ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

กีฬาเชื่อมความสามัคคีภาคประชาชน เทศบาลเมืองสระบุรี ปี 68

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม บริเวณสนามฟุตบอลภายใน บก.พัน ชุมชน ม.พัน 11 รอ. ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ดร.ภาณุพงศ์ ทิพยเศวต นายกเทศมนตรีเมืองสระบุรี หรือ “นายกคล้าย” ได้เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาภาคประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสระบุรี ประจำปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมีผู้ร่วมงานจากหลากหลายหน่วยงาน ทั้งคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสระบุรีทั้ง 29 ชุมชน

กีฬาเชื่อมความสามัคคีภาคประชาชนในเทศบาลเมืองสระบุรี

นางกัญญารัตน์ ผาผง ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองสระบุรี เปิดเผยว่า การจัดการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ในครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมต่อกิจกรรมกีฬาภาคประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย เล่นกีฬา และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งเพื่อสร้างความสมานฉันท์และความสามัคคีในชุมชน

แบ่งกลุ่มแข่งขัน 29 ชุมชน

การแข่งขันกีฬาภาคประชาชนในครั้งนี้มีการแบ่งกลุ่มเพื่อความสะดวกในการจัดการแข่งขัน โดยมีทั้งหมด 4 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มที่ 1 (สีม่วง) ชุมชนศูนย์การทหารม้า, ชุมชนแก่งขนุน 1, ชุมชนเชิงเขา 1, ชุมชนบ้านอ้อย 1, ชุมชนหลังวัดทองพุ่มพวง, ชุมชนหลังเกษมราษฏ์ และ ชุมชนประปา
  • กลุ่มที่ 2 (สีฟ้า) ชุมชนทหารบกที่ 18, ชุมชนแก่งขนุน 2, ชุมชนเชิงเขา 2, ชุมชนดาวเสด็จ, ชุมชนเขาตะกร้า, ชุมชนบ้านบึง และ ชุมชนซอยวีนั
  • กลุ่มที่ 3 (สีเขียว) ชุมชน ม.พัน 11 รอ., ชุมชนเสือขบ, ชุมชนเขาคูบา 1, ชุมชนบ้านอ้อย 2, ชุมชนดาวเรือง, ชุมชนวัดศรีบุรีรตนาราม และ ชุมชนโรงน้ำปลา
  • กลุ่มที่ 4 (สีชมพู) ชุมชนกองเครื่องช่วยฝึก, ชุมชนเขายิงเป้า, ชุมชนป่าสัก, ชุมชนเขาคูบา 2, ชุมชนหมู่บ้านการเคหะ, ชุมชนหลัง บ.ข.ส. และ ชุมชนหลังอาชรวะ

กีฬาสุดสนุก เสริมสร้างอภิวัฒน์ชุมชน

กีฬาเชื่อมความสามัคคีภาคประชาชนในครั้งนี้มีการจัดการแข่งขันกีฬาหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย 8 ชนิดกีฬา ได้แก่ ชักเย่อ, เก้าอี้ดนตรี, ตีหม้อ, กระโดดเชือกหมู่, โยนห่วง, วิ่งเปี่ยว, วิ่งอุ้มแตง และ กินวิบาก

ผู้เข้าร่วมยังได้รับรางวัล ทั้งในระดับหมู่บ้านและกลุ่ม เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดความสามัคคี ความร่วมมือ และความสนุกสนานตลอดการแข่งขัน

ดร.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า การจัดกีฬาเชื่อมความสามัคคีภาคประชาชน เป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ให้ประชาชนได้ออกกำลังกายมีสุขภาพแข็งแรง และยิ่งสำคัญคือ การรวมกลุ่มอย่างเป็นระบบก่อให้เกิดความรักสามัคคี ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตและคุณภาพชุมชนโดยรวม

กิจกรรมเช่นนี้จึงเป็นเครื่องชี้ว่า กีฬาไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพ แต่ยังเป็นพันธะของชุมชน ที่สามารถเชื่อมความห่างไกลให้ใกล้ชิด สงบสุข ผ่านการมีส่วนร่วมอย่างร่วมใจ

กิจกรรมเช่นนี้ยังควรได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาคุณภาพชีวิตในเขตเทศบาลเมืองสระบุรี และสามารถขยายผลไปยังชุมชนอื่นๆ ของประเทศไทย

ที่มา – “กีฬาเชื่อมความสามัคคีภาคประชาชน” เทศบาลเมืองสระบุรี ปี 68”

กองทัพภาค1 ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข้อเสนอเขมรรื้อรั้วลวดหนาม

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 1 ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชา ที่เสนอให้รื้อเครื่องกีดขวาง เช่น ลวดหนามและยางรถยนต์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) สมัยวิสามัญที่จังหวัดสระแก้ว โดยมีการเผยแพร่ข่าวสารอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลที่ได้จากการเจรจาของทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน

กองทัพภาค1 ชี้แจงข้อเสนอจากฝ่ายกัมพูชาเป็นเพียงข้อความฝ่ายเดียว

จากการประชุม RBC ที่ผ่านมา มีเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับภาษาอังกฤษจากภูมิภาคทหารที่ 5 ของกัมพูชา ซึ่งปรากฏข้อความว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงมาตรการจัดการกับลวดหนาม ยางรถยนต์ และสิ่งกีดขวางอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบและลดผลกระทบต่อการดำรงชีพ อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 1 ได้ชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงคำพูดจากฝ่ายกัมพูชา และไม่ได้อยู่ในบันทึกข้อตกลงอย่างเป็นทางการของการประชุม

ฉากปิดการประชุมมีข้อสรุปอย่างไรบ้าง?

ในช่วงการกล่าวเปิดประชุม รอง ผบ.ทบ./ผบ.ภท.5/ประธานร่วมการประชุมได้กล่าวถึงการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนตาม MOU ปี 2543 ซึ่งควรให้คณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ของไทยและกัมพูชาหารือกันต่อ ในขณะที่ในช่วงการกล่าวปิดนั้นมีการกล่าวถึงเรื่องการรื้อสิ่งกีดขวาง เพื่อช่วยเหลือประชาชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความตึงเครียดในสังคม

  • คณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) สมัยวิสามัญ จัดที่จังหวัดสระแก้ว
  • มีข้อเสนอจากฝ่ายกัมพูชาให้รื้อลวดหนาม ซึ่งเป็นประเด็นร้อน
  • กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันว่าข้อเสนอเป็นเพียงคำพูด ไม่ใช่ข้อตกลงเป็นทางการ
  • การดำเนินการในอนาคต ควรผ่านการประชุม GBC และ JBC อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ในฐานะประธานร่วมการประชุมฝ่ายไทย ได้แสดงความเห็นในช่วงปิดการประชุมว่า ประเด็นต่าง ๆ ที่ไม่ได้รวมอยู่ในบันทึกข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ควรนำไปหารือในการประชุมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และจากนั้นจะดำเนินการในระดับคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ต่อไป

จากการติดตามสถานการณ์ พบว่า ความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาในเรื่องนี้ มีการสื่อสารอย่างเปิดเผยว่าเป็นเพียงข้อเสนอฝ่ายเดียว ซึ่งไม่มีการผูกพันหรือเป็นข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 1 ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมพร้อมในการดำเนินการที่เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัยต่อประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

ที่มา – ‘กองทัพภาค1’โต้ปมร้อนรื้อรั้วลวดหนาม ข้อเสนอ‘เขมร’ฝ่ายเดียว

สสว.เผย 7 ทางลัดอัจฉริยะเสริมศักยภาพ SME ด้วย AI

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้เปิดเผยวิธีการพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ด้วยเครื่องมือทันสมัย และเทคโนโลยี AI ที่เรียกว่า 7 ทางลัดอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยนายวรพจน์ ประสานพานิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สสว. เคยจัดงาน DSME Conference Thailand 2025 ภายใต้แนวคิด “SMEs Short Cut – 7 Key ลัด ฉบับคนทำธุรกิจ” เพื่อเป็นแนวทางในการขยายธุรกิจ ลดต้นทุน และปรับตัวให้เข้ากับตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

สสว.เผย 7 ทางลัดอัจฉริยะเสริมศักยภาพ SME ด้วย AI

หนึ่งในประเด็นสำคัญของ 7 ทางลัดอัจฉริยะ คือการใช้ AI เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดย SME ที่ลงทะเบียนแล้วผ่าน https://bizportal.go.th/ หรือผ่านแอปพลิเคชัน SME CONNEXT จะสามารถใช้งานบริการ 7 Key ได้ทันทีแบบฟรี ๆ ซึ่งแต่ละ Key มีเป้าหมายในการช่วยเหลือธุรกิจอย่างเฉพาะเจาะจง

Key ลัดปลดล็อคให้ธุรกิจ

เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ SME เข้าถึงทุกบริการของ สสว. ได้โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ ๆ แค่ลงทะเบียนครั้งเดียวก็สามารถใช้ได้กับทุกระบบ

2. Key ลัด SME CONNEXT เป็นแอปพลิเคชันที่รวมสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่น และโครงการอบรม ช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนและเพิ่มรายได้

3. Key ลัด หลอดความรู้ธุรกิจ เป็นคลังความรู้ที่อัปเดตข้อมูลต่าง ๆ ผ่านบทความ วิดีโอ และเวิร์กช็อปฟรี ช่วยให้ SME ติดตามแนวโน้มใหม่ ๆ ได้

  • Key ลัด หาคู่ (ค้า) เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยจับคู่ธุรกิจ SME เข้ากับตลาดภาครัฐและเอกชน
  • Key ลัด เรียนได้ไม่จำกัด ผ่านระบบเรียนออนไลน์ให้ความรู้ด้านการตลาด การเงิน จนถึงกลยุทธ์ธุรกิจ
  • Key ลัด เพิ่มเงิน (สูตรปั๊มเงิน) ช่วยดึงดูดแหล่งทุนและการอุดหนุนจากภาครัฐมาสนับสนุนธุรกิจได้ง่ายขึ้น
  • Key ลัด ใส่เกราะ (ให้ธุรกิจ) เป็นบริการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวจากผู้เชี่ยวชาญของ สสว. ด้านบัญชี การเงิน จนถึงกลยุทธ์การตลาด

ทั้ง 7 ทางลัดนี้ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน โดยอาศัยพลังของเทคโนโลยี AI และเครือข่ายของ สสว. ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ SME เข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้มากขึ้นในอนาคต

หากคุณเป็นผู้ประกอบการ SME แล้วยังไม่ได้ใช้บริการเหล่านี้ อย่ารอช้า! เริ่มต้นได้เลยผ่านเว็บไซต์ sme.go.th หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SME CONNEXT วันนี้

ที่มา – สสว.ชู “7 ทางลัดอัจฉริยะ” เสริมศักยภาพ SME ด้วยเอไอ-เครื่องมือทันสมัย

เฉิงเหล่ย–โจวเย่ ร่วมสร้างความรักกลางสนามรบในเหนือสมรภูมิ

อ้ายฉีอี้ (iQIYI) ขอเสิร์ฟความบันเทิงจัดหนักอีกครั้งกับซีรีส์แนวพีเรียดและแอคชั่นสุดเข้มข้น “เหนือสมรภูมิ (Legend of the Female General)” ผลงานเรื่องใหม่ที่รวบรวมนักแสดงฝีมือเยี่ยมอย่าง เฉิงเหล่ย และ โจวเย่ มาประกบคู่กันอย่างน่าจับตามอง พร้อมเรื่องราวที่ผสมผสานระหว่างความรัก สงคราม และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสนามรบ

เฉิงเหล่ย–โจวเย่ คู่พระนางที่ท้าทายจุดหมายใน “เหนือสมรภูมิ”

เรื่องราวในซีรีส์ เหนือสมรภูมิ สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญและหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักของ ‘เหอเยี่ยน’ (โจวเย่ รับบท) หญิงสาวผู้ต้องปลอมตัวเป็นชายเพื่อรักษาเกียรติครอบครัว จนกลายเป็นนายพลที่มีความสามารถในการนำทัพ และกลับมาร่วมงานอีกครั้งกับ ‘เซียวเจวี๋ย’ (เฉิงเหล่ย รับบท) ชายเย็นชาผู้มีศักดิ์ศรีแต่ไม่เชื่อคำสาบานของเธอ ความตึงเครียด ความสงสัย และความเข้าใจค่อย ๆ เติมเต็มให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปเป็นความรักท่ามกลางความวุ่นวายของสงคราม

เหตุการณ์จัดหนักที่ทำให้รักงอกงาม

ไม่เพียงแค่พล็อตที่วนเวียนอยู่กับความรักของทั้งสอง เหนือสมรภูมิ ยังเต็มไปด้วยฉากแอคชั่นที่เข้มข้น ทั้งตระกูลซุนที่มีปมซับซ้อน องค์หญิงจี้หยางที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ทำให้ทั้งเหอเยี่ยนและเซียวเจวี๋ยต้องผนึกกำลังกันเพื่อปกป้องชาติจากศัตรู ท่ามกลางสถานการณ์สุดสมรภูมิ ความรักของทั้งสองไม่ได้จุดประกายจากบรรยากาศโรแมนติก แต่เกิดขึ้นผ่านการสู้ร่วมกัน การฝากหัวใจไว้ซึ่งกันและกัน และการพิสูจน์ศรัทธาต่อกันในยามยาก

ทั้งสองมีบทพูดและการแสดงที่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง ฉีเหล่ยแสดงบทชายที่เย็นชาแต่แฝงความเปราะบาง ส่วนโจวเย่นั้นมีความเด็ดขาดและมุ่งมั่น จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเกิดขึ้นอย่างเหมาะสมกับความเป็นไปของเนื้อเรื่อง

  • ความรักในเขตรบ – ความรักของทั้งสองเติบโตผ่านการสู้กับภัยและศัตรู
  • การพิสูจน์ตัวตน – เหอเยี่ยนต้องเผชิญหน้ากับความสามารถและคำตัดสินของผู้ร่วมรบ
  • การปกป้องบ้านเมือง – ความรักกลายเป็นพลังสานเครือพันธนาการของความจำเป็น

หากคุณเป็นแฟนซีรีส์แนวพีเรียดที่รวมทั้งความรัก ความกล้า และความกล้าหาญ อย่าพลาดติดตาม “เหนือสมรภูมิ” ผลงานที่ไม่ควรข้าม เพราะจะมีทั้งความตื่นเต้น และอารมณ์อ่อนใด้รู้สึกที่เต็มเปี่ยม สัมผัสความโรแมนติกในยุคสมัยโบราณท่ามกลางลมดาบได้แล้ววันนี้บนแอป iQIYI

ชม “เหนือสมรภูมิ” ได้แล้ววันนี้ บน iQIYI (อ้ายฉีอี้) หรือหากต้องการอ่านต่อราวความรักระหว่างเฉิงเหล่ย–โจวเย่ ติดตามกันได้ต่อในแต่ละตอน ที่มาพร้อมกับรายละเอียดเรื่องราวที่ดึงดูดใจและฉากแอคชั่นสุดลุ้น

ที่มา – “เฉิงเหล่ย–โจวเย่” ประกบคู่พิสูจน์ความรักท่ามกลางสนามรบใน“เหนือสมรภูมิ (Legend of the Female General)”

“มักซิม” ศอกกลับดับ “เต็งหนึ่ง” ONE ลุมพินี 121

คืนวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) เต็มไปด้วยเสียงเชียร์สนั่นสนาม สำหรับการกลับมาอีกครั้งของศึก ONE ลุมพินี 121 ที่ถือเป็นเวทีมวยราตรีแห่งปี ที่รวมนักสู้จากทั่วโลกกว่า 24 คน ร่วมประชันฝีมือใน 195 ประเทศ กลางเวทีอันอบอุ่นของแฟนกีฬาต่อสู้ไทย

“มักซิม” ศอกกลับดับ “เต็งหนึ่ง” ONE ลุมพินี 121

คู่เอกประจำคืนนี้คือการดวลกันระหว่าง “เต็งหนึ่ง แฟร์เท็กซ์” ยอดมวยสายแข็งจากนครสวรรค์ วัย 32 ปี ต้านฝ่ามือของ “มักซิม บักห์ทิน” ดาวรุ่งจากประเทศรัสเซีย วัยเพียง 22 ปี ที่มีสถิติไร้พ่ายในกติกามวยไทย รุ่นไลต์เวต

จากที่ยกแรกเป็นของ “เต็งหนึ่ง” ที่เซตเกมเหนียวแน่น และบุกใส่ไม่ยั้ง แต่เกมพลิกโผแบบแทบไม่ทันเมื่อ “มักซิม” ใช้จังหวะศอกกลับไหลเข้าใส่อย่างแม่นยำในช่วงปลายยกแรก ส่งผลให้ “เต็งหนึ่ง” พลิกล้มลงจนไม่สามารถลุกขึ้นสู้ต่อได้ ผู้ตัดสินจึงตัดสินว่าไปต่อไม่ไหว และยกมือยุติการชก “มักซิม บักห์ทิน” ชนะน็อกในยก 2

ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าตัวยังได้คว้า โบนัสไปกว่า 350,000 บาท จากไฟต์นี้ ซึ่งเป็นชัยชนะที่ 2 ติดต่อกันในรายการนี้

“อูเบด” ย้ำชัยเหนือ “เพชรนาเคียน”

ในคู่เอกภาคอินเตอร์ “อูเบด ฮัสเซน” กำปั้นวัยเพียง 19 ปี จากปากีสถาน-สหราชอาณาจักร รีแมตช์กับ “เพชรนาเคียน ศ.นาเคียน” จอมบู๊กึกจากนครศรีธรรมราช

การกลับมาครั้งนี้ “อูเบด” ได้เปิดเกมอย่างรุนแรงตั้งแต่ยกแรก ปล่อยหมัดชุดใหญ่เข้าใส่แบบไม่ให้คู่ต่อต้านได้ขยับ จนถึงยกที่ 3 ยังไม่มีสัญญาณของการเปลี่ยนท่าทางของ “เพชรนาเคียน” ที่เริ่มออกอาการเสียเปรียบ กรรมการจึงตัดสินให้ “อูเบด” ชนะคะแนนเอกฉันท์ ย้ำความเก่งกาจของเจ้าตัว และต่อยอดสถิติชนะมา 4 ไฟต์ติด

เกมส์ที่น่าจดจำอื่นๆ

นอกจากคู่เด่นแล้ว ยังมีเกมส์น่าติดตามมากมาย เช่น

  • “ตุย ลิน ทัต” จากเมียนมา ชนะทีเคโอ “โชคปรีชา พีเค.แสนชัย” รอบ 2 และคว้าโบนัส 350,000 บาท
  • “ชิมอน” จากญี่ปุ่น เอาชนะ “เพชรทองหล่อ” ด้วยน็อกในยกที่ 2 ต่อเนื่องจากสถิติไร้พ่าย

ในคืนนี้ยังมีนักสู้ 5 คนที่ได้รับการยอมรับจากบิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” คว้า เงินรางวัลพิเศษรวมกว่า 1.75 ล้านบาท จำนวนนี้ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เหล่านักชกมวยมีกำลังใจสู้ในเวทีที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้

เรียกได้ว่าคืนนี้สร้างความประทับใจให้แฟนกีฬาต่อสู้จากทั่วทุกมุมโลกอย่างสุดซึ้ง กลับมากับความเดือด เดือดดาล และความเป็นมืออาชีพของเหล่านักสู้ เวที ONE ลุมพินี 121 ไม่ใช่แค่การชกมวย แต่คือการแสดงความเป็นหนึ่งในกีฬาสู้ที่ผสมผสานระหว่างกล้าหาญและความคึกคัก

อย่าพลาดศึกอีพิคในครั้งหน้า และติดตามกันต่อได้ที่เว็บไซต์ทางการของ ONE Championship

ที่มา – “มักซิม” ศอกกลับดับ “เต็งหนึ่ง”, “อูเบด” ย้ำชัย “เพชรนาเคียน” ศึก ONE ลุมพินี 121

ไล่ล่าขบวนรถขนยาเสพติด จับได้ 1 อีก 2 รอด ค้นเจอยาบ้า 2.6 ล้านเม็ด

การปฏิบัติการร่วมกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สว่างอารมณ์ และ สภ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ได้กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 22 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดสกัดบริเวณรอยต่อพื้นที่บนถนนสายสว่างอารมณ์-ทัพทัน บ้านหนองกระดี่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัด ขบวนรถขนยาเสพติด ที่ได้รับรายงานว่ามีการเคลื่อนไหวในพื้นที่

ไล่ล่าขบวนรถขนยาเสพติด

ระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.สว่างอารมณ์ สังเกตเห็น ขบวนรถกระบะตู้ทึบต้องสงสัย 3 คัน ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ได้รับแจ้งไว้ จึงได้ทำการติดตามและสามารถสกัดจับรถยนต์กระบะบรรทุกตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ตาก ไว้ได้ 1 คัน ส่วนอีก 2 คันสามารถหลบหนีไปได้

ค้นพบยาบ้ากว่า 2.6 ล้านเม็ด

ภายในตู้ทึบท้ายกระบะ พบของกลางที่ถูกซุกซ่อนเป็นกระสอบจำนวน 13 กระสอบ นับเป็นยาบ้าจำนวนกว่า 2,600,000 เม็ด จากการค้นพบครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ขับขี่ได้ 1 คน ซึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัยและไม่สามารถอธิบายที่มาของยาเสพติดได้

ด้วยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และข้อมูลที่ถูกต้อง ทำให้การสกัดจับครั้งนี้ประสบความสำเร็จ แม้จะมีรถยนต์บางคันรอดจากการถูกจับกุม แต่ก็ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการต่อสู้กับเครือข่ายยาเสพติดที่มีการเคลื่อนไหวอย่างลับๆ

ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายและกระทำเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย” ซึ่งเป็นความผิดที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐและสังคม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทัพทัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวดและขยายผลการสืบสวนเครือข่ายเพิ่มเติม

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า พลังร่วมของประชาชนและเจ้าหน้าที่มีความสำคัญอย่างมากในการต่อสู้กับภัยยาเสพติด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดควรเป็นภารกิจที่ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน

หากคุณมีข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดด้านยาเสพติด อย่าเงียบ รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพราะการช่วยเหลือครั้งหนึ่งอาจช่วยชีวิตผู้คนได้

ที่มา – ไล่ล่าขบวนรถขนยาเสพติด จับได้ 1 อีก 2 รอด ค้นเจอยาบ้า 2.6 ล้านเม็ด

ข้าวเวียดนามได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในฟิลิปปินส์

จากข่าวรายงานของสำนักข่าวซินหัวจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ระบุว่า นายฟรานซิสโก ทิว ลอเรล รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์ ได้สั่งการให้สำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวแห่งชาติดำเนินการตรวจสอบแนวโน้มความนิยมของผู้บริโภคในตลาด โดยมีเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ว่าผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับ “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” ในการบริโภคข้าวอย่างแท้จริง

ข้าวเวียดนามได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในฟิลิปปินส์

ผลการศึกษาเบื้องต้นที่ร่วมดำเนินการโดยกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์และสถาบันวิจัยข้าวฟิลิปปินส์ พบว่าข้าวพันธุ์พื้นเมืองและข้าวพันธุ์ผสมหลายสายพันธุ์มีคุณสมบัติด้านคุณภาพไม่แพ้ข้าวเอสที25 ของเวียดนาม ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับรางวัลอย่างมากมาย. ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของชาวไร่ชาวนาในฟิลิปปินส์ในการพัฒนาหรือปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงโอกาสในการแข่งขันกับข้าวนำเข้า.

รายงานจากกระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ระบุอีกว่า ข้าวนำเข้าจากเวียดนามครองส่วนแบ่งตลาดถึง 74% ของยอดรวมการนำเข้าข้าวในประเทศ โดยที่พันธุ์ข้าวยอดนิยมที่ชาวฟิลิปปินส์นิยมเลือกใช้ ได้แก่ เอสที25 ดีที8 และโอเอ็ม5451 ซึ่งยอมรับว่ามีคุณภาพสูง ในแง่ของความหอมอร่อย และเนื้อข้าวที่นิ่มชวนรับประทาน.

โอกาสทางการตลาดและการส่งออก

จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สามารถนำมาสู่โมเดลการผลิตและการตลาดข้าวที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากเกษตรกรสามารถผลิตในสายพันธุ์ที่มีคุณภาพสูง ตามความที่ตลาดต้องการ รวมถึงเปิดโอกาสในการส่งออกข้าวฟิลิปปินส์ไปยังต่างประเทศในอนาคต อย่างไรก็ตามยังต้องอาศัยการลงทุนและเทคโนโลยีที่เข้ามาสนับสนุน.

ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพมากขึ้น ข้าวเวียดนามได้สร้างชื่อเสียงในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง และในฟิลิปปินส์เอง กำลังเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตและน่าจับตา

สรุป: การเลือกใช้ข้าวตอนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความอิ่มอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของคุณภาพ และสำหรับฟิลิปปินส์ ข้าวเวียดนามเป็นทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง

ที่มา – ผลสำรวจในฟิลิปปินส์พบ ประชาชนนิยมข้าวเวียดนามมากเพิ่มขึ้น

เช็กคิวยิงสดไทยลีก! ‘ชนาธิป’ นำ ‘บีจี’ บู๊ ‘ลำพูน’

ฟุตบอลไทยลีก 1 สัปดาห์ที่ 2 เปิดฉากเกมวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 คู่เด็ดระหว่าง “เดอะแรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ “ราชันโคขาว” ลำพูน วอริเออร์ ที่ทรู บีจี สเตเดียม เวลา 19.30 น. แฟนบอลสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทาง AIS PLAY

เช็กคิวยิงสดไทยลีก! ‘ชนาธิป’ นำ ‘บีจี’ บู๊ ‘ลำพูน’

ทีมจากเมืองทองฯ “บีจี ปทุม ยูไนเต็ด” เริ่มต้นฤดูกาลได้ดี โดยเกมนัดแรกบุกเสมอ พีที ประจวบ 2-2 แต่ล่าสุดพวกเขาเพิ่งกลับมาจากสนามเอเชียน ซึ่งทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ หนึ่งในนั้นคือ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ยิงคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทีมแซงชนะ กงอัน ฮานอย 2-1

นัดนี้ “เจ” ชนาธิป จะนำทัพแนวรุกของทีม ครึ่งซีซั่นใหม่ ที่เพิ่งคืนจากเยาวชนสิงคโปร์ โดยมี เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ และ เอกนิษฐ์ ปัญญา เป็นเพื่อนซี้มร่วมทัพ มิสท์แห่งแดนแดนสายนี้ ฟอร์มร้อนแรงจากการยิงไกลในเกมก่อนและยิงทั้ง 2 ประตูในสนามเอเชียน

ฝั่ง “ราชันโคขาว” ยังไม่ยอมแพ้ง่าย

เรียกได้ว่า “ลำพูน วอริเออร์” เริ่มต้นฤดูกาลแบบยากหนัก เมื่อโดนบุกถล่มโดย “แชมป์เก่า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถึงบ้าน 0-2 เกมนี้ แม้จะมี “โฟแบร์” อนันต์ ยอดสังวาลย์ ซึ่งขึ้นแท่นกัปตันทีมคนใหม่ และเปิดฉากซีซั่นด้วยฟอร์มเยี่ยม พังตาข่ายรวมทั้ง เพเนียล เอ็มลาปา, หม่อง หม่อง ลวิน, อัครพงศ์ พุ่มวิเศษ ที่เตรียมพิสูจน์ฝีเท้าทันที

“ลำพูน” จะมาในครบทีมพร้อมความกระหายถล่ม แม้อาจเปิดเยือน แต่ก็มีผลงานมาสเตอร์ด้านเซอร์ไพรส์มานาน นัดนี้แม้มีสนามเป็นศัตรู แต่การบุกมาท้าทาย “หัวหอกใหญ่” บีจี คือเรื่องท้าทายที่พวกเขาไม่มีทางยอมแพ้

ใครจะกลายเป็นทีมที่ฟาดสนามเข้าชัยก่อนในเกมสำคัญนัดนี้ เป็นคำถามที่แฟนบอลทั่วประเทศต่างลุ้น เพราะขึ้นแท่นคู่สนุกที่ไม่มีอะไรแน่นอน และมีความตื่นเต้นสูง

  • คู่เด็ดเสาร์นี้สามารถชมได้ผ่าน AIS PLAY ฟรี ตลอดทั้งสุดสัปดาห์
  • ทรู บีจี สเตเดียม เตรียมความตระหือเรียบร้อยสำหรับการรับทีมเยือน
  • การจัดที่นั่งแฟนบอลมีความเข้มงวดตามกติกาความปลอดภัยทุกระดับ

เลือกเจ้าของเชียร์กันแล้วใช่ไหม? ติดตามทีมที่คุณชื่นชอบและร่วมเชียร์ไปด้วยกัน! ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาฟอร์มเยี่ยมของ “เจ” ชนาธิป หรือการกลับมาของ “โฟแบร์” อนันต์ ยอดสังวาลย์ นัดนี้มีอะไรให้ลุ้นเยอะมาก ถ่ายทอดสดชัดระดับ FULL HD ทาง AIS PLAY

สำหรับทุกคู่ในวันเสาร์-อาทิตย์ เราก็มีตารางเต็มให้แฟนบอลไม่พลาดข่าวคู่ไหนจะเตะ ช่องไหนถ่ายทอดสด พร้อมตารางแข่งขันอย่างละเอียด

อย่าลืมตั้งเตือนเวลาจับเพื่อนชวนกันไปเชียร์หรือรับชมผ่าน TV ให้ลุ้นไปด้วยกัน เพราะแต้มเริ่มแรกของฤดูกาลนี้ อาจจะเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการคว้าแชมป์ในอนาคต!

ที่มา – เช็กคิวยิงสดไทยลีกทุกคู่! ‘ชนาธิป’ ฟอร์มฮอต นำ ‘บีจี’ บู๊ ‘ลำพูน’

ทรัมป์ประเมินสถานการณ์ หลังแนวโน้มซัมมิตปูติน-เซเลนสกี “เลือนราง”

จากเหตุการณ์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองโลก ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ดอนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาประเมินสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดซัมมิตระหว่างประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน และประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี โดยระบุว่าท่าทีของทั้งสองฝ่ายยังคง “เลือนราง” อยู่มาก

ทรัมป์กล่าวว่า ภายในอีกประมาณ 2 สัปดาห์ข้างหน้า จะมีการตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับความพยายามในการเจรจาสันติภาพครั้งใหม่กับยูเครน และเตือนว่า “เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง” หากอีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือจริงจัง อาจมีมาตรการด้านเศรษฐกิจหนักๆ เช่น การคว่ำบาตรหรือปรับเพิ่มภาษีต่อรัสเซีย ซึ่งอาจทำให้ “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

ทรัมป์ประเมินสถานการณ์ หลังแนวโน้มซัมมิตปูติน-เซเลนสกี “เลือนราง”

ในภาพรวม ทรัมป์ยังเน้นย้ำว่าการเจรจาครั้งนี้ “นี่คือการต่อสู้ของพวกคุณสองคน” และกล่าวว่า ปูตินกับเซเลนสกี “เหมือนน้ำมันกับน้ำส้มสายชู” ซึ่งยืนยันถึงความไม่เข้ากันของทั้งสองฝ่าย การสื่อสารระดับประธานาธิบดียังไม่มีการกลับมาเกิดขึ้นนับตั้งแต่ช่วงการประชุมสุดยอดที่ทำเนียบขาว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ท่าทีของรัสเซียต่อล่าสุด

ทางฝั่งรัสเซีย เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ปูตินจะพร้อมพบกับเซเลนสกี หากมีการจัดเตรียม “วาระการประชุมที่เหมาะสม” อย่างไรก็ตาม ลาฟรอฟย้ำว่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีความพร้อมเช่นนั้น นอกจากนี้ รัสเซียยังตั้งคำถามในตำเหน่งของเซเลนสกีว่า “ยังเสแสร้งทำตัวเป็นผู้นำ” และย้ำข้อเรียกร้องสำคัญของประเทศ ได้แก่ ยูเครนต้องไม่เข้าร่วมนาโต และการต้องเจรจาเกี่ยวกับ “ดินแดน” โดยเซเลนสกียืนยันว่า “ปฏิเสธทุกอย่าง”

  • อาจมีการตัดสินใจสำคัญภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า
  • ทรัมป์แนะแนวทางคว่ำบาตรหากเจรจาไม่ก้าวหน้า
  • ปูตินกับเซเลนสกี “เหมือนน้ำมันกับน้ำส้มสายชู”
  • รัสเซียจับประเด็นวาระการเป็นผู้นำของเซเลนสกี
  • ยูเครนต้องไม่เข้าร่วมนาโต เป็นข้อเสนอของรัสเซีย

ผลงานอดีตของทรัมป์ในบทบาทผู้กลางระหว่างประเทศทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่เขาว่าจะสามารถ “กระตุ้น” ให้เกิดการพูดคุยจริงจังระหว่างคู่ปรับคนสำคัญได้หรือไม่ โดยล่าสุดยังไม่ปรากฏสัญญาณที่ชัดเจนว่าการเจรจาก้าวหน้าไปถึงไหน

สถานการณ์ในยูเครนไม่ใช่แค่เรื่องของสองประเทศ แต่เป็นปัญหาระดับโลกที่มีผลหลังห้อง ทุกขั้นตอนของการเจรจาโดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ประสาน เป็นพลวัตที่ส่งผลไปทั่วโลก ไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง หรือแม้กระทั่งการเมืองระหว่างประเทศ ยิ่งเวลาล่วงเลยไปโดยไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน ความตึงเครียดก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ

หากคุณติดตามข่าวต่างประเทศ ข่าวความเคลื่อนไหวในเวทีระดับโลกนี้ก็คือภาพสะท้อนของอนาคตโลกในช่วงข้างหน้า การเข้าใจภาพรวมจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

ที่มา – ทรัมป์ประเมินสถานการณ์ หลังแนวโน้มซัมมิตปูติน-เซเลนสกี “เลือนราง

รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุมใหญ่สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ดร.ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ได้เดินทางมายังห้องประชุมทานตะวัน ชั้น 22 ของโรงแรม Cross Vibe Bangkok Srinakarin (โรงแรมคิงปาร์ค อเวนิว) ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนศรีนครินทร์ เพื่อเป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของ สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 60 ปีของสมาคมอันทรงคุณค่า

รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุมใหญ่สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

กิจกรรมในวันนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะกรรมการสมาคมฯ และสมาชิกที่เป็นสื่อมวลชนในสังกัด ซึ่งมีนายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย เป็นผู้นำการพูดต้อนรับ รวมทั้งมีนายณพล บริบูรณ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์ภาคตะวันออก ที่เข้าร่วมงานด้วยเช่นกัน

มอบโล่และเข็มเกียรติคุณแก่ผู้ที่มีคุณูปการ

ไม่เพียงเท่านี้ ดร.ฉลาดยังได้มอบโล่รางวัลและเข็มเกียรติคุณให้แก่บุคคลสำคัญในสามประเด็นหลัก ได้แก่ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดีเด่น, ส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมดีเด่น และสื่อออนไลน์สร้างสรรค์สังคม อีกทั้งยังมีนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เข้าร่วมกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของ สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย อีกด้วย

ความพิเศษของงานครั้งนี้ยังได้รับความสนใจจากวงการบันเทิง โดยมีศิลปินมากความสามารถ เช่น สัญญา พรมารายณ์, หนู มิเตอร์, อร อรดี และมิสเอิร์ธ ไทยแลนด์ ร่วมเดินบนเวทีสร้างความสุขและสร้างสีสันให้กับผู้เข้าร่วมงานในวันสำคัญนี้

ประวัติความเป็นมาและความสำคัญของสมาคม

นายอนันต์ นิลมานนท์ กล่าวว่า สมาคมฯ ได้รับการจดทะเบียนเมื่อปี 2508 ที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายประเสริฐ รัตนาคม อดีตนายกสมาคมฯ เป็นผู้ริเริ่มและก่อตั้งขึ้นมา โดยมุ่งเน้นเป้าหมายเพื่อเป็นสมาคมแห่งแรกของหนังสือพิมพ์ในส่วนภูมิภาค ปัจจุบันมีอายุครบ 60 ปี และมีสมาชิกสูงถึง 3,000 คนจากทั่วประเทศ

  • การประชุมใหญ่ประจำปีจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี
  • ให้ทุนการศึกษาแก่สมาชิกที่เหมาะสม
  • วางแผนสวัสดิการและจัดเลี้ยงต้อนรับสมาชิกจากทั่วทุกภูมิภาค

ดร.ฉลาด ขามช่วง ในฐานะ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ได้นำเสนอข้อคิดเห็นและแนวทางสำคัญในการพัฒนาสื่อมวลชน อย่างยั่งยืนและก้าวไกลตามวิถีโลก ทำให้การประชุมในปีนี้มีความหมายและทรงพลังมากยิ่งขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญของ สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย ในการปรับตัวให้ทันยุคสมัยในยุคดิจิทัล

ทั้งนี้ สมาคมฯ ยังคงขยายขอบเขตจากแค่หนังสือพิมพ์ไปสู่การทำงานร่วมกับสื่อชุมชน ระบบวิทยุ โทรทัศน์ออนไลน์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของแหล่งข่าวและพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคใหม่

การลงพื้นที่ร่วมกับพันธมิตรและการสื่อสารในรูปแบบที่เป็นมิตรกับทุกกลุ่มเป้าหมาย ถือเป็นบทพิสูจน์ความพร้อมของสมาคมฯ ที่จะก้าวไกลไปสู่อนาคต สื่อมวลชนในท้องถิ่นต้องมีบทบาทสำคัญในการกระจายข้อมูลและข่าวสารอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสร้างสังคมที่ดีขึ้น

หากคุณเป็นผู้ทำงานด้านสื่อหรือสนใจชมรมสื่อในระดับชุมชน การเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยน และพัฒนาองค์กรสื่อของคุณให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ที่มา – รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุมใหญ่สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย