ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘ภูมิธรรม’ ย้ำรัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน เร่งเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะไม่ทอดทิ้งประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

‘ภูมิธรรม’ ย้ำ รัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน เร่งเบิกจ่ายเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเร็วที่สุด

นายภูมิธรรมกล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศกำหนดพื้นที่เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินใน 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด ทั้งหมด 45 อำเภอ 336 ตำบล และ 4,081 หมู่บ้าน

การประกาศดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณและดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และทั่วถึงที่สุด เพื่อลดความเดือดร้อนและการกระทบต่อชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ความเสียหายที่เกิดขึ้น

จากข้อมูลของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.มท.) ระบุว่า มีบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบรวม 315,476 ครัวเรือน และประชาชนได้รับผลกระทบ 779,379 คน

กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการช่วยเหลือ รวมเป็นวงเงินทั้งสิ้น 617,335,499.77 บาท โดยแบ่งการใช้จ่ายออกเป็นหลายด้าน เช่น การเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวน 17 ราย รวมทั้งสิ้น 18,108,658.57 บาท และการเยียวยาผู้บาดเจ็บ 36 ราย วงเงิน 351,788 บาท

  • ค่าใช้จ่ายสำหรับซ่อมแซมและก่อสร้างหลุมหลบภัยในจังหวัดสุรินทร์ มีวงเงินใช้ไปแล้ว 2,952,600 บาท
  • การใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมการช่วยเหลือด้านการดำรงชีพใน 6 จังหวัด ใช้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 198,418,791 บาท

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายแล้ว 533 หลัง รวมวงเงิน 18,668,372 บาท และมีการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้าจำนวนเงิน 392,000,000 บาท ต่อ 278,506 ราย และค่าน้ำประปาจำนวน 10,893,597.77 บาท

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ยืนยันความพร้อมในการติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและอัปเดตแนวทางแก้ไขให้เหมาะสมอยู่เสมอ เพื่อให้การช่วยเหลือสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างครอบคลุม สุจริต และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ข้อคิด: สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐที่ต้องร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ เชื่อว่าหากมีการวางแผนและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ปัญหาจะสามารถคลี่คลายและผู้ได้รับผลกระทบจะกลับมามีชีวิตที่มั่นคงได้อีกครั้ง

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ ย้ำ รัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน เร่งเบิกจ่ายเยียวยาและฟื้นฟูบ้านเรือนชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเร็วที่สุด

ผีพนันสะท้าน! แหกด่านตีตั๋วไปทำงานบ่อนเขมร สุดท้ายไปไม่ถึง เจอทหารดักรอ

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นที่พรมแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจังหวัดจันทบุรี ซึ่งกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชค.ทพ.นย.4) ได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 7 ราย ที่มีความพยายามจะลักลอบเดินทางผ่านทางธรรมชาติ เข้าสู่ประเทศกัมพูชาเพื่อไปทำงานในบ่อนคาสิโนออนไลน์

sss

ในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน และชุดปฏิบัติการพิเศษ ได้ร่วมกันลาดตระเวนในพื้นที่ฐานปฏิบัติการบ้านป่าวิไล และฐานปฏิบัติการมะขามคู่ หลังได้รับรายงานว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยอยู่บริเวณ บ้านมะรุม (น้ำทรัพย์) หมู่ 6 ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

ผีพนันสะท้าน! แหกด่านตีตั๋วไปทำงานบ่อนเขมร สุดท้ายไปไม่ถึง เจอทหารดักรอ

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่าในรถมีผู้โดยสารชาวไทยทั้งหมด 7 คน ซึ่งให้การว่ามีความประสงค์จะเดินทางไปทำงานออนไลน์ในบ่อนคาสิโนด้านกัมพูชา หลังจากตรวจสอบเบื้องต้น จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดมายังฐานปฏิบัติการเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลังจับกุมได้สำเร็จ

ผู้ลักลอบนำพาสู่ฝั่งกัมพูชา

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าในกลุ่มผู้ต้องสงสัยมีหน้าที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กลุ่มที่ทำหน้าที่เป็น “พนักงานขับรถ” ที่รับผู้โดยสารไปส่งยังจุดข้ามแดน ซึ่งมี 2 คน ได้แก่

  • นายวิรัตน์ อายุ 47 ปี
  • นายณรงค์ อายุ 42 ปี

ทั้งสองคนทำหน้าที่ขับ กระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีเงิน ทะเบียน บร 4632 จันทบุรี และรับผู้โดยสารจำนวน 5 คน จาก บ้านพักเทพนิมิตร มายังบริเวณบ้านมะรุม โดยได้รับค่าจ้างหัวละ 1,500 บาท

กลุ่มที่ต้องการเดินทางไปทำงานบ่อนออนไลน์

อีกกลุ่มหนึ่งมีจำนวน 5 คน ซึ่งประกอบด้วย ผู้ชาย 3 คน และผู้หญิง 2 คน ซึ่งทั้งหมดให้การว่าต้องการเดินทางไปทำงานให้กับบ่อนคาสิโนออนไลน์ในฝั่งกัมพูชา ซึ่งพวกเขาได้จ่ายเงินให้นายหน้าฝั่งกัมพูชาคนละ 3,500 บาท เพื่อใช้บริการพาผ่านด่านอย่างผิดกฎหมาย

รายชื่อของ 5 คน ได้แก่:

  • นายสราวุธ อายุ 34 ปี จ.อุตรดิตถ์
  • นายวีระยุทธ อายุ 26 ปี จ.ศรีสะเกษ
  • นายชัยนาท อายุ 32 ปี จ.นครศรีธรรมราช
  • น.ส.สุรีรัตน์ อายุ 27 ปี จ.ศรีสะเกษ
  • น.ส.นรีกานต์ อายุ 31 ปี จ.นครราชสีมา

ตรวจสอบในฐานข้อมูลหมายจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากการตรวจสอบในระบบ Crimes Online ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ทั้ง 7 ราย ไม่มีหมายจับติดตัว อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้เสียหายยังไม่ได้ยื่นเรื่องเข้าระบบอย่างชัดเจน

บทสรุป

“ผีพนันสะท้าน! แหกด่านตีตั๋วไปทำงานบ่อนเขมร สุดท้ายไปไม่ถึง เจอทหารดักรอ” หากแต่ไม่สามารถเดินทางไปถึงเป้าหมายได้ อาจเป็นบทเรียนที่เจ็บปวด แต่สำคัญสำหรับผู้ที่มีความคิดที่จะแสวงหาเงินง่ายๆ ในต่างแดนที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง

สำหรับผู้ที่มองหางานทำในรูปแบบนี้ ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงทั้งทางกฎหมายและชีวิต ขอให้คิดให้ดีก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

ที่มา – ผีพนันสะท้าน! แหกด่านตีตั๋วไปทำงานบ่อนเขมร สุดท้ายไปไม่ถึง เจอทหารดักรอ

นิพนธ์ สนับสนุนประชาชนเรียนรู้เทคโนโลยีสร้างโอกาส

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา ได้มีการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “รู้จักและใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะ AI และ ChatGPT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน” โดยมี นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มหาดไทย ร่วมเป็นวิทยากรและเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปกว่า 300 คนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

นิพนธ์ สนับสนุนประชาชนเรียนรู้เทคโนโลยีสร้างโอกาส

นายนิพนธ์ กล่าวว่า งานนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่ต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่มีบทบาทมากในภาคธุรกิจ การศึกษา และวิถีชีวิตโดยตรง หากประชาชนไม่สามารถเรียนรู้หรือปรับตัวได้ทัน ก็อาจถูกโลกทิ้งไว้ข้างหลัง

มนุษย์ต้องปรับตัวเหมือนไดโนเสาร์หรือไม่?

นายนิพนธ์ เปรียบเทียบว่า คล้ายกับไดโนเสาร์ที่ไม่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมและสูญพันธุ์ไป มนุษย์ในยุคปัจจุบันก็ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หากไม่เรียนรู้และใช้เทคโนโลยีทัน ก็อาจประสบปัญหาในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น เช่น ล้าหลังจากสังคมไร้เงินสด และการใช้สมาร์ตโฟนในทุก ๆ ด้าน

ในฐานะที่จังหวัดสงขลาเป็น “เมืองแห่งการศึกษา” มีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งเช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จึงเป็นฐานสำคัญในการผลิตบุคลากรที่มีความรู้และสามารถปรับตัวต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ดี

การให้ที่มีค่าที่สุดคือการให้ความรู้” นายนิพนธ์ กล่าว โดยการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่ประชาชนจะช่วยให้พวกเขาสามารถสร้างโอกาสในอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนในยุคที่เทคโนโลยีถูกใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ

  • การเขียนรายงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย AI
  • การออกแบบข้อความประชาสัมพันธ์ให้น่าสนใจ
  • การแต่งเพลงด้วยเครื่องมือดิจิทัล
  • การวางแผนงานและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ภายในงานมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้จากหลากหลายมุม อาทิ นายระวี ตะวันธรงค์ ดร.วันเฉลิม จันทรากุล และนายเฉลียว คงตุก ประธานกลุ่มประชาชนไม่เงียบ ที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจและได้ทดลองใช้งานในรูปแบบเวิร์กช็อป

เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือโอกาสในการปรับเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น หากทุกคนเรียนรู้มากขึ้น ก้าวไปพร้อมกับโลก ก็จะสามารถสร้างอาชีพ สร้างอนาคต และอยู่ร่วมกับสังคมยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง

ที่มา – ‘นิพนธ์’ หนุนประชาชนเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ สร้างโอกาส-สร้างอาชีพ

รายได้ทางการคลังของจีนเพิ่มขึ้นใน 7 เดือนแรก

รายได้ทางการคลังของจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ โดยรัฐบาลกลางจัดเก็บรายได้มากกว่า 5.85 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 26.37 ล้านล้านบาท) ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ซึ่งลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

รายได้ทางการคลังของจีนเพิ่มขึ้นใน 7 เดือนแรก

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลท้องถิ่นสามารถจัดเก็บรายได้ได้มากกว่า 7.73 ล้านล้านหยวนในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้ในระดับท้องถิ่นที่มีเสถียรภาพ

การใช้จ่ายทางการคลังที่เพิ่มขึ้น

ในช่วงเจ็ดเดือนที่ผ่านมา รายจ่ายทางการคลังของจีนขยายตัว 3.4% เมื่อเทียบรายปี มีมูลค่าเกือบ 16.1 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 72.59 ล้านล้านบาท) โดยรัฐบาลกลางมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 8.8% และรัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มขึ้น 2.5% สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการลงทุนภาครัฐ

  • การใช้จ่ายด้านการศึกษาเพิ่มขึ้น 5.7% แตะที่ 2.44 ล้านล้านหยวน
  • งบประมาณวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น 3.2% สู่ระดับ 533,000 ล้านหยวน
  • ด้านประกันสังคมและการจ้างงานเติบโต 9.8% แตะ 2.76 ล้านล้านหยวน

การเพิ่มขึ้นของ รายได้ทางการคลังของจีน ในช่วงนี้แสดงถึงความสามารถของรัฐบาลในการจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน

จากการวิเคราะห์ข้อมูล จีนยังคงรักษาเสถียรภาพทางการเงินไว้ได้ดี แม้รายได้ของรัฐบาลกลางจะมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย แต่การเติบโตของรายได้จากรัฐบาลท้องถิ่นช่วยผลักดันเศรษฐกิจในท้องถิ่นและสร้างโอกาสในการฟื้นตัวในระยะยาว

หากมองในมุมเศรษฐกิจโดยรวม การควบคุมการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับการลงทุนในด้านการศึกษาและเทคโนโลยี จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้จีนสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงินและสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต

บทความนี้ถือเป็นข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญสำหรับผู้ติดตามเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะในเรื่องของการบริหารงบประมาณและการลงทุนภาครัฐ

ที่มา – รายได้ทางการคลังของจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้

ผู้กองอะตอม โต้ภาพตัดต่อ ยันไม่เคยใส่บิกินี

ล่าสุด ร้อยเอกหญิง ปวิชญา วลีสุขสันต์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ‘ผู้กองอะตอม’ ได้ออกมาชี้แจงหลังมีภาพตัดต่อของเธอในลักษณะที่ไม่เหมาะสมถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเธอโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @atompavichaya เพื่อยืนยันว่าภาพที่ปรากฏนั้นเป็นเพียงการตัดต่อจากผู้ไม่หวังดีเท่านั้น

ผู้กองอะตอม โต้ภาพตัดต่ออย่างชัดเจน

ในโพสต์ดังกล่าว ผู้กองอะตอม ระบุชัดว่า “ภาพที่ปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นภาพใส่ชุดว่ายน้ำหรือภาพอื่น ๆ เอย เป็นภาพตัดต่อทั้งหมดนะคะ ชีวิตนี้ยังไม่เคยใส่บิกินี่หรือแต่งตัววาบหวิวเลยค่ะ เพราะแม่ดุมาก หากเจอฝากรีพอร์ตด้วยนะคะ” ข้อความของเธอได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากชาวเน็ตที่ชื่นชมในความโปร่งใสและความกล้าหาญในการออกมายืนยันข้อเท็จจริง

ภาพลักษณ์ภาพพจน์ของคุณผู้กองอะตอม

ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย รวมถึงล่ามประจำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ผู้กองอะตอม สื่อสารให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่และภาพลักษณ์ของตนเองอย่างชัดเจน โดยไม่ปล่อยให้ข่าวลือหรือภาพตัดต่อที่แพร่กระจายไปกระทบต่อความน่าเชื่อถือในตัวเธอ การแสดงออกครั้งนี้ได้สะท้อนถึงความมืออาชีพและการเคารพในวินัยทหารอย่างลึกซึ้ง

การที่ผู้กองอะตอม ออกมาโต้ข่าวด้วยวิธีที่มีสติ ไม่ก้าวร้าว กลับทำให้หลายคนเห็นถึงความนับถือและจริงจังในการใช้ชีวิตทั้งในหน้าที่การงานและการเป็นส่วนตัว ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ในวงการทหารและสังคมไทย

จากกรณีนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข่าวสารก่อนเผยแพร่ เพราะภาพตัดต่อหรือข่าวปลอมสามารถสร้างความเข้าใจผิดและกระทบต่อชื่อเสียงของบุคคลได้ อย่างกรณีของผู้กองอะตอม ที่การตัดสินใจออกมาชี้แจงเป็นเวลาเป็นโอกาส ไม่เพียงปกป้องตัวเองเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สังคมมีความเข้าใจมากขึ้นในตัวบุคคลที่อาจตกเป็นเหยื่อของข่าวเท็จ

หากคุณได้เห็นภาพที่น่าสงสัยหรือพบข่าวที่ต้องตรวจสอบ รบกวนช่วยรีพอร์ตและไม่แชร์ต่อเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อ เพราะผู้กองอะตอม เองก็ฝากข้อความไว้อย่างน่าประทับใจว่า “แม่ดุมาก หากเจอฝากรีพอร์ตด้วยนะคะ”

สรุป : การที่ผู้กองอะตอม ออกมาชี้แจงต่อภาพตัดต่อที่ปลอมขึ้นมา แสดงถึงความบริสุทธิ์ในใจและการรักษาภาพลักษณ์ของตนอย่างจริงจัง ในยุคที่ข่าวเท็จระบาด การยืนยันความจริงอย่างมีสติเป็นสิ่งที่ทุกคนควรเรียนรู้และปฏิบัติตาม

ที่มา – ‘ผู้กองอะตอม’ โต้ภาพตัดต่อ! ยันไม่เคยใส่บิกินี ลั่นแม่ดุมาก ฝากช่วยรีพอร์ต

ริว ภาสกร สละงานวงการ สู่ภารกิจรับใช้ชาติ

ข่าวที่กำลังกลายเป็นกระแสแรงในโลกออนไลน์เมื่อเร็วๆ นี้ คือ หนุ่ม ริว ภาสกร นิยติวัฒน์ชาญ นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์วายชื่อดังอย่าง “OUR DAYS รักได้ไหมนายไม่ยิ้ม” ตัดสินใจพลิกบทบาทครั้งสำคัญในชีวิตจากการเป็นนักแสดงสู่การเป็นทหารประจำการอยู่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา ข้อมูลนี้ถือได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนเห็นถึงจิตอาสาและแนวคิด “รับใช้ชาติ” อย่างแท้จริงของคนรุ่นใหม่

ริว ภาสกร สละงานวงการ สู่ภารกิจรับใช้ชาติแนวหน้าชายแดน!

เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ได้โพสต์ภาพและวิดีโอของ ริว ภาสกร ที่สวมชุดทหารและพร้อมรับใช้ชาติอย่างเต็มตัว ระบุข้อความว่า “หลายคนคงจำไม่ได้ น้องริว ภาสกร ดาราซีรีส์ดัง จากซีรีส์วายเรื่อง “OUR DAYS รักได้ไหมนายไม่ยิ้ม” ตัดสินใจสมัครทหาร ล่าสุดตอนนี้ เป็นทหารอยู่แนวหน้าที่ชายแดน รับใช้ชาติปกป้องแผ่นดินอธิปไตยของประเทศไทย”

ภาพลักษณ์ใหม่ของนักแสดงหนุ่ม

จากเด็กหนุ่มที่เคยปรากฏตัวในบทบาทตัวเอกของละครแนววายมากมาย ตอนนี้กลับมาในภูมิทัศน์ที่ต่างออกไป ซึ่งในภาพถ่ายเผยให้เห็นถึงความเข้มข้น ความพร้อม และความหวงแหนของแผ่นดินอย่างชัดเจน ในชุดนักสู้และอุปกรณ์ทหารที่ครบเครื่อง จัดเต็มในทุกความเคลื่อนไหวที่แสดงถึงนักทหาร

แฟนคลับหลากหลายค่ายออกมาแสดงความชื่นชมอย่างล้นหลาม ผู้คนต่างให้กำลังใจและชื่นชมในความกล้าหาญ การเสียสละ และน้ำใจของ ริว ภาสกร ที่พร้อมจะออกแบบชีวิตในทางที่มีความหมายมากกว่าการได้ชื่อเสียงและการเงิน

  • แสดงความเคารพในหน้าที่ของพลทหารอย่างเต็มตัว
  • แรงบันดาลใจให้วัยรุ่นเลือกเส้นทางใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์
  • พิสูจน์ความเป็นผู้ชายที่มีคุณค่าในตัวเอง

ทำไมถึงเลือกลางานในวงการบันเทิง?

หลายคนอาจสงสัยว่า ริว ภาสกร ที่เคยมีชื่อเสียงดังระดับประเทศในLEY ล่าสุดกลับเลือกหนี fame และเงินล้านเพื่อไปอยู่ท่ามกลางอาวุธ ทหาร และชายแดน? คำตอบคือ เขาเลือกสิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่าชื่อเสียง คือการ “ใช้ชีวิตเพื่อชาติ”

ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนที่หวังจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ริวถือว่าเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นในการเลือก “กลับสู่รากเหง้า” ของตนเอง อันเป็นคุณค่าที่หลายคนอาจจะลืมไปในชีวิตประจำวัน

ความเปลี่ยนแปลงของเขานั้นก่อให้เกิดกระแสเชียร์อย่างล้นหลาม ทั้งจากแฟนคลับเดิม ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย รวมไปถึงวงการทหารเองก็ยอมรับว่าเป็นกำลังใจที่ดีที่ได้เห็นเยาวชนรุ่นใหม่กล้าตรงออกไปทำในสิ่งที่เชื่อ

นี่คือการสร้างแรงบันดาลใจทั้งในเชิงบุคลิกภาพและการใช้ชีวิตอย่างรับผิดชอบ ริว ภาสกร กำลังพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าการ “ใช้ชีวิต” ไม่จำเป็นต้องเดินตามกระแสสังคมเสมอไป

สุดท้าย หากคุณกำลังมองหาแบบอย่างใหม่ๆ สำหรับชีวิต มีคำตอบอยู่ในคน ๆ หนึ่งที่เลือกที่จะเป็น “ทหาร” มากกว่า “นักแสดง” เพราะเขารู้ดีว่า สิ่งที่เขาต้องการคือ “การรักชาติอย่างแท้จริง”

ร่วมเป็นกำลังใจให้ ริว ภาสกร ด้วยการแชร์เรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ และอยากให้ทุกคนได้เรียนรู้คุณค่าของการเสียสละเพื่อแผ่นดิน

ที่มา – ‘ริว ภาสกร’ดาวรุ่งซีรีส์วาย สละงานในวงการ สู่ภารกิจรับใช้ชาติแนวหน้าชายแดน!

สหรัฐถือหุ้นอินเทล 10% เสริมบทบาทวงการเซมิคอนดักเตอร์

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ปิดดีลการลงทุนในบริษัท อินเทล เป็นที่เรียบร้อย โดยการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทในสัดส่วน 9.9% มูลค่ารวม 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 288,182 ล้านบาท) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นคงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ

รัฐบาลสหรัฐถือหุ้นอินเทล 10% เสริมบทบาทวงการเซมิคอนดักเตอร์

ภายใต้ข้อตกลงที่เปิดเผยออกมา รัฐบาลสหรัฐฯ จะเข้าถือหุ้นสามัญของบริษัทอินเทลจำนวน 433.3 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 9.9% ของบริษัท ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการให้บทบาทแก่ภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนความมั่นคงในห่วงโซ่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี

เงินลงทุนมาจากแหล่งใดบ้าง?

วงเงินลงทุนทั้งหมดมูลค่า 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาจากเงินอุดหนุนภายใต้กฎหมาย “Chips and Science” ที่บริษัทเคยได้รับแต่ยังไม่ได้เบิกจ่าย และอีก 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาจากโครงการพัฒนาชิปในเชิงทหารและข่าวกรอง ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ทั้งนี้ ยังนับรวมการลงทุนก่อนหน้านี้อีก 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้รับจากเงินช่วยเหลือด้านชิป ซึ่งทำให้ยอดลงทุนรวมของรัฐบาลสหรัฐฯ ในบริษัทอินเทลแตะระดับ 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 359,418 ล้านบาท)

จากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายหนึ่งของ อินเทล บริษัทได้ระบุว่า การถือหุ้นครั้งนี้เป็นการถือหุ้นแบบ “Passive Ownership” ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล ไม่มีผู้แทนในคณะกรรมการ หรือการควบคุมกิจการของบริษัทแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ได้โพสต์ความเห็นว่า “ตอนนี้ สหรัฐเป็นเจ้าของและควบคุมอินเทลอยู่ในสัดส่วน 10%” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเสริมศักยภาพของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภายในประเทศ

ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง อินเทล ถือเป็นแนวทางหนึ่งที่สำคัญในการต่อกรกับการแข่งขันของประเทศอื่น เช่น จีน ที่มีการลงทุนอย่างหนักในเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นกัน

การลงทุนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนอินเทลทางการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้บริษัทสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับซัพพลายเชนในประเทศและมาตรการป้องกันความมั่นคงทางไซเบอร์

ผลระยะยาวจากการเติมทุนให้อินเทลโดยรัฐบาลสหรัฐฯ น่าจะกลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ช่วยรักษาตำแหน่งผู้นำของสหรัฐในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอาจทำให้เกิดการขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องต่อเนื่องในอนาคต

ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมของภาครัฐในอุตสาหกรรมไฮเทคอย่างครั้งนี้ สะท้อนแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปของนโยบายอุตสาหกรรมของสหรัฐ ซึ่งเริ่มให้ความสำคัญกับการควบคุมทรัพยากรกลุ่มสำคัญ เช่น ชิป อย่างใกล้ชิด เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก และรักษาความได้เปรียบทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สุดท้ายแล้ว การถือหุ้น 10% ในครั้งนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ แม้จะเป็นการถือหุ้นแบบ “ไม่เข้าควบคุม” แต่ก็สามารถสร้างมูลค่าและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับอินเทลได้อย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่โลกต้องพึ่งพาระบบเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้จึงเป็นข่าวสำคัญไม่เพียงแค่สำหรับอินเทล แต่สำหรับทั้งเศรษฐกิจโลกด้วย

หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าวเศรษฐกิจหรือมีความสนใจในเทคโนโลยีระดับโลก อย่าพลาดการติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของอินเทลและนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลกระทบอย่างมหาศาลในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีภายในประเทศและโลกในอนาคต

ที่มา – รัฐบาลสหรัฐปิดดีล ซื้อหุ้น ‘อินเทล’ 10% เพิ่มบทบาทในวงการเซมิคอนดักเตอร์

ฮือฮา! อ่างทองพบ “งูเขียวหางไหม้สีทอง” หลังอาสาป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบ “งูเหลือม”เลื้อยเข้าบ้าน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ จังหวัดอ่างทองเกิดเหตุฮือฮาเมื่อมีการพบสัตว์แปลกหนึ่งชนิด นั่นคือ งูเขียวหางไหม้สีทอง ซึ่งถูกพบในพื้นที่อำเภอบางแก้ว โดยสัตว์ตัวนี้มีลำตัวเป็นสีเหลืองทอง ส่วนหางเป็นสีไหม้ สลับกับลวดลายเขียว มีความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร และลักษณะโดยทั่วไปคล้ายกับงูเขียวหางไหม้ ที่มีพิษร้ายแรง ทำให้คนที่เห็นต่างพากันตกใจและตื่นเต้น

งูเขียวหางไหม้สีทอง

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา เมื่อชาวบ้านในตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง แจ้งความไปยังหน่วยอาสาป่อเต็กตึ๊งวัดโล่ห์ จุดเมืองอ่างทอง ว่ามีงูขนาดใหญ่ยาวถึง 3-4 เมตร เลื้อยเข้ามาในบ้านเลขที่ 25/5 ถนนเทศบาล 3 โดยเจ้าบ้านบอกว่างูตัวนั้นเหมือน งูเหลือม ที่มีขนาดใหญ่โต จึงเรียกให้มีการเข้าไปตรวจสอบ

อาสาป่อเต็กตึ๊งที่รับแจ้งคือ นายปัณณวรรธ อิ่มทรัพย์ หรือที่คนในพื้นที่เรียกว่า “พี่เล็ก” ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันที แต่กลับไม่พบงูตัวใหญ่ตามที่ได้รับแจ้ง ก่อนจะมีการใช้กล้องวงจรปิดตรวจสอบ ซึ่งรายละเอียดจากภาพวิดีโอ ก็ระบุว่ามีงูขนาดใหญ่เลื้อยเข้ามาภายในบ้านจริง แต่จากนั้นก็เลื้อยออกไปภายนอกบ้านแล้ว

สีทองแปลกตา

แม้ว่าเขาจะไม่พบงูตัวยาว 3-4 เมตรภายในบ้าน แต่กลับมีการค้นพบงูอีกตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยเป็นงูตัวสั้น มีสีแดงทองสุดพิเศษ หางไหม้ สลับกับลวดลายคล้ายงูเขียวหางไหม้พันธุ์ปกติ หากแต่สีสันกลับแตกต่างกว่าที่เคยเห็นกันมา ผู้พบเห็นระบุว่า ส่วนหัวจนถึงโคนหางของมันเป็นสีทอง ส่วนท้องเป็นสีขาว ท่าทางประหลาดและโดดเด่น ส่งผลให้กลายเป็นข่าวดังในพื้นที่

  • ความยาวประมาณ 40 เซนติเมตร
  • ลำตัวสีเหลืองทอง
  • หางสีไหม้
  • ลักษณะคล้ายงูเขียวหางไหม้
  • พบเป็นครั้งแรกในพื้นที่อ่างทอง

ผู้เชี่ยวชาญเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า สัตว์ชนิดนี้มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากงูหางไหม้ทั่วไป ซึ่งอาจเป็นผลจากปรากฏการณ์ทางพันธุกรรมหรือการกลายพันธุ์ที่พบได้น้อย ทำให้บางครั้ง งูเขียวหางไหม้สีทอง เหล่านี้ถูกมองว่าเป็นสิริมงคลในบางมุมมอง ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่หลังพบเห็นต่างพากันไปเสี่ยงดวงที่เลขที่บ้านที่งูตัวนี้ถูกพบ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่ที่สร้างความฮือฮาในจังหวัดอ่างทองเป็นอย่างมาก

สิ่งที่น่าสนใจคือ การปรากฏตัวของงูสีทองนี้สามารถสร้างความตื่นเต้นในวงกว้าง ทั้งในโซเชียลมีเดียและชุมชน และทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจกับความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น รวมถึงแนะนำให้ประชาชนที่พบเห็นงูให้ระวังและหลีกเลี่ยง แทนที่จะเข้าไปจับหรือแย่งถ่ายรูป ควรติดต่อหน่วยอาชีว์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการอย่างปลอดภัย

ข่าวคราวเกี่ยวกับ งูเขียวหางไหม้สีทอง ที่เพิ่งเกิดขึ้นในพื้นที่อ่างทองจะยังคงสร้างกระแสความสนใจ เพราะไม่ใช่แค่งูทั่วไป แต่มันคือปรากฏการณ์ในธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งทั้งความงามและความอันตรายที่แฝงมาก็ยังคงต้องระวังเป็นอย่างดี

ที่มา – ฮือฮา! อ่างทองพบ “งูเขียวหางไหม้สีทอง” หลังอาสาป่อเต็กตึ๊งเข้าตรวจสอบ “งูเหลือม”เลื้อยเข้าบ้าน

สสส.อบรมเยาวชน-สื่อท้องถิ่นรู้พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า

องค์การส่งเสริมกิจกรรมสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย (สสส.) เร่งจัดโครงการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เพื่อสร้างความตระหนักต่อเยาวชน ประชาชน และสื่อมวลชนระดับท้องถิ่น โดยมีการจัดการอบรมที่จังหวัดเชียงใหม่ในระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ภัยที่ซ่อนเร้นในหมื่นกลิ่น

นางชามานันท์ สุจริตกุล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสื่อสาร สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เข้าสู่สังคมไทยอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องของเหล้า บุหรี่ การพนันออนไลน์ และสิ่งเสพติดต่างๆ ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้ายิ่งกลายเป็นภัยเงียบที่น่ากังวล เพราะมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้เปลี่ยนหน้าตาไปแบบเจนที่ 6 ที่ดูเหมือนอุปกรณ์สำนักงานหรือของเล่นเด็ก

การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่มีความเสี่ยงสูง เพราะมีเด็กอายุเพียง ป.3 ที่ได้สั่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์และให้นำส่งที่โรงเรียน บางรายยังได้มีการแสดงออกทางสื่อออนไลน์ในการ “โชว์” การสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเด็กกำลังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงของสะสม หรือเป็นการสร้างคอนเทนต์

“ทอยพอต” ศัพท์ใหม่ของเด็กในโลกบุหรี่ไฟฟ้า

นายสมชาย โต๊ะอีสอ วิทยากรอบรม กล่าวว่า ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้ามีลักษณะหลากหลาย ทั้งในด้านหน้าตา กลิ่น และรสชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหมายที่เรียกว่า “ทอยพอต” (Toy Pot) เป็นคำที่เด็กใช้อธิบายถึงบุหรี่ไฟฟ้าที่ถูกออกแบบให้ดูคล้ายของเล่นอย่างมาก ทำให้แฝงความเสี่ยงได้โดยที่เด็กไม่รู้เท่าทัน

  • บุหรี่ไฟฟ้ามีกลิ่นมากกว่าหมื่นแบบ
  • ถูกโฆษณาว่า “ปลอดภัยกว่าบุหรี่” หรือ “ใช้เพื่อเลิกบุหรี่”
  • เป้าหมายของธุรกิจคือแย่งพื้นที่เด็กเพื่อปลูกฝังพฤติกรรมเสพติด

“บางครอบครัวยังให้ลูกสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ หรือเพื่อคลายเครียด ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดเชิงลึกที่ส่งผลเสียต่อสมองและการเรียนรู้ของเด็กอย่างยิ่ง” นางชามานันท์กล่าวเสริม

เปิดทางให้เยาวชนเป็น “นักสื่อสารสุขภาวะ” เพื่อสร้างพลังเปลี่ยนแปลง

โครงการพัฒนาเครือข่ายสื่อสุขภาวะลดปัจจัยเสี่ยงสู่ท้องถิ่น “RUN” จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการให้เยาวชนและสื่อท้องถิ่นมามีส่วนในการป้องกันปัญหานี้ โดยการผลิตและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง สร้างพลังผนึกในการรณรงค์ในทุกระดับตั้งแต่โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น

ตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ เช่น นายพัชรพงศ์ สุตา นายพิ

…ยสารสุขภาวะ” พวกเขาไม่ได้เพียงเรียนรู้ทฤษฎี แต่อาจนำความรู้ไปใช้จริงในพื้นที่ของตนเองได้

หากไม่เร่งลงมือ รูปแบบใหม่นี้จะเติบโตก้าวหน้าจนควบคุมได้ยาก สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวเรา ต้องร่วมมือกันเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อสร้างสังคมปลอดภัย ปลอดยาเสพติด และให้โอกาสเยาวชนเติบโตอย่างมีศักยภาพ

ที่มา – สสส.จัดอบรมเยาวชน ประชาชน และสื่อมวลชนท้องถิ่น ให้ความรู้พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้ารูปแบบใหม่

เตรียมรับมือ! “โค้ชอ๊อต” ชี้ข้อเด่นของสวีเดน พร้อมหาโอกาสเพื่อเก็บชัยชนะ

หลังจากที่ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยคว้าชัยชนะนัดแรกจากการเอาชนะทีมชาติอียิปต์ 3-1 เซต ทำให้ทีมขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม A ด้วยคะแนน 3 แต้ม ในศึกการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ซึ่งจัดที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพมหานคร สำหรับนัดต่อไป เตรียมรับมือ! “โค้ชอ๊อต” ชี้ข้อเด่นของสวีเดน พร้อมหาโอกาสเพื่อเก็บชัยชนะ ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ เวลา 20.30 น.

เตรียมรับมือ! “โค้ชอ๊อต” ชี้ข้อเด่นของสวีเดน พร้อมหาโอกาสเพื่อเก็บชัยชนะ

“โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ได้เปิดเผยว่า เกมพบกับทีมชาติสวีเดนถือเป็นเกมที่สำคัญอย่างมาก โดยโค้ชมองว่าสวีเดนเป็นทีมที่เล่นได้อย่างแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้เล่นหมายเลข 10 ซึ่งเป็นแกนนำรายสำคัญของทีม มีทักษะการตบบอลที่รุนแรง และเป็นผู้เล่นที่ทำแต้มได้สูงมาก

ข้อดีของทีมสวีเดนที่ต้องเฝ้าระวัง

โค้ชอ๊อตกล่าวเพิ่มว่า “สวีเดนมีข้อดีจากฝั่งเกมรุกถึง 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การทำแต้มอย่างมีประสิทธิภาพ การเสิร์ฟที่แรงและแม่นยำ และการสกัดกั้นที่มีความแข็งแกร่ง ดังนั้น เราต้องศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลการเล่นของพวกเขาให้มาก เพื่อวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมและหาโอกาสเก็บชัยชนะในนัดนี้”

นอกจากนี้ โค้ชฯ ยังกล่าวว่า ปัจจุบันนักกีฬาของทีมมีความล้าจากการแข่งขันอยู่บ้างแล้ว จำเป็นต้องตรวจสอบสภาพร่างกายให้ละเอียดว่าใครมีอาการบาดเจ็บหรือไม่ และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู ซึ่งโชคดีที่ทีมมีทีมแพทย์และอุปกรณ์สนับสนุน เช่น การนวด การทำอัลตราซาวด์ เพื่อให้นักกีฬาทุกคนพร้อมสมรภูมิอย่างเต็มที่

“หลังจากนี้เราจะเน้นเรื่องยุทธวิธีและเทคนิคการเล่น โดยเฉพาะการปรับแผนการเล่นให้เหมาะกับสไตล์ของสวีเดน จากนั้นจะพิจารณาเรื่องสตาฟฟ์และตัวสำรองให้พร้อมเพื่อให้ทุกคนลงสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ” โค้ชอ๊อตสรุป

  • โอกาสของทีมไทยในการเก็บชัยชนะจากการเจอกับสวีเดน: ต้องอาศัยการวางแผนการเล่นที่แม่นยำ และความเข้าใจที่ดีในจุดแข็งของทีมตรงข้าม
  • นักกีฬาทุกคนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด: เพื่อให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังการแข่งก่อนหน้า
  • ยุทธวิธีการเล่นต้องมีความยืดหยุ่นสูง: โดยเฉพาะในช่วงเซตเปิดตัว

สำหรับโปรแกรมถัดไปของทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในรอบคัดเลือกของกลุ่ม A นัดที่สองจะพบกับทีมชาติสวีเดน ในวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 20.30 น. และนัดที่สามจะพบกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เวลา 20.30 น.

การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแค่ส่งผลต่ออันดับของกลุ่ม แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญของทีมไทยในการโชว์ฝีมือให้โลกได้เห็น หากสามารถเอาชนะสวีเดนได้ก็จะเป็นก้าวสำคัญต่อการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปอย่างรวดเร็ว

ติดตามความเคลื่อนไหวของการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยได้ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ พร้อมแรงผลักดันจากโค้ชและนักกีฬาทุกคนเพื่อเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด

ที่มา – เตรียมรับมือ! “โค้ชอ๊อต” ชี้ข้อเด่นของสวีเดน พร้อมหาโอกาสเพื่อเก็บชัยชนะ