ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

สู้เต็มที่! สาวไทย พ่าย สาวอัศวินสีส้ม 2-3 เซต รอเจออันดับ 1 กลุ่มเอช 29 ส.ค.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568 การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 รอบคัดเลือก นัดที่ 3 ของกลุ่ม A ได้เปิดฉากขึ้น โดย ทีมลูกยางสาวไทย อันดับ 18 ของโลก ได้พบกับ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ อันดับ 9 ของโลก ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นการแข่งขันที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก

สู้เต็มที่! สาวไทย พ่าย สาวอัศวินสีส้ม 2-3 เซต รอเจออันดับ 1 กลุ่มเอช 29 ส.ค.

ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ทีมชาติไทยได้จัดผู้เล่นชุดแรก ประกอบด้วย วิมลรัตน์ ทะนะพันธุ์, ศศิภาพร จันทรวิสูตร, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, พรพรรณ เกิดปราชญ์, ขัชชุอร โมกศรี, ทัดดาว นึกแจ้ง และมี ปิยะนุช แป้นน้อย เป็นตัวเล่นอิสระ ทีมเตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อคว้าชัยชนะสำคัญในการแข่งขันครั้งนี้

ผลงานการแข่งขัน

เซตแรก สาวไทยของเราเล่นได้ค่อนข้างสูสีกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ด้วยการควบคุมบอลและการรุกอย่างต่อเนื่อง ทำคะแนนนำไปได้อย่างเหนียวแน่น และสามารถเอาชนะไปได้ 25-23 ขึ้นนำ 1-0 เซต แต่ในเซตที่สอง เนเธอร์แลนด์กลับมาฟอร์มแรงสู้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำแต้มได้อย่างรวดเร็ว จบเซต 25-17 ตามเสมอ 1-1 เซต

เซตที่สาม ทีมไทยกลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้ง ด้วยสกอร์ 25-23 ขึ้นนำ 2-1 ส่วนในเซตที่สี่ เนเธอร์แลนด์สร้างความแตกต่างชัดเจน ด้วยการเสิร์ฟและการบล็อคที่ยอดเยี่ยม จบเซต 25-10 และในเซตที่ห้า ดำเนินไปอย่างเข้มข้น แต่สุดท้าย ทีมชาติไทยต้านไม่ไหว พ่ายไป 14-16

ผลรวมการแข่งขัน ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย พ่ายให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ 2-3 เซต ด้วยสกอร์ 25-23, 17-25, 25-23, 10-25 และ 14-16

นัดถัดไปที่ต้องจับตามอง

แม้จะพ่ายในครั้งนี้ แต่ทีมทีมชาติไทยยังมีสิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบหลักได้ โดยในการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย จะต้องพบกับอันดับ 1 ของกลุ่ม H ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่น หรือทีมชาติเซอร์เบีย โดยกำหนดการแข่งขันในวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก เช่นเดียวกันนี้

  • วันที่แข่งขัน: 29 ส.ค. 2568
  • สนามแข่งขัน: อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก
  • ช่องทางรับชม: PPTV36 และ AIS PLAY

แฟน ๆ วอลเลย์บอลไทยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและความพร้อมของทีมฯ ได้ตลอดเวลา และควรให้กำลังใจนักกีฬาของเราให้สู้ต่อไป เพราะความพยายามและความฝันของพวกเขาคือแรงผลักดันที่ทำให้กีฬาไทยก้าวไกล

อย่าลืมติดตาม สู้เต็มที่! สาวไทย พ่าย สาวอัศวินสีส้ม 2-3 เซต รอเจออันดับ 1 กลุ่มเอช 29 ส.ค. ในวันที่ทีมเต็มที่ที่สุด ผ่านช่องทางการรับชมที่เรากำหนดไว้

ที่มา – สู้เต็มที่! สาวไทย พ่าย สาวอัศวินสีส้ม 2-3 เซต รอเจออันดับ 1 กลุ่มเอช 29 ส.ค.นี้

ปิโตรนาสว่าสูงแล้ว! แต่หนีทหารได้นานกว่า

ในโลกออนไลน์ช่วงนี้ มีเรื่องราวของ “อดีตพระอลงกต” ที่กลายเป็นประเด็นฮือฮาไม่น้อย หลังจากที่ผู้เกี่ยวข้องออกมาเปิดเผยข้อมูลใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวที่ว่าเคยมีส่วนร่วมในการออกแบบ “ตึกปิโตรนาส” ซึ่งถือเป็นตึกที่มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากในประเทศมาเลเซีย

ปิโตรนาสว่าสูงแล้ว! แต่หนีทหารได้นานกว่า

จากข้อมูลที่เปิดเผย อดีตพระอลงกตนี้มีชื่อจริงว่า นายเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ชื่อเล่น จอร์จ เป็นชาวจังหวัดขอนแก่น เกิดเมื่อปี 2503 โดยเคยเรียนที่โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย และต่อมาได้เข้าเรียนต่อในระดับ ปวช. ที่โรงเรียนเกษตรบ้านกร่าง แต่ไม่ได้จบการศึกษาในหลักสูตรนั้น

ในช่วงปี 2524 นายเกรียงไกรได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย และกลับมาเปิดเผยว่าตนเองเคยเป็นผู้ ออกแบบตึกปิโตรนาส หนึ่งในตึกที่มีความสำคัญทางสัญลักษณ์ของประเทศ ซึ่งถือเป็นผลงานที่สะท้อนถึงความเก่งกาจและความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมของเขานั่นเอง

ความจริงเบื้องหลัง “ตึกปิโตรนาส”

ตึกปิโตรนาส ถือเป็นหนึ่งในตึกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยตึกนี้ถูกออกแบบในรูปแบบของกำไลที่มีสัญลักษณ์ความเชื่อทางศาสนา ความสูงของตึกนี้มีความโดดเด่น และสะท้อนถึงผลงานของนักออกแบบหลายคนที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจากข้อมูลของนายเกรียงไกรก็ถือเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญอย่างน้อยในส่วนหนึ่งของโครงการนี้

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะจากความเห็นของชาวเน็ตที่ล้อกันว่า “ถ้าอยากเป็นวิศวกรหรือนักออกแบบ ทำไมไม่เรียนให้จบก่อน?” ซึ่งก็เป็นมุมมองที่น่าสนใจเช่นกัน

  • เรียนจบเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบอาชีพด้านวิชาชีพ
  • แม้ประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องเรียนจบ ก็ควรมีความรู้จริง
  • เรื่องจริงอย่างนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าฝัน กล้าทำ

แม้จะเป็นข่าวที่ดูผุดขึ้นมาจากความบังเอิญ หรือความพยายามโอบราวของอดีตพระอลงกตคนนี้ แต่จากการที่เรื่องราวดังกล่าวสามารถแพร่กระจายไปทั่วโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นว่าทุกคนยังคงตื่นเต้นต่อเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตรงไปตรงมา และไม่มีการเตรียมการล่วงหน้ามากนัก สิ่งที่เราได้จากข่าวนี้ก็คือการที่เราอาจมีทักษะหรือพรสวรรค์ในบางสิ่งโดยไม่รู้ตัว และบางครั้งมันอาจสร้างผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อโลกภายนอกได้

หากคุณเป็นคนที่มีความฝันในด้านการออกแบบ หรือวิศวกรรม เพียงแค่การเริ่มต้นที่ถูกต้อง แม้ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาทางการ ก็อาจพาคุณไปได้ไกล ถ้าคุณมีความตั้งใจและพรสวรรค์อย่างแท้จริง

ที่มา – ปิโตรนาสว่าสูงแล้ว! แต่หนีทหารได้นานกว่า “อดีตพระอลงกต” เผยเคยเป็นผู้ออกแบบ “ตึกปิโตรนาส”

จบประมูล4,300ล้านสร้างมอเตอร์เวย์เกาะกลางวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก”บางปะอิน-ลาดหลุมแก้ว”4ผู้รับเหมาลงตัว

โครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ (Motorway) เส้นทางที่ 9 (M9) ช่วงวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ได้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดย “จบประมูล4,300ล้านสร้างมอเตอร์เวย์เกาะกลางวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก”บางปะอิน-ลาดหลุมแก้ว”4ผู้รับเหมาลงตัว ซึ่งรายงานจาก “ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” กล่าวว่า กรมทางหลวงได้ดำเนินการประกวดราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เพื่อก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ช่วงบางบัวทอง – ลาดหลุมแก้ว ซึ่งมีระยะทางรวมทั้งสิ้น 11.775 กิโลเมตร กำหนดมูลค่าการลงทุนรวมที่ 4,300 ล้านบาท และแบ่งออกเป็น 6 สัญญา

จบประมูล4,300ล้านสร้างมอเตอร์เวย์เกาะกลางวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก”บางปะอิน-ลาดหลุมแก้ว”4ผู้รับเหมาลงตัว

โครงการนี้ดำเนินการโดยใช้งบประมาณในรอบปีงบประมาณ พ.ศ. 2568-2571 รวมถึงเงินนอกงบประมาณจากเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยในปัจจุบันได้ประกาศผลผู้ชนะประมูลเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ผู้รับเหมาทั้ง 4 รายได้เสนอราคางานต่ำกว่าราคากลาง ทำให้มั่นใจว่างบประมาณจะเพียงพอกับการดำเนินงานทั้งหมด

รายชื่อบริษัทผู้ชนะประมูลต่างๆ

เป็นที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานโยธาที่ได้รับโอกาสในการปูทางสู่อนาคตของโครงข่ายมอเตอร์เวย์ในกรุงเทพฯ รายชื่อผู้ชนะประมูลมีดังนี้

  • บริษัท สี่แสงการโยธา (1979) จำกัด ได้รับสัญญาตอนที่ 1 และตอนที่ 6
  • บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) ได้รับสัญญาตอนที่ 2 และตอนที่ 3
  • บริษัท กรีนไลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้รับสัญญาตอนที่ 4
  • บริษัท ท่าราบก่อสร้าง จำกัด ได้รับสัญญาตอนที่ 5

ทุกบริษัทมีความพร้อมในการดำเนินงาน และตั้งเป้าจะเปิดสัญญาว่าจ้างภายในเดือนกันยายนนี้ โดยเริ่มดำเนินการภาคสนามภายในปีนี้ เวลาที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 1,080 วัน หรือประมาณ 3 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2571

ทางกรมทางหลวงยังมีแผนพัฒนาโครงการขยายถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตกของกรุงเทพฯ ให้ครอบคลุมตั้งแต่ช่วงบางบัวทอง ไปจนถึงบางปะอิน โดยออกแบบเป็นทางมอเตอร์เวย์ แบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก ได้แก่

  • ช่วงบางบัวทอง – ลาดหลุมแก้ว ระยะทาง 11.775 กม.
  • ช่วงลาดหลุมแก้ว – บางปะอิน ระยะทาง 22.800 กม.

โครงการนี้ยังจะเชื่อมต่อกับเส้นทาง M9 วงแหวนด้านตะวันออกช่วงบางปะอิน – บางนา และเชื่อมทางด้านใต้บางพลี – บางขุนเทียน เพื่อร่วมเติมความสมบูรณ์ของโครงข่ายมอเตอร์เวย์ครบวงแหวนโดยรอบของเมืองหลวง

นอกจากนี้ ยังออกแบบให้ทางขนานมีการบริการโดยไม่มีค่าผ่านทางชั่วคราว และมีการLECTURE เพิ่มเติมเพื่อรองรับการจราจรในอนาคตอีกด้วย

ข้อมูลนี้เป็นการยืนยันถึงความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยที่ไม่หยุดนิ่ง โครงการนี้ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องพึ่งพาเพื่อให้อนาคตแวดวงด้านการเดินทางของเมืองหลวงเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – จบประมูล4,300ล้านสร้างมอเตอร์เวย์เกาะกลางวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก”บางปะอิน-ลาดหลุมแก้ว”4ผู้รับเหมาลงตัว

สวีเดนห่วงสถานการณ์ไทย-กัมพูชาหลังเขมรใช้โล่มนุษย์

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ประเทศสวีเดน นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศไทย ได้หารือกับนางมารีอา มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสวีเดน ในโอกาสที่ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน โดยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านต่าง ๆ ระหว่างสองประเทศ

สวีเดนห่วงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

ในการพบปะครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในหลากหลายสาขา เช่น เทคโนโลยีการป้องกันประเทศ นวัตกรรม สตาร์ทอัพ การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนี้ ยังพูดถึงการขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และการเร่งเจรจาเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างไทยและสหภาพยุโรป (อียู)

ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ที่ผิดกฎหมาย

นายมาริษกล่าวว่า ได้ชี้แจงให้รัฐมนตรีต่างประเทศจากสวีเดนทราบถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีที่กัมพูชาใช้พลเรือนเป็นเครื่องมือในการยั่วยุ ที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าวขัดต่อความตกลงในกฎบัตรสหประชาชาติ และเป็นการใช้โล่มนุษย์ ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

“การใช้มนุษย์เป็นโล่ป้องกันไม่มีใครใช้แล้ว ไม่ควรใช้พลเรือนมาเป็นตัวสร้างปัญหา และ SWAT ระหว่างประเทศก็กำลังจับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ” รมว.ต่างประเทศกล่าว

ทั้งนี้ ท่านยังสรุปว่า สวีเดนเข้าใจสถานการณ์ดังกล่าว และเห็นว่าเป็นหน้าที่ของหน่วยงานพลเรือนในพื้นที่ที่ต้องระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการให้ความเคร่งเครียดหรือกระทบกระทั่งกัน

  • หาทางแก้ไขปัญหาผ่านสันติวิธี
  • สนับสนุนอีกฝ่ายให้แสดงท่าทีจริงใจ
  • ควบคุมไม่ให้ประชาชนถูกใช้เป็นเครื่องมือ

นอกจากนี้ นายมาริษยังเตรียมนำประเด็นนี้ไปชี้แจงในที่ประชุมสหประชาชาติที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เพื่อแสดงความกังวลว่า การใช้พลเรือนมาเป็นเครื่องมือเพื่อขยายความตึงเครียดเป็นสิ่งที่ขัดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ

โอกาสในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชา

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการยกระดับความสัมพันธ์ ท่านชี้ว่า ความร่วมมือระหว่างไทย-กัมพูชายังมีข้อจำกัด เนื่องจากยังไม่เห็นความจริงใจจากฝ่ายกัมพูชาในการแก้ไขปัญหา

“จนกว่าเราจะมีความเชื่อมั่นว่ากัมพูชามีความจริงใจ เราก็ยังไม่สามารถส่งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำได้ แต่หากมีความมั่นใจ เราจะเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ก้าวหน้าต่อไป”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของไทยมีเป้าหมายชัดเจนในการประชุมเจบีซีไทย-กัมพูชาที่จะจัดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ทั้งในเรื่องการวางแนวทางเขตแดนและการลดความตึงเครียด โดยจะเน้นย้ำว่าการใช้พลเรือนเป็นเทศน์ยั่วยุเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้

เพื่อสรุป สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ได้มีแต่ผลกระทบทางการทหาร แต่ยังกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งนอกจากการเผชิญหน้าโดยตรงแล้ว การพูดคุยทางการทูตและการยึดหลักกฎหมายสากลก็เป็นทางเลือกสำคัญที่สามารถสร้างเสถียรภาพระยะยาวให้กับภูมิภาค

ที่มา – ‘มาริษ’ เผยสวีเดนห่วงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังเขมรใช้โล่มนุษย์ยั่วยุ

สวีเดนยืนยันไทยใช้กริพเพนตามกฎหมายสากล

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ว่านายพอล จอนสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสวีเดน ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อตกลงการขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนให้กับกองทัพอากาศไทย โดยบริษัทซาบ (Saab) ได้ลงนามร่วมกับกองทัพอากาศไทยเพื่อจำหน่าย เครื่องบินกริพเพน รุ่น E/F จำนวน 4 ลำในงวดแรก

นายจอนสันระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในนโยบายด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศของสวีเดน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของอุตสาหกรรมกลาโหมที่ได้รับความไว้วางใจในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

สวีเดนลั่นไทยมีสิทธิใช้เครื่องบินขับไล่ “กริพเพน” ตามหลักกฎหมายสากล

นอกจากนี้ เครื่องบิน กริพเพน ที่จะจัดหาให้แก่กองทัพอากาศไทยถือเป็นเครื่องบินขับไล่รุ่นทันสมัย ที่สามารถรองรับภารกิจได้หลายแบบ เช่น การรบอากาศ การลาดตระเวน รวมถึงภารกิจสนับสนุนทางอากาศในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

แนวทางการใช้งานในกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ

รัฐมนตรีกลาโหมสวีเดนได้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การที่ไทยนำเครื่องบินกริพเพนไปใช้งานนั้น ถือเป็นสิทธิของประเทศไทยภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องใช้เพื่อการป้องกันตนเอง อย่างไรก็ตาม เขาได้ย้ำความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคและรักษาเสถียรภาพของอาเซียน

ทั้งนี้ ยังมีการกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ได้รับการประกาศหยุดยิงชั่วคราว ในจุดนี้สวีเดนยืนยันการสนับสนุนให้เกิดสันติวิธีอย่างต่อเนื่อง และพร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่า สวีเดนลั่นไทยมีสิทธิใช้เครื่องบินขับไล่ “กริพเพน” ตามหลักกฎหมายสากล นั้นสามารถนำไปสู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืนในภูมิภาคได้จร่่อหรือไม่

การร่วมมือด้านการทหารระหว่างไทยและสวีเดนจะไม่ใช่เพียงแค่ด้านความมั่นคง แต่ยังส่งเสริมความร่วมมือเชิงเศรษฐกิจและการพัฒนาทางเทคโนโลยีในระยะยาวอีกด้วย ซึ่งถือเป็นโอกาสในการเสริมศักยภาพของทั้งสองประเทศ

ข้อคิดเห็นส่วนตัว: การนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้ในเชิงกลาโหม เช่น เครื่องบินกริพเพน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของกองทัพอากาศไทย แต่การใช้งานนั้นต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย และพร้อมทั้งเน้นบทบาทในการป้องกันมากกว่าการกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้ง

ที่มา – สวีเดนลั่นไทยมีสิทธิใช้เครื่องบินขับไล่ “กริพเพน” ตามหลักกฎหมายสากล

บราซิลตบเปอร์โตริโก 3-0 คว้าแชมป์กลุ่มซี ศึกวอลเลย์ballหญิงโลก 2025

ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติบราซิล เดินหน้ารักษาฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสมทีมชั้นนำของโลก อีกครั้งเมื่อพวกเขาสามารถเอาชนะ ทีมชาติเปอร์โตริโก ด้วยสกอร์ 3-0 เซต ในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งถือเป็นผลการแข่งขันที่ส่งผลสำคัญต่อการเข้าสู่รอบต่อไปอย่างแน่นอน

บราซิลตบเปอร์โตริโก 3-0 คว้าแชมป์กลุ่มซี

ชัยชนะนี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้บราซิลมีผลงานตั้งแต่เปิดการแข่งขันมาชนะทุกนัดเท่านั้น แต่ยังทำให้พวกเขาได้ตำแหน่งแชมป์กลุ่มซีอย่างเต็มตัว อีกทั้งยังได้สิทธิ์พักสายในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยพวกเขาน่าจะลุ้นเผชิญหน้ากับรองแชมป์กลุ่มเอฟในแมตช์เด่น ๆ

คิวส์สำคัญก่อนเข้าสู่รอบน็อคเอาต์

ในการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย จนถึงรอบชิงชนะเลิศ ทุกแมตช์จะกลับมาบรรจงลงสนามที่ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสนามหลักของทัวร์นาเมนต์ และแฟน ๆ สามารถตามเชียร์แบบสด ๆ หรือรับชมผ่านสื่อออนไลน์ได้ทาง ช่อง PPTV36 และ AIS PLAY ที่ให้ภาพคมชัด อัพเดทแบบเรียลไทม์

ไม่ใช่แค่เรื่องของรางวัลเท่านั้นที่น่าติดตามในศึกฟีฟ่าวอลเลย์บอลโลกหญิง 2025 แต่ยังเป็นโอกาสในการชื่นชมความพรสวรรค์ของเหล่านักกีฬาจากหลากหลายประเทศ ซึ่งบราซิลเองก็แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของทีมแชมป์จอมเก๋าที่พร้อมเดินหน้าสู่แนวหน้าของโลก

หากคุณเป็นแฟนกีฬาสาย volley และรักบรรยากาศการแข่งขันระดับโลก ต้องห้ามพลาดที่จะเข้ามาร่วมเชียร์และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่นี้ มาร่วมกันเขย stirred up emotions และแฟนตาซีกับศึกที่รอคอย และดูใครจะคว้าแชมป์มาครอบครองในปีนี้

ที่มา – บราซิลคงฟอร์มแรง ตบ เปอร์โตริโก 3-0 คว้าแชมป์กลุ่มซี ศึกลูกยางหญิงชิงแชมป์โลก 2025

อดีตพนักงานขับรถไฟนอนไม่หลับ 2 ปี ชีวิตพัง

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา โอลิเวอร์ อัลวิส อดีตพนักงานขับรถไฟจากอังกฤษ ได้เผชิญกับความทุกข์ทรมานที่สามารถพังทลายชีวิตของเขาได้อย่างแทบไม่เหลือซาก ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อคืนหนึ่งที่เขามีอาการ นอนไม่หลับ และไม่รู้เลยว่าอาการดังกล่าวจะยืดเยื้อมาถึงสองปี

อดีตพนักงานขับรถไฟนอนไม่หลับมานานถึง 2 ปี

โอลิเวอร์เคยใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มีบ้านหลังใหม่และงานที่มั่นคง แต่เมื่อเริ่มมีปัญหา นอนไม่หลับ ชีวิตก็พลิกผัน กลายเป็นความเจ็บปวดที่ไม่มีที่สิ้นสุด อาการที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การพลิกไม่หลับธรรมดา แต่เป็นภาวะที่เขาไม่ได้นอนเลยตลอด 21 เดือน

ความทุกข์ของผู้ไม่ได้นอนเป็นเวลา 2 ปี

เขาอธิบายว่าความรู้สึกในช่วงเวลานั้น คือการเผาไหม้จากภายใน ไม่มีความรู้สึกง่วงหรือหลับเลย และความตื่นตัวอยู่ตลอดเป็นเวลานาน ไม่ใช่เพียงทำลายร่างกาย แต่มันทำลายจิตใจและตัวตนของเขาจนแทบไม่เหลือ

“ผมไม่ได้แค่นอนไม่พอ แต่มันคือการที่ไม่ได้นอนโดยสิ้นเชิง” เขาเล่าให้สื่อฟัง “เป็นไปได้อย่างไรที่สิ่งที่เป็นธรรมชาติและสำคัญอย่างการนอนหลับจะถูกพรากไปจากผมอย่างสิ้นเชิง”

หลายครั้งเขาพยายามหาทางรักษา ทุ่มเงินไปจนหมดสิ้นทั้งตัว และขายบ้านที่เพิ่งซื้อใหม่เพื่อหาคำตอบ แต่ไม่มีแพทย์สามารถบอกได้เลยว่าเขาเป็นอะไร และจะรักษาอย่างไร

การเดินทางรักษาตัวตลอดโลก

จากอาการนอนไม่หลับที่ยาวนาน อัลวิสเดินทางไปพบแพทย์ในหลายประเทศ ทั้งอินเดีย อิตาลี ตุรกี และโคลอมเบีย โดยลองใช้ยาสมุนไพร จนกระทั่งยาหลอนประสาทต่างๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ก็ยังไม่มีอะไรสามารถช่วยให้เขาได้นอนหลับได้เลย

เขาบอกว่าเคยอิจฉาคนบนถนนที่นอนหลับบนเฉลียง เพราะรู้สึกว่าสามารถแลกบ้านหรือเงินกับการได้นอนหนึ่งคืนก็ยินดี แม้จะเจ็บปวดร่างกายจากความพิการ การมองเห็นบกพร่อง แม้แต่ระบบย่อยอาหารก็ได้รับผลกระทบ

ความจริงเบื้องหลังอาการที่ไม่เหมือนใคร

ยังมีการถกเถียงกันว่า อาการที่เขาอธิบายนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อว่าการไม่หลับเป็นเวลานานหลายปีอาจจะเป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์ แต่แพทย์บางรายเชื่อว่า โอลิเวอร์อาจเป็นโรค นอนไม่หลับแบบพาราด็อกซิคัล ซึ่งผู้ป่วยรู้สึกว่าตัวเองตื่นตลอด เป็นเวลานานๆ ทั้งที่สมองก็เข้าสู่ช่วงหลับจริง แม้ว่าความเจ็บปวดจะคงอยู่ก็ตาม

  • โอลิเวอร์บุกทุกมุมโลกเพื่อหาทางผ่อนคลาย
  • ขายบ้านเพื่อหาทางรักษาอาการนอนไม่หลับ
  • ใช้ยาจนหมดเงิน แต่อาการยังไม่ดีขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นจริงหรืออารมณ์อย่างไร ความพยายามของเขานับว่ามาก ยังไม่เด็ดขาดในการยอมแพ้ ตอนนี้เขาต้องการความช่วยเหลือจากนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ทั่วโลก เพื่อไม่ให้ตนเองเป็นคนเดียวที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่ยากจะเข้าใจนี้

การนอนหลับไม่เพียงแต่คือสิ่งจำเป็นของร่างกาย แต่มันคือพลังที่ทำให้เราใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข ความผิดปกติใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ หากมีความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

ที่มา – อดีตพนักงานขับรถไฟโอดครวญ ชีวิตพังเพราะนอนไม่หลับมานานถึง 2 ปี

ทนาย ‘หมอบี’ ยังเข้าไม่ถึงลูกความ เผยเตรียมหลักฐานพร้อมสู้คดี

เมื่อเวลา 20:02 น. ของวันที่ 26 ส.ค. นายกสานติ์ ปัญญาชัยรักษา ทนายความของหมอบี หรือนายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่ตำรวจนำตัวลูกความไปสอบปากคำแล้วกว่า 10 ชั่วโมง โดยระบุว่า ตนเองยังไม่ได้พูดคุยกับหมอบีเลย เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ จึงยังไม่มีโอกาสเข้าถึงเพื่อให้คำแนะนำเบื้องต้นหรือยื่นเรื่องขอประกันตัวในตอนนี้

ทนาย ‘หมอบี’ ยังเข้าไม่ถึงลูกความ เผยเตรียมหลักฐานพร้อมสู้คดี

ทนายกสานติ์เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าหมอบีถูกกล่าวหาในข้อหาใดบ้าง เนื่องจากยังไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยโดยตรง แต่จากที่เข้าใจเบื้องต้น ทีมทนายความของตนได้เตรียมหลักฐานไว้พร้อมแล้วในการสู้คดีนี้ แม้ว่าจะยังไม่ได้นำเสนอต่อพนักงานสอบสวน

เตรียมพร้อมด้านกฎหมาย แม้ยังไม่ทราบข้อหา

แม้ยังไม่ได้สัมผัสกับลูกความ แต่ทนายกสานติ์ยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยให้ความเห็นว่า กระบวนการสอบสวนในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้าย และหากมีการแจ้งข้อหาก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการจากนั้น

ทนายยังกล่าวอีกว่า การที่ในช่วงแรกหมอบีอาจไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ ก็เป็นไปได้ตามสิทธิ์ที่ลูกความมี แต่หากภายหลังให้ความร่วมมือ นั่นแสดงว่าต้องการให้คดีคลี่คลายอย่างโปร่งใส

สำหรับการสอบปากคำญาติของหมอบีนั้น เจ้าหน้าที่มีการดำเนินการกับบางรายแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครบ้างที่ถูกเรียกสอบสวน

เมื่อเวลา 20:20 น. เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางจากการตรวจค้นหลายจุดมาส่งยังกองบังคับการปราบปราม ซึ่งมีเอกสารเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของวัด หนังสือ นิตยสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น CPU และเครื่องทำลายเอกสารรวมกว่า 20 กล่อง

  • ตรวจค้นวัดพระบาทน้ำพุ และบริเวณมูลนิธิใจฟ้าฯ
  • ยึดเอกสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กว่า 20 กล่อง
  • เตรียมนำชิ้นส่วนเอกสารที่ถูกทำลายไปประกอบเป็นหลักฐาน

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดำเนินการตรวจค้นเกิน 12 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาประมาณ 06:00 น. โดยหลักฐานที่ได้จะถูกตรวจสอบและนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

คลิปภาพที่เผยออกมาจากสื่อช่วยให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวรอบๆ การสอบสวนหมอบี อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ของทนายที่ยืนยันว่าจะปกป้องสิทธิของลูกความอย่างเต็มที่

ติดตามข่าวสารล่าสุดในคดีนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความน่าสนใจและมีผลกระทบอย่างมากต่อสังคม

หากคุณเป็นผู้ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด อย่าลืมติดตามข่าวที่อัปเดตทุกวัน เพื่อไม่พลาดรายละเอียดสำคัญที่อาจส่งผลต่อแนวโน้มของคดี

ที่มา – ทนาย ‘หมอบี’ ยังเข้าไม่ถึงลูกความ เผยเตรียมหลักฐานพร้อมสู้คดี

รอง ผบช.ก. เปิดใจร้องเรียน ‘ภูมิธรรม’ หวังเปลี่ยนวงการตำรวจ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) ได้ออกมาเปิดใจหลังจากมีหนังสือร้องเรียนต่อนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เกี่ยวกับกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2568 ที่ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

รอง ผบช.ก. เปิดใจร้องเรียน ‘ภูมิธรรม’

หลังจากที่ได้เข้าพบนายภูมิธรรมโดยตรง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยว่าตนเองไม่ได้พูดถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุในจังหวัดลพบุรี แต่เน้นไปที่เรื่องความไม่เป็นธรรมในการการโยกย้ายตำแหน่งของตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของตนเอง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน รวมถึงมีการขัดขวางการทำงานอย่างเปิดเผย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่าตนเองได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายในการร้องเรียน และเน้นย้ำว่าระบบการแต่งตั้งต้องเป็นไปตามหลักกฎหมาย ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์หรือการให้ความสำคัญกับกลุ่มเฉพาะ ตนอยากให้สังคมตำรวจเปลี่ยนไปใช้เกณฑ์ที่ยุติธรรมและโปร่งใสในการประเมินผลการทำงาน

เปลี่ยนวงการตำรวจให้มีความยุติธรรม

เขาชี้ให้เห็นว่าหากไม่มีความยุติธรรม วงการตำรวจจะยังคงอยู่ในสถานการณ์ เช้าชามเย็นชาม แทนที่จะมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นผลให้การบริการประชาชนไม่เกิด ผู้มีความสามารถเสียเปรียบ และเกิดความอึดอัดในระบบราชการ

“คนที่ทำงานหนัก ทำงานดี ต้องได้รางวัล ต้องมีแรงจูงใจ และต้องมีความยุติธรรมในการประเมิน ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์ที่ส่งเสริมงานแอบแฝง” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า

  • ระบบอุปถัมภ์สร้างความไม่เท่าเทียมในองค์กร
  • ต้องมีการประเมินผลงานอย่างเป็นธรรม
  • ผู้ที่ทำงานดีต้องได้รับการตอบแทน
  • ประชาชนต้องได้รับความยุติธรรมจากภาครัฐ

นอกจากนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยังเผยว่าตนเองเคยถูกรังแกจากผู้มีอำนาจ โดยถูกย้ายจากตำแหน่งสำคัญไปยังตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ภายใต้แรงกดดันจากกลุ่มบางกลุ่ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจและเส้นทางการทำงานในสายงานตำรวจ

ผลกระทบจากการร้องเรียน ‘ภูมิธรรม’ ต่อวงการตำรวจ

การร้องเรียนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงานของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ และเป็นเสียงสะท้อนจากข้าราชการตำรวจที่ต้องทำงานภายใต้ระบบที่ไม่โปร่งใส ลดความเชื่อมั่นในองค์กร และเปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตได้ในระยะยาว

เขายังกล่าวด้วยว่า ตนยินดีหากมีผู้มีความสามารถกว่าพิจารณาได้รับการเลื่อนตำแหน่งแทนตน ขอเพียงแต่กระบวนการต้องเป็นธรรม และผู้ที่ทำดีต้องได้รับรางวัลที่สอดคล้องกับผลงาน

มองอนาคตและปณิธาน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า หวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการตำรวจอย่างยั่งยืน โดยระบบที่เน้นคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ และความโปร่งใสต้องเป็นพื้นฐานของการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในอนาคต หากไม่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงตอนนี้ คนงานหน้าไฟอย่างคนเช่นเขาจะยังคงเผชิญกับความไม่เป็นธรรมอีกยาวนาน

ในที่สุด เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความหวังในความยุติธรรมของข้าราชการ และความต้องการในการปฏิรูปองค์กรภาครัฐให้ก้าวทันศตวรรษ

การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากเสียงเรียกร้องของคนงานหน้าไฟ หากทุกคนเรียกร้องความยุติธรรม เราจะก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม

ที่มา – ‘รอง ผบช.ก.’ เปิดใจเหตุร้อง ‘ภูมิธรรม’ หวังเปลี่ยนวงการตำรวจพ้นระบบอุปถัมภ์

รอง ผบช.ก. ควง เลขาฯป.ป.ท. เข้ารายงานคืบหน้าคดีวัดพระบาทน้ำพุ

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (เลขาฯป.ป.ท.) ได้เข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อรายงานความคืบหน้ากรณี ‘วัดพระบาทน้ำพุ’ ให้กับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

รอง ผบช.ก. เผยผลการสอบสวนคดีวัดพระบาทน้ำพุ

ข้อมูลจากสำนักข่าวระบุว่า ในช่วงต้นหน้านี้ นายอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้ประกาศลาสิกขา พร้อมกับบรรยายคลิปวิดีโอ ซึ่งทำให้คดีที่เกี่ยวข้องกับวัดแห่งนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า การสอบสวนดำเนินไปถึงขั้นการค้นพยานหลักฐาน 17 จุด และสำนวกรายได้ที่อาจผิดกฎหมายนับสิบปี

เขาได้ระบุชัดเจนว่า หลักฐานบางส่วนสามารถเชื่อมโยงไปถึงวงเงินหลายสิบพันล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับการฟื้นคืนทรัพย์สินของวัดที่อาจถูกโอนหรือถ่ายโอนโดยไม่ชอบ

‘เลขาฯป.ป.ท.’ เผยนายอลงกตยอมรับ พร้อมแสดงเจตนาขอรับผิดชอบ

ด้าน เลขาฯป.ป.ท. กล่าวว่า ท่านอลงกตยอมรับในสิ่งที่ตนเองได้กระทำ และสึกแล้วพร้อมทั้งยังมีความสุข คลิปที่ท่านอลงกตอัดไว้มีความยาว 6-7 นาที เป็นการสอนสติปัจจัญญานะถึงผู้กระทำความผิดด้วยความยินยอมหรือมิติทางธรรม

อีกทั้งยังมีการพูดคุยกันก่อนหน้าถึงการแถลงข่าวใหญ่เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนเกี่ยวกับรายละเอียดของคดีและความเป็นมาของท่านอลงกต รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับหมอบี และอีกหลายประเด็นสำคัญ

ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการเรื่อยต่อไปให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรมอย่างเต็มรูปแบบ

แนวทางการตรวจสอบในอนาคต

  • ศึกษาเส้นทางการเงินย้อนหลัง 30 ปี
  • ติดตามการถ่ายโอนที่ดินและทรัพย์สินของวัด
  • สอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องในเครืออดีตเจ้าอาวาส
  • เตรียมเผยคลิปวิดีโอที่ท่านอลงกตได้ยอมรับผลของการกระทำ

ขณะนี้การดำเนินคดีถือเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม และยังเป็นสัญญาณชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในการต่อต้านทุจริตและความผิดในวงการพระพุทธศาสนา รวมทั้งให้โอกาสแก่ผู้มีส่วนร่วมในการคืนทรัพย์สินหรือหนีความผิดให้เข้ามารับสารภาพก่อนที่คดีจะลุกลามไปมากกว่านี้

รายงานความคืบหน้ากรณี วัดพระบาทน้ำพุ ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างใกล้ชิด ซึ่งทุกหลักฐานที่เปิดเผยออกมาจะต้องมั่นใจว่าได้รับการตรวจสอบและประเมินตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถูกต้อง ด้วยความโปร่งใสเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปภาคส่วนนี้

หากคุณเป็นประชาชนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับความถูกต้องและยุติธรรม มาร่วมติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกรณี รอง ผบช.ก. และการสอบสวน วัดพระบาทน้ำพุ อย่างใกล้ชิด และเสริมสีเสียงให้กับรางวัลแห่งความซื่อสัตย์ในสังคมไทย สิ่งนี้คือสิ่งที่เราควรสนับสนุนร่วมกัน

ที่มา – ‘รอง ผบช.ก.’ ควง ‘เลขาฯป.ป.ท.’ เข้าทำเนียบ รายงานคืบหน้าคดี ‘วัดพระบาทน้ำพุ’ จ่อแถลงใหญ่แจงทุกประเด็น