ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

มูลนิธิไต่ฮงกง จ.สุรินทร์ จัดงานเทศกาลเทกระจาด ประจำปี 2568

ในวันที่มูลนิธิไต่ฮงกง ตำบลนอกเมือง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ ได้จัดงาน เทศกาลเทกระจาด ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ รวมไปถึงการแจกจ่ายสิ่งของบริโภคและอุปโภคให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในท้องถิ่น

มูลนิธิไต่ฮงกง จ.สุรินทร์ จัดงานเทศกาลเทกระจาด ประจำปี 2568

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก อาทิ นายเว็งหงี พิษณุวงษ์, นายกีนำ เศรษฐพัฒนชัย, และนายอรขุน หลายประเสริฐ ประธานกิตติมศักดิ์ถาวร ซึ่งทุกท่านมาร่วมแสดงความเคารพต่อเทพยดา ฟ้าดิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบรรพบุรุษผ่านพิธีทางศาสนา

ที่สำคัญ ภายในงานมีการจัดพิธี เทกระจาด อย่างเป็นทางการ โดยมีการแจกข้าวสารและอาหารแห้งกว่า 2,200 ชุด ให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นการบำเพ็ญกุศลและส่งเสริมความสามัคคีในสังคม

แจกของช่วยเหลือสังคมผ่านเทศกาลเทกระจาด

นอกจากการแจกข้าวแล้ว คณะกรรมการมูลนิธิไต่ฮงกงฯ ได้จัดสรรวัสดุอุปโภคบริโภคอื่น ๆ รวามทั้งรถวีลแชร์ 1 คัน สำหรับผู้ที่เดินไม่ได้ และไม้เท้าอลูมิเนียมอีก 3 อัน แจกให้กับผู้สูงอายุที่มีความจำเป็น ประกอบกับการแจกของที่ระลึกต่าง ๆ แก่ผู้เข้าร่วม

นายไกรเทพ เรืองผลวิวัฒน์ ประธานมูลนิธิไต่ฮงกง สุรินทร์ กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือในการจัดงานในครั้งนี้ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือจากบริษัทและพ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นที่สนใจทำความดีทางศาสนาและสังคม ซึ่งร่วมกันตั้ง “โรงทาน” มากถึง 30 โรงทาน

ทั้งนี้ หลังจากพิธี เทศกาลเทกระจาดประจำปี 2568 ได้จัดขึ้นแล้ว จะมีพิธีเวียนธูปเพื่อเสริมพลังบุญตามความเชื่อของผู้ร่วมงานในพื้นที่ ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และเป็นสัญลักษณ์ของจิตใจเมตตากรุณา

กิจกรรมเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและความสามัคคีของชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนได้แสดงความเมตตาต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส หรือการทำบุญเพื่อบรรพบุรุษ

หากคุณอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ หรือมีโอกาสผ่านไปใกล้เคียง ลองหาโอกาสเข้าร่วมงานภายในเทศกาล เทกระจาด ครั้งหน้า เพื่อสัมผัสบรรยากาศแห่งความเมตตาและการแบ่งปันที่เปี่ยมด้วยจิตศรัทธา

ที่มา – มูลนิธิไต่ฮงกง จ.สุรินทร์ จัดงานเทศกาลเทกระจาด ประจำปี 2568

มท.1 ยืนยันบุกจับบ่อนดอนเมือง ไม่เกี่ยวโยกย้ายตำรวจ

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงกรณีการบุกจับบ่อนการพนันที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เมื่อคืนวันที่ 27 ส.ค. ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาการโยกย้ายตำรวจ หรือการแต่งตั้งตำแหน่งในระบบราชการตำรวจแต่อย่างใด

มท.1 ยืนยันบุกจับบ่อนดอนเมือง ไม่เกี่ยวโยกย้ายตำรวจ

นายภูมิธรรมกล่าวว่า การบุกจับบ่อนครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามกลุ่มที่มีอิทธิพลในธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เช่น บ่อนการพนัน ศูนย์รวมคอลเซ็นเตอร์ และสถานบันเทิงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ทั้งนี้ การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามแผนการปฏิบัติที่ได้รับการวางแผนไว้ล่วงหน้า และตั้งใจจะสอดส่องสถานการณ์จริง รวมถึงการประเมินวิธีการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เพื่อปรับแผนให้เหมาะสมในอนาคต

แรงผลักดันจากประชาชน

นายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า การดำเนินการบุกจับบ่อนดอนเมืองถือกำเนิดจากเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ส่งถึงกรมการปกครอง หลังพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมไม่ชอบธรรมมายาวนานกว่าหนึ่งเดือน

จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าบ่อนแห่งนี้มีความซับซ้อนทางโครงสร้างมาก โดยมีทางเข้าหลายชั้นและมีการป้องกันแบบเฉพาะ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้วิธีพังประตูเพื่อเข้าจับกุม สามารถจับกุมผู้เล่นการพนันได้รวม 200 คน และตรวจยึดเงินจำนวนมาก พร้อมบัญชีธนาคารหลายบัญชีที่เชื่อมโยงกับผู้บริหารรายเดียว

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองใด ๆ และไม่ใช่เพราะประชาชนไม่ไว้ใจตำรวจ หากแต่เป็นงานที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อย่างเป็นระบบ

มองข้ามประเด็นโยกย้ายบุคลากรตำรวจ

ขณะที่มีข่าวว่าอาจมีการโยกย้ายตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ได้แก่ พล.ต.ต. เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ์ ผกก.ดอนเมือง แต่นายภูมิธรรมกล่าวว่าได้รับทราบว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการทั่วไปของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตนยังไม่ได้รับข้อมูลว่าการโยกย้ายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มหาดไทยได้ย้ำว่ามีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีอคติ และมិได้เกี่ยวข้องกับการจัดการพนักงานหรือกิจการทางการเมืองแต่อย่างยิ่ง

อีกทั้งการจัดการบ่อนในครั้งนี้ยังถือเป็นการเตือนภัยแก่ผู้ที่มีส่วนร่วมหรือใช้บ่อนเป็นช่องทางในการบริหารธุรกิจผิดกฎหมายว่า “กฎหมายยังคงมีผลบังคับใช้ และทุกรายที่ฝ่าฝืนจะต้องรับผิดชอบตามกฏหมาย”

เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมที่มีรากฐานซึ้น และสะท้อนภาพของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีผลอย่างไรต่อระบบความมั่นคงของประเทศ ติดตามข่าวเพิ่มเติมและอย่าลืมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาความสงบสุขของสังคมด้วยการรายงานข้อมูลที่ผิดปกติให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอย่างทันท่วงที

ที่มา – ‘มท.1’ ยืนยัน บุกจับบ่อนดอนเมือง ไม่เกี่ยวปมตั้งแต่งโยกย้ายตำรวจ-โยงการเมือง

อิสราเอลเร่งยึดเมืองกาซาซิตี ทรัมป์จัดประชุมแผนหลังสงคราม

สถานการณ์ในเมืองกาซาซิตี ฉนวนกาซา ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา อิสราเอลเร่งยึดเมืองกาซาซิตี ภายใต้แรงกดดันจากทั้งในประเทศและนานาชาติ ให้ยุติปฏิบัติการทางทหารที่ดำเนินมานานเกือบสองปี

อิสราเอลเร่งยึดเมืองกาซาซิตี

ข่าวล่าสุดระบุว่า หน่วยกำลังทหารของอิสราเอลก้าวเข้าใกล้การยึดครองเมืองกาซาซิตีอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อค้นหาและทำลายสิ่งที่รัฐบาลอิสราเอลเรียกว่า “โครงสร้างพื้นฐานด้านการก่อการร้าย” ในพื้นที่

ขณะเดียวกัน กลุ่มฮามาสซึ่งควบคุมฉนวนกาซาได้แสดงท่าทีตอบรับข้อเสนอสงบศึกจากคณะผู้ไกล่เกลี่ย แต่อิสราเอลยังไม่ได้ตอบรับอย่างเป็นทางการ

การโจมตีล่าสุดคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 38 ราย

หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนและป้องกันพลเรือนในฉนวนกาซาเผยว่า อิสราเอลเร่งยึดเมืองกา.zaซิตี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยการโจมตีล่าสุดของกองทัพอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 ราย รวมถึงเด็กและผู้หญิง

กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าพวกเขาต้องขจัดอันตรายจากกลุ่มก่อการร้าย แต่นักกิจการระหว่างประเทศและผู้เชี่ยวชาญหลายคนเรียกร้องให้อิสราเอลระงับการโจมตี

พันธมิตรในภูมิภาค เช่น นายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้เข้าร่วมการประชุมที่ทำเนียบขาวกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เพื่อหารือ แผนหลังสงครามอิสราเอลกับปาเลสไตน์

แผนหลังสงครามจากทรัมป์

รายงานจากสำนักข่าวแอกซิออสและบีบีซีระบุว่า ทรัมป์จัดประชุมแผนหลังสงคราม เพื่อวางแผนการฟื้นฟูและความมั่นคงในพื้นที่ หลังจบความขัดแย้งในกาซา

ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ กล่าวกับสื่อว่า “เรากำลังจัดทำแผนการที่ครอบคลุมมาก” แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ ต้องการมีบทบาทนำในการกำหนดอนาคตของภูมิภาค

  • อิสราเอลย้ำการโจมตีเพื่อลบภัยคุกคาม
  • ฮามาสพร้อมรับข้อเสนอสงบศึก
  • สหรัฐฯ เร่งวางแผนฟื้นฟูหลังสงคราม

การดำเนินการทางทหารในกาซาดึงดูดความสนใจจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง และสร้างความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อพลเรือนที่ไม่มีอาวุธ

อย่างไรก็ตาม ความพยายามด้านการทูตและการไกล่เกลี่ยจึงเป็นทางเลือกที่ควรถูกพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลดความรุนแรง และสร้างเสถียรภาพในระยะยาว

ที่มา – อิสราเอลเร่งยึดเมืองกาซาซิตี ทรัมป์จัดประชุมแผนหลังสงคราม

มาริษพบรัฐภาคีออตตาวา ส่งหลักฐานชี้กัมพูชายังใช้ทุ่นระเบิดทำทหารไทยขาขาด

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปพบหารือกับรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “อนุสัญญาออตตาวา” ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยการยื่นหลักฐานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่ออนุสัญญาดังกล่าว

มาริษพบรัฐภาคีออตตาวา ส่งหลักฐานชี้กัมพูชายังใช้ทุ่นระเบิดทำทหารไทยขาขาด

ในการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย ได้แก่ ตัวแทนรัฐภาคีออตตาวา สำนักงานกิจการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ (UNODA) และสำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ นายนายมาริษได้นำเสนอข้อเท็จจริงและหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องบนชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดจนขาขาดเป็นรายที่ 6 ซึ่งเขายืนยันว่าเกิดขึ้นในเขตประเทศไทย

หลักฐานชัดเจน รัฐภาคีต่างสนใจร่วมพิจารณา

รัฐมนตรีต่างประเทศระบุว่า หลักฐานที่นำเสนอนั้นมีความน่านำไปวิเคราะห์อย่างละเอียดและถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ ได้แก่ หลักฐานเชิงประจักษ์และแผนที่แสดงพิกัดซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าทุ่นระเบิดถูกวางไว้ในพื้นที่ของไทย อย่างไรก็ตามข้าพเจ้าได้สั่งการให้เตรียมแถลงการณ์ประท้วงอย่างเป็นทางการต่อไป เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับเวทีสากล

นอกจากนี้ คณะกรรมการรัฐภาคีออตตาวายังแสดงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ไทยมีการทำงานที่ใช้หลักการระหว่างประเทศในการปฏิบัติอย่างเหมาะสม ไม่มุ่งเป้าโจมตีพลเรือน แต่มีมาตรการที่เหมาะสมมืออาชีพเพื่อป้องกันการรุกรานของทหารกัมพูชา และรักษาความสงบสุขในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

การสนับสนุนจากประเทศสมาชิก

ประเทศที่เข้าร่วมในอนุสัญญาออตตาวา เช่น นอร์เวย์ เยอรมนี เบลเยี่ยม และฝรั่งเศส ต่างแสดงความเห็นชื่นชมในการจัดการของไทย รวมถึงเป็นการยืนยันเงื่อนไขของประเทศไทยว่า ไทยจะยังคงใช้มาตรการทางกฎหมายและออกนอกกรอบอาเซียนต่อไปเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ทั้งยังระบุว่าพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประเทศไทยในการผลักดันให้มีการสอบสวนอย่างจริงจังโดยกลไกของสหประชาชาติ

  • การปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ
  • การใช้วิธีการเจรจาอย่างสุภาพ
  • ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน
  • ใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ในการสนับสนุน

รัฐมนตรีมาริษกล่าวสรุปไว้ว่า การมาถึงเจนีวาในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเอาความจริงไปวางไว้บนโต๊ะสากล ซึ่งรับรองว่าภาพยืนหนึ่งเดียวของประเทศไทยจะได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมภายใต้กลไกของอนุสัญญาออตตาวา โดยขอให้ประเทศสมาชิกช่วยผลักดันให้กัมพูชามาให้คำชี้แจงเรื่องการละเมิดข้อตกลงดังกล่าวอย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งที่มีรายงานใหม่ๆ คือการยืนยันถึงข้อเรียกร้องของเรา และเพิ่มความน่าเชื่อถือต่อเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

หากคุณกำลังสนใจเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศไทย หรือสถานการณ์ความขัดแย้งบนชายแดนไทย-กัมพูชา เราขอแนะให้ติดตามข่าวสารผ่านเว็บไซต์หลักของสื่อรายงานข่าวรายใหญ่และอัพเดตอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้พลาดรายละเอียดที่สำคัญ

ที่มา – ‘มาริษ’ พบรัฐภาคีออตตาวา ส่งหลักฐานชี้ ‘กัมพูชา’ ยังใช้ทุ่นระเบิดทำทหารไทยขาขาดคนที่ 6

เช็กให้ดี ! บริษัทรับทำ SEO ที่ดี ต้องมี 7 สิ่งนี้

การเลือกบริษัทรับทำ SEO ที่มีคุณภาพไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ใช่ทุกเจ้าในตลาดจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้จริง วันนี้เราจะพามาเช็กกันว่า “บริษัทรับทำ SEO ที่ดี” ควรมี 7 สิ่งนี้

เช็กให้ดี ! บริษัทรับทำ SEO ที่ดี ต้องมี 7 สิ่งนี้

เพราะการทำ SEO ไม่ใช่แค่คว้าคำค้นยอดฮิตมาปั้นเว็บไซต์ เพื่อให้ติดอันดับใน Google เท่านั้น แต่ต้องมีกลยุทธ์ที่แม่นยำ ด้วยการเข้าใจธุรกิจของคุณจนลึกซึ้ง และสามารถพัฒนาให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

1. ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจและอุตสาหกรรม

บริษัทรับทำ SEO ที่ดีต้องสามารถวิเคราะห์ว่าลูกค้าเป็นใคร พฤติกรรมการค้นหาเป็นอย่างไร เทรนด์ในอุตสาหกรรมเคลื่อนไปทางไหน เพื่อวางกลยุทธ์ที่สามารถสร้าง Conversion ได้จริง และไม่ใช่เพียงแค่ติดอันดับเท่านั้น

2. การวิเคราะห์คีย์เวิร์ดอย่างมืออาชีพ

Keyword คือหัวใจของ SEO แต่การเลือกใช้งานไม่ใช่แค่ดูจำนวนการค้นหา บริษัทรับทำ SEO ต้องสามารถทำ Keyword Research อย่างละเอียด ทั้ง Short-tail และ Long-tail Keyword รวมทั้ง Intent ของผู้ค้นหา เพื่อให้เนื้อหาตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง

3. กลยุทธ์เนื้อหาที่แข็งแรงและยั่งยืน

SEO ในยุคนี้ไม่ใช่แค่การสร้างบทความจำนวนมาก แต่เป็นการสร้างเนื้อหาคุณภาพ สร้างคุณค่า และแตกต่าง บริษัทรับทำ SEO ต้องสามารถออกแบบ Content Strategy ที่ทั้งดึงดูดผู้อ่านและเป็นมิตรกับ Search Engine ไปพร้อมกัน

4. ความสามารถด้าน Technical SEO

เว็บไซต์ที่มีความเร็ว ปลอดภัย สบายตา และใช้งานง่าย คือสิ่งที่ Google ให้ความสำคัญ บริษัทรับทำ SEO ต้องมีความรู้ทางด้าน Technical SEO เช่น การปรับปรุงโครงสร้างเว็บ การทำ Mobile Optimization ความเร็วในการโหลดหน้า และการจัดการ Indexing ให้ถูกต้อง

5. การวิเคราะห์และรายงานผลที่โปร่งใส

บริษัทรับทำ SEO ต้องสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน มีรายงานที่หลากหลาย เช่น อันดับคำค้น ปริมาณ Traffic อัตราการคลิก และ Conversion Rate เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจถึงความก้าวหน้า และสามารถตัดสินใจร่วมกับเอเจนซีได้อย่างมั่นใจ

6. การติดตามอัปเดตอัลกอริทึมอย่างต่อเนื่อง

Google มีการปรับอัลกอริทึมอยู่เสมอ โปรดรับฟัง บริษัทรับทำ SEO ที่ดี จะต้องมีรูปแบบการเฝ้าดูข่าวสาร SEO Trends วิเคราะห์ผลกระทบ และแก้ไขกลยุทธ์ให้เหมาะกับ Google อัปเดตล่าสุด เพื่อความปลอดภัยของเว็บไซต์ของคุณ

7. การเป็นพันธมิตรทางกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการ

สุดท้าย สิ่งที่ทำให้บริษัทรับทำ SEO ดี คือการเป็น Strategic Partner ที่ปรึกษาที่เข้าใจธุรกิจจริง ไม่ใช่แค่รับคำสั่งแล้วทำงาน เพื่อทำงานรวมพลังกับทีมการตลาด และด้วยร่วมกันสร้างการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

หากคุณกำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ ขอแนะนำให้เลือกผู้ให้บริการที่ครอบคลุมทั้ง 7 ข้อข้างต้น เพราะนั่นคือรากฐานที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับได้อย่างยั่งยืน และประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์

ยอมรับเลยว่า เว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จใน Google ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการวางแผนที่มีคุณภาพ และความร่วมมือกับบริษัทรับทำ SEO ที่เหมาะสมอย่างแท้จริง

ที่มา – เช็กให้ดี ! บริษัทรับทำ SEO ที่ดี ต้องมี 7 สิ่งนี้

กองสลากฯ มอบ “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต” โรงเรียนฯภาคอีสาน

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายทวีป วุฒิบาทุกาจิตต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ได้นำคณะเดินหน้าส่งมอบสนามเด็กเล่นภายใต้โครงการ “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต” ประจำปี 2568 ให้แก่โรงเรียนบ้านกู่กาสิงห์ ตั้งอยู่ในตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด

สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต

ในพิธีมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 2 นายกเทศมนตรีตำบลกู่กาสิงห์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกู่กาสิงห์ และแขกผู้มีเกียรติจากหลายภาคส่วน ร่วมพิธีอย่างคึกคัก

โครงการ “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต” เป็นกิจกรรมที่ต่อยอดพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนให้แก่เยาวชนทั่วประเทศ

งบประมาณสนับสนุนกว่า 30 ล้านบาท

ในปีนี้สำนักงานมีการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 30 ล้านบาท เพื่อใช้ในการติดตั้งและพัฒนาพื้นที่สนามเด็กเล่นกลางแจ้งในโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ทั่วประเทศ

อุปกรณ์ที่ติดตั้ง ได้แก่ สไลเดอร์เดี่ยว–คู่–วน, เครื่องโหนบาร์, ปืนป่าย และชิงช้า ซึ่งล้วนถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับเด็กทุกช่วงวัย มุ่งเน้นความปลอดภัยและมาตรฐานสากล เพื่อให้เด็กได้พัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และทักษะการอยู่ร่วมกันในสังคม

สิ่งเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นพลังแห่งอนาคตให้กับเยาวชนไทย ให้เติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพของชาติ

ขยายโครงการทั่วประเทศ

ในการดำเนินการครั้งนี้ สำนักงานสลากฯ ได้มอบสนามเด็กเล่นให้แก่โรงเรียนในภาคอีสานจำนวน 20 แห่ง หลังจากที่ได้จัดส่งมอบให้แก่โรงเรียนในภาคกลางและภาคตะวันออกไปแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีจำนวน 22 แห่ง

และในเดือนกันยายนนี้ จะมีการส่งมอบเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันตก โดยมีเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 73 โรงเรียน

ในการกล่าวปราศัยในพิธี นายทวีป วุฒิบาทุกาจิตต์ ได้กล่าวไว้ว่า “เด็กและเยาวชนคืออนาคตของชาติ การมีพื้นที่สร้างสรรค์ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมสร้างรอยยิ้มและแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา”

จากการดำเนินการในรอบปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการสนับสนุนพื้นที่เรียนรู้ที่เป็นมิตรต่อเด็กไทย และสร้างสังคมแห่งอนาคตอันยั่งยืน

หากคุณต้องการติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมดี ๆ เช่นนี้ และข่าวสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.glo.or.th รวมถึงช่องทาง Facebook Fanpage: สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และ Line Official: GLO Lottery

โครงการ “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต” ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงของกองสลากฯ ที่มีต่อการสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

ที่มา – กองสลากฯ มอบ “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต” โรงเรียนฯภาคอีสาน

กรุงศรี ออโต้ ชู GO Auto Station ปักธงผู้นำสินเชื่อรถมือสอง

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ผ่านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ในเครืออย่าง กรุงศรี ออโต้ ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘GO Auto Station ตลาดรถมือสอง’ ขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งในแนวทางที่มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสินเชื่อรถยนต์มือสองของไทย โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่องต่อไป

ภายใต้การขับเคลื่อนของนายคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ เห็นว่า พฤติกรรมผู้บริโภคและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจกลายเป็นกลไกสำคัญที่ดันแรงหนุนหรือแรงกดดันไม่ให้ธุรกิจรถยนต์เดินหน้าได้ตามปกติ

กรุงศรี ออโต้ ชู GO Auto Station ปักธงผู้นำสินเชื่อรถมือสอง

เพื่อตอบโจทย์ทั้งปัจจัยเปลี่ยนแปลงและแนวทางบริหารความรับผิดชอบทางสังคมทางธุรกิจ กรุงศรี ออโต้ จึงเลือกเดินหน้าใช้ประโยชน์จากกลไก “Driving Force” ซึ่งหมายถึงพลังขับเคลื่อนจากตลาดเอง เพื่อปรับแผนกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม

แนวทางในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

แนวทางเหล่านี้ประกอบด้วยการดำเนินงานในรูปแบบ Creating Shared Value through 4WINS พร้อมกับ Krungsri Auto Sustainable Responsible Lending ซึ่งตรงกับกิตติมศักดิ์ในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินที่เที่ยงตรงและใส่ใจต่ออนาคต

  • สร้างโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่ออย่างเท่าเทียม
  • ให้คำแนะนำเรื่องการใช้จ่ายทางการเงิน
  • พัฒนาเทคโนโลยีในงานยานยนต์
  • ปรับปรุงความสามารถทางธุรกิจของคู่ค้า

เมื่อตลาดรถยนต์มือสองเริ่มฟื้นเร็วกว่าที่คาดไว้ แต่ยังต้องลดแรงกดดันบางประการ ก็เป็นภารกิจใหญ่ของ กรุงศรี ออโต้ ที่นำเสนอ SoR (System of Record) และสร้างช่องทางเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของรถยนต์ที่มีผู้ซื้อ-ผู้ขายตกลงกันอยู่ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงทุกวัน ความต้องใช้เครื่องมือทางดิจิทัลจำเป็นมากขึ้น

การวาง ‘GO Auto Station ตลาดรถมือสอง’ บนแอป โก บาย กรุงศรี ออโต้ เป็นคลังข้อมูลแม่นยำอันดับหนึ่งของไทย ที่นำเสนอหน้าจอการซื้อขายครอบคลุมตั้งแต่เรื่องรถไปจนถึงเรื่องเงิน และผู้เข้าใช้งานสามารถตัดสินใจได้แบบครบสายเชื่อมในครั้งเดียวเท่านั้น

ท่ามกลางการเติบโตของความรวดเร็วและdigital enablement ในกระบวนการนี้ เราสามารถสัมผัสได้ทันทีว่าทำไมบางแบรนด์ถึงได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน และ กรุงศรี ออโต้ ก็ทำภารกิจพร้อมผลักดันกลุ่มลูกค้าใหม่ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อสร้างมูลค่าร่วมในระดับสูงสุด

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกทางการเงินในการซื้อรถยนต์มือสอง ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอป โก บาย กรุงศรี ออโต้ เพื่อค้นหารถยนต์มือสองคุณภาพที่รองรับด้วยระบบสินเชื่อที่หลากหลายและรวดเร็ว พร้อมรักษาภาระหนี้ที่สามารถจัดการได้จริง

ที่มา – กรุงศรี ออโต้ ชู GO Auto Station ปักธงผู้นำสินเชื่อรถมือสอง

เปิดโลกซื้อขายนาฬิกามือสอง จากแฟชั่นสู่การลงทุนที่ยั่งยืน

การ ซื้อขายนาฬิกามือสอง ไม่ได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนของใช้แล้ว แต่คือการเคลื่อนย้ายคุณค่า เรื่องราว และบางครั้งคือกำไรที่น่าทึ่ง หากมองอย่างมีวิสัยทัศน์ ตลาดนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยโอกาสสำหรับคนที่รู้จักอ่านเกม

เปิดโลกซื้อขายนาฬิกามือสอง จากแฟชั่นสู่การลงทุนที่ยั่งยืน

นาฬิกาหรูหลายแบรนด์มีคุณสมบัติพิเศษตรงที่ “มูลค่าไม่ตก” และบางรุ่นกลับมีราคาสูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป นั่นทำให้การซื้อขายนาฬิกามือสอง ไม่ใช่เรื่องของความประหยัดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเข้าถึงสินทรัพย์ที่อาจสร้างผลตอบแทนได้ในอนาคต

มูลค่าที่ไม่จางหาย แม้ผ่านกาลเวลา

ตัวอย่างเช่น รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันหรือรุ่นที่เลิกผลิตแล้ว มักกลายเป็นของหายากในตลาด ทำให้ราคาขยับขึ้นตามความต้องการ ผู้ที่เข้าใจรอบการผลิตและกระแสความนิยมจึงมีโอกาสทำกำไรจากการซื้อเก็บไว้ก่อนปล่อยขายในจังหวะที่เหมาะสม

ศิลปะของการเลือกและประเมินคุณค่า

การเข้าสู่ตลาดซื้อขายนาฬิกามือสอง ไม่ได้อาศัยเพียงทุน แต่ต้องมี “สายตา” ที่แหลมคม คุณต้องรู้จักตรวจสอบสภาพ ความแท้ และเอกสารประกอบ รวมถึงเข้าใจรายละเอียดเล็ก ๆ เช่น หมายเลขซีเรียลหรือรอยแกะฝาหลัง เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถกำหนดราคาขายได้ทันที

นักสะสมมืออาชีพมักมองนาฬิกาเหมือนงานศิลป์ชิ้นหนึ่ง แต่ละรอยขัดเงา กลไกที่ซับซ้อน หรือแม้กระทั่งประวัติของเจ้าของเดิม ล้วนเพิ่มเสน่ห์และคุณค่าที่เงินอย่างเดียวไม่สามารถซื้อได้

ตลาดออนไลน์และการขยายโอกาสแบบไร้พรมแดน

โลกดิจิทัลทำให้การซื้อขายนาฬิกามือสอง ไม่จำกัดอยู่เพียงหน้าร้านอีกต่อไป แพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดียเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ขายจากทั่วโลกเชื่อมต่อกันได้อย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ไม่เพียงเพิ่มโอกาสในการหานาฬิกาหายาก แต่ยังทำให้คุณสามารถเปรียบเทียบราคาและสภาพได้อย่างโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม ตลาดออนไลน์ก็มีความเสี่ยง เช่น สินค้าปลอมหรือข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ดังนั้น ความรู้และการตรวจสอบก่อนตัดสินใจจึงยังเป็นหัวใจสำคัญไม่เปลี่ยน

การซื้อขายนาฬิกามือสอง คือการผสมผสานระหว่างแฟชั่น ความชื่นชอบส่วนตัว และการมองเห็นโอกาสลงทุน หากคุณมีความรู้ ความรอบคอบ และความหลงใหลในเรือนเวลา การก้าวเข้าสู่ตลาดนี้อาจไม่เพียงทำให้คุณได้ครอบครองนาฬิกาที่ใฝ่ฝัน แต่ยังอาจสร้างผลตอบแทนที่งดงามในอนาคตอีกด้วย

หากคุณสนใจเริ่มต้นในการลงทุนกับนาฬิกา ลองศึกษาและเริ่มต้นด้วยนาฬิกาแบรนด์ชั้นนำรุ่นลิมิเต็ด คุณอาจได้พบกับทรัพย์สินที่เพิ่มคุณค่าอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ที่มา – เปิดโลกซื้อขายนาฬิกามือสอง จากแฟชั่นสู่การลงทุนที่ยั่งยืน

“สุริยะ” สั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชม. เร่งซ่อมถนนให้กลับมาสัญจรปลอดภัย

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยให้ทราบว่า ได้สั่งการอย่างเข้มงวดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง (ทล.) และ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

“สุริยะ” สั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชม. เร่งซ่อมถนนให้กลับมาสัญจรปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังได้เร่งดำเนินการบูรณะเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยให้มีการ ซ่อมถนนให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนที่ต้องเดินทางไปมาในพื้นที่ได้รับความสะดวกและปลอดภัย

การเฝ้าระวังและความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้รับมอบหมายให้ติดตั้ง ป้ายเตือน และ ป้ายแนะนำเส้นทางเสี่ยง บริเวณที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้ถนนให้ระมัดระวัง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงทีภายใน 24 ชั่วโมง

ทั้งยังมีการรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไปยัง กระทรวงคมนาคม เพื่อให้รัฐบาลสามารถติดตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมในทุกขั้นตอน ทั้งก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

กระทรวงคมนาคมยืนยันว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด หากเกิดสถานการณ์ผิดปกติ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปยังพื้นที่ทันที เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

  • ติดตามสถานการณ์และรายงานผลทุก 24 ชั่วโมง
  • ติดตั้งป้ายเตือนในเส้นทางที่เสี่ยง
  • ซ่อมถนนให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย
  • จัดเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือภายใน 24 ชั่วโมง

ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายขณะเดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่าย) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และสายด่วน ตำรวจทางหลวง 1193 หรือสายด่วน กรมทางหลวงชนบท โทร.1146

การเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชม. และการซ่อมถนนอย่างรวดเร็วนี้ เป็นสิ่งสำคัญต่อการรักษาความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางประจำวัน หรือการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ทุกคนระมัดระวังและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ

ที่มา – “สุริยะ” สั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชม. เร่งซ่อมถนนให้กลับมาสัญจรปลอดภัย

โรงพักสองพี่น้อง เดินหน้าให้ความรู้สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด

ในยุคปัจจุบัน ปัญหาการเสพติดยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่วัยรุ่น เนื่องจากมีรูปลักษณ์และกลิ่นที่หลากหลาย ถูกออกแบบให้ดึงดูดเด็กและเยาวชน

โรงพักสองพี่น้อง เดินหน้าให้ความรู้สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด

ด้วยความตระหนักในปัญหานี้ พ.ต.อ.วรภพ จำปาเงิน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับคณะผู้บริหารสถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าไปจัดกิจกรรม Stop Drugs Start Power สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด เพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ระดับรากฐาน โดยเฉพาะในโรงเรียน

ให้ความรู้อย่างเป็นระบบ

กิจกรรมที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนเทศบาล 2 วัดปราสาททอง มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าอย่างครอบคลุม ครูตำรวจแดร์ร่วมมือกับนักเรียนจำนวนกว่า 350 คน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อสร้างความรู้ ความตระหนัก และทักษะการป้องกันตนเองจากภัยอันตรายเหล่านี้

ดร.พรรณมาส พรมพิลา ผู้อำนวยการสถานศึกษา กล่าวว่า การให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากเยาวชนเข้าใจถึงอันตรายของการเสพติดตั้งแต่เนื่อนๆ ย่อมช่วยลดปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

  • วิเคราะห์ผลกระทบของยาเสพติดต่อสุขภาพ
  • แนวทางป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าและการควบคุมในโรงเรียน
  • การส่งเสริมให้เยาวชนมีชีวิตที่ปลอดภัยจากภัยต่าง ๆ

ทางสถานีตำรวจภูธรสองพี่น้องมุ่งมั่นพัฒนากลยุทธ์ในการเข้าถึงเยาวชนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อกระตุ้นให้เด็กและวัยรุ่นมีแนวคิดที่ถูกต้อง รู้จักเลือกสิ่งที่ดี และปฏิเสธสิ่งเสียได้อย่างแข็งแกร่ง

ร่วมมือกันสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็ง

โครงการ Stop Drugs Start Power สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด นี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้ความรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังความคิดเชิงบวกให้กับเยาวชน โดยเน้นให้พวกเขาได้เป็นพลังในการสร้างอนาคตที่มั่นคง ปลอดภัย และมีคุณภาพสำหรับประเทศไทย

การต่อสู้กับปัญหาการเสพติดในวัยเยาว์จึงไม่ใช่ภารกิจของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน

อย่างไรก็ตาม การสร้างวินัยในตนเอง การรู้เท่าทันกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า และการมีแนวทางในการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรห์ ก็จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เยาวชนงดเว้นยาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

ในที่สุด สังคมไทยที่แข็งแกร่งจะต้องเริ่มจากคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และความตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองและประเทศชาติอย่างจริงใจ

ถ้าคุณเป็นพ่อแม่หรือครูที่อยากปกป้องเด็กจากการเสพติด อย่าลืมแบ่งปันความรู้จากกิจกรรมเหล่านี้ให้กับคนรอบข้าง เพื่อให้พลังไทยแพร่กระจายอย่างแท้จริง

ที่มา – โรงพักสองพี่น้อง เดินหน้าให้ความรู้สร้างพลังไทย หยุดภัยยาเสพติด