อมทั้งทางใจและทางกายในการสร้างอนาคตที่ดีให้กับนักเรียน.

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือบุคคลที่สนใจเกี่ยวกับทิศทางของวงการศึกษาไทย การให้ความสำคัญกับมาตรการคัดเลือกครูแบบเข้มงวด เช่น ต้องผ่านการตรวจสารเสพติดก่อนขอตั๋วครู ถือเป็นการ.Instance System Check การลงทุนระยะยาวในคุณภาพการศึกษาและสังคมไทยในอนาคต.

ที่มา – “เทวัญ” มอบโจทย์คุรุสภา สั่งเข้ม ขอตั๋วครู ต้องผ่านตรวจสารเสพติดก่อน

จีดีพีสหรัฐไตรมาส 2 เติบโต 3.3% เกินคาดท่ามกลางภาษีทรัมป์

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐอเมริกาในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ การเติบโตที่เกินคาดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ ท่ามกลางแรงกดดันจากการเพิ่มภาษีศุลกากรภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า อัตราการเติบโตของ จีดีพีสหรัฐไตรมาสที่สอง ปรับตัวสูงขึ้นจาก 3.0% ที่รายงานก่อนหน้านี้ เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาคการลงทุนและการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งช่วยหนุนเศรษฐกิจให้กลับมามีชีวิตชีวาหลังจากที่ในไตรมาสแรกมีการชะลอตัว

จีดีพีสหรัฐไตรมาสที่สอง

การปรับขึ้นของจีดีพีในไตรมาสที่สองยังได้รับแรงหนุนจากการนำเข้าที่ลดลง ซึ่งเกิดจากการที่ภาคธุรกิจเร่งกักตุนสินค้าไว้ก่อนที่ภาษีศุลกากรใหม่จะมีผลบังคับใช้ การชะลอคำสั่งซื้อสินค้านำเข้าในช่วงปลายไตรมาสที่หนึ่ง ส่งผลให้ในไตรมาสที่สองมีตัวเลขการนำเข้าลดลง และทำให้ GDP มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงเวลานี้

ประโยชน์ที่ได้รับจากแรงดันภาษี

แม้ภาษีศุลกากรของทรัมป์จะถูกมองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก แต่ข้อมูลล่าสุดกลับแสดงให้เห็นว่า จีดีพีสหรัฐไตรมาสที่สอง สามารถเติบโตต่อเนื่องได้ แม้จะเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการค้า นี่อาจเป็นผลมาจากการปรับตัวของภาคเอกชนที่พยายามรักษาสภาพคล่องและการลงทุนไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

สถานการณ์นี้ได้ผลักดันให้ประธานเฟด เจเรมีย์ พาวเวลล์ ต้องเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้นในการพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ย เพราะแม้การเติบโตของเศรษฐกิจจะดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงอาจเป็นเพียงผลระยะสั้น นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าหากแรงกดดันด้านภาษีศุลกากรยังคงอยู่ในระยะยาว อาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐในอนาคตได้เช่นกัน

ด้านเศรษฐกิจโลก สหรัฐยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก และการที่เศรษฐกิจสหรัฐสามารถเติบโตได้ดีในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการค้า ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญต่อนักลงทุนและรัฐบาลประเทศต่างๆ ว่าความไม่แน่นอนอาจยังไม่ส่งผลกระทบเต็มรูปแบบในทันที

อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาแรงผลักดันจากเงื่อนไขเฉพาะช่วงเวลาอาจไม่สามารถช่วยรองรับการเติบโตในระยะยาว การวางแผนระยะยาวเพื่อพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ควรเป็นแนวทางสำคัญสำหรับสหรัฐในอนาคต

หากคุณเป็นนักลงทุน หรือกำลังติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การอัปเดตข้อมูลจีดีพีสหรัฐไตรมาสที่สอง และแนวโน้มในอนาคต ถือเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – จีดีพีสหรัฐไตรมาสที่สองโตเกินคาด 3.3% ท่ามกลางแรงกดดันภาษีทรัมป์

ใกล้ปิดฉากมหากาพย์!! “อิซัค” เตรียมย้ายสมใจหลัง“โวลเทอมาเดอ” เข้าทีม

กระแสข่าวการย้ายทีมของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ศูนย์หน้าชาวสวีดิช ก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ เครก โฮป นักข่าวที่น่าเชื่อถือจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยว่า นักเตะชาวสแกนดิเเนเวียนเตรียมย้ายทีมไปร่วมทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อย่างสมใจ โดยเฉพาะหลังจากที่ นิค โวลเทอมาเดอ กองหน้าใหม่ของ “สาลิกาดง” ได้เซ็นสัญญาแล้วด้วยค่าตัวสูงถึง 64 ล้านปอนด์

“อิซัค” น่าจะได้ย้ายทีมไปลิเวอร์พูล อย่างสมใจ

ตามรายงานจาก เครก โฮป ระบุว่า เมื่อดีลของ โวลเทอมาเดอ เสร็จสมบูรณ์ แปลว่าภารกิจการเสริมทัพในตำแหน่งกองหน้าของนิวคาสเซิลถือว่าสิ้นสุดลงอย่างน่าพอใจ ซึ่งช่วยเปิดทางให้ อิซัค ได้ก้าวออกไปจากทีม โดยเตรียมย้ายไปร่วมทีม เรือใบแดง เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพนักเตะ ทั้งเป็นที่เชื่อกันว่า อิซัคมีความฝันอยากย้ายไปเล่นให้กับ “หงส์แดง” มานานแล้ว

อเล็กซานเดอร์ อิซัค

สโมสรเตรียมลุ้นตัว “วิสซา” และ “สแตรนด์ ลาร์เซน”

ทั้งนี้ ด้านทีม “สาลิกาดง” เองก็ยังไม่ปล่อยให้อิซัคเดินทางไปโดยเปล่าๆ เพราะยังพยายามล่าตัวนักเตะรายใหม่เพื่อมาทดแทนที่ว่างในแนวรุกอย่าง โยอัน วิสซา และ ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน จากทีม วูล์ฟ อีกด้วย สิ่งนี้แสดงถึงการวางแผนของนิวคาสเซิลที่รอบคอบ เพราะต้องการรักษากลางแนวรุกไว้แม้จะปล่อยอิซัคไป

ด้วยเวลาที่เหลือไม่มากนัก เหลือเพียง 3 วันของตลาดซื้อขายเดือนส.ค. แต่ดีลที่ขยับระหว่าง “หงส์แดง” กับ “สาลิกาดง” ดูจะมีแนวโน้มเสร็จลุล่วงด้วย อิซัค เป็นศูนย์กลาง เนื่องจากทั้งสองทีมต่างได้เตรียมความพร้อมไว้อย่างเต็มที่

นิค โวลเทอมาเดอ

หากดีลนี้สามารถปิดได้จริง อิซัค จะได้รับโอกาสในการเล่นในถ้วยแชมป์ยุโรปที่ตัวเองใฝ่ฝัน และลิเวอร์พูลก็จะได้ผู้เล่นที่มีฝีเท้าไม่ธรรมดา เข้าไปเสริมกำลังในโซนหน้าเป้า คาดว่าจะช่วยทีมให้กลับมามีศักดิ์ศรีในฤดูกาลใหม่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเหลือเวลาตลาดเพียงไม่กี่วัน แต่การเคลื่อนไหวในครั้งนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะอาจกลายเป็นหนึ่งในดีลย้ายทีมที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทีมทั้งสองอย่างแน่นอน

หากคุณเป็นแฟนบอล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ต้องติดตามข่าว อิซัค เตรียมย้ายสมใจหลัง โวลเทอมาเดอ เข้าทีม ให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุด เพราะทุกการเคลื่อนไหวของนักเตะดาวรุ่งชาวสวีดิช ล้วนมีผลต่ออนาคตของลิเวอร์พูลอย่างยิ่ง

ที่มา – ใกล้ปิดฉากมหากาพย์!! นักข่าวดังรายงาน “อิซัค” เตรียมจะได้ย้ายสมใจหลังการมาของ “โวลเทอมาเดอ”

สช. รวมพลังสื่อสุขภาวะ ร่วมกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการคณะทำงานสื่อสุขภาวะเขต 7 และ 8 เพื่อ ร่วมกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีสูงที่สุดของโลก โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 40 คน จากเครือข่ายสื่อสุขภาวะในพื้นที่

สช. ผนึกภาคีสื่อสุขภาวะ ร่วมกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี

รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี กล่าวว่า ปัจจุบันพยาธิใบไม้ตับถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดมะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะในภูมิภาคภาคอีสาน พบว่ามีผู้ป่วยใหม่ถึง 20,000 รายต่อปี ซึ่งมากกว่า 10,000 รายมาจากภาคอีสาน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม มักจะเสียชีวิตภายใน 1 ปี

สาเหตุหนึ่งของปัญหานี้เกิดจากการรับประทานปลาที่ปรุงไม่สุก เช่น ปลาร้า, ปลาส้ม, ปลาจ่อม ซึ่งมีโอกาสติดพยาธิใบไม้ตับสูง โดยคนท้องถิ่นนิยมรับประทานเมนูเหล่านี้เป็นอาหารภาคภูมิปัญญา แต่มักไม่ทราบว่าซ่อนอันตรายไว้

พัฒนาชุดตรวจ OVATK ตรวจสุขภาพจากปัสสาวะ

สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้พัฒนาชุดตรวจ OVATK ซึ่งสามารถตรวจสอบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับได้จากปัสสาวะ โดยจากการใช้งานจริงในพื้นที่อีสานมากกว่า 10 ปี พบว่าอัตราการติดเชื้อในปัจจุบันลดลงไปเหลือประมาณ 25% เมื่อเทียบกับอดีตที่เคยสูงถึง 50-70%

“เราได้นำข้อมูลไปเสนอต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และได้รับการสนับสนุนเงินทุนภายใต้ชื่อ ‘แผนมุ่งเป้าประเทศไทยปลอด.hxxพยาธิใบไม้ตับมะเร็งท่อน้ำดี’ เพื่อขับเคลื่อนงานนี้ต่อไป” รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวเสริม

บทบาทของสื่อสุขภาวะในแคมเปญสุขภาพ

นางสาวยุวลักษณ์ เหมะวิบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารสังคม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เผยว่า การขับเคลื่อนแคมเปญสุขภาพเพื่อ ร่วมกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี จำเป็นต้องอาศัยพลังของเครือข่าย ซึ่งในที่นี้คือสื่อสุขภาวะที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้โดยตรง

ผลงานการดำเนินงานของ สช. จึงได้สร้างกรอบการทำงานผ่านเครื่องมือสำคัญ 4+1 ได้แก่ ธรรมนูญสุขภาพ, สมัชชาสุขภาพ, HIA, สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ และโปรแกรมสนับสนุนอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพเชิงกลยุทธ์ได้อย่างเป็นระบบ

ในการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้สื่อสุขภาวะได้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้เท่านั้น แต่ยังมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือและการขับเคลื่อนในระดับชุมชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันและตรวจหาเชื้อพยาธิใบไม้ตับอย่างต่อเนื่อง

การมี สื่อสุขภาวะเข้ามามีบทบาทอย่างใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จในการสร้าง “ประเทศไทยปลอดจากพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี” ที่ทุกคนคาดหวัง

ในที่สุด สื่อสุขภาวะจึงไม่ใช่เพียงแค่ผู้ถ่ายทอดข่าว แต่ถือเป็นพันธมิตรสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและสร้างวัฒนธรรมสุขภาพในสังคมไทย

หากคุณเป็นสื่อสุขภาวะ ลองนำข้อมูลที่ได้มาไปเผยแพร่ในพื้นที่ของคุณ เพื่อช่วยคนอีสานให้ห่างไกลจากโรคอันตรายนี้

ที่มา – สช. ผนึกกำลังภาคีสื่อสุขภาวะ ประชุมสร้างการรับรู้คณะสื่อฯ ร่วมกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี