ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เปิดฉากเยี่ยม! ตบสาวไทย ชนะ อิยิปต์ 3-1 เซต คว้าชัยนัดแรกศึกวอลเลย์ฯหญิงชิงแชมป์โลก 2025

การแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ได้เปิดฉากขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย โดยจัดขึ้นใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ นครราชสีมา ภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม – 7 กันยายน 2025 โดยมี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดการแข่งขันที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก กรุงเทพฯ พร้อมด้วยผู้บริหารวงการกีฬาสำคัญ ทั้ง นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และ ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย

เปิดฉากเยี่ยม! ตบสาวไทย ชนะ อิยิปต์ 3-1 เซต

ในการเปิดฉากการแข่งขัน เปิดฉากเยี่ยม! ตบสาวไทย ชนะ อิยิปต์ 3-1 เซต ถือเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างมาก โดยทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย อันดับ 21 โลก อยู่ในกลุ่มเอ และเจอกับทีมอียิปต์ อันดับ 54 โลก ซึ่งเป็นคู่แข่งที่มีความใกล้เคียงด้านฝีมือ แต่ทีมไทยสามารถแสดงฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดย โค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ รัชตะเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอน ส่งผู้เล่นชุดแรก ได้แก่ พรพรรณ เกิดปราชญ์, ทัดดาว นึกแจ้ง, ศศิภาพร จันทรวิสูตร, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, ชัชชุอร โมกศรี, วิมลรัตน์ ทะนะพันธุ์ และ ปิยนุช แป้นน้อย เป็นตัวรับอิสระ

การแข่งขันแต่ละเซต

ในเซตแรก ทีมไทยแจ้งเกิดทันที ทำแต้มได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางเซต ก่อนจะปิดเซตแรกด้วยชัย 25-15 อย่างขาดลอย เซตที่สอง เกมของทีมหญิงไทยไม่สม่ำเสมอ ขณะที่อียิปต์เล่นด้วยความมั่นใจสูง และได้เปรียบในเซตนี้ไป 25-23 ทำให้สกอร์เท่ากันชั่วคราว

เข้าสู่เซตที่สาม ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยกลับมาฟอร์มเข้มข้น ควบคุมเกมได้ดีกว่าจนเอาชนะไป 25-15 และเซตที่สี่ เหล่าตบสาวไทยเล่นอย่างมั่นใจและแน่วแน่ตั้งแต่ต้นจนจบ เก็บชัยได้รวดเร็ว 25-11 ทำให้ได้ เปิดฉากเยี่ยม! ตบสาวไทย ชนะ อิยิปต์ 3-1 เซต คว้าชัยนัดแรกในศึกชิงแชมป์โลกอย่างสง่างาม

  • ทีมไทยชนะเซต 1: 25-15
  • อียิปต์ชนะเซต 2: 25-23
  • ทีมไทยชนะเซต 3: 25-15
  • ทีมไทยชนะเซต 4: 25-11

ผลการแข่งขันคู่อื่นในกลุ่มเอ

นอกจากนี้ ยังมีคู่การแข่งขันอื่นๆ ในกลุ่มเอ เนเธอร์แลนด์ บุกเอาชนะ สวีเดน 3-2 เซต (25-27, 25-11, 25-21, 21-25, 15-9) โดยในนัดต่อไป ทีมชาติไทย จะพบกับ สวีเดน อันดับ 26 ของโลก ในวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 20.30 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTV HD36

การคว้าชัยนัดแรกในสนามบ้านถือเป็นตั้งใจที่ดีมากสำหรับทีมไทย และเป็นผลตอบแทนจากการเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นของนักกีฬา ขอให้ทีมหญิงไทยรักษาฟอร์มและพลังการแสดงในระดับสากลให้คงอยู่จนจบการแข่งขัน

ที่มา – เปิดฉากเยี่ยม! ตบสาวไทย ชนะ อิยิปต์ 3-1 เซต คว้าชัยนัดแรกศึกวอลเลย์ฯหญิงชิงแชมป์โลก 2025

ตร.แจ้งข้อหาเจ้าอาวาสวัดม่วงแจ้งความเท็จเกี่ยวกับเงิน-ทองหาย

กรณีที่น่าจับตามองของเจ้าอาวาสวัดม่วง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแจ้งความเท็จเกี่ยวกับทรัพย์สินหายภายในกุฎิของตนเอง ทำให้พนักงานสอบสวนเริ่มหันมาสืบสวนข้อเท็จจริง และพบพยานหลักฐานที่ขัดแย้งกับคำให้การที่แจ้งไว้ในตอนแรก

ตร.แจ้งข้อหาเจ้าอาวาสวัดม่วงแจ้งความเท็จเกี่ยวกับเงิน-ทองหาย

ภายหลังจากที่ พระราชวัชรพัฒนาทร เจ้าอาวาสวัดม่วง เพชรเกษม ได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีบุกเข้าไปลักทรัพย์ภายในกุฎิ โดยอ้างว่าสูญหายทั้งเงินสดและทองคำมูลค่ากว่า 22 ล้านบาท รวมทั้งหมดเป็นเงินสดประมาณ 10 ล้านบาท และทองคำแท่งหนัก 250 บาท มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ได้ดำเนินคดีกับ เจ้าอาวาสวัดม่วง ในข้อหา “ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้มีอำนาจสอบสวน” ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 และ 189 วงการได้ระบุว่า ความผิดนี้มีโทษสูงสุดถึงจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 14,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หลักฐานสับสน เจ้าอาวาสปกปิดความจริง

รายงานเผยว่าหลังจากได้รับแจ้งเหตุ พนักงานสอบสวนได้เข้าตรวจพื้นที่จุดเกิดเหตุพร้อมกับฝ่ายกองพิสูจน์หลักฐาน และเก็บรูปภาพและวีดีโอประกอบการสืบสวน ปรากฏว่าเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นตามที่แจ้งไว้ และการให้การของ เจ้าอาวาสวัดม่วง มีลักษณะไม่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน

หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ได้เปิดเผยออกมา คือ เจ้าอาวาสและนายศักดา ไวยาวัจกร ได้นำทองคำหนัก 170 บาทไปขายให้บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัช จำกัด ที่เยาวราช ซึ่งตรงกับวันที่ 18 เมษายน 2568 โดยมีการถ่ายรูปและวีดิโอการแบ่งเงินจำนวนกว่า 5.2 ล้านบาทไปส่งให้เจ้าอาวาส ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ตรงกับคำให้การที่ว่าทองคำหายไปอย่างที่แจ้งไว้

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ เจ้าอาวาสวัดม่วงเคยกล่าวว่าทรัพย์สินทั้งหมดเก็บไว้กันข้างในกุฎิ ซึ่งห้องนั้นมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้อย่างครบถ้วน แต่กลับมีข่าวว่าเจ้าอาวาสกลับนำมาปิดหน้ากล้องด้วยวัสดุอื่น อันเป็นพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมความสมควรของผู้มีพระที่มีหน้าที่ปฏิบัติธรรม

พระนิทัศน์ประเสริฐขอให้ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาส

ที่น่าจับตามอง พระนิทัศน์ ประเสริฐ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจและยอมรับว่าอยากให้ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสและไวยาวัจกร เนื่องจากมีการแจ้งความเท็จและมีพฤติกรรมผิดวินัย และที่สำคัญอาจทำให้เกิดคดีติดตามข้อเท็จจริงและมีผลเสียแก่ความเชื่อของประชาชนต่อสถาบันศาสนา

ขณะนี้เจ้าหน้าที่สอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านทั้งจากการถ่ายภาพ วีดิโอ การ์ดรายงานจากกล้องวงจรปิด และการฉีกลายลายนิ้วมือ ถือเป็นคดีที่น่าจับตาและอาจมีผลกระทบอย่างมากต่อภาพลักษณ์ของสถาบันพระพุทธศาสนา

จากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งกรณีที่เตือนใจผู้ที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำว่า การใช้ความเชื่อถือของประชาชนเพื่อกระทำสิ่งที่ผิดจรรยาบรรณอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียอย่างมหันต์ และสิ่งสำคัญนั่นคือเรื่องความจริง ที่แม้จะกลบไว้ในคืนวันใด แต่ก็จะเผยแผ่ได้ในวันหนึ่ง

หากคุณอยู่ใกล้วัดม่วง หรือมีความรู้เห็นพยานหลักฐานเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่สอบสวน เพื่อความยุติธรรมของสาธารณะชนและระบบกฎหมายของเรา

ที่มา – ตร.เอาผิด “เจ้าอาวาสวัดม่วง” แจ้งความเท็จ อ้างเงินสด-ทองคำ 22 ล้านถูกขโมย

กรมอุตุเปิดเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” เตือนประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเส้นทางของพายุดีเปรสชันที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 119.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า พายุดีเปรสชัน นี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนภายในช่วงวันที่ 25–26 สิงหาคม 2568 โดยจะเคลื่อนขึ้นฝั่งในพื้นที่ประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบน

กรมอุตุเปิดเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” เตือนประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

จากอิทธิพลของระบบพายุดีเปรสชันดังกล่าว รวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้นในบริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมถึงกทม. และปริมณฑล ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเกิดฝนตกหนักถึงฝนตกหนักมาก

ผลกระทบจากพายุดีเปรสชัน

ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการมีฝนตกหนักในช่วงเวลานี้ ได้แก่ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน หรือพื้นที่ลุ่มต่ำ

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูงขึ้น ประมาณ 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือจึงควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว ประชาชนทุกคนควรงดเข้าพื้นที่เสี่ยง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากกรมอุตุนิยมวิทยาผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทร. 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ความระมัดระวังและการเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้เป็นสิ่งสำคัญ อย่าปล่อยให้ธรรมชาติลงโทษทีหลัง แต่เตรียมพร้อมรับมือก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น

ที่มา – กรมอุตุเปิดเส้นทาง “พายุดีเปรสชัน” เตือนประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

‘ราชกิจจาฯ’ ประกาศแต่งตั้ง ‘ขจรเกียรติ’ เป็นอธิบดีกรมที่ดิน ด้าน ‘เชษฐา’ เป็น อธิบดี ปภ.

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญจากสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการย้ายและแต่งตั้งตำแหน่งข้าราชการระดับบริหารสูงสังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 6 ราย

‘ราชกิจจาฯ’ ประกาศแต่งตั้ง ‘ขจรเกียรติ’ เป็นอธิบดีกรมที่ดิน ด้าน ‘เชษฐา’ เป็น อธิบดี ปภ.

รายละเอียดของคำประกาศ แต่งตั้ง ระบุว่า นายพรพจน์ เพ็ญพาส จะพ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ส่วนนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และจะเข้ารับตำแหน่งใหม่ในฐานะอธิบดีกรมที่ดินแทน

การย้ายตำแหน่งสำคัญภายในกระทรวงมหาดไทย

นอกจากนี้ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสำนักงานปลัดกระทรวง ก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขณะที่นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ตรวจราชการกระทรวง จะถูกโยกไปทำหน้าที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา

อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งอื่นๆ เช่น นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้รับการแต่งตั้งให้ไปประจำการที่จังหวัดเพชรบุรี ในขณะที่นายภาสกร บุญญลักษม์ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยองแทน

  • นายพรพจน์ เพ็ญพาส – พ้นจากอธิบดีกรมที่ดิน → รองปลัดกระทรวง
  • นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี – พ้นจากผู้ว่าราชการฉะเชิงเทรา → อธิบดีกรมที่ดิน
  • นายเชษฐา โมสิกรัตน์ – พ้นจากรองปลัดกระทรวง → อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • นายสันติ รังษิรุจิ – พ้นจากผู้ตรวจราชการกระทรวง → ผู้ว่าราชการฉะเชิงเทรา
  • นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ – พ้นจากผู้ว่าราชการระยอง → ผู้ว่าราชการเพชรบุรี
  • นายภาสกร บุญญลักษม์ – พ้นจากอธิบดี ปภ. → ผู้ว่าราชการระยอง

ทั้งหมดนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบุคลากรของกระทรวงมหาดไทยอย่างคราวใหญ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

การประกาศแต่งตั้งครั้งนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับการบริหารงานภาครัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน สาธารณภัย และการบริหารจังหวัด การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูงจึงมีผลโดยตรงต่อแนวทางนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากคุณสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารภาครัฐหรือข่าวแต่งตั้งบุคลากรในระดับผู้บริหาร ควรติดตามการประกาศทางราชกิจจานุเบกษาอย่างใกล้ชิด เพราะมักมีผลกระทบต่อโครงสร้างของระบบราชการโดยรวม

ที่มา – ‘ราชกิจจาฯ’ ประกาศแต่งตั้ง ‘ขจรเกียรติ’ เป็นอธิบดีกรมที่ดิน ด้าน ‘เชษฐา’ เป็น อธิบดี ปภ.

ระทึก! เขาใหญ่เพิ่มมาตรการความปลอดภัยหลังน้ำป่า袭击 ‘น้ำตกโกรกอีดก’

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568 นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบ น้ำตกโกรกอีดก ซึ่งเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเทือกเขาอย่างรุนแรง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงต้องอพยพอย่างเร่งด่วน

ระทึก! เขาใหญ่เพิ่มมาตรการความปลอดภัยหลังน้ำป่า袭击 ‘น้ำตกโกรกอีดก’

ภายหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ได้รีบดำเนินการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้อพยพออกจากพื้นที่ជันที่มีความเสี่ยงสูง และพร้อมกันนี้ยังได้ประสานงานกับหน่วยกู้ภัยท้องถิ่นเพื่อยืนแถว ช่วยเหลือเดินผ่านลำธารจนถึงพื้นที่ปลอดภัย

ยกมาตรการความปลอดภัยใหม่ใส่ใจรายละเอียด

นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่าการเดินข้ามลำธารเพื่ออพยพนักท่องเที่ยวมีความอันตรายอย่างมาก เนื่องจากกระแสน้ำแรง และลำห้วยลึก จำเป็นต้องใช้เชือกและยางรถยนต์ผูกให้แน่นที่ทุกจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันการลื่นไถลหรือกระแทกกับก้อนหิน

  • ติดตั้งลวดสลิงโยงข้ามลำธารในจุดเชี่ยว
  • ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และเครือข่ายชุมชนเรื่องการกู้ภัยฉุกเฉิน
  • เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือล่วงหน้าก่อนเข้าฤดูฝน

นอกจากนี้ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ฯ ได้กำชับให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญกับการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวที่เยี่ยมชมสถานที่ธรรมชาติเช่น น้ำตกโกรกอีดก จะกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำป่าครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญไม่เพียงแค่กับเจ้าหน้าที่ แต่ยังเตือนใจนักท่องเที่ยวให้ตระหนักถึงอันตรายจากธรรมชาติ และ การเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเดินทางไปเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีความเสี่ยงสูง

เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการวางแผนจัดการพื้นที่เสี่ยง และพร้อมรองรับเหตุฉุกเฉินแบบมืออาชีพ — นี่คือหนึ่งในวิธีที่เขาใหญ่สร้างความปลอดภัยกลับคืนให้กับนักท่องเที่ยว

ที่มา – ระทึก! เขาใหญ่เร่งเพิ่มมาตรการความปลอดภัย หลังเผชิญเหตุการณ์น้ำป่า ‘น้ำตกโกรกอีดก’

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ ให้ ‘บุญสงค์’ พ้นปลัดแรงงาน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ซึ่งระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ พ้นจากตำแหน่ง ปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ ให้ ‘บุญสงค์’ พ้นปลัดแรงงาน

การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของข้าราชการระดับสูงที่มีความสำคัญ เนื่องจากมีผลต่อโครงสร้างการบริหารงานของภาครัฐ โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงแรงงาน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากนโยบายแรงงานและสวัสดิการหลายประการ การที่นายบุญสงค์ได้รับการโอนตำแหน่งไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจในความสามารถของเขาในฐานะนักบริหารระดับสูง

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง

การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของนายบุญสงค์อาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างในกระทรวงแรงงาน รวมถึงสามารถเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามาช่วยในการขับเคลื่อนนโยบายได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ประกาศ ณ วันที่ 22 ส.ค. 2568 ลงนามโดย ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ทำให้เห็นชัดเจนว่าการแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวดำเนินไปตามกระบวนท่าอย่างเป็นทางการ

  • วันที่ประกาศ: 22 สิงหาคม 2568
  • วันที่มีผลบังคับ: 21 สิงหาคม 2568
  • ตำแหน่งใหม่ของนายบุญสงค์: ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • ตำแหน่งเดิม: ปลัดกระทรวงแรงงาน

ความคาดหวังจากประชาชนและภาคแรงงาน คือการที่นโยบายต่าง ๆ จะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ สวัสดิการแรงงาน และกฎหมายแรงงานที่มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับยุคสมัย

ทั้งนี้ การโอนย้ายตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามปกติในภาครัฐ เพื่อให้การบริหารงานมีความคล่องตัว และเกิดการขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างแม่นยำ ทว่าหากประชาชนมีความต้องการพิเศษในนโยบายบางอย่าง ก็ควรมีการสื่อสารและการให้ข้อมูลอย่างชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นบทใหม่ของนายบุญสงค์ ในฐานะผู้ตรวจราชการพิเศษ ซึ่งบทบาทของเขาน่าจะครอบคลุมทั้งงานบริหารภายในสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงการช่วยติดตามและประเมินผลนโยบายต่าง ๆ ของรัฐ

หากเปรียบกระทรวงแรงงานก่อนหน้านี้เป็นสนามหนึ่งของการบริหาร สำนักนายกรัฐมนตรีย่อมถือเป็นสำนักงานกลางที่มีบทบาทเชื่อมโยงทุกกระทรวง การโอนให้นายบุญสงค์บูรณาการงานต่าง ๆ จึงน่าจะส่งผลดีในระยะยาว

ในท้ายที่สุด การโอนตำแหน่งไม่ใช่แค่เรื่องของหน้าที่การงาน แต่ยังเป็นการเปลี่ยนบทบาทและหน้าที่ในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

หากต้องการติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อม ควรติดตามเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานรัฐและสื่อที่เชื่อถือได้เพื่อรับข้อมูลที่อัพเดตและมีความถูกต้อง

บอร์ดกองทุนอนุมัติงบประมาณใหญ่ส่งเสริมงานกีฬาไทย

ในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า ‘บอร์ดกองทุน’ ได้จัดการประชุมครั้งที่ 5/2568 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมในครั้งนี้

บอร์ดกองทุนอนุมัติงบประมาณชุดใหญ่เพื่อส่งเสริมกีฬา

ในการประชุมครั้งนี้ ‘บอร์ดกองทุน’ ได้อนุมัติงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาและสนับสนุนวงการกีฬาของไทย หลายแนวทางสำคัญที่ได้รับการเห็นชอบ ได้แก่

เตรียมความพร้อมเจ้าภาพซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์

คณะกรรมการมีมติอนุมัติงบประมาณเพื่อปรับปรุงสนามกีฬาที่สำคัญสองแห่ง ได้แก่ สนามกีฬาปีนหน้าผาจำนวน 30 ล้านบาท และสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 16 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และ อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13.

สนับสนุนนักกีฬาในเวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติวงเงิน 17 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนทีมไทยในการแข่งขัน เอเชียนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ประเทศบาห์เรน รวมถึงการจ่ายเงินรางวัลให้กับนักกีฬาที่คว้าเหรียญจากการแข่งขันใน 32 รายการ จาก 15 สมาคมกีฬา ด้วยวงเงินสูงถึง 211,341,250 บาท

  • สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย: 184,668,750 บาท
  • สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย: 8,250,000 บาท
  • สมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย: 900,000 บาท
  • สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย: 337,500 บาท

เพื่อสนับสนุนต่อเนื่องจนถึงช่วงเวทีระดับโลก ยังมีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม สำหรับรางวัลนักกีฬาจากมหกรรมกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2025 (FISU) และเวิลด์เกมส์ โดยรวมแล้ววงเงินเกินกว่า 50 ล้านบาท เป็นการให้การยอมรับอย่างเต็มที่ต่อผลงานของนักกีฬาชาวไทย

งบประมาณประจำปี 2569

สำหรับงบประมาณในรอบปี 2569 ‘บอร์ดกองทุน’ ได้อนุมัติวงเงินรวม 4,130,000,000 บาท พร้อมทั้งงบประมาณต่อเนื่องอีกกว่า 490 ล้านบาท ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการที่มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาย้ำว่า ทุกสมาคมกีฬาควรจัดทำแผนล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้วงเงินที่ได้มาสามารถนำไปพัฒนากีฬาในระดับรากหญ้าและระดับชาติได้แบบยั่งยืน

จากผลการประชุมครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมวงการกีฬาในประเทศไทย มุ่งเน้นการทำงานแบบเป็นระบบ ส่งเสริมการแบ่งปันความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้เหล่า “นักกีฬาไทย” ก้าวไกลไปสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความสำเร็จยังคงต้องอาศัยความร่วมมือไปพร้อมกันทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้งบประมาณที่นำมาร่วมกัน “ลงสู่ดิน” อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา และถึงมือนักกีฬาจริง ๆ

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดการประชุมและแผนดำเนินการทั้งหมด สามารถติดตามข้อมูลได้จากเว็บไซต์ทางการของกองทุนฯ หรือติดตามข่าวสารกีฬาไทยบนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ‘บอร์ดกองทุน’ อนุมัติงบประมาณชุดใหญ่สนับสนุนงานกีฬา

สวาทแคทบุกชนะระยอง2-1แบบมีใบแดงทั้ง2ฝั่ง

การแข่งขัน ไทยลีก 1 สัปดาห์ที่ 2 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568 คู่ระหว่าง ระยอง เอฟซี เปิดสนาม ดับบลิวเอชเอ ระยอง สเตเดียม ต้อนรับ นครราชสีมา เอฟซี หรือที่แฟนๆ เรียกกันว่า “สวาทแคท” ในการดวลกันนัดสำคัญ ซึ่งเป็นเกมที่มีความเข้มข้นสูง ทั้งด้านเทคนิคและการเล่นที่เต็มอารมณ์

สวาทแคทบุกชนะระยอง2-1แบบมีใบแดงทั้ง2ฝั่ง

ในช่วงต้นเกม “เจ้าบ้าน” ระยอง เริ่มแรง และสามารถขึ้นนำไป่อนาคตจากลูกเตะมุมนาทีที่ 8 เมื่อ สเตนิโอ จูเนียร์ ฉุดบอลลอยโด่งเข้าประตูอย่างงดงามอย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบเพียงแค่ 1 ประตูไม่สามารถรับประกันชัยชนะได้

เพียงแค่ 9 นาทีหลังจากที่เจ้าบ้านขึ้นนำ “สวาทแคท” ก็ตอบโต้กลับมาอย่างสนุก โดย ฮิโรทากะ มิตะ โหม่งทำประตูตีเสมอในนาทีที่ 17 ทำให้สกอร์เท่ากัน 1-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกอย่างกลืนไม่ลง

เปิดฉากครึ่งหลังด้วยความเป็นไปได้ที่ทวีคูณ

เกมก็ยังคงดุเดือดในครึ่งหลัง ระยอง ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนหลังจาก แม็กซ์ ปีเตอร์ ได้รับใบแดงในนาทีที่ 40 ทำให้ “สวาทแคท” มีโอกาสมากขึ้นในการเปลี่ยนสถานการณ์ และในนาทีที่ 49 เกมก็พลิกผันเมื่อ เนนาด ลาลิช เก็บลูกฟรีคิกของ วรวุฒิ ศรีสุภา เข้าประตูได้อย่างจัดจ้าน

กระนั้น “เจ้าบ้าน” ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และในนาทีที่ 79 ครั้งนี้ “สวาทแคท” ต้องมาเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนเช่นกัน เมื่อ บิล อาบูซาร์ มามาดู ได้รับใบเหลืองที่สองเข้าไปเป็นใบแดง ทำให้ทั้งสองทีมต้องลงเล่นด้วยกำลังตัวเท่ากัน

แม้จะเหลือเวลาอีกมากมาย แต่ไม่มีทีมไหนเจาะประตูเพิ่มได้อีก จนกระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน “สวาทแคท” บุกไปเก็บชัยชนะด้วยสกอร์ 2-1 คว้า 3 แต้มสำคัญ มาสะสมเป็น 4 แต้มนำจ่าฝูงไปก่อนชั่วคราว เนื่องจากมีจำนวนนัดมากกว่าทีมอื่นในตาราง

  • ประตูแรก – สเตนิโอ จูเนียร์ (ระยอง) – นาทีที่ 8
  • ประตูตีเสมอ – ฮิโรทากะ มิตะ (โคราช) – นาทีที่ 17
  • ประตูที่พลิกเกม – เนนาด ลาลิช (โคราช) – นาทีที่ 49

จากเกมนี้ หลายคนอาจเห็นได้ชัดว่า แม้จะเป็นการแข่งขันที่มีผู้เล่นถูกไล่ออกทั้งสองทีมในเกมเดียว แต่ความสามารถและความสามารถในการปรับตัวของทั้งสองทีมยังคงเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง ส่วน “สวาทแคท” ก็ยืนยันอีกครั้งว่าเป็นทีมที่น่าลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน

หากคุณยังไม่ได้ติดตามทุกการแข่งขันในศึกไทยลีก 2025 อย่าพลาดการอัปเดตข่าวสารและไฮไลท์เด็ดๆ จากเรา รวมทั้งวิเคราะห์แนวทางของทีมต่างๆ อีกมากมาย

ที่มา – มีใบแดงทั้ง 2 ฝั่ง! ‘สวาทแคท’ บุกแซงชนะ ‘ระยอง’ 2-1 ศึกไทยลีก

รัสเซียย้ำยังไม่มีกำหนดพบหารือระหว่างปูติน-เซเลนสกี

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงเป็นประเด็นที่โลกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดจากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศที่กรุงมอสโก เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ระบุว่านายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศแห่งรัสเซีย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับรายการ “มีต เดอะ เพรส” ทางเอ็นบีซีนิวส์ของสหรัฐ โดยย้ำอีกครั้งว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย พร้อมที่จะมานั่งโต๊ะเจรจากับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน “เมื่อมีเงื่อนไขความพร้อมและวาระที่เหมาะสม”

อย่างไรก็ตาม ลาฟรอฟยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ที่บ่งบอกว่าการเจรจาโดยตรงระหว่าง ปูติน-เซเลนสกี จะเกิดขึ้น ท่ามกลางการวางเงื่อนไขและข้อเรียกร้องจากฝั่งรัสเซียที่ชัดเจน ทั้งเรื่องการที่ยูเครนจะต้องไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การนาโต และการต้องจัดการเจรจาในประเด็น “ดินแดน” อีกทั้งยังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องในการดำรงตำแหน่งของเซเลนสกีอีกด้วย

รัสเซียย้ำยังไม่มีกำหนดพบหารือระหว่างปูติน-เซเลนสกี

จากบทสัมภาษณ์ดังกล่าว ลาฟรอฟย้ำว่า การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้เพื่อชี้แจงจุดยืนของรัสเซียอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาความขัดแย้งกับยูเครน โดยกล่าวว่า การที่มีการเดินทางของผู้นำหลายประเทศในยุโรปไปร่วมประชุมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเซเลนสกีที่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่ได้นำเสนอแนวทางที่มีประโยชน์แต่อย่างใด กลับเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการยกระดับความรุนแรงในความขัดแย้งมากขึ้น

เพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียมองว่า การจัดการประชุมระดับผู้นำในครั้งดังกล่าวมีลักษณะ “พยายามเปลี่ยนจุดยืนของสหรัฐฯ” มากกว่าจะเป็นการหาทางออกของความขัดแย้งในภูมิภาค และที่สำคัญ ปูติน ยังคงยืนยันว่า ไม่มีกำหนดการใด ๆ ในการมานั่งเจรจาโดยตรงกับเซเลนสกีจนกว่า “จะถึงเวลาและความพร้อมที่เหมาะสม”

สถานการณ์ยังไม่มีท่าทีคลี่คลาย

การพูดคุยระหว่างปูตินกับเซเลนสกีนั้น ถูกมองว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นโอกาสในการลดความตึงเครียดในยูเครน อย่างไรก็ตาม ด้วยนโยบายของรัสเซียที่ยังดูเข้มแข็งในประเด็นต่าง ๆ ทั้งเรื่องความเป็นผู้นำของเซเลนสกี และประเด็นทางการเมืองกลุ่มประเทศ ทำให้ความหวังในการเจรจาตรง ๆ ระหว่าง ปูติน-เซเลนสกี ยังต้องรอชมต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้โลกภายนอกจะจับตามองและคาดหวังให้เกิดการเจรจา หากแต่ความคาดหวังที่มีนั้น อาจต้องใช้เวลานาน และยังขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก เพราะจากคำกล่าวของลาฟรอฟการนัดหมายยังไม่มีกำหนด ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงความไม่แน่นอนสูงอีกยาว

หากคุณติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งทั่วโลก การติดตามพัฒนาการระหว่าง รัสเซียย้ำยังไม่มีกำหนดพบหารือระหว่างปูติน-เซเลนสกี จะช่วยให้เข้าใจภาพรวมทางการเมืองโลกในช่วงนี้ได้มากขึ้น อย่าลืมเช็กข่าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่พลาดดราม่าระดับโลกที่อาจส่งผลกระทบถึงทุกคนในอนาคต

ที่มา – รัสเซียย้ำ “ยังไม่มีกำหนดพบหารือ” ระหว่างปูติน-เซเลนสกี

ดัง-พันกร มั่นใจได้มีสามีแน่ หลัง อาร์เซนอล เสริมทัพสุดแกร่ง จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โลกฟุตบอลได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล หลังเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2025-26 ด้วยการบุกไปเอาชนะ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ด้วยสกอร์ 1-0 ทำให้พวกเขามีความมั่นใจสูงในการคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้

ดัง-พันกร มั่นใจได้มีสามีแน่ ถ้า อาร์เซนอล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

ท่ามกลางความตื่นเต้นของแฟนบอล “ดัง พันกร” บุณยะจินดา ศิลปินที่ไม่ใช่แค่สร้างผลงานทางด้านศิลปะเท่านั้น แต่ยังสร้างสีสันในโลกโซเชียลด้วยความตลกขบขันของเธอ ก็ได้เข้ามามีบทบาทในการให้กำลังใจอาร์เซนอลเช่นกัน แถมทิ้งคำพูดที่กล่าวได้ว่าเป็นแรงผลักดันทั้งในทางด้านความรักและฟุตบอล

เธอโพสต์ข้อความว่า “ฤดูกาลนี้ !! ถ้าอาร์เซนอลเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก แม่จะยอมมีผัวเป็นครั้งแรกในชีวิต สาธุ” ทวิตข้อความดังกล่าวสร้างกระแสฮือฮาเป็นอย่างมาก โดยแฟนๆ ก็เข้ามาคอมเมนต์อย่างสนุกสนาน ทั้งคนที่เชียร์ว่าแม่จะได้มีผัวแน่ และอีกฝ่ายที่ล้อเล่นว่า “ต้องรออีกนาน”

อาร์เซนอล พร้อมลุยในฤดูกาลใหม่

นอกเหนือจากผลการแข่งขันที่ดีในเกมเปิดฤดูกาล ดัง พันกร ยังโพสต์ข้อความแสดงความตื่นเต้นเกี่ยวกับการคว้าตัวนักเตะรายใหม่อย่าง เอเบเรซี เอซี จากทีมคริสตัล พาเลซ เข้ามาร่วมทัพ อาร์เซนอล โดยเธอเขียนว่า “ทำให้อารมณ์ดี” แสดงให้เห็นว่าเธอให้ความสำคัญกับทีมในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเกมส์หรือในโซเชียล

โดยเธอยังสร้างมีมภาพผังผู้เล่นของทีม อาร์เซนอล เมื่อรวมตัวนักเตะรายใหม่เข้าไปแล้ว พร้อมแคปชั่นว่า “ไม่แชมป์ก็แปลกละ ล้างรอ เกียมตัวมีสามี” แสดงถึงความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า อาร์เซนอล จะสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ได้อย่างแน่นอน

  • อาร์เซนอล บุกชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1-0
  • ดัง พันกร ให้คำมั่นจะมีสามีถ้าทีมคว้าแชมป์
  • เพิ่มเติมการคว้าตัว เอเบเรซี เอซี จาก คริสตัล พาเลซ
  • แฟนบอลตื่นเต้นและเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

ผลงานในเกมเปิดฤดูกาลและการเสริมทัพของ อาร์เซนอล ถือว่ามีความชัดเจนว่าพวกเขาต้องการแชมป์อย่างจริงจัง ส่วนด้านของ “ดัง พันกร” ที่ให้คำมั่นว่าจะมีสามีครั้งแรกในชีวิต หากทีมคว้าแชมป์ ถือเป็นแรงผลักดันในแบบของตัวเอง ที่สร้างความสนุกสนาน ตื่นเต้น และมีพลังไปในตัวเดียวกัน

ฤดูกาลนี้น่าติดตามจริงๆ ทั้งในด้านผลงานของทีมและบทบาทของศิลปินคนดังที่ไม่ยอมแพ้ให้ทีม และแม้แต่ในเรื่องความรัก!

หากคุณเป็นแฟนอาร์เซนอล ต้องตามเชียร์ให้พร้อม เพราะฤดูกาลนี้ “แม่กำลังจะมีสามี” จริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับฟอร์มของทีม!

ที่มา – ‘ดัง-พันกร’ มั่นใจได้มีสามีแน่ หลัง ‘อาร์เซนอล’ เสริมทัพสุดแกร่ง จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก