ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

รมว.สุดาวรรณ หนุน ม.กาฬสินธุ์-กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ เปิดโอกาสเรียนรู้ AI สู่การเป็นผู้นำพัฒนาท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ณ ห้องพยับหมอก มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (ในเมือง) นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านปัญญาประดิษฐ์ประยุกต์ หรือ AI ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ และพัฒนาศักยภาพของผู้นำในพื้นที่ท้องถิ่น

รมว.สุดาวรรณ หนุน ม.กาฬสินธุ์-กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ เปิดโอกาสเรียนรู้ AI สู่การเป็นผู้นำพัฒนาท้องถิ่น

ในพิธีเปิดครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากรวมถึง นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้ช่วย รมต.อว., นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการ รมว.อว., ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. รวมทั้ง ส.ส. จากจังหวัดกาฬสินธุ์ อาทิ นายวิรัช พิมพะนิตย์, นายพลากร พิมพะนิตย์, นายทินพล ศรีธเรศ และนายประเสริฐ บุญเรือง นอกจากนี้ ยังมีนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ ตลอดจนคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ให้การต้อนรับและร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

AI กับบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่น

นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า กระทรวง อว. มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาและส่งเสริมกำลังคนให้มีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างทั่วถึง ซึ่ง AI ถือเป็นเทคโนโลยีหลักในการรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ กระทรวงฯ ตระหนักดีว่าการเตรียมความพร้อม และการพัฒนาทักษะด้าน AI ต้องเกิดขึ้นทุกระดับ ตั้งแต่นักเรียน ครู ผู้ประกอบการ ไปจนถึงชุมชน ทางกระทรวงจึงมั่นใจว่าการเปิดศูนย์ AI นี้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การเปิดศูนย์ AI นี้เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ การนำความรู้มาใช้ในการพัฒนาชุมชน และเป็นการทดลองพลิกโฉมภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยใช้กลไก อว.ส่วนหน้า” นางสาวสุดาวรรณกล่าวเสริม

ประโยชน์จากศูนย์ AI ไปสู่ท้องถิ่น

ด้าน รศ.ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้เสริมว่า ศูนย์ AI จะทำงานแบบคลัสเตอร์ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ ทั้งในด้านการพัฒนาศักยภาพครู การนำ AI มาช่วยในด้านการศึกษา และสุดท้ายเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังชุมชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกร โดยเฉพาะการสนับสนุนระบบการตลาดของสินค้าท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตอย่างยั่งยืน

“เราร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อขับเคลื่อนงานในด้าน อววน. อย่างเป็นรูปธรรม ตอบโจทย์ของท้องถิ่นอย่างแท้จริง” รศ.ดร.สุพรรณกล่าวทิ้งท้าย

การเปิดศูนย์ AI นี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการศึกษา แต่เป็นการวางรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล และการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ที่มา – รมว.สุดาวรรณ หนุน ม.กาฬสินธุ์-กลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ เปิดโอกาสเรียนรู้ AI สู่การเป็นผู้นำพัฒนาท้องถิ่น

Dow รับรางวัลธงธรรมาภิบาล 18 ปี ย้ำมาตรฐานปลอดภัย

กลุ่มบริษัท Dow ประเทศไทย ได้รับรางวัล “ธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยประจำปี 2567” หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ธงขาว-ดาวเขียว และ “ธงธรรมาภิบาลยอดเยี่ยมประจำปี 2561-2567” หรือ ธงขาว-ดาวทอง จาก การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งครอบคลุมทั้ง 13 โรงงานของ Dow อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 18 ปี นับเป็นการยืนยันมั่นคงด้านความปลอดภัย อุบัติเหตุที่ต่ำ และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานสากลที่สะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

Dow รับรางวัลธงธรรมาภิบาล 18 ปี ย้ำมาตรฐานปลอดภัย

ในพิธีมอบรางวัลที่จัดขึ้น ณ โรงแรมโนโวเทล ระยอง สตาร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ นายนารินทร์ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และรัฐกิจสัมพันธ์ พร้อมคณะผู้บริหารจากกลุ่มบริษัท Dow ได้รับมอบรางวัลจาก นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การได้รับรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างจริงจังของบริษัทในการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยในทุกระดับ และการดำเนินธุรกิจเชิงนวัตกรรม พร้อมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ

โครงการ CoP–fence line เป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรม

นอกจากการได้รับรางวัลธงธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่องแล้ว Dow ประเทศไทย ยังได้รับโล่รางวัลเชิดชูเกียรติในฐานะ องค์กรต้นแบบภายใต้โครงการ CoP–fence line ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมและติดตามคุณภาพอากาศบริเวณรั้วโรงงานในพื้นที่มาบตาพุด โดยเฉพาะโรงงานผลิตเอทิลเบนซีน สไตรีนโมโนเมอร์ และสไตรีน-บิวทาไดอีน เลเท็กซ์ ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการวางมาตรการและการตรวจวัดสารสำคัญ เช่น เบนซีน และ 1,3-บิวทาไดอีน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของคณะทำงาน

การดำเนินงานภายใต้โครงการ CoP–fence line ช่วยให้ Dow สามารถสร้างความโปร่งใสต่อชุมชน และสร้างความเชื่อมั่นในด้านผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจของบริษัทตลอดมา

  • ได้รับรางวัลธงธรรมาภิบาล 18 ปีซ้อน
  • คุ้มครองสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีทันสมัย
  • ดำเนินงานตามมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัย
  • ร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนอย่างใกล้ชิด

นายนารินทร์ วงศ์ธนาศิริกุล ได้ประกาศว่า “Dow ไม่เพียงเห็นความปลอดภัยเป็นหน้าที่ แต่มองเป็นวัฒนธรรมองค์กร ที่ต้องรักษาไว้ตลอดเวลา ทุกกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นวัตถุดิบจนถึงการผลิตและส่งมอบสินค้าต้องมีมาตรการและดำเนินงานอย่างรอบคอบ แม้เพียงระดับรายละเอียดเล็กน้อย แต่ส่งผลกระทบต่อผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง”

การได้รับรางวัล Dow รับรางวัลธงธรรมาภิบาล 18 ปี ย้ำมาตรฐานปลอดภัย จึงไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่เป็นแรงผลักดันให้เราเดินหน้าสร้างอุตสาหกรรมที่ดีต่อชุมชน ผู้คน และสิ่งแวดล้อมต่อไป

หากคุณกำลังมองหารูปแบบองค์กรที่ใส่ใจทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม Dow คือหนึ่งในแบบอย่างที่ควรศึกษาและพัฒนาต่อยอด

ที่มา – Dow รับรางวัล “ธงธรรมาภิบาล” ต่อเนื่อง 18 ปี พร้อมคว้าต้นแบบ CoP–fence line ย้ำมาตรฐานปลอดภัย

ฝากไว้ให้คิด! ‘แพรรี่’ ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ดีกว่ายืมจมูกคนอื่นหายใจจนเคยตัว

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “แểuี่ ไพรวัลย์” อดีตพระนักเทศน์ชื่อดัง ได้ออกมาแบ่งปันข้อคิดผ่านแฟนเพจ “ไพรวัลย์ วรรณบุตร” ซึ่งเนื้อหาเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมีวินัย พึ่งพาตนเอง และรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ในโพสต์ดังกล่าว แพรรี่ ได้ระบุข้อความที่เต็มไปด้วยข้อคิดและแรงจูงใจ ว่า:

“ยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ยังไงก็ดีกว่ายืมจมูกคนอื่นมาหายใจนะคะ ดิฉันเชื่อแบบนั้น พลอยเขากิน ไฉนเลยจะเหมือนเราหากินได้ด้วยตัวเราเอง”

ฝากไว้ให้คิด! ‘แพรรี่’ ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ดีกว่ายืมจมูกคนอื่นหายใจจนเคยตัว

แพรรี่ ยังกล่าวต่อว่า คนสมัยก่อนมักจะสอนลูกหลานอยู่เสมอว่า ถ้ามีอาหารก็ควรกิน แต่ถ้าไม่มีก็อด เพราะในโลกนี้เราควรตั้งใจทำงานเพื่อแลกกับสิ่งที่ต้องการ ไม่ควรไปพึ่งพาใครมากจนเกินไป ไม่ว่าจะสถานการณ์ใด เราควรเรียนรู้ที่จะเอื้ออาทรตนเอง

นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาที่กล่าวว่า:

“เรามีเกียรติ เราต้องรักษาเกียรติของเราค่ะ อย่าให้คนอื่นเขาดูถูกเราได้ ถ้าตัดสินใจจะเดินไปข้างหน้า ก็ต้องไปให้มันสุดทาง ถ้ายังเอาดีไม่ได้ อย่าหันหลังกลับไปให้ใครเขาดูถูก”

การใช้ชีวิตอย่างมีวินัยตามคำพูดของแพรรี่

ชีวิตมิใช่ของเล่น เราควรเข้าใจถึงมูลค่าของการใช้ชีวิตอย่างฉลาด แพรรี่ บอกว่า “อย่าทำเป็นเล่นกับชีวิตเด็ดขาด ชีวิตเป็นของยากที่เราต้องรู้จักวางแผน และคอยประคับประคองให้ดี ต้องมีวินัยในการใช้ชีวิตให้มากๆ รู้จักการวางตัวและการคบหามิตร”

“เมื่อมีโอกาสก็ต้องรีบไขว่คว้า ทำอะไรได้ก็ต้องทำ มัวแต่เลือกมาก หรือจะเอาทุกอย่าง สุดท้ายอาจเอาดีไม่ได้สักอย่างเลย” สร้อยคำเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การมีทัศนคติที่ชัดเจนและแล้วการเริ่มต้นที่ตัวเองสำคัญเพียงใด

อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญที่เขาพูดถึงคือเรื่องคุณค่าของสิ่งที่ได้มาจากการทำงานหนัก ดังนั้น:

“อะไรที่เหน็ดเหนื่อยแล้วได้มา จะมีคุณค่าเสมอ ส่วนอะไรที่ได้มาง่าย สุดท้ายมักไม่ค่อยมีคุณค่าเท่าไหร่หรอก”

แพรรี่ ย้ำว่า อย่ายินดีกับการได้อะไรมาง่ายๆ เพราะการมีวินัยในการใช้ชีวิตคือต้นเหตุของความสำเร็จ พร้อมทั้งคำเตือนว่า “การหาทรัพย์เป็นเรื่องยากมากค่ะ แต่การจะรักษาทรัพย์ที่หามาได้นั้น ยากยิ่งกว่า”

สุดท้าย เจ้าตัวได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า: “ที่สำคัญเราต้องไม่ลืมที่จะประเมินประมาณตน ต้องรู้ข้อจำกัดหลายๆ อย่างในการใช้ชีวิตของตนเอง อย่าใช้จ่ายเกินตัว อย่าทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อน เพียงเพราะคำว่า ‘ไม่รู้จักประมาณ’ แบบนี้ไม่ได้ค่ะ”

สรุปได้ว่า คำพูดของแพรรี่ ไพรวัลย์ นั้นเปี่ยมไปด้วยปรัชญาในการใช้ชีวิตจริงๆ หากคุณต้องการมีชีวิตที่มั่นคงและน่าภาคภูมิใจ ลองนำเรื่องราวดีๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตดูนะครับ

ที่มา – ฝากไว้ให้คิด! ‘แพรรี่’ ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง ดีกว่ายืมจมูกคนอื่นหายใจจนเคยตัว

คิม-ปูติน เตรียมเยือนจีน ร่วมฉลอง 80 ปี วันแห่งชัยชนะ ที่กรุงปักกิ่ง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ นายคิม จอง-อึน จะมีการเดินทางมายังกรุงปักกิ่งในวันที่ 3 กันยายน เพื่อร่วมในพิธีฉลองครบรอบ 80 ปีของ “วันแห่งชัยชนะ” ซึ่งเป็นการระลึกถึงชัยชนะของจีนในการต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น และสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์โลก ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง

การเยือนจีนครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นการมาเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำเกาหลีเหนือหลังจากที่ไม่มีการเดินทางมายังจีนมาแล้วกว่า 6 ปี โดยครั้งล่าสุดคือในเดือนมกราคม พ.ศ. 2562 อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้คิมจองอึนเคยมีโอกาสเยือนจีนมาแล้ว 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 และทุกครั้งยังได้โอกาสพบปะหารือเป็นการส่วนตัวกับประธานาธิบดีจีน คือ คุณสี จิ้นผิง

คิม-ปูติน เตรียมเยือนจีน

สำหรับงานฉลองครบรอบ 80 ปีของ วันแห่งชัยชนะ ดังกล่าว จะมีการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ซึ่งจะมีการจัดการสวนสนามของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( PLA ) เพื่อให้เกียรติแก่ผู้ที่เสียสละในศึกสงคราม และเพื่อเป็นการเน้มถึงความยิ่งใหญ่ของจีนในช่วงยุคสมัยนั้นด้วย

ร่วมฉลอง 80 ปี วันแห่งชัยชนะ

นอกจากผู้นำเกาหลีเหนือ คือ นายคิม จอง-อึนแล้ว ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำประเทศรัสเซีย ก็จะมาร่วมงานในโอกาสสำคัญนี้ด้วย โดยจะมีผู้นำจากประเทศต่าง ๆ มากกว่า 26 ประเทศ เข้าร่วมพิธีฉลอง เพื่อร่วมแสดงความเคารพต่อผู้ที่เสียสละในศึกสงคราม และย้ำยืนความร่วมมือในแนวร่วมต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

งานฉลองนี้ไม่เพียงแต่เป็นการระลึกถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ยังถือเป็นเวทีระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ประเทศสายมิตรในเอเชียตะวันออกสามารถแสดงผู้นำในเชิงประชาคมระหว่างประเทศ และยืนยันการรักษาสันติภาพในภูมิภาคต่อไป

ประโยชน์ของข่าว นี้ไม่เพียงแต่ทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศทางการเมืองในเอเชีย แต่ยังเปิดโอกาสให้เห็นถึงบทบาทของจีนในฐานะศูนย์กลางแห่งอำนาจในภูมิภาคนี้อีกด้วย

หากคุณเป็นผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองต่างประเทศ ข่าวคราวนี้ถือเป็น契机 ที่เหมาะแก่การเชื่อมโยงและวิเคราะห์ภาพใหญ่ของความสัมพันธ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกได้อย่างชัดเจน

ที่มา – “คิม-ปูติน” เตรียมเยือนจีน ร่วมฉลอง 80 ปี “วันแห่งชัยชนะ” ที่กรุงปักกิ่ง

‘ภูมิธรรม’ ย้ำพิสูจน์ทุ่นระเบิดเก่าหรือใหม่จากหลักฐาน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์พลทหารเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา

‘ภูมิธรรม’ ย้ำพิสูจน์ทุ่นระเบิดเก่าหรือใหม่จากหลักฐาน

ท่านกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่าทุ่นระเบิดที่พบเป็นของเก่าหรือใหม่ แต่ตัวท่านเองได้พูดคุยกับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งยืนยันว่าทุกฝ่ายต่างเก็บหลักฐาน และจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10 กันยายนนี้

จากข้อมูลที่ได้รับ การประชุมครั้งที่แล้วมีการพูดถึงประเด็นนี้แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน แต่ขณะนี้มีการยอมรับให้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่议程ในการหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการ

กัมพูชาแสดงความเสียใจ ยืนยันเป็นทุ่นเก่า

ทั้งนี้ เมื่อฝ่ายกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าทุ่นระเบิดที่พบเป็นของเก่า ไม่ใช่ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือหลักฐาน และข้อเท็จจริงในการสืบสวน

ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องพึ่งพากระบวนการอย่างเป็นทางการในการแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐบาลไทยยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างสุภาพและถูกต้องตามกฎหมาย

ไทยได้รับความเห็นใจจากนานาชาติ

เมื่อถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำของไทยมีแค่การประท้วง พล.ร.ต.หญิง พลอยอร ชุณหจักร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ประเทศไทยได้ดำเนินการตามกระบวนการสากล ทุกขั้นตอนได้รับการยอมรับจากนานาชาติ รวมไปถึงจากการที่เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยชื่นชมแนวทางปฏิบัติของไทย

นายภูมิธรรม กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญคือเราต้องยืนอยู่ในความถูกต้อง และต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากผลีผลามก่อนจะส่งผลในทางลบเช่นเดียวกับกรณีที่เราสูญเสียปราสาทเขาพระวิหารในปี 2554

ยังไม่มีแผนสร้างรั้วถาวรชายแดน

กรณีที่พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่ามีแนวคิดจะสร้างรั้วถาวรบริเวณชายแดนบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว หากในการประชุมจีบีซีมีความชัดเจนเรื่องการแบ่งเขต นั้นเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น เพราะรัฐบาลยังไม่ได้รับการเสนออย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ท่านกล่าวว่าหากมีส่วนของพรมแดนที่ชัดเจนแล้ว การก่อสร้างในส่วนดังกล่าวสามารถทำได้ แต่ต้องพิจารณาตามกระบวนการ และเคลียร์ข้อข้องใจทุกประเด็นก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาซ้ำรอย

โดยตอกย้ำว่า ทั้งหมดที่กำลังดำเนินการอยู่นี้คือการสร้างความสงบสุขร่วมกัน รวมทั้งยืนอยู่ในหลักการและกฎหมายอย่างเข้มแข็ง

การพิสูจน์ว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นของเก่าหรือใหม่ ต้องใช้หลักฐานอย่างเป็นทางการ ในการลงข้อสรุป และเป็นขั้นตอนสำคัญที่ยังไม่สามารถคาดเดาได้ในตอนนี้

รัฐบาลคาดหวังว่าการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาในเวทีจีบีซี จะสามารถไขข้อข้องใจและนำไปสู่ความเข้าใจร่วมกันระหว่างสองประเทศ

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ บอกต้องไปพิสูจน์กันที่หลักฐานทุ่นระเบิดเก่าหรือใหม่ หลังกัมพูชาแถลงแสดงความเสียใจ แต่โต้เป็นทุ่นระเบิดเก่า

โรตีสายไหมปลอดภัย 100% ผู้ประกอบการอยุธยาได้รับการรับรอง

ที่ห้องประชุมทัศนีย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นพ.ชวนนท์ อิ่มอาบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้นายสุชาติ ถนอมวราภรณ์ เภสัชกรเชี่ยวชาญ ด้านเภสัชสาธารณสุข รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดกิจกรรมมอบป้าย “โรตีสายไหมปลอดภัย” ประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข

โรตีสายไหมปลอดภัย

ในปีนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างแผ่นแป้งโรตีสายไหมจากร้านผู้ประกอบการในพื้นที่จำนวน 57 ร้าน เพื่อนำส่งตรวจวิเคราะห์สารกันเสีย ผลการตรวจสอบพบว่าทุกตัวอย่างผ่านเกณฑ์มาตรฐานอย่างสมบูรณ์ 100% ร้านที่ผ่านการรับรองได้รับป้าย “โรตีสายไหมปลอดภัย” รวมทั้งสิ้น 54 ร้าน

ผู้ประกอบการได้รับการรับรอง

ในการมอบป้ายในครั้งนี้ แบ่งเป็นร้านที่ได้รับการต่ออายุป้ายรับรองจำนวน 37 ร้าน และเป็นร้านใหม่ที่ผ่านเกณฑ์และได้รับป้ายในปีนี้อีก 17 ร้าน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งภาครัฐและเอกชนในการยกระดับคุณภาพอาหารท้องถิ่นให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การดำเนินงานดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อให้ความมั่นใจแก่ผู้บริโภคในคุณภาพ ความสะอาด และความปลอดภัยของ “โรตีสายไหมอยุธยา” อีกทั้งยังส่งเสริมภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ

  • ร้านผ่านเกณฑ์ 54 ร้าน
  • ต่ออายุ 37 ร้าน
  • ร้านใหม่ 17 ร้าน
  • การตรวจทุกปีเพื่อยืนยันคุณภาพ

นอกจากนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยากำหนดให้กิจกรรมการตรวจสอบและการต่ออายุป้าย “โรตีสายไหมปลอดภัย” จะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องทุกปี ด้วยการสุ่มตัวอย่างแผ่นแป้งจากผู้ประกอบการรายต่างๆ เพื่อวิเคราะห์หาสารกันเสีย

โครงการนี้ยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบของหน่วยงานท้องถิ่นในการปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน พร้อมทั้งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยการเชื่อมโยงกับอาหารพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง “โรตีสายไหมอยุธยา”

การมีป้ายรับรอง “โรตีสายไหมปลอดภัย” ไม่ใช่เพียงแค่การรับรองด้านสุขลักษณะ แต่มันยังกลายเป็นเครื่องหมายสำคัญของความน่าเชื่อถือและคุณภาพที่ผู้บริโภคสามารถวางใจได้ จึงถือเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการพยายามพัฒนาและรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและประชาชนในชุมชน จะเป็นพลังสำคัญต่อการทำให้ “โรตีสายไหมอยุธยา” ก้าวสู่ตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เพราะรสชาติของวัฒนธรรม ควรมาพร้อมกับความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยเสมอ

ที่มา – สาธารณสุขอยุธยามอบป้าย “โรตีสายไหมปลอดภัย” ผู้ประกอบการผ่านเกณฑ์ 100%

สคช. ร่วม อบจ.พิษณุโลก ปั้นอาชีพท้องถิ่นด้วยโครงการ “สำรับสองแคว”

ในช่วงที่ผ่านมา สภานโยบายการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ หรือ สคช.) ได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก จัดโครงการ “สำรับสองแคว” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการใช้ storytelling เป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงกับการตลาดออนไลน์

สคช. ร่วม อบจ.พิษณุโลก ปั้นอาชีพท้องถิ่นด้วยโครงการ “สำรับสองแคว”

ดร.ณฐา จันทนู รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ได้นำวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและทีมงานเข้าร่วมจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงส่งเสริมอาชีพแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ร่วมเปิดโครงการ ความสนใจจากชาวเนินมะปรางและอำเภอบริเวณใกล้เคียงนั้นเอาจริงมาก ด้วยการมาร่วมอบรมกว่า 100 คน

ฝึกอบรมอาชีพท้องถิ่นที่ตอบโจทย์ตลาด

โครงการ “สำรับสองแคว” จัดอบรมหลักสูตรอาชีพเชิงปฏิบัติจริง 3 หลักสูตรหลัก ได้แก่ อาชีพนักเล่าเรื่องท้องถิ่น อาชีพผู้ประกอบอาหารท้องถิ่น และสมรรถนะสนับสนุนการทำงานด้านแบ่งใช้อีคอมเมิร์ซ ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงความเหมาะสมกับศักยภาพของผู้เข้าร่วมและลักษณะของชุมชน

ในวันแรกของการอบรม เน้นการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคนิคการ เล่าเรื่อง โดย อ.ดาวรุ่ง ฟักทอง จากภาควิชาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมตระหนักถึงศักยภาพของอาหาร วัฒนธรรม และเรื่องราวในชุมชน เพื่อกลายเป็นสินค้าในรูปแบบของประสบการณ์ นักอบรมยังได้รับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์และการสร้างช่องทางขายผ่านสื่อ Social Media โดยวิทยากร “โค้ชโซดา” ธนอิน ตุ้มหิรัญ

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ การเรียนรู้การประกอบอาหารพื้นถิ่นที่ใช้วัตถุดิบจากพื้นที่ดาวเนินมะปราง เช่น สปาเกตตี้เส้นสดต้มข่าไก่ แกงเขียวหวานเนื้อ-หมูย่าง แป้งนาน และเครปข้าวเหนียวซอสมะม่วง โดยเชฟไวภพ แซ่ปึง และเชฟอดุลย์ จรเจริญ ได้มาเป็นวิทยากรแนะนำเทคนิคในการปรุงอาหารให้มีคุณค่า สร้างความน่าสนใจ และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว

ผลลัพธ์ของโครงการ “สำรับสองแคว”

นอกจากการเรียนรู้เชิงทฤษฎีและปฏิบัติ ผู้เข้าร่วมยังมีโอกาสฝึกนำเสนอผลงานเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น ผกากรอง เส็งพานิช นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านอาหารจังหวัดพิษณุโลก, ภูษณิศา เอกวราภรณ์ ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาเนินมะปราง และดร.ณฐา จันทนู พร้อมประเมินผู้เรียนตามมาตรฐานที่กำหนด

ผู้ที่ผ่านการประเมินจะได้รับหนังสือรับรองสมรรถนะในสาขาอาชีพที่เข้ารับการอบรม ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสนับสนุนให้พวกเขาสามารถเติบโตและประกอบอาชีพอย่างมืออาชีพและยั่งยืน

“สำรับสองแคว” เป็นอีกหนึ่งประโยคที่สร้างโอกาสใหม่ให้กับคนธรรมดาในแวดวงอาหารและวัฒนธรรม ชุมชนไม่ใช่แค่เรื่องเล่าของอดีต…แต่เป็นเส้นทางอนันต์ของแรงบันดาลใจและการสร้างรายได้ในยุคดิจิทัล

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่สนใจเริ่มต้นสร้างรายได้จากเรื่องราวท้องถิ่น หรือต้องการเรียนรู้เทคนิคการขายด้วยประสบการณ์ชุมชน อย่ารอช้า! เริ่มวางแผนในการเข้าร่วมกิจกรรมฝึกอบรมที่ใกล้คุณหรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้คือวันที่คุณต้องเริ่มต้นเปลี่ยนชุมชนของคุณให้เป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ และรายได้ที่มั่นคงในอนาคต

ที่มา – สคช. ร่วม อบจ.พิษณุโลก นำร่องโครงการ “สำรับสองแคว” ปั้นอาชีพท้องถิ่นด้วย Storytelling เชื่อมการตลาดออนไลน์

ชรบ.ได้ชุดใหม่ อธิบดีฯ ส่งมอบถึงมือ พร้อมเบิกค่าตอบแทนทันที

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ภายใต้ยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงแนวชายแดน และภารกิจ “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในข้อเน้นสำคัญในการบริหารจัดการความมั่นคงของประเทศ

ชรบ.ได้ชุดใหม่ อธิบดีกรมการปกครอง เยี่ยมและมอบเครื่องแบบ

ในโอกาสดังกล่าว อธิบดีกรมการปกครอง ได้ตรวจเยี่ยม ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน โดยมีการมอบเครื่องแบบใหม่จำนวน 50 ชุด เพื่อเป็นการให้กำลังใจและแสดงถึงการยอมรับในบทบาทสำคัญของ ชรบ. ที่มีต่อชุมชนในพื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้ ยังมีการเยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด โดยอธิบดีฯ ยืนยันว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไม่ทิ้งประชาชนไว้ และยังมีแผนสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ค่าตอบแทนชรบ. ได้รับการอนุมัติ พร้อมเบิกจ่ายทันที

อธิบดีกรมการปกครอง ได้กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่อง ค่าตอบแทนของชรบ. ว่าขณะนี้ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว โดยได้รับคำสั่งการจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ปรับงบประมาณให้เพียงพอ เพื่อสนับสนุน ค่าเบี้ยเลี้ยงชรบ. เป็นขวัญกำลังใจ

ปัจจุบัน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ได้ทำงานร่วมกันในการโอนเงินเข้าจังหวัดละ 100 ล้านบาท หากงบประมาณไม่เพียงพอ ระบบยังมีกรอบงบประมาณสำรองเพื่อเสนอต่อรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมได้ทันที หากเอกสารและข้อมูลครบถ้วน ชรบ. ก็จะสามารถเบิกจ่ายได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

การสนับสนุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชนชายแดน โดยเชื่อว่า ประชาชนในพื้นที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ

นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ ชรบ.และประชาชนทั่วไปว่าหน่วยงานรัฐพร้อมให้การสนับสนุนทั้งในด้านวัสดุ อุปกรณ์ และรายได้ที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

ชรบ.ได้ชุดใหม่ อธิบดีฯ ส่งมอบถึงมือ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณเพื่อรองรับภารกิจที่สำคัญของ ชรบ.ในพื้นที่ส่วนหลังอย่างต่อเนื่อง

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจเกี่ยวกับแนวทางการสนับสนุนชุมชนชายแดน หรือมีความต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของ ชรบ. รับรองว่านี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจและยังสะท้อนถึงนโยบายความมั่นคงของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม

ที่มา – ชรบ.ดีใจได้ชุดใหม่ อธิบดีกรมการปกครอง ส่งมอบถึงมือ ส่วนค่าตอบแทน เอกสาร-ข้อมูลครบ เบิกจ่ายได้ทันที

ไอ้ขี้ขลาด! แฟนผีแดงโกรธด่าอโมริมหลังพ่ายลีกทู

หลังจากที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดพ่ายแพ้ให้กับทีมจากลีกทูตในเกมคาราวบาว คัพ แบบเหน็บไก่ แฟนบอลของทีม “ผีแดง” ต่างพากันโกรธแค้นและรุมประณามโค้ชคนใหม่ รูเบน อโมริม ผ่านโซเชียลมีเดียอย่างหนักหน่วง

ไอ้ขี้ขลาด! แฟนผีแดงโกรธด่าอโมริมหลังพ่ายลีกทู

ตามรายงานจาก The Sun สื่อดังของอังกฤษ ระบุว่าแฟนบอลหลายคนที่ไม่พอใจในพฤติกรรมของอโมริมระหว่างเกม โดยเฉพาะการขยับกระดานแม่เหล็กเพื่อเปลี่ยนแปลงทีมในช่วงแมตช์ ถูกเรียกออกมาว่า “ติ๊ก-แทก-โท” แบบไม่ใช่ที่

อีกประเด็นที่ทำให้แฟนบอลโมโหคือ ในช่วงการดวลจุดโทษที่กินเวลาถึง 18 นาที อโมริมกลับมองข้ามการทำงานลูกโทษของทีมและแสดงท่าทีเหมือนมีอาการกลัวหรือไม่กล้าดูอย่างชัดเจน ซึ่งทำให้หลายคนพูดไม่เพราะว่า “ไอ้ขี้ขลาด” และ “ไม่สมควรเป็นโค้ช”

เสียงตอบรับจากแฟนบอลผีแดง

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางรายออกมาแสดงความไม่พอใจผ่านข้อความ พิมพ์ว่า

  • “เขาควรโดนไล่ออกก่อนที่รถบัสจะออกจากสนามด้วยซ้ำ!”
  • “นี่มันให้อภัยไม่ได้เลย ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้!”
  • “เขากำลังเล่นติ๊ก-แทก-โทอยู่กลางเกม!”
  • “ไม่แม้แต่จะดูทีมตัวเองแข่งกับลีกทู อโมริมควรเก็บกระเป๋าไปได้แล้ว!”

ไม่เพียงแต่เรื่องการดูแลทีมในสนามเท่านั้นที่ถูกวิจารณ์ ผลการใช้แผนการเล่นระหว่างเกมก็ยังเป็นอีกหนึ่งจุดที่หลายคนมองว่าไร้ไอเดียชัดเจน เพราะไม่มีการปรับแต่งให้ทีมค่อยๆ กลับมาพลิกสถานการณ์ในช่วงเวลาที่จำเป็น

เสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนผู้จัดการทีม

จากการสำรวจประเด็นบนโซเชียลมีเดียช่วงวันที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีแฟนบอลมากกว่า 70% แสดงความเห็นว่า “อโมริมไม่เหมาะสมกับการคุมทีมในระดับพรีเมียร์ลีก” พร้อมตั้งคำถามถึงความสามารถจริงของผู้จัดการทีมที่เพิ่งรับตำแหน่งคนใหม่ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด

นอกจากนี้ ยังมีบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ฟุตบอลหลายคน ว่าหากอโมริมยังไม่สามารถเรียกทีมให้มีสไตล์เจาะจงและมีเป้าหมายชัดเจนในการเล่น ก็อาจต้องถึงเวลาที่แฟนบอลและสโมสรจะมองหาทางเลือกใหม่ที่ดีกว่า ตอนนี้ “ผีแดง” อยู่ในช่วงเวลาที่ต้องการความชัดเจนจากห้องแต่งตัวมากกว่าตอนใดๆ

สำหรับ อัตราต่อรองล่าสุด ของโค้ชที่อาจเข้ามารับตำแหน่งในอนาคต มี Gareth Southgate และ Michael Carrick ที่เป็นเต็งร่วมกันที่ 5-1 ส่วนอีกคนที่ได้รับความสนใจคือ Oliver Glasner และ Mauricio Pochettino ที่มีอัตราต่อรอง 8-1

ในที่สุด นี่คือบทพิสูจน์อีกครั้งว่าในโลกของฟุตบอล “ผลงาน” คือสิ่งที่นับถือได้มากที่สุด และหากไม่มีผลบอลรองรับ แม้แต่แรงผลักดันจากแฟนบอลก็อาจกลายเป็นภาระที่ต้องปล่อยวาง

หากคุณเป็นแฟนผีแดง คุณคิดอย่างไรกับการคุมทีมของอโมริม?

ที่มา – ไอ้ขี้ขลาด! แฟน “ผีแดง” สุดโมโหด่า “อโมริม”

มูลนิธิไต่ฮงกง จ.สุรินทร์ จัดงานเทศกาลเทกระจาด ประจำปี 2568

ในวันที่มูลนิธิไต่ฮงกง ตำบลนอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ ได้จัดงาน เทศกาลเทกระจาด ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ รวมไปถึงการแจกจ่ายสิ่งของบริโภคและอุปโภคให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในท้องถิ่น

มูลนิธิไต่ฮงกง จ.สุรินทร์ จัดงานเทศกาลเทกระจาด ประจำปี 2568

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายเว็งหงี พิษณุวงษ์, นายกีนำ เศรษฐพัฒนชัย, และนายอรขุน หลายประเสริฐ ประธานกิตติมศักดิ์ถาวร ซึ่งทุกท่านมาร่วมแสดงความเคารพต่อเทพยดา ฟ้าดิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบรรพบุรุษผ่านพิธีทางศาสนา

ที่สำคัญ ภายในงานมีการจัดพิธี เทกระจาด อย่างเป็นทางการ โดยมีการแจกข้าวสารและอาหารแห้งกว่า 2,200 ชุด ให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นการบำเพ็ญกุศลและส่งเสริมความสามัคคีในสังคม

แจกของช่วยเหลือสังคมผ่านเทศกาลเทกระจาด

นอกจากการแจกข้าวแล้ว คณะกรรมการมูลนิธิไต่ฮงกงฯ ได้จัดสรรวัสดุอุปโภคบริโภคอื่น ๆ รวามทั้งรถวีลแชร์ 1 คัน สำหรับผู้ที่เดินไม่ได้ และไม้เท้าอลูมิเนียมอีก 3 อัน แจกให้กับผู้สูงอายุที่มีความจำเป็น ประกอบกับการแจกของที่ระลึกต่าง ๆ แก่ผู้เข้าร่วม

นายไกรเทพ เรืองผลวิวัฒน์ ประธานมูลนิธิไต่ฮงกง สุรินทร์ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือในการจัดงานในครั้งนี้ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากบริษัทและพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นที่สนใจทำความดีทางศาสนาและสังคม ซึ่งร่วมกันตั้ง “โรงทาน” มากถึง 30 โรงทาน

ทั้งนี้ หลังจากพิธี เทศกาลเทกระจาดประจำปี 2568 ได้จัดขึ้นแล้ว จะมีพิธีเวียนธูปเพื่อเสริมพลังบุญตามความเชื่อของผู้ร่วมงานในพื้นที่ ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และเป็นสัญลักษณ์ของจิตใจเมตตากรุณา

กิจกรรมเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและความสามัคคีของชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนได้แสดงความเมตตาต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส หรือการทำบุญเพื่อบรรพบุรุษ

หากคุณอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ หรือมีโอกาสผ่านไปใกล้เคียง ลองหาโอกาสเข้าร่วมงานภายในเทศกาล เทกระจาด ครั้งหน้า เพื่อสัมผัสบรรยากาศแห่งความเมตตาและการแบ่งปันที่เปี่ยมด้วยจิตศรัทธา

ที่มา – มูลนิธิไต่ฮงกง จ.สุรินทร์ จัดงานเทศกาลเทกระจาด ประจำปี 2568