ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

กกต.แปดริ้ว ปลุกพลังพลเมืองหวังสร้าง “พรรคการเมืองคุณภาพ”

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดการอบรมการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อสร้างพรรคการเมืองคุณภาพ ณ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

กกต.แปดริ้ว ปลุกพลังพลเมืองหวังสร้าง “พรรคการเมืองคุณภาพ”

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 100 คน ประกอบด้วย กรรมการสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด สมาชิกพรรคการเมือง และประชาชนทั่วไป ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย

ให้ความรู้ด้านการเมืองอย่างสร้างสรรค์

นายป้องปราการ โสธรเทวาพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางในการผลักดันให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่เข้มแข็งและมีคุณภาพ โดยเน้นการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับ “พรรคการเมืองคุณภาพ” อย่างแท้จริง เพื่อให้สมาชิกพรรคและประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเมืองไทยอย่างสร้างสรรค์

รูปแบบของการอบรมพัฒนาทักษะด้านการเมืองอย่างรอบด้าน ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น บทบาทของพรรคการเมืองในการบริหารประเทศ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการใช้สิทธิเสรีภาพอย่างมีเหตุผล ทั้งยังส่งเสริมแนวทางการเมืองที่ยึดหลักธรรมนูญและการมีส่วนร่วมของพลเมือง

  • การเสริมสร้างความรู้ เกี่ยวกับประชาธิปไตย
  • สิทธิและหน้าที่ ของพลเมืองในระบอบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
  • การพัฒนาพรรคการเมือง ให้มีคุณภาพและโปร่งใส

ความรู้ที่ได้จากการอบรมไม่เพียงแต่เพิ่มความเข้าใจในทางทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงสร้างและวัฒนธรรมภายในพรรคการเมือง ปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นองค์กรที่ได้มาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และสามารถดึงดูดผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมให้เข้ามามีบทบาทในวงการการเมือง

ทำไม “พรรคการเมืองคุณภาพ” ถึงสำคัญ?

พรรคการเมืองคุณภาพไม่ใช่เพียงแค่ภาพลักษณ์ที่ดี แต่ต้องเป็นองค์กรที่สามารถทำงานเพื่อประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการบริหารภายในที่มีระบบ การบริหารเงินพรรคที่โปร่งใส และมีมาตรการในการพัฒนาบุคลากรภายในที่มีศักยภาพ

“พรรคนี้ควรมีลักษณะเป็นเครื่องมือของประชาชนในการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองอย่างสุภาพและมีวัตถุประสงค์ชัดเจน” ซึ่งคำกล่าวนี้สะท้อนแนวคิดหลักของการพัฒนาพรรคให้ไปสู่ด้านที่ดีขึ้น และมีค่านิยมที่เหมาะสมกับสังคมไทยในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ การอบรมครั้งนี้ของคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา ถือเป็นต้นแบบหนึ่งที่ควรได้รับการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงรุกในระบบพรรคการเมืองของไทย ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของพรรค มากกว่าการเติบโตในรูปแบบจำนวนเพียงอย่างเดียว

หากพรรคการเมืองสะท้อนภาพของสังคมในแง่บวก และสามารถตอบโจทย์ต่อ民生 และความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ประชาชนก็จะกลับมาให้ความเชื่อมั่นในกระบวนการทางการเมืองอีกครั้ง

การปลุกพลังพลเมืองผ่านการสร้างพรรคที่ดี จึงเป็นกุญแจสำคัญหนึ่งในการพัฒนาประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจเรื่องการเมืองคุณภาพ อย่าลืมติดตามและมีส่วนร่วมในการพัฒนาพรรคในท้องถิ่นของคุณด้วย เชิญชวนเพื่อน ๆ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีไปด้วยกัน

ที่มา – กกต.แปดริ้ว ปลุกพลังพลเมืองหวังสร้าง “พรรคการเมืองคุณภาพ”

อแมนด้า สยบดราม่าไม่ยินดี วีนา คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

เรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสบนโลกโซเชียลในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องอื่นนอกจาก “อแมนด้า ออบดัม” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ที่ตกเป็นประเด็นหลังจากชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตว่าเธอแสดงความยินดีกับ “แพรว-แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง” รองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 มากกว่า “วีนา-ปวีนา ซิงห์” ผู้ชนะในครั้งนี้ ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมเวทีกับอแมนด้าในปี 2020 มาก่อน

อแมนด้า สยบดราม่าไม่ยินดี วีนา คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์

ล่าสุด อแมนด้า ออบดัม ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเพื่อชี้แจงข่าวลือและดราม่าต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเธอเตรียมชัดเจนว่า ตัวเธอเองยินดีกับทั้งสองคนที่ได้รับตำแหน่งในมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 อย่างเท่าเทียมกัน เพราะทั้งแพรวและวีนาเป็นเพื่อนเก่าที่ผ่านประสบการณ์การประกวดมาร่วมกัน

ยืนยันยินดีกับวีนา เท่ากับแพรว

ในโพสต์ของ อแมนด้า เธอกล่าวว่า “ยินดีกับแพรวและวีนาเท่ากันเลย เป็นเพื่อนเก่าที่รู้จักมานาน มีโมเมนต์ร่วมกันบนเวที มาเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่เลย เพราะทุกคนบนเวทีนั้นทำได้ดีมาก อาจจะมีบางสิ่งที่มองผ่านสายตาไม่เข้าใจ แต่ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ยังให้ความสำคัญกับมุมมองคนอื่นๆ” จากนั้นอแมนด้ายังโปรโมทการแสดงของตัวเองในละครเรื่องใหม่ที่กำลังเข้าระบบ

ระบุอีกว่า “เพราะเราเองมีบทละครในเรื่องใหม่กับช่อง 3 ที่เพิ่งเริ่มกล้อง และหนังอีกเรื่องหนึ่งก็พร้อมจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ เราอยากโฟกัสที่งานแสดงมากขึ้น ถึงบางครั้งอาจจะไปฟินอลมิสยูนิเวิร์สไม่ได้แต่เป็นไปตามความต้องการ ไม่ได้มีแอบแฝงใจอะไรเลยนะ และก็ขอบคุณทุกเสียงในโซเชียลที่ยังให้คำแนะนำและกำลังใจอย่างนี้”

เมื่อถูกถามเรื่องหัวใจในปัจจุบันว่างานแสดงอาจจะมีคนเข้ามาใกล้ชิดมากขึ้นอแมนด้ายิ้มแย้มแล้วตอบเบาๆ ว่า “ยังโสดอยู่เหมือนเดิมก็ยังไม่มีใครเข้ามาใกล้เลย ตอนนี้เราก็ยังไม่ได้สนใจตรงนั้นมากเท่าไหร่ ทำงานหนักสุดแล่ะที่ต้องหาเวลาให้ตัวเองด้วย”

ไม่ว่าจะเป็นแม่แบบ สื่อโทรทัศน์ หรือดาราวงการบันเทิง มีเรื่องราวบนอารีน่าโซเชียลก็ตาม แต่สิ่งสำคัญยังคงคือการเป็นมิตร สุภาพ และใส่ใจในสายสัมพันธ์กับเพื่อนเก่าคนหนึ่งเช่นวันนี้

ที่มา – ‘อแมนด้า’ สยบดราม่าไม่ยินดี ‘วีนา’ คว้ามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ยันเป็นเพื่อนรักทั้งคู่!

กรมธรณีตรวจสอบดินถล่มหมู่บ้านปางอุ๋ง

เหตุการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากที่หมู่บ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สร้างความเสียหายอย่างหนัก ทั้งชีวิตมนุษย์ทรัพย์สินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งทำให้กรมธรณีต้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบดินถล่มเพื่อหาสาเหตุและประเมินความเสี่ยงในพื้นที่

กรมธรณีตรวจสอบดินถล่มหมู่บ้านปางอุ๋ง

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีระบุว่า เหตุการณ์ดินถล่มเกิดขึ้นเนื่องจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นเวลานาน ส่งผลให้ชั้นดินอิ่มตัวและไม่สามารถรับน้ำหนักได้ จนเกิดการไหลลื่นของดินและหินลงมาสู่พื้นที่หมู่บ้านอย่างรุนแรง

องค์ประกอบทางธรณี

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าพื้นที่หมู่บ้านปางอุ๋งมีลักษณะเป็นลาดชันติดกับภูเขา ซึ่งประกอบด้วยชั้นหินตะกอน หินดินดาน หินปูน และหินควอตไซต์ ซึ่งมีอัตราการผุพังที่สูง อีกทั้งยังพบร่องรอยของดินถล่มเก่าในบริเวณเดียวกัน

เจ้าหน้าที่ยังระบุว่า ร่องรอยของดินถล่มชนิดไหลและเลื่อนไถลจำนวนมากถูกพบอยู่บนภูเขาด้านทิศใต้ของหมู่บ้านปางอุ๋งใหม่ โดยมีเศษวัสดุธรณี เช่น หินทราย หินควอตไซต์ ไม่คัดขนาด ตั้งแต่ก้อนกรวดเล็กถึงก้อนหินขนาดใหญ่ปนอยู่กับทรายและดินเหนียว และซากต้นไม้

คำแนะนำเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ทำนองนี้ในอนาคตกรมธรณีแนะนำ ดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงการสร้างสิ่งปลูกสร้างบนเนินเขาชัน
  • อย่ากีดขวางทางน้ำหรือร่องน้ำตามธรรมชาติ
  • จัดทำระบบระบายน้ำที่มีขนาดเหมาะสม
  • ปรับหน้าดินให้มีลักษณะเป็นขั้นบันได
  • ปลูกพืชคลุมดินเพื่อช่วยยึดดินให้แน่น

นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ควรเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดดินถล่มได้ทุกเมื่อ

การตรวจสอบดินถล่มและการให้ความรู้แก่ชุมชนในพื้นที่โดยกรมธรณีถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการป้องกันภัยจากธรรมชาติ ซึ่งหากทุกฝ่ายให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจะช่วยลดความเสียหายและรักษาชีวิตประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่: Daily News

ที่มา – ‘กรมธรณี’ลงพื้นที่ตรวจสอบดินถล่ม ‘หมู่บ้านปางอุ๋ง’พบร่องรอยดินถล่มบนภูเขา

เอาแล้ว!! เมีย ‘สันติ’ขน สส.เพชรบูรณ์ เข้าวอร์รูมพรรค ‘ภูมิใจไทย’ ลุ้น คำวินิจฉัยคดีคลิปนายกฯ

เมื่อเวลา 13.38 น. ที่พรรคภูมิใจไทย มีเหตุการณ์ที่น่าจับตามองเมื่อ ส.ส.พรรคประชารัฐหลายคนเดินทางมายังอาคารพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะ ส.ส.เพชรบูรณ์ ซึ่งมีนางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ภรรยาของนายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นหนึ่งในคณะนี้

เอาแล้ว!! เมีย ‘สันติ’ขน สส.เพชรบูรณ์ เข้าวอร์รูมพรรค ‘ภูมิใจไทย’

นอกจากนี้ยังมี ส.ส.เพชรบูรณ์อีกหลายคน เช่น นายอัคร ทองใจสด รองโฆษกพรรคประชารัฐ นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ นายวรโชติ สุคนธ์ขจร และน.ส.พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาร่วมงานที่พรรคภูมิใจไทย

เมื่อพวกเขามาถึง กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยได้ลงไปต้อนรับอย่างอบอุ่น สื่อมวลชนได้จับภาพฉากการกอดทักทาย พร้อมทั้งนำทุกคนขึ้นไปที่ห้องรับรองชั้นบน เรียกได้ว่าความอบอุ่นเป็นอย่างมาก

ลุ้นคำวินิจฉัยคดีคลิปนายกฯ

ในระหว่างการรายงานข่าว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า การเดินทางมาครั้งนี้มีนัยทางการเมืองหรือส่งสัญญาณการจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าหรือไม่? แต่ไม่มีการให้ข้อมูลชัดเจนจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กลับเป็นน.ส.แนน บุญธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ที่ให้คำตอบสั้นๆ ว่า “มารับประทานอาหารกัน”

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ควรพิจารณาอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในช่วงที่คำวินิจฉัยเกี่ยวกับกรณีคลิปนายกรัฐมนตรีเพิ่งใกล้เข้ามา แม้ไม่มีการเปิดเผยว่าจะหารือเรื่องใดเป็นหลัก แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าความเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่เพียงแค่การรับประทานอาหารธรรมดา

ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองและการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต ทำให้สังคมต้องลุ้นตามไปด้วยว่าข้อหาทางจริยธรรมต่อผู้นำภาครัฐจะส่งผลไปถึงไหน และการตัดสินใจของ ส.ส.เพชรบูรณ์จะปูทางให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หรือไม่

ติดตาม อัพเดทข่าวสาร การเมืองไทย อย่างใกล้ชิด เพราะทุกการเคลื่อนไหวของนักการเมืองในตอนนี้ อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ

ต้องจับตาดูว่า เอาแล้ว!! เมีย ‘สันติ’ขน สส.เพชรบูรณ์ เข้าวอร์รูมพรรค ‘ภูมิใจไทย’ ลุ้น คำวินิจฉัยคดีคลิปนายกฯ จะไปได้ถึงขั้นไหน และจะเปลี่ยนแปลงอะไรในระบบการเมืองไทย

ที่มา – เอาแล้ว!! เมีย ‘สันติ’ขน สส.เพชรบูรณ์ เข้าวอร์รูมพรรค ‘ภูมิใจไทย’ ลุ้น คำวินิจฉัยคดีคลิปนายกฯ

เปิดกำหนดการตลกคณะเด๋อ ดอกสะเดา เสียชีวิตกะทันหัน

วงการมหรสพของไทยต้องเจอกับข่าวเศร้าเมื่อล่าสุด จืด ขนมจีบ นักแสดงตลกฝีมือดีของ คณะเด๋อ ดอกสะเดา ได้เสียชีวิตอย่างกระทันหัน ท่ามกลางความเศร้าโศกของแฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการมากมาย ซึ่งข่าวนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด และทำให้หลายคนตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก

ได้รับทราบข่าวดังกล่าว เอก เชิญยิ้ม นักแสดงตลกรุ่นใหญ่ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพี่จืดร่วมวงการก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า “ปิดตำนาน จืด ขนมจีบ ตลกคณะเด๋อดอกสะเดาจากไปด้วยโรคเฉียบพลัน ณ.โรงพยาบาลนพรัตน์ ยังไม่ทราบว่าจะไว้วัดไหน ถ้าทราบแล้วจะแจ้งให้ทราบ” เพื่อแจ้งให้แฟนๆ และวงการได้ทราบข่าว

เปิดกำหนดการตลกคณะเด๋อ ดอกสะเดา เสียชีวิตกะทันหัน

หลังจากนั้นเอก เชิญยิ้มก็ได้โพสต์เพิ่มเติมอีกครั้งเกี่ยวกับกำหนดการสวดพระอภิธรรมศพ ที่ระบุชัดเจนว่า “วันนี้ ! วันศุกร์ที่ 29 ส.ค.68 รดน้ำศพ พี่จืด ขนมจีบ เวลา 16.00 น.ที่วัดผาสุขมณีจักร เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี” การเผยข่าวนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับและเพื่อนวงการแห่เข้ามาแสดงความเสียใจ เป็นจำนวนมาก

กำหนดการรดน้ำศพของจืด ขนมจีบ

การที่จืด ขนมจีบจากไปอย่างกะทันหันนั้นทำให้หลายคนยังไม่เชื่อและรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียศิลปินตลกคนนี้ เพราะจืดมีผลงานที่โดดเด่นและสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้คนมานานนับสิบปี ความสามารถในการเล่นละครตลกและการเป็นพิธีกรในงานต่างๆ ทำให้เขาได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากคนทั่วไป

  • ชื่อจริง: ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อจริงอย่างเป็นทางการ
  • ชื่อในวงการ: จืด ขนมจีบ
  • คณะ: เด๋อ ดอกสะเดา
  • สาเหตุการเสียชีวิต: โรคเฉียบพลัน
  • สถานที่รดน้ำศพ: วัดผาสุขมณีจักร เมืองทองธานี
  • เวลา: 16:00 น. วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ภายหลังจากที่ข่าวการเสียชีวิตของจืด ขนมจีบถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับจำนวนมากเข้ามาแสดงความเสียใจผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้หลายคนได้ขอให้จิตวิญญาณของพี่จืดไปสู่สวรรค์ และขอให้ครอบครัวเข้มแข็งและมีความสุขในช่วงเวลาต่อไป

วงการตลกไทยสูญเสียนักแสดงที่เสียสละความขบขันและพลังบันเทิงให้แก่สังคมมาตลอดช่วงเวลาหลายสิบปี หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบผลงานของเขา ร่วมสวดอภิธรรมให้กำลังใจญาติพี่น้อง และส่งแรงบันดาลใจเพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเขาด้วยการเข้าร่วมพิธีรดน้ำศพตามวันเวลาที่ประกาศไว้

ที่มา – เปิดกำหนดการตลกคณะ “เด๋อ ดอกสะเดา” เสียชีวิตกะทันหัน สวดวัดผาสุขมณีจักร เมืองทองธานี!

นักเขียน-เจ้าของธุรกิจชาวอินเดียร่วมฟังการสนทนาธรรม โดยอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยกุศลศรัทธา

เมื่อวันที่ 11 – 14 สิงหาคม 2568 อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ได้เดินทางไปประเทศอินเดียตามคำเชิญของ นักเขียนเจ้าของธุรกิจชาวอินเดีย เพื่อร่วมฟังการสนทนาธรรม ณ NEELAM BOOKS AND CULTURAL SPACE ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคาร Thiru Complex ถนน Middleton Street, Egmore, Chennai, India และยังมีกิจกรรมที่สมาคมมหาโพธิ์ เชนไน (Sri Lanka Maha Bodhi Centre, Chennai) อีกด้วย

นักเขียนเจ้าของธุรกิจชาวอินเดียร่วมฟังการสนทนาธรรม

ในการสนทนาธรรมครั้งนี้ ยังมีวิทยากรจากประเทศไทยร่วมเป็นผู้อภิปราย ได้แก่ คุณ Sukinderpal Singh Narula และคุณตรัสวิน จิตติเดชารักษ์ กรรมการมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา ซึ่งทั้งสองท่านได้ร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ในเชิงธรรมะแก่ผู้ฟังชาวอินเดียจำนวนมาก

ความประทับใจจากผู้ฟังชาวอินเดีย

ความพิเศษของการร่วมฟังการสนทนาธรรมในครั้งนี้ คือเป็นโอกาสอันประเสริฐแก่ผู้ฟังชาวอินเดียที่จะได้รับฟังนักเขียนเจ้าของธุรกิจชาวอินเดีย กล่าวขวัญว่า พวกเขาได้รับฟังธรรมะแบบใหม่ เป็นธรรมะที่แตกต่างจากที่เคยอ่านผ่านหนังสือของดร.อัมเบดการ์ ซึ่งพวกเขาคุ้นเคยกันมาก่อน

หนึ่งในผู้เข้าร่วมฟังการสนทนาธรรมกล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกว่าเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การอ่าน แต่เป็นการฟังจากผู้มีปัญญาและความรู้อย่างลึกซึ้ง” แสดงให้เห็นว่า ธรรมะที่ถูกสื่อสารอย่างพิถีพิถัน จะนำไปสู่ความเข้าใจที่ถูกต้องและมีคุณภาพ

  • การฟังธรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้มองข้ามมายังคำสอนพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง
  • ความเห็นที่เปิดกว้างจากวิทยากรทั้งสองท่าน ช่วยกระตุ้นให้เกิดการพิจารณาตนเองอย่างแท้จริง
  • ช่วยสร้างมูลเหตุแห่งความรู้ถึงความเป็นจริงในชีวิต และลดความหลงผิดจากอวิชชา

หลังจากที่อาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และกรรมการมูลนิธิฯ เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 คุณตรัสวิน จิตติเดชารักษ์ ได้เล่าถึงความรู้สึกของผู้ฟังชาวอินเดียให้พลตรี ดร.วีระ พลวัฒน์ กรรมการมูลนิธิฯ ฟังว่า:

“เขาบอกว่า เขาได้ยินสิ่งที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ไม่เคยได้ฟังใครพูดธรรมะในลักษณะนี้มาก่อน และรู้สึกแน่วแน่ในความเข้าใจ พุทธศาสนานี้ไม่ใช่เพียงความเชื่อ แต่คือแนวคิดแห่งปัญญาที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้”

การฟังธรรมจากผู้มีปัญญาอย่างแท้จริง เป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ecause ไม่ใช่แค่การให้ความรู้ แต่ช่วยปูทางให้ผู้ฟังมีโอกาสเข้าถึงสัจธรรม เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับชีวิตทั้งในโลกนี้และโลกหน้า การตีราคาคุณค่าของการเข้าใจธรรมด้วยเงินหรือผลตอบแทนเป็นความคิดที่ล้าหลัง เพราะธรรมะคือของที่ไม่มีวันสูญเปล่า

การเสวนารอบนี้จึงเป็นจุดเปลี่ยนหนึ่งในชีวิตของผู้ฟังชาวอินเดีย ซึ่งบางท่านอาจเคยบูชาพระบรมสารีริกธาตุหรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ แต่การฟังธรรมที่แท้จริง คือการบูชาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมันคงอยู่กับจิตใจตลอดสังสารวัฏ

หลังจากกิจกรรมศาสนาหรือธรรมะ ควรตั้งจิตให้สงบ ทบทวนสิ่งที่ได้ยิน และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน คุณค่าของธรรมะอยู่ไม่ใช่ในการฟังเพียงครั้งเดียว แต่อยู่ที่การนำหลักธรรมมาใช้ในชีวิตจริง

ที่มา – นักเขียน-เจ้าของธุรกิจชาวอินเดียร่วมฟังการสนทนาธรรม โดยอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยกุศลศรัทธา

ฆาตกรรมอำพราง! ล่า 3 หนุ่มแก๊งอุ้มฆ่าเผานักธุรกิจหนุ่ม คาดปมขัดแย้ง

เหตุการณ์ช็อกกับคดีฆาตกรรมสุดโหดในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อหนุ่มวัย 32 ปี เจ้าของกิจการดังของจังหวัดเชียงใหม่ ถูกพบเสียชีวิตในรถยนต์ที่ถูกเผากร่อน จนเหลือแค่โครงกระดูกอยู่บนเบาะหลังของรถ

ฆาตกรรมอำพราง! ล่า 3 หนุ่มแก๊งอุ้มฆ่าเผานักธุรกิจหนุ่ม คาดปมขัดแย้ง

เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ด ได้รับแจ้งพบศพชายที่ถูกเผาในรถยนต์ บริเวณไหล่ทางดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบ พบรถซูซูกิสีขาวกำลังลุกไหม้ หลังดับเพลิงได้ควบคุมสถานการณ์ พบศพคนที่เสียชีวิตคือนายคุณาสิน อินต๊ะยศ อายุ 32 ปี นักธุรกิจหนุ่ม เจ้าของกิจการหลายแห่งในเชียงใหม่ ศพถูกไฟไหม้ทั่วร่าง เหลือแต่โครงกระดูกในรถ

เบาะแสชี้แก๊งไม่ต่ำกว่า 3 คน

จากการสืบสวนเบื้องต้น ประธานสอบสวนสามารถขว้างแสงไปยังนายวชิรวิทย์ อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิต โดยก่อนหน้ามีรายงานว่ามีชายร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คนบุกทำร้ายร่างกายนายวชิร์ ที่หลังคาเรือนในอำเภอสันทราย เชียงใหม่ มีเลือดสาดเปื้อนและพบค้อนเปื้อนเลือดในบ้าน นายวชิร์เองได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำส่งโรงพยาบาล

แต่จากข้อมูลของกล้องวงจรปิด พบกลุ่มคนร้ายมากกว่า 3 คน บุกบ้านนายวชิร์ ต่อมาไม่นาน นายคุณาสินก็ขับรถมาถึง จนเกิดเหตุทะเลาะกัน ได้ยินเสียงชกต่อยจากเพื่อนบ้าน และตามด้วยภาพนายคุณาสินขับรถที่ต่อมาถูกไฟเผาออกจากพื้นที่พร้อมกับรถอีก 2 คันที่ตามมาด้วย

ความขัดแย้งทางธุรกิจอาจเป็นปมผูก

เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายและผู้เสียชีวิตน่าจะรู้จักกันดี และอาจมีความขัดแย้งในเรื่องของธุรกิจร่วมกัน จนกลายเป็นเหตุอันนำไปสู่การลงมือฆ่า โดย ฆาตกรรมอำพราง! ล่า 3 หนุ่มแก๊งอุ้มฆ่าเผานักธุรกิจหนุ่ม คาดปมขัดแย้ง เป็นเพียงชื่อเรียกคดีที่สะเทือนขวัญของสังคม ซึ่งตำรวจยังคงเร่งสืบสวน และหวังจะจับกุมผู้ก่อเหตุได้ให้เร็วที่สุด

  • เหตุเกิด 02:00 น. วันที่ 29 ส.ค. 2568
  • พบศพถูกเผาในรถยนต์ที่ดอยสะเก็ด เชียงใหม่
  • เหยื่อคือนายคุณาสิน อินต๊ะยศ นายวชิร์เป็นพยานเหตุ
  • คนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน และมีรายงานตำรวจสอบสวนเพิ่มเติม
  • คาดความขัดแย้งเรื่องธุรกิจเป็นจุดกำเนิดเหตุ

คดีนี้น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เริ่มก่อตัวในพื้นที่เชียงใหม่อย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะหากต้นตอมาจากความขัดแย้งทางธุรกิจ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามเบาะเพื่อให้คลี่คลายความจริงออกมาให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้เพื่อนบ้านและชุมชนในบริเวณที่เกิดเหตุต่างก็หวาดเสียว เนื่องจากไม่คิดว่าจะเกิดคดีร้ายแรงในลักษณะแบบนี้ขึ้น หวังว่าตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ฆาตกรรมอำพราง! ล่า 3 หนุ่มแก๊งอุ้มฆ่าเผานักธุรกิจหนุ่ม คาดปมขัดแย้ง ได้เร็ว และทำให้ความสงบสุขของประชาชนกลับมาอย่างเต็มที่

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้ได้ที่เว็บไซต์ข่าวของเรา ซึ่งจะอัปเดตความคืบหน้าให้ทุกท่านอย่างใกล้ชิด

หากคุณคิดว่าความรุนแรงในสังคมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มันเป็นสิ่งที่เราควรเฝ้าระวังและช่วยกันสร้างวัฒนธรรมแห่งความสงบให้เกิดขึ้นในชุมชนของเรา

ที่มา – ฆาตกรรมอำพราง! ล่า 3 หนุ่มแก๊งอุ้มฆ่าเผานักธุรกิจหนุ่ม คาดปมขัดแย้ง

ชัยวุฒิ พปชร. โพสต์ซัดคนขายชาติเลว

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเนื้อหาของโพสต์มีความหนักหน่วงและก่อให้เกิดกระแสตอบรับอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นการกล่าวถึงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ “คนขายชาติ” ที่เขากล่าวว่า “เลวยิ่งกว่า คนขาดจริยธรรม”

ชัยวุฒิ พปชร. โพสต์ซัดคนขายชาติเลว

ในโพสต์ดังกล่าว นายชัยวุฒิได้กล่าวชี้แจงถึงความเป็นมาของปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะเชิงนโยบายและพฤติกรรมของผู้ที่มีอำนาจ โดยระบุว่า “ประเทศไทย เป็นของคนไทยทุกคน อธิปไตยของชาติ เป็นเรื่องที่คนไทยทั้งชาติยอมไม่ได้” ซึ่งเป็นคำพูดที่สื่อถึงความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องของรัฐบาลหรือผู้นำเท่านั้น

ภายใต้เนื้อหาอันคมคายและชัดเจนของเขา มีข้อความที่ว่า “ผืนแผ่นดินไทย ไม่ใช่พื้นที่หาผลประโยชน์ของนายกและครอบครัว” ซึ่งถือเป็นการนิยามอย่างหนักหน่วงต่อพฤติกรรมบางอย่างของผู้มีอำนาจที่อาจเห็นแก่ตัว มากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ

คนขายชาติเลวกว่าคนขาดจริยธรรม

อีกหนึ่งประโยคที่กลายเป็นจุดเด่นของโพสต์ คือ “คนขายชาติ เลวยิ่งกว่า คนขาดจริยธรรม” ซึ่งแสดงถึงมุมมองที่เห็นว่าการก่อให้เกิดอันตรายต่อชาติเป็นเรื่องร้ายแรงยิ่งกว่าแม้แต่ความไร้จริยธรรม ถือเป็นมุมมองที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และกระตุ้นให้ผู้อ่านต้องคิดตาม

ท่ามกลางเรื่องราวที่ทวีความร้อนแรงขึ้นทุกที การออกมายืนยันท่าทีให้ชัดเจนจากผู้มีอำนาจระดับสูงอย่าง “ชัยวุฒิ พปชร.” จึงกลายเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ามีผู้นำที่ยังใส่ใจในความถูกต้องและความเป็นธรรมของแผ่นดิน

  • เน้นย้ำถึงความสำคัญของอธิปไตยชาติ
  • เตือนภัยให้เข้าใจถึงความร้ายแรงของ “คนขายชาติ”
  • กระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวและร่วมรักษาความเป็นไทย

คำพูดของ “ชัยวุฒิ พปชร.” สะท้อนให้เห็นถึงการกระทำที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อชาติ และเรียกร้องให้มีการยึดมั่นในค่านิยมพื้นฐานของประชาชน สังคมไทยควรมีผู้นำเช่นนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ยุติธรรม และลดทอนการใช้ประโยชน์จากตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

คำพูดล่าสุดของเขานั้นไม่เพียงสื่อสารถึงปัญหา แต่ยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ฟังคิด “ว่าตัวเองในฐานะพลเมือง จะสามารถมีส่วนร่วมอย่างไรเพื่อปกป้องชาติและสร้างสังคมที่ดีขึ้น?”

ท้ายที่สุดนี้ หากทุกคนเริ่มใส่ใจในคุณธรรมจริยธรรม และถือปฎิบัติด้วยความซื่อสัตย์ต่อชาติ ย่อมเป็นการสร้างสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และเปี่ยมด้วยความเป็นธรรมในระยะยาว

ที่มา – ‘ชัยวุฒิ พปชร.’ โพสต์ซัด ‘คนขายชาติ เลวยิ่งกว่า คนขาดจริยธรรม’

BEM พาน้องๆ เปิดประสบการณ์ศิลปะนอกห้องเรียนที่ “Metro Art สถานีพหลโยธิน”

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้จัดกิจกรรมพิเศษที่ไม่ควรพลาด ภายใต้ชื่อ Happy Journey with BEM @ Metro Art สถานีพหลโยธิน โดยมีการต้อนรับคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดสนามนอก ที่เดินทางมายังสถานีรถไฟฟ้า MRT เพื่อเปิดประสบการณ์ศิลปะที่แปลกใหม่ และได้รับแรงบันดาลใจนอกห้องเรียนอย่างแท้จริง

BEM พาน้องๆ เปิดประสบการณ์ศิลปะนอกห้องเรียนที่ “Metro Art สถานีพหลโยธิน”

กิจกรรมนี้น้องๆ ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชม “สถานีพหลโยธิน” ที่ถือเป็นสถานีแห่งศิลปะใต้ดินแห่งแรกของประเทศไทย และถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการผสมผสานศิลปะเข้ากับระบบขนส่งสาธารณะอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งภายในสถานีมีนิทรรศการพิเศษที่ร่วมฉลองครบรอบ 75 ปีของซีรีส์ Peanuts ในหัวข้อ “How Do You Do, Snoopy?” ที่นำเสนอเรื่องราวความสนุกสนาน สุขดี ผ่านตัวการ์ตูนสุดคลาสสิกอย่าง Snoopy และเพื่อนๆ อีกทั้งยังจัดมุมให้เยาวชนได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับศิลปะและจินตนาการ

เสริมทักษะศิลปะและรายได้ไปในตัว

กิจกรรมไม่ได้มีแค่การชมศิลปะเท่านั้น เพราะเยาวชนยังได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช้อปเพ้นท์หมวก โดยได้ลงมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง ซึ่งไม่เพียงแต่เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังสามารถนำผลงานที่สร้างขึ้นไปต่อยอดเป็นธุรกิจสร้างรายได้ระยะสั้นระหว่างเรียนได้อีกด้วย ถือเป็นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงที่ส่งเสริมทักษะในหลายด้าน

  • เยี่ยมชมสถานีศิลปะใต้ดินแห่งแรกของไทย
  • ร่วมกิจกรรมเวิร์กช้อปศิลปะกับซีรีส์ Peanuts
  • ได้รับแรงบันดาลใจและความรู้จากกิจกรรมนอกห้องเรียน
  • สร้างผลงานศิลปะของตนเองและนำไปขายได้

กิจกรรมนี้ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากทั้งครูและนักเรียน โดยเฉพาะแนวคิดของ BEM ในการผสมผสานศิลปะเข้ากับระบบขนส่ง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แบบไร้ขีดจำกัด และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านศิลปะ ในพื้นที่สาธารณะที่น่าสนใจและเป็นมิตร

กิจกรรมที่หลากหลายในครั้งนี้ ช่วยยกระดับการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน และยังเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เชื่อมโยงระหว่างความรู้ที่เรียนในห้องเรียน กับประสบการณ์จริงในชีวิตจริง ผ่านศิลปะ นับเป็นรูปแบบการเรียนที่ต่อยอดคุณค่าอย่างแท้จริง

BEM พาน้องๆ เปิดประสบการณ์ศิลปะนอกห้องเรียนที่ “Metro Art สถานีพหลโยธิน” ถือเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมทั้งด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และจิตใจของเด็กนักเรียนอย่างครบวงจร พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่

ที่มา – BEM พาน้องๆ เปิดประสบการณ์ศิลปะนอกห้องเรียนที่ “Metro Art สถานีพหลโยธิน”

ณิชา ขอโทษ หมาก-คิม อีกครั้ง หลังดราม่าซับเหงื่อ

เมื่อไม่นานมานี้ วงการบันเทิงไทยถูกทำเอาฮือฮาไปตามหน้า的社会-facebook-twitter หลังจากที่นักแสดงสาว ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ มีเหตุการณ์ซับหน้าและซับเหงื่อพระเอกหนุ่ม หมาก-ปริญ สุภารัตน์ กลางงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ “ปากกัดตีนถีบ” ซึ่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ จนมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของพฤติกรรม อย่างไรก็ตาม ทั้งสามฝ่าย ได้แก่ ณิชา, หมาก และภรรยาชาวเน็ต “คิมเบอร์ลี่” ได้ออกมายืนยันว่าไม่มีปัญหาอะไรกันแต่อย่างใด และมีคำขอโทษอีกครั้งจากทางด้านนักแสดงสาว

ณิชา ขอโทษ หมาก-คิม อีกครั้ง ยันไร้ปัญหา

ณิชา กล่าวในงานอีเวนต์ที่ร่วมงานกับคิมเบอร์ลี่ ว่า ตนเองได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่หมาก ปริญ และคิมเบอร์ลี่ แล้ว โดยทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันดีและไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้เธอยื่นมือมาขอโทษอีกครั้ง เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ และอยู่ในบรรยากาศงานที่ร้อนอบอ้าว ทำให้บางอย่างดูดราม่ามากขึ้นกว่าความเป็นจริง

นอกจากนี้ เธอยังเผยอีกว่า การที่มีแฟนๆ เข้ามาชมลุคแซ่บของตนเอง ทำให้หนูเขินเล็กน้อย เพราะช่วงหลังนี้ก็พยายามแต่งตัวมามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในงานแฟชั่น หรืออีเวนต์แบรนด์ต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายที่หนูสนุกและปล่อยตัวเองมากขึ้น พร้อมรับทุกคอมเมนต์ ทั้งชมที่ดีและที่แรง โดยเลือกเอามาพัฒนาตัวเอง ปล่อยให้สิ่งที่ไร้ความหมายก็ผ่านไปเฉยๆ ค่ะ

หนูเข้าเลข 3 แล้ว ตื่นเต้น!

ยิ่งพูดถึงเรื่องส่วนตัว ณิษาก็ดูมีความลื่นไหลและมั่นใจมากยิ่งขึ้น “ถ้าพูดเรื่องปีหน้าเข้าเลข 3 แล้ว หนูก็มีความรู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ เป็นช่วงชีวิตที่เริ่มรู้แล้วว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และมั่นใจในตัวเองมากขึ้นด้วย เราจึงพร้อมรับกับความสุขต่อไป แค่ยิ้มก็ถือว่าผ่านแต่ละวันไปได้แล้วค่ะ”

  • เป็นงานแฟชั่น = ต้องสนุกเต็มที่
  • เป็นอีเวนต์ = หวาน เปรี้ยว เท่ ได้หมด
  • ทุกจังหวะ = เปลี่ยนลุคให้เข้ากับบทบาท

สิ่งที่เห็นในโซเชียลของณิชานั้น สะท้อนให้เห็นว่าเธอพร้อมกับการเติบโต และเข้าใจตัวเองได้อย่างดี ทั้งในด้านลุคภาพ และความซาบซึ้งต่อคำวิจารณ์ต่างๆ เพราะเป็นการสะท้อนภาพของตัวเองในบริบทที่คนรอบข้างมองเห็น แม้จะมีความจำเป็นบางอย่างที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ตอนนั้น แต่ก็คงไม่มีใจร้ายใดๆ และถือเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเติบโตให้กับนักแสดงสาวคนนี้ได้ดีจริงๆ ค่ะ

ท้ายที่สุด งานนี้คงสรุปได้ว่า ณิชา ยังคงตั้งใจในเส้นทางของเธอ และพร้อมฝ่าฟันความคิดเห็นทุกชนิด เพื่อรักษาตำแหน่งบนสตาร์ดัสของวงการบันเทิงไทยต่อไป

ที่มา – ‘ณิชา’ ขอโทษ ‘หมาก-คิม’ อีกครั้ง ปมดราม่าซับเหงื่อ ยันไร้ปัญหา-เขินหลังถูกชมลุคแซ่บซี๊ด!